Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • รัฐบาลแจงลูกหนี้ “กยศ.” อย่ากังวล หลังแอป กยศ. Connect คลาดเคลื่อนแสดงยอดหนี้ไม่ตรง ยืนยันผู้กู้ยืมเงิน กยศ. ได้รับการบันทึกไว้ในระบบอย่างครบถ้วน ถูกต้อง ไม่มีการสูญหายแต่อย่างใด

    รัฐบาลแจงลูกหนี้ “กยศ.” อย่ากังวล หลังแอป กยศ. Connect คลาดเคลื่อนแสดงยอดหนี้ไม่ตรง ยืนยันผู้กู้ยืมเงิน กยศ. ได้รับการบันทึกไว้ในระบบอย่างครบถ้วน ถูกต้อง ไม่มีการสูญหายแต่อย่างใด

    รัฐบาลแจงลูกหนี้ “กยศ.” อย่ากังวล หลังแอป กยศ. Connect คลาดเคลื่อนแสดงยอดหนี้ไม่ตรง ยืนยันผู้กู้ยืมเงิน กยศ. ได้รับการบันทึกไว้ในระบบอย่างครบถ้วน ถูกต้อง ไม่มีการสูญหายแต่อย่างใด


    30/04/2569 | 144 |

    วันนี้ (30 เม.ย. 69) นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับการแสดงผลยอดหนี้ในแอปพลิเคชัน กยศ. Connect ที่ยังไม่เป็นปัจจุบันหรือมีความคลาดเคลื่อนภายหลังการชำระหนี้ส่งผลให้ผู้กู้ยืมเงินเกิดความกังวลและขาดความมั่นใจต่อข้อมูลภาระหนี้ปัจจุบัน นั้น รัฐบาลกำชับกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) หน่วยงานภายใต้ของรัฐที่อยู่ในกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาด้วยความรอบคอบ รวมทั้งให้รายงานความคืบหน้าให้ประชาชนรับทราบผ่านช่องทางการสื่อสารอย่างเป็นทางการอย่างต่อเนื่อง เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นของผู้กู้ยืมเงินและสังคมโดยเร็วที่สุด

    นางสาวพลอยทะเล กล่าวต่อว่า จากปัญหาดังข้างต้น กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ได้ออกมายืนยันแล้วว่า รายการชำระหนี้ของผู้กู้ยืมเงินทุกท่านได้รับการบันทึกไว้ในระบบอย่างครบถ้วน ถูกต้อง และไม่มีการสูญหายแต่อย่างใด โดยผู้กู้ยืมเงินสามารถตรวจสอบข้อมูลการชำระหนี้ย้อนหลังได้ผ่านแอปพลิเคชัน กยศ. Connect ในเมนู “บริการ” > “รายการอื่น ๆ” > “รายการชำระเงินย้อนหลัง” ซึ่งจะแสดงรายละเอียดการชำระเงินทั้งหมด และสามารถใช้เป็นหลักฐานยืนยันได้ รัฐบาลขอให้ความมั่นใจว่าผู้กู้ยืมเงินจะไม่เสียสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายจากกรณีดังกล่าวอย่างแน่นอน

    “สำหรับสาเหตุที่ยอดหนี้คงเหลือในแอปพลิเคชันยังไม่แสดงผลเป็นปัจจุบัน เนื่องจาก กยศ. อยู่ระหว่างปรับปรุงระบบการคำนวณหนี้ให้เป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งมีความจำเป็นต้องตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังจำนวนมาก เพื่อให้ครอบคลุมผู้กู้ยืมเงินกว่า 4 ล้านบัญชี ซึ่งมีรายละเอียดธุรกรรมจำนวนมาก จึงส่งผลให้การพัฒนาระบบล่าช้ากว่าที่กำหนด และทำให้ข้อมูลในแอปยังไม่เป็นปัจจุบันในบางช่วงเวลา” นางสาวพลอยทะเล ระบุ

    ที่มา : https://www.thaigov.go.th/th/news/163535


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/499001&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3juotp24iRT8ELrQy6QV3v

  • ปธ.วุฒิสภาลงพื้นที่สตูล ติดตามสถานการณ์ท่องเที่ยว – เศรษฐกิจบนเกาะหลีเป๊ะ

    ปธ.วุฒิสภาลงพื้นที่สตูล ติดตามสถานการณ์ท่องเที่ยว – เศรษฐกิจบนเกาะหลีเป๊ะ

    ปธ.วุฒิสภาลงพื้นที่สตูล ติดตามสถานการณ์ท่องเที่ยว – เศรษฐกิจบนเกาะหลีเป๊ะ

    เผยแพร่:   ปรับปรุง:

    วันนี้ (30 เม.ย.) นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา และคณะ ลงพื้นที่จังหวัดสตูล เพื่อติดตามสถานการณ์ และรับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชน โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในพื้นที่เกาะหลีเป๊ะ ซึ่งมีผู้แทนเข้าร่วมจำนวน 50 คน ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเกาะหลีเป๊ะ

    ทั้งนี้ ก่อนการลงพื้นที่ไปยังเกาะหลีเป๊ะ ประธานวุฒิสภาได้เป็นประธานการประชุม รับฟังแนวทางการพัฒนาจังหวัดสตูลจากผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำข้อมูลไปประกอบการกำหนดนโยบายและการสนับสนุนการพัฒนาในระดับประเทศ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://sondhitalk.com/detail/9690000040908&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1QvIKooINcJ_YAxm5iwACR

  • ปวดใจ! ขึ้นพรวดทั้งกลุ่มเบนซิน-โซฮอล์ 85 สต. ดีเซล 60 สต. | เดลินิวส์

    ปวดใจ! ขึ้นพรวดทั้งกลุ่มเบนซิน-โซฮอล์ 85 สต. ดีเซล 60 สต. | เดลินิวส์

    ปั๊มปตท. และบางจาก ได้ประกาศปรับราคาขายปลีกน้ำมัน กลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิด เพิ่มขึ้น 0.85 บาทต่อลิตร ส่วนกลุ่มดีเซลทุกชนิด เพิ่มขึ้น 0.60 บาทต่อลิตร เว้นพรีเมียมดีเซล คงเดิม มีผล 1 พ.ค. 2569 เวลา 05.00 น. เป็นต้นไป

    โดยราคาขายปลีกจะเป็นดังนี้ เบนซิน = 52.89 บาท, GSH95 = 43.30 บาท, E20 = 36.30 บาท, E85 = 32.24 บาท, GSH91 = 42.93 บาท, พรีเมี่ยม GSH95 = 52.39 บาท, ดีเซล B7 = 40.80 บาท, HSD B20 = 33.80 บาท, พรีเมียมดีเซล = 62.10 บาท โดยราคาขายปลีกข้างต้นยังไม่รวมภาษีบำรุงกรุงเทพมหานคร.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5827014/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1EO_H5gtD-Z8qRjld-M-tN

  • เบิกเนตร’พรรคเศรษฐกิจ’กางแผนรุกดันทุเรียนไทยสู่ตลาดโลก หลังบอก’พณ.’แก้ปัญหาไม่ตรงจุด | TOPNEWS

    เบิกเนตร’พรรคเศรษฐกิจ’กางแผนรุกดันทุเรียนไทยสู่ตลาดโลก หลังบอก’พณ.’แก้ปัญหาไม่ตรงจุด | TOPNEWS

    เบิกเนตร’พรรคเศรษฐกิจ’กางแผนรุกดันทุเรียนไทยสู่ตลาดโลก หลังบอก’พณ.’แก้ปัญหาไม่ตรงจุด

    • เผยแพร่ : 30/04/2026 20:31

    “สันติสุข” เบิกเนตร “พรรคเศรษฐกิจ” กางแผนรุกดันทุเรียนไทยสู่ตลาดโลก ใช้ Live Commerce สร้างยอดขายล่วงหน้า หลังบอก “พาณิชย์” แก้ปัญหาไม่ตรงจุด

    #topnewstv #พรรคเศรษฐกิจ #ศุภจีสุธรรมพันธุ์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news-clip/1562316&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0d973522K4pBD7Rm8fMGAG

  • โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ: สหรัฐฯ และระบอบไซออนิสต์เป็นที่รู้จักในเรื่องการผิดคำมั่นสัญญา

    โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ: สหรัฐฯ และระบอบไซออนิสต์เป็นที่รู้จักในเรื่องการผิดคำมั่นสัญญา

    โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ: สหรัฐฯ และระบอบไซออนิสต์เป็นที่รู้จักในเรื่องการผิดคำมั่นสัญญา / การรับประกันที่สำคัญที่สุดเพื่อไม่ให้สงครามเกิดขึ้นอีกคือพลังของอิหร่าน

    โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ:
    🔹 เรารู้อย่างชัดเจนตั้งแต่แรกว่าระบอบไซออนิสต์จะไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง และที่ผ่านมาได้ผิดคำมั่นสัญญามาโดยตลอด
    🔹 ฝ่ายอเมริกันก็เช่นกัน แต่ไม่ว่าอย่างไร นี่ก็เป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงที่ได้ตกลงกันตั้งแต่วันแรก และมีผู้ไกล่เกลี่ยจากปากีสถานรับรองไว้ ไม่ใช่ว่ามีเพียงฝ่ายเราเท่านั้นที่กล่าวเช่นนี้ แต่เหตุการณ์ก็ไม่ได้เป็นไปตามนั้น และด้วยเหตุนี้เราจึงมาถึงจุดนี้
    🔹 เมื่อฝ่ายตรงข้ามไม่สามารถปฏิบัติตามพันธกรณีในช่วงหยุดยิง ซึ่งโดยสมมติเป็นเพียงชั่วคราว แล้วจะสามารถมีความเชื่อมั่นขั้นต่ำได้อย่างไรว่าจะปฏิบัติตามพันธกรณีที่ยาวนานและซับซ้อนกว่านี้ได้

  • คนไทยกระอักพิษ ‘ค่าครองชีพพุ่ง’ ชะลอเดินทาง หยุดยาววันแรงงาน ‘ท่องเที่ยว’ สะพัดหมื่นล้าน

    คนไทยกระอักพิษ ‘ค่าครองชีพพุ่ง’ ชะลอเดินทาง หยุดยาววันแรงงาน ‘ท่องเที่ยว’ สะพัดหมื่นล้าน

    “การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย” (ททท.) คาดการณ์สถานการณ์เดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศของคนไทยช่วงหยุดยาว “วันแรงงานแห่งชาติ” ต่อเนื่อง “วันฉัตรมงคล” ปี 2569 ระหว่างวันที่ 1-4 พ.ค. มีแนวโน้มชะลอตัวจากวิกฤติราคาน้ำมันกดดันค่าครองชีพพุ่ง

    ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า จากแรงกดดันราคาพลังงานและค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้คนไทยต้องระมัดระวังการใช้จ่ายและปรับพฤติกรรมการท่องเที่ยว คำนึงถึงงบประมาณมากขึ้น ประกอบกับเพิ่งผ่านการเดินทางท่องเที่ยวและการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลสงกรานต์

    ททท.จึงประเมินว่าช่วงหยุดยาววันแรงงานแห่งชาติและวันฉัตรมงคลปีนี้จะมีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 2.83 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้หมุนเวียนประมาณ 10,050 ล้านบาท และมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยของสถานพักแรมอยู่ที่ 64% แบ่งเป็นอัตราการเข้าพักเฉลี่ยที่เกิดจากนักท่องเที่ยวไทย 39%

    ภูมิภาคที่มี “จำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย” เดินทางเข้ามากที่สุด 3 อันดับแรก คือ ภาคกลาง 843,700 คน-ครั้ง รองลงมาคือ ภาคตะวันออก 619,500 คน-ครั้ง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 558,300 คน-ครั้ง ส่วน ภูมิภาคที่มี “รายได้จากผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย” มากที่สุด 3 อันดับแรก คือภาคตะวันออก 2,710 ล้านบาท รองลงมาคือ ภาคกลาง 1,930 ล้านบาท และภาคใต้ 1,690 ล้านบาท

    สำหรับ “จุดหมายปลายทาง” ที่ได้รับความนิยมในช่วงหยุดยาวนี้ พบว่า 5 อันดับเมืองหลักที่มีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยเดินทางเข้าพื้นที่มากที่สุด ได้แก่ กาญจนบุรี ชลบุรี กรุงเทพฯ นครราชสีมา และฉะเชิงเทรา ขณะที่ 5 อันดับเมืองน่าเที่ยว (เมืองรอง) ที่มีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยเดินทางเข้าพื้นที่มากที่สุด ได้แก่ สุพรรณบุรี อุดรธานี จันทบุรี ราชบุรี และเชียงราย

    “พฤติกรรมการเดินทางในช่วงวันหยุดยาว ส่วนใหญ่เดินทางระยะใกล้เพื่อพาครอบครัวไปท่องเที่ยวพักผ่อนก่อนเปิดภาคเรียน เน้นจุดหมายปลายทางที่เดินทางสะดวก ใช้เวลาไม่นาน และค่าใช้จ่ายไม่สูง”

    คนไทยกระอักพิษ ‘ค่าครองชีพพุ่ง’ ชะลอเดินทาง หยุดยาววันแรงงาน ‘ท่องเที่ยว’ สะพัดหมื่นล้าน

    ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์

    สอดคล้องกับข้อมูลผลการสำรวจของภาคเอกชน อาทิ ผลการสำรวจ “แผนการเดินทางท่องเที่ยวของคนไทยในไตรมาส 1/2569” ของสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) พบว่าคนไทย 16-28% มีแผนเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดเนื่องในวันแรงงานแห่งชาติต่อเนื่องวันฉัตรมงคลปี 2569 ส่วนใหญ่เลือกที่จะเดินทางท่องเที่ยวในจังหวัดตัวเองและจังหวัดใกล้เคียงมากกว่าการเดินทางข้ามภูมิภาค โดยเป็นการเที่ยวจังหวัดตัวเองและจังหวัดใกล้เคียงแบบไม่พักค้าง 12-20% และท่องเที่ยวจังหวัดใกล้เคียงมีการพักค้างคืน 2-6% ขณะที่การเดินทางข้ามภาคมีเพียง 2%

    ด้านข้อมูลจาก “อโกด้า” (Agoda) แพลตฟอร์มท่องเที่ยวออนไลน์ ระบุว่า ช่วงหยุดยาววันแรงงานและวันฉัตรมงคล ระหว่างวันที่ 30 เม.ย. – 4 พ.ค. 2569 คนไทยให้ความสนใจค้นหาจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวระยะใกล้ที่สามารถขับรถได้จากกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้น เช่น ระยอง 44%, พัทยา 40%, ชลบุรี 29%, เกาะเสม็ด 22% และหัวหิน-ชะอำ 19%

    คนไทยกระอักพิษ ‘ค่าครองชีพพุ่ง’ ชะลอเดินทาง หยุดยาววันแรงงาน ‘ท่องเที่ยว’ สะพัดหมื่นล้าน

    สำหรับ “ปัจจัยสนับสนุน” มาจาก 1.เป็นวันหยุดต่อเนื่อง เอื้อให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวที่นิยมพาบุตรหลานท่องเที่ยวช่วงปิดภาคเรียน กลุ่มนักท่องเที่ยวบางส่วนที่เลื่อนการเดินทางจากช่วงสงกรานต์ และกลุ่มวัยทำงานที่ต้องการหาที่พักผ่อนคลายร้อน

    และ 2.การจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว ทั้งที่จัดโดย ททท. และพันธมิตร รวมถึงหน่วยงานภาครัฐและเอกชน อาทิ

    • เทศกาลอาหารริมเขื่อนอัมพวา @วัดนางวัง จ.สมุทรสงคราม (1-3 พ.ค.)
    • งานเทศกาลผลไม้และของดี อำเภอเขาชะเมา จ.ระยอง (1-5 พ.ค.)
    • เทศกาลเล่นว่าวนานาชาติประจำจังหวัดฉะเชิงเทรา (1-3 พ.ค.)
    • Koh Chang Tai Charity Trail 2026 จ.ตราด (1-3 พ.ค.)
    • Ramayana Run 2026 จ.ชลบุรี (3 พ.ค.)
    • Amazing Thailand GI Tour & Trail Running 2026 (3 พ.ค.)
    • งานประเพณีสรงน้ำพระบรมธาตุเจ้าหริภุญชัย จ.ลำพูน (25 เม.ย.-1 พ.ค.)
    • ปรากฏการณ์แสง เดอะซีรีส์ ปี 2 จ.นครสวรรค์ (1-3 พ.ค.)
    • เทศกาลท่องเที่ยวเสม็ดนางชี ชมวิถีอ่าวพังงา 2026 จ.พังงา (2 พ.ค.)
    • Spotlight Koh Tao จ.สุราษฎร์ธานี 2026 (1-3 พ.ค.)
    • งานอาหารสองทะเล จ.สงขลา (24 เม.ย.-8 พ.ค.)
    • งานสีสันเมืองเลย หรือ The Colors of LOEI (1-4 พ.ค.)

    คนไทยกระอักพิษ ‘ค่าครองชีพพุ่ง’ ชะลอเดินทาง หยุดยาววันแรงงาน ‘ท่องเที่ยว’ สะพัดหมื่นล้าน

    ส่วน “ปัจจัยอุปสรรค” มาจาก 1.ราคาน้ำมันและค่าครองชีพปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อการใช้จ่ายในการเดินทางท่องเที่ยว สะท้อนได้จากข้อมูลผลการสำรวจภาวะการใช้จ่ายของผู้บริโภคประจำเดือน มี.ค. 2569 ของศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ที่พบว่าดัชนีความเหมาะสมในการใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยวในเดือน มี.ค. เริ่มกลับมาลดลง และอยู่ในระดับต่ำที่ 77.0 แสดงว่าผู้บริโภคมีความเห็นว่ายังเป็นช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสมในการใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยว

    2.การเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศของคนไทย ในช่วงวันหยุดยาวนี้คาดว่ายังคงมีการเดินทางต่อเนื่อง เพราะส่วนใหญ่วางแผนการจองไว้ล่วงหน้าแล้ว ขณะที่กลุ่มที่ยังมีกำลังซื้ออาจเลือกเดินทางระยะใกล้ขึ้น ทั้งนี้จากข้อมูลอโกด้า พบว่าในช่วงหยุดยาววันแรงงานและวันฉัตรมงคลนี้ “โฮจิมินห์” มีอัตราการค้นหาเพิ่มขึ้นสูงสุดที่ 134% รองลงมาคือดานัง 58% และฮ่องกง 2% ตามลำดับ

    คนไทยกระอักพิษ ‘ค่าครองชีพพุ่ง’ ชะลอเดินทาง หยุดยาววันแรงงาน ‘ท่องเที่ยว’ สะพัดหมื่นล้าน

    และ 3.สภาพอากาศร้อนจัดและอาจเกิดพายุฤดูร้อนในบางพื้นที่ ไม่เอื้อต่อการต่อการท่องเที่ยวหรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง นักท่องเที่ยวบางส่วนโดยเฉพาะกลุ่มผู้มีปัญหาสุขภาพอาจหลีกเลี่ยงการเดินทาง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/1231804&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3fMixyxGySBHfR2CB63Hit

  • กรมพลศึกษา จัดกิจกรรมคิกออฟ ชวนคนไทยประกวดไลน์แดนซ์ ชิงถ้วยพระราชทานฯ สนองพระบรมราโชบายพัฒนาคนไทยสู่สังคมสุขภาวะยั่งยืน

    กรมพลศึกษา จัดกิจกรรมคิกออฟ ชวนคนไทยประกวดไลน์แดนซ์ ชิงถ้วยพระราชทานฯ สนองพระบรมราโชบายพัฒนาคนไทยสู่สังคมสุขภาวะยั่งยืน

    โดย เจษฎา บุญประสม

    เขียนเมื่อ 30/04/2026 17:10 | อัพเดทล่าสุด 30/04/2026 17:10 148

    เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 ณ ลานพระพลบดี สนามกีฬาแห่งชาติ นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานเปิดกิจกรรม “KICK OFF MOVE TOGETHER แข็งแรงถ้วนหน้า สุขภาพดีทั่วไทย” ประจำปี 2569  โดยมีพลตรีสายน้ำ พินิจอักษร อนุกรรมการด้านการส่งเสริมการเล่นกีฬาฯ ผู้บริหารกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายมงคล วิมลรัตน์ อธิบดีกรมพลศึกษา พร้อมด้วยผู้บริหารกรมพลศึกษา และผู้บริหารของหน่วยงานภาคีเครือข่าย ร่วมงาน

    กรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรม “KICK OFF MOVE TOGETHER แข็งแรงถ้วนหน้า สุขภาพดีทั่วไทย” มีการออกกำลังกายเป็นวิถีชีวิต สนองพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ตามโครงการส่งเสริมการกีฬาเพื่อพัฒนาชาติไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ณ ลานพระพลบดี สนามกีฬาแห่งชาติ และออนไลน์ทั่วประเทศ  นำร่องรณรงค์ออกกำลังกายแบบ ไลน์แดนซ์ (Line Dance) ที่เข้าถึงได้ง่าย สร้างความสนุกสนานจากดนตรีผสมผสานการเต้นจังหวะที่มีแรงกระแทกน้อย เหมาะกับผู้คนทั่วไป ช่วยพัฒนาร่างกายจิตใจควบคู่ทุกระบบ 

    กิจกรรมในครั้งนี้ ถือเป็นการนำร่องรณรงค์ เนื่องจากประชาชนทั่วไปสามารถเต้นตามได้ง่าย ลดความเสี่ยงจากอาการบาดเจ็บ เป็นการเต้นประกอบดนตรีช่วยพัฒนาการทรงตัว สร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ระบบหัวใจและการไหลเวียนเลือด ควบคู่กับด้านจิตใจ ช่วยลดความเครียด และด้านสังคมกระชับความสัมพันธ์ในกลุ่มชมรม โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรม ณ ลานพระพลบดี สนามกีฬาแห่งชาติ จำนวนกว่า 1,000 คน รวมถึงยังมีการร่วมกิจกรรมของประชาชนจาก 76 จังหวัด ทั่วประเทศ ที่ร่วมเต้นไลน์แดนซ์และทำกิจกรรมไปพร้อมกันด้วย

    ทั้งนี้ กรมพลศึกษาได้จัดให้มีการประกวดไลน์แดนซ์ ประจำปี 2569 ประเภททีมประชาชนทั่วไป อายุ 25 ปี ขึ้นไป รางวัลชนะเลิศจะได้รับถ้วยรางวัลพระราชทานพร้อมเกียรติบัตรและเงินรางวัล จำนวน 25,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศ อันดับที่ 1 รับโล่รางวัลพร้อมเกียรติบัตรและเงินรางวัล จำนวน 15,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศ อันดับที่ 2 โล่รางวัลพร้อมเกียรติบัตรและเงินรางวัล จำนวน 10,000 บาท และรางวัลชมเชย เกียรติบัตรและเงินรางวัล จำนวน 5,000 บาท จำนวน 2 รางวัล 

    กิจกรรมประกวดไลน์แดนซ์ ภายใต้โครงการส่งเสริมการออกกำลังกายและกีฬาเพื่อมวลชน 4 ภาค รับสมัคร ถึงวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ประกาศผลตัวแทนภาคละ 5 ทีม ภายในวันที่ 26 มิถุนายน 2569 รอบชิงชนะเลิศ จะแข่งขันเพื่อหาผู้ชนะของแต่ละภาคประกวดวันที่ 23 และ 24 กรกฎาคม 2569 ณ อาคารกีฬานิมิบุตร กรมพลศึกษา

    นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า กิจกรรมนี้มุ่งเป้าขับเคลื่อนนโยบายส่งเสริมการออกกำลังกายและเล่นกีฬาของประชาชนทุกช่วงวัยในชุมชน ตามโครงการส่งเสริมการกีฬาเพื่อพัฒนาชาติไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อปลูกฝังให้เยาวชน และประชาชนทุกเพศทุกวัยมีนิสัยรักการออกกำลังกายและเล่นกีฬา อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาคุณภาพชีวิต สร้างสังคมที่เข้มแข็ง สุขภาพดี ห่างไกลยาเสพติดและอบายมุข คาดหวังว่าวัน KICK OFF MOVE TOGETHER จะเป็นการจุดประกายสร้าง “กิจกรรมเชิงรณรงค์” ไปสู่ “ระบบการมีส่วนร่วมในชุมชน” สามารถสร้างความแข็งแรงถ้วนหน้า สุขภาพดีทั่วไทย  ป้องกันและลดความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ลดค่ารักษาค่าใช้จ่ายของประเทศโดยรวมได้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการพัฒนาคนในชาติทุกช่วงวัยด้วยการส่งเสริมสุขภาพของประชาชน (Sport Health) คาดหวังความสำเร็จขับเคลื่อนนโยบายที่สามารถสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้อย่างเป็นรูปธรรม

    นายมงคล วิมลรัตน์ อธิบดีกรมพลศึกษา กล่าวว่า กรมพลศึกษาร่วมสนองพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตามโครงการส่งเสริมการกีฬาเพื่อพัฒนาชาติไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมรณรงค์ส่งเสริมให้ประชาชนคนไทยทุกกลุ่มวัยออกกำลังกาย เล่นกีฬาและนันทนาการอย่างสม่ำเสมอจนเป็นวิถีชีวิตเพื่อสุขภาวะที่ยั่งยืน โดยสร้างช่องทางให้มีการออกกำลังกายร่วมกันในชุมชนที่สนุกสนานเสริมสร้างความสัมพันธ์ทุกช่วงวัยสามารถเข้าถึงการออกกำลังกายและเล่นกีฬาในระดับพื้นที่ได้ ซึ่งได้เริ่มดำเนินงานทั้งการพัฒนา “จิตอาสากีฬา” แล้ว 5 รุ่น รวมกว่า 700 คน จัดตั้งชมรมส่งเสริมการออกกำลังกายและเล่นกีฬาระดับหมู่บ้านรองรับเป็นเครือข่ายนำรองแล้วรวมกว่า 2,600 ชมรม รวมทั้งการบูรณาการร่วมกับเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน เพื่อให้ดำเนินงานระดับพื้นที่ได้อย่างต่อเนื่อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://mainstand.co.th/th/news/9/article/25084&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2VvofkVRE5EgiAmBWRMTZQ

  • ธปท.ระบุเศรษฐกิจไตรมาส 1 ขยายตัวจากไตรมาสก่อนหน้า ส่งออกฟื้นตัว

    ธปท.ระบุเศรษฐกิจไตรมาส 1 ขยายตัวจากไตรมาสก่อนหน้า ส่งออกฟื้นตัว

    วันนี้, 06:15น.

              ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานการวิเคราะห์เศรษฐกิจและการเงินเดือนมีนาคม และไตรมาสที่ 1 ปี 2569 โดยระบุว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 1 ขยายตัวจากไตรมาสก่อน ทั้งด้านอุปสงค์และอุปทาน สะท้อนภาพเศรษฐกิจในช่วงก่อนสงครามในตะวันออกกลางที่ฟื้นตัว

              ขณะที่เศรษฐกิจในเดือนมีนาคมทรงตัวจากเดือนก่อน การส่งออกสินค้าและการผลิตภาคอุตสาหกรรมปรับดีขึ้น ประกอบกับการใช้จ่ายภาครัฐยังขยายตัว

              การส่งออกสินค้าโดยรวม และการผลิตภาคอุตสาหกรรมยังเพิ่มขึ้น ประกอบกับการใช้จ่ายภาครัฐที่ยังขยายตัว

    แต่เริ่มเห็นผลกระทบจากสงคราม จากการที่จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงทั้งในกลุ่มตะวันออกกลางและยุโรป การส่งออกไปตะวันออกกลางลดลงมาก การนำเข้าเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นตามการเร่งนำเข้าจากแหล่งอื่น และการบริโภคภาคเอกชนลดลงในหมวดโรงแรมและร้านอาหาร แม้มีการเร่งซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงจากความกังวลต่อการปรับขึ้นราคา

              อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนมีนาคม ปรับมาอยู่ใกล้ศูนย์จากที่ติดลบในเดือนก่อนจากหมวดพลังงานเป็นหลัก ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเป็นบวกใกล้เคียงกับเดือนก่อน สะท้อนการส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาผู้บริโภคที่ยังจำกัด

              ประเด็นที่ต้องติดตาม

    1)พัฒนาการของสงครามในตะวันออกกลาง

    2)ความสามารถในการปรับตัวของภาคธุรกิจและประชาชน

    3)มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ และ

    4)การเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าของสหรัฐฯ

    #ธนาคารแห่งประเทศไทย

    #เศรษฐกิจ

    ข่าวทั้งหมด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.js100.com/en/site/news/view/161125&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3WdfWAq9vPhqggrhPrLhyG

  • วราวุธชี้ ‘แลนด์บริดจ์’ ต้องชั่งคุ้มค่าเศรษฐกิจ-สิ่งแวดล้อม ก่อนเดินหน้า

    วราวุธชี้ ‘แลนด์บริดจ์’ ต้องชั่งคุ้มค่าเศรษฐกิจ-สิ่งแวดล้อม ก่อนเดินหน้า

    วราวุธชี้ ‘แลนด์บริดจ์’ ต้องชั่งคุ้มค่าเศรษฐกิจ-สิ่งแวดล้อม ก่อนเดินหน้า

    วราวุธชี้ ‘แลนด์บริดจ์’ ต้องชั่งคุ้มค่าเศรษฐกิจ-สิ่งแวดล้อม ก่อนเดินหน้า

    นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) และรับฟังคำบรรยายสรุปและดูศักยภาพการทำงานจริง ว่าโครงการแลนด์บริดจ์ (Landbridge) แม้จะยังไม่ได้หารือกันอย่างเป็นทางการในคณะรัฐมนตรี(ครม.) 

    แต่ส่วนตัวมองว่าหัวใจสำคัญคือการบริหารจัดการท่าเรือน้ำลึกที่จังหวัดชุมพรและระนองให้มีประสิทธิภาพ ทั้งการขนถ่ายสินค้าและการเชื่อมต่อระหว่างกัน ไม่ว่าจะเป็นทางรถไฟ ทางถนน หรือระบบท่อส่ง ซึ่งต้องพิจารณาอย่างรอบคอบว่าควรอยู่บนพื้นราบหรือทางยกระดับ 

    ทั้งนี้ ต้องเรียนว่าพื้นที่แถวนั้นอุดมสมบูรณ์มาก การดำเนินการจะต้องประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและเปรียบเทียบต้นทุนกับเวลาที่ประหยัด และเมื่อเทียบกับการผ่านช่องแคบมะละกา ท่ามกลางสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกที่เปลี่ยนไป ต้องชั่งน้ำหนักให้ดีว่าประเทศไทยจะยืนอยู่ตรงไหนในระบบเศรษฐกิจโลกยุคใหม่

    วราวุธชี้ ‘แลนด์บริดจ์’ ต้องชั่งคุ้มค่าเศรษฐกิจ-สิ่งแวดล้อม ก่อนเดินหน้า

    และที่สำคัญที่สุดคือต้องฟังเสียงของพี่น้องชาวชุมพรและระนองในฐานะเจ้าของพื้นที่ด้วย ในฐานะที่เคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทุกคนคงทราบดีว่าให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์มากแค่ไหน

    ​นอกจากนี้ประเด็นเรื่องการจะขยายพื้นที่นิคมฯ ในบริเวณดังกล่าวนั้นก็เป็นเรื่องละเอียดอ่อน เพราะมีเขตอุทยานแห่งชาติอยู่มาก

    แต่การพัฒนาประเทศต้องอาศัยความสมดุล เปรียบเหมือนรถยนต์ที่กระทรวงอุตสาหกรรมคือคันเร่ง ถ้าเหยียบอย่างเดียวโดยไม่แตะเบรกเลยก็จะเกิดอุบัติเหตุ แต่ถ้าเหยียบแต่เบรกประเทศก็ไม่พัฒนา จึงต้องมาชั่งน้ำหนักว่าสิ่งที่ได้กับสิ่งที่ต้องเสียไปนั้นคุ้มค่าหรือไม่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/657983&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1VlfPaD9vlfzPMiDG3TTcj

  • “ฟิล์ม-เทศน์” ประชันฝีมือชิงหัวใจ “เพิร์ธ” ลุ้นความลับที่ต้องซ่อนเร้น ในซีรีส์ “สกุณาซ่อนรัก”

    “ฟิล์ม-เทศน์” ประชันฝีมือชิงหัวใจ “เพิร์ธ” ลุ้นความลับที่ต้องซ่อนเร้น ในซีรีส์ “สกุณาซ่อนรัก”

    ช่องวัน 31 ส่งซีรีส์โรแมนซ์สุดเข้มข้น “สกุณาซ่อนรัก” ดึง ฟิล์ม-เทศน์-เพิร์ธ ประชันฝีมือ ลุ้นรักซ่อนเร้นและความลับในกรงขังหัวใจ เริ่มตอนแรก 27 เม.ย.นี้.
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/novel/news/2929818&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1VVOZRaXLJ5Rk6AqnDbGP2