Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • 9 ธีมเศรษฐกิจ 3 ธีมการลงทุนปี 2026

    9 ธีมเศรษฐกิจ 3 ธีมการลงทุนปี 2026

    ปี 2026 เศรษฐกิจโลกเผชิญความท้าทายจาก วิกฤตการคลัง ภาษีสหรัฐฯ และภัยธรรมชาติ แต่ยังมีโอกาสจาก AI และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน

    • เศรษฐกิจสองครึ่ง: ปี 2026 เศรษฐกิจโลกจะถูกกดดันในครึ่งปีแรกจากมาตรการภาษีสหรัฐฯ ก่อนจะฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง
    • ปีแห่งวิกฤตการคลังโลก: การคลังทั่วโลกมีความเสี่ยง โดยเฉพาะสหรัฐฯ ที่อาจเผชิญวิกฤตความเชื่อมั่นเงินดอลลาร์ในไตรมาส 2
    • Global south reunited: ประเทศกำลังพัฒนาจะร่วมมือกันมากขึ้นเพื่อต่อต้านนโยบายภาษีของสหรัฐฯ
    • ปี AI ขยายตัวเป็นวงกว้าง: การนำ AI มาใช้งานจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว สร้างโอกาสลงทุนใน Data Center และระบบสายส่งไฟฟ้า
    • ปีแห่งอุทกภัย: ปรากฏการณ์ลานีญาจะทำให้ความเสี่ยงจากภัยพิบัติธรรมชาติ เช่น อุทกภัยและภัยแล้ง ทวีความรุนแรงขึ้น
    • เศรษฐกิจไทยแย่ แต่นโยบายดี: เศรษฐกิจไทยจะชะลอตัว แต่รัฐบาลมีมาตรการกระตุ้น 5 ด้านเพื่อพยุงเศรษฐกิจ
    • ปีแห่งการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐาน: รัฐบาลจะผลักดันโครงการขนาดใหญ่ เช่น รถไฟความเร็วสูง 3 สนามบิน และ Land Bridge
    • ความเหลื่อมล้ำจะยิ่งทวีความรุนแรง: ช่องว่างระหว่างคนรวยและธุรกิจขนาดใหญ่กับ SMEs และคนรากหญ้าจะกว้างขึ้น
    • อาชญากรรมไซเบอร์จะเป็นภัยคุกคามสำคัญ: ภัยไซเบอร์จะกลายเป็นความเสี่ยงอันดับต้นๆ ทำให้ต้องลงทุนในการป้องกันมากขึ้น
    • ธีมลงทุน Earning Play: เน้นหุ้นที่ผลประกอบการเติบโตแข็งแกร่ง
    • ธีมลงทุนหุ้นได้ประโยชน์จากวงจรดอกเบี้ยขาลง: เลือกหุ้นที่ต้นทุนทางการเงินลดลงหรือได้ประโยชน์จากกำลังซื้อที่ดีขึ้น
    • ธีมลงทุนหุ้นได้อานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ: ลงทุนในกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากนโยบายรัฐ เช่น ท่องเที่ยว, ไฟแนนซ์, นิคมฯ และค้าปลีก

    เมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2026 นักลงทุนต้องเตรียมพร้อมรับมือสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อน ไม่ว่าจะเป็นความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ข้อพิพาททางการค้า การพลิกโฉมเทคโนโลยี และปัญหาหนี้สาธารณะที่ทวีความรุนแรง โดย INVX มองว่ามี 9 ธีมเศรษฐกิจโลกและไทย 

    ธีมที่ 1 เศรษฐกิจสองครึ่ง ปี 2026 เศรษฐกิจจะแบ่งเป็นสองช่วงชัดเจน ครึ่งแรกเศรษฐกิจโลกจะถูกกดดันจากมาตรการภาษีสหรัฐฯ ก่อนฟื้นตัวในครึ่งหลังเมื่อนโยบายกระตุ้นเริ่มแสดงผล ส่วนอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ คาดปรับลดอีก 1-2 ครั้งในช่วงแรกก่อนหยุดเนื่องจากเงินเฟ้อกลับมา ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์จะอ่อนตัวใน 6 เดือนแรก

    ธีมที่ 2 ปีแห่งวิกฤตการคลังโลก สถานการณ์การคลังทั่วโลกส่งสัญญาณอันตราย หลังรัฐบาลต่างๆ ล้มเหลวในการควบคุมรายจ่าย ผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวพุ่งสูงขึ้นทั่วโลก โดยพันธบัตร 30 ปีของประเทศพัฒนาแล้วเพิ่มขึ้น 300-500 จุดฐานหลัง COVID-19 สหรัฐฯ กลายเป็นจุดเสี่ยงหลัก ด้วยการขาดดุลงบประมาณกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี และต้องจ่ายดอกเบี้ย 1 ล้านล้านดอลลาร์ หรือ 20% ของรายได้ทั้งหมด ไตรมาสที่สองของปี 2026 จะเป็นช่วงวิกฤต เพราะเงินเฟ้อสหรัฐฯ จะพุ่ง 3-3.5% ภาระรายจ่ายเพิ่มขึ้น และวาระประธาน Fed หมดในพฤษภาคม หากรัฐบาลแทรกแซงบังคับให้ Fed ผ่อนคลายนโยบายท่ามกลางเงินเฟ้อสูง อาจนำไปสู่วิกฤตความเชื่อมั่นเงินดอลลาร์

    ธีมที่ 3 Global south reunited ปี 2026 จะเป็นปีที่ประเทศกำลังพัฒนาเริ่มต่อต้านทรัมป์มากขึ้น จากการที่ทรัมป์ขึ้นภาษีนำเข้าอย่างหนักต่อกลุ่ม BRICS (อินเดีย บราซิล 50% และจีนถึง 130%) ผลักดันให้ประเทศเหล่านี้หันมาร่วมมือกันมากขึ้น โดยเฉพาะอินเดียที่หลังถูกขึ้นภาษีกลับหันไปปรับความสัมพันธ์กับจีนให้ดีขึ้น บ่งชี้ว่ากลยุทธ์ของสหรัฐฯ อาจไม่ได้ผลเท่าที่ควร 

    ธีมที่ 4 ปี AI ขยายตัวเป็นวงกว้าง การนำ AI มาใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จำนวนข้อความบน ChatGPT พุ่งจาก 213 ล้านข้อความต่อวัน (มิ.ย. 2024) เป็น 716 ล้านข้อความต่อวัน (มิ.ย. 2025) โดย CEO ของ Alphabet เปิดเผยว่า AI สร้างโค้ดใหม่ถึง 30% ของผลิตภัณฑ์ทั้งหมด ทำให้ในปี 2026 จะเป็นโอกาสทองของการลงทุนใน Data Center และระบบสายส่งไฟฟ้าอัจฉริยะ โดย Goldman Sachs ประมาณการว่าต้องลงทุนระบบสายส่งไฟฟ้า 7.2 แสนล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 

    ธีมที่ 5 ปีแห่งอุทกภัย องค์การบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐ (NOAA) ระบุโอกาส 71% ที่ La Niña จะเกิดขึ้นช่วงต.ค.-ธ.ค. 2025 และคงอยู่ถึงต้นปี 2026 ปรากฏการณ์ลานีญาจะนำมาซึ่งอุทกภัย ภัยแล้ง และพายุที่รุนแรงมากขึ้นทั่วโลก เรามองว่า ความเสี่ยงจากภัยพิบัติธรรมชาติจะทวีความรุนแรงในปี 2026

    ธีมที่ 6 เศรษฐกิจไทยแย่ แต่นโยบายดี โดยเศรษฐกิจไทยจะชะลอตัวอย่างมากในไตรมาสที่สี่ของปี 2025 และครึ่งแรกของปี 2026 อาจขยายตัวต่ำกว่า 1% ประกอบกับค่าเงินบาทที่แข็งค่าและผันผวนกระทบการส่งออก อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังได้เตรียมมาตรการ 5 ด้าน ได้แก่ คนละครึ่งพลัส (44,000 ล้านบาท) แก้หนี้ผ่าน AMC (26,000 ล้านบาท) ค้ำประกัน SME (50,000 ล้านบาท) ส่งเสริมการออมผ่านพันธบัตรออมทรัพย์และสลากออนไลน์ และ BOI Fast Pass Plus (470,000 ล้านบาท) ซึ่งคาดว่าจะช่วยพยุง GDP ไตรมาสสี่ปี 2025 ให้ขยายตัว 0.8-1.0% 

    ธีมที่ 7 ปีแห่งการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐาน โดยรัฐบาลอนุทินจะต้องผลักดันโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ทางพิเศษ M7-M9 และเตรียมเปิดประมูล Land Bridge (990,000 ล้านบาท) เพราะโครงสร้างพื้นฐานเท่านั้นที่จะทำให้ไทยหลุดจากหล่มเศรษฐกิจได้

    ธีมที่ 8 ความเหลื่อมล้ำจะยิ่งทวีความรุนแรง โดยปี 2026 ความเหลื่อมล้ำจะทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อคนรวยและธุรกิจขนาดใหญ่ฟื้นตัวได้ดี ขณะที่ SMEs และประชาชนรากหญ้าประสบปัญหาหนักขึ้น ซึ่งเป็นทั้งวิกฤตที่รัฐบาลต้องเข้ามาดูแล และเป็นโอกาสสำหรับธุรกิจที่มุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าชั้นนำอย่างกลุ่ม Wealth

    ธีมที่ 9 อาชญากรรมไซเบอร์จะเป็นภัยคุกคามสำคัญในปี 2026 โดยบัญชีม้าสร้างความเสียหาย 100,000 ล้านบาทตั้งแต่ปี 2022 ขณะที่ภาครัฐจะเข้มงวดมากขึ้นผ่านพระราชกำหนดไซเบอร์ฉบับแก้ไข (เม.ย. 2025) ที่มีบทลงโทษรุนแรงขึ้นและมอบความรับผิดชอบให้สถาบันการเงิน-โทรคมนาคม ขณะที่ภาคธุรกิจและประชาชนจะต้องลงทุนในการป้องกันภัยไซเบอร์มากขึ้น มิฉะนั้นจะกลายเป็นความเสี่ยงอันดับต้นของทั้งธุรกิจและการดำเนินชีวิต

    สำหรับกลยุทธ์การลงทุน INVX ขอเสนอ 3 ธีมหลัก 

    ธีมแรก: Earning Play หุ้นที่ผลประกอบการเติบโตแข็งแกร่ง แนะนำ ADVANC BCP KTB LHSC OR PTT TRUE 

    ธีมที่สอง: หุ้นได้ประโยชน์จากวงจรดอกเบี้ยขาลง คาดธนาคารแห่งประเทศไทยจะลดดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในธันวาคมนี้ และอีก 2 ครั้งในครึ่งแรกของปี 2026 หุ้นที่ต้นทุนทางการเงินลดลง แนะนำ CENTEL GPSC TRUE ส่วนหุ้นที่ได้ประโยชน์จากกำลังซื้อดีขึ้น แนะนำ AP MTC TIDLOR 

    ธีมที่สาม: หุ้นได้อานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ กลุ่มท่องเที่ยว CENTEL ERW, กลุ่มไฟแนนซ์ MTC TIDLOR, กลุ่มนิคมและโรงไฟฟ้า WHA AMATA GULF BGRIM BCPG, หุ้นได้ประโยชน์จากบาทอ่อน KCE HANA TU และกลุ่มค้าปลีก-อาหารจากโครงการคนละครึ่งพลัส CPAXT BJC TNP CPALL CBG OSP ICHI 

    ขอให้นักลงทุนโชคดี

    – รวมทุกช่องทาง InnovestX official ให้คุณได้ติดตามข้อมูลข่าวสารการลงทุนรอบโลก คลิก : https://linktr.ee/InnovestX

    – เปิดบัญชีลงทุน InnovestX วันนี้! เปิดครั้งเดียวลงทุนได้ครบทั้งจักรวาลการลงทุน

    โหลดเลย คลิก https://innovestx.onelink.me/23if/ek1n76zm

    – ติดตามบทวิเคราะห์การลงทุนอื่นๆ เพิ่มเติมจาก InnovestX คลิก : https://bit.ly/respublisher

    #InnovestX #InnovestXResearch #InnovestXApp #จักรวาลการลงทุนในมือคุณ

    *ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยง โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/blogs/finance/investment/1204127&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2FuG5_k2KcXyb-Z1AfIUpl

  • สนุกฉิบหาย! ไทเกอร์ ไนต์ ไอ้เสือบุก! เปิดรอบปฐมทัศน์ ‘เสือ’ มหากาพย์แอ็กชันไทย – แนวหน้า

    สนุกฉิบหาย! ไทเกอร์ ไนต์ ไอ้เสือบุก! เปิดรอบปฐมทัศน์ ‘เสือ’ มหากาพย์แอ็กชันไทย – แนวหน้า

    สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล” และ “ก้องเกียรติ โปรดักชั่น” เปิดงานรอบปฐมทัศน์ “เสือ” (4 Tigers) ภาพยนตร์แอ็กชันไทยฟอร์มยักษ์แห่งปีภายใต้ธีม “ไทเกอร์ ไนต์ ไอ้เสือบุก” …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/entertain/922826&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1od1kXnke8LziTRaVtktM6

  • SPU Film คว้ารางวัลชมเชย!!โครงการประกวดหนังสั้น “พัทยาเมืองสร้างฝัน เมืองสร้างสรรค์ด้านภาพยนตร์ …

    SPU Film คว้ารางวัลชมเชย!!โครงการประกวดหนังสั้น “พัทยาเมืองสร้างฝัน เมืองสร้างสรรค์ด้านภาพยนตร์ …

    “ทีมหลังคาฟิล์ม” FD66. นายณัชพัฒน์ บุปผา. นายเมธา งามขุนทด. นายธีรภัทร์ ว่องเกื้อกูล. อีกหนึ่งความสำเร็จที่สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของนักศึกษาสาขา …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.spu.ac.th/fac/commarts/2025/10/22/spu-film-%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25A7%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%258A%25E0%25B8%25A1%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%258A%25E0%25B8%25A2%25E0%25B9%2582%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B2/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3H7Mg8VpPwj9p11apwbi9O

  • ครม. เห็นชอบในหลักการ 4 มาตรการย่อยกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ

    ครม. เห็นชอบในหลักการ 4 มาตรการย่อยกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ

    ครม. เห็นชอบในหลักการ 4 มาตรการย่อยกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ

    (21 ตุลาคม 2568) นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติให้ความเห็นชอบในหลักการ 4 มาตรการย่อย กระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ ตามที่กระทรวงการคลัง (กค.) เสนอ

    โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า กค. ได้เสนอมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศเพื่อเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการท่องเที่ยวภายในประเทศในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2568 และสร้างแรงส่งทางเศรษฐกิจไปยังปี 2569 ซึ่งประกอบด้วย 4 มาตรการย่อย ได้แก่

    (1) มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวเมืองรอง เพื่อช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจภายในประเทศและสนับสนุน ห่วงโซ่อุปทานด้านการท่องเที่ยว อีกทั้งสนับสนุนการบริโภคและส่งเสริมการจ้างงานในพื้นที่ ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม – 15 ธันวาคม 2568 โดย
    –  ให้ผู้มีเงินได้ แต่ไม่รวมถึงห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคลนำค่าที่พัก และค่าบริการของร้านอาหารที่จ่ายให้แก่ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม – 15 ธันวาคม 2568 ในการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศมาหักลดหย่อนตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 20,000 บาท

    – กำหนดสิทธิประโยชน์ทางภาษีในการหักค่าใช้จ่ายได้ ดังนี้

    (1) ลดหย่อนได้ 1.5 เท่าของค่าที่พักและค่าบริการของร้านอาหารตามที่จ่ายจริงในจังหวัดท่องเที่ยวรอง จำนวน 55 จังหวัด และพื้นที่บางอำเภอในจังหวัด 15 จังหวัด ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร
    (2) ลดหย่อนได้ 1.0 เท่าของค่าที่พักและค่าบริการของร้านอาหารตามที่จ่ายจริงในจังหวัดอื่นนอกจากจังหวัดท่องเที่ยวรอง
    (2) มาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายด้านการฝึกอบรม ประชุมสัมมนาประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 (Front Load) เพื่อให้มีการเร่งรัดการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายด้านการฝึกอบรม ประชุม สัมมนาประจำปี งบประมาณ พ.ศ. 2569 เดือนตุลาคม 2568 – เดือนมกราคม 2569 โดย

    1. ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และ อปท. เร่งรัดการเบิกค่าใช้จ่าย ด้านการฝึกอบรม ประชุม สัมมนาประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ในส่วนของการพัฒนาบุคลากรของหน่วยงานไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของวงเงินฝึกอบรม ประชุม สัมมนา ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 – เดือนมกราคม 2569 โดยให้พิจารณาดำเนินการในเมืองท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยเฉพาะจังหวัดท่องเที่ยวรองเป็นลำดับแรก
    2. กำหนดให้การขับเคลื่อนมาตรการดังกล่าวเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดผลการปฏิบัติราชการ (Key Performance Indicator: KPI)  ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ของหัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ (เฉพาะรัฐวิสาหกิจที่ดำเนินงานตามปีงบประมาณ) และ อปท. โดยให้รายงานผลการเบิกจ่ายดังกล่าวต่อคณะกรรมการติดตามเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณและการใช้จ่ายภาครัฐต่อไป 
    3. มอบหมายให้ กค. โดยกรมบัญชีกลาง พิจารณาความเหมาะสมของอัตราค่าเช่าที่พัก และค่าอาหารสำหรับการจัดฝึกอบรมในประเทศให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันต่อไป
    (3) มาตรการขยายระยะเวลาการปรับลดอัตราภาษีสำหรับกิจการบันเทิงหรือหย่อนใจ ประเภทที่ 17.01 เพื่อสนับสนุนนโยบายรัฐบาลและกระตุ้นเศรษฐกิจในภาคท่องเที่ยวและบริการให้สอดคล้องกับนโยบายสนับสนุนภาคการท่องเที่ยวของรัฐบาล ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2569 โดยขยายเวลาปรับลดอัตราภาษีตามมูลค่าจากร้อยละ 10.0 เป็นร้อยละ 5.0ออกไปอีก 1 ปี โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2569 สำหรับกิจการบันเทิงหรือหย่อนใจ ประเภทที่ 17.01
    (4) มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการปรับปรุงโรงแรมที่พัก เพื่อดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลที่จะเร่งฟื้นความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวโดยการจูงใจให้ภาคเอกชนปรับปรุงโรงแรมที่พักและแหล่งท่องเที่ยวผ่านกลไกภาษี สำหรับรายจ่ายที่จ่ายไปตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2568 – วันที่ 31 มีนาคม 2569 โดยให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ประกอบกิจการโรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม หักรายจ่ายการต่อเติม เปลี่ยนแปลง ขยายออก หรือทำให้ดีขึ้นซึ่งทรัพย์สิน ที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการ แต่ไม่ใช่เป็นการซ่อมแซมให้คงสภาพเดิมได้ 2 เท่า โดยยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับเงินได้เป็นจำนวน ร้อยละ 100 ของรายจ่ายดังกล่าวตามจำนวนที่จ่ายจริง

    โครงการสินเชื่อสำหรับผู้ประกอบกิจการโรงแรม สถาบันการเงินเฉพาะกิจ ได้แก่ ธนาคารออมสิน ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ได้จัดทำโครงการสินเชื่อสำหรับผู้ประกอบกิจการโรงแรมที่ต้องการแหล่งเงินทุนเสริมสภาพคล่อง โดย กค. อยู่ระหว่างพิจารณาเสนอโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) GSB พลิกฟื้นธุรกิจไทยของธนาคารออมสิน วงเงินโครงการรวม 100,000 ล้านบาท ซึ่งได้แบ่งวงเงิน จำนวน 10,000 ล้านบาท เพื่อฟื้นฟูและปรับปรุงธุรกิจท่องเที่ยว (Renovation) รวมถึง Supply Chain ด้วยแล้ว นอกจากนี้ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม จัดทำโครงการค้ำประกันสินเชื่อให้กับผู้ประกอบกิจการ ดังกล่าว เพื่อปรับปรุงสถานประกอบการ โรงแรมที่พัก และดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้อง

    โดย ครม. ได้มีมติตามที่กระทรวงการคลัง (กค.) เสนอ ดังนี้

    1. เห็นชอบในหลักการของมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวและร่างกฎกระทรวง (ฉบับที่ ..) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร จำนวน 1 ฉบับ
    2. เห็นชอบในหลักการของมาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายด้านการฝึกอบรม ประชุม สัมมนาประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 (Front Load) และการกำหนดให้การขับเคลื่อนมาตรการดังกล่าวเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดผลการปฏิบัติราชการ (Key Performance Indicator: KPI) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ของหัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ (เฉพาะ รัฐวิสาหกิจที่ดำเนินงานตามปีงบประมาณ) และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) โดยให้รายงานผลการเบิกจ่ายดังกล่าวต่อคณะกรรมการติดตามเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณและการใช้จ่ายภาครัฐ พร้อมทั้งมอบหมายให้ กค. โดยกรมบัญชีกลางพิจารณาทบทวนความเหมาะสมของอัตรา ค่าเช่าที่พักและค่าอาหารสำหรับการจัดฝึกอบรมในประเทศให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันต่อไป
    3. เห็นชอบในหลักการของมาตรการขยายระยะเวลาการปรับลดอัตราภาษีสำหรับกิจการบันเทิงหรือหย่อนใจ ประเภทที่ 17.01 และร่างกฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. จำนวน 1 ฉบับ พร้อมนี้ขอความร่วมมือกรมการปกครองให้นำผู้ประกอบการมาจดทะเบียนสถานประกอบการเพื่อขยายฐานภาษีสรรพสามิตต่อไป
    4. เห็นชอบในหลักการของมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการปรับปรุงโรงแรมที่พัก และร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่..) พ.ศ. …. จำนวน 1 ฉบับ
    5. รับทราบการดำเนินโครงการสินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการโรงแรมของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ

    โดย กค. คาดการณ์ว่ามาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศจะช่วยให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวไปยังจังหวัดท่องเที่ยวรองมากขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการที่มีความเชื่อมโยงกับธุรกิจท่องเที่ยวมีรายได้เพิ่มขึ้น จ้างงานเพิ่มขึ้น รายได้ครัวเรือนเพิ่มขึ้น ช่วยกระตุ้นให้เกิดการลงทุนและการจ้างงานต่อไปในอนาคต ทั้งนี้ การดำเนินมาตรการดังกล่าว คาดว่าจะช่วยกระตุ้นให้เศรษฐกิจ ปี 2568 ขยายตัวเพิ่มขึ้นช่วงร้อยละ 0.04 – 0.05 เมื่อเทียบกับกรณีที่ไม่มีการดำเนินมาตรการ และปี 2569 ขยายตัวเพิ่มขึ้นช่วงร้อยละ 0.03 – 0.04 เมื่อเทียบกับกรณีที่ไม่มีการดำเนินมาตรการ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://fm91bkk.com/newsarticle/59649&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1T_OKdyif9jGWoOJUIoge_

  • กองทัพบกผนึกกำลังร่วมกับองค์กรด้านการท่องเที่ยว ขับเคลื่อนการพัฒนาการท่องเที่ยวภายในประเทศ เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่สังคมและประชาชนในระดับสูงสุด

    กองทัพบกผนึกกำลังร่วมกับองค์กรด้านการท่องเที่ยว ขับเคลื่อนการพัฒนาการท่องเที่ยวภายในประเทศ เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่สังคมและประชาชนในระดับสูงสุด

    กองทัพบกผนึกกำลังร่วมกับองค์กรด้านการท่องเที่ยว ขับเคลื่อนการพัฒนาการท่องเที่ยวภายในประเทศ เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่สังคมและประชาชนในระดับสูงสุด


    22/10/2568 | 90 |

    การประชุมว่าด้วยเรื่องการจัดทำบันทึกความเข้าใจเกี่ยวกับข้อตกลงการจัดทำ MOU เกี่ยวกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวและกีฬาระหว่าง กองทัพบก กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กรมการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย การกีฬาแห่งประเทศไทย และกรมพละศึกษา มีขึ้นเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2568 ณ ห้องประชุมศรีสิทธิสงครามภายในกองบัญชาการกองทัพบก โดย

    พลเอก อานุภาพ ศิริมณฑล หัวหน้าคณะฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา ประธานการประชุม กล่าวถึงการตระหนักถึงความรักชาติและหวงแหนแผ่นดินตามนโยบายของผู้บัญชาการทหารบก ซึ่งมีแนวคิดให้หน่วยทหารขึ้นตรงทั่วประเทศเน้นการเปิดพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวในเขตทหาร ภายใต้แบรนด์Armyland รวมถึงการเป็นเจ้าบ้านที่ดีให้กับประชาชน และนักท่องเที่ยวทั่วไป เนื่องจาก กองทัพบกมีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่มีศักยภาพ ความเป็นอัตลักษณ์ และมีความเป็นเอกลักษณ์

    การบูรณาการด้านความร่วมมือต่อการพัฒนางานด้านการท่องเที่ยวครั้งนี้ มีการหารือร่วมกันเพื่อวางกรอบแผนดำเนินการความร่วมหรือ Joint Action Plan ภายใต้การประชุมหารือร่วมกันระหว่างกองทัพบกและองค์กรการท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้อง การจัดทำบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการส่งเสริมการท่องเที่ยวและกีฬา มีขึ้นก่อนที่จะมีพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงอย่างเป็นทางการในลำดับต่อไป ทั้งนี้กองทัพบกเสนอแนวทางการบูรณาการความร่วมมือใน 4 ด้านหลักประกอบด้วย การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ทหาร การสนับสนุนด้านการตลาด การประชาสัมพันธ์และการสื่อสารภาพลักษณ์ การร่วมจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ทหาร อาทิ กิจกรรมกีฬาได้แก่ แรลลี่ เทรล ผจญภัย กิจกรรม Amazing MuayThai Festival ที่อุทยานราชภักดิ์ ตลอดจนให้การสนับสนุนแหล่งท่องเที่ยวแนวใหม่ ในรูปแบบของ Unseen Armyland รวมถึง แหล่งท่องเที่ยวที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และความเป็นมาของชาติ

    https://www.facebook.com/share/p/1BNUHRrGZ2/


    image รูปภาพ

    image


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/433828&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2D45AZ0eM5X6SnoyxYe13Y

  • เด็กนักเรียนไทยอิ่มท้อง กระทรวงศึกษาฯ ของบฯ 6.2 พันล้าน อุดหนุนอาหารกลางวัน

    เด็กนักเรียนไทยอิ่มท้อง กระทรวงศึกษาฯ ของบฯ 6.2 พันล้าน อุดหนุนอาหารกลางวัน

    “นฤมล” ดันงบกลางปี 69 กว่า 6.2 พันล้านบาท อุดหนุนอาหารกลางวันนักเรียน 1.4 ล้านคน ตั้งแต่ก่อนประถมจนถึง ม.3

    วันที่ 22 ตุลาคม 2568 นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนว่า ที่ประชุมมีมติอนุมัติแนวทางการขอรับงบประมาณอุดหนุนค่าอาหารกลางวันสำหรับนักเรียนโรงเรียนเอกชน เพื่อเตรียมเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขอรับงบกลางปี 2569

    นางนฤมลกล่าวต่อว่า แนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสร้างความเท่าเทียมด้านภาวะโภชนาการแก่เด็กไทย โดยขอรับการสนับสนุนงบประมาณทั้งสิ้น 6,244 ล้านบาทเศษ (เพิ่มขึ้น 3,991 ล้านบาทเศษ) ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายนักเรียนกว่า 1,406,329 คน ใน 3,213 โรงเรียนทั่วประเทศ โดยการขอรับงบประมาณอุดหนุนอาหารกลางวันสำหรับนักเรียน 2 กลุ่มหลัก คือ นักเรียนเอกชนทั่วไปก่อนประถมศึกษา – ป.6 ครอบคลุมนักเรียน 1,291,107 คน ใช้งบประมาณ 5,735 ล้านบาทเศษ และนักเรียนโรงเรียนเอกชนการกุศลระดับ ม.1 – ม.3 ครอบคลุมนักเรียน 115,222 คน ใช้งบประมาณเพิ่มขึ้น 509 ล้านบาทเศษ

    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาฯ บอกด้วยว่า การขยายงบอุดหนุนไปถึงระดับมัธยมศึกษาตอนต้นในโรงเรียนเอกชนการกุศล ถือเป็นการตอบสนองความต้องการของโรงเรียนในกลุ่มนี้ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อสงเคราะห์นักเรียนยากจนหรือด้อยโอกาสทางการศึกษา โดยสอดคล้องกับแนวทางของโรงเรียนขยายโอกาสในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) 

    นอกจากนี้ที่ประชุม กช. ยังได้รับทราบความคืบหน้าการจัดทำร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โรงเรียนเอกชนฉบับใหม่ ซึ่งขณะนี้ได้ผ่านการรับฟังความคิดเห็นแล้ว และเตรียมเสนอเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. ภายในต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ เพื่อผลักดันเข้าสู่วาระการประชุมของสภาผู้แทนราษฎรต่อไป ซึ่ง พ.ร.บ. ฉบับใหม่นี้จะช่วยแก้ไขปัญหาอุปสรรคในการจัดการศึกษาเอกชน ทำให้เกิดความทันสมัยและสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลกปัจจุบัน.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2890663&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3w5mzPIOEhYDyJ9slHCg7g

  • “กสทช.” เคาะ “เน็ตคนละครึ่ง” 160 บาท ใช้นาน 3 เดือน เตรียมชงเข้าครม. 28 ต.ค.นี้

    “กสทช.” เคาะ “เน็ตคนละครึ่ง” 160 บาท ใช้นาน 3 เดือน เตรียมชงเข้าครม. 28 ต.ค.นี้

    ค่ายมือถือยอมแล้ว! กสทช.เคาะแล้ว ‘เน็ตคนละครึ่ง’ 160 บาทรวมภาษี ให้เน็ต 40 GB ต่อเดือนนาน 3 รอบบิล ชงดีอีเสนอครม.28 ต.ค.นี้

    • กสทช. เตรียมเสนอโครงการ “เน็ตคนละครึ่ง” เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีในวันที่ 28 ต.ค.นี้
    • โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกว่า 14 ล้านราย
    • โครงการกำหนดอัตราค่าบริการอินเทอร์เน็ตที่ 160 บาทต่อเดือน (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) โดยผู้ใช้งานจะได้รับข้อมูล (ดาต้า) ความเร็วสูง 40 GB ต่อเดือน
    • ผู้เข้าร่วมโครงการจะสามารถใช้สิทธิ์ในราคาดังกล่าวได้เป็นระยะเวลานาน 3 รอบบิล 
    • งบประมาณสำหรับโครงการนี้จะได้รับการสนับสนุนจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง โทรทัศน์ และโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ (กองทุน กทปส.)

    นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการและรักษาการเลขาธิการ สำนักงานกิจการกระจายเสียงแห่งกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ สำนักงาน กสทช. เตรียมเสนอโครงการเน็ตคนละครึ่ง สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกว่า 14 ล้านราย เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 28 ต.ค.68 โดยใช้งบประมาณสนับสนุนจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง โทรทัศน์ และโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ (กองทุน กทปส.) เพื่อยกระดับโอกาสการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตในกลุ่มผู้มีรายได้น้อยให้สามารถใช้ประโยชน์ด้านการศึกษาได้อย่างเท่าเทียม

    โดยการหารือกับผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (โอเปอเรเตอร์) มีการต่อรองโดยเอกชนระบุว่า การให้บริการอยู่ที่ 199 บาทต่อเดือนไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่ทางนายไตรรัตน์ระบุว่าต้องต่ำกว่านั้น จึงสรุปที่อัตราค่าบริการในโครงการ ‘เน็ตคนละครึ่ง’ ที่ 160 บาทรวมภาษีมูลค่าเพิ่มความเร็วอินเทอร์เน็ต (ดาต้า) อยู่ที่ 40 GB ต่อเดือนนาน 3 รอบบิล

    โดยขั้นตอนต่อจากนี้จะเสนอมาตรการดังกล่าวแก้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 28 ต.ค.นี้ 

    อย่างไรก็ตาม แม้โครงการจะช่วยลดค่าใช้จ่ายอินเทอร์เน็ตให้กับประชาชนโดยตรง แต่ปัญหาใหญ่ที่เป็นอุปสรรค คือ ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวนมากยังใช้โทรศัพท์มือถือระบบ 2G ซึ่งไม่รองรับการใช้งานอินเทอร์เน็ต ทั้งในด้านความเร็วและความสามารถด้านฟังก์ชันพื้นฐาน ด้วยเหตุนี้ ภาครัฐจึงอยู่ระหว่างการเตรียมหารือกับผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (โอเปอเรเตอร์) เพื่อพิจารณามาตรการสนับสนุนการเปลี่ยนหรืออัปเกรดอุปกรณ์ให้รองรับระบบ 4G หรือ 5G 

    เราขอความร่วมมือกับค่ายมือถือ ให้ไปหามาตรการคิดแพกเก็จเปลี่ยนโทรศัพท์มือถือของประชาขนในปัจจุบันเป็นสมาร์ทโฟน เพื่อควบคู่ไปกับแผนการยกเลิกใช้งานเครือข่าย 2G และ 3G

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ สำนักงาน กสทช. อยู่ระหว่างทำประชาพิจารณ์ เรื่อง แนวทางการกำหนดและกำกับดูแลโครงสร้างอัตราค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ภายในประเทศ สำหรับการดำเนินการตามประกาศ กสทช. เรื่อง การกำหนดและกำกับดูแลอัตราขั้นสูงของค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ภายในประเทศในส่วนที่เกินกว่าสิทธิการใช้งานของรายการส่งเสริมการขายหลัก และจัดทำร่างประกาศ กสทช. ฉบับใหม่ 

    โดยสำนักงาน กสทช. จะเตรียมเสนอ กสทช. เพื่อหาแนวทางกำกับดูแลค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้สอดคล้องกับสภาพตลาด การแข่งขัน และต้นทุนที่มีการเปลี่ยนแปลงไป รวมทั้งเป็นการดูแลผู้บริโภคให้มีทางเลือกในการใช้งาน

    นายไตรรัตน์ กล่าวว่า สาระสำคัญของการพิจารณาวันนี้ เป็นการหาแนวทางปรับปรุงการกำกับดูแลอัตราค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งได้บังคับใช้ตั้งแต่ปี 2563 ให้สะท้อนสถานการณ์ปัจจุบันที่อุตสาหกรรมโทรคมนาคมเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก โดยได้มีการเสนอให้ปรับปรุงอัตราค่าบริการสำหรับรายการส่งเสริมการขายหลักขั้นเริ่มต้น หรือ แพ็กเกจธงฟ้า ที่เดิมกำหนดให้ไม่เกิน 240 บาทต่อเดือนคาดเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน ให้มีราคาถูกลงโดยกำหนดสิทธิการใช้งานให้สอดคล้องกับการใช้งานในปัจจุบัน ซึ่งรวมเฉพาะบริการเสียงและอินเทอร์เน็ตเคลื่อนที่เท่านั้น ไม่รวมบริการ SMS และ MMS 

    สำหรับการกำหนดค่าบริการใหม่ที่ปรับลดลงนั้น มาจากการนำรายรับเฉลี่ยต่อเลขหมายต่อเดือนจากบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ได้รับจากผู้ใช้บริการรายเดือนและเติมเงินมาคำนวณ กล่าวคือ ผู้ใช้บริการจะได้ค่าใช้บริการที่ถูกลงสำหรับบริการพื้นฐานที่จำเป็นคือ การโทร และการใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเคลื่อนที่ ซึ่งเข้ามาทดแทนพฤติกรรมการใช้งาน SMS และ MMS ได้

    นอกจากนี้ สำนักงาน กสทช. ได้เสนอแนวทางให้ผู้ให้บริการมีรายการส่งเสริมการขายหลักขั้นเริ่มต้น หรือ แพ็กเกจธงฟ้าอย่างน้อย 2 ประเภท ได้แก่ บริการแบบจ่ายตามการใช้งาน (Pay Per Use) และบริการแบบเหมาจ่าย (Flat Rate)

    ซึ่งสำนักงาน กสทช. มีความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่ง ว่าการทบทวนโครงสร้างอัตราค่าบริการโทรศัพท์มือถือในครั้งนี้ และการนำเสนอแนวทางนี้ จะเป็นการส่งเสริมให้การให้บริการของโทรคมนาคมเกิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คงไว้ซึ่งประสิทธิภาพ และเป็นเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้บริโภคอย่างแท้จริง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/tech/gadget/1204301&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Jc8poha-ltX4AFxCj8UhO

  • ประวัติ “วรภัค ธันยาวงษ์” อดีตนายแบงก์ดัง นั่งเก้าอี้ รมช.คลัง 34 วัน ก่อนลาออก

    ประวัติ “วรภัค ธันยาวงษ์” อดีตนายแบงก์ดัง นั่งเก้าอี้ รมช.คลัง 34 วัน ก่อนลาออก

    เปิดประวัติ “วรภัค ธันยาวงษ์” อดีตนายแบงก์ดัง นั่งเก้าอี้ รมช.คลัง 34 วัน ก่อนตัดสินใจลาออก

    ภายหลังการประกาศลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังของ นายวรภัค ธันยาวงษ์ เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2568 ทำให้หลายคนสนใจประวัติและเส้นทางการทำงานของอดีตผู้บริหารระดับสูงในแวดวงการเงินการธนาคารท่านนี้ เนื่องจากดำรงตำแหน่งได้เพียง 34 วัน ท่ามกลางกระแสข่าวเชื่อมโยงกับกลุ่มสแกมเมอร์

    ประวัติส่วนตัวและการศึกษา

    นายวรภัค ธันยาวงษ์ เกิดเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2507 สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาวิทยาการจัดการและระบบคอมพิวเตอร์ จากมหาวิทยาลัยโอคลาโฮมา สเตต สหรัฐอเมริกา และจบปริญญาโท สาขาการเงิน จากคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยมิสซูรี เมืองแคนซัสซิตี

    นอกจากนี้ ยังได้รับปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง ด้านชีวิตส่วนตัว นายวรภัคสมรสกับนางกนกพร ธันยาวงษ์ มีบุตรและธิดารวม 4 คน

    เส้นทางอาชีพในแวดวงการเงิน

    นายวรภัคเป็นบุคคลที่มีประสบการณ์ทำงานในสถาบันการเงินชั้นนำทั้งในและต่างประเทศยาวนานกว่า 30 ปี โดยเคยดำรงตำแหน่งสำคัญหลายแห่งดังนี้:

    • ผู้เชี่ยวชาญด้านลิสซิ่ง บริษัท ไอบีเอ็ม (ประเทศไทย)
    • กรรมการผู้จัดการใหญ่ แบงก์ออฟอเมริกา สาขาประเทศไทย
    • กรรมการผู้จัดการ ธนาคารดอยช์แบงก์ สาขาประเทศไทย
    • กรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธนาคารและบริษัทหลักทรัพย์ เจพีมอร์แกน (ประเทศไทย)
    • รองผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ 1 ธนาคารไทยพาณิชย์
    • ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันซ่า และฟินันซ่า แคปิตอล

    จุดสูงสุดของชีวิตการทำงานคือการได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ของธนาคารกรุงไทย ตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 และดำรงตำแหน่งจนครบวาระ 4 ปี

    thaigov.go.th

    ก้าวสู่ตำแหน่ง รมช.คลัง และการลาออก

    นายวรภัคเข้าสู่สนามการเมืองเมื่อได้รับการเสนอชื่อให้เข้าร่วมทีมรัฐบาล และมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2568 ซึ่งเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ด้านเศรษฐกิจการเงินอย่างสูง

    อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 22 ตุลาคม 2568 นายวรภัคได้ประกาศลาออกจากตำแหน่ง หลังถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการสแกมเมอร์ โดยเจ้าตัวยืนยันในความบริสุทธิ์อย่างหนักแน่นว่าไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจผิดกฎหมายใดๆ ทั้งสิ้น และการลาออกก็เพื่อไม่ให้เรื่องส่วนตัวสร้างความกังวลและเป็นภาระต่อการบริหารประเทศของรัฐบาล

    รางวัลเกียรติยศที่เคยได้รับ

    จากผลงานที่โดดเด่นในแวดวงธุรกิจการเงิน นายวรภัคเคยได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ ได้แก่:

    • Thailand Business Leader of the year Award จาก CNBC เครือข่ายสถานีโทรทัศน์ข่าวธุรกิจชั้นนำ
    • รางวัลนักการเงินแห่งปี 2558

    สรุปเส้นทาง รมช.คลัง 34 วัน

    การดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังของนายวรภัค ธันยาวงษ์ เป็นช่วงเวลาที่สั้นเพียง 34 วัน นับจากวันโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งจนถึงวันลาออก การตัดสินใจครั้งนี้เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจและรักษาภาพลักษณ์ของรัฐบาล ซึ่งเจ้าตัวยืนยันว่าจะใช้กระบวนการทางกฎหมายดำเนินการกับผู้ที่บิดเบือนและเผยแพร่ข้อมูลเท็จต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9852386/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1fa1WsSEmknEGj-6vfnnc2

  • “รมว.นฤมล”ประชุมบอร์ด กช. อนุมัติงบอุดหนุนอาหารกลางวันเด็กเอกชน-เอกชนการกุศลฯ กว่า 1.4 ล้านคนทั่ว ประเทศ

    “รมว.นฤมล”ประชุมบอร์ด กช. อนุมัติงบอุดหนุนอาหารกลางวันเด็กเอกชน-เอกชนการกุศลฯ กว่า 1.4 ล้านคนทั่ว ประเทศ

    วันที่ 22 ต.ค. 2568 เวลา 9.30 น. ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) ครั้งที่ 3/2568 โดยมีคณะกรรมการและผู้บริหารการศึกษาที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุมราชวัลลภ โดยที่ประชุมได้พิจารณาถึงแนวทางการอุดหนุนเป็นค่าอาหารกลางวันสำหรับนักเรียนโรงเรียนเอกชน ตามมติของบอร์ด กช. เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2567 เพื่อเสนอขอรับการสนับสนุนงบกลาง ปี 2569 จากคณะรัฐมนตรี ซึ่งเป็นจำนวนงบประมาณทั้งสิ้น 6,244 ล้านบาทเศษ (งบประมาณเพิ่มขึ้น 3,991 ล้านบาทเศษ) ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายนักเรียนโรงเรียนเอกชน จำนวน 1,406,329 คน ใน 3,213 โรงเรียน ตามมติของบอร์ด กช.

    ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า ที่ประชุมได้หารือร่วมกันถึงแนวทางการอุดหนุนเป็นค่าอาหารกลางวันของนักเรียนในโรงเรียนเอกชน ซึ่งเป็นความพยายามของ กช. ที่ต้องการสร้างความเท่าเทียมด้านภาวะโภชนาการแก่เด็กไทย โดยขอรับงบประมาณอุดหนุนแก่โรงเรียน 2 กลุ่ม คือ กลุ่มแรกคือนักเรียนโรงเรียนเอกชนที่รับเงินอุดหนุนรายบุคคลในระดับก่อนประถมศึกษา – ระดับประถมศึกษาปีที่ 6 ทุกคน ซึ่งจะครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายนักเรียน จำนวน 1,291,107 คน (3,103 โรงเรียน) ใช้งบประมาณทั้งสิ้นจำนวน 5,735,413,400 บาท (เพิ่มขึ้น 3,482,378,400 บาท) และกลุ่มที่ 2 นักเรียนโรงเรียนเอกชนการกุศลระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 – 3 ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายนักเรียน จำนวน 115,222 คน ใช้งบประมาณเพิ่มขึ้น 509,083,600 บาท ซึ่งสอดคล้องกับที่โรงเรียนเอกชนการกุศลขอให้ ศธ.ช่วยเหลือเงินอุดหนุนค่าอาหารกลางวันให้ถึงระดับมัธยมศึกษา เช่นเดียวกับโรงเรียนขยายโอกาสของ สพฐ. ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อสงเคราะห์นักเรียนยากจนหรือด้อยโอกาสทางการศึกษาโดยไม่เก็บค่าธรรมเนียมการศึกษา มีอยู่ 550 โรง เช่น โรงเรียนในพระราชูปถัมภ์ โรงเรียนการกุศลของวัดในพระพุทธศาสนา โรงเรียนการศึกษาสงเคราะห์ และโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามควบคู่วิชาสามัญ

    นอกจากนี้ ได้รับทราบรายงานความคืบหน้าการจัดทำร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โรงเรียนเอกชน พ.ศ. …. ที่ผ่านการรับฟังความคิดเห็นแล้ว เพื่อนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีภายในต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ เพื่อผลักดันสู่วาระการประชุมของสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ที่จะช่วยแก้ไขปัญหาอุปสรรคการศึกษาเอกชน มีความทันสมัย และสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคปัจจุบัน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/250848&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3hYztUGbbxTYW6hczwH_QO

  • เคาน์เตอร์เซอร์วิส รับโล่เชิดชูเกียรติ สนับสนุนการดำเนินงานกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ต่อเนื่องกว่า 13 ปี – บริษัท ซีพี ออลล์ จํากัด (มหาชน)

    เคาน์เตอร์เซอร์วิส รับโล่เชิดชูเกียรติ สนับสนุนการดำเนินงานกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ต่อเนื่องกว่า 13 ปี – บริษัท ซีพี ออลล์ จํากัด (มหาชน)

    นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานเปิดงาน “Job and Market Fair: มหกรรมสร้างงาน สร้างอาชีพคนพิการ” พร้อมมอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่หน่วยงานที่ให้การสนับสนุนการดำเนินงานของกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ

    ในโอกาสนี้ บริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส จำกัด ได้รับโล่เชิดชูเกียรติจากการให้บริการเป็นช่องทางรับชำระเงินกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการอย่างต่อเนื่องมากว่า 13 ปี โดยมี นางภัททิยา ภาชนะทิพย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส จำกัด เป็นผู้แทนรับมอบ

    เคาน์เตอร์เซอร์วิสได้อำนวยความสะดวกให้ผู้พิการทั่วประเทศสามารถชำระเงินกองทุนได้ที่ร้าน 7-Eleven กว่า 15,500 สาขาทั่วประเทศ พร้อมสนับสนุนค่าธรรมเนียมแทนผู้พิการ รวมแล้วมากกว่า 6.4 ล้านรายการ เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

    งานดังกล่าวจัดโดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ภายใต้แนวคิด “พม.ใกล้คุณ พก.ใกล้บ้าน ลดรายจ่าย สร้างรายได้ รีสตาร์ทชีวิต” มุ่งสร้างโอกาสที่ยั่งยืนให้แก่คนพิการและครอบครัว ผ่านความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเน้นการส่งเสริมศักยภาพ การพัฒนาทักษะอาชีพและทักษะดิจิทัล รวมถึงการเชื่อมโยงกับสถานประกอบการเพื่อเพิ่มโอกาสในการจ้างงาน

    งานจัดขึ้น ณ อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคาร B) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา กรุงเทพมหานคร

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cpall.co.th/news/counter-service-receives-honorary-plaque&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2gBTVVEep8n4ZhcaKH8XOI