Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • “ชัยวัฒน์” พบอดีตนายกฯ เยอรมัน พร้อมหารือการให้ความช่วยเหลือเรื่องน้ำท่วม ปัญหาสแกมเมอร์ และความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ

    “ชัยวัฒน์” พบอดีตนายกฯ เยอรมัน พร้อมหารือการให้ความช่วยเหลือเรื่องน้ำท่วม ปัญหาสแกมเมอร์ และความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ

    เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2568 นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้เล่าถึงการเดินทางไปเยือนเบอร์ลิน เยอรมนี และได้มีโอกาสพบปะกับอดีตนายกรัฐมนตรีสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี โอลาฟ ชอลซ์ (Former Chancellor Olaf Scholz) เมื่อวันที่ 1-2 ธันวาคม ที่ผ่านมา 

    นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ได้หารือกับอดีตนายกรัฐมนตรีโอลาฟอย่างกว้างขวางในหลายประเด็นสำคัญ เช่น อัพเดทสถานการณ์น้ำท่วมในภาคใต้ของไทย และการให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนต่อประชาชน รวมทั้งการสนับสนุนองค์ความรู้ในการป้องกันอุทกภัยผ่านมูลนิธิต่าง ๆ ของเยอรมนี

    ประเด็นที่ได้หารือกันยังมีเรื่องปัญหาสแกมเมอร์ เครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่ใช้ไทยเป็นฐานด้วย ตนได้ย้ำถึงความจำเป็นของความร่วมมือด้านกฎหมาย เทคโนโลยี และข่าวกรองระหว่างประเทศร่วมกัน ตลอดจนประเด็นปัญหาชายแดนกัมพูชา และจังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเสถียรภาพระหว่างประเทศในภูมิภาค

    ในด้านเศรษฐกิจ นายชัยวัฒน์ได้หารือเกี่ยวกับความคืบหน้าการเจรจา FTA Thailand–EU และได้ยืนยันว่าความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นหุ้นส่วนที่พึ่งพาได้ ทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนกับเยอรมนี

    นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า การพบปะครั้งนี้เป็นทั้งโอกาสในการสร้างความเข้าใจเชิงยุทธศาสตร์ และย้ำให้เห็นว่า ประเทศไทยสามารถเป็นพาร์ทเนอร์ที่พึ่งพาได้  (reliable partner) บนหลักความโปร่งใส เคารพกันและสร้างประโยชน์ร่วมกัน อย่างมีเสถียรภาพบนกติกาสากลร่วมกัน

    โดยพรรคประชาชนจะเดินหน้าสร้างโอกาส และอนาคตที่ดีกว่าเดิมให้ประชาชนไทย ผ่านความร่วมมือกับมิตรประเทศที่ให้ความสำคัญกับประชาธิปไตย สิทธิขั้นพื้นฐานต่อมนุษยชน และความรับผิดชอบต่อสังคม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/262582&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3g3VbVq3qre1WgoeVhzaHa

  • การเมืองชี้ชะตากฎหมายโลกร้อน ลุ้นสู่เป้าหมาย Net Zero 2050

    การเมืองชี้ชะตากฎหมายโลกร้อน ลุ้นสู่เป้าหมาย Net Zero 2050

    ThaiPBS Icon©2024 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://policywatch.thaipbs.or.th/article/environment-154&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3I2QswPpK3VNyxMfgrayJL

  • พบขึ้นป้ายชเลียร์ ขอบคุณเป็นส่วนหนึ่งซีเกมส์ | 6 ธ.ค. 68 | ข่าวเช้าหัวเขียว เสาร์-อาทิตย์

    พบขึ้นป้ายชเลียร์ ขอบคุณเป็นส่วนหนึ่งซีเกมส์ | 6 ธ.ค. 68 | ข่าวเช้าหัวเขียว เสาร์-อาทิตย์

    Sustainability

    ความยั่งยืน

    ท่ามกลางกระแสดราม่าในเรื่องความไม่พร้อม ของการจัดมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทย รับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพครัั้งนี้ // ล่าสุด ก็มีคนตาดี สังเกตเห็นว่า ในจังหวัดนครปฐม ที่เป็นจังหวัดร่วมจัดการแข่งขันกีฬาตะกร้อนั้น ตอนนี้ มีความพร้อมอยู่เรื่องหนึ่ง ก็คือ ป้ายโปรโมตกีฬาซีเกมส์ ที่โผล่อยู่ในหลายจุด ของเขตเทศบาลนครนครปฐม ซึ่งป้ายที่ว่านี้ เป็นป้ายไวนิล ที่มีภาพของ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และมีข้อความระบุว่า “ขอแสดงความยินดี กับจังหวัดนครปฐม ที่เป็นส่วนหนึ่งในการจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์” และบางป้าย ก็เขียนว่า “นครปฐม พร้อมแล้ว ในการเป็นส่วนหนึ่งของเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์” เรียกได้ว่า แม้จะขาดความพร้อมอีกมากในเรื่องอื่นๆ แต่เรื่องป้ายเชียร์แบบนี้ พร้อมทันที #ซีเกมส์ #ซีเกมส์2025 #กกท #การกีฬาแห่งประเทศไทย #ซีเกมส์ครั้งที่33 #นครปฐม #TRC #ป๊อปปุ ————————————————- 🔔 กด Subscribe ติดตาม & กดกระดิ่งได้ที่ : https://bit.ly/3J2YF7v 💚 สมัครสมาชิกเเฟนข่าวไทยรัฐ : https://bit.ly/4jhFaZ6 . ยินดีต้อนรับแฟนข่าวสู่ Thairath News – ข่าวไทยรัฐ สำนักข่าวอันดับ 1 ของไทย ช่องทางสำหรับแฟนข่าวเพื่อรับชมข่าวแบบสด ๆ เกาะติดสถานการณ์ปัจจุบันและติดตามประเด็นข่าวย้อนหลังได้ตลอด 24 ชม. รับชมสดและย้อนหลังได้ทุกที่ ทุกเวลา ทาง YouTube และแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของเรา #ไทยรัฐ #ข่าวไทยรัฐ #ไทยรัฐทีวี #Thairath #Thairathnews #THAIRATHTV

    นักมวยเก่าเสพยาวิ่งหนีถูกไล่จับ ตะคริวขึ้นขาร้องไห้ลั่น | 6 ธ.ค. 68 | ข่าวเช้าหัวเขียว เสาร์-อาทิตย์

    03:13

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/futureperfect/video/1173866&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2ORB7g17K29IH8QUeEKPzU

  • ‘มัลลิกา’ ดันลพบุรีเมืองรองฮับท่องเที่ยวทางราง

    ‘มัลลิกา’ ดันลพบุรีเมืองรองฮับท่องเที่ยวทางราง

    ‘มัลลิกา’ นำทีมเปิดสถานีลพบุรี 2 พร้อมให้บริการเต็มรูปแบบ ไฮไลท์ทางคู่ยกระดับยาวที่สุดในไทย 19 กม. บูมเศรษฐกิจ–ท่องเที่ยว เมืองรองยกระดับการเดินทางภาคกลาง–เหนือแบบไร้รอยต่อ

    6 ธ.ค.2568-นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รมช.คมนาคม เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่จังหวัดลพบุรี ว่าปัจจุบันรัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง ดังนั้น การเปิดให้บริการสถานีรถไฟลพบุรี 2 ในโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ช่วงลพบุรี – ปากน้ำโพ อย่างเป็นทางการ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานระบบรางไทย หลังเจอปัญหาอุปสรรคทางโครงสร้างที่ค้างคามาอย่างยาวนาน ซึ่งไม่สามารถขยายเป็นทางคู่ผ่านตัวเมืองลพบุรีได้เนื่องจากหลบไม่ให้แนวเส้นทางกระทบต่อพระปรางค์สามยอด ศาลพระกาฬ โบราณสถานที่สำคัญของจังหวัดลพบุรี มีระยะห่างจากสถานีลพบุรีเดิม ประมาณ 12 กิโลเมตร 

    สำหรับสถานีรถไฟลพบุรี 2  ถือเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้โครงการรถไฟทางคู่สายเหนือสามารถเดินหน้าต่อและทะลุผ่านจังหวัดลพบุรีขึ้นไปสู่ภาคเหนือได้ โดยได้ถูกพัฒนาขึ้นจากข้อจำกัดด้านภูมิประเทศและโบราณสถานในเขตเมืองลพบุรี ซึ่งทำให้ไม่สามารถขยายเส้นทางรถไฟในแนวเดิมได้ ดังนั้นการสร้างเส้นทางเลี่ยงเมืองจึงเป็นทางออกเดียวที่เป็นไปได้ และถูกออกแบบให้เป็น ทางรถไฟยกระดับ เพื่อแก้ปัญหาทั้งในมิติของพื้นที่ ชุมชน และความปลอดภัยในระยะยาว

    “กรณีหลีกเลี่ยงการเวนคืนที่ดินนั้น หากก่อสร้างบนระดับพื้นดินตามแผนเดิม จะกระทบต่อบ้านเรือนประชาชนในหลายชุมชน รวมถึงที่ดินของผู้นำชุมชนบางส่วน จนนำไปสู่การคัดค้านอย่างหนักในการทำประชาคม ดังนั้นการปรับแบบก่อสร้างให้เป็นทางยกระดับจึงกลายเป็นคำตอบที่สามารถลดผลกระทบทางสังคมได้อย่างเด็ดขาด ขณะเดียวกันยังช่วยรักษาสภาพแวดล้อมของเมืองและวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่ไม่ให้ถูกรบกวนมากจนเกินไป”นางสาวมัลลิกา กล่าว

    นางสาวมัลลิกา กล่าวต่อว่าจากเหตุการณ์มหาอุทกภัยปี 2554 กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของโครงการ จากเดิมพื้นที่บางช่วงของพื้นที่ก่อสร้างถูกน้ำท่วมสูงถึง 7–8 เมตร ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นพ้องต้องกันว่า การก่อสร้างแบบยกระดับสูงถึง 20–24 เมตร คือทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดในระยะยาว สามารถรับมือกับสภาพอากาศที่รุนแรงและลดความเสี่ยงจากน้ำท่วมใหญ่ในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสถานีลพบุรี 2 โดยมีความยาวต่อเนื่องราว 19 กิโลเมตร (กม.)ซึ่งถือเป็นทางรถไฟยกระดับที่ยาวที่สุดในประเทศไทย

    “สถานีลพบุรี2 จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ลพบุรีเติบโตด้านเศรษฐกิจและท่องเที่ยว จะช่วยยกระดับจากเมืองท่องเที่ยวแบบไปเช้า–เย็นกลับ (One-day trip) สู่เมืองรองที่นักท่องเที่ยวพร้อมพักค้างคืน โดยเฉพาะเส้นทางยกระดับสวยงาม 19 กม.ที่กลายเป็นแหล่งถ่ายภาพแห่งใหม่ ขณะเดียวกันมีแผนร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดทำเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ เช่น ทุ่งทานตะวัน พระนารายณ์ราชนิเวศน์ และแหล่งตลาดชุมชน โดยใช้สถานีลพบุรี 2 เป็น ฮับท่องเที่ยวทางราง แห่งใหม่ของจังหวัด สำหรับผู้เดินทางจากกรุงเทพฯ ด้วยระบบรางใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง 10 นาที“นางสาวมัลลิกา กล่าว

    ด้านนายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไท (รฟท.) กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของระบบอาณัติสัญญาณและระบบควบคุมรถไฟทางคู่ช่วงลพบุรี–ปากน้ำโพ ติดตั้งแล้วและอยู่ระหว่างทดสอบรับบ คาดว่าจะสามารถเปิดใช้ได้กลางปีหน้า เมื่อระบบ Automatic Train Protection (ATP) ทำงานเต็มรูปแบบ จะเพิ่มความปลอดภัยและประสิทธิภาพของการเดินรถอย่างมากโดยคาดว่าสถานีลพบุรี2 นี้จะมีผู้ใช้บริการคึกคักในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/economy-news/909832/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2yK2mKATQy7aVxd6-6gPwz

  • ท่องเที่ยว ‘ชิลี’ ผ่านอาหารและไวน์ – ProChile จับมือแม็คโคร จัดโปรโมชั่นเชอร์รี่ แซลมอน เทราต์ หอยแมลงภู่ และไวน์ชั้นเลิศ ร่วมฉลองเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่

    ท่องเที่ยว ‘ชิลี’ ผ่านอาหารและไวน์ – ProChile จับมือแม็คโคร จัดโปรโมชั่นเชอร์รี่ แซลมอน เทราต์ หอยแมลงภู่ และไวน์ชั้นเลิศ ร่วมฉลองเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่

    กระทรวงการต่างประเทศชิลี โดย ProChile ซึ่งเป็นหน่วยงานส่งเสริมการค้า การส่งออก การท่องเที่ยว และการลงทุน ร่วมมือกับแม็คโคร นำเข้าสินค้าอาหารคุณภาพส่งตรงจากประเทศชิลีให้คนไทยได้ลิ้มลองในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ ในงาน ‘A Journey Through Chile – เสน่ห์รสชาติอาหารจากชิลี’ จัดจำหน่ายทั้งออนไลน์และออฟไลน์ พร้อมบูธจัดชิมอาหารและกิจกรรม Celebrity Chef Cooking Show โดยเชฟ Paope ระหว่างวันนี้ถึงวันที่ 9 ธันวาคม 2568

    ความร่วมมือนี้ยังนับเป็น กิจกรรมต่อเนื่องจากงาน Chile-ASEAN Business Summit 2025 ที่จัดขึ้น ณ กรุงเทพมหานครเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ตอกย้ำความมุ่งมั่นของ ProChile ในการขยายการรับรู้ของผู้บริโภค และผู้ประกอบการ ในภูมิภาคอาเซียน และเสริมสร้างความร่วมมือกับภาคธุรกิจไทยอย่างต่อเนื่อง

    การเปิดตัวแคมเปญได้จัดขึ้นอย่างคึกคัก โดยมีเชฟ Jessica ‘Paope’ Wang มาร่วมงานในวันเปิดตัว พร้อมด้วยกิจกรรมบูธชิมผลิตภัณฑ์จากชิลีที่สาขาศรีนครินทร์ในช่วงเปิดตัวของแคมเปญ โดยที่โปรโมชั่นจัดต่อเนื่อง ทั้งออนไลน์ และออฟไลน์จนถึงวันที่ 9 ธันวาคม 2568

    ในปีที่ผ่านมา ProChile ได้ขยายความร่วมมือกับกลุ่มธุรกิจค้าปลีกชั้นนำของไทยอย่างต่อเนื่อง อาทิ Gourmet Market (เดอะมอลล์กรุ๊ป), GO Wholesale และ Tops (เซ็นทรัลรีเทล คอร์ปอเรชั่น) และล่าสุดกับแม็คโคร ภายใต้เครือ CP Group สะท้อนถึงความสำคัญเชิงกลยุทธ์ของประเทศไทยในฐานะตลาดศูนย์กลางสำหรับสินค้าอาหารจากชิลี และเป็นช่องทางสำคัญในการสร้างการรับรู้ของผู้บริโภคในวงกว้าง

    ด้วยความหลากหลายทางภูมิประเทศของชิลีตั้งแต่เหนือจรดใต้ จากเทือกเขาสู่ชายฝั่ง และด้วยสภาพภูมิอากาศ ระดับความสูง และลักษณะดินที่แตกต่างกัน ประกอบกับความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนที่เข้มแข็ง ทำให้ชิลีสามารถผลิต สินค้าเกษตรที่มีมาตรฐานระดับโลก มีความยั่งยืน และมีคุณภาพสูง สินค้าจากชิลีได้รับการรับรองมาตรฐานนานาชาติด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยอาหาร

    จากข้อมูลของ ProChile ปัจจุบันชิลีเป็นผู้ส่งออกสินค้าภาคเกษตรอันดับ 1 ของโลกในหลายรายการ เช่น เชอร์รี่ พลัม และพรุน ภาคการเกษตรยังเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญ คิดเป็นประมาณ 4.7% ของ GDP ของประเทศ โดยเฉพาะช่วงปลายปีถึงต้นปีซึ่งเป็นฤดูกาลเชอร์รี่ของชิลี ทำให้เชอร์รี่สดใหม่เข้าสู่ไทยในช่วงเทศกาลปีใหม่และตรุษจีน เหมาะอย่างยิ่งแก่การมอบเป็นของขวัญที่มีคุณค่า

    สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารทะเล ชิลีเป็นแหล่งผลิตสำคัญของปลาแซลมอน ปลาทูม้า หอยแมลงภู่ และปลาเฮคใต้ โดยปลาแซลมอนชิลีถูกส่งออกไปยังกว่า 100 ตลาดทั่วโลก และกว่า 70% ของบริษัทเพาะเลี้ยงแซลมอนผ่านมาตรฐาน Best Aquaculture Practices (BAP) และ ISO 9001, 14001, 22000 ส่วนหอยแมลงภู่จากชิลียังได้รับการยอมรับด้านคุณภาพและความสดใหม่  โดยมาจากเขตปาตาโกเนียซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งน้ำที่บริสุทธิ์ที่สุดในโลก หอยทุกตัว เติบโต ตามธรรมชาติด้วยสาหร่ายทะเล และผ่านมาตรฐาน HACCP อย่างครบถ้วน

    ส่วนไวน์ชิลีเป็นผลผลิตจากความหลากหลายของหุบเขายาวกว่า 1,500 กิโลเมตร ซึ่งแต่ละพื้นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว อุตสาหกรรมไวน์ของชิลีมีโรงบ่มเพื่อการส่งออกกว่า 356 แห่ง และปัจจุบันชิลีเป็นผู้ส่งออกไวน์อันดับ 1 ของทวีปอเมริกา และอันดับ 4 ของโลก รองจากฝรั่งเศส อิตาลี และสเปน

    คุณสมนึก ยอดดำเนิน Director Commercial Fresh Food, CP AXTRA กล่าวว่า แม็คโครมีความเชื่อมั่นต่อซัพพลายเออร์จากชิลีทั้งด้านคุณภาพและปริมาณสินค้า โดยปีนี้ตั้งเป้านำเข้าเชอร์รี่ชิลีมากกว่า 100 ตัน ซึ่งมีต้นทุนต่ำกว่าปีที่ ผ่านมา 5-8% เนื่องจากผลผลิตชิลีเพิ่มขึ้น ทำให้เชอร์รี่มีขนาดใหญ่ ราคาดี และมีคุณภาพสูง โดยต้นฤดูกาลเริ่มต้นที่ขนาด 28 มม. และผลิตผลขนาด 30 มม. จะออกสู่ตลาดในเดือนธันวาคม

    คุณ Eduardo Piccolo, Market Manager บริษัท St. Andrews S.A. ผู้ผลิตหอยแมลงภู่แช่แข็งรายใหญ่ของโลก กล่าวว่า บริษัทเริ่มส่งออกหอยแมลงภู่มายังไทยจากศูนย์ตู้คอนเทนเนอร์เมื่อปี 2558 ก่อนเติบโตเป็นกว่า 1,000 ตันต่อปี ในปัจจุบัน โดยไทยเป็นหนึ่งใน 5 ตลาดหลักของหอยแมลงภู่ชิลี และในปีหน้าเตรียมร่วมสำรวจสินค้าประเภทพร้อมรับประทานและประเภทเพิ่มมูลค่า ร่วมกับทีมจัดซื้อของแม็คโคร

    คุณจริยา เรืองคำพัฒน์ Sales Manager Asia, Caleta Bay ระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยนำเข้าแซลมอนรมควันคุณภาพจากชิลีประมาณ 6 ตู้ต่อปี หรือกว่า 100 ตัน ไม่รวมแซลมอนสดที่นำเข้าราว 3 ตู้ต่อเดือน ผลิตภัณฑ์แซลมอนรมควัน เกิดจากนวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มมูลค่าและให้ผู้บริโภคเข้าถึงคุณภาพในราคาที่จับต้องได้ โดยวางจำหน่ายเฉพาะที่แม็คโครและโลตัส

    เชิญร่วมกิจกรรมและรับโปรโมชั่นในเทศกาล ‘A Journey Through Chile – เสน่ห์รสชาติอาหารจากชิลี’ ที่นำเสนอสินค้าคุณภาพระดับพรีเมียมในราคาพิเศษ พร้อมไวน์ชิลีหลากหลายแบรนด์ ณ แม็คโครทุกสาขา และแอปพลิเคชันแม็คโครโปร ตั้งแต่วันนี้ถึง 9 ธันวาคม 2568.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/public-relations-news/909822/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1CvboLzAvWLuBunNWVZH9Z

  • ดัชนีเงินเฟ้อสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 2.8% ผู้บริโภคยังต้องรับภาระราคาสูง

    ดัชนีเงินเฟ้อสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 2.8% ผู้บริโภคยังต้องรับภาระราคาสูง

    ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เผชิญกับสัญญาณผสมจากข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุด หลังดัชนีราคาผู้บริโภค PCE เพิ่มขึ้นเป็น 2.8% ในเดือนกันยายน จากระดับ 2.7% ในเดือนสิงหาคม ขณะที่ผู้บริโภคยังคงรับภาระจากราคาสินค้าที่สูงอยู่

    รายงานดัชนี Personal Consumption Expenditures (PCE) ที่เฟดใช้เป็นมาตรฐานหลักในการวัดอัตราเงินเฟ้อ เผยให้เห็นภาพเศรษฐกิจที่ยังไม่ชัดเจน เมื่อไม่นับรวมราคาอาหารและพลังงาน ดัชนี Core PCE อยู่ที่ 2.8% เช่นกัน แต่ลดลงจากระดับ 2.9% ในเดือนก่อนหน้า

    ราคาสินค้าคงทนยังเพิ่มสูง

    ข้อมูลเผยให้เห็นว่าสินค้าคงทนอย่างรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และเฟอร์นิเจอร์ มีราคาเพิ่มขึ้น 1.4% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคอเมริกัน

    มหาวิทยาลัยมิชิแกนรายงานว่าความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับตัวขึ้นเล็กน้อยในเดือนธันวาคมเป็น 53.3 จากระดับ 51.0 ในเดือนพฤศจิกายน อย่างไรก็ตาม Joanne Hsu ผู้อำนวยการการสำรวจ ระบุว่าผู้บริโภคมีมุมมองที่ลดลงเกี่ยวกับรายได้ส่วนบุคคลที่คาดหวังเมื่อเทียบกับต้นปี 2025

    เฟดเตรียมประชุมนโยบายการเงิน

    “ผู้บริโภคเห็นการปรับปรุงเล็กน้อยจากเดือนพฤศจิกายนในหลายมิติ แต่โทนรวมของมุมมองยังคงเศร้าหมอง เนื่องจากผู้บริโภคยังคงอ้างถึงภาระของราคาที่สูง” Hsu กล่าว

    Gregory Daco นักเศรษฐศาสตร์หัวหน้าจาก EY-Parthenon คาดการณ์ว่าเฟดจะลดอัตราดอกเบี้ยตามที่คาดหวังในสัปดาห์หน้า แต่อาจเผชิญกับการคัดค้านจากสมาชิกหลายคนในคณะกรรมการ

    ความท้าทายจากนโยบายภาษีนำเข้า

    Daco ชี้ให้เห็นว่าข้อมูลราคาเผยให้เห็น “การส่งผ่านภาษีนำเข้าที่ค่อยเป็นค่อยไปและไม่สม่ำเสมอ” ซึ่ง “ทำให้วิกฤตความสามารถในการจ่ายแย่ลง”

    ประธานเฟด Jerome Powell คาดว่าจะ “โน้มน้าวนักนโยบายที่ลังเลหลายคนให้สนับสนุนการลดดอกเบี้ยครั้งที่สามติดต่อกันเพื่อ ‘จัดการความเสี่ยง’ ขณะเดียวกันส่งสัญญาณอย่างชัดเจนว่าการผ่อนคลายเพิ่มเติมไม่น่าจะเกิดขึ้นก่อนฤดูใบไม้ผลิหน้า หากไม่มีการอ่อนตัวของสภาวะเศรษฐกิจอย่างมีสาระสำคัญ” Daco กล่าวในบันทึกของเขา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/us-inflation-pce-index-rises-2-8-percent-consumer-burden&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw289_U-L5PJzilODCrk1iPH

  • ปรับกฎการซื้อหุ้นคืนของ บมจ.เพิ่มความคล่องตัวในการบริหารทุน : อินโฟเควสท์

    ปรับกฎการซื้อหุ้นคืนของ บมจ.เพิ่มความคล่องตัวในการบริหารทุน : อินโฟเควสท์

    นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการว่าด้วยการซื้อหุ้นคืน การจำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืน และการตัดหุ้นที่ซื้อคืนของบริษัท (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2568 ได้มีผลบังคับใช้แล้วหลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา

    กฎกระทรวงฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงเกณฑ์การซื้อหุ้นคืนของบริษัทมหาชนจำกัด (บมจ.) ให้มีความยืดหยุ่นและทันต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดทุน โดยมีสาระสำคัญ 2 ประการ คือ 1.ยกเลิกระยะเวลาพักคอย (Breaking Period) จากเดิม บมจ.ต้องรอ 6 เดือนก่อนเริ่มโครงการซื้อหุ้นคืนใหม่ กฎกระทรวงฉบับนี้ปรับปรุงให้สามารถเริ่มโครงการใหม่ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารทุนของบริษัท และ 2.ขยายระยะเวลาการจำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืน จากเดิมบริษัทต้องจำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืนภายใน 3 ปี หากแต่หลักเกณฑ์ใหม่สามารถขยายกรอบเวลาได้อีก 2 ปี เพื่อให้บริษัทสามารถเลือกช่วงเวลาในการจำหน่ายที่เหมาะสมกับสภาพตลาดได้มากขึ้น

    “การแก้ไขเพิ่มเติมครั้งนี้จะช่วยให้บริษัทมหาชนจำกัดสามารถวางแผนการบริหารสภาพคล่องส่วนเกินได้มีประสิทธิภาพ และเหมาะสมกับสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยเสริมสภาพคล่องและศักยภาพของตลาดทุน สร้างประโยชน์ต่อผู้ถือหุ้น ตลาดทุน และเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ พร้อมทั้งลดข้อจำกัดด้านกรอบเวลาการจำหน่ายหุ้นคืนให้บริษัทสามารถขายหุ้นคืนในช่วงเวลาที่เหมาะสมได้มากขึ้น” นายพูนพงษ์ กล่าว

    การปรับปรุงกฎกระทรวงครั้งนี้ยังสอดรับกับคำแถลงนโยบายของรัฐบาลที่ผ่านมา และสนับสนุนนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ที่มุ่งเน้นการสร้างสภาพแวดล้อมการลงทุนที่ทันสมัยและเอื้อต่อการแข่งขัน ผ่านการปรับปรุงกฎระเบียบและกระบวนการอนุญาตให้มีความสะดวก โปร่งใส และเป็นมิตรต่อผู้ประกอบการ เพื่อยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการไทยและขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ

    “กรมพัฒนาธุรกิจการค้ายังคงมุ่งมั่นลดอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจ และสนับสนุนการยกระดับตลาดทุนไทยให้ทันสมัย โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ และคาดหวังว่าการปรับปรุงกฎกระทรวงครั้งนี้จะช่วยยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการทุนของบริษัทมหาชนจำกัด และสนับสนุนการพัฒนาตลาดทุนไทยให้มีความมั่นคง โปร่งใส และแข่งขันได้ในระยะยาวต่อไป” นายพูนพงษ์ กล่าว

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (06 ธ.ค. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/551688&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2ClZRENkifO4DkjpiPVk4f

  • จี้ รังษี แจงร่วมพรรค คริส เส้นด้าย เต้ อาชีวะ ขุดโพสต์แซะ 112

    จี้ รังษี แจงร่วมพรรค คริส เส้นด้าย เต้ อาชีวะ ขุดโพสต์แซะ 112

    วันเสาร์ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 10.25 น.

    วันที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2568 เฟซบุ๊ก เต้ อาชีวะ อัครวุธ บุรณพนธ์ ได้มีการเคลื่อนไหวออกมาโพสต์ฝากถึง พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจเกี่ยวกับมาตรา 112 ที่เคยพูดแสดงความคิดเห็นเอาไว้เมื่อช่วงปี พ.ศ. 2566 ซึ่งไม่นานหลังจากที่ เต้ อาชีวะ โพสต์ลงมา ก็มีชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นมากมายถึงกรณีนี้

    สำหรับนาย คริส โปรตระนันท์ เคนเป็นหนึ่งในผู้ร่วมจัดตั้งพรรคอนาคตใหม่ และเคยลงสมัครส.สเขต 8 กทม. แต่ต่อมาเกิดความขัดแย้งกับแกนนำพรรค เลยออกมาตั้งพรรคเส้นด้าย และเปลี่ยนชื่อมาเป็นพรรคเศรษฐกิจ

    ฝากถึง คุณรังษี หัวหน้าพรรค เศรษฐกิจ

    ประธานพรรคเศรษฐกิจ มีความคิดเช่นนี้ เกี่ยวกับ มาตรา112 ที่เคยพูดไว้ปี66 (postหน้าเอาคลิปมาลงให้ชม)

    1.ตัวคุณรังษี มีความคิด จุดยืน อุดมการณ์ แบบ ประธานพรรคหรือไม่?

    2.ช่วยให้ประธานพรรค ออกมาชี้แจงทีครับ?

    3.คุณรังษี จะมีการจัดการ กรณีนี้อย่างไร?

    ..DNAมาจากพรรคที่แซะกร่อนบ่อนทำลาย สถาบัน คนไทยบางส่วนต้องได้ทราบถึงเรื่องนี้ เพราะถ้าความคิดคุณเป็นแบบประธาน คุณกับผม เต้อาชีวะ ไทยไม่ทน อยู่ตรงข้ามกัน100%

    **ถึงว่าไม่เคยพูดถึงเรื่อง สส ส้มที่ทำอะไรแย่ๆ เช่น จิรัฐ (ออกมาให้เปิดด่านที่สระแก้ว) เงียบ แต่อาศัย คำพูดการแสดงออกถึงความดุดัน

    ป้าดๆๆๆๆกองส้มเน่านี่เอง

    #DNAส้มเน่า

    #เต้อาชีวะ

    #ไทยไม่ทน

    เต้ อาชีวะ อัครวุธ บุรณพนธ์

    เต้ อาชีวะ

    เต้ อาชีวะ

    เต้ อาชีวะ อัครวุธ บุรณพนธ์

    เต้ อาชีวะ อัครวุธ บุรณพนธ์

    เต้ อาชีวะ อัครวุธ บุรณพนธ์

    เต้ อาชีวะ อัครวุธ บุรณพนธ์

    ภาพจาก เฟซบุ๊ก เต้ อาชีวะ อัครวุธ บุรณพนธ์, เฟซบุ๊ก พรรคเศรษฐกิจ – Economic Party 

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/932832&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2vGC_OLK8Y9cgYT3igyLwH

  • “ศุภจี” บุกตลาดซาอุดีอาระเบีย อ้อนห้างฯ ดังนำเข้าสินค้าไทย ยกระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจ

    “ศุภจี” บุกตลาดซาอุดีอาระเบีย อ้อนห้างฯ ดังนำเข้าสินค้าไทย ยกระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจ

    นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 3-4 ธ.ค.68 (ตามเวลาท้องถิ่น) ซาอุดีอาระเบีย ตนพร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ ได้เข้าพบหารือกับนายมาญิด บินอับดุลเลาะฮ์ อัลกอเศาะบี รมว.พาณิชย์ซาอุดิอาระเบีย เพื่อหารือแนวทางยกระดับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้า พร้อมเร่งขยายโอกาสสินค้าเกษตรและอาหารไทยในตลาดตะวันออกกลาง โดยวางเป้าหมายให้ซาอุฯเป็นประตูการค้าตะวันออกกลางและกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ (GCC)

    สำหรับการหารือวันนี้ รมว.พาณิชย์ซาอุฯ ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการส่งเสริมสินค้าไทยในตลาดซาอุฯ และพร้อมสนับสนุนการนำเข้าสินค้าคุณภาพจากไทย เช่น ข้าว อาหารฮาลาล วัตถุดิบอาหาร และผลไม้ และเห็นว่าไทยสามารถเป็น “แหล่งความมั่นคงทางอาหาร” ให้ซาอุฯได้ นอกจากนี้ ซาอุฯ ยังให้ที่ดินติดตั้งบูธ Thai Village เป็นการถาวร เพื่อส่งเสริมและสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับสินค้าและบริการของไทยในตะวันออกกลาง

    “วันนี้ทั้ง 2 ฝ่ายตกลงที่จะจัดทำแผนงานความร่วมมือด้านบริการ (hospitality) ในสาขาที่ไทยมีศักยภาพ เช่น การท่องเที่ยว ร้านอาหาร สปา และบริการด้านสุขภาพ (wellness) รวมทั้งความร่วมมือด้านแรงงานมีฝีมือ เช่น พ่อครัว พนักงานในสาขาท่องเที่ยว เพื่อให้ซาอุฯ บรรลุเป้าหมายยุทธศาสตร์ “วิสัยทัศน์ซาอุฯ ค.ศ. 2030” ที่เน้นลดพึ่งพาน้ำมันและให้ความสำคัญกับภาคท่องเที่ยว”

    นอกจากนี้ ยังได้หารือกับผู้บริหาร บริษัท Arabian Agricultural Services Company (ARASCO) หนึ่งในบริษัทขับเคลื่อนความมั่นคงทางอาหาร ที่สำคัญที่สุดของซาอุฯ ครอบคลุมผลิตอาหารสัตว์ ผลิตภัณฑ์อาหาร ปุ๋ย สารกำจัดศัตรูพืช ยาและวัคซีนสัตว์ บริการโลจิสติกส์ครบวงจร โดยบริษัทได้นำร่องนำเข้ามันสำปะหลังอัดเม็ดจากไทย 20,000 ตันเพื่อผลิตอาหารสัตว์ ซึ่งได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี และภายหลังการหารือครั้งนี้ ได้เพิ่มการนำเข้าอีก 30,000 ตัน เพราะมั่นใจในคุณภาพ และการส่งมอบตรงเวลา

    “ไทยได้เสนอให้นำเข้าสินค้าอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น ปลายข้าว, หญ้าเนเปียร์ สำหรับอาหารสัตว์ ตลอดจน อาหารเลี้ยงปลา และ อาหารสัตว์ปีก ซึ่งบริษัทสนใจและพร้อมต่อยอดธุรกิจร่วมกับไทยในระยะยาว โดยไทยมีความพร้อมเป็นแหล่งวัตถุดิบคุณภาพสูงและพันธมิตรด้านอาหาร และยังใช้ประโยชน์จากความหลากหลายของธุรกิจในเครือ ARASCO ขยายการส่งออกไปยังประเทศตะวันออกกลางอื่นได้อีกมาก”

    นางศุภจี กล่าวอีกว่า ยังได้พบคณะผู้บริหาร LuLu Hypermarket ในกรุงริยาด และเปิดงาน Thailand Halal Food Festival 2025 โดยขอให้นำเข้าสินค้าต่างๆ และอาหารไทยเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะข้าวพันธุ์พิเศษ เช่น ข้าวน้ำตาลต่ำ ข้าวปลอดสารเคมี เป็นต้น รวมทั้งผักและผลไม้ อาทิ ทุเรียน มะม่วง มะขามหวาน มังคุด ลำไย มะพร้าวหอม, การร่วมลงทุนในธุรกิจด้านอาหารและบริการที่เกี่ยวเนื่อง และการจัดหาสินค้าหรือบริการศักยภาพของไทยไปให้บริการในห้างสรรพสินค้าหรือซูเปอร์มาร์เก็ต

    “LuLu Hypermarket จำหน่ายสินค้าไทยมากที่สุดในซาอุฯ มีสาขาในซาอุฯ 56 สาขา และอีกกว่า 200 สาขาทั่วอ่าวอาหรับ มีความคุ้นเคยและเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้าไทย ตลอดสัปดาห์นี้ สาขาที่ริยาดจะจัดงาน Thailand Halal Food Festival 2025 เพื่อประชาสัมพันธ์และส่งเสริมสินค้าไทยให้กับผู้บริโภคในซาอุฯ”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics/2900076&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1iNgTKEngZ8YtvBBdaBorP

  • ความเสียหายทางเศรษฐกิจจากเหตุน้ำท่วมหาดใหญ่ คาดแตะแสนล้าน ขยะกว่า 1 ล้านตัน

    ความเสียหายทางเศรษฐกิจจากเหตุน้ำท่วมหาดใหญ่ คาดแตะแสนล้าน ขยะกว่า 1 ล้านตัน

    ปลัดเทศบาลนครหาดใหญ่ ประเมินความเสียหายทางเศรษฐกิจจากเหตุน้ำท่วมหาดใหญ่ แตะ 1 แสนล้าน ขยะกว่า 1 ล้านตัน

    วันที่ 6 ธันวาคม 2568 ความคืบหน้ากรณีของการฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่ทั้งเรื่องของขยะ การช่วยเหลือเยียวยาชาวบ้าน และเรื่องของความเสียหายด้านเศรษฐกิจของเมืองหาดใหญ่จากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่

    จากการเปิดเผยของ ดร.กิตติ เรืองเริงกุลฤทธิ์ ปลัดเทศบาลนครหาดใหญ่ กล่าวว่า ในส่วนของปัญหาขยะซึ่งประเมินจากการจัดเก็บทั้งของเทศบาลและหน่วยงานต่างๆ ขยะทั้งเมืองหาดใหญ่น่าจะมากถึง 1 ล้านตัน และต้องใช้เวลาในการเก็บจนหมดและเข้าสู่ภาวะปกติถึง 2 เดือน และจนถึงตอนนี้ก็เก็บขยะไปได้เพียง 20 เปอร์เซ็นต์ของเมืองเท่านั้น

    ส่วนเรื่องของการช่วยเหลือประชาชนตอนนี้ทางเทศบาลนครหาดใหญ่ได้จัดตั้งครัวชุมชนทั้ง 103 ชุมชน โดยมอบเงินให้ชุมชนละ 5 หมื่นบาทต่อวันเพื่อนำไปจัดหาอาหารแจกจ่ายประชาชนบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า

    ส่วนทางด้านการฟื้นฟูเศรษฐกิจจะนัดหารือกับทางหอการค้า สมาคมโรงแรมและองค์กรต่างๆ เพื่อรวบรวมปัญหาและแนวทางการช่วยเหลือภาคธุรกิจในเมืองหาดใหญ่ทั้งระบบเสนอต่อรัฐบาล

    โดยเฉพาะเรื่องของเงินทุนที่จะนำมาตั้งต้นธุรกิจใหม่ เช่น เอสเอ็มอี เพื่อให้หาดใหญ่เดินต่อไปได้ ถ้าจะให้ประเมินความเสียหายด้านเศรษฐกิจทั้งระบบจากน้ำท่วมครั้งนี้ส่วนตัวคิดว่าน่าจะถึงแสนล้าน เฉพาะแค่รถยนต์ที่จมน้ำอย่างเดียวก็แตะหมื่นล้าน ยังไม่รวมถึงสถานประกอบการร้านค้าทั้งรายเล็กและรายใหญ่รวมถึงบ้านเรือนของประชาชนในหาดใหญ่ที่มีอยู่ 8 หมื่นครัวเรือน

    อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ นายกรัฐมนตรีจะลงพื้นที่ อ.หาดใหญ่ เพื่อติดตามสถานการณ์หลังน้ำท่วมอีกครั้ง พร้อมกันนี้ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมที่ปรึกษาและคณะบริหารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเดินทางมายังโรงพยาบาลหาดใหญ่ เพื่อติดตามการทำความสะอาดโรงพยาบาล และประชุมหารือความพร้อมการทำงานของโรงพยาบาลหาดใหญ่ รวมทั้งการกำจัดขยะและระบบการ ของโรงพยาบาลซึ่งตอนนี้มีการทำความสะอาดไปแล้วกว่า 70% กำลังเร่งเคลียร์ขยะที่ตกค้าง พร้อมทั้งให้บริการประชาชนบริเวณชั้น 2 ของโรงพยาบาลด้วย.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/local/2900171&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1l5Nf_Ky75QbyHCvAD8sSo