Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • จับตารัฐบาลรื้อ ‘แผนการคลังระยะปานกลาง’  รับวิกฤตตะวันออกกลาง ฉุด GDP โตต่ำ  

    จับตารัฐบาลรื้อ ‘แผนการคลังระยะปานกลาง’ รับวิกฤตตะวันออกกลาง ฉุด GDP โตต่ำ  

    แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า รัฐบาลเตรียมนัดประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐ ในเร็ว ๆ นี้ เพื่อทบทวนแผนการคลังระยะปานกลางในช่วง ปีงบประมาณ 2570-2573 ใหม่อีกครั้ง ภายหลังสถานการณ์ทางเศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากสงครามความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่อง ทำให้ต้องปรับประมาณการเติบโตของเศรษฐกิจใหม่อีกครั้ง

    “รัฐบาลคงนัดประชุมบอร์ดนโยบายการเงินการคลังเร็วๆนี้ ซึ่งเร็วกว่าเดิมก่อนที่จะจัดทำงบประมาณปีต่อไป เพราะต้องวางแผนเอาไว้ล่วงหน้า เนื่องจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังไม่สิ้นสุด และส่งผลกระทบต่อการประมาณการรายได้ และรายจ่ายของรัฐบาลในอนาคต จึงต้องเร่งทบทวนแผนการคลังระยะปานกลางทั้งหมดใหม่อีกครั้ง” แหล่งข่าว ระบุ

    ทั้งนี้ ที่ผ่านมาในการประชุม 4 หน่วยงานด้านเศรษฐกิจ คือ กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้รับทราบกรอบประมาณการรายจ่าย ประมาณการรายรับ และฐานะการคลังของรัฐบาลล่วงหน้า 3 ปี ตั้งแต่ปี 2569-2573 ซึ่งส่วนหนึ่งอยู่ภายใต้แผนการคลังระยะปานกลาง ฉบับเดิมที่เคยผ่านการพิจารณาจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว

    แต่ภายหลัง สศช. ได้มีการประกาศตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ครั้งล่าสุดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา โดยพบว่า เศรษฐกิจไทยขยายตัวดีกว่าที่ประเมินไว้เดิม โดยทั้งปี 2568 ขยายตัว 2.4% ขณะที่เศรษฐกิจไทยในปี 2569 คาดว่าขยายตัว 1.5-2.5% หรือมีค่ากลางอยู่ที่ 2% แต่ด้วยสถานการณ์เศรษฐกิจปีนี้ยังได้รับผลกระทบจากตะวันออกกลาง จึงต้องทบทวนรายละเอียดของแผนการคลังระยะปานกลางใหม่อีกครั้ง

    สำหรับ แผนการคลังระยะปานกลาง (ปีงบประมาณ 2570 – 2573) ตามมติครม.ที่อนุมัติไปเมื่อวันที่ 18 พ.ย.2568 กำหนดรายละเอียดสถานะและประมาณการเศรษฐกิจว่า ในปี 2569 คาดว่า GDP จะขยายตัวในช่วง 1.2 – 2.2% (ค่ากลาง 1.7%) GDP Deflator อยู่ที่ 0.7% และอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยคาดว่าจะอยู่ในช่วง 0.0 – 1.0% ส่วนในปี 2570 คาดว่า GDP จะขยายตัวในช่วง 2.1 – 3.1% (ค่ากลาง 2.6%) GDP Deflator อยู่ที่ 0.9% และอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยคาดว่าจะอยู่ในช่วง 0.4 – 1.4%

    ขณะที่ใน ปี 2571 – 2572 คาดว่า GDP จะขยายตัวในช่วง 2.3 – 3.3% (ค่ากลาง 2.8%) และในปี 2573 คาดว่า GDP จะขยายตัวในช่วง 2.5 – 3.5% (ค่ากลาง 3.0%)

    ส่วนการสถานะและประมาณการการคลัง กำหนดประมาณการรายได้รัฐบาลสุทธิปีงบประมาณ 2570 อยู่ที่ 3,000,000 ล้านบาท, ปี 2571 อยู่ที่ 3,145,000 ล้านบาท, ปี 2572 อยู่ที่  3,274,000 ล้านบาท และปี 2573 อยู่ที่  3,422,000 ล้านบาท

    ขณะที่ประมาณการงบประมาณรายจ่ายปีงบประมาณ 2570 อยู่ที่ เท่ากับ 3,788,000 ล้านบาท, ปี 2571 อยู่ที่ 3,826,000 ล้านบาท, ปี 2572 อยู่ที่ 3,864,000 และปี 2573 อยู่ที่ 3,903,000 ล้านบาท

    ประมาณการรายได้รัฐบาลสุทธิและงบประมาณรายจ่ายดังกล่าวในปีงบประมาณ 2570 รัฐบาลจะขาดดุลงบประมาณจำนวน 788,000 ล้านบาท หรือ 3.9% ต่อ GDP, ปี 2571 อยู่ที่ 681,000 ล้านบาท หรือ 3.3%ต่อ GDP, ปี 2572 อยู่ที่ 590,000 ล้านบาท หรือ 2.7% ต่อ GDP และปี 2573 อยู่ที่ 481,000 ล้านบาท หรือ 2.1% ต่อ GDP

    นอกจากนี้ยอดหนี้สาธารณะคงค้าง ณ สิ้นปีงบประมาณ 2568 มีจำนวน 12,226,290 ล้านบาท คิดเป็น 64.82% ของ GDP และประมาณการสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP สำหรับปีงบประมาณ 2569 อยู่ที่ 68.17% ต่อ GDP, ปี 2570 อยู่ที่ 69.36% ต่อ GDP, ปี 2571 อยู่ที่ 69.78% ต่อ GDP, ปี 2572 อยู่ที่ 69.52% ต่อ GDP และปี 2573 อยู่ที่ 68.22% ต่อ GDP

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/economics/1231764&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0YMrU9zOWk7wUQRq3W1zaI

  • ร้อน! อนุทินเรียก ‘เอกนิติ-วิทัย’ หารือด่วนเรื่องเศรษฐกิจ

    ร้อน! อนุทินเรียก ‘เอกนิติ-วิทัย’ หารือด่วนเรื่องเศรษฐกิจ

    ‘นายกฯ’ เรียก ‘เอกนิติ-ผู้ว่าฯ ธปท.’ เข้าพบ หารือภาพรวมเศรษฐกิจ หลังปรับลดจีดีพี จากเดิมต่ำกว่า 2 % จับตา ! พิจารณาแหล่งเงินนโยบาย ‘ไทยช่วยไทยพลัส’

    30เม.ย.2569 – นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางเข้าทำเนียบเวลา 08.20 น. โดยเข้ามาเพื่อไหว้องค์นรสิงห์จำลองตามปกติ จากนั้นได้เดินทางไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อปฏิบัติภารกิจการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ก่อนจะกลับเข้ามายังทำเนียบรัฐบาล และได้ให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วยนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เข้าพบ เพื่อหารือ และรับฟังคำแนะนำสภาพคล่องทางการเงิน และเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ รวมไปถึงการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 5 แสนล้านบาท

    สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจที่จะมีการพูดคุยกัน หลังจากที่หน่วยงานเศรษฐกิจ ได้แก่ กระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ปรับลด GDP ปีนี้ลงไปอยู่ที่ 1.5 ถึง 1.6 % จากเดิมประมาณ 2 % เนื่องจากผลกระทบจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นจากการสู้รบในตะวันออกกลาง พร้อมกับติดตามความคืบหน้าการที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลก (World Bank) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปี 2026 (2026 Annual Meetings of the IMF–World Bank Group) ช่วงเดือนต.ค.นี้

    ทั้งนี้มีรายงานว่าจะมีการพิจารณาแหล่งที่มาในการดำเนินนโยบายเรือธงของรัฐบาลคือนโยบายไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งมีคนละครึ่ง ในส่วนที่รัฐบาลจะช่วยลดค่าใช้จ่ายประชาชน รวมถึงเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รัฐบาลเล็งใช้เงินคืนจากหน่วยงานที่มีการเบิกจ่ายล่าช้า หรือไม่เป็นไปตามเป้าหมาย เพื่อนำมาใช้เป็นงบประมาณตามขั้นตอนการออก พ.ร.บ.โอนงบประมาณ และรัฐบาลจะพิจารณาแหล่งเงินอื่นตามความเหมาะสม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/hi-light/988449/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3AISkfUfulXCOx4bqpuIUQ

  • พรรคเศรษฐกิจ ประกาศส่งคนชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. – สก. 50 เขต  เผยชื่อย่อ จ. ใคร ๆ ก็รู้จัก

    พรรคเศรษฐกิจ ประกาศส่งคนชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. – สก. 50 เขต เผยชื่อย่อ จ. ใคร ๆ ก็รู้จัก

    พรรคเศรษฐกิจ ประกาศส่งคนชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. – สก. 50 เขต เผยชื่อย่อ จ. ใคร ๆ ก็รู้จัก โว กวาด สก. ได้เกินครึ่งแน่นอน ลั่น  ไม่ใช่ส่งไม้ประดับ

    วันที่ 30 เมษายน 2569  ที่รัฐสภา นายพีรพล กนกวลัย สส.บัญชีรายชื่อพรรคเศรษฐกิจ กล่าวถึงการส่งผู้สมัครลงชิงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ในนามพรรคเศรษฐกิจ ว่า กรุงเทพฯมีปัญหามากทั้งการจราจร ปัญหาน้ำท่วม ปัญหาใหญ่ที่เห็นชัดเจนและต้องจัดการให้เร็วที่สุด คือคนต่างด้าวที่เข้ามาแย่งอาชีพคนไทย เข้ามาแย่งพื้นที่การเรียนในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร  รวมถึงปัญหาการทุจริตที่เกิดขึ้นใน กทม. ทุกสำนักงานเขตมีการทุจริตมากมาย และแก้ไม่ได้ โดยเฉพาะปัญหาการจัดเก็บขยะ เป็นปัญหาขยะเน่าเหม็นมาจนถึงทุกวันนี้ สิ่งเหล่านี้พรรคเศรษฐกิจเห็นว่า พรรคเราเป็นปาร์ตี้ลิสต์ลำดับที่ 5 โดยพรรคประชาชนและพรรคประชาธิปัตย์แสดงความจำนงว่าจะส่งผู้ว่าฯ กทม. และ สก. ครบทุกเขต  ดังนั้นพรรคเศรษฐกิจเราจะส่งคนลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. และ สก. ครบทุกเขตเช่นเดียวกันเพื่อหวังจะทำให้ กทม. ดีขึ้น 

    “คนที่พรรคจะส่งลงชิงผู้ว่าฯ กทม. เราได้ทาบทามไว้แล้ว และมีแนวโน้มไปในทิศทางที่ดีด้วย มีอักษรชื่อย่อ จ. พูดชื่อไปก็จะรู้ว่าเป็นใคร เพราะเป็นคนที่มีชื่อเสียงและอยู่ในแวดวงที่ต้องรับผิดชอบประชาชนคนกรุงเทพฯ มาก่อน แต่ไม่ใช่นักการเมือง แต่ขออุบไว้ก่อนเพื่อความตื่นเต้น คาดว่าไม่เกินวันที่ 10 พฤษภาคมนี้ จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ยืนยันว่าผู้สมัครคนนี้จะสามารถสู้ผู้สมัครคนอื่นได้อย่างแน่นอน  และคิดว่าไม่น่าจะแพ้  ขอย้ำว่าบุคคลที่จะลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. และ สก. ของพรรคเราเป็นคนมีความรู้ความสามารถ และจะได้ สก. เกินครึ่งแน่นอน ไม่ใช่ส่งไม้ประดับ”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2929907&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1I19KnOv17l1oq8ulJxuui

  • นายกฯเรียกถกทีมเศรษฐกิจ เคาะไทยช่วยไทยพลัส ก่อนเริ่มใช้ 1 มิ.ย.นี้

    นายกฯเรียกถกทีมเศรษฐกิจ เคาะไทยช่วยไทยพลัส ก่อนเริ่มใช้ 1 มิ.ย.นี้

    วันพฤหัสบดี ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2569, 12.07 น.

    30 เมษายน 2569 เมื่อเวลา 11.05 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เสร็จสิ้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล โดยเรียกประชุมทีมเศรษฐกิจ อาทิ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง , นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ , นายภราดร ปริศนานันกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงบประมาณ , นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) , นางณัฐฎ์จารี อนันตศิลป์ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี , นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง , นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) , นายอนันต์ แก้วกำเนิด ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ และตัวแทนสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ เพื่อประชุมหารือเร่งสรุปแนวทางโครงการไทยช่วยไทยพลัส เพื่อนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัปดาห์หน้าต่อไป เนื่องจากโครงการจะเริ่มวันที่ 1 มิ.ย.นี้

    – 006

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/961654&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3lQEILT3JVzQxfVKyaAoBO

  • นายกฯ เรียกทีมเศรษฐกิจถก “ไทยช่วยไทยพลัส” คาดครอบคลุม 30 ล้านคน

    นายกฯ เรียกทีมเศรษฐกิจถก “ไทยช่วยไทยพลัส” คาดครอบคลุม 30 ล้านคน

    จับตา “ไทยช่วยไทย” ล่าสุด “อนุทิน” เรียกทีมเศรษฐกิจถกด่วน เตรียมเคาะมาตรการเยียวยาประชาชน คาดครอบคลุมกว่า 30 ล้านคน

    นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่าน่าจะมีการพูดคุยเกี่ยวกับโครงการไทยช่วยไทย ซึ่งน่าจะมีแนวทางที่ชัดเจน โดยคิดว่าสัปดาห์หน้าจะมีมติอย่างใดอย่างหนึ่งจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้จึงมาพูดคุยกันก่อน

    ส่วนการหารือวันนี้ จะเป็นการหารือแทน ครม.เศรษฐกิจหรือไม่นั้น นายภราดร กล่าวว่า กำลังจะหารือกับนายกฯว่า เนื่องจากวันที่ 4 พ.ค. 69 เป็นวันหยุด จะมีการหารือ ครม.เศรษฐกิจหรือไม่

    เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่า นายกฯ ต้องการอยากให้โครงการนี้ออกมาเร็วที่สุดใช่หรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า ตามกำหนดคือ 1 มิ.ย. 69 ที่ได้ประกาศไป

    เมื่อถามถึงความพร้อมที่รัฐบาลพอจะเตรียมได้ตอนนี้เป็นเรื่องงบประมาณอย่างเดียว หรือประสานกับหน่วยงานเศรษฐกิจอื่นๆ ด้วย นายภราดร ระบุว่า ต้องรอดูกระทรวงการคลังที่เป็นฝ่ายออกนโยบายและแนวทาง รวมถึงกระทรวงอื่นด้วยว่า มีความคิดกับเรื่องการเยียวยาในส่วนไหนอย่างไรบ้าง เช่น กระทรวงแรงงาน กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีอะไรหรือไม่ ต้องถามหลายๆ กระทรวงดูด้วย ในส่วนของกระทรวงการคลัง ทางนายเอกนิติ ได้บอกถึงมาตรการ 2-3 เรื่องไปแล้ว

    ส่วนกลุ่มเป้าหมายที่จะครอบคลุม 20-30 ล้านคน จำนวนยังเป็นเท่านี้อยู่หรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า เบื้องต้นมี 2 ส่วนคือ

    1. ผู้ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13.2 ล้านคน
    2. จะใช้โครงการไทยช่วยไทย หรือคนละครึ่งเดิม ตอนนี้กำลังดูตัวเลขว่าน่าจะได้ประมาณเท่าไหร่

    เพราะฉะนั้น 2 ส่วนบวกกันอย่างน้อยน่าจะต้องเกิน 30 ล้านคน เพราะอยู่ในส่วนของสวัสดิการแห่งรัฐ 13.2 ล้านคน แต่ในส่วนนี้เดิมคือ 20 ล้านคน อาจจะมีบวกๆ ดังนั้น อาจจะเกิน 30 ล้านคนของผู้ได้รับประโยชน์จากโครงการนี้

    อ่านเพิ่มเติม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/money/950259/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3BjTT8MEZeLXouZmJjFemd

  • “ไทยช่วยไทยพลัส” ได้คนละ 4 พัน ลงทะเบียนพ.ค.-เริ่มใช้ 1 มิ.ย.

    “ไทยช่วยไทยพลัส” ได้คนละ 4 พัน ลงทะเบียนพ.ค.-เริ่มใช้ 1 มิ.ย.

    ThaiPBS Icon©2024 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://policywatch.thaipbs.or.th/article/economy-246&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1RO4C3yRrVZUFbtCG_LiE0

  • ธปท.เตือนแนวโน้มเศรษฐกิจชะลอ จาก ตลาดส่งออก-ท่องเที่ยวลด

    ธปท.เตือนแนวโน้มเศรษฐกิจชะลอ จาก ตลาดส่งออก-ท่องเที่ยวลด

    ThaiPBS Icon©2024 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://policywatch.thaipbs.or.th/article/finance-100&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw22fH7PZwxrf4r9X7b8_auM

  • นายกฯ เรียกทีมเศรษฐกิจถก “ไทยช่วยไทยพลัส” เร่งเข้าครม.

    นายกฯ เรียกทีมเศรษฐกิจถก “ไทยช่วยไทยพลัส” เร่งเข้าครม.


    นายกรัฐมนตรีเรียกประชุมทีมเศรษฐกิจติดตามความคืบหน้าโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” เพื่อเร่งเสนอเข้าครม. โดยมีเป้าหมายช่วยเหลือประชาชนกว่า 30 ล้านคน ทั้งผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและประชาชนทั่วไป

    นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เรียกประชุมทีมเศรษฐกิจ ประกอบด้วย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง, นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย, นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อหารือความคืบหน้าโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส”

    นายภราดร เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า นายกรัฐมนตรีต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเตรียมความพร้อมของโครงการ เพื่อเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีโดยเร็ว โดยขณะนี้กระทรวงการคลังเป็นหน่วยงานหลักในการกำหนดนโยบายและแนวทาง ขณะที่กระทรวงอื่น เช่น กระทรวงแรงงาน กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะต้องพิจารณามาตรการเสริมในส่วนที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

    ทั้งนี้ โครงการ “ไทยช่วยไทย” หรือ “คนละครึ่งพลัส” มีกำหนดเริ่มดำเนินการได้ในวันที่ 1 มิถุนายน โดยจะครอบคลุมประชาชนหลายกลุ่ม รวมกว่า 30 ล้านคน แบ่งเป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐประมาณ 13.4 ล้านคน และประชาชนทั่วไป ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณากำหนดจำนวนที่ชัดเจน โดยคาดว่าจะได้รับประโยชน์รวมเกิน 30 ล้านคน

    นายภราดร กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ จะต้องรอความชัดเจนจากนายกรัฐมนตรี ว่าจะมีการนัดประชุมในวันจันทร์ที่ 4 พฤษภาคม ซึ่งตรงกับวันหยุดราชการหรือไม่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/politics/42379&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0dgHFCXcE6-lry-yXi9fRM

  • ปธ.วุฒิสภาลงพื้นที่สตูล ติดตามสถานการณ์ท่องเที่ยว – เศรษฐกิจบนเกาะหลีเป๊ะ

    ปธ.วุฒิสภาลงพื้นที่สตูล ติดตามสถานการณ์ท่องเที่ยว – เศรษฐกิจบนเกาะหลีเป๊ะ

    ปธ.วุฒิสภาลงพื้นที่สตูล ติดตามสถานการณ์ท่องเที่ยว – เศรษฐกิจบนเกาะหลีเป๊ะ

    เผยแพร่:   ปรับปรุง:

    วันนี้ (30 เม.ย.) นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา และคณะ ลงพื้นที่จังหวัดสตูล เพื่อติดตามสถานการณ์ และรับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชน โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในพื้นที่เกาะหลีเป๊ะ ซึ่งมีผู้แทนเข้าร่วมจำนวน 50 คน ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเกาะหลีเป๊ะ

    ทั้งนี้ ก่อนการลงพื้นที่ไปยังเกาะหลีเป๊ะ ประธานวุฒิสภาได้เป็นประธานการประชุม รับฟังแนวทางการพัฒนาจังหวัดสตูลจากผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำข้อมูลไปประกอบการกำหนดนโยบายและการสนับสนุนการพัฒนาในระดับประเทศ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news1live.com/detail/9690000040908&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0O1d7cfuwyRlSQUpWgDROC

  • กลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวสัตว์ป่า ต.ระบำ คว้ารางวัลชนะเลิศการประกวดระดับจังหวัดอุทัยธานี ปี 2569 | เดลินิวส์

    กลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวสัตว์ป่า ต.ระบำ คว้ารางวัลชนะเลิศการประกวดระดับจังหวัดอุทัยธานี ปี 2569 | เดลินิวส์

    ที่ จ.อุทัยธานี ห้องประชุมศาลางกลางจงหวัดฯ  นายสมบัติ ไตรศักดิ์ ผู้ว่าราชการ จ.อุทัยธานี.เป็นประธานมอบรางวัลการประกวดกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ระดับจังหวัดฯ ปี 2569 ให้กับกลุ่มกลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวสัตว์ป่าตำบลระบำ อ.ลานสัก ที่ชนะเลิศอันดับ 1 โดยมีสำนักงานเกษตรจ.อุทัยธานี เป็นเจ้าภาพหลักการประกวดฯ

    โดยนายบุญเลิศ เทียนช้าง ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวสัตว์ป่า ต.ระบำ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี ได้เปิดเผยว่า กลุ่มฯ จัดตั้งเมื่อวันที่ 29 ตค 2564 ปัจจุบันมีสมาชิก 170 คน ส่วนปัจจัยที่ทำให้กลุ่มฯ ได้รับรางวัลชนะเลิศ คือ การบริหารงานจัดการกลุ่ม ภายใต้กระบวนการมีส่วนร่วม 4 ด้าน ได้แก่ ร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมปฏิบัติ และร่วมรับผลประโยชน์ โดยมีกลุ่มวิสาหกิจชุมชน เป็นกลไก ในการขับเคล่อนกิจกรรม

    สำหรับกิจกรรมกลุ่มฯ ที่ได้ดำเนินการ 1.การท่องเที่ยวทางน้ำ ให้บริการนักท่องเที่ยวขึ้นเรือหางยาว เพื่อไปศึกษาธรรมชาติสัตว์ป่าที่ชายป่าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าห้วยทับเสลา-ห้วยระบำ เพื่อส่องสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง อาทิ ช้าง วัวแดง วัวกระทิง เก้ง กวาง หมูป่า นกยุง ที่ลงมาแทะเล็มหญ้าและกินน้ำที่อ่างเก็บน้ำทับเสลา อ.ลานสัก ซึ่งมีจุดบริการท่าเรือ รวม 4 แห่งด้วยกัน

    2.การท่องเที่ยวทางรถยนต์ ให้บริการนำนักท่องเที่ยวขึ้นรถยนต์ เพื่อเดินทางไปยัง เพื่อศึกษาธรรมชาติที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้งและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เดินศึกษาธรรมชาติบ้านของเสือ รวมทั้งการศึกษาเรียนรู้สัตว์ป่าเขตห้ามล่าห้วยทับเสลา-ห้วยระบำ และเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติป่าชุมชนบ้านเขาเขียว-บ้านไผ่งาม

    ด้านนางแก้วใจ สารสุวรรณ์ นายก อบต.น้ำรอบ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี ได้เปิดเผยว่า เบื้องหลังความสำเร็จอีกด้านมาจาก “พลังไตรภาคี” โดยเฉพาะ อบต.ระบำ  ซึ่งเปรียบเสมือนเข็มทิศและแรงลมใต้ปีกที่พาชุมชนไปถึงเป้าหมาย โดย อบต.ระบำ ได้ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการวางโครงสร้างพื้นฐานและยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยว โดยสนับสนุนในด้าน การพัฒนาศักยภาพ จัดอบรมหลักสูตรมัคคุเทศก์ท้องถิ่นและการบริหารจัดการที่เป็นระบบ รวมทั้งสนับสนุนงบประมาณจัดทำป้ายสื่อความหมาย การพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จัดทำนโยบายเชิงรุก บรรจุแผนการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เข้าเป็นยุทธศาสตร์การพัฒนาตำบลอย่างยั่งยืน

    ขณะนายอนุพันธ์ สารสุวรรณ์ กำนัน ต.ระบำ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี ซึ่งถือเป็นผู้ที่มีบาทสำคัญในการสร้างพลังศรัทธาและกระบวนการมีส่วนร่วมและเป็นนักประสานสิบทิศ  ได้กล่าวว่า ต้องประสานความเข้าใจระหว่างชาวบ้านกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ มาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการอพยพคนออกจากป่า เพื่อแก้ไขปัญหาคนกับป่า ได้ เป็นสิ่งที่ยาก และเมื่ออพยพคนออกจากป่าได้แล้ว ก็ต้องให้ชาวบ้านอยู่ได้ มีรายได้ ด้วยการส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสัตว์ป่า ตามแผนงานที่วางไว้ โดยมีนายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี เป็นผู้สนับสนุนส่งเสริมและผลักดัน ให้เกิดการท่องเที่ยวสัตว์ป่าเชิงนิเวศ นี้ขึ้นมา เพื่อให้ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบอพยพจากป่า มีรายได้จากการส่งเสริมการท่องเที่ยว จากการให้บริการนำท่องเที่ยวชมสัตว์ป่า ศึกษาธรรมชาติ  และให้คนชุมชนมีรายได้จากการจำหน่ายสินค้าพื้นบ้าน อาหารพื้นเมือง

    สำหรับรางวัลที่ได้รับในครั้งนี้ ไม่ใช่ของคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นของชาว ต.ระบำทุกคน ที่ได้ร่วมมือ ร่วมใจละเสียสละ จนทำให้มีวันนี้ เพราะพวกเราทำด้วยหัวใจคนรักบ้านเกิด พร้อมที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนด้วยความประทับใจและมีความปลอดภัยสูงสุด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5824809/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3DOjGYkWD55eMC3S8HqUiX