Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • “พ.ต.อ.ทวี – อ.วันนอร์” ปิดเวทีรามัน มั่นใจกวาด สส.ชายแดนใต้

    “พ.ต.อ.ทวี – อ.วันนอร์” ปิดเวทีรามัน มั่นใจกวาด สส.ชายแดนใต้

    7 กุมภาพันธ์ 2569 มีรายงานว่า เมื่อช่วงค่ำวานนี้ (6 ก.พ.) พรรคประชาชาติ ได้เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ ณ สนามหน้าที่ว่าการอำเภอรามัน จังหวัดยะลา นำโดย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรค และนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษาพรรค เพื่อช่วยหาเสียงให้กับ นายซูการ์โน มะทา ผู้สมัคร ส.ส. ยะลา เขต 2 และนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ผู้สมัคร ส.ส. นราธิวาส เขต 5 ท่ามกลางมวลชนที่มาร่วมฟังนโยบายอย่างเนืองแน่น 
     

    “พ.ต.อ.ทวี - อ.วันนอร์” ปิดเวทีรามัน มั่นใจกวาด สส.ชายแดนใต้  

    พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ได้ขึ้นปราศรัยโดยเน้นย้ำถึง “ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์” และการคืนความเป็นธรรมให้กับคนในพื้นที่ โดยระบุว่า พรรคประชาชาติต้องการเปลี่ยนผ่านความขัดแย้ง ด้วยการใช้หลักนิติธรรมนำการทหาร พร้อมเสนอนโยบายเร่งด่วนที่เรียกว่า โมเดล 0-10-100
     

    การทุจริตคอร์รัปชันต้องเป็นศูนย์ ภาษีสรรพสามิตน้ำมันใน 3 จังหวัดต้องเป็นศูนย์ (ลดราคาน้ำมันเบนซินเหลือ 20 บาท) และความไม่เสมอภาคทางการศึกษาต้องหมดไป
     

    ปราบยาเสพติด และนิรโทษกรรมที่ดิน โดยการประกาศยุทธการ 100 วัน ปราบปรามผู้ค้าและยึดทรัพย์ขบวนการอาชญากรรม พร้อมชูนโยบาย “นิรโทษกรรมที่ดิน” แก้ไขปัญหาเขตป่าทับซ้อนที่ทำกินของชาวบ้าน ป่าทับคน
     

    และได้ชูนโยบายยกเลิกภาระหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ล้างหนี้ กยศ. โดยมองว่าการศึกษาคือสวัสดิการรัฐ ไม่ควรทำให้เยาวชนต้องเป็นหนี้ตั้งแต่ออกมาทำงาน
     

    “เราไม่ได้สู้เพื่ออำนาจ แต่เราสู้เพื่อให้กฎหมายมีความเป็นธรรม ให้คนทุกศาสนาและทุกชาติพันธุ์มีสิทธิเสมอภาคกัน ประสบการณ์จากกระทรวงยุติธรรมทำให้เห็นว่า กติกาสูงสุดต้องถูกปรับปรุงเพื่อให้ประชาชนกินอิ่ม นอนหลับ และไม่ต้องหวาดระแวงกับอำนาจรัฐที่ไม่เป็นธรรม” พ.ต.อ.ทวี กล่าว 
     

    “พ.ต.อ.ทวี - อ.วันนอร์” ปิดเวทีรามัน มั่นใจกวาด สส.ชายแดนใต้

    นอกจากนี้ พ.ต.อ.ทวี ยังได้กล่าวถึงกรณีผู้ต้องหาคดีความมั่นคงที่มีหมายจับกว่า 1,600 หมาย ซึ่งต้องหนีไปอยู่ต่างประเทศ โดยเสนอให้มีกระบวนการนำคนกลุ่มนี้ กลับเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมที่โปร่งใส เพื่อคืนพ่อกลับสู่ครอบครัวและสร้างสันติภาพที่ยั่งยืน
     

    และยังเน้นย้ำไปที่การรักษาอัตลักษณ์ และวิถีชีวิตของชาวไทยเชื้อสายมลายูมุสลิม โดยระบุว่า พื้นที่อำเภอรามันคือฐานที่มั่นสำคัญและเป็นหัวใจของพรรค
     

    “การเลือกครั้งนี้ไม่ใช่แค่เลือก ส.ส. ไปนั่งในสภา แต่คือการเลือกอนาคตของพี่น้องประชาชน พรรคประชาชาติคือบ้านที่เข้าใจความต้องการของพี่น้องมากที่สุด” 
     

    “พ.ต.อ.ทวี - อ.วันนอร์” ปิดเวทีรามัน มั่นใจกวาด สส.ชายแดนใต้

    ในช่วงท้าย พ.ต.อ.ทวี ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงความมั่นใจในการเลือกตั้งครั้งนี้ว่า พรรคประชาชาติทำงานหนักมาอย่างต่อเนื่อง และกล้าเปิดเวทีปราศรัยในยามค่ำคืนเกือบทุกพื้นที่ เพื่อแสดงความจริงใจต่อประชาชน ต่างจากบางพรรคที่เน้นเดินเฉพาะช่วงกลางวัน
     

    โดยพรรคคาดหวังว่า จะสามารถกวาดเก้าอี้ สส. เขต ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ตามเป้าหมาย รวมถึงคะแนนบัญชีรายชื่อจากทั่วประเทศที่เชื่อว่านโยบาย “น้ำมันถูก-ล้างหนี้ กยศ.-ปราบโกง” จะตอบโจทย์คนทั้งประเทศได้เป็นอย่างดี 
     

    “พ.ต.อ.ทวี - อ.วันนอร์” ปิดเวทีรามัน มั่นใจกวาด สส.ชายแดนใต้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/news/politics/378973232&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1QI_DYx_rYLsIgvLYBisPT

  • รายงานพิเศษ : โลกการค้าเปลี่ยน  ไทยต้องรู้จักจีนให้ลึกกว่าที่เคย วทจ. รุ่น 8 สร้างผู้นำไทย พร้อมรับเศรษฐกิจโลกผันผวน

    รายงานพิเศษ : โลกการค้าเปลี่ยน ไทยต้องรู้จักจีนให้ลึกกว่าที่เคย วทจ. รุ่น 8 สร้างผู้นำไทย พร้อมรับเศรษฐกิจโลกผันผวน

    วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

    ท่ามกลางโลกการค้าที่กำลังเผชิญแรงสั่นสะเทือนจากสงครามการค้า สงครามเทคโนโลยี และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ความสัมพันธ์ไทย–จีน กำลังก้าวข้ามมิติ “คู่ค้า” ไปสู่บทบาทที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น ทั้งในฐานะพันธมิตร และกลไกสำคัญต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชีย การทำความเข้าใจจีนในเชิงโครงสร้าง นโยบาย และทิศทางการพัฒนา จึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นเงื่อนไขสำคัญของการอยู่รอดของผู้ประกอบการไทย และเป็นปัจจัยที่ผู้บริโภคไทยไม่อาจมองข้าม

    ภายใต้บริบทดังกล่าว การเปิดหลักสูตร วิทยาการผู้นำไทย–จีน (วทจ.) รุ่นที่ 8 โดยสถาบันวิทยาการผู้นำไทย-จีน มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ (วทจ.) จึงไม่ใช่เพียงการเดินหน้าหลักสูตรต่อเนื่อง แต่เป็นการ “ยกระดับเวทีผู้นำ” เพื่อเตรียมความพร้อมให้ประเทศไทยรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะบทบาทของจีน ซึ่งยังคงเป็นประเทศเศรษฐกิจใหญ่อันดับต้นๆของโลก และเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์หลักของการเติบโตทางเศรษฐกิจโลก

    ฯพณฯ จาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย กล่าวปาฐกถาพิเศษในพิธีเปิดหลักสูตรว่า ความสัมพันธ์ไทย–จีนในปัจจุบันกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ ภายใต้การนำเชิงยุทธศาสตร์ของผู้นำทั้งสองประเทศ โดยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุการณ์สำคัญที่มีความหมายยิ่งต่อความสัมพันธ์ทวิภาคี เมื่อประธานาธิบดีสี จิ้นผิง แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ และต่อมา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ได้เสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศจีนอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก สะท้อนถึงความไว้วางใจ ความเคารพซึ่งกันและกัน และสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศ การแลกเปลี่ยนการเยือนในระดับผู้นำสูงสุดดังกล่าว เป็นหมุดหมายสำคัญที่ยกระดับความสัมพันธ์จีน–ไทยให้ก้าวไปสู่การสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันอย่างแท้จริง และวางรากฐานที่มั่นคงให้กับความร่วมมือในทุกมิติ ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการพัฒนาที่ยั่งยืนในระยะยาว

    นอกจากนี้ ยังชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของเศรษฐกิจจีนว่า “ในปี 2025 ที่ผ่านมา เศรษฐกิจจีนยังคงรักษาอัตราการเติบโตที่แข็งแกร่งได้ถึงร้อยละ 5 ซึ่งสูงกว่าประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้วส่วนใหญ่ นอกจากนี้ จีนยังมีกลุ่มผู้มีรายได้ปานกลางมากกว่า 400 ล้านคน ซึ่งตลาดขนาดใหญ่ (Super-large scale market) นี้คือขุมพลังสำคัญที่จะสร้างโอกาสใหม่ให้กับโลก ในบริบทเช่นนี้ จีนยังคงยึดมั่นการพัฒนาอย่างมีคุณภาพ เดินหน้าการเปิดประเทศในระดับสูง และส่งเสริมโลกาภิวัตน์ทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุมและทั่วถึง”

    เอกอัครราชทูตจาง ยังอธิบายถึงความสำคัญของ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 15 (ปี 2026–2030)  ซึ่งเป็นกรอบยุทธศาสตร์ 5 ปีของจีนในระยะต่อไป โดยเน้นการพึ่งพาตนเองด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การพัฒนาอุตสาหกรรมสมัยใหม่ และการเติบโตอย่างยั่งยืน

    “แผนพัฒนาในอีก 5 ปีข้างหน้าของจีน มีความสอดคล้องอย่างยิ่งกับยุทธศาสตร์การพัฒนาของประเทศไทย และจะนำมาซึ่งโอกาสใหม่ ๆ สำหรับความร่วมมือจีน–ไทย ทั้งในด้านการค้า การลงทุน และการพัฒนาอุตสาหกรรม ในมุมของความสัมพันธ์ทวิภาคี จีนมองประเทศไทยไม่เพียงในฐานะหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ แต่เป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ในภูมิภาค จีนและไทยเป็นมิตรประเทศที่มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นยาวนาน จีนพร้อมแบ่งปันโอกาสการพัฒนา และยินดีทำงานร่วมกับไทยในการเสริมสร้างเสถียรภาพของห่วงโซ่อุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทาน เพื่อสร้างการเติบโตที่สมดุลและยั่งยืนให้กับภูมิภาค” เอกอัครราชทูต จาง เจี้ยนเว่ย กล่าว

    ด้าน นายอรัญ เอี่ยมสุรีย์ ประธานกรรมการบริหารสถาบันวิทยาการผู้นำไทย–จีน กล่าวถึงบทบาทของ วทจ. ว่า วทจ. เป็นหลักสูตรเชิงยุทธศาสตร์ที่ตอบโจทย์โลกยุคใหม่  ไม่ใช่หลักสูตรที่สอนให้รู้จีนแบบผิวเผิน แต่เป็นหลักสูตรที่สร้างผู้นำซึ่งเข้าใจจีนอย่างรอบด้าน ทั้งเชิงนโยบาย เศรษฐกิจ เทคโนโลยี และโครงสร้างอำนาจ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในวันที่จีนมีบทบาทกำหนดทิศทางเศรษฐกิจโลกมากขึ้น การเดินหน้าหลักสูตรอย่างต่อเนื่องตลอด 7 รุ่นที่ผ่านมา สะท้อนว่าประเด็นจีนไม่เคยหยุดนิ่ง ขณะที่บริบทโลกเปลี่ยนเร็วเกินกว่าหลักสูตรแบบเดิมจะตามทัน วทจ. รุ่นที่ 8 ถูกออกแบบมาโดยตรงเพื่อรับมือกับสงครามการค้า การเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจจีน และความท้าทายของผู้ประกอบการไทยยุคใหม่ เราไม่ได้มุ่งให้ผู้เรียน ‘รู้มากขึ้น’ อย่างเดียว แต่ต้อง ‘คิดเป็น ตัดสินใจเป็น และเชื่อมโยงเครือข่ายได้จริง’

    สำหรับหลักสูตร วทจ. รุ่นที่ 8 เนื้อหาถูกออกแบบให้สอดรับกับโลกเศรษฐกิจที่ผันผวน ครอบคลุมตั้งแต่ยุทธศาสตร์การพัฒนาจีน โครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ การค้า การลงทุน เทคโนโลยี และบทบาทของจีนในเวทีโลก ควบคู่กับการแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญระดับนโยบาย นักธุรกิจ และการศึกษาดูงานจริงในประเทศจีน เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้จริง

    ในวันที่จีนยังคงเป็นทั้ง “โอกาส” และ “ความท้าทาย” ของไทย หลักสูตรวิทยาการผู้นำไทย – จีน รุ่นที่ 8 จึงไม่ใช่เพียงพื้นที่การเรียนรู้ แต่เป็นเวทีสำคัญในการเตรียมผู้นำไทยให้พร้อมรับมือกับโลกเศรษฐกิจใหม่ และไม่ตกขบวนท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/likesara/945539&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2X9797eZUelQWaIEGkLTaL

  • พรรคไทยก้าวใหม่ จัดทัพคาราวานหาเสียงโค้งสุดท้าย ชูการศึกษาเปลี่ยนประเทศ

    พรรคไทยก้าวใหม่ จัดทัพคาราวานหาเสียงโค้งสุดท้าย ชูการศึกษาเปลี่ยนประเทศ

    ดร.เอ้-ดร.คุณหญิงกัลยา-ก้องเกียรติ จัดคาราวานแห่ขบวนหาเสียงโค้งสุดท้าย ชูการศึกษาเปลี่ยนแปลงประเทศ วอนหยุดความเคยชิน ความเชื่อเดิมๆ มั่นใจว่าการศึกษาจะเปลี่ยนแปลงประเทศไทย เพื่อให้ไทยกลับมายืนหนึ่งในอาเซียน เลือกพรรคไทยก้าวใหม่เบอร์ 49

    วันที่ 7 ก.พ. 2569 “พรรคไทยก้าวใหม่” เบอร์ 49 ถือฤกษ์ดี 06:49 น. จัดคาราวานหาเสียงโค้งสุดท้าย ภายใต้แนวความคิด “ถึงเวลาเปลี่ยน “ทางตัน” ให้กลายเป็น “เส้นทางอนาคต”” พร้อมจัดขบวนรถ 12 คัน 12 ขบวนแห่ทั่วกรุงเทพมหานคร

    นำโดย ดร.เอ้ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและประธานพรรคไทยก้าวใหม่ นายก้องเกียรติ กรสูตร เลขาธิการพรรคไทยก้าวใหม่ พร้อมคณะผู้บริหารพรรคไทยก้าวใหม่ ร่วมคาราวานหาเสียงโค้งสุดท้ายทั่วกรุงเทพมหานคร

    โดย แม่ทัพขบวนหลัก 3 ขบวน คือ ดร.เอ้ สุชัชวีร์ คุณหญิงกัลยา และ นายก้องเกียรติ เคลื่อนขบวนคาราวาน เพื่อขอให้ประชาชนเลือกเบอร์ 49 โดยขบวนจะแห่ไปตามเส้นทางดังนี้

    ขบวนที่ 1 ดร.เอ้ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ เริ่มต้นปล่อยขบวนแห่ออกจากที่ทำการพรรคไทยก้าวใหม่ ถนนวิภาวดี ไปอนุสาวรีย์ชัย ฯ – ถนนราชเทวี – แพลทินัม – อโศก – G Tower พระราม 9 – ดินแดง – หลักสี่ – ศูนย์ราชการ ฯ – คลองประปา – มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ – แยกพงษ์เพชร – เกษตรแฟร์

    ขบวนที่ 2 ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และ ประธานพรรคไทยก้าวใหม่ เริ่มต้นปล่อยขบวนแห่ออกจากที่ทำการพรรคไทยก้าวใหม่ ถนนวิภาวดี เข้าสู่จตุจักร – อ.ต.ก. – รพ.วิชัยยุทธ – รพ.รามา – หัวลำโพง – เข้าสู่ถนนสี่พระยา – สีลม – สาทร – สวนลุมฯ – ถนนวิทยุ – อนุสาวรีย์ชัย – สนามเป้า – เกษตรแฟร์

    ขบวนที่ 3 นายก้องเกียรติ กรสูตร เลขาธิการพรรคไทยก้าวใหม่ เริ่มต้นปล่อยขบวนออกจากที่ทำการพรรคไทยก้าวใหม่ ถนนวิภาวดี – แยกวงศ์สว่าง – สะพานพระราม 7 – ถนนจรัญสนิทวงศ์ – แยกบางพลัด – โรงพยาบาลสัตว์ตลิ่งชัน – ถนนราชพฤกษ์ – The Circle – ถนนเพชรเกษม – วงเวียนใหญ่ – วงเวียนพระราม 5 – แยกแคราย – เกษตรแฟร์

    ดร.เอ้ สุชัชวีร์ กล่าวว่าคาราวานหาเสียงโค้งสุดท้าย ภายใต้แนวคิด “ถึงเวลาเปลี่ยนทางตัน ให้กลายเป็น “เส้นทางอนาคต”” คือความหวังของคนไทยที่จะเปลี่ยนแปลงให้ประเทศก้าวไปข้างหน้า ถึงเวลาแล้วที่คนไทยจะเลิกอยู่กับความคุ้นชินเดิมๆ หยุดความคิดเดิมๆ เลือกแบบเดิมๆ ขอให้ทุกคนเชื่อมั่นในตัวเรา เชื่อมั่นในพรรคไทยก้าวใหม่ เบอร์ 49 มั่นใจว่าการศึกษาจะนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น พรรคไทยก้าวใหม่จะยกระดับทางการศึกษา พาประเทศกลับมายืนหนึ่งในอาเซียน ด้วยการเมืองที่สร้างสรรค์

    ขณะที่ ดร.คุณหญิงกัลยา กล่าวว่านาทีสุดท้ายของการเปลี่ยนแปลงประเทศทุกท่านไม่ต้องลังเลใจที่จะเลือกพรรคไทยก้าวใหม่เบอร์ 49 เชื่อมั่นว่านโยบายการศึกษาการสร้างทุนมนุษย์ นำพาการศึกษาให้ประเทศไทยลูกหลานไทยเรียนรู้เทคโนโลยีอย่างมีความสุข และเรียนให้สนุก พร้อมย้ำว่าพรรคไทยก้าวใหม่ เบอร์ 49 จะสนับสนุนนโยบายการศึกษาเพื่อให้การศึกษาไทยกลับมายืนหนึ่งในอาเซียน.

    นายก้องเกียรติ กล่าวย้ำว่าถึงเวลาของการเปลี่ยนแปลงประเทศไทย ขอทุกคะแนนเสียงให้โอกาสพรรคไทยก้าวใหม่เบอร์ 49 วอนหยุดคิดแบบเดิมๆ หยุดความคุ้นชินเดิมๆ ที่เคยเลือกเคยทำ เชื่อมั่นการศึกษาคือพื้นฐานนำพาประเทศไปสู่ก้าวใหม่ที่ก้าวหน้ากว่าเดิม

    ช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้ง ดร.เอ้ ขอให้พี่น้องประชาชนเลือกพรรคไทยก้าวใหม่ เบอร์ 49 เพื่อผลักดันวาระการศึกษาและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของครอบครัวในระยะยาว “ถึงเวลาเปลี่ยน “ทางตัน” ให้กลายเป็น “เส้นทางอนาคต””

    8 ก.พ.69 ขอโอกาสในช่วงโค้งสุดท้ายเลือกพรรคไทยก้าวใหม่เบอร์ 49 เพื่อมอบอนาคตที่ดีกว่าให้ลูกหลาน และประเทศไทย ด้วยนโยบายด้านการศึกษาที่ทำได้จริง และทำได้ทันที.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2912686&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0VOnbDWVzEXi9aHPoYuazA

  • พรรคไทยก้าวใหม่จัดคาราวานแห่ขบวนหาเสียงโค้งสุดท้าย ลั่นถึงเวลาแล้วที่คนไทยจะเลิกอยู่กับความคุ้นชินเดิม ๆ

    พรรคไทยก้าวใหม่จัดคาราวานแห่ขบวนหาเสียงโค้งสุดท้าย ลั่นถึงเวลาแล้วที่คนไทยจะเลิกอยู่กับความคุ้นชินเดิม ๆ

    (7ก.พ.69) เวลา 06.49 น. “พรรคไทยก้าวใหม่” จัดคาราวานหาเสียงโค้งสุดท้าย ภายใต้แนวความคิด “ ถึงเวลาเปลี่ยน “ทางตัน” ให้กลายเป็น “เส้นทางอนาคต” พร้อมจัดขบวนรถ 12 คัน 12 ขบวนแห่ทั่วกรุงเทพมหานคร นำโดย ดร.เอ้ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและประธานพรรคไทยก้าวใหม่ นายก้องเกียรติ กรสูตร เลขาธิการพรรคไทยก้าวใหม่ พร้อมคณะผู้บริหารพรรคไทยก้าวใหม่ ร่วมคาราวานหาเสียงโค้งสุดท้ายทั่วกรุงเทพมหานคร  

    ดร.เอ้ สุชัชวีร์ กล่าวว่า คาราวานหาเสียงโค้งสุดท้าย ภายใต้แนวคิดถึงเวลาเปลี่ยนทางตันให้กลายเป็นเส้นทางอนาคตคือความหวังของคนไทยที่จะเปลี่ยนแปลงให้ประเทศก้าวไปข้างหน้า ถึงเวลาแล้วที่คนไทยจะเลิกอยู่กับความคุ้นชินเดิมๆ หยุดกับคิดเดิมๆ เลือกแบบเดิมๆ ขอให้ทุกคนเชื่อมั่นในตัวเรา เชื่อมั่นในพรรคไทยก้าวใหม่มั่นใจว่าการศึกษาจะนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น พรรคไทยก้าวใหม่จะยกระดับทางการศึกษาพาประเทศกลับมายืนหนึ่งในอาเซียนด้วยการเมืองที่สร้างสรรค์ 

    ขณะที่ ดร.คุณหญิงกัลยา กล่าวว่า นาทีสุดท้ายของการเปลี่ยนแปลงประเทศทุกท่านไม่ต้องลังเลใจที่จะเลือกพรรคไทยก้าวใหม่เชื่อมั่นว่านโยบายการศึกษาการสร้างทุนมนุษย์ นำพาการศึกษาให้ประเทศไทยลูกหลานไทยเรียนรู้เทคโนโลยีอย่างมีความสุขและเรียนให้สนุก พรรคไทยก้าวใหม่จะสนับสนุนนโยบายการศึกษาเพื่อให้การศึกษาไทยกลับมายืนหนึ่งในอาเซียน 

    #ข่าวเวิร์คพอยท์23

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://workpointnews.com/news/politics/NFEhXcHEV&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Ey47Fj8kyhRm5tP3XAHMW

  • อยุธยาจัดงาน ‘วันมวยไทย’ เทิดพระเกียรติ ‘พระเจ้าเสือ’ สืบสานมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม | เดลินิวส์

    อยุธยาจัดงาน ‘วันมวยไทย’ เทิดพระเกียรติ ‘พระเจ้าเสือ’ สืบสานมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 7 ก.พ.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาคมกีฬามวยพระเจ้าเสือ ร่วมกับ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จัดงาน “วันมวยไทย” เทิดพระเกียรติพระเจ้าเสือ พร้อมมหกรรมศิลปะมวยไทยนานาชาติ ครั้งที่ 6 ประจำปี  2569  ตั้งแต่วันที่ 4-9 ก.พ. ที่ วัดตึก และบริเวณ ศาลากลางหลังเก่า จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยในวันที่ 6 ก.พ. ได้จัดให้มีพิธี ไหว้ครูมวยไทย น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระสรรเพชรที่  8 (พระเจ้าเสือ) พระมหากษัตริย์ผู้ทรงอุปถัมภ์ศิลปะมวยไทย  โดยมีนางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรมเป็นประธานในพิธี มีนางพุทธิพร พลอยผักแว่น รองผวจ.พระนครศรีอยุธยา นายธนกฤต กิตติธรรมกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และนางสาวรินทร์ปภัส เหิกขุนทด วัฒนธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ให้การต้อนรับ

    ภายในงานมีพิธีไหว้ครู และครอบครู เชิดชูครูมวยไทย การรำมวยไทย และแข่งขันชกมวย การจัดงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสืบสานมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ถ่ายทอดศิลปะมวยไทยจากครูสู่ศิษย์ พร้อมผลักดันมวยไทยในฐานะมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ สู่การยอมรับในระดับนานาชาติ ควบคู่การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งพิธีไหว้ครูมวยไทย เทิดพระเกียรติสมเด็จพระสรรเพชรที่ 8 (พระเจ้าเสือ) มีนักมวยทั้งชาวไทยและต่างชาติ กว่า 300 คน 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5578655/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1rQN5AzxHPVs54iYUPPHll

  • ปักหมุด 5 จุดหมายปลายทางสกีปี 2026 จากญี่ปุ่นถึงนิวซีแลนด์ ที่สายลุยห้ามพลาด

    ปักหมุด 5 จุดหมายปลายทางสกีปี 2026 จากญี่ปุ่นถึงนิวซีแลนด์ ที่สายลุยห้ามพลาด

    วางแผนเที่ยวสกีปี 2026 กับ 5 จุดหมายปลายทางระดับโลก ตั้งแต่ปีศาจน้ำแข็งที่ยามากาตะ ญี่ปุ่น ไปจนถึงสกีภูเขาไฟที่นิวซีแลนด์ พร้อมคำแนะนำที่พักติดลานสกีจาก Booking.com

    เปิดลิสต์ 5 จุดหมายปลายทางสกีปี 2026 สัมผัสหิมะนุ่มฟู วิวสวยสะกดวิญญาณ

    เมื่อลมหนาวพัดมา กิจกรรมที่หลายคนถวิลหาคงหนีไม่พ้นการ “เล่นสกี” ท่ามกลางหิมะสีขาวโพลน ล่าสุด Booking.com ได้เผย 5 พิกัดในฝันสำหรับนักเดินทางที่ชื่นชอบความตื่นเต้นและธรรมชาติอันงดงาม เพื่อต้อนรับปี 2026 

    1. ยามากาตะ, ประเทศญี่ปุ่น: ตะลุยหิมะกับ “ปีศาจน้ำแข็ง”

    ยามากาตะเป็นสวรรค์ที่ซ่อนตัวอยู่ เหมาะทั้งมือใหม่และมือโปร ไฮไลต์สำคัญคือ “จุเฮียว” (Juhyo) หรือปีศาจน้ำแข็ง ซึ่งเป็นต้นสนที่ถูกน้ำแข็งและหิมะปกคลุมจนเกิดรูปทรงแปลกตา 

    • ช่วงเวลาแนะนำ: ปลายเดือนธันวาคมถึงต้นเดือนมีนาคม 
    • ที่พักแนะนำ: Unite Zao Jonida Resort อยู่ใกล้ลานสกีเพียง 8 นาที มีออนเซ็นให้ผ่อนคลายหลังจบวัน 

    2. พยองชาง, ประเทศเกาหลีใต้: ตามรอยโอลิมปิกฤดูหนาว

    เมืองที่เคยเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกปี 2018 แห่งนี้โดดเด่นด้วยระบบกระเช้าลอยฟ้าที่ทันสมัยและหิมะที่ตกสม่ำเสมอ นอกจากสกีแล้ว ยังมีวัดวอลจองซาอายุกว่าร้อยปีให้สายวัฒนธรรมได้เที่ยวชม 

    • ที่พักแนะนำ: Holiday Inn Resort Alpensia Pyeongchang มีทางเข้าลานสกีได้โดยตรงจากที่พัก (Ski-in/Ski-out) สะดวกสบายสำหรับครอบครัว 

    3. มะนาลี, ประเทศอินเดีย: มนต์เสน่ห์เทือกเขาหิมะหิมาลัย

    หุบเขาโซลังในมะนาลีจะกลายเป็นพื้นที่สีขาวโพลนในช่วงเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ เหมาะสำหรับการเล่นสกีและสโนว์โมบิล โดยมีฉากหลังเป็นเทือกเขาหิมาลัยอันยิ่งใหญ่ 

    • ที่พักแนะนำ: Welcomhotel by ITC Hotels, Hamsa Manali ตั้งอยู่ใกล้หุบเขาโซลัง พร้อมวิวป่าสนและภูเขาหิมะจากหน้าต่างห้องพัก 

    4. เทรดโบ, ประเทศออสเตรเลีย: สกีสุดท้าทายบนเส้นทางที่ยาวที่สุด

    หากมองหาความต่าง เทรดโบมีเส้นทางสกี “Supertrail” ที่ยาวที่สุดในออสเตรเลีย และยังมีรถรางเลื่อนบนภูเขาที่สร้างความเร้าใจท่ามกลางบรรยากาศเทือกเขาแอลป์ 

    • ที่พักแนะนำ: Thredbo Alpine Hotel ตั้งอยู่ใกล้สกีลิฟต์เพียงไม่กี่ก้าว ตกแต่งสไตล์ลอดจ์พร้อมเตาผิงสุดอบอุ่น 

    5. ภูเขารัวเปฮู, ประเทศนิวซีแลนด์: สกีบนพื้นที่ภูเขาไฟ

    สัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่บนเกาะเหนือของนิวซีแลนด์ กับพื้นที่เล่นสกี Whakapapa และ Tūroa ที่ตั้งอยู่บนภูมิประเทศซึ่งเกิดจากลาวา นอกจากนี้ยังมีอุทยานแห่งชาติดองการิโรที่ได้รับการรับรองระดับโลก 

    • ที่พักแนะนำ: Skotel Alpine Resort โรงแรมที่ตั้งอยู่สูงที่สุดในนิวซีแลนด์ มอบทัศนียภาพกว้างไกลของยอดภูเขาไฟ 

    ปี 2026 นี้ ไม่ว่าคุณจะเป็นนักสกีสายลุย หรือนักท่องเที่ยวที่ต้องการไปสัมผัสบรรยากาศความหนาวเย็นและวัฒนธรรมท้องถิ่น ทั้ง 5 จุดหมายปลายทางนี้ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การเดินทางอย่างแน่นอน เตรียมตัววางแผนและจองที่พักล่วงหน้าเพื่อให้ทริปในฝันของคุณสมบูรณ์แบบที่สุด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2912731&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2WCbAVNZFzimnoZvnP0RKA

  • “กรุงเทพฯ” ติด Top 3 จุดหมายยอดนิยมเอเชีย รับตรุษจีน 2569

    “กรุงเทพฯ” ติด Top 3 จุดหมายยอดนิยมเอเชีย รับตรุษจีน 2569

    อโกด้า แพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการท่องเที่ยว เปิดเผยข้อมูลความนิยมด้านการเดินทางช่วงเทศกาลตรุษจีนปี 2569 พบว่า กรุงเทพมหานครครองอันดับ 2 จุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวต่างชาติในเอเชีย ขณะที่การท่องเที่ยวภายในประเทศ กรุงเทพฯ ยังครองอันดับ 1 ในใจนักเดินทางชาวไทยอย่างต่อเนื่อง

    ขณะเดียวกัน โตเกียว เป็นจุดหมายปลายทางอันดับ 1 สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยที่วางแผนเดินทางไปต่างประเทศในช่วงตรุษจีนปีนี้ ส่วนในมุมของตลาดจีนแผ่นดินใหญ่ ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นจุดหมายปลายทางอันดับ 1 แซงหน้าญี่ปุ่น

    อโกด้า
    “กรุงเทพฯ” ติด Top 3 จุดหมายยอดนิยมเอเชีย รับตรุษจีน 2569

    สะท้อนการฟื้นตัวของความเชื่อมั่นและความนิยมเดินทางเข้าประเทศไทยอย่างชัดเจน

    อโกด้าระบุว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยช่วงตรุษจีนปีนี้ ส่วนใหญ่มาจาก จีน มาเลเซีย และเกาหลีใต้ โดย กรุงเทพฯ ภูเก็ต และพัทยา เป็น 3 จุดหมายหลัก ซึ่งพัทยาขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 3 แทนหาดใหญ่ สะท้อนความต้องการพักผ่อนริมชายฝั่งควบคู่ความบันเทิงสมัยใหม่

    สำหรับกรุงเทพฯ ยังคงดึงดูดนักท่องเที่ยวด้วยบรรยากาศเฉลิมฉลองยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะถนนเยาวราชที่ประดับโคมไฟสีแดง การเชิดสิงโต ตลาดกลางคืน และการไหว้ขอพรที่วัดมังกรกมลาวาส ขณะที่ภูเก็ตโดดเด่นด้วยเสน่ห์วัฒนธรรมชิโน-โปรตุกีสและกิจกรรมท่องเที่ยวทางทะเล ส่วนพัทยาตอบโจทย์การพักผ่อนริมชายฝั่งที่ผสมผสานวัฒนธรรมกับความบันเทิงได้อย่างลงตัว

    ในด้านการเดินทางภายในประเทศ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ และพัทยา เป็น 3 จุดหมายยอดนิยมของนักท่องเที่ยวชาวไทย โดยเชียงใหม่ขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 2 แทนพัทยา สะท้อนความนิยมเดินทางไปสัมผัสอากาศหนาวและเทศกาลตรุษจีนทางภาคเหนือ ซึ่งมีจุดเด่นทั้งตลาดวโรรส ตรอกเล่าโจ๊ว ขบวนพาเหรดมังกรจากประตูท่าแพ การแสดงวัฒนธรรม และกิจกรรมที่ศาลเจ้าปุงเถ่ากง

    ขณะที่การเดินทางต่างประเทศของคนไทยในช่วงตรุษจีนปีนี้ โตเกียว โอซาก้า และไทเป ครอง 3 อันดับแรก โดยไทเปติดอันดับ Top 3 เป็นครั้งแรก สะท้อนความนิยมท่องเที่ยวระยะใกล้เชิงวัฒนธรรม โดยเฉพาะการไหว้ขอพรที่วัดหลงซาน

    โดยนางสาวอรรคพร รอดคง ผู้อำนวยการประจำประเทศไทยของอโกด้า กล่าวว่า การเข้าสู่ปีม้า ทำให้เทศกาลตรุษจีนปีนี้เป็นช่วงเวลาที่คึกคักสำหรับการท่องเที่ยวทั่วเอเชีย และเป็นเรื่องน่ายินดีที่ประเทศไทย โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ได้รับความนิยมสูงในระดับภูมิภาค ด้วยเสน่ห์ของการผสมผสานวัฒนธรรมดั้งเดิมเข้ากับการเฉลิมฉลองสมัยใหม่อย่างลงตัว พร้อมย้ำว่าอโกด้าพร้อมนำเสนอข้อเสนอด้านที่พัก เที่ยวบิน และกิจกรรม เพื่อให้การเดินทางในช่วงปีใหม่จีนเป็นความทรงจำที่น่าประทับใจ

    ขณะเดียวกัน ข้อมูลภาพรวมของอโกด้าชี้ว่า เมืองยอดนิยมของนักเดินทางทั่วเอเชียช่วงตรุษจีน ได้แก่ โตเกียว กรุงเทพฯ ไทเป โอซาก้า และโซล ตามด้วยฟุกุโอกะ กัวลาลัมเปอร์ ซัปโปโร สิงคโปร์ และฮ่องกง

    ด้าน นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ตรุษจีนปี 2569 ถือเป็นปีพิเศษของประเทศไทย ตรงกับปีม้าทอง และวาระสำคัญของความสัมพันธ์ไทย-จีน ทั้งการครบรอบ 51 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูต และ 22 ปี ความร่วมมือระหว่าง ททท. กับกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวของจีน ภายใต้แนวคิด “จีนไทย ครอบครัวเดียวกัน”

    ททท. จัดงานหลัก 2 พื้นที่ ได้แก่
    1. Amazing Thailand Happy Chinese New Year 2026 ที่กรุงเทพฯ จัดกิจกรรมประดับไฟบนถนนเยาวราช ภายใต้แนวคิด “Ride the Fortune, Share the Future” ระหว่างวันที่ 7 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2569 และงานเทศกาลหลักที่สยามพารากอน วันที่ 14–18 กุมภาพันธ์ 2569
    2. Amazing Thailand Chinese New Year 2026 @ Hat Yai วันที่ 17–20 กุมภาพันธ์ 2569 เติมสีสันเมืองหาดใหญ่ด้วยการแสดงจากจีน การเชิดสิงโต และการประดับไฟยามค่ำคืน

    นอกจากนี้ ททท. ยังสนับสนุนงานตรุษจีนในภูมิภาค อาทิ ประเพณีแห่เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ปากน้ำโพ จังหวัดนครสวรรค์ และงานตรุษจีนสุพรรณบุรี ณ อุทยานมังกรสวรรค์ พร้อมผนึกพันธมิตรภาคเอกชนร่วมกระตุ้นการเดินทางทั่วประเทศ

    ททท. คาดการณ์ว่า ช่วงเทศกาลตรุษจีนปี 2569 (13–22 กุมภาพันธ์) จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศประมาณ 1.25 ล้านคน เพิ่มขึ้น 10% นักท่องเที่ยวชาวจีนราว 241,000 คน และการเดินทางท่องเที่ยวของคนไทย 2.30 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 3% สร้างรายได้รวมกว่า 42,230 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% เมื่อเทียบกับปีก่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/wealth/economic/267900&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3edx0HSDASJM_tRyFKntce

  • สกร. เร่งดูแล นศ. เข้าค่ายถูกอนาจาร ประสาน ตร. สอบเต็มที่ ยกระดับเข้มทุกกิจกรรม | เดลินิวส์

    สกร. เร่งดูแล นศ. เข้าค่ายถูกอนาจาร ประสาน ตร. สอบเต็มที่ ยกระดับเข้มทุกกิจกรรม | เดลินิวส์

    กรณีนักศึกษา สกร. ถูกล่วงละเมิดในลักษณะลวนลามอนาจาร ระหว่างการเข้าค่าย ณ จังหวัดนครราชสีมา ตามที่ปรากฏเป็นข่าว นั้น

    เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว เมื่อวันที่ 7 ก.พ. 69 ทาง กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและขอส่งกำลังใจไปยังนักศึกษาผู้เสียหายและครอบครัว พร้อมยืนยันว่า สกร. ให้ความสำคัญสูงสุดต่อความปลอดภัย สิทธิ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้เรียนทุกคน โดยได้เร่งดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างรอบด้านเพื่อมิให้เกิดกรณีเช่นนี้ขึ้นอีก และจะดำเนินการเรื่องนี้ด้วยความโปร่งใส และขณะนี้ได้ประสานทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและเป็นธรรมแก่ผู้เสียหาย โดย สกร. พร้อมสนับสนุนข้อมูลและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเต็มที่ เพื่อเร่งติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด และได้เสริมสร้างความเข้มงวดของมาตรการคุ้มครองผู้เรียนให้รัดกุมยิ่งขึ้น

    ขณะเดียวกัน อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ได้ส่งทีมงานลงพื้นที่โดยเร่งด่วน นำโดย นางสาวเขนย นามชุ่ม ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาระบบบริหาร สกร. ซึ่งเป็นผู้มีความรู้และประสบการณ์ด้านกฎหมายโดยตรง เพื่อเข้าดูแล ติดตามสถานการณ์ และประสานการดำเนินงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด พร้อมสนับสนุนการให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายในทุกมิติอย่างเหมาะสม โดยได้จัดให้ครูและเจ้าหน้าที่ติดตามดูแลนักศึกษาผู้เสียหายอย่างใกล้ชิด พร้อมประสานผู้ปกครองเพื่อการดูแลอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเตรียมการสนับสนุนด้านจิตวิทยาและการฟื้นฟูสภาพจิตใจเพื่อให้ผู้เสียหายสามารถกลับสู่ภาวะปกติได้โดยเร็ว

    นอกจากนี้ สกร. ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยเร่งด่วน โดยเน้นตรวจสอบมาตรการรักษาความปลอดภัยของสถานที่จัดกิจกรรม ระบบการกำกับดูแลของผู้ควบคุมค่าย ตลอดจนช่องว่างของระบบป้องกัน เพื่อกำหนดมาตรการเชิงรุกและยกระดับความเข้มงวดด้านความปลอดภัยให้ครอบคลุมทุกกิจกรรมของ สกร. ทั่วประเทศ
     
    กรมส่งเสริมการเรียนรู้ยืนยันว่า หากตรวจสอบพบว่าผู้กระทำผิดเกี่ยวข้องกับนักศึกษา หรือบุคลากรในสังกัด สกร. จะดำเนินการทางวินัยขั้นสูงสุดอย่างเด็ดขาด ควบคู่กับการดำเนินคดีอาญาโดยไม่มีข้อยกเว้น พร้อมรายงานความคืบหน้าให้กระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบอย่างต่อเนื่อง

    กรมส่งเสริมการเรียนรู้ขอยืนยันเจตนารมณ์ในการยืนหยัดปกป้องสิทธิ ความปลอดภัย และศักดิ์ศรีของผู้เรียนทุกคน และจะเร่งยกระดับมาตรการป้องกันเหตุรุนแรงทุกรูปแบบให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อเสริมความเชื่อมั่นให้ผู้เรียน ผู้ปกครอง และสังคมว่า ทุกกิจกรรมของ สกร. จะได้รับการดูแลด้วยมาตรการคุ้มครองที่รัดกุม รอบด้าน และเหมาะสมยิ่งขึ้น.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5577497/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2izGM_9dK4Oqbjt4BZUYl5

  • “ไทยก้าวใหม่” ปูพรม LED 39 จุดทั่วกรุง ย้ำนโยบาย “เรียนฟรีถึง ป.เอก” หวังปลดภาระพ่อแม่ไทยในโค้งสุดท้าย

    “ไทยก้าวใหม่” ปูพรม LED 39 จุดทั่วกรุง ย้ำนโยบาย “เรียนฟรีถึง ป.เอก” หวังปลดภาระพ่อแม่ไทยในโค้งสุดท้าย

    โค้งสุดท้าย “ไทยก้าวใหม่” เดินหน้าจัดเต็ม ขึ้นจอ LED–บิลบอร์ด ทั่วประเทศ และ 39 จุดในกทม. ตอกย้ำบัตรสีชมพู เบอร์ 49 ชูสโลแกน “ก้าวใหม่ให้ไทยสตรอง” ดันนโยบายเรือธง “เปลี่ยนการศึกษาไทย” เป็นคำตอบอนาคตประเทศ

    วันที่ 6 ก.พ.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการหาเสียงของ พรรคไทยก้าวใหม่ ในช่วงโค้งสุดท้ายเป็นไปอย่างเข้มข้น โดยพรรคได้เดินหน้าใช้กลยุทธ์การสื่อสารครบทุกมิติ ทั้งการลงพื้นที่พบประชาชน การสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดียของพรรค และการโฆษณาผ่านจอ LED และจอดิจิทัลบิลบอร์ดในพื้นที่สำคัญทั่วกรุงเทพมหานครและหลายจังหวัดทั่วประเทศ

    โดยพรรคได้ขึ้นจอ LED และบิลบอร์ดดิจิทัล รวม 39 จุดทั่วกรุงเทพฯ ตอกย้ำหมายเลขพรรค บัตรสีชมพู เบอร์ 49 พร้อมสโลแกน “เลือกเบอร์ 49 พรรคไทยก้าวใหม่ ก้าวใหม่ให้ไทยสตรอง” และชูนโยบายหลัก “เปลี่ยนการศึกษาไทย” เป็นหัวใจสำคัญในการสื่อสารกับประชาชนช่วงก่อนวันเลือกตั้ง

    การสื่อสารผ่านจอ LED ครั้งนี้ เน้นพื้นที่เศรษฐกิจ ย่านธุรกิจ แยกสำคัญ และเส้นทางคมนาคมหลัก เพื่อให้เข้าถึงประชาชนในวงกว้าง สะท้อนความพยายามของพรรคในการเร่งสร้างการจดจำหมายเลขพรรคและแนวนโยบายหลักในช่วงเวลาสำคัญที่สุดของการตัดสินใจทางการเมือง

    สำหรับ จอ LED และดิจิทัลบิลบอร์ดของพรรคไทยก้าวใหม่ทั้ง 39 จุดในกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย1.ทางด่วนเฉลิมมหานคร ท่าเรือ–บางนา 2.ทางด่วนเฉลิมมหานคร เลียบทางด่วนพระราม 4–บ่อนไก่ 3.สามเหลี่ยมดินแดง 4.อโศก–สุขุมวิท 5.รัชดาภิเษก (ห้วยขวาง) 6.สาทร 7.QNSCC–พระราม 4 คลองเตย 08.สุขุมวิท–King & I 9.อโศก–เพชรบุรี 10.ทองหล่อ 11.อโศก–สุขุมวิท 2 12. แยกรัชดาภิเษก–อโศก (FORTUNE) 13.RCA มุ่งหน้าสนามบินสุวรรณภูมิ 4.BALCONY 15.แยกมิตรสัมพันธ์ 16.ดินแดง–อนุเสาวรีย์ 17.สามแยกคลองเตย 18.เชิงสะพานอโศก มุ่งหน้ารัชดาภิเษก 19.ยมราช 20.สะพานไทย–เบลเยี่ยม 21.ทางลงทางด่วนอนุเสาวรีย์ฯ 22.ถนนเยาวราช

    23.ทางลงทางด่วนสีลม 24.อาคารเสริมมิตร อโศก 25. พระราม 4 สะพานไทย–ญี่ปุ่น 26.รับรถจากพระราม 4 มุ่งหน้าคลองเตย (A) 27.อาคารย่านประตูน้ำ ด้าน A (ขาออก) 28.ตึก MD Clinic เลียบทางด่วนรามอินทรา 29.เกษตรนวมินทร์ มุ่งหน้าแยกเกษตร (Big Apple) 30.สี่แยกไฟแดงไปมีนบุรี 31.ถนนบรมราชชนนี (ปิ่นเกล้า) 32.ถนนอโศก เยื้องอาคาร GMM Grammy (มศว.) 33. อาคารมีสุข เรสิเดนซ์ (แยกพงษ์เพชร) 34.ถนนพระราม 4 ทางด่วนเชื้อเพลิง แยกไทย–เบลเยี่ยม คลองเตย 35.สี่แยก อสมท. หน้า C ดินแดง มุ่งหน้ารามคำแหง 36.ถนนพัฒนาการ ซอย 22 37.อาคารจัสมินซิตี้ ถนนสุขุมวิท 23 38.สี่แยกสะพานเหลือง ถนนพระราม 4 39.สี่แยกเจริญผล ถนนพระราม 1 (บรรทัดทอง)

    ทั้งนี้ พรรคไทยก้าวใหม่ย้ำว่า การสื่อสารเชิงรุกในช่วงโค้งสุดท้าย มีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนเห็นภาพชัดเจนถึงจุดยืนและแนวนโยบายของพรรค โดยเฉพาะการปฏิรูปและยกระดับ การศึกษาไทย ซึ่งพรรคมองว่าเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำ และผลักดันประเทศให้ “ก้าวใหม่” อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/politics/national-politics/127804&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0OQ4wVGyfBAcaTU9JIuZ1c

  • ทรัมป์เซ็นคำสั่งเก็บภาษีสูงสุด 25% กับประเทศที่ค้าขายกับอิหร่าน : อินโฟเควสท์

    ทรัมป์เซ็นคำสั่งเก็บภาษีสูงสุด 25% กับประเทศที่ค้าขายกับอิหร่าน : อินโฟเควสท์

    ทำเนียบขาวเปิดเผยว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารในวันศุกร์ (6 ก.พ.) เพื่อยืนยันสถานการณ์ฉุกเฉินระดับชาติที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านอีกครั้ง พร้อมจัดตั้งกลไกใหม่สำหรับการเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมจากประเทศที่ยังคงมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับอิหร่าน

    ภายใต้คำสั่งดังกล่าวนับตั้งแต่วันที่คำสั่งมีผลบังคับใช้นั้น สหรัฐฯ สามารถเรียกเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติมในรูปแบบภาษีตามมูลค่า เช่น สูงสุดไม่เกิน 25% ต่อสินค้าที่นำเข้าสู่สหรัฐฯ จากประเทศใดก็ตามที่มีการซื้อ นำเข้า หรือได้มาซึ่งสินค้าและบริการจากอิหร่าน ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม โดยมาตรการนี้มีเป้าหมายเพื่อปกป้องความมั่นคงแห่งชาติ นโยบายต่างประเทศ และผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ

    ทำเนียบขาวระบุว่า คำสั่งฝ่ายบริหารฉบับนี้ได้วางระบบที่เปิดทางให้รัฐบาลสหรัฐฯ สามารถใช้มาตรการภาษีกับประเทศที่ยังคงรักษาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับอิหร่าน พร้อมให้อำนาจประธานาธิบดีในการปรับเปลี่ยนหรือแก้ไขมาตรการดังกล่าว หากสถานการณ์มีการตอบโต้กลับ หรือหากอิหร่านหรือประเทศที่ได้รับผลกระทบดำเนินมาตรการสำคัญเพื่อปรับท่าทีให้สอดคล้องกับสหรัฐฯ ในด้านความมั่นคง นโยบายต่างประเทศ และเศรษฐกิจ

    นอกจากนี้ คำสั่งฝ่ายบริหารยังมอบอำนาจให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ดำเนินการที่จำเป็นทั้งหมด รวมถึงการออกกฎระเบียบและแนวปฏิบัติ เพื่อบังคับใช้ระบบภาษีและมาตรการที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นทางการ

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (07 ก.พ. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/567275&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Lrs3U3RqnZl48mCN9UxFR