Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ปิดฉาก “คนละครึ่ง พลัส” ยอดใช้จ่าย 84,185.73 ลบ. หนุนเศรษฐกิจไทย

    นายพงศ์นคร โภชากรณ์ ผู้อำนวยการกองนโยบายพัฒนาระบบการเงินภาคประชาชน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะผู้ช่วยโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยตัวเลขเบื้องต้นการใช้จ่ายโครงการคนละครึ่ง พลัส ซึ่งสิ้นสุดเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2568 เวลา 23:00 น. โดยมีผู้ใช้สิทธิ 19.76 ล้านราย และมียอดใช้จ่ายผ่านโครงการรวม 84,185.73 ล้านบาท

    ยอดใช้จ่ายแบ่งเป็นเงินที่ประชาชนใช้จ่าย 42,810.64 ล้านบาท ประกอบด้วยการใช้จ่ายผ่านร้านค้าทั่วไป 41,251.73 ล้านบาท และใช้จ่ายผ่านผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร 1,558.91 ล้านบาท ขณะที่เงินที่รัฐร่วมจ่ายมีจำนวน 41,375.09 ล้านบาท ประกอบด้วยการร่วมจ่ายผ่านร้านค้าทั่วไป 39,899.53 ล้านบาท และร่วมจ่ายผ่านผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร 1,475.56 ล้านบาท

    จากข้อมูลสะสม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 เวลา 23:00 น. มีร้านค้าที่ผ่านการตรวจสอบข้อมูลแล้ว 999,350 ราย โดยในจำนวนนี้เป็นร้านอาหารและเครื่องดื่มที่รับชำระผ่านผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร 89,799 ราย

    นายพงศ์นคร ระบุว่า ผลการดำเนินโครงการสะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือของประชาชนและผู้ประกอบการ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมการบริโภคในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ และทำให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจประมาณ 84,185.73 ล้านบาท ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยในปี 2568 ให้ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.2 เมื่อเทียบกับกรณีที่ไม่มีโครงการ

    นอกจากนี้ การเพิ่มขึ้นของกำลังซื้อในภาคประชาชนยังส่งผลให้ร้านค้าขนาดเล็กมีรายได้หมุนเวียน ก่อให้เกิดแรงขับเคลื่อนในภาคการผลิต การค้า การจ้างงาน และการคมนาคมขนส่งอย่างเป็นวงกว้าง และสามารถสร้างแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่องไปยังต้นปี 2569

    Back to top button

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/news/805158&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3SZ61WxcuqeaDbGnM7487y

  • 1ม.ค.69 เริ่มจัดเก็บภาษีสินค้านำเข้าออนไลน์ตั้งแต่บาทแรก  เพื่อสร้างความเป็นธรรมทางการค้า คุ้มครองผู้บริโภค

    1ม.ค.69 เริ่มจัดเก็บภาษีสินค้านำเข้าออนไลน์ตั้งแต่บาทแรก เพื่อสร้างความเป็นธรรมทางการค้า คุ้มครองผู้บริโภค

    วันนี้, 19:49น.

              วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป รัฐบาลเริ่มบังคับใช้มาตรการจัดเก็บภาษีสินค้านำเข้าออนไลน์ตั้งแต่บาทแรก โดยยกเลิกการยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่มีมูลค่าไม่เกิน 1,500 บาท เพื่อสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันทางการค้า เพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ของรัฐ และยกระดับมาตรฐานสินค้านำเข้าให้เป็นไปตามกฎหมายไทย

              นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า มาตรการดังกล่าวจะทำให้สินค้านำเข้าออนไลน์ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มและอากรขาเข้า ตั้งแต่มูลค่า 1 บาทแรก ซึ่งจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำระหว่างผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SME กับสินค้านำเข้าราคาถูกจากต่างประเทศที่เคยไม่อยู่ในระบบภาษี   รองโฆษกระบุว่า ราคาสินค้าบางประเภทอาจมีการปรับตัว เช่น เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายที่อาจเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 20–30 และสินค้าทั่วไปขึ้นอยู่กับอัตราภาษีของแต่ละประเภท อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้กำหนดแนวทางให้การซื้อขายยังคงสะดวกสบาย โดยปัจจุบันกว่าร้อยละ 97 ของสินค้านำเข้า ภาษีจะถูกคำนวณและรวมอยู่ในราคาสินค้าบนแพลตฟอร์มแล้ว ผู้บริโภคสามารถชำระเงินครั้งเดียวและรับสินค้าที่บ้านได้ตามปกติ ไม่ต้องไปดำเนินการชำระภาษีที่ด่านศุลกากรด้วยตนเอง

                ในส่วนของการคุ้มครองผู้บริโภค กรมศุลกากรได้ประสานความร่วมมือกับแพลตฟอร์มออนไลน์หลัก ได้แก่ Lazada, Shopee, TikTok, SHEIN และ TEMU เพื่อคัดกรองสินค้าอย่างเข้มงวด โดยสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน มอก. หรือ อย. รวมถึงสินค้าที่ผิดกฎหมาย เช่น บุหรี่ไฟฟ้า จะถูกถอดออกจากระบบและไม่อนุญาตให้นำเข้า

                 นางสาวลลิดา ย้ำว่า มาตรการนี้ไม่ใช่การเพิ่มภาระให้ประชาชน แต่เป็นการปรับระบบให้เป็นธรรม โปร่งใส และทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจดิจิทัล พร้อมขอให้ประชาชนมั่นใจว่าการช้อปปิ้งออนไลน์จะยังคงสะดวก ปลอดภัย และได้รับการคุ้มครองมากยิ่งขึ้น

    #เก็บภาษีสินค้านำเข้าออนไลน์

    ข่าวทั้งหมด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.js100.com/en/site/news/view/158065&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw04Hg10Do6_iesyASRyJaL7

  • ปิดฉาก “คนละครึ่ง พลัส” ยอดใช้จ่าย 84,185.73 ลบ. หนุนเศรษฐกิจไทย

    นายพงศ์นคร โภชากรณ์ ผู้อำนวยการกองนโยบายพัฒนาระบบการเงินภาคประชาชน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะผู้ช่วยโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยตัวเลขเบื้องต้นการใช้จ่ายโครงการคนละครึ่ง พลัส ซึ่งสิ้นสุดเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2568 เวลา 23:00 น. โดยมีผู้ใช้สิทธิ 19.76 ล้านราย และมียอดใช้จ่ายผ่านโครงการรวม 84,185.73 ล้านบาท

    ยอดใช้จ่ายแบ่งเป็นเงินที่ประชาชนใช้จ่าย 42,810.64 ล้านบาท ประกอบด้วยการใช้จ่ายผ่านร้านค้าทั่วไป 41,251.73 ล้านบาท และใช้จ่ายผ่านผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร 1,558.91 ล้านบาท ขณะที่เงินที่รัฐร่วมจ่ายมีจำนวน 41,375.09 ล้านบาท ประกอบด้วยการร่วมจ่ายผ่านร้านค้าทั่วไป 39,899.53 ล้านบาท และร่วมจ่ายผ่านผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร 1,475.56 ล้านบาท

    จากข้อมูลสะสม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 เวลา 23:00 น. มีร้านค้าที่ผ่านการตรวจสอบข้อมูลแล้ว 999,350 ราย โดยในจำนวนนี้เป็นร้านอาหารและเครื่องดื่มที่รับชำระผ่านผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร 89,799 ราย

    นายพงศ์นคร ระบุว่า ผลการดำเนินโครงการสะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือของประชาชนและผู้ประกอบการ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมการบริโภคในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ และทำให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจประมาณ 84,185.73 ล้านบาท ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยในปี 2568 ให้ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.2 เมื่อเทียบกับกรณีที่ไม่มีโครงการ

    นอกจากนี้ การเพิ่มขึ้นของกำลังซื้อในภาคประชาชนยังส่งผลให้ร้านค้าขนาดเล็กมีรายได้หมุนเวียน ก่อให้เกิดแรงขับเคลื่อนในภาคการผลิต การค้า การจ้างงาน และการคมนาคมขนส่งอย่างเป็นวงกว้าง และสามารถสร้างแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่องไปยังต้นปี 2569

    Back to top button

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/news/805158&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3SZ61WxcuqeaDbGnM7487y

  • รมต.กต.อวยพรปีใหม่ ยืนยัน เดินหน้านโยบายการทูตเชิงรุก ปกป้องผลประโยชน์ชาติ-ประชาชน

    รมต.กต.อวยพรปีใหม่ ยืนยัน เดินหน้านโยบายการทูตเชิงรุก ปกป้องผลประโยชน์ชาติ-ประชาชน

    รมต.กต.อวยพรปีใหม่ ยืนยัน เดินหน้านโยบายการทูตเชิงรุก ปกป้องผลประโยชน์ชาติ-ประชาชน

    วันนี้, 20:08น.

              นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ส่งสารอวยพรเนื่องในวันปีใหม่ 2569  โดยระบุว่า ในปี 2568 ที่ผ่านมา นับเป็นปีที่โลกเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน การดำเนินนโยบายต่างประเทศของไทยต้องเผชิญกับความท้าทายหลายด้านทั้งสถานการณ์กับประเทศเพื่อนบ้าน ปัญหาในภูมิภาค และความผันผวนของสถานการณ์โลก ซึ่งได้ส่งผลกระทบต่อความมั่นคง เศรษฐกิจ และชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนโดยตรง

              ท่ามกลางบริบทที่ท้าทายเช่นนี้ กระทรวงการต่างประเทศได้ขับเคลื่อนการทูตเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติ รักษาเสถียรภาพ สันสิภาพ และดูแลพี่น้องประชาชนอย่างรอบด้านในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างพื้นที่การพูดคุยเพื่อลดความตึงเครียด การส่งเสริมความร่วมมือกับประเทศต่างๆ การนำโอกาสทางเศรษฐกิจจากต่างประเทศกลับมาสู่ไทย การดูแลและคุ้มครองคนไทยในต่างแดน

              กระทรวงการต่างประเทศตระหนักอย่างยิ่งว่าทุกการเจรจา ทุกความร่วมมือ และทุกการตัดสินใจต้องมุ่งให้เกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้ต่อชีวิตของประชาชน เพื่อให้ประเทศมีความมั่นคง เศรษฐกิจเดินหน้า และที่สำคัญที่สุดเสริมสร้างศักดิ์ศรี ปกป้องอธิปไตย และส่งเสริมสถานะความเชื่อมั่นของประเทศไทยในเวทีโลก

              ในปี 2569 กระทรวงการต่างประเทศจะยังคง เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายต่างประเทศที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ใช้การทูตเป็นเครื่องมือ ในการเปลี่ยนความท้าทายให้เป็นโอกาส เชื่อมโยงประเทศไทยกับโลกอย่างสมดุล สร้างความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ

               หวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะได้รับการสนับสนุนจากพี่น้องชาวไทยทุกท่าน เพื่อร่วมกันพาประเทศก้าวหน้า และสร้างอนาคตที่มั่นคงไปด้วยกัน ในวารดิถีขึ้นปีใหม่นี้ ตนขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย โปรดดลบันดาลให้พี่น้องประชาชนและครอบครัวประสบแต่ความสุข ความเจริญ มีสุขภาพแข็งแรง มีพลังกายและกำลังใจที่เข้มแข็งตลอดปีใหม่ สวัสดีปีใหม่

    #กระทรวงต่างประเทศ 

    ข่าวทั้งหมด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.js100.com/en/site/news/view/158066&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3zurysZzDW-HCanDeLTMvl

  • ภาวะโลกร้อน กำหนดความมั่นคงทางเศรษฐกิจ | 1 ม.ค. 69 | ข่าวใส่ไข่

    ภาวะโลกร้อน กำหนดความมั่นคงทางเศรษฐกิจ | 1 ม.ค. 69 | ข่าวใส่ไข่

    1 ม.ค. 2569 21:10 น.

    ภาวะโลกร้อน กำหนดความมั่นคงทางเศรษฐกิจ #ภาวะโลกร้อน #ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ #เศรษฐกิจสีเขียว #ClimateChange —————————————————– 🔔 กด Subscribe ติดตาม & กดกระดิ่งได้ที่ : https://bit.ly/3J2YF7v 💚 สมัครสมาชิกเเฟนข่าวไทยรัฐ : https://bit.ly/4jhFaZ6 . ยินดีต้อนรับแฟนข่าวสู่ Thairath News – ข่าวไทยรัฐ สำนักข่าวอันดับ 1 ของไทย ช่องทางสำหรับแฟนข่าวเพื่อรับชมข่าวแบบสด ๆ เกาะติดสถานการณ์ปัจจุบันและติดตามประเด็นข่าวย้อนหลังได้ตลอด 24 ชม. รับชมสดและย้อนหลังได้ทุกที่ ทุกเวลา ทาง YouTube และแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของเรา #ไทยรัฐ #ข่าวไทยรัฐ #ไทยรัฐทีวี #Thairath #Thairathnews #THAIRATHTV

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/video/channel/thairath-news/news-with-egg/1176856&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2aXMWiZRzppfOFlqxi_GLR

  • ปิดฉาก “คนละครึ่ง พลัส” ยอดใช้จ่าย 84,185.73 ลบ. หนุนเศรษฐกิจไทย

    นายพงศ์นคร โภชากรณ์ ผู้อำนวยการกองนโยบายพัฒนาระบบการเงินภาคประชาชน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะผู้ช่วยโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยตัวเลขเบื้องต้นการใช้จ่ายโครงการคนละครึ่ง พลัส ซึ่งสิ้นสุดเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2568 เวลา 23:00 น. โดยมีผู้ใช้สิทธิ 19.76 ล้านราย และมียอดใช้จ่ายผ่านโครงการรวม 84,185.73 ล้านบาท

    ยอดใช้จ่ายแบ่งเป็นเงินที่ประชาชนใช้จ่าย 42,810.64 ล้านบาท ประกอบด้วยการใช้จ่ายผ่านร้านค้าทั่วไป 41,251.73 ล้านบาท และใช้จ่ายผ่านผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร 1,558.91 ล้านบาท ขณะที่เงินที่รัฐร่วมจ่ายมีจำนวน 41,375.09 ล้านบาท ประกอบด้วยการร่วมจ่ายผ่านร้านค้าทั่วไป 39,899.53 ล้านบาท และร่วมจ่ายผ่านผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร 1,475.56 ล้านบาท

    จากข้อมูลสะสม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 เวลา 23:00 น. มีร้านค้าที่ผ่านการตรวจสอบข้อมูลแล้ว 999,350 ราย โดยในจำนวนนี้เป็นร้านอาหารและเครื่องดื่มที่รับชำระผ่านผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร 89,799 ราย

    นายพงศ์นคร ระบุว่า ผลการดำเนินโครงการสะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือของประชาชนและผู้ประกอบการ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมการบริโภคในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ และทำให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจประมาณ 84,185.73 ล้านบาท ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยในปี 2568 ให้ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.2 เมื่อเทียบกับกรณีที่ไม่มีโครงการ

    นอกจากนี้ การเพิ่มขึ้นของกำลังซื้อในภาคประชาชนยังส่งผลให้ร้านค้าขนาดเล็กมีรายได้หมุนเวียน ก่อให้เกิดแรงขับเคลื่อนในภาคการผลิต การค้า การจ้างงาน และการคมนาคมขนส่งอย่างเป็นวงกว้าง และสามารถสร้างแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่องไปยังต้นปี 2569

    Back to top button

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/news/805158&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3SZ61WxcuqeaDbGnM7487y

  • ปิดฉาก “คนละครึ่ง พลัส” ยอดใช้จ่าย 84,185.73 ล้านบาท หนุนเศรษฐกิจไทยปี 68 โต 0.2%

    นายพงศ์นคร โภชากรณ์ ผู้อำนวยการกองนโยบายพัฒนาระบบการเงินภาคประชาชน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะผู้ช่วยโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยตัวเลขเบื้องต้นการใช้จ่ายโครงการคนละครึ่ง พลัส ซึ่งสิ้นสุดเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2568 เวลา 23:00 น. โดยมีผู้ใช้สิทธิ 19.76 ล้านราย และมียอดใช้จ่ายผ่านโครงการรวม 84,185.73 ล้านบาท

    ยอดใช้จ่ายแบ่งเป็นเงินที่ประชาชนใช้จ่าย 42,810.64 ล้านบาท ประกอบด้วยการใช้จ่ายผ่านร้านค้าทั่วไป 41,251.73 ล้านบาท และใช้จ่ายผ่านผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร 1,558.91 ล้านบาท ขณะที่เงินที่รัฐร่วมจ่ายมีจำนวน 41,375.09 ล้านบาท ประกอบด้วยการร่วมจ่ายผ่านร้านค้าทั่วไป 39,899.53 ล้านบาท และร่วมจ่ายผ่านผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร 1,475.56 ล้านบาท

    จากข้อมูลสะสม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 เวลา 23:00 น. มีร้านค้าที่ผ่านการตรวจสอบข้อมูลแล้ว 999,350 ราย โดยในจำนวนนี้เป็นร้านอาหารและเครื่องดื่มที่รับชำระผ่านผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร 89,799 ราย

    นายพงศ์นคร ระบุว่า ผลการดำเนินโครงการสะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือของประชาชนและผู้ประกอบการ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมการบริโภคในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ และทำให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจประมาณ 84,185.73 ล้านบาท ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยในปี 2568 ให้ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.2 เมื่อเทียบกับกรณีที่ไม่มีโครงการ

    นอกจากนี้ การเพิ่มขึ้นของกำลังซื้อในภาคประชาชนยังส่งผลให้ร้านค้าขนาดเล็กมีรายได้หมุนเวียน ก่อให้เกิดแรงขับเคลื่อนในภาคการผลิต การค้า การจ้างงาน และการคมนาคมขนส่งอย่างเป็นวงกว้าง และสามารถสร้างแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่องไปยังต้นปี 2569

    Back to top button

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/news/805158&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3SZ61WxcuqeaDbGnM7487y

  • ท่องเที่ยวไทยปี 68 ปิดฉากรายได้ 2.7 ล้านล้านบาท จับตา “อินเดีย-รัสเซีย” ทุบสถิติใหม่

    ท่องเที่ยวไทยปี 68 ปิดฉากรายได้ 2.7 ล้านล้านบาท จับตา “อินเดีย-รัสเซีย” ทุบสถิติใหม่

    สรุปตัวเลขท่องเที่ยวไทยปี 2568 รายได้รวมแตะ 2.7 ล้านล้านบาท จับตา “อินเดีย-รัสเซีย” ทุบสถิติใหม่ แม้ภาพรวมต่างชาติชะลอตัว

    กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สรุปสถิตินักท่องเที่ยวสะสมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม 2568 โดยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติรวมทั้งสิ้น 32,974,321 คน ลดลงจากปีที่ผ่านมา 7.23% และสร้างรายได้จากต่างชาติ 1,536,574 ล้านบาท

    เมื่อเจาะลึกรายสัญชาติ “มาเลเซีย” ครองแชมป์อันดับ 1 ในแง่จำนวนที่ 4.52 ล้านคน ตามมาด้วย “จีน” 4.47 ล้านคน อย่างไรก็ตาม หากดูในแง่รายได้ จีนยังคงสร้างเม็ดเงินสูงสุดเป็นอันดับหนึ่งถึง 2.49 แสนล้านบาท แม้อัตราการเปลี่ยนแปลงจะลดลงกว่า 31% ก็ตาม

    ไฮไลต์สำคัญของปีนี้คือกลุ่มนักท่องเที่ยวที่สร้างสถิติใหม่ (New High) นำโดย “อินเดีย” ที่เข้ามาถึง 2.48 ล้านคน เติบโตขึ้น 16.8% และ “รัสเซีย” 1.89 ล้านคน เติบโต 8.8% นอกจากนี้ยังมี ตลาดสหราชอาณาจักร เยอรมนี และฝรั่งเศส ที่สร้างยอดรวมสูงสุดเป็นประวัติการณ์เช่นกัน

    ในขณะที่ “ไทยเที่ยวไทย” กลายเป็นตัวแปรสำคัญ โดยมีจำนวนสูงถึง 202.37 ล้านคน-ครั้ง เติบโต 2.7% สร้างรายได้ 1,166,761 ล้านบาท ส่งผลให้รายได้รวมทั้งหมดของปี 2568 ปิดตัวเลขอยู่ที่ 2,703,335 ล้านบาท ลดลงจากปีที่ผ่านมาเพียงเล็กน้อยที่ 1.26%

    ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากมาตรการภาครัฐ ทั้งปี Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025, มาตรการเพิ่มเพดานผู้โดยสาร และ Ease of Traveling รวมถึงการสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้การท่องเที่ยวไทยยังคงเดินหน้าต่อได้ในปีนี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://ch3plus.com/news/economy/morning/454371&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw10aBbqAe5bYQW7lb4TVMaD

  • ตำรวจทางหลวง จับมือ ส.ท่องเที่ยวเขาใหญ่ มอบของขวัญปีใหม่ให้เด็กพิการทางสายตา สร้างความสุขให้เด็กๆ | TOPNEWS

    ตำรวจทางหลวง จับมือ ส.ท่องเที่ยวเขาใหญ่ มอบของขวัญปีใหม่ให้เด็กพิการทางสายตา สร้างความสุขให้เด็กๆ

    • เผยแพร่ : 01/01/2026 17:28

    ตำรวจทางหลวง จับมือ ส.ท่องเที่ยวเขาใหญ่ มอบของขวัญปีใหม่ ให้เด็กพิการทางสายตา สร้างความสุข เด็กๆ ทําเซอร์ไพรส์ร้องเพลงชาติ ส่งกำลังใจให้พี่ๆ ทหารชายแดน ไม่ได้ไปฉลองปีใหม่กับครอบครัว

    วันที่ 1 มกราคม 2569 เวลา 10:00 น. ที่โรงเรียนสอนคนตาบอดมกุฏคีรีวัน(เขาใหญ่) ตำบลโป่งตาลอง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เปิดศักราชใหม่ ว่าที่ พ.ต.อ.วิษณุ คำโนนม่วง ผกก.6 บก.ทล. ร่วมกับ นางสาวพันชนะ วัฒนเสถียร นายกสมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ ชมรมฮักเขาใหญ่ ตำรวจทางหลวงนครราชสีมา และเครือข่ายจิตอาสา ร่วมมอบความสุขสวัสดีปีใหม่ 2569 ให้กับน้องๆ พิการทางสายตา

    โดยทั้งหมด ร่วมกันเลี้ยงอาหารเมนูยอดฮิต ไก่ทอดเคเอฟซี โดนัท ผลไม้ และมอบของขวัญ ขนม เพื่อเป็นกำลังใจ และมอบความสุขปีใหม่ให้เด็กๆ เด็กสร้างเซอร์ไพรส์ให้พี่ๆ ที่มามอบของขวัญ ด้วยการขับร้องเพลงชาติ ส่งกำลังใจให้พี่ๆ ทหารชายแดนที่เสียสละ ปกป้องประเทศชาติ และบทเพลงยอดฮิต คลื่น ของแพร ชนา เพื่อตอบแทนทุกท่านที่มาสวัสดีปีใหม่ในวันนี้

    ว่าที่ พ.ต.อ.วิษณุ คำโนนม่วง ผกก.6 บก.ทล. เปิดเผยว่า กิจกรรมดังกล่าว เป็นความร่วมมือของเอกชนและจิตอาสา ในการส่งมอบความสุขปีใหม่ให้กับน้องพิการทางสายตา ที่ไม่ได้มีโอกาสไปร่วมฉลองปีใหม่กับครอบครัว และเปิดโอกาสให้ผู้ที่ด้อยโอกาสได้มีความสุข ร่วมกันในช่วงปีใหม่ แต่ที่รู้สึกดีใจมาก คือน้องๆ สร้างเซอร์ไพรส์ ร้องเพลงชาติให้กำลังใจพี่ๆ ทหาร ตามชายแดนในการทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ ในช่วงปีใหม่ ก็ไม่ได้ไปฉลองปีใหม่ กับครอบครัวเช่นกัน

    ภาพ/ข่าว นายประสิทธิ์ วนะชกิจ ผู้สื่อข่าว TOPNEWSทั่วไทย จ.นครราชสีมา

    ปก web ส่องเลขเด็ดประทัดมงคล

    ปก web เสริมสิริมงคลปีใหม่

    พุทธศาสนานิกชนร่วมปฎิบัติธรรมสวดมนต์ข้ามปีวัดใหญ่ชัยมงคลวรวิหาร เสริมสิริมงคล รับปีใหม่ 2569

    สหรัฐเคาท์ดาวน์ประเทศสุดท้ายของโลก

    ตำรวจทางหลวง จับมือ ส.ท่องเที่ยวเขาใหญ่ มอบของขวัญปีใหม่ให้เด็กพิการทางสายตา สร้างความสุขให้เด็กๆ

    กษัตริย์สีหมุนีจัดพิธีต้อนรับทหารกัมพูชากลับบ้าน

    เกิดไฟไหม้บาร์หรูในงานเค้าท์ดาวน์ปีใหม่ที่สวิตเซอร์แลนด์

    ไล่ชิงเต๋อกล่าวสุนทรพจน์ปีใหม่ลั่นจะปกป้องไต้หวัน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1442562&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3J8WV8K0hrWjD6u5kf089_

  • ตำรวจทางหลวง จับมือ ส.ท่องเที่ยวเขาใหญ่ มอบของขวัญปีใหม่ให้เด็กพิการทางสายตา สร้างความสุขให้เด็กๆ | TOPNEWS

    ตำรวจทางหลวง จับมือ ส.ท่องเที่ยวเขาใหญ่ มอบของขวัญปีใหม่ให้เด็กพิการทางสายตา สร้างความสุขให้เด็กๆ

    • เผยแพร่ : 01/01/2026 17:28

    ตำรวจทางหลวง จับมือ ส.ท่องเที่ยวเขาใหญ่ มอบของขวัญปีใหม่ ให้เด็กพิการทางสายตา สร้างความสุข เด็กๆ ทําเซอร์ไพรส์ร้องเพลงชาติ ส่งกำลังใจให้พี่ๆ ทหารชายแดน ไม่ได้ไปฉลองปีใหม่กับครอบครัว

    วันที่ 1 มกราคม 2569 เวลา 10:00 น. ที่โรงเรียนสอนคนตาบอดมกุฏคีรีวัน(เขาใหญ่) ตำบลโป่งตาลอง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เปิดศักราชใหม่ ว่าที่ พ.ต.อ.วิษณุ คำโนนม่วง ผกก.6 บก.ทล. ร่วมกับ นางสาวพันชนะ วัฒนเสถียร นายกสมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ ชมรมฮักเขาใหญ่ ตำรวจทางหลวงนครราชสีมา และเครือข่ายจิตอาสา ร่วมมอบความสุขสวัสดีปีใหม่ 2569 ให้กับน้องๆ พิการทางสายตา

    โดยทั้งหมด ร่วมกันเลี้ยงอาหารเมนูยอดฮิต ไก่ทอดเคเอฟซี โดนัท ผลไม้ และมอบของขวัญ ขนม เพื่อเป็นกำลังใจ และมอบความสุขปีใหม่ให้เด็กๆ เด็กสร้างเซอร์ไพรส์ให้พี่ๆ ที่มามอบของขวัญ ด้วยการขับร้องเพลงชาติ ส่งกำลังใจให้พี่ๆ ทหารชายแดนที่เสียสละ ปกป้องประเทศชาติ และบทเพลงยอดฮิต คลื่น ของแพร ชนา เพื่อตอบแทนทุกท่านที่มาสวัสดีปีใหม่ในวันนี้

    ว่าที่ พ.ต.อ.วิษณุ คำโนนม่วง ผกก.6 บก.ทล. เปิดเผยว่า กิจกรรมดังกล่าว เป็นความร่วมมือของเอกชนและจิตอาสา ในการส่งมอบความสุขปีใหม่ให้กับน้องพิการทางสายตา ที่ไม่ได้มีโอกาสไปร่วมฉลองปีใหม่กับครอบครัว และเปิดโอกาสให้ผู้ที่ด้อยโอกาสได้มีความสุข ร่วมกันในช่วงปีใหม่ แต่ที่รู้สึกดีใจมาก คือน้องๆ สร้างเซอร์ไพรส์ ร้องเพลงชาติให้กำลังใจพี่ๆ ทหาร ตามชายแดนในการทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ ในช่วงปีใหม่ ก็ไม่ได้ไปฉลองปีใหม่ กับครอบครัวเช่นกัน

    ภาพ/ข่าว นายประสิทธิ์ วนะชกิจ ผู้สื่อข่าว TOPNEWSทั่วไทย จ.นครราชสีมา

    กษัตริย์เขมรต้อนรับทหาร

    ไฟไหม้บาร์สวิส

    เกิดไฟไหม้บาร์หรูในงานเค้าท์ดาวน์ปีใหม่ที่สวิตเซอร์แลนด์

    ไล่ชิงเต๋อกล่าวสุนทรพจน์ปีใหม่ลั่นจะปกป้องไต้หวัน

    สื่อเขมรเลือกฮุนมาเน็ตเป็น “บุคคลแห่งปี”

    สิงคโปร์เตรียมลงโทษ ‘เฆี่ยนตี’ สแกมเมอร์เริ่ม 30 ธค.2568

    นักท่องเที่ยวหลั่งไหลร่วมเคาท์ดาวน์ ฉลองปีใหม่ 2569 อย่างคึกคัก

    อุทยานแห่งชาติแม่จริม รับนากเล็กเล็บสั้น สัตว์ป่าคุ้มครอง อนุบาลดูแลตามกฎหมาย นับเป็นของขวัญปีใหม่จากการฟื้นฟูผืนป่า

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1442562&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3J8WV8K0hrWjD6u5kf089_