Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • GIT แนะแผนเที่ยวงานเทศกาลนานาชาติพลอยและเครื่องประดับจันทบุรี 2025

    GIT แนะแผนเที่ยวงานเทศกาลนานาชาติพลอยและเครื่องประดับจันทบุรี 2025

    GIT แนะแผนเที่ยวงานเทศกาลนานาชาติพลอยและเครื่องประดับจันทบุรี 2025 สุดคุ้ม!

    สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT เชิญชวนผู้รักอัญมณีและเครื่องประดับ วางแผนท่องเที่ยวช่วงวันหยุดยาว ในงาน “เทศกาลนานาชาติพลอยและเครื่องประดับจันทบุรี 2025″ ระหว่างวันที่ 5-10 ธันวาคม 2568 ณ ศูนย์ส่งเสริมอัญมณีและเครื่องประดับจันทบุรี เคพี จิวเวลลี่เซ็นเตอร์ และตลาดพลอย ถนนศรีจันทร์ พร้อมเผยไฮไลต์กิจกรรม ช้อป-ชิม-ชิล เที่ยวจันทบุรีให้คุ้มครบทุกมิติ

    แพกเกจเที่ยวจันท์ 2 วัน 1 คืน แบงค์พันมีทอน!

    GIT แนะแผนเที่ยวงานเทศกาลนานาชาติพลอยและเครื่องประดับจันทบุรี 2025 สุดคุ้ม!

    GIT จับมือกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จังหวัดจันทบุรี เปิดแพ็กเกจท่องเที่ยวพิเศษ คุ้มเกินคาด! พาย้อนรอย “เส้นทางอัญมณีจันท์” ที่เขาพลอยแหวน พร้อมเข้าชมงานเทศกาลนานาชาติพลอยและเครื่องประดับจันทบุรี 2025 ช้อปอัญมณีและเครื่องประดับคุณภาพสูงในราคาผู้ผลิต เที่ยวแลนด์มาร์คสำคัญ ชมอาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล ขอพรองค์แม่พระที่ประดับตกแต่งด้วยพลอยกว่า 200,000 เม็ด หรือกว่า 2 หมื่นกะรัต 1 เดียวในโลก เดินเล่นชุมชนริมน้ำจันทบูร ช้อปปิ้งของฝาก สินค้าท้องถิ่น ชมโบสถ์สีน้ำเงิน วัดปากน้ำแขมหนู ถ่ายรูปกับวิวโค้งถนนเลียบทะเลที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของไทย ที่เนินนางพญา ปิดท้ายลิ้มรสอาหารท้องถิ่นร้านดังที่คัดสรรโดยคนจันท์ตัวจริง

    สัมผัสเสน่ห์เมืองจันท์แบบครบรส ในราคาเพียง 1,799 บาทต่อคน พิเศษ! มาเป็นคู่ เหลือเพียงคนละ 999 บาท เดินทางวันที่ 5-6 และ 9-10 ธันวาคม 2568 สำรองแพ็กเกจได้ที่ “เสน่ห์จันท์ ทราเวล” โทร. 098-249-4149

    เคล็ดลับช้อปคุ้ม! ในงานเทศกาลนานาชาติพลอยและเครื่องประดับจันทบุรี 2025

    สนุกกับกิจกรรม Passport Challenge เพียงเช็คอินครบ 3 จุดจัดงาน รับฟรี! กระเป๋าที่ระลึกสุดพรีเมียมทันที หรือร่วมโปร “Gems Day Get Gift” ช้อปครบ 5,000 บาท นำใบเสร็จแลกรับของที่ระลึกได้เลย นอกจากนี้ ยังสามารถใช้สิทธิ์ “คนละครึ่งพลัส” ช้อปอัญมณีและเครื่องประดับกับร้านค้าที่ร่วมรายการภายในงานได้อีกด้วย

    ลุ้นของรางวัลสุดว้าวจาก ‘ตู้กล่องสุ่มพลอยเมืองจันท์’

    พิเศษเฉพาะในงานนี้เท่านั้น! กับ “ตู้กล่องสุ่มพลอยเมืองจันท์” ที่นำพลอยแท้และเครื่องประดับดีไซน์เก๋ มูลค่า 300-3,000 บาท มาให้ร่วมลุ้นในราคาเพียง 300 บาท ที่ศูนย์ส่งเสริมอัญมณีและเครื่องประดับจันทบุรี

    พบกันที่ งานเทศกาลนานาชาติพลอยและเครื่องประดับจันทบุรี 2025 (International Chanthaburi Gems and Jewelry Festival 2025) ระหว่างวันที่ 5-10 ธันวาคม 2568 ณ ศูนย์ส่งเสริมอัญมณีและเครื่องประดับจันทบุรี เคพี จิวเวลลี่เซ็นเตอร์ และตลาดพลอย ถนนศรีจันทร์ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.changemsfest.org


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/prg/12770458&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1UeHu3UAqwxbGYxRRdAocR

  • (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) แท็กซี่บินได้ไร้คนขับจีนเตรียมให้บริการเชิงพาณิชย์ในไทย | TOPNEWS

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) แท็กซี่บินได้ไร้คนขับจีนเตรียมให้บริการเชิงพาณิชย์ในไทย | TOPNEWS

    กว่างโจว, 30 พ.ย. (ซินหัว) — อี้หาง อินเทลลิเจนต์ (EHang Intelligent) บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำด้านการคมนาคมทางอากาศขั้นสูง ที่เมืองกว่างโจว มณฑลกว่างตง (กวางตุ้ง) ร่วมกับสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) และพันธมิตรท้องถิ่น ประสบความสำเร็จในการเปิดตัวการขนส่งทางอากาศขั้นสูง (AAM) ในพื้นที่ทดลองในกรุงเทพฯ เมื่อไม่นานมานี้

    โดยพลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ได้ขึ้นทดสอบการบินด้วยตนเองบนยานพาหนะขึ้นบินและลงจอดแนวดิ่ง (eVTOL) หรือ “แท็กซี่บินได้” ไร้คนขับ รุ่นอีเอช216-เอส (EH216-S) ถือเป็นก้าวสำคัญในการนำระบบการจราจรทางอากาศขั้นสูงมาใช้เชิงพาณิชย์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

    อี้หาง อินเทลลิเจนต์ ดำเนินการพัฒนาในตลาดไทยอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่การบินโดยสารครั้งแรกในกรุงเทพฯ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2567 โดยการบินในพื้นที่ทดลองครั้งนี้ไม่เพียงสร้างความก้าวหน้าในฉากทัศน์การบินภายในเมือง แต่ยังเน้นย้ำถึงจุดเด่นเฉพาะของแท็กซี่บินได้รุ่นนี้ซึ่งเหมาะสมต่อการเดินทางในเมืองและการท่องเที่ยวเพื่อการชมวิวในไทย

    ในอนาคต อี้หาง อินเทลลิเจนต์จะร่วมมือกับพันธมิตรท้องถิ่น ขยายพื้นที่ทดลองบินไปยังสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอย่างพัทยา ภูเก็ต และเกาะสมุย เพื่อสร้างเครือข่ายเส้นทางการบินระดับต่ำที่หลากหลาย

    มนัทเปิดเผยว่าแท็กซี่บินได้ไร้คนขับสามารถรับผู้โดยสารจากท่าอากาศยานเข้าสู่ตัวเมือง และยังสามารถให้บริการแบบจุดต่อจุดได้ และยังสามารถตอบโจทย์ความต้องการด้านการท่องเที่ยวหรือการเดินทางแม้ในพื้นที่ท่องเที่ยวตามเกาะต่างๆ ในภาคใต้ของไทย เพิ่มตัวเลือกที่สะดวก ปลอดภัย แก่นักท่องเที่ยว

    แอเรียล ซี เวนเจอร์ส (Aerial Sea Ventures) ผู้ให้บริการแท็กซี่บินได้ในไทย กล่าวว่าบริษัทมีแผนจะส่งอากาศยานไร้คนขับของอี้หาง อินเทลลิเจนต์มากกว่า 100 ลำในพื้นที่ทดลองบินกว่า 20 แห่งทั่วไทยภายในสิ้นปี 2569

    เครดิต: สำนักข่าวซินหัว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1409950&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0_MZsHSv4m1qSzsScI4WD0

  • CONSENSUS: SHR ฟอร์มดี ห้องพักจองแน่นรับไฮซีซั่นทั้งในไทย-ต่างประเทศ ราคาหุ้น

    CONSENSUS: SHR ฟอร์มดี ห้องพักจองแน่นรับไฮซีซั่นทั้งในไทย-ต่างประเทศ ราคาหุ้น

    CONSENSUS: SHR ฟอร์มดี ห้องพักจองแน่นรับไฮซีซั่นทั้งในไทย-ต่างประเทศ ราคาหุ้น Laggard

    โบรกเกอร์ต่างนะนำ “ซื้อ” บมจ.เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท [SHR] จากทิศทางไตรมาส 4/68 ต่อเนื่องไปถึงไตรมาส 1/69 มีความโดดเด่นในช่วงไฮซีซั่นการท่องเที่ยวทั้งโรงแรมในไทยและฟิจิ รวมถึงโรงแรมในอังกฤษกลับมาเปิดให้บริการเต็มที่หลังจากรีโนเวทเสร็จสิ้น ช่วยดัน RevPar และอัตราการเข้าพักสูงขึ้นในช่วงไฮซีซั่น ส่วนโรงแรมในมัลดีฟส์ยังคงมีอัตตราการเข้าพักที่สูงต่อเนื่องด้วยเช่นกัน ทำให้ภาพรวมของ SHR ยังเห็นผลการดำเนินงานที่ยังดีต่อเนื่อง ประกอบกับทิศทางต้นทุนการเงินที่ลดลงช่วยหนุนผลการดำเนินงาน และยังเป็นหุ้นที่มีราคา laggard กว่ากลุ่มโรงแรม ทำให้ยังมีอัพไซด์ของราคาหุ้น

    ราคาหุ้น SHR ปิดตลาดวันนี้ 1.55 บาท เพิ่มขึ้น 0.04 บาท (+2.65%)

    ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

    โบรกเกอร์ คำแนะนำ ราคาเป้าหมาย (บาท/หุ้น)

    หยวนต้า ซื้อ 2.80

    ซีจีเอสฯ ซื้อ 2.30

    กสิกรไทย ซื้อ 2.13

    กรุงศรี ซื้อ 2.10

    เคจีไอ ซื้อ 1.90

    +++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

    นักวิเคระห์ฯ บล.กสิกรไทย มองแนวโน้มผลงานของ SHR จะดีขึ้นต่อเนื่องจากเริ่มเข้าสู่ช่วงไฮซั่นในไตรมาส 4/68 ซึ่งเป็นช่วงการที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมากขึ้น โดยเฉพาะโรงแรมในประเทศไทยที่คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นในหัวเมืองท่องเที่ยวหลัก ซึ่งป็นปัจจัยที่หนุนต่อภาพรวมผลการดำเนินงานของ SHR ในช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ ซึ่งช่วยผลักดันทั้งรายได้จากห้องพัก (RevPar) และอัตราการเข้าพัก (OCC) ที่สูงขึ้น

    ขณะเดียวกันไตรมาสแรกของปี 69 ยังมีทิศทางที่ดีต่อเนื่อง โดยเฉพาะเทศกาลตรุษจีนคาดว่าจะได้รับอานิสงส์จากนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เข้ามาท่องเที่ยวมากขึ้น นอกจากนี้ แนวโน้มโรงแรมในมัลดีฟส์ที่มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเข้ามาช่วยหนุนภาพรวมของ SHR ให้มีทิศทางที่ดีขึ้นต่อเนื่อง ยังคงแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 2.10 บาท/หุ้น

    นักวิเคราะห์ฯ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ทิศทางของผลการดำเนินงานของ SHR ยังมีมุมมองเชิงบวก โดยเฉพาะในไตรมาส 4/68 ต่อเนื่องไปจนถึงไตร 1/69 มาจากแรงหนุนของโรงแรมในประเทศ และโรงแรมในฟิจิเข้าสูช่วงไฮซีซั่น ประกอบกับโรงแรมส่วนใหญ่ในอังกฤษของ SHR เสร็จสิ้นการรีโนเวท สามารถเปิดให้บริการได้เต็มที่ ทำให้เป็นปัจจัหนุนต่อ SHR โดยเฉพาะในแง่ของ RevPar ที่จะเห็นการปรับตัวขึ้น

    นอกจากนี้ SHR ยังได้ปัจจัยหนุนจากทิศทางของต้นทุนการเงินที่ลดลงหลังรีไฟแนนซ์เงินกู้ในอังกฤษ ซึ่งจะเริ่มเห็นผลค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่ลดลงมาตั้งแต่ไตรมาส 3/68 อีกทั้งราคาหุ้นยัง laggard หุ้นในกลุ่มโรงแรม และยังมีอัพไซด์จากราคาเป้าหมายที่ให้คำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 2.80 บาท/หุ้น

    ด้านบทวิเคราะห์ บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) คาดว่าในไตรมาส 4/68 ผลการดำเนินงาของ SHR จะมีการปรับตัวดีขึ้น จากแรงสนับสนุนของโรงแรมในประเทศไทย และฟิจิที่เข้าสู่ช่วงไฮซีซั่น ประกอบกับโรงแรมในมัลดีฟส์ที่ยังเห็นอัตราการเข้าพักสูงกว่า 80% มาต่อเนื่องหนุน อีกทั้งการกลับมาเปิดให้บริการเต็มที่ของโรงแรมในอังกฤษหลังสร็จสิ้นการรีโนเวท ทำให้ RevPar จะเพิ่มขึ้นได้อีก 10% จากการที่มีการปรับปรุงและรีแบรนด์โรงแรม

    ขณะเดียวกัน ยอดจองห้องพักยังคงมีความแข็งแกร่ง จากยอดจองล่วงหน้าสูงทั้งโรงแรมในไทยและมัลดีฟส์ ซึ่งมีความต้องการเข้ามาพักในโรงแรมที่อยู่ในพอร์ตของ SHR สูงต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาส 1/69 ทำให้ทิศทางของผลการดำเนินงานในไตรมาส 4/68 และไตรมาส 1/69 จะมีทิศทางดีต่อเนื่อง และ SHR ยังมีความน่าสนใจที่ราคาหุ้นค่อนข้าง Laggard กว่ากลุ่ม และมีอัพไซด์จากราคาเป้าหมาย 1.90 บาท/หุ้น


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/iq05/12770423&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw03GdBVemJT1jDtomORW1Bs

  • P

    P

    15 49.0138 8.38624 arrow 0 none 0 4000 1 0 horizontal https://maya-channel.com 300 0 1

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://maya-channel.com/2025/12/01/%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B0%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%2597%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2587%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B5%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%25A7%25E0%25B9%2581%25E0%25B8%25A5/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ohy5tRmllWQPU9BTjXSxM

  • ครม.เศรษฐกิจ คลอด 4 มาตรการใหญ่ ฟื้นฟู-เยียวยาน้ำท่วม ชงครม.พรุ่งนี้

    ครม.เศรษฐกิจ คลอด 4 มาตรการใหญ่ ฟื้นฟู-เยียวยาน้ำท่วม ชงครม.พรุ่งนี้

    ครม.เศรษฐกิจ คลอด 4 มาตรการใหญ่ ฟื้นฟู-เยียวยาน้ำท่วม ชงครม.พรุ่งนี้ ดึงเงินมาตรา 28 พรบ.วินัยการเงินการคลังฯ ช่วยพักหนี้ ปล่อยซอฟต์โลน ช่วยประชาชน 2.9 ล้านคน หลังกระทบเศรษฐกิจในพื้นที่กว่า 5 แสนล้านบาท

    1 ธันวาคม 2568 – ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แถลงผลประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ หรือ ครม.เศรษฐกิจ ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานว่า ที่ประชุมครม.เศรษฐกิจ เห็นชอบการออกมาตรการฟื้นฟูเยียวยาน้ำท่วม 4 มาตรการใหญ่ โดยจะเสนอให้กับที่ประชุมครม.พิจารณาในวันพรุ่งนี้ (2 ธ.ค.) เห็นชอบ

    ภายหลังเหตุการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ในช่วงที่ผ่านมา ได้สร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจและทรัพย์สินเป็นวงกว้างโดยกระทบกับประชาชนมากกว่า 2.9 ล้านคน และส่งผลเสียหายต่อเศรษฐกิจในพื้นที่กว่า 5 แสนล้านบาท
    สำหรับมาตรการฟื้นฟูเยียวยาน้ำท่วม ทั้ง 4 มาตรการใหญ่ รัฐบาลเตรียมดึงเงินจากมาตรา 28 แห่งพ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 มาใช้ในการฟื้นฟูและเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม ทั้งประชาชน และภาคธุรกิจ โดยการนำเสนอต่อครม.วันพรุ่งนี้จะแยกออกเป็นกลุ่มหลัก 2 กลุ่ม นั่นคือ มาตรการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และมาตรการช่วยเหลือกลุ่มผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่มเอสเอ็มอี สรุปได้ดังนี้

    1.การลดภาระหนี้ โดยสถาบันการเงินเฉพาะกิจดำเนินมาตรการพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นเวลา 12 เดือน โดยสถาบันการเงินเฉพาะกิจจะยกเว้นการคิดดอกเบี้ยในช่วงเวลาการพักชำระหนี้ (คิดดอกเบี้ยร้อยละ 0 ต่อปี) รายละไม่เกิน 1,000,000 บาทต่อสถาบันการเงินเฉพาะกิจ และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะผ่อนเกณฑ์ไม่เป็นหนี้เสีย หรือ NPL ด้วย

    ขณะเดียวกันยังมีการให้สินเชื่อเพื่อเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ เป็นสินเชื่อเพิ่มเติมภายใต้วงเงินกู้เดิมกับธนาคาร (ลูกหนี้เดิม) รายละไม่เกิน 1 แสนบาท ปลอดดอกเบี้ย 12 เดือนแรก และการให้สินเชื่อเพื่อฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ วงเงินไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อราย ปลอดดอกเบี้ย 12 เดือนแรก

    นอกจากนี้ธปท.และสมาคมธนาคารไทยยังจะผ่อนเกณฑ์ในการปล่อยสินค้า เพื่อชวยเหลือผู้ประกอบการ โดยเฉพาะเอสเอ็มอี รวมทั้งหารปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ค้ำประกันให้ภาคธุรกิจด้วย

    2.การเก็บเงินไว้ในกระเป๋า โดยนายกฯกำชับเรื่องการจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบภัยตามเกณฑ์ครัวเรือนละไม่เกิน 9,000 บาท กระทรวงมหาดไทย จะเสนอที่ประชุมครม. วันพรุ่งนี้ เพื่อของบกลาง และจะเร่งเบิกจ่ายให้ถึงมือประชาชนโดยเร็ว ขณะเดียวกันกระทรวงการคลังได้ขยายเงินทดลองให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนำมาใช้จ่ายต่าง ๆ ได้สะดวกมากขึ้น จังหวัดละ 100 ล้านบาท พร้อมผ่อนเกณฑ์ในการเบิกจ่ายให้สามารถใช้ในกรณีฉุกเฉินเพื่อมาช่วยประชาชนที่เดือดร้อนในพื้นที่

    ด้านการประกันภัย สำหรับประชาชนที่ทรัพย์สินเสียหาย บริษัทประกันจะเร่งจ่ายค่าชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงไม่เกิน 20,000 บาท ส่วนร้านค้าต่าง ๆ จะจ่ายค่าสินไหมทดแทน 30,000 บาท ส่วนรถยนต์จะเร่งเคลมให้รวดเร็ว โดยสามารถถ่ายรูปรถยนต์ให้เห็นทะเบียนและระดับน้ำ เพื่อให้ประชาชนสามารถเคลมยนต์ได้ทันที

    ส่วนกระทรวงแรงงาน ได้ขยายระยะเวลาเงินนำส่งประกันสังคมทั้งหมด ขณะที่ลูกจ้าง จะมีการจะจ่ายประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานในกรณีไม่สามารถทำงานได้ในอัตรา 50% ของค่าจ้างสูงสุดไม่เกิน 180 วัน และจัดสินเชื่อให้ผู้ประกอบการเพื่อส่งเสริมการจ้างงาน ในกิจการที่มีลูกจ้างไม่เกิน 200 คน กู้ได้ไม่เกินรายละ 15 ล้านบาท

    3. การลดภาระค่าใช้จ่าย โดยจะขยายเวลาชำระภาษีและค่าธรรมเนียม จะประสานกับทางกระทรวงมหาดไทย เพื่อลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ที่ประสบภัย พร้อมลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับซ่อมแซมทรัพย์สินตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 100,000 บาท การลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเพื่อซ่อมแซมรถยนต์ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 30,000 บาท

    ส่วนผู้ประกอบการที่มีค่าใช้จ่ายซ่อมแซมทรัพย์สิน สามารถนำค่าใช้จ่ายมาหักได้ 2 เท่า นอกเหนือจากนั้นผู้ที่บริจาคช่วยผู้ประสบภัย และองค์กรสาธารณกุศลต่าง ๆ ก็สามารถลดหย่อนภาษีได้เช่นกัน

    4. ด้านอื่น ๆ เช่น รัฐวิสาหกิจตรวจสอบความปลอดภัยตามที่อยู่อาศัย สิ่งปลูกสร้างระบบท่อน้ำ ระบบไฟฟ้า รางรถไฟ เป็นต้น การอำนวยความสะดวกในการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัด การจัดหน่วยบริการเคลื่อนที่ (Mobile Unit) ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานพันธมิตร โดยลงพื้นที่ให้คำปรึกษาและบริการต่าง ๆ ด้านการค้าระหว่างประเทศแก่ผู้ประกอบการถึงในพื้นที่ การอำนวยความสะดวกในการยื่นงบการเงินและบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น เป็นต้น

    พร้อมทั้งได้มีการมอบหมายให้ธนาคารแห่งประเทศไทย พิจารณาแนวทางที่เหมาะสมและสอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ลูกหนี้ของธนาคารพาณิชย์ และผู้ให้บริการทางการเงินอื่น ๆ ที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (Non-Bank) ที่ประสบอุทกภัยได้รับความช่วยเหลือที่สอดคล้องกับแนวทางการให้ความช่วยเหลือของสถาบันการเงินเฉพาะกิจต่อไป

    รองนายกฯ กล่าวว่า นายกฯ ยังได้มอบหมายให้ถอดบทเรียนจากภัยพิบัติครั้งนี้ โดยขอให้นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ เป็นประธานในการถอดบทเรียนต่าง ๆ ทั้งการแก้ปัญหาในระยะสั้น และการเตรียมความพร้อมระยะยาว โดยกระทรวงต่างประเทศ จะขอความช่วยเหลือกับประเทศที่ได้มีปัญหาประสบอุทกภัย เช่น ประเทศญี่ปุ่น เพื่อนำมาวางระบบในการที่จะดูแล

    นอกจากนี้นายกฯ ยังได้มอบหมายกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา เตรียมแคมเปญกระตุ้นการท่องเที่ยว หลังจากฟื้นฟูและให้หน่วยราชการต่าง ๆ จัดสัมมนาในจังหวัดที่ประสบภัยเพื่อให้กระตุ้นการท่องเที่ยวช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจในพื้นที่ต่อไป ส่วนมาตรการลดค่าน้ำประปา และค่าไฟฟ้า ที่ประชุมได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยรับไปดำเนินการต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/hi-light/906698/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3ehpRV5yeyrU65JF3NzYK6

  • “ภาคใต้” จมน้ำอ่วมคาดกระทบเศรษฐกิจ ไม่ต่ำกว่า 25,000 ล้าน

    “ภาคใต้” จมน้ำอ่วมคาดกระทบเศรษฐกิจ ไม่ต่ำกว่า 25,000 ล้าน

    ต้นกุมภาฯ อีจัน เผยแพร่เมื่อ : 1 ธ.ค. 2568, 14:36 1

    วันนี้ (1 ธ.ค.68) ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินผลกระทบจากเหตุอุทกภัยที่สงขลาและหลายจังหวัดภาคใต้ต่อเศรษฐกิจ เป็น 2 ส่วน โดยส่วนแรก ผลกระทบทันทีจากการหยุดชะงักของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ซึ่งพอจะประมาณได้ ส่วนที่สองจากความเสียหายต่อสินทรัพย์ ซึ่งซับซ้อนกว่า เพราะความเสียหายอาจทยอยรับรู้ในอนาคตโดยหลายภาคส่วน นอกเหนือไปจากครัวเรือน เช่น รัฐบาล สถาบันการเงิน คู่ค้า ฯลฯ

    สำหรับส่วนแรกนั้น ผลกระทบต่อเศรษฐกิจในเบื้องต้นอาจคิดเป็นมูลค่าไม่ต่ำกว่า 25,000 ล้านบาทในกรอบเวลา 1 เดือน หรือราว 0.13% ของขนาดเศรษฐกิจประเทศไทย (Nominal GDP) บนสมมติฐานเหตุการณ์รุนแรงในช่วง 10-15 วันแรก และความรุนแรงทยอยลดระดับลงในอีก 10-15 วันถัดมา โดยผลกระทบหลักอยู่ที่จังหวัดสงขลา ซึ่งช่วงแรกประสบภัยในแทบทุกพื้นที่ 

    โดยหลักๆ จะมาจากการหยุดชะงักลงของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาคบริการ (สถานที่พักแรม ร้านอาหาร ค้าปลีก ขนส่ง เป็นต้น) และการผลิตอุตสาหกรรม (เช่น เกษตรและอาหารแปรรูป) ซึ่งมีสัดส่วนกว่า 56% และ 18% ตามลำดับในจังหวัดสงขลา รวมไปถึงการหยุดให้บริการสาธารณูปโภคพื้นฐานอย่างไฟฟ้าและประปา (สัดส่วนกว่า 3%) 

    ขณะที่ เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงปลายปีที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจมักจะคึกคักขึ้นตามปัจจัยด้านฤดูกาลของการท่องเที่ยว อีกทั้งอยู่ในช่วงที่ไทยกำลังจะเป็นเจ้าภาพงานกีฬาซีเกมส์ 9-20 ธันวาคม 2568 และสงขลาเป็นหนึ่งในสถานที่จัดการแข่งขันหลายประเภทกีฬา นอกจากนี้ ความเสียหายส่วนที่เหลือของสงขลาและในพื้นที่จังหวัดอื่นๆ ผลกระทบจะเป็นภาคเกษตร ครอบคลุมพื้นที่เพาะปลูกยางพาราและปาล์มน้ำมัน รวมถึงพื้นที่เลี้ยงสัตว์น้ำหรือประมง 

    เมื่ออุทกภัยทยอยคลี่คลาย ผู้ประสบภัยจะได้รับผลกระทบจากการจัดการความเสียหายของสินทรัพย์เพิ่มเติม เช่น อาคาร รถยนต์ ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ เป็นต้น ซึ่งการรับรู้ผลกระทบในส่วนที่สองนี้ ทั้งการซ่อมแซม/ฟื้นฟู/ซื้อใหม่ คงจะทยอยใช้เวลา และยังต้องขึ้นอยู่กับอีกหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็น เงินออมและความสามารถในการหารายได้ของแต่ละครัวเรือน ภาวะเศรษฐกิจ ความช่วยเหลือจากเจ้าหนี้และคู่ค้าต่างๆ ซึ่งรวมถึงสถาบันการเงิน ตลอดจนมาตรการจากภาครัฐ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ejan.co/economics/4g40591x1htm&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2W-2yEJDtKW_GtjPB1ZfVP

  • พิชัย ห่วงน้ำท่วมใต้ฉุดเศรษฐกิจทรุด ไทยเสี่ยงถดถอยหนัก

    พิชัย ห่วงน้ำท่วมใต้ฉุดเศรษฐกิจทรุด ไทยเสี่ยงถดถอยหนัก

    พิชัย ห่วงน้ำท่วมใต้ฉุดเศรษฐกิจทรุด ไทยเสี่ยงถดถอยหนัก

    นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แสดงความกังวลต่อผลกระทบจากมหาอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งมีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 170 ราย และสร้างความเสียหายหนักต่อบ้านเรือน ธุรกิจ และระบบเศรษฐกิจในภาพรวม โดยระบุว่าสถานการณ์ครั้งนี้จะยิ่งซ้ำเติมเศรษฐกิจไทยที่อ่อนแรงอยู่แล้ว และอาจกดตัวเลข GDP ไตรมาส 4 ให้ขยายต่ำกว่า 1% หลังไตรมาส 3 ขยายเพียง 1.2% เสี่ยงนำไปสู่ภาวะ เศรษฐกิจถดถอยทางเทคนิค หาก GDP ติดลบต่อเนื่อง 2 ไตรมาส

    ด้าน การส่งออกเดือนตุลาคม 2568 ขยายตัวเพียง 5.7% ต่ำสุดในรอบ 13 เดือน ขณะที่การนำเข้าไม่ลดลง ทำให้ขาดดุลการค้าสูงถึง 3.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จึงเสนอให้เร่งฟื้นการส่งออกให้เป็นไปตามเป้าหมาย ซึ่งทั้งปี 2568 ควรขยายได้อย่างน้อย 11-12% และปีหน้าเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเพื่อพยุงเศรษฐกิจไทย

    นายพิชัยเตือนว่าควรรีบผลักดันให้ USTR ยืนยันกลับมาเจรจาการค้าอย่างเป็นทางการ หลังสหรัฐประกาศพักการเจรจา เพราะหากมีการขึ้น Tariff กับไทยจะกระทบหนัก เนื่องจากไทยส่งออกไปสหรัฐ ราว 2 ล้านล้านบาทต่อปี หรือเกือบ 20% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด พร้อมเตือนว่าการสื่อสารที่สร้างภาพว่าสหรัฐต้องง้อไทยอาจส่งผลลบต่อความสัมพันธ์ทางการค้า

    ในส่วนสินค้าเกษตร นายพิชัยระบุว่าแม้ข้าวหอมมะลิยังมีราคาดี 15,000–16,500 บาทต่อตัน แต่ราคาข้าวเปลือกเจ้ายังต่ำมากเพียง 6,100–6,800 บาทต่อตัน และควรเร่งมาตรการดันราคากลับสู่ระดับ 8,800–9,000 บาทต่อตัน พร้อมกำชับว่ากระทรวงพาณิชย์ต้องดูแลราคาสินค้าบริโภคในพื้นที่น้ำท่วมตามนโยบาย “ห้ามขาด ห้ามแพง” หลังพบราคาตั๋วเครื่องบิน กรุงเทพฯ–หาดใหญ่ และอุปกรณ์ทำความสะอาดพุ่งสูงขึ้นแล้ว

    อย่างไรก็ตาม นายพิชัยชื่นชมรัฐบาลและคณะเศรษฐกิจที่เดินหน้า ปลดล็อกอุตสาหกรรมอนาคต อาทิ Data Center, AI, พลังงานสะอาด, เซมิคอนดักเตอร์, อิเล็กทรอนิกส์ และ EV ผ่านมาตรการ Thailand FastPass ซึ่งจะช่วยเร่งการลงทุนจากต่างประเทศหลายแสนล้านบาท และในอนาคตอาจถึงระดับหลายล้านล้านบาท

    นายพิชัยทิ้งท้ายว่า หากประเทศไทยต้องการพัฒนาอย่างมั่นคง ต้องเร่งทั้ง การขยายตัวของการส่งออก และ การดึงการลงทุนสมัยใหม่จากต่างประเทศ เพื่อสร้างรายได้ใหม่และทำให้เศรษฐกิจไทยแข่งขันได้ในระยะยาว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/734288&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0rw9ZQN81gQ_rjkLXGseHJ

  • กรมการพัฒนาชุมชนเปิดโครงการเสริมสร้างศักยภาพกลไกการขับเคลื่อนงานทุนชุมชน ระดับกรม มุ่งยกระดับเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน

    กรมการพัฒนาชุมชนเปิดโครงการเสริมสร้างศักยภาพกลไกการขับเคลื่อนงานทุนชุมชน ระดับกรม มุ่งยกระดับเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน

    กรมการพัฒนาชุมชนเปิดโครงการเสริมสร้างศักยภาพกลไกการขับเคลื่อนงานทุนชุมชน ระดับกรม มุ่งยกระดับเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน


    1/12/2568 | 28 | |

    กรมการพัฒนาชุมชนเปิดโครงการเสริมสร้างศักยภาพกลไกการขับเคลื่อนงานทุนชุมชน ระดับกรม มุ่งยกระดับเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน

    วันนี้ (1 ธันวาคม 2568) เวลา 13.09 น. ณ ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนชลบุรี จังหวัดชลบุรี นายไพโรจน์ โสภาพร รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานเปิดโครงการ “เสริมสร้างศักยภาพกลไกการขับเคลื่อนงานทุนชุมชน กิจกรรมที่ 1 เพิ่มศักยภาพกลไกการขับเคลื่อนงานทุนชุมชนตามหลักธรรมาภิบาลและการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก (ระดับกรม)” โดยมีผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมและพัฒนาทุนชุมชน ปฏิบัติราชการแทนผู้อำนวยการสำนักพัฒนาทุนและองค์กรการเงินชุมชน พร้อมด้วยผู้เข้าร่วมโครงการจากทั่วประเทศเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

    การเสริมสร้างศักยภาพกลไกงานทุนชุมชน เป็นภารกิจสำคัญที่สะท้อนบทบาทของ พช. ในการผลักดันกองทุนชุมชนให้เป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน ผ่านการพัฒนาองค์ความรู้ ทักษะ และสมรรถนะของบุคลากร เพื่อบริหารจัดการเงินทุนชุมชนตามหลักธรรมาภิบาล เป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ ลดความเสี่ยงทางการเงินของครัวเรือน และสนับสนุนการออมเชิงคุณภาพ รวมถึงการขับเคลื่อนโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน (กข.คจ.) ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนให้ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

    ทั้งนี้ กรมการพัฒนาชุมชนเชื่อมั่นว่า ผู้เข้าร่วมโครงการจะสามารถนำความรู้ไปถ่ายทอดต่อแก่พัฒนากรอำเภอและคณะกรรมการกองทุนชุมชนในพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อให้การดำเนินงานกองทุนชุมชนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สอดคล้องกับนโยบายสำคัญของกระทรวงมหาดไทยด้านการสร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ และ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ให้แก่ประชาชนอย่างแท้จริง

    #กรมการพัฒนาชุมชน

    #กระทรวงมหาดไทย


    X-Twitter Line Tiktok Instagram QRCode



    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdd.go.th/th/content/category/detail/id/8/iid/293298&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2HW8ltMxztzpBWqplVhgZP

  • ‘ในหลวง’พระราชทานเงินส่วนพระองค์ ช่วยผู้เสียชีวิตน้ำท่วมรายละ 2 หมื่น

    ‘ในหลวง’พระราชทานเงินส่วนพระองค์ ช่วยผู้เสียชีวิตน้ำท่วมรายละ 2 หมื่น

    วันจันทร์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.27 น.

    นายกฯเผย ‘ในหลวง’พระราชทานเงินส่วนพระองค์ช่วยผู้เสียชีวิตรายละ 2 หมื่น ถกครม.เศรษฐกิจเร่งเยียวยาจ่ายเงินน้ำท่วมเข้าครม.พรุ่งนี้  สั่ง‘สธ.’ระดมจิตแพทย์ลงพื้นที่ดูแลหวั่นเป็นโรคซึมเศร้า กำชับ ‘ดีอี’อัพเกรดระบบเตือนภัย

    1 ธันวาคม 2568 เมื่อเวลา 13.50 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ ครั้งที่ 6/2568 โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายธนกร วังบุญคงชนะ รมว.อุตสาหกรรม น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

    โดยนายกฯ กล่าวเปิดการประชุมตอนหนึ่งว่า ทุกช่วงบ่ายของวันจันทร์จะมีการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ แต่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีมหันตภัย สถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัดภาคใต้โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งคณะรัฐมนตรี(ครม.)ได้ร่วมกันออกมาตรการต่างๆในการแก้ปัญหาให้กับประชาชนที่ประสบภัยในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งตนเห็นว่าเนื่องจากอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาเป็นเมืองเศรษฐกิจซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอุทกภัยในครั้งนี้ ทำให้มีผลกระทบอย่างรุนแรงมากในเรื่องของเศรษฐกิจต่อทั้งตัวจังหวัดเอง ผู้ประกอบการและต่อประชาชนทุกคน

    โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบของการเสริมสร้างรายได้ของพวกเขา ตนจึงได้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องทุกท่านให้มาร่วมประชุมกับทางคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ ซึ่งตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาจนถึงเมื่อวันที่ 30 พ.ย.ที่ผ่านมา ตนได้นำหน่วยงานภาครัฐรัฐวิสาหกิจตลอดจนสมาคมทางด้านธุรกิจและอุตสาหกรรมต่างๆลงไปในพื้นที่ เพื่อให้พวกท่านได้เห็นถึงความเสียหายที่เกิดขึ้น เพราะเราจะต้องเร่งทำการฟื้นฟูให้ ส่วนที่เสียหายไปนั้นได้กลับมามีประสิทธิภาพในการเสริมสร้างรายได้และทำให้โอกาสต่างๆกลับคืนมาต่อไป เรื่องของการฟื้นฟูตัวจังหวัดล้างบ้าน ล้างเมืองและเร่งนำประชาชนกลับเข้าบ้านให้เร็วที่สุด 

    นายกฯ กล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 29 พ.ย.ที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เชิญพระราชกระแสเนื่องด้วยเหตุอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยราษฎรที่ประสบเหตุโดยเฉพาะครอบครัวผู้เสียชีวิต จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้รับศพผู้เสียชีวิตทุกรายไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ รวมทั้งให้กำลังใจกับบุคลากรทางการแพทย์และจิตอาสา ทั้งนี้จะได้พระราชทานเงินจำนวน 100 ล้านบาท ซึ่งเป็นพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ให้แก่โรงพยาบาลหาดใหญ่และซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ทดแทนที่เสียหายและจากพระราชทานโดรนสำหรับค้นหาและส่งอาหาร ยุทธภัณฑ์ต่างๆให้แก่กองทัพและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)เพื่อใช้ในการช่วยเหลือประชาชนถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้  ในการนี้ตนได้รับการแจ้งย้ำว่าขอให้ดำเนินการรับศพผู้เสียชีวิตทุกรายไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ ซึ่งหมายความว่าในส่วนของผู้ที่เป็นชาวพุทธจะมีการพระราชทานเพลิงให้กับทุกราย ส่วนผู้ที่เป็นศาสนามุสลิม จะมีการพระราชทานดินฟังศพ ตามประเพณีและวัฒนธรรมที่ดำเนินกันมาอยู่แล้วฉะนั้นตรงนี้ขออนุญาตแจ้งผ่านปลัดกระทรวงมหาดไทยให้แจ้งผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอที่มีผู้เสียชีวิตได้ดำเนินการอย่างเคร่งครัด อย่าให้ตกหล่น

    “ผมได้รับแจ้งมาว่าจะส่งพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระพระราชทานเงินช่วยเหลือแก่ผู้เสียชีวิตรายละ 20,000 บาท ซึ่งเป็นเงินจากพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ตรงนี้ขอให้กำชับว่าให้ดำเนินการตามประเพณีและให้ทำรายงานแจ้งกลับราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อนำความกราบบังคมทูลให้พระกรุณาทรงทราบว่าได้ดำเนินการไปเรียบร้อยแล้ว“ นายกฯ กล่าว

    นายกฯ กล่าวอีกว่า วันนี้ได้รับข้อเสนอจากประธานสภาหอการค้าไทย และภาคีภาคเอกชนต่างๆ ได้มีข้อเสนออยากให้รัฐบาลช่วยสนับสนุน ก็จะส่งมอบให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การคลัง ได้ช่วยรับข้อเสนอต่างๆเหล่านี้เพื่อจัดทำแนวทางในการช่วยเหลือที่เหมาะสมอย่างเร่งด่วน ตอนนี้ในส่วนของสถานการณ์ได้เริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นมาก น้ำลดลงแล้วเกือบจะ 100 เปอร์เซ็นต์ แล้วยกเว้นพื้นที่ที่ยังเป็นพื้นที่ต่ำหรือมีน้ำท่วมขัง ทางผู้ว่าราชการจังหวัด นายกอบจ.สงขลา ยังดำเนินการดูแลฟื้นฟูสภาพเมืองอยู่ทุกวันวันนี้มีเรื่องต่างๆมากมายที่ต้องเร่งในการฟื้นฟูเยียวยาจะใช้มติของที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ เพื่อเร่งดำเนินการให้การช่วยเหลือโดยเร็ว เพื่อที่จะนำเสนอให้ได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี(ครม.)ในการประชุมวันที่ 2 ธ.ค.นี้ และในการเข้าร่วมประชุม เพื่อเตรียมมาตรการช่วยเหลือฟื้นฟู หลังเหตุเหตุการณ์ในเรื่องของการช่วยเหลือฟื้นฟูจะต้องเร่งสปีดไปข้างหน้าเพื่อให้ประชาชนผลิกฟื้นความเลวร้ายต่างๆของพวกเขาให้กลับมาสู่การมีโอกาสต่างๆให้มากขึ้นโดยเร็ว ซึ่งไม่ได้มีแค่เพียงมิติเศรษฐกิจเท่านั้น แต่จะต้องเร่งดูแลทั้งในเรื่องของการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน ถนน ไฟฟ้า ประปา อินเตอร์เน็ตให้กลับมาเป็นปกติให้เร็วที่สุดม

    นายกฯ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึงเรื่องสุขภาพจิต สุขภาพกายของผู้ประสบอุทกภัย โดยขอให้รมว.สาธารณสุขเร่งดำเนินการในเรื่องนี้ เพื่อทำให้ชีวิตของพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด คนที่สูญเสียทั้งบ้านเรือน สูญเสียธุรกิจและสูญเสียรายได้ สูญเสียครอบครัวเราจะต้องให้การดูแลอย่างใกล้ชิดมากๆ เพื่อให้เขาไม่มีอาการซึมเศร้าถึงขั้นอันตรายที่จะไปทำในสิ่งที่ไม่มีใครต้องการให้มันเกิดขึ้น จึงต้องฝากรมว.สาธารณสุขด้วย ทราบดีว่าท่านได้ จัดเตรียมทีมลงไปดูแลสุขภาพของพี่น้องประชาชนอยู่แล้ว จึงขอเน้นย้ำ ว่าตอนนี้หลังจากน้ำลดลงแล้วชาวบ้านกลับเข้าบ้านได้แล้ว ไปเห็นสภาพความเสียหายของบ้าน เห็นการสูญเสียของโอกาสต่างๆ ตนคิดว่ามันสามารถทำให้เกิดความหดหู่ทางจิตใจ ซึ่งจะพัฒนาไปสู่เรื่องการซึมเศร้า และนำไปสู่สิ่งที่ไม่พึงประสงค์ได้ ดังนั้นต้องเกณฑ์จิตแพทย์ และนักจิตวิทยา ลงไปดูแลพี่น้องประชาชนอย่างใกล้ชิดด้วย

    นอกจากนี้ยังมีเรื่องอื่นๆอีกมากมายที่ได้หารือ เช่น การปรับปรุงการเตือนภัยอย่างเร่งด่วน การจ่ายเงินเยี่ยวยาผู้เสียชีวิต ซึ่งเรื่องของการเตือนภัยเร่งด่วนได้หารือกีบรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจกิจและสังคม(ดีอี) แล้วซึ่งรัฐมนตรีจะได้ไปหาหนทางและวิธีการและหาแพลตฟอร์มในการอัปเกรดการเตือนภัยให้เร่งด่วนและมีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งนี้เรื่องสำคัญ ในเบื้องต้นที่จะเร่งดูแลพี่น้องประชาชน คือการจ่ายเงินเยียวยาทั้งเยียวยาในรายครัวเรือนและเยียวยาในเรื่องของผู้เสียชีวิตตรงจะให้ทางรมว.คลังได้นำเสนอให้ที่ประชุมได้รับทราบ และตนได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทยเร่งนำเสนองบประมาณในการเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตและครอบครัวผู้ประสบภัยเข้าครม.ในวันที่ 2 ธ.ค.นี้.

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/royal/931765&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0PXwPAFGMX3FlhZOpfL0n9

  • ส่องภาพรวมดิจิทัลประเทศไทย อินเทอร์เน็ตประจำที่เร็วสุดอันดับ 7 โลก!

    ส่องภาพรวมดิจิทัลประเทศไทย อินเทอร์เน็ตประจำที่เร็วสุดอันดับ 7 โลก!

    เปิดข้อมูล “Digital 2026 Thailand” สถิติภาพรวมดิจิทัลประเทศไทยประจำปี คนไทยค้นหา “หนัง – แปล” บน Google มากสุด สุดภาคภูมิใจ! อินเทอร์เน็ตเร็วสุดอันดับ 7 ของโลก ส่วนใหญ่ใช้ไถโซเชียล – คุยแชตมากสุด

    สังคมไทย ยังคงเดินบนเส้นทางแห่งสังคมดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ DataReportal เว็บไซต์รวบรวมข้อมูลชื่อดัง เผยแพร่ “Digital 2026 Thailand” ข้อมูลสถิติด้านการใช้ดิจิทัลของคนไทยตลอดช่วงปี 2025 โดยเผยว่ามีอัตราการเข้าถึงและใช้อินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดียพุ่งสูงติดอันดับต้น ๆ ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สะท้อนบทบาทสำคัญของเทคโนโลยีในชีวิตประจำวันของคนไทย

    DataReportal
    คนไทยใช้อินเทอร์เน็ต 94.7% ของสัดส่วนประชากรทั้งประเทศ

    คนไทยใช้อินเทอร์เน็ต 94.7% ของสัดส่วนประชากรทั้งประเทศ

    จากการสำรวจในช่วงปลายปี 2025 ประเทศไทยมีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตกว่า 67.8 ล้านคน คิดเป็นอัตราการเข้าถึง 94.7% อันดับที่ 23 ของโลก ซึ่งถือว่าสูงเป็นอันดับต้น ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นรองเพียงสิงคโปร์ (98.4%) และมาเลเซีย (98%) สะท้อนว่าประชาชนไทยสามารถเข้าถึงบริการออนไลน์ในชีวิตประจำวันเป็นส่วนมาก

    ไทยอันดับ 19 ของโลก ประชากรใช้อินเทอร์เน็ตมากที่สุด

    แม้ว่าคนไทยจะใช้อินเทอร์เน็ต 94.7% เมื่อเทียบสัดส่วนประชากรทั้งประเทศ ทว่าหากเทียบเป็นจำนวนประชากรแล้ว ประเทศไทยจะขยับขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 19 ของโลก ที่มีประชากรใช้อินเทอร์เน็ตมากที่สุด ที่ 67.8 ล้านคน เป็นรองอินโดนีเซีย ที่มีประชากรใช้อินเทอร์เน็ต 230.4 ล้านคน และเวียดนาม 85.6 ล้านคน

    ส่วนประเทศ 3 อันดับแรกที่มีจำนวนประชากรใช้อินเทอร์เน็ตมากที่สุดในโลก คือ จีน 1.3 พันล้านคน คิดเป็น 91.6% เทียบกับสัดส่วนประชากรทั้งประเทศ อินเดีย 1.026 พันล้านคน คิดเป็น 70% เทียบกับสัดส่วนประชากรทั้งประเทศ และ สหรัฐอเมริกา 323 ล้านคน คิดเป็น 93.1% เทียบกับสัดส่วนประชากรทั้งประเทศ

    DataReportal
    ไทยอันดับ 19 ของโลก ประชากรใช้อินเทอร์เน็ตมากที่สุด

    “ไถโซเชียล – คุยแชต” สาเหตุคนไทยเข้าใช้เว็บ-แอปฯ มากสุด

    Digital 2026 Thailand ยังชี้ให้เห็นพฤติกรรมการใช้งานเว็บไซต์และแอปพลิเคชันของคนไทยยังคงเติบโตสูง โดย “โซเชียลมีเดีย” ครองอันดับหนึ่งของการใช้งานด้วยสัดส่วนสูงถึง 97.5% สะท้อนบทบาทสำคัญของแพลตฟอร์มสังคมออนไลน์ในชีวิตประจำวัน

    ขณะที่ “แชตและส่งข้อความ” ตามมาเป็นอันดับสองที่ 96.7% แสดงให้เห็นว่าการสื่อสารแบบเรียลไทม์ยังเป็นหัวใจหลักของการใช้งานดิจิทัลในยุคปัจจุบัน

    กลุ่มเว็บไซต์/แอปค้นข้อมูลอย่าง “เสิร์ชเอนจิน” มีการใช้งาน 86.3% ขณะที่ “อีเมล” ยังคงได้รับความนิยมอยู่ที่ 85.9% ด้านอีคอมเมิร์ซทั้งการช้อปปิงและประมูลออนไลน์ทำได้ดีเช่นกันที่ 81.8%

    บริการตามตำแหน่งที่ตั้ง เช่น แผนที่และการจราจร มีผู้ใช้กว่า 59.5% ส่วนบริการส่งอาหารยังได้รับความนิยมสูงที่ 50.2% ขณะที่หมวดท่องเที่ยว ข่าว เกม และพยากรณ์อากาศ อยู่ในช่วงราว 39–43%

    ด้านความบันเทิงอย่าง “เพลง” มีผู้ใช้งาน 36.4% ขณะที่รีวิวสินค้า เว็บบอร์ด และแพลตฟอร์มงานหรือธุรกิจมีอัตราการใช้งานราว 29–31%

    DataReportal
    “ไถโซเชียล – คุยแชต” สาเหตุคนไทยเข้าใช้เว็บ-แอปฯ มากสุด

    “Google – YouTube” ครองบัลลังก์เว็บขวัญใจคนไทย “คอนเทนต์ผู้ใหญ่” มีทราฟฟิกมาก

    Digital 2026 Thailand ยังเผยข้อมูลการเข้าชมเว็บไซต์ในไทยจาก SEMrush และ SimilarWeb อ้างอิงทราฟฟิกช่วงกลางปีถึงสิงหาคม 2025 ชี้ให้เห็นว่า Google และ YouTube ยังครองตำแหน่งเว็บที่คนไทยเข้าชมมากที่สุดอย่างเหนียวแน่นทุกการจัดอันดับ โดย Google มีทราฟฟิกเฉลี่ยรายเดือนสูงถึง 1.21 พันล้านครั้ง ตามตัวเลขของ SEMrush และกว่า 905 ล้านครั้ง ตามข้อมูลของ SimilarWeb

    เว็บไซต์โซเชียลมีเดียอย่าง Facebook และ X ยังคงอยู่ในอันดับต้น ๆ ของทั้งสองแพลตฟอร์ม ขณะที่กลุ่มเว็บไซต์สตรีมคอนเทนต์ผู้ใหญ่ (Adult Content) จำนวน 5 เว็บไซต์ ติดอันดับท็อป 20 ของ SEMrush สะท้อนพฤติกรรมการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่หลากหลายของผู้ใช้ไทย

    รายงานยังพบว่า เว็บไซต์ที่มีเนื้อหาบันเทิง-ผู้ใหญ่ ติดอันดับสูงหลายโดเมน ซึ่งเป็นหมวดที่มีทราฟฟิกจำนวนมากและมีระยะเวลาใช้งานต่อเซสชันค่อนข้างยาว

    ด้านอีคอมเมิร์ซ Shopee ติดอันดับ 6 ของ SEMrush และขึ้นมาถึงอันดับ 4 ใน SimilarWeb ขณะที่เว็บกระทู้ชื่อดัง Pantip.com ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ในรายงาน SimilarWeb อยู่ที่อันดับ 5 ด้วยผู้เข้าชมกว่า 62.4 ล้านครั้งต่อเดือน

    แพลตฟอร์มโซเชียลและสื่อ เช่น Instagram TikTok และ Line.me ยังคงเป็นจุดหมายสำคัญของผู้ใช้งาน โดย TikTok ติดอันดับ 13 ของ SEMrush และอันดับ 11 ตาม SimilarWeb

    เว็บไซต์ข่าวไทยอย่าง Sanook.com ติดอันดับต้น ๆ ในหมวดข่าวจากทั้งสองรายงาน ส่วนเว็บไซต์สื่อใหญ่และไลฟ์สไตล์ เช่น Thairath และ Kapook อยู่ในกลุ่มท็อป 20 ของ SimilarWeb

    DataReportal
    “Google – YouTube” ครองบัลลังก์เว็บขวัญใจคนไทย “คอนเทนต์ผู้ใหญ่” มีทราฟฟิกมาก
    DataReportal
    “Google – YouTube” ครองบัลลังก์เว็บขวัญใจคนไทย “คอนเทนต์ผู้ใหญ่” มีทราฟฟิกมาก

    คำนี้มาอีกแล้ว! “หนัง – แปล” คำค้นหา Google ยอดฮิตคนไทย

    Digital 2026 Thailand ยังเผยให้เห็น 20 อันดับคำค้นหายอดนิยมสูงสุดในประเทศไทย โดยภาพรวมสะท้อนให้เห็นว่า “หนัง” (ภาพยนตร์) คือสิ่งที่คนไทยให้ความสนใจมากที่สุดบนโลกออนไลน์ โดยคำค้นหาว่า “หนัง” ขึ้นแท่นอันดับหนึ่งด้วยคะแนนดัชนีปริมาณการค้นหาเชิงสัมพัทธ์ (Index vs. Top Query) ที่ 100

    ปริมาณดังกล่าวนำหน้าคำค้นหาอื่น ๆ อย่างชัดเจน บ่งชี้ว่าการเข้าถึงและบริโภคสื่อภาพยนตร์ผ่านช่องทางออนไลน์ยังคงเป็นกิจกรรมหลักที่ครองใจผู้ใช้งานชาวไทยอย่างต่อเนื่อง

    ขณะเดียวกัน คำค้นหาที่เกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตประจำวันและเครื่องมือออนไลน์ก็ติดอันดับสูงตามมาติด ๆ โดยเฉพาะกลุ่มคำที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารและข้อมูลพื้นฐาน คำว่า “แปล” และ “แปล ภาษา” อยู่ใน 5 อันดับแรก สะท้อนการใช้ Google เป็นเครื่องมือหลักในการทำงานและการเข้าถึงข้อมูลข้ามภาษา

    นอกจากนี้ วัฒนธรรมการเสี่ยงโชคยังคงเป็นส่วนสำคัญที่ขับเคลื่อนปริมาณการค้นหา โดยคำว่า “หวย” และ “ตรวจ หวย” ยังคงเป็นคำค้นหาที่ได้รับความสนใจอย่างสม่ำเสมอในกลุ่ม 20 อันดับแรก

    ด้านความบันเทิงและโซเชียลมีเดีย คำค้นหาชื่อแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น “YOUTUBE”, “VK”, “GOOGLE”, และ “FACEBOOK” ต่างก็ติดอยู่ในอันดับต้น ๆ ชี้ให้เห็นว่าผู้ใช้จำนวนมากยังคงใช้ช่องค้นหาเพื่อเข้าสู่แพลตฟอร์มโปรดโดยตรง แทนการพิมพ์ URL หรือใช้แอปพลิเคชันโดยตรง

    ส่วนความสนใจด้านกีฬา โดยเฉพาะฟุตบอล ก็ปรากฏให้เห็นอย่างเด่นชัดผ่านคำค้นหาที่เกี่ยวข้องกับผลการแข่งขัน เช่น “บอล สด”, “บ้าน บอล”, “บ้าน ผล บอล”, และ “ผล บอล สด” ซึ่งสะท้อนความกระตือรือร้นในการติดตามการแข่งขันกีฬาแบบเรียลไทม์

    DataReportal
    คำนี้มาอีกแล้ว! “หนัง – แปล” คำค้นหา Google ยอดฮิตคนไทย

    ความภาคภูมิใจ! อินเทอร์เน็ตประจำที่ไทยเร็วสุดอันดับ 7 โลก

    Digital Trends 2026 ยังเผยผลสำรวจความเร็วอินเทอร์เน็ตประจำที่ (Median Download Speeds) สำหรับการเชื่อมต่อแบบ Fixed Internet (หน่วยเป็น Mbps) จากแหล่งข้อมูลที่รวบรวม ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2025 ได้เปิดเผยให้เห็นถึงสถานะความเร็วอินเทอร์เน็ตของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก โดยเน้นย้ำถึงบทบาทผู้นำด้านเทคโนโลยีของหลายประเทศในเอเชีย

    สำหรับประเทศไทย พบว่าความเร็วอินเทอร์เน็ตแบบประจำที่อยู่ที่อันดับ 7 ของโลก ด้วยความเร็วเฉลี่ย 262.42 Mbps ขณะที่ประเทศที่ครองอันดับสูงสุดคือ สิงคโปร์ ด้วยความเร็วในการดาวน์โหลดเฉลี่ย สูงถึง 394.30 Mbps ตามมาด้วย ชิลี (347.40 Mbps) และ ฮ่องกง (332.66 Mbps) ในอันดับที่ 2 และ 3 ตามลำดับ

    เมื่อพิจารณาในภูมิภาคเอเชีย ไทยถือเป็นอันดับที่ 5 รองจาก สิงคโปร์ ฮ่องกง จีน (อันดับ 4 ของโลก 307.96 Mbps) และไต้หวัน (อันดับ 10 ของโลก 251.98 Mbps)

    ขณะที่หลายประเทศมหาอำนาจและประเทศพัฒนาแล้วยังคงทำผลงานได้อย่างแข็งแกร่ง เช่น ฝรั่งเศส (307.96 Mbps) สหรัฐอเมริกา (285.59 Mbps) แคนาดา (235.44 Mbps) และ สหราชอาณาจักร (143.83 Mbps)

    ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวเป็นค่ามัธยฐานความเร็วในการดาวน์โหลดต่อวินาที (Median Download Speed) ซึ่งเป็นค่ากลางที่ช่วยลดผลกระทบจากข้อมูลที่ผิดปกติ (Outliers) ทำให้สามารถแสดงภาพรวมความเร็วที่ผู้ใช้งานส่วนใหญ่ได้รับอย่างแท้จริง

    DataReportal
    ความภาคภูมิใจ! อินเทอร์เน็ตประจำที่ไทยเร็วสุดอันดับ 7 โลก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/news/%25E0%25B9%2584%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B5/262701&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1biLTSQu1IzLZES6CwEaHa