Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • “เที่ยวดีมีคืน”เหลือเวลาอีกไม่มากเร่งใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษี

    “เที่ยวดีมีคืน”เหลือเวลาอีกไม่มากเร่งใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษี


    รัฐเตือนใช้สิทธิ์“เที่ยวดีมีคืน” ถึง  15 ธ.ค.นี้ ใช้จ่ายค่าที่พัก ร้านอาหาร ลดหย่อนภาษีสูงสุด 30,000 บาท ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยวปลายปี

    น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา เปิดเผยว่า มาตรการ “เที่ยวดีมีคืน” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยวปลายปีของรัฐบาล ใกล้จะสิ้นสุดระยะเวลาการใช้สิทธิ์แล้ว โดยประชาชนสามารถใช้ค่าใช้จ่ายด้านที่พักและร้านอาหารเพื่อนำไปลดหย่อนภาษีได้ถึงวันที่ 15 ธันวาคมนี้เท่านั้น

    ทั้งนี้มาตรการดังกล่าวเปิดโอกาสให้ประชาชนที่เดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ สามารถนำค่าใช้จ่ายมาใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ดังนี้  เที่ยวเมืองรอง ได้รับสิทธิลดหย่อน 1.5 เท่า ของยอดจ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท

    ขณะที่เที่ยวเมืองหลัก ลดหย่อนได้ตามยอดจ่ายจริง สูงสุด 20,000 บาท  โดยค่าใช้จ่ายต้องเป็นยอดที่มี ใบกำกับภาษีถูกต้อง จากผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

    นอกจากนี้ “เที่ยวดีมีคืน” ไม่เพียงช่วยแบ่งเบาภาระประชาชน แต่ยังเป็นมาตรการสำคัญที่ช่วยกระจายรายได้สู่จังหวัดเมืองรองและธุรกิจท้องถิ่นทั่วประเทศ ซึ่งขณะนี้หลายพื้นที่พบการเดินทางท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นสัญญาณบวกต่อเศรษฐกิจฐานรากช่วงปลายปี

    อย่างไรก็ตามรัฐบาลขอเชิญชวนประชาชนที่มีแผนเดินทางท่องเที่ยวช่วงวันหยุดยาวและเทศกาลปีใหม่ รีบใช้สิทธิ์ให้ทันภายในกำหนด เพื่อรับประโยชน์ทั้งในด้านการท่องเที่ยวและการลดหย่อนภาษี พร้อมช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นทั่วประเทศไปพร้อมกัน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/news/37777&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1fP_Fjqh5ZnuElqcrIlVqd

  • ผู้ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น ส่งสัญญาณ ขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย หลังเงินเฟ้อพุ่งสูงสุดในรอบ 3 เดือน

    ผู้ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น ส่งสัญญาณ ขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย หลังเงินเฟ้อพุ่งสูงสุดในรอบ 3 เดือน

    วันนี้, 11:30น.

              คาซูยูกิ มาสุ กรรมการธนาคารกลางญี่ปุ่นหรือ BOJ  เปิดเผยกับหนังสือพิมพ์นิกเกอิว่า BOJ กำลังเข้าใกล้ช่วงเวลาในการปรับขึ้นดอกเบี้ย โดยไม่รอผลการเจรจาค่าจ้างประจำฤดูใบไม้ผลิในปีหน้า ก่อนตัดสินใจดำเนินนโยบายดังกล่าว

              ถ้อยแถลงของมาสุมีขึ้นหลังจาก คาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการ BOJ ส่งสัญญาณเมื่อวันศุกร์ (21 พ.ย.) ว่า อาจมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค. ซึ่งสะท้อนถึงแรงผลักดันในคณะกรรมการที่ต้องการขยับอัตราดอกเบี้ยในระยะใกล้ เพื่อจัดการกับต้นทุนการกู้ยืมที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำของญี่ปุ่น

              มาสุระบุว่า แม้ไม่สามารถเจาะจงเดือนได้ แต่ระบุว่าขณะนี้ BOJ ใกล้ถึงช่วงเวลาที่จะตัดสินใจปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งใหม่แล้ว

              เช่นเดียวกับการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวจิจิซึ่งเผยแพร่ในวันนี้ (22 พ.ย.) มาสุกล่าวเพิ่มเติมว่า สัญญาณทางเศรษฐกิจล่าสุดเริ่มสนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากขึ้น

              ก่อนหน้านี้ กระทรวงกิจการภายในและการสื่อสารของญี่ปุ่น เปิดเผย ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) เพิ่มขึ้น 3% ในเดือนต.ค. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นมากที่สุดในรอบ 3 เดือน 

              สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนี CPI พื้นฐานซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ไม่รวมราคาอาหารสดที่มีความผันผวน ปรับตัวขึ้นรวดเร็วกว่าเดือนก.ย. ที่เพิ่มขึ้น 2.9% ซึ่งตอกย้ำถึงผลกระทบของต้นทุนการนำเข้าที่สูงขึ้นอันเนื่องมาจากเงินเยนที่อ่อนค่าลงอย่างมาก

              รายงานของกระทรวงฯ ระบุว่า ดัชนี CPI พื้นฐานยังคงอยู่สูงกว่าเป้าหมายเงินเฟ้อที่ระดับ 2% ของ BOJ มาตั้งแต่เดือนเม.ย. 2565 ขณะที่ BOJ ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำให้อัตราดอกเบี้ยกลับสู่ภาวะปกติ เพื่อให้แน่ใจว่าเงินเฟ้อยังคงมีเสถียรภาพ

              ส่วนดัชนี Core-core CPI ซึ่งไม่รวมทั้งราคาอาหารสดและราคาพลังงาน เพิ่มขึ้น 3.1% ในเดือนต.ค. โดยราคาอาหาร ซึ่งไม่รวมอาหารสด เพิ่มขึ้น 7.2% และราคาสาธารณูปโภค ปรับตัวขึ้น 2.2%

    #BOJ

    #ขึ้นดอกเบี้ย 

    ข่าวทั้งหมด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.js100.com/en/site/news/view/156701&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1_6YJyrQ9cPRlblgR4Syib

  • D

    Dek-D

    ตรวจสอบว่าคุณเป็นมนุษย์ด้วยการทำคำสั่งนี้ให้เสร็จสิ้น

    เว็บไซต์ Dek-D ต้องตรวจสอบความปลอดภัยการเชื่อมต่อของคุณก่อนดำเนินการต่อ

    IP ของคุณคือ: 199.79.62.10

    ประสิทธิภาพและความปลอดภัยโดย Cloudflare

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dek-d.com/board/tcas/4157865/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0igJPxqyPSnQyIMp9E2uzc

  • การมีลูกทำให้อายุขัยของคุณสั้นลงจริงหรือไม่ ? – BBC News ไทย

    การมีลูกทำให้อายุขัยของคุณสั้นลงจริงหรือไม่ ? – BBC News ไทย

    การมีลูกทำให้อายุขัยของคุณแม่สั้นลงจริงหรือไม่ การศึกษาบันทึกทางประวัติศาสตร์บอกอะไรบ้าง ?

    Black and white photo showing a woman from around the turn of the century on a bench, with four babies in her arms. Another baby is wedged in between her and a toddler, who is hanging his legs off the bench.  She wears a white, high-necked blouse and long black skirt, while her hair is in a high bun.

    ที่มาของภาพ, Getty Images

    คำบรรยายภาพ, บันทึกทางประวัติศาสตร์เผยให้เห็นว่า ผู้หญิงบางคนอายุสั้นลงหกเดือนทุกครั้งที่มีลูกหนึ่งคน
      • Author, เคท โบวี
      • Role, โกลบอล เฮลธ์, บีบีซี เวิลด์ เซอร์วิส

    อาจจะมีแม่บางคนที่พูดติดตลกในตอนที่ลูก ๆ อาละวาด ออกอาการอิดออดไม่อยากกินอาหารเย็น หรือปฏิเสธที่จะเข้านอนว่า พวกหนูรู้ไหม ว่าการมีลูก ๆ ทำให้ชีวิตแม่สั้นลงนะ

    แต่งานวิจัยใหม่ชี้ให้เห็นว่าเรื่องนี้อาจไม่ไกลจากความจริงมากนักสำหรับผู้หญิงที่อาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เลวร้าย

    การวิเคราะห์บันทึกทางประวัติศาสตร์ชี้ว่า อายุขัยของแม่บางคนอาจลดลงถึงหกเดือนต่อการมีลูกหนึ่งคน โดยผู้หญิงที่อาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ยากลำบากที่สุดดูเหมือนจะต้องแบกรับภาระหนักที่สุดของความเชื่อมโยงกันในเรื่องนี้

    นักวิจัยด้านวิวัฒนาการได้ตรวจสอบบันทึกประจำเขตปกครองทางศาสนา (parish) ในอดีต ซึ่งบันทึกการเกิดและการตายในประชากร ของผู้หญิง 4,684 คนที่ยังมีชีวิตอยู่ในช่วงเวลาที่เกิดทุพภิกขภัยครั้งใหญ่ในฟินแลนด์ระหว่างปี 1866 -1868.

    เหตุการณ์นี้ถือว่าเป็นหนึ่งใน “ทุพภิกขภัยที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ยุโรปยุคใหม่” ดร.ยวน ยัง หัวหน้านักวิจัยของการศึกษานี้จากมหาวิทยาลัยโกรนิงเกนในประเทศเนเธอร์แลนด์ อธิบาย

    ดร.ยัง และทีมงาน ซึ่งประกอบด้วย ศาสตราจารย์ฮันนาห์ ดักเดล, ศาสตราจารย์เวอร์ปิ ลุมมา. และ ดร.เอริก โพสต์มา พบว่าผู้หญิงที่คลอดบุตรในช่วงที่เกิดภาวะทุพภิกขภัยนั้นมีอายุขัยลดลงหกเดือนต่อการมีลูกหนึ่งคน

    ผลการวิจัยดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า นี่อาจเป็นเพราะแม่ได้เปลี่ยนพลังงานจำนวนมากจากการซ่อมแซมเซลล์ของตนเองไปสู่การสืบพันธุ์ ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมากขึ้นในภายหลัง

    แต่ไม่พบความเชื่อมโยงระหว่างอายุขัยของผู้หญิงกับการคลอดบุตรในผู้ที่มีชีวิตอยู่ก่อนหรือหลังภาวะทุพภิกขภัย

    Skip ได้รับความนิยมสูงสุด and continue reading

    ได้รับความนิยมสูงสุด

    • .

    • ภาพประกอบ

    • สุขภาพ

    • ฟาติมา บอช

    End of ได้รับความนิยมสูงสุด

    “เราเห็นความแตกต่างนี้เฉพาะกับผู้หญิงที่อยู่ในช่วงเจริญพันธุ์ในช่วงชีวิตที่เกิดภาวะทุพภิกขภัยเท่านั้น” ดร.ยัง กล่าว

    สิ่งนี้ชี้ให้เห็นว่าสภาพแวดล้อมที่ผู้หญิงใช้ชีวิตในช่วงวัยเจริญพันธุ์เป็นปัจจัยสำคัญ

    เหตุใดการมีลูกจึงส่งผลกระทบต่ออายุขัย ?

    ทำไมถึงเป็นเช่นนี้ หนึ่งในอธิบายคือ อาจเป็นเพราะผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวจากการมีลูกอาจรุนแรงขึ้นจากปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมที่รุนแรง

    เป็นที่ทราบกันมานานแล้วว่าคุณแม่มีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจและโรคเมตาบอลิซึม (ซึ่งเป็นภาวะที่เกิดจากระบบการเผาผลาญของร่างกายทำงานผิดปกติไป) ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นและความเครียดทางสรีรวิทยาที่เพิ่มขึ้น

    “ยังมีคำอธิบายที่เป็นไปได้ว่า แท้จริงแล้ว การเลี้ยงดู การให้นมบุตร และการตั้งครรภ์ลูกในช่วงเวลานี้เป็นสาเหตุที่ทำให้ทรัพยากรในตัวคุณแม่ลดลง” ดร.ยัง กล่าวเสริม

    การตั้งครรภ์และการให้นมบุตรต้องใช้พลังงานจำนวนมาก ซึ่งหมายความว่าในช่วงที่เกิดภาวะขาดแคลนอาหาร คุณแม่มือใหม่จะมีพลังงานน้อยลงในการรักษาการทำงานของร่างกายที่ป้องกันไม่ให้เกิดโรคต่าง ๆ ในอนาคต

    “มีความเป็นไปได้ว่าในกลุ่มประชากรเหล่านี้ ซึ่งผู้หญิงมีลูกจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ และอาจจะไม่มีเวลาพักฟื้นระหว่างการมีลูกแต่ละคน [ผลกระทบต่อสุขภาพ] จะทวีความรุนแรงขึ้น” ดร.ยัง อธิบาย

    อย่างไรก็ดี เนื่องจากการศึกษานี้ได้ตรวจสอบข้อมูลในอดีต แทนที่จะสร้างข้อมูลใหม่ในการทดลองในห้องปฏิบัติการ เขากล่าวเสริมว่า เขาจึงไม่สามารถยืนยันได้กับเรื่องนี้

    การมีลูกกับอายุขัยเป็นสิ่งที่ต้องแลกกัน

    ขณะที่ผลการวิจัยนี้ยังพบชัดเจนมากขึ้นในผู้หญิงที่มีลูกหลายคน แต่การศึกษาของ ดร.ยังชี้ว่า ผู้หญิงทุกคนได้รับผลกระทบไม่เท่ากัน

    “ที่จริงแล้ว มันคือแนวคิดสองประการเกี่ยวกับขนาดครอบครัวที่ใหญ่โต… และสภาพความอดอยากที่เกิดขึ้นในอดีต” ดร.ยังอธิบาย

    เป็นเวลาหลายทศวรรษที่นักวิทยาศาสตร์ต่างงุนงงกับความแตกต่างระหว่างสายพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตที่มีอายุสั้นกว่าและออกลูกจำนวนมาก เช่น หนูและแมลง กับสิ่งมีชีวิตที่มีอายุยืนยาวกว่าและมีลูกจำนวนน้อยกว่า เช่น ช้าง วาฬ และมนุษย์

    ทฤษฎีหนึ่งที่โดดเด่นที่อธิบายเรื่องนี้ชี้ให้เห็นว่า ประเด็นนี้มีความเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนเส้นทางพลังงานเพื่อการซ่อมแซมเซลล์เพื่อการสืบพันธุ์ ซึ่งนั่นนำไปสู่ความชรา

    แล้วผู้หญิงสมัยใหม่ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกันหรือไม่ ?

    A North African mother with a cheetah-print headscarf smiles at the camera, proudly holder her toddler, who is dressed in a purple dress.

    ที่มาของภาพ, Getty Images

    คำบรรยายภาพ, ในปี 2023 ผู้หญิงที่อาศัยอยู่ในซูดานมีลูกโดยเฉลี่ย 4.32 คน และในปีถัดมามีการประกาศภาวะอดอยากในบางส่วนของประเทศ

    คำถามที่ตามมาคือ แล้วผลการวิจัยที่ได้จากข้อมูลของผู้หญิงเมื่อ 200 ปีก่อนสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับคุณแม่ในศตวรรษที่ 21 ได้หรือไม่ ?

    “สิ่งสำคัญคือต้องนำเรื่องนี้มาวิเคราะห์ในบริบทของยุคประวัติศาสตร์นี้ ซึ่งระบบการดูแลสุขภาพยุคใหม่ยังไม่ดีเท่าที่ควร” ดร.ยัง กล่าว

    “ในช่วงเวลาดังกล่าว ผู้หญิงมีลูกเฉลี่ยประมาณสี่หรือห้าคน ซึ่งมากกว่าขนาดครอบครัวในปัจจุบันมาก”

    นับตั้งแต่ช่วงปี1800 เป็นต้นมา จำนวนเด็กในครอบครัวทั่วโลกก็ลดลงอย่างมาก

    ในปี 2023 ผู้หญิงโดยเฉลี่ยมีลูกกันมากกว่าสองคนเล็กน้อย ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากการเข้าถึงด้านการศึกษา การทำงาน และอุปกรณ์คุมกำเนิดที่เพิ่มขึ้น รวมถึงอัตราการเสียชีวิตของเด็กที่ลดลง

    อย่างไรก็ตาม ยังมีบางประเทศ เช่น ไนเจอร์, ชาด, โซมาเลีย, และซูดานใต้ ที่ผู้หญิงส่วนใหญ่ยังคงมีลูกอย่างน้อยสี่คน

    และในปีที่ผ่านมา มีการประกาศภาวะอดอยากในทั้งสองพื้นที่ของซูดานและกาซา โดยระบบบูรณาการเพื่อจำแนกระยะของความมั่นคงปลอดภัยทางอาหาร (Integrated Food Security Phase Classification) หรือ ไอพีซี (IPC) ที่ได้รับการสนับสนุนจากสหประชาชาติ

    แม้ว่า ดร. ยัง กล่าวว่าจำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม แต่สิ่งนี้ชี้ให้เห็นว่ามีความเป็นไปได้ที่ผลการวิจัยกำลังถูกนำไปปฏิบัติจริงในบางพื้นที่ของโลก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bbc.com/thai/articles/cn7e72dp26vo&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2QAq_zo0DHvYFDMq0IjCpT

  • เปิดทาง‘เขตเศรษฐกิจพิเศษ 4 ภูมิภาค’ ดึงมหาวิทยาลัยดังระดับโลกจัดตั้งในพื้นที่

    เปิดทาง‘เขตเศรษฐกิจพิเศษ 4 ภูมิภาค’ ดึงมหาวิทยาลัยดังระดับโลกจัดตั้งในพื้นที่

    พื้นที่เขตพัฒาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ได้ประมาณการความต้องการบุคลากรในพื้นที่ ช่วงปี 2562 – 2566 ไว้จำนวน 475,688 อัตรา

    ตามความต้องการในแต่ละสาขาอุตสาหกรรมที่อยู่ในแผนส่งเสริมซึ่งมีทั้งจำนวนบุคลากรและระดับการศึกษาแตกต่างกันไป เช่น อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ มีความต้องการทั้งหมด 37,526 ตำแหน่ง แบ่งเป็นอาชีวศึกษา 21,885 ตำแหน่งปริญญาตรี

    14,277ตำแหน่งปริญญาโท – เอก1,364ตำแหน่ง หากประเมินตามทิศทางขับเคลื่อนของโลกแล้วจะพบว่า  ไทยต้องเติมเต็มทั้งจำนวนและขีดความสามารถบุคลากรในพื้นที่เขตเศรษฐกิจต่างๆอีกมาก ซึ่งบทบาทสำคัญจะต้องไปอยู่ที่ “สถาบันการศึกษา

    นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติ ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เสนอ ดังนี้

    1. เห็นชอบการกำหนดเขตเศรษฐกิจพิเศษอื่นให้เป็นพื้นที่จัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศอีก 4 พื้นที่ ได้แก่ ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคกลาง-ตะวันตก และระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้

    เพื่อเป็นเขตพื้นที่จัดการศึกษาเพิ่มเติม ซึ่งสอดคล้องกับมติ ครม. (20 ก.ย. 2565) ที่เห็นชอบการกำหนดพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ 4 พื้นที่ข้างต้น (เดิมมี 1 พื้นที่ คือ อีอีซี)

    2. เห็นชอบทบทวนมติ ครม. (17 ต.ค. 2560) เรื่อง ขอความเห็นชอบหลักเกณฑ์ รูปแบบ วิธีการ และเงื่อนไขในการดำเนินการจัดการศึกษา เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์และข้อกฎหมายปัจจุบัน เช่น สถาบันอุดมศึกษาฯ ต้องได้รับการรับรองในสาขาวิชาจากการจัดอันดับของ QS(Quacquarelli Symonds : เป็นการจัดอันดับมหาวิทยาลัย)หรือ THE (การจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกของ Times Higher Education)หรือหน่วยงานอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการพัฒนาการจัดการศึกษาโดยสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ (คพอต.) ประกาศกำหนดในอันดับที่สูงหรืออย่างน้อยต้องดีกว่าอันดับของสาขาวิชานั้น ๆ ของสถาบันอุดมศึกษาในไทย

    นอกจากนี้ ให้มีการจัดทำแผนการรับนักศึกษาโดยกำหนดสัดส่วนของนักศึกษาไทยและต่างชาติให้เหมาะสม สถาบันอุดมศึกษาฯ ต้องยื่นคำขออนุญาตจัดการศึกษา พร้อมหลักฐานต่อคณะอนุกรรมการดำเนินการจัดการศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาฯ ตามแบบที่กำหนด

    3. รับทราบแนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินการจัดการศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาฯ ตามข้อเสนอโครงการขับเคลื่อนอุดมศึกษาสู่การเป็นศูนย์กลางการศึกษาระดับอุดมศึกษาระดับภูมิภาค เพื่อ 1.ส่งเสริมนโยบาย “การจัดการศึกษาโดยสถาบันอุดมศึกษาฯ” ภายใต้รูปแบบการจับคู่ความร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษาของไทยและ/หรือภาคเอกชนของไทยในฐานะหุ้นส่วนทางการศึกษา 2.ยกระดับระบบอุดมศึกษาของประเทศให้เป็นที่ยอมรับจากนานาประเทศ และเป็นศูนย์กลางการศึกษาระดับอุดมศึกษาระดับภูมิภาคและจุดหมายปลายทางด้านการศึกษา

    รายงานข่าวแจ้งว่า ตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ พ.ศ. 2564 โดยเขตเศรษฐกิจพิเศษ

    ตามระเบียบฯ แบ่งเป็น 2 ส่วนสําคัญ ได้แก่

    1. ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ 4ภาค (เริ่มดําเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ.2564 ) ประกอบด้วย ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ (Northern Economic Corridor : NEC) – Creative LANNA ,ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (Northeastern Economic Corridor : NeEC) – Bio economy ,ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคกลาง – ตะวันตก(Central – Western Economic Corridor : CWEC) และระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้(Southern Economic Corridor : SEC)

    2. เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดน 10 แห่ง ได้แก่ ตาก เชียงราย กาญจนบุรี หนองคาย นครพนม มุกดาหาร สระแก้ว ตราด สงขลาและนราธิวาส ฃ

    นอกจากนี้ ยังมี เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ซึ่งอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. 2561 โดยอีอีซี ที่ได้มีความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาจากต่างประเทศเพื่อพัฒนาคุณภาพระบบการศึกษาและสมรรถนะของบุุคลากรในอาชีพให้ได้มาตรฐานในระดับสากล โดยร่วมมือกับสถาบันการศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ ได้แก่มหาวิทยาลัยอมตะร่วมมือกับมหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน(National Taiwan University) เปิดหลักสูตรสาขาวิศวกรรมIntelligent Manufacturing System โดยมุ่งเน้นการพัฒนาหุ่นยนต์ที่จะเข้ามาช่วยระบบการผลิตแบบอัตโนมัติ และอุตสาหกรรมยานยนต์

    โปรแกรม CMU-Thailand เป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน (Carnegie Mellon)และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (KMITL)เพื่อเปิดสอนหลักสูตรสารสนเทศและวิทยาการคอมพิวเตอร์

    สถาบันการจัดการธุรกิจบริการและการโรงแรมด้วยความร่วมมือด้านวิชาการกับเลส์ โรชส์ Asian Institute of Hospitality Management, In Academic Association with Les Roches (AIHM)ก่อตั้งโดย ไมเนอร์ โฮเทลส์ โดยความร่วมมือด้านวิชาการสถาบัน เลส์ โรชส์ ซึ่งเป็นผู้นำด้านการศึกษาสาขาการบริการระดับโลกAIHM เปิดสอนหลักสูตร Bachelor of Business Administration in Global Hospitality Management

    สำหรับ การจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกประจำปี 2025 ของTimes Higher Education (THE) ระบุ ให้มหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก 3 อันดับแรก ได้แก่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด(อันดับ 1),สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT)(อันดับ 2) และมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด(อันดับ 3)โดยเกณฑ์การจัดอันดับจะพิจารณาจาก 5 ด้านหลัก ได้แก่ การสอน, สภาพแวดล้อมการวิจัย, คุณภาพงานวิจัย, รายได้จากอุตสาหกรรม และความเป็นนานาชาติ

    ด้านมหาวิทยาลัยไทยในอันดับโลก (THE) ปี 2025 ได้แก่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย:อันดับ 601–800 ,มหาวิทยาลัยมหิดล:อันดับ 601–800.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี:อันดับ 801–1000.มหาวิทยาลัยเชียงใหม่:อันดับ 1001–1200.มหาวิทยาลัยขอนแก่น:อันดับ 1001–1200 . มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ:อันดับ 1201–1500.มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง:อันดับ 1201–1500

    การยกระดับและปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจของประเทศเพื่อให้เติบโตอย่างเต็มศักยภาพ มีรากฐานมาจากการศึกษาและคุณภาพของบุคลากร แม้ปัจจุบันไทยกำลังเผชิญปัญหาเศรษฐกิจโตไม่เต็มศักยภาพและจำนวนประชากรลดลงอย่างมาก ดังนั้นการเติมคุณภาพให้คนคือทางออกเพื่อทำให้เศรษฐกิจและประเทศไทยยังพัฒนาเท่าทันโลกได้ต่อไป

    เปิดทาง‘เขตเศรษฐกิจพิเศษ 4 ภูมิภาค’ ดึงมหาวิทยาลัยดังระดับโลกจัดตั้งในพื้นที่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/economic/1208694&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2gIg8wfdkUsCdsgkl2Qb3R

  • โครงการ “ปันไออุ่นชาวนิด้า…สู่ชาวชุมชนสีคิ้ว จ.นครราชสีมา” – สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

    โครงการ “ปันไออุ่นชาวนิด้า…สู่ชาวชุมชนสีคิ้ว จ.นครราชสีมา” – สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

    โครงการ “ปันไออุ่นชาวนิด้า…สู่ชาวชุมชนสีคิ้ว จ.นครราชสีมา”

    โครงการ “ปันไออุ่นชาวนิด้า…สู่ชาวชุมชนสีคิ้ว จ.นครราชสีมา”

    ลมหนาวมาแล้ววว! ขอเชิญชวนชาวนิด้า นักศึกษา ศิษย์เก่า และผู้สนใจทุกท่าน ร่วมแบ่งปันเสื้อผ้า เสื้อกันหนาว ผ้าห่ม และอุปกรณ์กันหนาวต่าง ๆ เพื่อส่งมอบให้กับผู้ประสบภัยหนาว ณ ชุมชนสีคิ้ว จ.นครราชสีมา

    โดยสามารถร่วมแบ่งปันได้ที่

    • ส่วนสื่อสารองค์การ ชั้น 3 อาคารนิด้าสัมพันธ์
    • จุดตั้งกล่องรับบริจาค บริเวณอาคารต่าง ๆ โดยรอบสถาบัน

    หรือจัดส่งมาตามที่อยู่
    สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
    148 ถ.เสรีไทย แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กทม. 10240 (ส่วนสื่อสารองค์การ ชั้น 3 อาคารนิด้าสัมพันธ์ )

    เปิดรับบริจาคตั้งแต่บัดนี้ – 9 ธ.ค.68

    สอบถามรายละเอียดได้ที่
    ส่วนสื่อสารองค์การ (นิด้า) โทร. 0 2727 3449 , 3347

    #สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ #นิด้า #NIDA #NIDAThailand #WISDOMforSustainableDevelopment #สร้างปัญญาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน #สร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงในอนาคต #สร้างคุณประโยชน์ให้ชุมชนและสังคม #นิด้าเพื่อชุมชนและสังคม #นิด้าสีคิ้ว #นิด้าโคราช #nidasikhio #สู้ภัยหนาว #บริจาคเสื้อกันหนาว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://nida.ac.th/nida-warmth-sharing-sikhio-community/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3BL4XSMGSGI8l6ZVi_UcVi

  • ดร.สมเกียรติ โต้ข่าวลือ! นั่งหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ-รมว.คมนาคม พรรคส้ม ไม่จริง

    ดร.สมเกียรติ โต้ข่าวลือ! นั่งหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ-รมว.คมนาคม พรรคส้ม ไม่จริง

    ดร.สมเกียรติ โต้ข่าวลือ! นั่งหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ-รมว.คมนาคม พรรคส้ม ไม่จริง

    ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) โพสต์เฟซบุ๊ก “Somkiat Tangkitvanich“ ระบุว่า เพื่อนๆ ครับ แม้ไม่ใช่ช่วง April Fools’ Day วันสองวันนี้ก็มี “ข่าวบันเทิง” แบบขำๆ ออกมาได้ เพราะมีรายหนึ่งให้ข่าวว่า ผมจะไปเป็น “หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ” ในขณะที่อีกรายให้ผมไปเป็น “รัฐมนตรีคมนาคม” ของพรรคสีส้ม จนมีเพื่อนๆ บางคนสอบถามเข้ามา ก็ขอบอกเลยนะครับว่า ข่าวดังกล่าว “ไม่ได้มีมูลความจริงใดๆ” 

    สงสัยว่าที่มาของข่าวเหล่านี้น่าจะมาจากการที่ผมจะไปร่วมแสดงความเห็นเรื่อง “ชุบชีวิตเศรษฐกิจไทย” ในงานรีชาร์จประชาชนของพรรคส้มในฐานะคนนอกบ่ายวันนี้ เลยนึกขำๆ ว่าเสียดายที่วันก่อนมีอีกพรรคเชิญไปร่วมให้ข้อคิดเห็นเรื่องการลดคอรัปชั่น แต่ผมไปไม่ได้ เพราะติดงานอื่นอยู่ก่อน เลยไม่ได้เป็น “ว่าที่รัฐมนตรี” อีกหนึ่งตำแหน่ง 

    ตราบใดที่ยังเป็นผู้บริหารของทีดีอาร์ไอ ผมก็มีหน้าที่รักษาความเป็นกลางทางการเมืองขององค์กร เพื่อให้สังคมเชื่อถือเราอย่างสนิทใจครับ งานให้ข้อมูลและความเห็นในเชิงวิชาการต่อนโยบายพรรคการเมืองหรือนโยบายรัฐบาลเป็นหน้าที่ของสถาบันวิจัยนโยบายอย่างทีดีอาร์ไอต้องทำบนพื้นฐานของข้อมูลและไม่มีอคติอยู่แล้วครับ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/politics/domestic/733837&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw38CkuNE1sd2hWcSGtHwirY

  • “หาดใหญ่”จมน้ำ! หอการค้าไทยยกเลิกสัมมนา คาดเศรษฐกิจเสียหาย  500 ล้าน

    “หาดใหญ่”จมน้ำ! หอการค้าไทยยกเลิกสัมมนา คาดเศรษฐกิจเสียหาย 500 ล้าน

    เศรษฐกิจ

    22 พ.ย. 2025 เวลา 9:00 น.

    “หาดใหญ่”จมน้ำ! หอการค้าไทยยกเลิกสัมมนา คาดเศรษฐกิจเสียหาย  500 ล้าน

    ฝนถล่มสงขลา! น้ำหลากเข้าหาดใหญ่ หอการค้าไทยยกเลิกสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศครั้งที่ 43  ปี 2568 หลังถนน–โรงแรมหลายแห่งถูกตัดขาด คาดอาจมีความเสียหายต่อเศรษฐกิจประมาณ 500 ล้านบาท

    ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า ฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่องหลายวัน ในหลายพื้นที่จังหวัดสงขลา ทำให้เกิดน้ำท่วมในอำเภอหาดใหญ่และพื้นที่ใกล้เคียง ส่งผลให้ถนนหลายเส้นทางน้ำท่วมสูงไม่สามารถสัญจรได้ 

    นายพจน์  อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย เปิดเผยว่า หอการค้าฯ ประกาศ”ยกเลิกงานสัมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 43” ที่จัดขึ้นที่ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี   มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์จังหวัดสงขลาตั้งแต่วันนี้ 

    สถานการณ์น้ำท่วมที่สงขลารุนแรงมาก ทางด้านคณะกรรมการจัดงาน จึงขออนุญาตแจ้งยกเลิกการงานครั้งนี้ไปก่อนพร้อมแจ้งให้คนที่ยังไม่เดินทางมาจากกรุงเทพ ไม่ต้องเดินทางมา ตอนนี้ทางด้านในพื้นที่กำลังจะประสานหาทางช่วยเหลือ  ในการ ประสานช่วยผู้มาร่วมงานให้เดินทางกลับและไปในที่เนื่องจากมีหลายโรงแรมน้ำท่วมและเส้นทางตัดขาด 

    “หาดใหญ่”จมน้ำ! หอการค้าไทยยกเลิกสัมมนา คาดเศรษฐกิจเสียหาย  500 ล้าน

    นายทรงพล จังศิริวัฒนธำรง ประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่จังหวัดสงขลา ขณะนี้มวลน้ำเริ่มเข้าสู่เขตเศรษฐกิจ สงขลา โดยเฉพาะน้ำที่มาจากคลองเตย เริ่มไหลเข้าท่วมเขตเศรษฐกิจหาดใหญ่ สงขลาแล้ว

    ดังนั้น การจัดงานครั้งนี้จึงได้วางแผนอพยพผู้เข้าร่วมงานสัมนาหอการค้าทั่วประเทศ เนื่องจากฝนได้ตกลงมาอย่างต่อเนื่องและไม่มีทีท่าว่าจะหยุด จึงให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาเริ่มทยอยเดินทางออกจากจังหวัดสงขลา 

    ในขณะที่ผู้ร่วมสัมมนาที่จะเดินทางมาจากกรุงเทพมหานครก็ต้องยุติการเดินทาง รวมถึงการยกเลิกกำหนดการลงพื้นที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

    สำหรับความเสียหายเบื้องต้น ทางหอการค้าจังหวัดสงขลา ประเมินว่า เป็นฝนตกหนักต่อเนื่องหลายวัน หากท่วมขังประมาณ 1-2 สัปดาห์อาจจะมีความเสียหายต่อเศรษฐกิจประมาณ 500 ล้านบาท เนื่องจากเป็นการยกเลิกที่พักโรงแรม ร้านอาหาร และสถานที่ท่องเที่ยว 

    สำหรับสมาชิกหอการค้าที่เข้าร่วมงาน มีการเข้าพักในหลายโรงแรม เช่น โรงแรมบุรีศรีภู,โรงแรมคริสตัล, โรงแรม TR rock hill, โรงแรมม่อนคำ และโรงแรม New seaso

    ผู้สื่อข่าว ระบุว่า  ปภ. ตั้งแต่เมื่อช่วงบ่าย(21 พ.ย. 68) ที่ผ่านมา จนถึงช่วงเช้าวันนี้ (22 พ.ย. 68)  ปภ. ได้แจ้งเตือนอุภทัยผ่าน Cell broadcast ทั้งหมด 5 ครั้ง 

    โดยเมื่อคืนนี้มีงานเลี้ยงต้อนรับสมชิกหอการค้าทั่วประเทศที่มาเข้าร่วมประชุมที่ศูนย์การค้าเฟสติวัลหาดใหญ่ ในช่วงเย็น โดยในช่วงเวลา 20 นาฬิกา ผู้ที่อยู่ในงานได้รับการแจ้งเตือน แจ้เตือน อุภทัยผ่าน Cell broadcast  ก็ทยอยเดินทางกลับก่อนงานเลี้ยงเลิก

    สำหรับงานสัมมนาครั้งนี้ มีกำหนดจัดขึ้้นตั้งแต่วันที่ 21-23 พฤศจิกายน 2568  แต่สามารถจัดได้เพียงวันเดียวเท่านั้นคือเมื่อวานนี้  มีสมาชิกเข้าร่วมงานกว่า 1,500 คน  

    ถือว่าเป็นงานใหญ่ประจำปีของสมาชิกหอการค้าทั่วประเทศ ซึ่งแต่ละภาคจะมีการหมุนเวียนในการจัดงาน โดยในปีนี้ 

    จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Unlocking New Growth: ขับเคลื่อนศักยภาพใหม่เพื่อนำพาเศรษฐกิจไทยสู่การเติบโตซึ่งนับเป็นเวทีสำคัญให้หอการค้าทั่วประเทศร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง ระดมความคิดเห็น และนำเสนอแนวทางพัฒนาศักยภาพของแต่ละภูมิภาค เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/economic/1208744&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw266gYZUrmizDRuCFGaKxjp

  • ดร.สมเกียรติ โต้ข่าวลือ! ยันไม่รับตำแหน่งหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ-รมว.คมนาคมพรรคส้ม

    ดร.สมเกียรติ โต้ข่าวลือ! ยันไม่รับตำแหน่งหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ-รมว.คมนาคมพรรคส้ม

    ประธานทีดีอาร์ไอ ยันข่าวลือทั้งสองกระแสไม่มีมูล เหตุเพียงร่วมงานเสวนานโยบายเศรษฐกิจในฐานะคนนอก ยืนยันบทบาทองค์กรต้องยืนบนความเป็นกลาง ให้ข้อมูลเชิงวิชาการโดยไม่มีอคติ

    22 พฤศจิกายน 2568 – ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย(TDRI) โพสต์เฟซบุ๊กว่าเพื่อนๆ ครับ แม้ไม่ใช่ช่วง April Fools’ Day วันสองวันนี้ก็มี “ข่าวบันเทิง” แบบขำๆ ออกมาได้ เพราะมีรายหนึ่งให้ข่าวว่า ผมจะไปเป็น “หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ” ในขณะที่อีกรายให้ผมไปเป็น “รัฐมนตรีคมนาคม” ของพรรคสีส้ม จนมีเพื่อนๆ บางคนสอบถามเข้ามา ก็ขอบอกเลยนะครับว่า ข่าวดังกล่าว “ไม่ได้มีมูลความจริงใดๆ”

    สงสัยว่าที่มาของข่าวเหล่านี้น่าจะมาจากการที่ผมจะไปร่วมแสดงความเห็นเรื่อง “ชุบชีวิตเศรษฐกิจไทย” ในงานรีชาร์จประชาชนของพรรคส้มในฐานะคนนอกบ่ายวันนี้ เลยนึกขำๆ ว่าเสียดายที่วันก่อนมีอีกพรรคเชิญไปร่วมให้ข้อคิดเห็นเรื่องการลดคอรัปชั่น แต่ผมไปไม่ได้เพราะติดงานอื่นอยู่ก่อน เลยไม่ได้เป็น “ว่าที่รัฐมนตรี” อีกหนึ่งตำแหน่ง

    ตราบใดที่ยังเป็นผู้บริหารของทีดีอาร์ไอ ผมก็มีหน้าที่รักษาความเป็นกลางทางการเมืองขององค์กร เพื่อให้สังคมเชื่อถือเราอย่างสนิทใจครับ งานให้ข้อมูลและความเห็นในเชิงวิชาการต่อนโยบายพรรคการเมืองหรือนโยบายรัฐบาลเป็นหน้าที่ของสถาบันวิจัยนโยบายอย่างทีดีอาร์ไอต้องทำบนพื้นฐานของข้อมูลและไม่มีอคติอยู่แล้วครับ.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/x-cite-news/900464/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1dLwFyRQQkOwdM6cZNkr9_

  • “หาดใหญ่”จมบาดาล! คาดเศรษฐกิจเสียหาย 500 ล้าน

    “หาดใหญ่”จมบาดาล! คาดเศรษฐกิจเสียหาย 500 ล้าน

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องหลายวันในจังหวัดสงขลา โดยเฉพาะอำเภอหาดใหญ่ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ถนนหลายสายมีระดับน้ำสูงจนไม่สามารถสัญจรได้ พร้อมกระทบพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญภายในตัวเมืองอย่างรวดเร็ว

    นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย เปิดเผยว่า หอการค้าฯ ได้ประกาศ ยกเลิกงานสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 43 ซึ่งจัดขึ้นที่ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 21 พฤศจิกายนเป็นต้นไป หลังสถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงและเส้นทางหลายสายถูกตัดขาด

    นอกจากนี้ ได้มีการแจ้งเตือนผู้เข้าร่วมงานที่ยังไม่เดินทางจากกรุงเทพฯ ให้ยุติการเดินทางทันที ส่วนผู้ที่เข้าพักอยู่ในพื้นที่ ทีมงานกำลังประสานให้ย้ายไปยังพื้นที่ปลอดภัย เนื่องจากโรงแรมหลายแห่งถูกน้ำท่วมกระทบการเข้าพัก เช่น โรงแรมบุรีศรีภู, โรงแรมคริสตัล, โรงแรม TR Rock Hill, โรงแรมม่อนคำ และโรงแรม New Season

    ด้านนายทรงพล จังศิริวัฒนธำรง ประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันบริเวณอำเภอหาดใหญ่เริ่มรุนแรงขึ้น โดยมวลน้ำจากลุ่มน้ำคลองเตยได้ไหลเข้าท่วมย่านเศรษฐกิจหาดใหญ่แล้ว จึงมีการวางแผนอพยพผู้เข้าร่วมงานสัมมนา เนื่องจากฝนยังคงตกหนักต่อเนื่องและไม่มีสัญญาณว่าจะหยุด

    โดยในช่วงค่ำของวันที่ 21 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ผู้เข้าร่วมสัมมนาซึ่งร่วมงานเลี้ยงต้อนรับที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล หาดใหญ่ ได้รับการแจ้งเตือนภัยจาก Cell Broadcast รวม 5 ครั้ง จากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ทำให้หลายคนต้องรีบเดินทางออกจากพื้นที่ก่อนงานเลี้ยงสิ้นสุด

    สำหรับการสัมมนาครั้งนี้ เดิมกำหนดจัดระหว่างวันที่ 21–23 พฤศจิกายน 2568 มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 1,500 คน นับเป็นงานใหญ่ประจำปีของสมาชิกหอการค้าทั่วประเทศ ซึ่งหมุนเวียนพื้นที่จัดงานในแต่ละภูมิภาค โดยปีนี้จัดภายใต้แนวคิด “Unlocking New Growth: ขับเคลื่อนศักยภาพใหม่เพื่อนำพาเศรษฐกิจไทยสู่การเติบโต เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและระดมแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจภูมิภาค แต่สามารถจัดได้เพียงวันเดียวก่อนต้องยกเลิกเนื่องจากน้ำท่วมฉับพลัน

    ด้านหอการค้าจังหวัดสงขลาประเมินเบื้องต้นว่า หากน้ำยังท่วมขังต่อเนื่อง 1–2 สัปดาห์ ความเสียหายทางเศรษฐกิจอาจสูงถึง 500 ล้านบาท จากการยกเลิกที่พัก โรงแรม ร้านอาหาร และกิจกรรมท่องเที่ยวจำนวนมาก

    Back to top button

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/news/797577&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0zH9jBmAyUgiMfSKTFRZ6s