Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ‘กวาง สุภัค’ อดีตภรรยา ‘โก๊ะตี๋’ ซัดกลับเดือดกลางดึก ลั่น พูดไม่หมดนะคะ! | เดลินิวส์

    ‘กวาง สุภัค’ อดีตภรรยา ‘โก๊ะตี๋’ ซัดกลับเดือดกลางดึก ลั่น พูดไม่หมดนะคะ! | เดลินิวส์

    กลิ่นดราม่าโชยบนโลกออนไลน์ไปเรียบร้อยแล้ว หลังจากที่นักแสดงตลกตัวท็อปอย่าง “โก๊ะตี๋ อารามบอย” ออกมาทิ้งบอมบ์ลูกใหญ่กลางรายการดัง #คนล้มลุก EP.20 เปิดอกถึงอดีตภรรยา “กวาง สุภัค” ว่าแม้จะสะบั้นรักกันไปนานปีกว่า แต่ฝ่ายหญิงยังคงอาศัยอยู่ในบ้านของตน แถมเผยปมสินสมรสสุดเดือดว่าอดีตเมียขอบ้าน 1 หลัง แต่ตนไม่ยอมยกให้เพราะหามาด้วยน้ำพักน้ำแรงก่อนเจอกันและไม่ได้จดทะเบียนสมรส ก่อนจะปิดจ๊อบยอมเปย์รถหรู BMW 1 คัน เงินสดอีก 3 ล้านบาท รวมถึงกระเป๋าแบรนด์เนม ทองคำ และรายได้จากการขายกระบองเพชร (แคคตัส) ทั้งหมดเข้ากระเป๋าฝ่ายหญิง

    แต่ดูเหมือนเรื่องนี้จะไม่จบง่ายๆ เพราะล่าสุดช่วงกลางดึกของวันที่ 2 มิถุนายน 2569 ทางด้าน “กวาง สุภัค” อดีตภรรยา ได้ออกมาโพสต์ภาพข้อความสั้นๆ ลงไอจีส่วนตัวว่า พูดไม่หมดนะคะ

    งานนี้ไฟลุกท่วมช่องคอมเมนต์ทันที เพราะนอกจากโพสต์สะกิดใจของสาวกวางแล้ว บรรดาเพื่อนพ้องคนสนิทในกลุ่มยังเข้ามาคอมเมนต์ เสริมทัพฝั่งอดีตภรรยากันอย่างดุเดือด ทำเอาเหล่านักสืบโซเชียลสงสัยว่าความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังมหากาพย์การเลิกราครั้งนี้คืออะไรกันแน่ และตลกดังจะได้เห็นโพสต์นี้แล้วออกมาชี้แจงอย่างไร คงต้องเตรียมปูเสื่อรอฟังความจริงจากทั้งสองฝ่ายกันต่อไปยาวๆ

    ขอบคุณภาพจาก : supakch

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5914872/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw060yo755T2Ys06sTvD6gAK

  • ยูเครนส่งโดรนถล่มท่าเรือน้ำมันเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กกลางงาน SPIEF

    ยูเครนส่งโดรนถล่มท่าเรือน้ำมันเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กกลางงาน SPIEF

    ยูเครนส่งโดรนถล่มท่าเรือน้ำมันเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กกลางงาน SPIEF

    ยูเครนชิงจังหวะเปิดประชุมเศรษฐกิจระดับโลก SPIEF ส่งโดรนถล่มท่าเรือน้ำมันในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก หวังตบหน้าปูตินตอบโต้รัสเซียโจมตีเคียฟครั้งใหญ่

    3 มิถุนายน 2569 สถานการณ์ตึงเครียดหลัง สงครามยูเครน ยกระดับเมื่อยูเครนเปิดฉากใช้โดรนโจมตี ท่าเรือน้ำมันรัสเซีย ในช่วงเวลาเดียวกับที่ปูตินเป็นเจ้าภาพงาน SPIEF สะท้อนถึงกลยุทธ์การตอบโต้ทางการเมืองและเศรษฐกิจที่ดุเดือดท่ามกลางวิกฤต รัสเซียยูเครน 

    ยูเครนใช้โดรน 3 ประเภท ถล่มท่าเรือน้ำมันที่นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กของรัสเซีย ซึ่งกำลังจัดการประชุมเศรษฐกิจระหว่างประเทศเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก (St. Petersburg International Economic Forum) หรือ SPIEF ซึ่งเป็นการประชุมเศรษฐกิจประจำปีหลักของรัสเซีย และประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน เป็นเจ้าภาพต้อนรับผู้นำรัฐและนักธุรกิจชั้นนำระดับโลก เพื่อท้าตอบโต้ที่รัสเซียโจมตีกรุงเคียฟและเมืองดนีโปร ทางภาคกลางของประเทศ เมื่อเช้าวันอังคาร (2 มิถุนายน) ซึ่งนับเป็นการโจมตีที่ร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายเดือน

    มีผู้ใช้โซเชียลมีเดียของยูเครนโพสต์ภาพความเสียหาย ของโชว์รูมของบริษัทผลิตรถยนต์ “เจเค ออโตโมทีฟ” (JK Automotive) ของจีน ในกรุงเคียฟ โดยระบุว่า ถูกโจมตีด้วยโดรนของรัสเซีย แต่รัสเซียยังไม่ได้แสดงความรับผิดชอบ 

    ยูเครนส่งโดรนถล่มท่าเรือน้ำมันเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กกลางงาน SPIEF ยูเครนส่งโดรนถล่มท่าเรือน้ำมันเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กกลางงาน SPIEF

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/news/foreign/378978292&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2HYv73Mt4SVMBxBeE4b2_b

  • OECD หั่นคาดการณ์ศก.โลกปี 69 โตเหลือ 2.8% เซ่นพิษสงครามตะวันออกกลาง

    OECD หั่นคาดการณ์ศก.โลกปี 69 โตเหลือ 2.8% เซ่นพิษสงครามตะวันออกกลาง

    สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (03 มิ.ย. 69)

    องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ได้เปิดตัวรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจรายไตรมาส โดยปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลก จากเดิมที่คาดว่าจะโต 2.9% เหลือโต 2.8% ในปี 2569

    ตัวเลขนี้ตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ว่า การส่งออกน้ำมันและก๊าซจากอ่าวเปอร์เซียจะกลับคืนสู่ระดับก่อนเกิดความขัดแย้งภายในไตรมาส 3 ของปีนี้

    OECD เปิดเผยว่า เศรษฐกิจโลกกำลังตกอยู่ภายใต้ความเสี่ยงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งได้กดดันการเติบโตทางเศรษฐกิจไปแล้ว และอาจซ้ำเติมให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย รวมถึงดันให้อัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง โดยทิศทางความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงมีความไม่แน่นอน แต่ผลกระทบทางเศรษฐกิจน่าจะคงอยู่ไปอีกระยะหนึ่ง แม้ความขัดแย้งยุติลงในวันหนึ่ง

    ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่กว่าหรือผลกระทบยืดเยื้อนั้น OECD คาดว่าเศรษฐกิจโลกจะหดตัวลงจนโตเพียง 1.8% ในปี 2570 ขณะที่ในสถานการณ์ที่ผลกระทบจำกัดเวลา เศรษฐกิจโลกจะหดตัวลงจนโตเพียง 2.1% โดยหลายประเทศมีความเสี่ยงที่จะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย และการลดลงของการใช้จ่ายด้านการลงทุน ซึ่งรวมถึงในอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) น่าจะส่งผลให้คนว่างงานเพิ่มขึ้น

    นอกจากนี้ ราคาพลังงานที่ทรงตัวอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนราคาปุ๋ยและสินค้าสำคัญอื่น ๆ ที่ได้จากการผลิตไฮโดรคาร์บอนในอ่าวเปอร์เซีย จะส่งผลกระทบอย่างหนักหน่วงต่อกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาที่มีสัดส่วนค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและอาหารในระดับสูง

    โดย กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/news/2026-IRH20IQ0UFDNAEUUYBIMU2JZ8B1O31JK&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3RsBRL5j2g0TaoI9RDBF7y

  • ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (4 มิ.ย. 69) ปตท. บางจากขึ้นเบนซิน ดีเซล 40-80 สตางค์

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (4 มิ.ย. 69) ปตท. บางจากขึ้นเบนซิน ดีเซล 40-80 สตางค์

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (4 มิ.ย. 69) ปตท. บางจากขึ้นเบนซิน ดีเซล 40-80 สตางค์

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (4 มิ.ย. 69) ปตท. บางจากขึ้นเบนซิน ดีเซล 40-80 สตางค์ อัปเดตราคาล่าสุด “ฐานเศรษฐกิจ” มีคำตอบ

    หลังบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือโออาร์ (OR) และบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP ประกาศขึ้นราคาน้ำมันเบนซิน แก๊สโซฮอล์ 40 สตางค์ต่อลิตร

    ด้านดีเซลขึ้นราคา 80 สตางค์ต่อลิตร

    ทั้งนี้ มีผลตั้งแต่เวลา 05.00 น. วันที่ 4 มิ.ย. 69

    ส่งผลให้ราคาน้ำมันขายปลีกในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องถิ่นพรุ่งนี้ เป็นดังนี้

    กลุ่มน้ำมันเบนซิน

    • เบนซิน ลิตรละ 52.89 บาท
    • ซุปเปอร์เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 50.99 บาท (โออาร์)
    • แก๊สโซฮอล์ 98+  ลิตรละ 53.44 บาท (บางจาก)
    • แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 43.30 บาท
    • แก๊สโซฮอล์ 91 ลิตรละ 42.93 บาท
    • แก๊สโซฮอล์ E20 ลิตรละ 38.30 บาท
    • แก๊สโซฮอล์ E85 ลิตรละ 34.24 บาท

    กลุ่มน้ำมันดีเซล

    • ซุปเปอร์พาวเวอร์ดีเซล ลิตรละ 59.25 บาท (โออาร์)
    • ดีเซล ลิตรละ 41.50 บาท (โออาร์)
    • ดีเซล B20 ลิตรละ 36.0 บาท (โออาร์)
    • ไฮพรีเมี่ยมดีเซลพลัส ลิตรละ 59.25 บาท (บางจาก)
    • ไฮดีเซล S ลิตรละ 41.50 บาท (บางจาก)
    • ดีเซล B20 ลิตรละ 36.00 บาท (บางจาก)

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (4 มิ.ย. 69) ปตท. บางจากขึ้นเบนซิน ดีเซล 40-80 สตางค์

    ตรวจสอบราคาขายปลีกน้ำมัน กทม. และปริมณฑล ประจำปี พ.ศ. 2569 ของบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) ที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/energy/660534&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2lh8kgu3LHjHvxdB830wA5

  • รมว.ท่องเที่ยว สั่งเข้มความปลอดภัยนักท่องเที่ยว เร่งเอาผิดคนขับแอปเรียกรถทำร้ายชาวญี่ปุ่น

    รมว.ท่องเที่ยว สั่งเข้มความปลอดภัยนักท่องเที่ยว เร่งเอาผิดคนขับแอปเรียกรถทำร้ายชาวญี่ปุ่น

    รมว.ท่องเที่ยว สั่งคุมเข้มความปลอดภัยนักท่องเที่ยว เร่งประสานเอาผิดคนขับแอปเรียกรถทำร้ายชาวญี่ปุ่นย่านอโศก ย้ำยกระดับมาตรฐานรถสาธารณะ ฟื้นภาพลักษณ์ Trusted Thailand อย่างเร่งด่วน

    รมว.ท่องเที่ยว สั่งตรวจสอบเหตุทำร้ายนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น

    นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงกรณีเกิดเหตุคนขับรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชันทำร้ายนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นในพื้นที่ย่านอโศก กรุงเทพมหานคร ว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามข้อเท็จจริงและการดำเนินคดีอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้เสียหาย พร้อมยืนยันว่าประเทศไทยให้ความสำคัญสูงสุดต่อความปลอดภัยและความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

    พฤติกรรมส่วนบุคคล ไม่สะท้อนภาพรวมการท่องเที่ยวไทย

    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า เหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวถือเป็นพฤติกรรมเฉพาะบุคคลที่ไม่สอดคล้องกับนโยบายการท่องเที่ยวคุณภาพของรัฐบาล และไม่สะท้อนภาพรวมของผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทย ซึ่งที่ผ่านมา หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนได้ร่วมกันยกระดับมาตรฐานการบริการและมาตรการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง

    ทั้งนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้เน้นย้ำการบูรณาการการทำงานร่วมกับสำนักงานตำรวจท่องเที่ยว กรมการขนส่งทางบก ผู้ประกอบการแพลตฟอร์มรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มมาตรการคัดกรอง ตรวจสอบ และกำกับดูแลผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะให้มีมาตรฐานและมีจิตสำนึกด้านการบริการที่เหมาะสม โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ

    ดันนโยบาย “Trusted Thailand” สร้างความเชื่อมั่น

    นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า รัฐบาลและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ยังคงเดินหน้ายกระดับประเทศไทยสู่การเป็น “Trusted Thailand” หรือจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อนักท่องเที่ยว พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักเดินทางทั่วโลก ผ่านมาตรการดูแลนักท่องเที่ยวเชิงรุก การอำนวยความสะดวก และการยกระดับมาตรฐานบริการในทุกมิติ

    “กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ขอความร่วมมือผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวและประชาชนร่วมกันเป็นเจ้าบ้านที่ดี สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ประเทศ เพื่อให้นักท่องเที่ยวเกิดความประทับใจและเชื่อมั่นในการเดินทางมาประเทศไทย” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าว

    อ่านข่าว “นโยบายรัฐ” เพิ่มเติม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/governmentpolicy/2937124&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0inceNY_aZSnsEraoqU31p

  • ‘เกาะเสม็ด’ ยกระดับเข้มความปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว | เดลินิวส์

    ‘เกาะเสม็ด’ ยกระดับเข้มความปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. 69 นางสริญทิพญ ทัพมงคลทรัพย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดระยอง เปิดเผยถึงกรณีเหตุบุคคลภายนอกบุกรุกเข้าที่พักของนักท่องเที่ยวบนเกาะเสม็ด เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคมที่ผ่านมา ว่า ภายหลังเกิดเหตุ ผู้ประกอบการท่องเที่ยวและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งประสานการทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างใกล้ชิด จนสามารถติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุได้อย่างรวดเร็ว และดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

    นางสริญทิพญ กล่าวว่า ภาคการท่องเที่ยวจังหวัดระยองให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวเป็นอันดับแรก โดยผู้ประกอบการที่พักได้เข้าไปดูแล เยียวยา และอำนวยความสะดวกแก่ผู้เสียหายอย่างเต็มที่ พร้อมเร่งทบทวนและเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ทันที เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะดังกล่าวซ้ำอีกในอนาคต

    “เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้ร่วมกันหาแนวทางยกระดับมาตรการดูแลความปลอดภัยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เดินทางมาท่องเที่ยวบนเกาะเสม็ด” นางสริญทิพญ กล่าว

    ด้านนายพิศณุ เขมะพรรค์ นายกสมาคมท่องเที่ยวเกาะเสม็ด เปิดเผยว่า สมาคมฯ เตรียมบูรณาการความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด องค์การบริหารส่วนตำบลเพ และหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ เพื่อเพิ่มความเข้มข้นในการดูแลรักษาความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว โดยเฉพาะในช่วงการจัดงาน “เสม็ดอินเลิฟ” ที่จะมีขึ้นในวันที่ 6 มิถุนายน 2569 ซึ่งคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าพื้นที่เป็นจำนวนมาก

    ทั้งนี้ ภาคการท่องเที่ยวจังหวัดระยองขอยืนยันว่า เกาะเสม็ดยังคงเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่มีชื่อเสียงและมีความปลอดภัย พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวภายใต้มาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดมากขึ้น เพื่อให้ทุกคนสามารถท่องเที่ยวและพักผ่อนได้อย่างมั่นใจตลอดการเดินทาง.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5915998/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw07C07NfyU_MJUmaTRag05j

  • สุรศักดิ์ รมว.ท่องเที่ยวฯ ดึงกูรูรถไฟวางกลยุทธ์ยกระดับท่องเที่ยวทางรางรับเทรนด์ตลาดโลก

    สุรศักดิ์ รมว.ท่องเที่ยวฯ ดึงกูรูรถไฟวางกลยุทธ์ยกระดับท่องเที่ยวทางรางรับเทรนด์ตลาดโลก

    ไม่ปล่อยให้รอนาน! รมว.ท่องเที่ยวฯ ลงพื้นที่หัวลำโพงแบบโนติสล่วงหน้า พร้อมดึงกูรูตัวจริงวงการรถไฟมาร่วมทีม งานนี้เตรียมจับตาดูการพลิกโฉม ท่องเที่ยวทางราง ของไทย ที่เตรียมอัปลุคใหม่ให้พร้อมต้อนรับนักเดินทางจากทั่วโลก

    เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. 69 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้เดินทางลงพื้นที่สถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) เพื่อสำรวจศักยภาพพื้นที่จริงด้วยมุมมองของนักท่องเที่ยว เตรียมเดินหน้าพลิกโฉมสถานีประวัติศาสตร์ให้เป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและประสบการณ์

    สำหรับการลงพื้นที่อย่างเร่งด่วนนี้ เกิดขึ้นสืบเนื่องจากการประชุมนัดประวัติศาสตร์ระหว่างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงคมนาคม เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 69 ที่ผ่านมา ซึ่งได้มีมติบูรณาการความร่วมมือเพื่อยกระดับการท่องเที่ยวทางรางของไทยให้มีมาตรฐานเทียบเท่าประเทศญี่ปุ่น

    โดยตั้งเป้าให้หัวลำโพงเป็นสถานีต้นทาง (Hub) สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวด้วยเส้นทางรถไฟ เพื่อกระจายรายได้และนักท่องเที่ยวจากเมืองหลักสู่เมืองรองอย่างเป็นรูปธรรม (กระทรวงท่องเที่ยว จับมือ คมนาคม ขับเคลื่อนเที่ยวทางรถไฟ หวังกระจายรายได้สู่ชุมชน)

    นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า การที่เราจะพัฒนาประสบการณ์การท่องเที่ยวได้ตรงจุด เราต้องมาดูให้เห็นกับตาตัวเองในแบบเดียวกับที่นักท่องเที่ยวทั่วไปได้เห็นและสัมผัส เพื่อให้ทราบอย่างแท้จริงว่ากระทรวงการท่องเที่ยวฯ จะสามารถเข้าไปเติมเต็มและทำงานร่วมกับกระทรวงคมนาคม ในมิติใดได้บ้าง เพื่อสร้างความประทับใจสูงสุดแก่นักท่องเที่ยว

    ในระหว่างการสำรวจพื้นที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ยังได้พบกับ คุณแฮม-วันวิสข์ เนียมปาน อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังเจ้าของเพจ ทีมนั่งรถไฟ กับ นายแฮมมึน พร้อมด้วยกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่รักการเดินทางด้วยรถไฟ

    โดยนายสุรศักดิ์ได้ใช้โอกาสนี้ร่วมพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และรับฟังข้อเสนอแนะจากมุมมองของผู้ใช้งานจริง เพื่อนำข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้ไปประกอบการพิจารณาของคณะทำงานร่วมระหว่างสองกระทรวง

    พร้อมกันนี้ นายสุรศักดิ์ได้กล่าวเชิญชวนคุณวันวิสข์ ให้เข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของคณะทำงานร่วมฯ เพื่อใช้ความเชี่ยวชาญและความตั้งใจที่มี ขับเคลื่อนนโยบายการท่องเที่ยวทางรางให้เกิดขึ้นจริงและตอบโจทย์นักเดินทางทุกกลุ่มต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/governmentpolicy/2937148&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0EQEiV8vwIR1cXPMv3c8uc

  • กรมอุทยานฯ ยกเว้นค่าเข้าอุทยานฯ – ป่าอนุรักษ์ทั่วประเทศ 3 มิ.ย.

    กรมอุทยานฯ ยกเว้นค่าเข้าอุทยานฯ – ป่าอนุรักษ์ทั่วประเทศ 3 มิ.ย.

    เผยแพร่:   ปรับปรุง:

    กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ประกาศมอบของขวัญครั้งใหญ่ให้แก่ประชาชนชาวไทย โดยการยกเว้นค่าบริการเข้าพื้นที่อนุรักษ์ธรรมชาติทุกแห่งทั่วประเทศ รวมถึงยกเว้นค่ายานพาหนะ ในวันที่ 3 มิถุนายน 2569 เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และกระตุ้นความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อม

    นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี บรรดาข้าราชการและเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ ต่างล้วนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการอนุรักษ์ป่าไม้และทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ รวมถึงเป็นการมอบความสุขให้แก่พี่น้องประชาชนชาวไทยในวันหยุดมหามงคลนี้ กรมอุทยานแห่งชาติฯ จึงได้ประกาศยกเว้นค่าบริการผ่านเข้าอุทยานแห่งชาติ วนอุทยาน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่า สวนพฤกษศาสตร์ และสวนรุกขชาติ ทุกแห่งทั่วประเทศ สำหรับบุคคลสัญชาติไทย รวมถึงยกเว้นค่ายานพาหนะทุกประเภทที่ขับขี่เข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่อนุรักษ์อีกด้วย

    นายอรรถพล กล่าวเพิ่มเติมว่า การเปิดให้เข้าชมฟรีในครั้งนี้ครอบคลุมพื้นที่อนุรักษ์ทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสพาครอบครัวเดินทางไปพักผ่อนหย่อนใจและศึกษาเรียนรู้ระบบนิเวศอันสมบูรณ์ ทั้งในส่วนของอุทยานแห่งชาติและวนอุทยานทั้งทางบกและทางทะเล เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่า ตลอดจนสวนพฤกษศาสตร์และสวนรุกขชาติที่เป็นแหล่งรวมพรรณไม้มีค่าทั่วประเทศ

    พร้อมกันนี้ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ ยังได้เน้นย้ำถึงแนวทางการปฏิบัติตนของนักท่องเที่ยว โดยขอความร่วมมือให้ทุกคนร่วมกันท่องเที่ยวในรูปแบบวิถีใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและร่วมทำความดีถวายเป็นพระราชกุศล ด้วยการงดนำพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งและกล่องโฟมเข้ามาในเขตพื้นที่อุทยานฯ อย่างเด็ดขาดเพื่อลดปริมาณขยะ พร้อมทั้งช่วยกันรักษาความสะอาด นำขยะกลับออกไปทิ้งด้านนอกหรือทิ้งในจุดที่จัดเตรียมไว้ นอกจากนี้ยังต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัดโดยการไม่ส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่นและสัตว์ป่า ไม่ให้อาหารสัตว์ป่าทุกชนิด และควรตรวจสอบสถานะการเปิด-ปิดแหล่งท่องเที่ยวของอุทยานฯ แต่ละแห่งล่วงหน้า เนื่องจากบางพื้นที่อาจมีการปิดพักฟื้นฟูตามฤดูกาล ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดแก่นักท่องเที่ยว และร่วมกันรักษาผืนป่าอันเป็นสมบัติของชาติให้คงอยู่สู่อนุชนรุ่นหลังต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://sondhitalk.com/detail/9690000052400&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3sp8FeFrJqBKEhTb3-JAjC

  • รวบแล้ว คนร้ายบุกห้องพักนักท่องเที่ยวบน “เกาะเสม็ด” อ้างเกิดอารมณ์ หวังขืนใจ

    รวบแล้ว คนร้ายบุกห้องพักนักท่องเที่ยวบน “เกาะเสม็ด” อ้างเกิดอารมณ์ หวังขืนใจ

    รวบแล้ว คนร้ายบุกห้องพักนักท่องเที่ยวบน “เกาะเสม็ด” อ้างเกิดอารมณ์ หวังขืนใจ โดนตำรวจแจ้งข้อหาหนัก ด้านรีสอร์ทยันผู้ก่อเหตุไม่ใช่พนักงาน พร้อมยกระดับความปลอดภัย 

    วันที่ 3 มิถุนายน 2569 ความคืบหน้ากรณีคนร้ายบุกห้องพักนักท่องเที่ยว ในพื้นที่เกาะเสม็ด จ.ระยอง โดย ร.ต.อ.วรทัศน์ เรืองฤทธิ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เพ จ.ระยอง รับแจ้งเหตุคนร้ายบุกเข้าห้องพักนักท่องเที่ยวหญิงภายในรีสอร์ท บริเวณอ่าวช่อ หมู่ 4 ต.เพ อ.เมือง จ.ระยอง จึงประสานกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.เพ และตำรวจท่องเที่ยวเข้าตรวจสอบ

    ที่เกิดเหตุพบนางสาวไก่ (นามสมมุติ) อายุ 32 ปี นักท่องเที่ยวหญิง อยู่ในอาการตกใจอย่างหนัก โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พร้อมตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดภายในรีสอร์ท กระทั่งทราบว่าผู้ก่อเหตุคือ นายณัฐพงษ์ หรือ เล็ก อายุ 31 ปี คนงานไซต์ก่อสร้างของรีสอร์ทแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้เคียง

    ต่อมาเจ้าหน้าที่ติดตามตัวนายณัฐพงษ์ได้สำเร็จ โดยขณะเข้าจับกุม พบว่ากำลังเล่นการพนันออนไลน์ผ่านโทรศัพท์มือถืออยู่ จึงควบคุมตัวมาสอบสวนดำเนินคดี

    จากการสอบสวน นายณัฐพงษ์ให้การรับสารภาพว่า เห็นผู้เสียหายเข้าพักในห้องใกล้บริเวณที่ตนทำงานอยู่ จึงเกิดความต้องการทางเพศ ก่อนอาศัยช่วงเวลากลางคืนย่องเข้าไปภายในห้องพักด้วยเจตนาจะข่มขืน แต่ผู้เสียหายตื่นขึ้นมาและร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ ทำให้ตนตกใจและรีบหลบหนีออกจากที่เกิดเหตุ

    ด้านนางสาวไก่ เปิดเผยว่า เดินทางมาท่องเที่ยวพร้อมกลุ่มเพื่อนประมาณ 15 คน และแยกย้ายกันพักตามห้องต่าง ๆ ภายในรีสอร์ท ระหว่างกำลังนอนพักอยู่ในห้อง ได้ยินเสียงผิดปกติบริเวณด้านหลังห้อง ก่อนพบชายคนดังกล่าวพยายามงัดประตูเข้ามา ตนจึงรีบกรีดร้องขอความช่วยเหลือ ทำให้คนร้ายรีบวิ่งหลบหนีไป ก่อนถูกตำรวจติดตามจับกุมได้ในเวลาต่อมา 

    เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา พยายามข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น, บุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืน และ ลักลอบเล่นการพนันออนไลน์เอาทรัพย์สินโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย 

    ทั้งนี้ ภายหลังเกิดเหตุ ทางรีสอร์ทได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า ผู้ก่อเหตุไม่ใช่พนักงานของรีสอร์ทแต่อย่างใด พร้อมยืนยันว่าทางรีสอร์ทให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว มีระบบกล้องวงจรปิดครอบคลุมทั่วพื้นที่ และไม่ได้เพิกเฉยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งยังได้เพิ่มมาตรการตรวจสอบและคัดกรองบุคคลภายนอกที่เข้า-ออกรีสอร์ทอย่างเข้มงวด เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวต่อไป.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/local/east/2937140&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1cyNIpAzIbVCNerThKOEr_

  • ชาวบ้านท่าช้าง จัดพิธีสืบชะตาต้นไม้ หวั่นถูกทำลาย หากโครงการปรับปรุงน้ำผุดธรรมชาติเดินหน้า ย้ำชัด! “ไม่ได้ค้านพัฒนา” อยากให้ทบทวนแบบก่อสร้างเสี่ยงทำลายระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม

    ชาวบ้านท่าช้าง จัดพิธีสืบชะตาต้นไม้ หวั่นถูกทำลาย หากโครงการปรับปรุงน้ำผุดธรรมชาติเดินหน้า ย้ำชัด! “ไม่ได้ค้านพัฒนา” อยากให้ทบทวนแบบก่อสร้างเสี่ยงทำลายระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม

    วันที่ 3 มิ.ย. 2569 ที่น้ำผุดธรรมชาติบ้านท่าช้างเหนือ ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ชาวบ้านท่าช้าง พร้อมด้วย กลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่าช้าง ชุมชนท่องเที่ยวบ้านท่าช้างเหนือ สมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ ชมรมนักบริหารงานทรัพยากรบุคคลเขาใหญ่ ชมรมฮักเขาใหญ่ ชมรมผู้ประกอบการร้านอาหารอำเภอปากช่อง และสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับนักท่องเที่ยว ร่วมกันจัดพิธีสืบชะตาต้นไม้ ณ บริเวณน้ำผุดธรรมชาติ เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ และแสดงเจตนารมณ์ในการปกป้องผืนป่าต้นน้ำลำตะคอง ทั้งหมดมีพิธีกราบไหว้เจ้าพ่อน้ำผุด สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านนับถือบริเวณศาล ภายหลังทั้งหมด พากันไปไหว้ขอพรต้นไม้ในพื้นที่น้ำผุดธรรมชาติ แล้วนำผ้าหลากสีไปพันธุ์ตามต้นไม้ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการหวงแหนต้นไม้ในน้ำผุดธรรมชาติ  

    ด้าน นายธันวา เชี่ยวพานิช รองประธานวิสาหกิจชุมชนท่าช้าง OTOP เขาใหญ่ เปิดเผยว่า หลังจากที่กรมโยธาธิการและผังเมือง ออกแบบและเตรียมดำเนินการโครงการก่อสร้างและปรับปรุงน้ำผุดธรรมชาติบ้านท่าช้างเหนือ มูลค่า 44,540,000 บาท รวมระยะเวลาก่อสร้าง 660 วัน และเทศบาลตำบลหมูสี ได้มาปิดประกาศปิดแหล่งท่องเที่ยว น้ำผุดธรรมชาติบ้านท่าช้างเหนือ เพื่อเตรียมส่งมอบพื้นที่ให้เริ่มการก่อสร้างในวันที่ 8 มิถุนายนนี้ 

    ส่งผลทำให้ชาวบ้านรู้สึกกังวลใจ หากดูแบบการก่อสร้างจะเห็นว่ามีการใช้โครงสร้างคอนกรีตหรือปูนซีเมนต์จำนวนมาก และอาจมีความจำเป็นต้องตัดต้นไม้ในพื้นที่บ่อน้ำผุดธรรมชาติ ซึ่งจากการสำรวจของชาวบ้าน พบว่า ในพื้นที่บริเวณน้ำผุดธรรมชาติ 1 ไร่ มีต้นไม้น้อยใหญ่ เช่น ต้นยางนาอายุกว่า 100 ปี ขนาด 5-6 คนโอบ ตันงิ้วป่า ต้นชงโค และอื่นๆ  รวม 117 ต้น ซึ่งต้นไม้เหล่านี้มีความสำคัญ ไม่เพียงให้ความร่มรื่น ร่มเย็น จนเป็นที่ประทับใจของบรรดานักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเล่นน้ำ และพายเรือคายัคชมธรรมชาติ  รวมถึงแหล่งน้ำซับ หรือแหล่งน้ำใต้ดินที่ไหลไปเติมน้ำในเขื่อนลำตะคอง กลายเป็นแหล่งน้ำที่หล่อเลี้ยงวิถีชีวิตของชาวนครราชสีมา รวมถึงยังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยและวางไข่ของตัว “ตะกอง” สัตว์ป่าคุ้มครองที่เป็นดัชนีชี้วัดความสะอาดและความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ จึงย้ำชัดเจนว่า ชาวบ้านและภาคีเครือข่ายฯ ไม่ได้คัดค้านการปรับปรุงพัฒนา แต่อยากให้ทบทวนแบบการก่อสร้างให้คำนึงถึงธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมมากที่สุด

    ที่มา  ประชาสัมพันธ์จังหวัดนครราชสีมา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/73124&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0jnwJSpQmPxcLKqkgOB7VA