Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • คนไทยค้นหาอะไรบน Google มากที่สุดในปี 2568 ?

    คนไทยค้นหาอะไรบน Google มากที่สุดในปี 2568 ?

    เว็บไซต์ Google เปิดเผยคำที่ถูกค้นหามากที่สุดในรอบปี 2568 รวม 18 หมวด โดย “Gemini” – “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” มาแรง ส่วน “กีกี้” คนไทยสงสัยมากสุดแปลว่าอะไร?

    เว็บไซต์ Google จัดอันดับการค้นหาในรอบปี 2568 เพื่อเผยแพร่คำหรือข้อความที่ถูกค้นหามากที่สุดในประเทศ ประจำปี 2568 โดยครั้งนี้แบ่งออกเป็นทั้งหมด 18 หมวด ประกอบด้วย คำค้นหายอดนิยม, ข่าว, บุคคล, ภาพยนตร์, ละครซีรีส์ไทย, ละครซีรีส์ต่างประเทศ, เกม, AI , What is? คืออะไร, How to…? วิธี…, สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย, สถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศ, สูตรอาหารและของทานเล่น, บุคคลผู้ล่วงลับ ไปจนถึงเหตุการณ์น้ำท่วม และร้านอาหารและคาเฟ่ โดยมีรายละเอียด ดังนี้

    Reuters/Francois Lenoir
    Google จัดอันดับการค้นหาในรอบปี 2025

    คำค้นหายอดนิยมประจำปี 2568

    1. Gemini
    2. เที่ยวไทยคนละครึ่ง
    3. ChatGPT
    4. แผ่นดินไหว
    5. คนละครึ่ง พลัส
    6. สงคราม ส่งด่วน
    7. กุญแจกลางใจ
    8. iPhone 17
    9. DeepSeek
    10. คุณพี่เจ้าขาดิฉันเป็นห่านมิใช่หงส์

    ข่าว

    1. แผ่นดินไหว
    2. คนละครึ่งพลัส
    3. ปราสาทตาเมือนธม
    4. บ้านเพื่อคนไทย
    5. ปราสาทตาควาย
    6. วัดไร่ขิง
    7. ไทย-กัมพูชา
    8. พายุวิภา
    9. พายุคาจิกิ
    10. ตึกถล่ม

    AI

    1. Gemini
    2. ChatGPT
    3. DeepSeek
    4. Hailuo AI
    5. PixVerse
    6. NotebookLM
    7. LMArena
    8. Suno
    9. Khui AI
    10. Claude

    สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศ

    1. กำแพงเพชร
    2. สุโขทัย
    3. ลําปาง
    4. ทรงวาด
    5. ชะอํา
    6. เกาะหมาก
    7. บางปู
    8. หนองบัวลําภู
    9. อํานาจเจริญ
    10. วังน้ำเขียว

    สถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศ

    1. ภูฏาน
    2. จูไห่
    3. ซินเจียง
    4. วังเวียง
    5. นอร์เวย์
    6. ฟูก๊วก
    7. เซนได
    8. มาเก๊า
    9. เฉิงตู
    10. อินโดนีเซีย

    บุคคล

    1. สีกากอล์ฟ
    2. ดิว อริสรา
    3. ลำไย ไหทองคำ
    4. เป๊ก ผลิตโชค
    5. หมอบี
    6. อนุทิน ชาญวีรกูล
    7. พร้อม ราชภัทร
    8. หมอแอร์
    9. ทราย สก๊อต
    10. วอน บิน

    ละคร/ซีรีส์ไทย

    1. สงคราม ส่งด่วน
    2. คุณพี่เจ้าขาดิฉันเป็นห่านมิใช่หงส์
    3. เขมจิราต้องรอด
    4. สายรักสายเลือด
    5. บนพระจันทร์ มีกระต่าย
    6. ทวง
    7. ผาแดงนางไอ่
    8. เจ้าคุณพี่กับอีนางคำดวง
    9. อีบัวกับไอ้ขวัญ
    10. ปริศนาปมไหม

    ละคร/ซีรีส์เกาหลี 

    1. สควิดเกม เล่นลุ้นตาย 2
    2. เมนูรักพิชิตใจราชา
    3. หนุ่มดวงจู๋กับหมอดูคนจ๋วย
    4. ปลอมมาเรียน เนียนมาสืบ
    5. เอส ไลน์
    6. ยิ้มไว้ในวันที่ส้มไม่หวาน
    7. โบมุลซอม
    8. เพลย์บุ๊คชุดกาวน์
    9. ปราสาทหลอนวิญญาณ
    10. ชั่วโมงโกงความตาย

    ละคร/ซีรีส์จีน

    1. กระวานน้อยแรกรัก
    2. อริรักลิขิตใจ
    3. วาสนาของปลาเค็ม
    4. เหนือสมรภูมิ
    5. สู่ห้วงเมฆา
    6. เคราะห์สวรรค์ทัณฑ์รัก
    7. เกมรักในเงาลวง
    8. รักเธอที่สุดเลย
    9. บันทึกหิมะแห่งรุ่งอรุณ
    10. ตำนานรักสวรรค์จันทรา

    ภาพยนตร์

    1. ธี่หยด 3
    2. ธี่หยด 2
    3. วัยหนุ่ม 2544
    4. อภินิหารไวกิ้งพิชิตมังกร
    5. ดาบพิฆาตอสูร: ภาคปราสาทไร้ขอบเขต
    6. จูราสสิค เวิลด์ กำเนิดชีวิตใหม่
    7. ไฟนอล เดสติเนชั่น ทายาทโกงตาย
    8. เกิร์ลกรุ๊ปนักล่าปีศาจ
    9. วิมานหนาม
    10. ธันเดอร์โบลต์ส

    ร้านอาหารและคาเฟ่

    1. ร้านเจ๊ไฝ
    2. ร้านบ้านเมี่ยงปู by ส้มตำกาแฟ
    3. ร้านศรณ์
    4. ร้านพาข้าว บรรทัดทอง
    5. ร้านอาหารนายโซว
    6. ร้านระลึก Drink & Restaurant
    7. ร้านฤดูกาล
    8. ร้านเตี๋ยวติ๊ด
    9. ร้านติดอ่างคาเฟ่
    10. ร้านพราว รัชโยธิน

    เกม

    1. Path of Exile 2
    2. Sprunki
    3. Thwordle
    4. Seven Knights Re:BIRTH
    5. Grow a Garden
    6. Chaos Zero Nightmare
    7. inZOI
    8. Monster Hunter Wilds
    9. Dragon Nest Classic
    10. Clair Obscur: Expedition 33

    What is….? …คืออะไร

    1. กีกี้ คืออะไร
    2. ซาแซง คืออะไร
    3. อาฟเตอร์ช็อก คืออะไร
    4. สแกมเมอร์ คืออะไร
    5. กฎอัยการศึก คืออะไร
    6. ร.31 คืออะไร
    7. อาจจะยังน้า คืออะไร
    8. Sigma คืออะไร
    9. หนมน้า คืออะไร
    10. แต๊ะเอีย คืออะไร

    How to…? วิธี…

    1. วิธีดูไทป์ตัวเองแบบสัตว์
    2. วิธีลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส
    3. วิธีลงทะเบียน เที่ยวไทยคนละครึ่ง 2568
    4. วิธียื่นภาษีออนไลน์ 2568
    5. วิธีทำโบว์ไว้อาลัย
    6. วิธีทำมะม่วงหนึบ
    7. วิธีเซ็นสําเนาถูกต้อง
    8. วิธีรับมือแผ่นดินไหว
    9. วิธีลดน้ำหนัก
    10. วิธีทำรูป Gemini

    สูตรอาหารและของทานเล่น

    1. สูตรน้ำจิ้มแจ่ว
    2. สูตรแกงโสฬส
    3. สูตรไก่ผู้พัน
    4. สูตรน้ําปลาหวาน
    5. สูตรก๋วยเตี๋ยวต้มยํากากหมูโบราณ
    6. สูตรน้ําจิ้มข้าวมันไก่
    7. สูตรชิโอะปัง
    8. สูตรแป้งโมจิ
    9. สูตรยํามะม่วงโบราณ
    10. สูตรยําวุ้นเส้น

    สูตรเครื่องดื่ม

    1. สูตรมัทฉะลาเต้
    2. สูตรเพียวมัทฉะ
    3. สูตรชงโกโก้
    4. สูตรลาเต้เย็น
    5. สูตรน้ําลําไยสด
    6. สูตรผักปั่น
    7. สูตร Mojito
    8. สูตรเคลปั่น
    9. สูตรมาการิต้า
    10. สูตรน้ำพั้นซ์

    บุคคลที่ล่วงลับ

    1. สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
    2. Charlie Kirk
    3. Diogo Jota
    4. ดีเจเตเต้
    5. Val Kilmer

    เหตุการณ์น้ำท่วม

    1. ลงทะเบียนน้ำท่วม 2568 ออนไลน์
    2. เช็คสถานะน้ำท่วมออนไลน์
    3. เยียวยาน้ำท่วม 2568
    4. น้ำท่วมอำเภอเมืองเชียงใหม่
    5. แบบฟอร์มการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม 2568
    6. สถานการณ์น้ำท่วมใกล้คลองขลุง
    7. น้ำท่วมที่อุบลราชธานี ตะวันตก
    8. น้ำท่วมอำเภอหาดใหญ่
    9. สถานการณ์น้ำท่วมใกล้แม่น้ำโขง
    10. สถานการณ์น้ำท่วมใกล้แม่น้ำกก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/news/%25E0%25B9%2584%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B5/262887&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1PqYhGoyAaZV3vhIuz_JpY

  • ไม่ใช่แค่ทางรอดแต่คือโอกาส พิมพ์เขียวเศรษฐกิจไทยสู่ Net Zero

    ไม่ใช่แค่ทางรอดแต่คือโอกาส พิมพ์เขียวเศรษฐกิจไทยสู่ Net Zero

    เศรษฐกิจ

    04 ธ.ค. 2025 เวลา 7:00 น.

    ไม่ใช่แค่ทางรอดแต่คือโอกาส พิมพ์เขียวเศรษฐกิจไทยสู่ Net Zero

    การเดินทางสู่ความยั่งยืนไม่ใช่ “ทางเลือก” อีกต่อไป แต่เป็น“ทางรอด”และเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจครั้งสำคัญที่สุดของประเทศไทยในทศวรรษนี้ การปรับตัวสู่เศรษฐกิจสีเขียวไม่เพียงแต่จะช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างภูมิคุ้มกันต่อความผันผวนของโลกในระยะยาว

        การรวมพลังของภาคธุรกิจในงาน SUSTAINABILITY FORUM 2026  Shift Forward : Overcoming Challenges ที่จัดโดยกรุงเทพธุรกิจ คือสัญญาณการเปลี่ยนผ่านแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปสู่ความยั่งยืนได้กลายเป็นโมเดลเศรษฐกิจใหม่ที่องค์กรชั้นนำกำลังสร้างให้เกิดขึ้นจริงไม่ใช่เรื่องนามธรรม หรือ ภาระต้นทุนอีกต่อไป
        โซลูชันพลังงานสะอาด ไม่ใช่แค่เป้าหมายที่เป็นนามธรรม แต่คือเชื้อเพลิงสำคัญที่หล่อเลี้ยงระบบเศรษฐกิจสีเขียว และพลังงานสะอาดไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือ แต่เป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ที่ท้าทายให้ภาคอุตสาหกรรม ต้องยกระดับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ให้เป็นระบบนิเวศที่ยั่งยืนครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ การทำให้เรื่องความยั่งยืนเป็นสิ่งที่ “น่ารัก และเข้าถึงง่าย” เป็นกุญแจสำคัญในการสร้างการยอมรับ และเปลี่ยนนิยามการใช้ชีวิตให้สอดคล้องกับความยั่งยืนที่แท้จริงครอบคลุมทั้งมิติสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม การเปลี่ยนผ่านจะสมบูรณ์ได้ก็ต่อเมื่อคุณภาพชีวิตของผู้คนได้รับการยกระดับควบคู่

        การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนที่สุดต้องเริ่มต้นที่ “คน” ภาครัฐและเอกชนต้องร่วมมือกันสร้างความตระหนักรู้ ส่งเสริมวิถีชีวิตที่ยั่งยืน ควบคู่ไปกับการลงทุนพัฒนาคุณภาพชีวิตและสุขภาวะของคนในสังคมอย่างจริงจัง การเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำเป็นการพัฒนาที่ทุกคนมีส่วนร่วมและได้รับประโยชน์อย่างเท่าเทียม แนวทางเหล่านี้คือจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่จะนำพาเศรษฐกิจไทยก้าวข้ามความท้าทายและมุ่งสู่อนาคตที่เติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืน

        การรวมพลังของภาคธุรกิจที่ปรากฏในงาน SUSTAINABILITY FORUM 2026 คือสัญญาณเชิงบวกที่ทรงพลัง และเป็นหมุดหมายสำคัญของการเริ่มต้นเดินทางสู่เป้าหมาย Net Zero อนาคตของเศรษฐกิจไทยขึ้นอยู่กับการตัดสินใจลงมือทำของทุกภาคส่วนในวันนี้ เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนและส่งต่อโลกที่น่าอยู่ให้คนรุ่นต่อไป การขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเติบโตที่ยั่งยืนจึงจำเป็นต้องมี “พิมพ์เขียว”แม่แบบการยกระดับอุตสาหกรรมไทยเติบโตยั่งยืนอย่างเป็นระบบ ที่สำคัญนิยาม “การเติบโตทางเศรษฐกิจ” ต้องนำแนวคิด “ความยั่งยืน” ไปเป็นหัวใจหลักของยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ ไม่ควรมุ่งเน้นตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) เพียงอย่างเดียว เพราะการเติบโตที่แท้จริงในยุคต่อไปจะไม่ได้วัดแค่ตัวเลข แต่ต้องวัดจากคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนและผลกระทบเชิงบวกต่อโลก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/blogs/business/economic/1210486&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2BLX5CGxr2ilSZcWzNBXKF

  • มอเตอร์ เอ็กซ์โป “อลังการงานแสดง” หนุนอุตสาหกรรมยานยนต์-เศรษฐกิจปลายปีคึกคัก

    มอเตอร์ เอ็กซ์โป “อลังการงานแสดง” หนุนอุตสาหกรรมยานยนต์-เศรษฐกิจปลายปีคึกคัก

    ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้นสำหรับงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 หรือ มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2025 ซึ่งได้จัดระหว่างวันที่ 29 พ.ย. – 10 ธ.ค. นี้ ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี เพราะนอกจากมีค่ายรถยนต์ 42 แบรนด์ จักรยานยนต์ 16 แบรนด์ มาร่วมจัดเต็มแสดงนวัตกรรม และจัดโปรโมชันมากมายแล้ว ในแต่ละวันยังมีผู้มาเข้าชมงานกันอย่างเนืองแน่น โดยแทบทุกบูธมีประชาชนมาจับจองรถยนต์และรถจักรยานยนต์กันอย่างคึกคัก

    “ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์” ประธานบริษัท สื่อสากล จำกัด หนึ่งในผู้นำสื่อสายยานยนต์ เปิดเผยในฐานะประธานจัดงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 ว่า บริษัท สื่อสากล ได้ริเริ่มจัดงาน “มหกรรมยานยนต์” หรือ THAILAND INTERNATIONAL MOTOR EXPO ขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2527 และประสบความสำเร็จอย่างสูงตลอด 4 ทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่งทำให้สมาคมอุตสาหกรรมการจัดงานแสดงสินค้าโลก ยินดีต้อนรับบริษัท สื่อสากล จำกัด เข้าเป็นสมาชิก และให้การรับรองงาน “มหกรรมยานยนต์” เป็นหนึ่งในงานแสดงสินค้าระดับโลก

    “นอกจากนี้ เรายังได้รับการสนับสนุนอย่างดียิ่งจากราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ กระทรวงอุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ตลอดจนหน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชนจำนวนมาก”

    *หนุนส่งอุตสาหกรรมยานยนต์

    ประธานจัดงานมหกรรมยานยนต์ กล่าวว่างาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” มีผู้เข้าร่วมทั้งสิ้น แบ่งเป็นรถยนต์ 42 ผู้ผลิต จาก 8 ประเทศ, รถจักรยานยนต์ 16 ผู้ผลิต จาก 7 ประเทศ และอุปกรณ์เกี่ยวเนื่องอื่นๆ รวมทั้งยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย ซึ่งจะสร้างความพึงพอใจให้แก่ผู้เข้าชมงานอย่างแน่นอน

    สาเหตุที่จัดงานนี้เป็นเพราะเห็นว่าตลาดสินค้ายานยนต์ทุกประเภทในบ้านเราเต็มไปด้วยความหลากหลาย ทั้งยี่ห้อ มาตรฐานการผลิต คุณภาพ และราคา ยากแก่การเลือกซื้อของผู้บริโภค โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการใช้เงินอย่างคุ้มค่า เพื่อให้ได้ยานยนต์ที่มีประสิทธิภาพ และประโยชน์ใช้สอยตรงตามประสงค์ ภายใต้เงื่อนไขการซื้อขายที่ยุติธรรม โดยอุปสรรคประการสำคัญของผู้บริโภค คือ ไม่สามารถเปรียบเทียบข้อมูลต่างๆ ของรถแต่ละยี่ห้อแต่ละรุ่น ได้อย่างทั่วถึง ในเวลาอันจำกัด ขณะที่ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายเอง ก็ประสบปัญหาเดียวกัน นั่นคือ ไม่สามารถนำเสนอสินค้าและบริการ ตลอดจนข้อมูลข่าวสารต่างๆ ไปสู่กลุ่มลูกค้าจำนวนมหาศาลได้

    ณ จุดที่เป็นรอยต่อระหว่างอุปสงค์กับอุปทานนี้เอง บริษัท สื่อสากล จำกัด ได้ก้าวเข้ามามีบทบาทในฐานะสื่อกลาง ด้วยการจัดงานแสดงยานยนต์หลากหลายประเภท ที่เรียกว่า “มหกรรมยานยนต์” โดยนอกจากจะมุ่งหวังให้เป็นสื่อกลางการซื้อขายรถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถเพื่อการพาณิชย์และขนส่ง ฯลฯ รวมถึงอุปกรณ์ที่เกี่ยวเนื่องแล้ว ยังตั้งใจทำให้งานนี้เป็นสื่อสร้างสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้ผลิตกับผู้บริโภค เอกชนกับรัฐ ผู้แทนจำหน่ายกับบริษัทแม่ในต่างประเทศ รวมทั้งระหว่างสังคมยานยนต์กับสังคมส่วนอื่นๆ ของประเทศอีกด้วย

    “งาน “มหกรรมยานยนต์” จึงมีบทบาทสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาวงการยานยนต์ของประเทศไทย ตลอดระยะเวลากว่า 4 ทศวรรษที่ผ่านมา และเราตั้งใจจะดำเนินบทบาทสำคัญนี้อย่างแข็งขันตลอดไป”

    *มหกรรม “อลังการงานแสดง”

    สำหรับแนวคิดของงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 หรือ มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2025 คือ “อลังการงานแสดง” เพราะ “มหกรรมยานยนต์” เป็นงานแสดงที่อลังการด้วยองค์ประกอบด้านต่างๆ มากมาย เริ่มจากอลังการด้านระยะเวลาดำเนินการจัดงานที่ยาวนานต่อเนื่องมากว่า 4 ทศวรรษ ยิ่งกว่านั้น ยังได้รับการรับรองให้เป็นหนึ่งในงานแสดงสินค้าระดับโลก โดยสมาคมอุตสาหกรรมการจัดงานแสดงสินค้าโลก (UFI)

    อลังการด้านขนาดของงาน เราใช้พื้นที่ภายในและภายนอกอาคาร IMPACT CHALLENGER 1-3 เมืองทองธานี รวมทั้งหมดถึง 80,000 ตร.ม. จัดแสดงยานยนต์ทุกประเภท พร้อมอุปกรณ์เกี่ยวเนื่อง โดยมีแบรนด์รถยนต์เข้าร่วมงานรวมแล้วเกือบ 60 แบรนด์ แบ่งเป็นรถยนต์ 42 แบรนด์ และจักรยานยนต์อีกกว่า 16 แบรนด์ มากที่สุดในบรรดางานแสดงยานยนต์ทั่วอาเซียน

    อลังการด้านกิจกรรม ทั้งกิจกรรมนันทนาการของหน่วยงานโครงการและมูลนิธิต่างๆ รวมถึงกิจกรรมชิงรางวัลใหญ่ รถยนต์ 3 คันและบิ๊กไบค์ 1 คัน ที่เราจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี

    อลังการด้านยอดจองรถในงาน ทุกปีจะมีผู้ชมตัดสินใจจองรถยนต์และจักรยานยนต์ภายในงานปีละหลายหมื่นคัน สร้างความคึกคักให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไทย รวมถึงสร้างเม็ดเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจจำนวนมหาศาล

    อลังการด้านจำนวนผู้ชม แต่ละปีจะมีประชาชนให้ความสนใจเข้าชมงานจำนวนไม่ต่ำกว่า 1.5 ล้านคน นอกจากนี้ ยังมีผู้ชมงานผ่าน MOTOR EXPO ONLINE PLATFORM และแพลตฟอร์มออนไลน์อื่นๆ ตลอดจนการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์อีกนับล้านคนทั่วประเทศ

    ทั้งหมดนี้ คือ องค์ประกอบของงาน “มหกรรมยานยนต์” ที่เราภาคภูมิใจ และเรามุ่งมั่นจะสร้างสรรค์งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” ให้มีความอลังการยิ่งกว่าเดิมในทุกด้าน ดังนั้นเราจึงกำหนดแนวคิดเพื่อตอกย้ำเป้าหมาย พร้อมประกาศความยิ่งใหญ่ของงานในปีนี้ว่า “อลังการงานแสดง”

    *สารพัดปัจจัยหนุนส่งคนทะลัก

    ด้าน “ชลัทชัย ปภัสร์พงษ์” รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท สื่อสากล และรองประธานจัดงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 กล่าวเสริมว่างานมหกรรมยานยนต์ หรือ มอเตอร์ เอ็กซ์โป ในปีนี้ มีความคึกคักกว่าทุกปีอย่างเห็นได้ชัด จากหลายปัจจัยด้วยกัน เริ่มตั้งแต่วันแรกของการเปิดงานในรอบประชาชนทั่วไปเป็นวันเสาร์ อันเป็นวันหยุด จากที่ปกติจะเป็นวันธรรมดาคือ จันทร์ถึงศุกร์ ซึ่งทำให้ในวันแรกของงานได้มีประชาชนมาเข้าชมงานกันอย่างเนืองแน่นมากกว่าทุกปี ขณะเดียวกันปีนี้ยังมีความพิเศษที่หลายบริษัทรถยนต์ รถจักรยานยนต์ เปิดตัวรถรุ่นใหม่ๆกันอย่างคึกคัก ทั้งยังมีการจัดแคมเปญโปรโมชันกันอย่างดุเดือด

    อีกส่วนหนึ่งยังเป็นเพราะมาตรการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า (EV 3.0) จากภาครัฐที่จะสิ้นสุดลงในวันที่ 31 ธ.ค.นี้ ซึ่งจะส่งผลให้ราคาจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยที่ได้รับอานิสงส์นี้ในปีหน้า จำเป็นที่จะต้องปรับขึ้นไปอยู่ในระดับที่สูงกว่าราคาในปัจจุบัน ทำให้ผู้บริโภคที่กำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้าจึงต้องรีบตัดสินใจว่าจะจับจองรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นไหนดี

    ที่สำคัญ ในปีหน้าจะมีการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่ซึ่งจะเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2569 เป็นต้นไป อันเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายภาครัฐที่มุ่งเน้นการส่งเสริมการใช้และการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และยานยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีเป้าหมายระยะยาวในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และผลักดันประเทศไทยให้เป็นฐานการผลิตยานยนต์แห่งอนาคต (Zero Emission Vehicle – ZEV) ทำให้ผู้บริโภคมีความกังวลว่าราคารถยนต์ที่ใช้น้ำมันในปีหน้าจะสูงขึ้น จึงต้องรีบตัดสินใจจับจองรถยนต์ใหม่ในปีนี้เช่นกัน

    นอกจากนี้ยังเป็นเพราะงานมหกรรมยานยนต์ในปีนี้ ถือเป็นปีแรกที่ “รถไฟฟ้า” วิ่งมาถึง “เมืองทองธานี” ซึ่งเป็นสถานที่จัดงาน ช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้จะมาชมงาน เห็นได้ว่ามีประชาชนที่มาชมงานได้เดินทางโดยรถไฟฟ้ากันเป็นจำนวนมาก เพราะมีความสะดวกในการเดินทาง ไม่ต้องเสียเวลาฝ่ารถติดกว่าจะมาถึงงาน พอถึงงานแล้วยังต้องวนหาที่จอดรถ เชื่อว่าในอนาคตจะมีผู้มาชมงานที่เดินทางโดยรถไฟฟ้ากันมากขึ้นเรื่อยๆ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics/2899754&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1suoSNKtxlcAnEujobRIj8

  • ‘เอกนิติ’ แจงไม่เสียใจ แต่ไม่คุ้น หลังถูกโยงประเด็นการเมือง ยันเดินหน้าทำงานด้านเศรษฐกิจเพื่อประเทศต่อ

    ‘เอกนิติ’ แจงไม่เสียใจ แต่ไม่คุ้น หลังถูกโยงประเด็นการเมือง ยันเดินหน้าทำงานด้านเศรษฐกิจเพื่อประเทศต่อ

    เอกนิติ’ แจงร่วมเฟรม ‘เบน สมิธ’ แค่งานเลี้ยง ยันไม่รู้ใครพาเข้ามา รับไม่เสียใจถูกโยงเป็นประเด็นโต้ตอบทางการเมือง พร้อมเดินหน้าทำงานเพื่อประเทศอย่างเต็มที่ แต่หลังจากนี้ต้องระวังตัวมากขึ้นเวลาถูกขอถ่ายรูป ระบุยังไม่ได้ตัดสินใจหลังถูกทาบทามเป็นแคนดิเดตนายกฯ คนที่ 2 ของพรรคภูมิใจไทย

    4 ธ.ค. 2568 – นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง กล่าวชี้แจงถึงกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพถ่ายร่วมเฟรม โดยเป็นการร่วมพูดคุยกับนายเบน สมิธ ว่า ภาพที่ปรากฏดังกล่าวเป็นภาพจากงานเลี้ยงของหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ซึ่งถ่ายเมื่อ 5-6 ปีก่อน ซึ่งเป็นงานเลี้ยงผู้เข้าร่วม 60-70 คน ประกอบด้วยผู้บริหารระดับประเทศจากทั้งภาครัฐและเอกชนหลากหลายวงการ ผมเข้าไปร่วมงานในฐานะที่ปรึกษาและอาจารย์หลักสูตรผู้บริหารระดับสูงของ สตช.และเป็นผู้ร่วมงาน เช่นเดียวกับแขกท่านอื่น ๆ ที่ไปร่วมพบปะพูดคุยกันตามธรรมเนียมในโอกาสงานสังคมทั่วไป

    “ปกติหลักสูตรจะมีคนเข้าเรียนประมาณ 100 คน ส่วนในภาพน่าจะเป็นกิจกรรมหลังหลักสูตร ซึ่งภายในงานมีคนมาร่วม ประมาณ 60-70 คน ส่วนคุณเบน สมิธ ไม่ได้เรียนในหลักสูตรนี้ด้วย ผมเข้าใจว่าน่าจะมีคนหรือเครือข่ายเพื่อนพามา ซึ่งผมไม่ทราบว่าใครเป็นคนพาเข้างานมาด้วย เพราะภายในงานมีคนเยอะมาก” นายเอกนิติ ระบุ

    อย่างไรก็ดี รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง ยอมรับว่า ไม่คุ้นเคยกับการตอบโต้ในสถานการณ์การเมืองเช่นนี้ โดยส่วนตัวที่เข้ามาอยู่ตรงนี้ เพราะตั้งใจอยากเข้ามาทำงานเพื่อประเทศจริง ๆ ไม่คิดว่าจะต้องมาคอยระมัดระวังอะไรขนาดนี้ และที่ผ่านมาเวลาไปงานเลี้ยง หรือไปงานขึ้นกล่าวปาฐกถาต่าง ๆ ก็จะมีคนเข้ามาขอถ่ายรูป หรือแลกนามบัตร และตามธรรมชาติผมก็ถ่ายรูปด้วย ไม่มีอะไร แต่หลังจากนี้อาจจะต้องระมัดระวังตัวมากขึ้น

    พร้อมทั้งยืนยันว่า ‘ไม่เสียใจ’ ที่ตัดสินใจเข้ามารับตำแหน่งและต้องเจอกับสถานการณ์ทางการเมืองเช่นนี้ เนื่องจากตั้งใจเข้ามาทำงานเพื่อประเทศชาติ ดังนั้นก็อยากทำงานในส่วนที่ตัวเองรับ โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจให้มากและดีที่สุด

    ส่วนกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย มีการให้สัมภาษณ์ว่าอยู่ระหว่างการทาบทามให้เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี คนที่ 2 ของพรรคภูมิใจไทยนั้น นายเอกนิติ ระบุว่า ยอมรับว่านายกรัฐมนตรีได้มีการทาบทามจริง ตามที่มีการให้สัมภาษณ์ไป และขณะนี้ก็ยังอยู่ในขั้นตอนการทาบทาม ส่วนตัวยังไม่ได้มีการตัดสินใจอะไร ตอนนี้ยังขอโฟกัสที่การทำงานในหน้าที่ปัจจุบันก่อน โดยอยากทำงานทุกวันให้ออกมาดีที่สุด

    “ตอนนี้ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะอยู่กับการเมืองต่อหรือไม่ เพราะยังโฟกัสและตั้งใจจะทำหน้าที่ในวันนี้ให้ดีที่สุดก่อน ส่วนต่อไปจะตัดสินใจอย่างไรก็ต้องยอมรับว่าอาจจะต้องเอาเรื่องเกมการเมืองมาเป็นปัจจัยหนึ่งที่นำมาคิด นำมาประกอบการตัดสินใจด้วย แต่วันนี้ผมขอยืนยันว่าเมื่อตัดสินใจเข้ามาช่วยประเทศแล้ว ก็จะเดินหน้าต่องานให้ดีที่สุด ส่วนเรื่องอนาคตค่อยคิดกันอีกที วันนี้ขอทำงานให้ดีที่สุดก่อน” รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง ระบุ

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/economy-news/908579/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3jfdJ0bCf6ZG4JKIEhKGn2

  • ตลาดแรงงานสหรัฐฯ หดตัว บริษัทเอกชนปลดพนักงาน 32,000 คน

    ตลาดแรงงานสหรัฐฯ หดตัว บริษัทเอกชนปลดพนักงาน 32,000 คน

    บริษัทเอกชนในสหรัฐอเมริกาปลดพนักงาน 32,000 คน ในเดือนพฤศจิกายน 2567 ตามรายงานจากบริษัท ADP ผู้ให้บริการระบบเงินเดือน ซึ่งขัดแย้งกับคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่คาดว่าจะมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 20,000 ตำแหน่ง ข้อมูลดังกล่าวชี้ให้เห็นถึงความอ่อนแอของเศรษฐกิจโลกที่ใหญ่ที่สุด

    เนลา ริชาร์ดสัน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ ADP กล่าวว่า “การจ้างงานมีความผันผวนในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากนายจ้างต้องเผชิญกับผู้บริโภคที่ระมัดระวังและสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจมหภาคที่ไม่แน่นอน” โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็กที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด

    ธุรกิจขนาดเล็กได้รับผลกระทบหนักสุด

    ข้อมูลเผยให้เห็นว่าธุรกิจขนาดเล็กสูญเสียงาน 120,000 ตำแหน่ง ขณะที่ธุรกิจขนาดกลางและขนาดใหญ่ยังคงเพิ่มจำนวนพนักงาน เฮเธอร์ ลอง หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ Navy Federal Credit Union อธิบายว่า “ตลาดนี้ไม่ใช่ตลาดที่มีการจ้างงานต่ำแล้ว แต่เป็นตลาดที่เริ่มปลดคนออก” โดยมีเพียงอุตสาหกรรมการบริการและสาธารณสุขเท่านั้นที่ยังคงจ้างงานใหม่

    หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ Navy Federal Credit มองว่าบริษัทขนาดเล็กได้รับผลกระทบมากที่สุดจากการประกาศเรื่องภาษีนำเข้าของ Donald Trump และคาดการณ์ว่าสถานการณ์นี้จะคงอยู่จนถึงครึ่งแรกของปี 2569 จนกว่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับนโยบายภาษีศุลกากร

    แรงกดดันต่อการประชุมเฟด

    ข้อมูลการจ้างงานที่อ่อนแอนี้เพิ่มความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์หน้า เป็นครั้งที่สามติดต่อกัน เจ้าหน้าที่เฟดได้แสดงความกังวลมากขึ้นต่อสถานการณ์ตลาดแรงงาน

    ออเรน คลาชคิน นักเศรษฐศาสตร์จาก Nationwide Financial Markets กล่าวว่า “รายงานนี้แสดงให้เห็นว่าตลาดแรงงานสูญเสียแรงขับเคลื่อนมากขึ้นในช่วงปลายปี และเพิ่มความเสี่ยงต่ออัตราการว่างงานที่สูงขึ้นในต้นปีหน้า” โดยคาดการณ์ว่าเฟดจะลดอัตราดอกเบี้ย 25 จุดพื้นฐาน

    ข้อมูลเศรษฐกิจแสดงสัญญาณขัดแย้งกัน

    ข้อมูลเศรษฐกิจอื่นๆ ที่เผยแพร่ในวันเดียวกันแสดงสัญญาณที่ขัดแย้งกัน การผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนกันยายน สอดคล้องกับคาดการณ์ ขณะที่ภาคบริการรายงานการเติบโตในพฤศจิกายน ด้วยคะแนนรวมจาก Institute of Supply Management อยู่ที่ 52.6 เพิ่มขึ้น 0.2 จุด

    อย่างไรก็ตาม ดัชนีการจ้างงานในภาคบริการอยู่ที่ 48.9 ต่ำกว่าระดับ 50 ที่แบ่งแยกระหว่างการเติบโตและการหดตัว เจ้าหน้าที่หลายคนที่ได้รับการสำรวจชี้ให้เห็นถึงความไม่แน่นอนในนโยบายการค้า โดยเจ้าหน้าที่อสังหาริมทรัพย์ระบุว่าความไม่แน่นอนด้านภาษีศุลกากรเพิ่มความซับซ้อนในการจัดซื้อ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/us-private-sector-job-losses-november-2024&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1tTL2d2lKy0gNlFp57vAyl

  • กรมการจัดหางาน เสิร์ฟงานกว่า 3,500 อัตรา ในงาน “คนไทยต้องมีงานทำ @ เชียงใหม่” พร้อมโอกาสสร้างอาชีพอิสระ

    กรมการจัดหางาน เสิร์ฟงานกว่า 3,500 อัตรา ในงาน “คนไทยต้องมีงานทำ @ เชียงใหม่” พร้อมโอกาสสร้างอาชีพอิสระ

    วันที่ 3 ธันวาคม 2568 นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้มอบหมายให้ พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธีเปิดงานโครงการกระทรวงแรงงานพบประชาชน “มหกรรมยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานอิสระเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน จังหวัดเชียงใหม่ และงาน “คนไทยต้องมีงานทำ @ เชียงใหม่” ระหว่างวันที่ 3–4 ธันวาคม 2568 ณ โรงแรมคุ้มภูคำ จังหวัดเชียงใหม่

    นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า กรมการจัดหางาน เดินหน้าขับเคลื่อนตามนโยบายสำคัญของกระทรวงแรงงาน ภายใต้แนวคิด “คนไทยต้องมีงานทำ” จึงจัดงาน “คนไทยต้องมีงานทำ @ เชียงใหม่” ภายในมหกรรมยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานอิสระเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน จังหวัดเชียงใหม่ จัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนหางานทำที่ตรงกับความรู้ความสามารถ และเพื่อให้นายจ้าง สถานประกอบการ และผู้ที่ต้องการหางานทำได้พบกัน เป็นการเตรียมพร้อมพัฒนาทักษะทางเทคโนโลยีดิจิทัล รวมทั้งเปิดโลกทัศน์และจุดประกายทางความคิดให้ประชาชน นักเรียน นักศึกษา แรงงานอิสระ เครือข่ายแรงงานอิสระ ให้มีโอกาสประกอบอาชีพที่หลากหลายและทันสมัย ได้เรียนรู้และฝึกปฏิบัติอาชีพอิสระที่ตนสนใจ นำไปสู่การกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน อีกด้วย

    นายสมชาย กล่าวว่า กรมการจัดหางาน โดยสำนักงานจัดหางานจังหวัดเชียงใหม่ ได้ร่วมจัดงานในครั้งนี้ ภายในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ การรับสมัครและสัมภาษณ์งานโดยตรงกับนายจ้าง สถานประกอบการในจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียง จำนวนกว่า 50 บริษัทชั้นนำ มีตำแหน่งงานว่างกว่า 3,500 อัตรา อาทิ วิศวกร โปรแกรมเมอร์ การตลาดดิจิทัล ล่ามภาษาเมียนมา IT Support ฯลฯ การให้คำปรึกษาและรับลงทะเบียนสำหรับผู้ที่สนใจสมัครไปทำงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ สาธิตและฝึกการประกอบอาชีพอิสระ อาทิ การทำเครื่องดื่ม ม็อกเทล (Mocktail) ทำโดนัทผักเคล อบรมสร้างอาชีพด้วย AI การเทรดทองอย่างโปร แสดงสินค้าของกลุ่มผู้รับงานไปทำที่บ้าน คนพิการ ผู้สูงอายุ ผู้ต้องขัง อาชีพแฟรนไชส์ FOOD TRUCK และการแนะแนวโครงการ 3 ม. (มีงาน มีเงิน มีวุฒิการศึกษาเพิ่ม)

    ขอเชิญชวนคนหางาน นักเรียน นักศึกษา และประชาชนที่สนใจหางาน ต้องการพัฒนาทักษะฝีมือ และหาไอเดียในการประกอบอาชีพเสริม มาพบกันได้ในงาน “คนไทยต้องมีงานทำ @ เชียงใหม่” ระหว่างวันที่ 3-4 ธันวาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 09.00 -16.30 น. ณ ห้องเรือนคุ้ม โรงแรมคุ้มภูคำ ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ สอบถามเพิ่มเติม สำนักงานจัดหางานจังหวัดเชียงใหม่ 053-112744 โดยสามารถลงทะเบียนสมัครงานได้ที่เว็บไซต์กรมการจัดหางาน e-Service.doe.go.th “ไทยมีงานทำ”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/978491&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Tgiqsf8eM-EYbCxA8UyRK

  • มณฑลไห่หนานเผยแพร่รายงานสมุดปกขาวว่าด้วยการสร้างภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม

    มณฑลไห่หนานเผยแพร่รายงานสมุดปกขาวว่าด้วยการสร้างภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม

    มณฑลไห่หนานเผยแพร่รายงานสมุดปกขาวว่าด้วยการสร้างภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม และกลยุทธ์การสื่อสารระหว่างประเทศ ประจำปี 2567-2568

    สำนักงานการท่องเที่ยว วัฒนธรรม วิทยุ โทรทัศน์ และกีฬาของมณฑลไห่หนาน

    เมื่อเร็ว ๆ นี้ มณฑลไห่หนาน ซึ่งเป็นเกาะทางตอนใต้ของประเทศจีน ได้เผยแพร่รายงานสมุดปกขาวว่าด้วยการสร้างภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม และกลยุทธ์การสื่อสารระหว่างประเทศ (พ.ศ. 2567-2568) อย่างเป็นทางการ รายงานฉบับนี้จัดทำโดยสำนักงานการท่องเที่ยว วัฒนธรรม วิทยุ โทรทัศน์ และกีฬาของมณฑลไห่หนาน เพื่อนำเสนอแนวทางที่มีประสิทธิภาพในการส่งเสริมการท่องเที่ยวขาเข้าของมณฑลไห่หนานอย่างมั่นคงในระยะยาว โดยอาศัยการดำเนินงานศุลกากรที่เป็นอิสระของมณฑลไห่หนานในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

    รายงานฉบับนี้มีความยาวกว่า 150,000 ตัวอักษร แบ่งเป็น 5 ส่วน รวมทั้งหมด 20 บท โดยนำเสนอบทวิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับการพัฒนาการท่องเที่ยวขาเข้าของมณฑลไห่หนาน ท่ามกลางพลวัตโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและการยกระดับอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง รายงานยังเปรียบเทียบไห่หนานกับเกาะชั้นนำทั่วโลก พร้อมข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่สร้างสรรค์ ครอบคลุมตั้งแต่การกำหนดนโยบายระดับมหภาค การประชาสัมพันธ์ การวางตำแหน่งแบรนด์ ไปจนถึงการสนับสนุนภาคส่วนย่อยของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมากกว่า 10 ภาคส่วน

    เมื่อเปรียบเทียบกับรายงานฉบับก่อนหน้านี้ รายงานประจำปี 2567-2568 ได้รับการยกระดับคุณภาพใน 4 ด้านสำคัญ ประการแรก รายงานฉบับนี้มีความสอดคล้องกับกรอบเวลาการดำเนินงานศุลกากรอิสระของท่าเรือการค้าเสรีไห่หนานในปี 2568 พร้อมสะท้อนผลกระทบเชิงบวกที่มีต่อการท่องเที่ยวขาเข้า ประการที่สอง ขอบเขตการวิจัยได้รับการขยายให้ครอบคลุมแหล่งท่องเที่ยวสำคัญทั้งหมดของมณฑลไห่หนาน เพื่อให้ได้ข้อมูลรอบด้านและสะท้อนภาพรวมของอุตสาหกรรมอย่างครบถ้วน ประการที่สาม รายงานได้เสริมการวิเคราะห์ในหมวดหมู่การท่องเที่ยวเฉพาะทาง เพื่อเพิ่มมิติให้กับการศึกษาห่วงโซ่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ประการที่สี่ วิธีการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับแนวโน้มการท่องเที่ยวอิสระได้รับการปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ควบคู่กับการยกระดับเนื้อหาในบท “Digital Twin” ให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น

    จุดที่น่าสนใจคือ รายงานฉบับนี้ได้ยกระดับวิธีการวิจัยแบบ “Digital Twin” ด้วยการรวบรวมข้อมูลเชิงลึกจากนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยตรง ซึ่งคณะวิจัยระบุว่า แนวทางการสำรวจข้อมูลภาคสนามจากนักเดินทางแบบอิสระ ช่วยให้มองเห็นภาพรวมของตลาดการท่องเที่ยวขาเข้ามณฑลไห่หนานได้อย่างครบถ้วนและรอบด้านยิ่งขึ้น

    งานวิจัยฉบับนี้ครอบคลุมตลาดต้นทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติหลากหลายภูมิภาค ได้แก่ เอเชียกลาง เอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ เอเชียตะวันออก เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยุโรป โดยคณะวิจัยได้ลงพื้นที่สำรวจแหล่งท่องเที่ยวสำคัญทั่วมณฑลไห่หนาน พร้อมดำเนินการสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง (semi-structured interview) กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมากกว่า 50 ราย จนได้บทสัมภาษณ์ความยาวกว่า 250,000 ตัวอักษร พร้อมทั้งรวบรวมแบบสอบถามหลายร้อยฉบับจากตลาดต้นทางนักท่องเที่ยวต่างชาติที่สำคัญ ซึ่งช่วยเสริมความครบถ้วนและความน่าเชื่อถือของข้อมูลเชิงวิชาการในรายงานฉบับนี้

    บรรดาผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเห็นพ้องว่า รายงานฉบับนี้ไม่เพียงสำรวจรากฐานการพัฒนาและความท้าทายสำคัญของภาคการท่องเที่ยวขาเข้ามณฑลไห่หนานอย่างเป็นระบบเท่านั้น หากยังต่อยอดข้อได้เปรียบเชิงสถาบันของท่าเรือการค้าเสรีไห่หนาน เพื่อนำเสนอแนวทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมในการสร้างภาพลักษณ์และการสื่อสารระหว่างประเทศ รายงานฉบับนี้จึงเป็นแนวทางสำคัญที่ช่วยให้มณฑลไห่หนานสามารถคว้าโอกาสจากการดำเนินงานศุลกากรที่เป็นอิสระ พร้อมกับยกระดับศักยภาพด้านการแข่งขันในตลาดการท่องเที่ยวระดับโลกอย่างมีประสิทธิภาพ

    นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 15 ตุลาคม มณฑลไห่หนานมีจำนวนนักท่องเที่ยวขาเข้าและขาออกมากกว่า 2 ล้านคน เพิ่มขึ้น 22.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในจำนวนนี้ มีชาวต่างชาติราว 430,000 คนเดินทางเข้ามายังไห่หนานภายใต้นโยบายยกเว้นวีซ่า คิดเป็น 88.9% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติขาเข้าทั้งหมด ส่งผลให้การเดินทางแบบไม่ต้องขอวีซ่ากลายเป็นช่องทางหลักสำหรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ การปรับปรุงนโยบายยกเว้นวีซ่าได้ทำให้พลเมืองจาก 86 ประเทศสามารถเดินทางเข้าไห่หนานได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า ขณะเดียวกัน มณฑลไห่หนานกำลังเร่งขยายการให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศ โดยเปิดเส้นทางบินระหว่างประเทศไปแล้วกว่า 70 เส้นทาง ทั้งนโยบายยกเว้นวีซ่าและการเพิ่มเที่ยวบินตรงระหว่างประเทศมีส่วนสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เดินทางมายังเกาะไห่หนานอย่างต่อเนื่อง

    ที่มา: สำนักงานการท่องเที่ยว วัฒนธรรม วิทยุ โทรทัศน์ และกีฬาของมณฑลไห่หนาน


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/anpi/12771423&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3wVI5px_3K_y3X4bmlfpBW

  • ชวนชม ทิวลิปบานสวนหลวง ร.9 ต้อนรับลมหนาว เช็กเวลาเข้าชม วิธีเดินทาง

    ชวนชม ทิวลิปบานสวนหลวง ร.9 ต้อนรับลมหนาว เช็กเวลาเข้าชม วิธีเดินทาง

    สวนหลวง ร.9 เปิดงานพรรณไม้งามอร่าม วันนี้ถึง 10 ธ.ค. นี้

    สวนหลวง ร.9 ชวนชมทิวลิปบานสะพรั่ง เนรมิต 500 ไร่เป็นดอกไม้รับลมหนาว วันนี้ถึง 10 ธ.ค. 68 ค่าเข้าชมเพียง 20 บาท จัดเต็ม 6 โซนไฮไลต์ตลอดวัน เช็กเวลาเข้าชม พร้อมวิธีเดินทางง่าย ๆ ไม่มีหลง

    เมื่ออากาศเริ่มเย็น สวนหลวง ร.9 เขตประเวศ กรุงเทพฯ ก็ถึงเวลาปรับโหมดเป็นทะเลดอกไม้อีกครั้งกับงาน พรรณไม้งามอร่าม สวนหลวง ร.9 ประจำปี 2568 ภายใต้แนวคิดเจ้าฟ้าแห่งพฤกษาพรรณ มิ่งขวัญของปวงประชา 70 พรรษา งานปีนี้ตั้งใจชวนทั้งคนกรุงฯ นักท่องเที่ยวต่างชาติ ออกมาสูดอากาศดี ๆ ท่ามกลางสีสันของไม้ดอกนานาพรรณที่กำลังบานเต็มพื้นที่กว่า 500 ไร่ พร้อมนิทรรศการและกิจกรรมให้เลือกเดินชมได้ทั้งวัน

    สำหรับ พรรณไม้งามอร่าม สวนหลวง ร.9 ปีนี้ จัดขึ้นระหว่าง วันที่ 1-10 ธันวาคม 2568 เวลาเปิดสวนงานดอกไม้ 05.00–19.00 น. มีค่าบัตรเข้าชมเพียง คนละ 20 บาท รายได้สมทบการพัฒนาสวนหลวง ร.9 ให้ยังคงเป็นพื้นที่สีเขียวของเมืองต่อไป

    ภายในงานผู้เข้าชมจะได้สัมผัสบรรยากาศฤดูหนาวผ่านทุ่งดอกไม้และสวนจัดแสดงธีมต่าง ๆ ที่ออกแบบให้เดินเพลิน ถ่ายรูปสนุก เหมาะทั้งสายชิล สายถ่ายภาพและครอบครัวที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศจากห้างสรรพสินค้า

    ชมนิทรรศการพิเศษ 6 โซนสวนธีมจากธรรมชาติ

    ปีนี้มีนิทรรศการและโซนจัดแสดงที่ออกแบบเป็นเรื่องเล่าจากธรรมชาติหลายมุมให้เดินชม โดยเฉพาะ 3 นิทรรศการหลักและ 6 โซนไฮไลต์ ดังนี้

    นิทรรศการดอกไม้และสิ่งมีชีวิตตัวจิ๋ว

    • เฟิร์นและกล้วยไม้ : รวบรวมพันธุ์เฟิร์นและกล้วยไม้หลากหลายชนิด เหมาะกับคนรักไม้ในร่มและสายสะสมไม้หายาก
    • ทิวลิปบานที่สวนหลวง ร.9 : โซนจำลองสวนไม้เมืองหนาว ให้คนไทยได้สัมผัสดอกทิวลิปและบรรยากาศแบบต่างประเทศ โดยมีการจัดแต่งกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นแทรกอยู่ในพื้นที่
    • Save the bee save the world : นิทรรศการเล่าความสำคัญของผึ้งต่อระบบนิเวศ ใครมีเด็ก ๆ ไปด้วย โซนนี้ถือเป็นห้องเรียนธรรมชาติกลางสวนที่ห้ามพลาด

    นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดง ผีเสื้อกว่า 20 ชนิด จากอุทยานผีเสื้อและแมลงกรุงเทพฯ พร้อมเจ้าหน้าที่ประจำจุดคอยให้ความรู้เรื่องวงจรชีวิตผีเสื้ออย่างเข้าใจง่าย

    6 โซนสวนจัดแสดงดีไซน์พิเศษ

    • สวนญี่ปุ่นดินแดนแห่งเทพเจ้า : เดินลอดเสาโทริอิ ลัดเลาะทางเดินและสะพานที่เชื่อมต่อบรรยากาศแบบสวนญี่ปุ่น พร้อมแสงโคมไฟไม้ไผ่ที่ช่วยเพิ่มอารมณ์สงบและอบอุ่น
    • สวนศิลปะแห่งสีสันและอารมณ์ : สวนกลางแจ้งที่นำศิลปะมาผสมกับต้นไม้และดอกไม้ จุดเด่นคือประติมากรรม “ดอกม่วงเทพรัตน์” ที่จัดวางอย่างตั้งใจให้เล่นกับสีสันรอบตัว เหมาะเป็นโลเคชั่นถ่ายภาพแฟชั่นเบา ๆ
    • สวนฟาร์มมิลี่ (Family) : ฟาร์มจำลองบรรยากาศชนบท มีโรงนา กังหันลม ฟางก้อน และแปลงผักให้เด็ก ๆ ได้เดินสำรวจ เหมาะกับการมานั่งเล่น พักสายตาจากความวุ่นวายในเมือง
    • สวนอเมซอน หัวใจแห่งป่าฝน : โซนป่าฝนเขียวชอุ่ม จำลองบรรยากาศแบบอเมซอน ให้เดินดูพืชพรรณเขตร้อนและสัตว์ป่าในมุมจัดแสดง เป็นอีกจุดที่อากาศเย็นสบายเพราะรายล้อมด้วยต้นไม้สูง
    • สวนเทศกาลฤดูหนาว : สวนธีมสีแดง–เขียว–ทอง ตกแต่งด้วยต้นสน รถไฟจำลอง และกวางคู่ ให้ฟีลลิ่งฤดูหนาวส่งท้ายปี เหมาะสุดสำหรับสายถ่ายภาพลงโซเชียล
    • สวนประดับกินได้ : นำพืชผักมาจัดวางให้กลายเป็นงานศิลปะ ใช้ไม้เถาและพืชกินได้ต่าง ๆ มาจัดแต่งให้สวยแปลกตา พร้อมสอดแทรกความรู้เรื่องการปลูกผักไปในตัว

    นอกจากโซนจัดงานประจำปีแล้ว ยังมีโซนถาวรภายในสวนหลวง ร.9 ที่เปิดให้เข้าชมและถ่ายรูปได้เช่นกัน อาทิ อาคารแสดงพรรณไม้ในร่ม ที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) สนับสนุนต่อเนื่องเกือบ 40 ปี รวบรวมพืชหายากและพืชเฉพาะถิ่น เช่น ปาล์มเจ้าเมืองถลาง หวายทะนอย เรือนเฟิร์น และโซนกล้วยไม้

    รวมทั้ง อาคารพันธุ์ไม้ทะเลทราย รวมพืชทนแล้งอย่างกระบองเพชรและไม้อวบน้ำต่าง ๆ และ สวนนานาชาติ หอรัชมงคล และพื้นที่สีเขียวร่มรื่นอื่น ๆ เดินได้ทั้งวันแบบไม่รู้สึกเบื่อ เหมาะกับคนที่อยากใช้เวลาช้า ๆ ในสวน

    สวนหลวง ร.9 เปิดเทศกาลดอกไม้ 1-10 ธ.ค. 68
    ภาพจาก Facebook : สวนหลวง ร.๙ Suanluang Rama IX Royal Botanic Garden

    กิจกรรมสนุกตลอด 10 วัน

    งานนี้ไม่ได้มีแค่ดอกไม้ให้ดู แต่ยังมีกิจกรรมให้เลือกทำทั้งสายสายมู สายศิลปะ และสายช็อป เช่น ชมดอกไม้นานาพรรณบานทั่วสวน, ตรวจดวงโชคชะตา กับนักพยากรณ์ชื่อดัง, ฟังดนตรีในสวน และการแสดงกลางแจ้งชิล ๆ, ตลาดนัดต้นไม้ และอุปกรณ์ทำสวนครบวงจร และ กิจกรรมสอยกัลปพฤกษ์ ลุ้นของรางวัล พร้อมตลาดนัดสินค้าและโซนอาหารหลากหลาย ให้เลือกชิมได้ทั้งวัน

    ไม่ว่าจะมาเดท มาเที่ยวกับครอบครัว หรือมาคนเดียวแบบสายถ่ายรูป ก็มีมุมให้นั่งเล่นและถ่ายภาพเก็บความทรงจำมากมาย

    เช็กรอบเข้าชมสวนดอกไม้ 20 รอบ/วัน

    เพื่อให้ผู้เข้าชมทุกคนได้มีเวลาซึมซับบรรยากาศสวนดอกไม้แบบไม่แออัด ผู้จัดงานกำหนดให้มี รอบเข้าชม 20 รอบต่อวัน เปิดให้เข้าชม ตั้งแต่ 09.00–19.00 น. แบ่งเป็นรอบ ทุก 30 นาที แต่ละรอบใช้เวลาเข้าชมประมาณ 30 นาที ในโซนหลัก

    รอบที่ 1 : 09.00 – 09.30 น.

    รอบที่ 2 : 09.30 – 10.00 น.

    รอบที่ 3 : 10.00 – 10.30 น.

    รอบที่ 4 : 10.30 – 11.00 น.

    รอบที่ 5 : 11.00 – 11.30 น.

    รอบที่ 6 : 11.30 – 12.00 น.

    รอบที่ 7 : 12.00 – 12.30 น.

    รอบที่ 8 : 12.30 – 13.00 น.

    รอบที่ 9 : 13.00 – 13.30 น.

    รอบที่ 10 : 13.30 – 14.00 น.

    รอบที่ 11 : 14.00 – 14.30 น.

    รอบที่ 12 : 14.30 – 15.00 น.

    รอบที่ 13 : 15.00 – 15.30 น.

    รอบที่ 14 : 15.30 – 16.00 น.

    รอบที่ 15 : 16.00 – 16.30 น.

    รอบที่ 16 : 16.30 – 17.00 น.

    รอบที่ 17 : 17.00 – 17.30 น.

    รอบที่ 18 : 17.30 – 18.00 น.

    รอบที่ 19 : 18.00 – 18.30 น.

    รอบที่ 20 : 18.30 – 19.00 น.

    งานสวนหลวง ร.9 เปิดเทศกาลดอกไม้ 1-10 ธ.ค. 68
    ภาพจาก Facebook : สวนหลวง ร.๙ Suanluang Rama IX Royal Botanic Garden

    วิธีเดินทางไป งานดอกไม้สวนหลวง ร.9

    คนที่อยากเลี่ยงรถติด มีตัวเลือกให้เดินทางได้หลายแบบ

    1. รถไฟฟ้า MRT สายสีเหลือง : ลงที่ สถานีสวนหลวง ร.๙ จากนั้นต่อรถหรือเดินสั้น ๆ เข้างาน

    2. ขับรถส่วนตัวมาเอง โดยจอดรถที่ห้างพาราไดซ์พาร์คและซีคอนสแควร์ แล้วต่อรถมินิบัสไฟฟ้าของกรุงเทพมหานคร (กทม.) ที่ให้บริการรับ–ส่งฟรีตลอดวัน สะดวกทั้งสำหรับคนมีรถและคนที่ชอบฝากรถไว้ในห้าง

    ใครที่กำลังมองหาสถานที่เดินเล่นรับลมเย็น ชมดอกไม้ เปลี่ยนบรรยากาศจากห้างหรือคาเฟ่ งานพรรณไม้งามอร่าม สวนหลวง ร.๙ ถือเป็นอีกหนึ่งเทศกาลประจำฤดูหนาวที่ควรจดลงปฏิทิน หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่มูลนิธิสวนหลวง ร.9 โทร. 0 2106 2674 หรือ Facebook เพจ สวนหลวง 5.๙ Suanluang Rama IX Royal Botanic Garden

    งานพรรณไม้งามอร่าม สวนหลวง ร.9 ปี 2568
    ภาพจาก Facebook : สวนหลวง ร.๙ Suanluang Rama IX Royal Botanic Garden

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวล่าสุด

    Photo of sukanlaya s.

    sukanlaya s.

    นักเขียนบทความ SEO ประจำเว็บไซต์ The Thaiger จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เชี่ยวชาญงานเขียนประเภท ข่าวกระแสสังคม และบทความไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็น รีวิวที่เที่ยว เทรนด์แฟชั่นและความงาม พร้อมแนะนำกระแสมาแรง ทันเหตุการณ์ ช่องทางติดต่อ ying@thethaiger.com

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thethaiger.com/th/news/1496751/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw08Wn37tx5qQxkfGYudURB-

  • ดาวโจนส์ปิดบวก 408.44 จุด คาดเฟดลดดอกเบี้ยหลังข้อมูลเศรษฐกิจซบ

    ดาวโจนส์ปิดบวก 408.44 จุด คาดเฟดลดดอกเบี้ยหลังข้อมูลเศรษฐกิจซบ

    ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 400 จุดในวันพุธ (3 ธ.ค.) เนื่องจากข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอของสหรัฐฯ 

    ซึ่งรวมถึงตัวเลขจ้างงานภาคเอกชน ทำให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่นมากขึ้นว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด (FED) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์หน้า

    • ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 47,882.90 จุด เพิ่มขึ้น 408.44 จุด หรือ +0.86%
    • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,849.72 จุด เพิ่มขึ้น 20.35 จุด หรือ +0.30% และ
    • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 23,454.09 จุด เพิ่มขึ้น 40.42 จุด หรือ +0.17%

    ออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) ระบุว่า การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐฯ ลดลง 32,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ย. สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 40,000 ตำแหน่ง หลังจากเพิ่มขึ้น 47,000 ตำแหน่งในเดือนต.ค. โดยธุรกิจขนาดเล็กได้รับผลกระทบมากที่สุด

    ดาวโจนส์ปิดบวก 408.44 จุด คาดเฟดลดดอกเบี้ยหลังข้อมูลเศรษฐกิจซบ

    ด้าน S&P Global เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของสหรัฐฯ ปรับตัวลงสู่ระดับ 54.1 ในเดือนพ.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. และต่ำกว่าตัวเลขเบื้องต้นที่ระดับ 55.0 จากระดับ 54.8 ในเดือนต.ค.

    ข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอเหล่านี้ทำให้นักลงทุนมีความหวังมากขึ้นว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 9-10 ธ.ค. โดยล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 89% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมครั้งนี้ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากก่อนหน้านี้ที่ให้น้ำหนัก 87%

    หุ้น 9 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนบวก นำโดยหุ้นกลุ่มพลังงานพุ่งขึ้น 1.83% ตามด้วยหุ้นกลุ่มการเงินพุ่งขึ้น 1.27% ส่วนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มสาธารณูปโภค ปรับตัวลง 0.42% และ 0.32% 

    ความหวังเกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดยังช่วยหนุนดัชนี Russell 2000 ซึ่งเป็นดัชนีหุ้นกลุ่มบริษัทที่มีมาร์เก็ตแคปต่ำ พุ่งขึ้นเกือบ 2% หลังจากที่พุ่งขึ้น 5.5% ในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นรายสัปดาห์ที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบกว่า 1 ปี

    ในระหว่างวัน ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปรับตัวลง หลังจากหุ้น Microsoft ดิ่งลง 3% จากรายงานข่าวที่ว่าบริษัทได้ปรับลดโควตาการขายซอฟต์แวร์ปัญญาประดิษฐ์ (AI) หลังจากพนักงานขายจำนวนมากไม่สามารถทำยอดขายได้ถึงเป้าในปีงบการเงินที่สิ้นสุดเดือนมิ.ย. แต่จากนั้นไม่นาน Microsoft ได้ออกมาปฏิเสธรายงานข่าวดังกล่าว ซึ่งช่วยให้หุ้นของบริษัทลดช่วงลบ โดยปิดลดลง 2.5% อีกทั้งยังช่วยหนุนดัชนี S&P500 และ Nasdaq ดีดตัวสู่แดนบวก

    นักลงทุนติดตามความคืบหน้าในการสรรหาผู้ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งประธานเฟดคนใหม่ โดยล่าสุดมีรายงานว่าคณะบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ยกเลิกการสัมภาษณ์ผู้เข้ารอบสุดท้าย ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวทำให้นักลงทุนคาดการณ์ว่า เควิน แฮสเซตต์ ผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติประจำทำเนียบขาวและเป็นที่ปรึกษาของทรัมป์ จะเข้ามาทำหน้าที่ประธานเฟดแทนเจอโรม พาวเวล ซึ่งจะหมดวาระในเดือนพ.ค.ปีหน้า โดยแฮสเซตต์มีจุดยืนสนับสนุนการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเชิงรุก

    นอกจากนี้ นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ประจำเดือนก.ย.ของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด โดยดัชนี PCE เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ เนื่องจากสามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค และครอบคลุมราคาสินค้าและบริการในวงกว้างมากกว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/world/645679&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1J677RxR3eAOdNdPtXmVCS

  • ดาวโจนส์พุ่งกว่า 400 จุด ตลาดมั่นใจเฟดเตรียมหั่นดอกเบี้ยหลังข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ แผ่ว

    ดาวโจนส์พุ่งกว่า 400 จุด ตลาดมั่นใจเฟดเตรียมหั่นดอกเบี้ยหลังข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ แผ่ว

    วันที่ 4 ธ.ค.68 ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 400 จุดในวันพุธ (3 ธ.ค.) เนื่องจากข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอของสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงตัวเลขจ้างงานภาคเอกชน ทำให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่นมากขึ้นว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์หน้า

    ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 47,882.90 จุด เพิ่มขึ้น 408.44 จุด หรือ +0.86%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,849.72 จุด เพิ่มขึ้น 20.35 จุด หรือ +0.30% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 23,454.09 จุด เพิ่มขึ้น 40.42 จุด หรือ +0.17%

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/news/114722&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0wkPNHCcYXNskQODTM6iFz