Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • “นิด้าโพล” เปิดผลทำนายเลือกตั้ง 2569 ล่าสุด “พรรคภูมิใจไทย” อันดับ 1 พุ่ง 140-150 สส. คนส่วนใหญ่เห็นชอบประชามติ “รธน.ฉบับใหม่” | TOPNEWS

    “นิด้าโพล” เปิดผลทำนายเลือกตั้ง 2569 ล่าสุด “พรรคภูมิใจไทย” อันดับ 1 พุ่ง 140-150 สส. คนส่วนใหญ่เห็นชอบประชามติ “รธน.ฉบับใหม่” | TOPNEWS

    8 ก.พ.2569 ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) คาดการณ์ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) 2569 ประกอบด้วยวิธีการ คือ 1.เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยทำการสำรวจระหว่างวันที่ 31 มกราคม – 6 กุมภาพันธ์ 2569

    จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้ง กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 3,000 หน่วยตัวอย่าง การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล”

    สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) โดยกำหนดค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0 และ 2. การวิเคราะห์สื่อ (Media Analysis) และการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ทางการเมือง โดยใช้ผลการสำรวจ (โพล) ประกอบการวิเคราะห์ เพื่อคาดการณ์จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) รวมแบบแบ่งเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมือง ผลการวิเคราะห์ค้นพบ ดังนี้

    1.ถ้าวันนี้เป็นวันเลือกตั้ง ท่านจะเลือก สส. แบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคการเมืองใด พบว่า

    อันดับ 1 พรรคประชาชน ร้อยละ 37.17 คาดการณ์จำนวน 32-37 ที่นั่ง
    อันดับ 2 พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 19.27 คาดการณ์จำนวน 18-19 ที่นั่ง
    อันดับ 3 พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 18.03 คาดการณ์จำนวน 17-18 ที่นั่ง
    อันดับ 4 พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 13.90 คาดการณ์จำนวน 12-13 ที่นั่ง

    อันดับ 5 พรรคเศรษฐกิจ ร้อยละ 3.98 คาดการณ์จำนวน 1-3 ที่นั่ง
    อันดับ 6 พรรครวมไทยสร้างชาติ ร้อยละ 1.80 คาดการณ์จำนวน 1 ที่นั่ง
    อันดับ 7 พรรคกล้าธรรม ร้อยละ 1.20 คาดการณ์จำนวน 1 ที่นั่ง
    อันดับ 8 พรรคไทยสร้างไทย พรรคไทยภักดี พรรคพลังประชารัฐและพรรคอื่น ๆ ร้อยละ 4.65 คาดการณ์จำนวน8-19 ที่นั่ง

    2.การคาดการณ์จำนวน สส.รวมแบบแบ่งเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรค พบว่า อันดับ 1 พรรคภูมิใจไทย รวม 140-150 ที่นั่ง
    อันดับ 2 พรรคประชาชน รวม 125 – 135 ที่นั่ง
    อันดับ 3 พรรคเพื่อไทย รวม 110 – 120 ที่นั่ง

    อันดับ 4 พรรคประชาธิปัตย์ รวม 35 – 45 ที่นั่ง
    อันดับ 5 พรรคกล้าธรรม รวม 35 – 45 ที่นั่ง
    อันดับ 6 พรรคพลังประชารัฐ พรรคไทรวมพลังพรรคประชาชาติ พรรคเศรษฐกิจ พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคไทยสร้างไทย พรรคไทยภักดี และพรรคอื่นๆ ไม่เกิน 55 ที่นั่ง

    ส่วนการทำนายผลการเลือกตั้ง สส. กทม. แบบแบ่งเขตเลือกตั้งของ กทม. ทั้ง 33 เขตเลือกตั้ง ระหว่างวันที่ 28 ม.ค.-7 ก.พ.2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งใน กทม. จำนวน 5,389 หน่วยตัวอย่าง พบว่าเลือกพรรคประชาชนทั้ง 33 เขตเลือกตั้ง

    ขณะที่การทำนายผลประชามติ 69 สำรวจความคิดเห็นระหว่างวันที่ 31 ม.ค. – 6 ก.พ.2569 จากประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 2,895 หน่วยตัวอย่าง พบว่า เห็นชอบ 54,68% ไม่เห็นชอบ 31.54% และไม่แสดงความคิดเห็น 13.78%

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1481479&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2hYaz6a9x8tmM5dMFevMQC

  • ‘ประชาชน’ ครองเขตทหารอีกครั้ง ‘ภัสริน’ คะแนนทิ้งห่างคู่แข่ง ในหน่วยเลือกตั้ง สส.กรุงเทพฯ เขต 7

    ‘ประชาชน’ ครองเขตทหารอีกครั้ง ‘ภัสริน’ คะแนนทิ้งห่างคู่แข่ง ในหน่วยเลือกตั้ง สส.กรุงเทพฯ เขต 7

    วันนี้ (8 กุมภาพันธ์ 2569) ที่หน่วยเลือกตั้งศูนย์ราชการกรุงเทพมหานคร (เกียกกาย) แขวงนครชัยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ หรือเขตทหาร ผลการนับคะแนนเมื่อเวลา 18.00 น. ปรากฏว่า กานต์-ภัสริน รามวงศ์ ผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน มีคะแนนนำทิ้งห่าง ลลิตา ฤกษ์สำราญ ผู้สมัคร สส.พรรคภูมิใจไทย

    โดยบรรดาทหารหลายหน่วยต้องย้ายทะเบียนบ้านเข้ามายังเขตนี้ เช่น กองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน, กรมทหารม้าที่ 1 รักษาพระองค์, กองพันทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ และกองพลทหารที่ 1 รักษาพระองค์ ซึ่งในอดีตหน่วยทหารเหล่านี้ถือเป็นกำลังหลักที่ใช้ในการทำรัฐประหาร

    อย่างไรก็ตาม ภัสริน นักการเมืองอายุ 41 ปี อดีต สส.กรุงเทพฯ เขต 7 พรรคก้าวไกล ที่ชนะการเลือกตั้งในปี 2566 ซึ่งมีนโยบายปฏิรูปกองทัพและยกเลิกการเกณฑ์ทหาร โดยชัยชนะในหน่วยทหารครั้งนี้สะท้อนว่า กระแสชาตินิยมจากเหตุปะทะไทย-กัมพูชา ไม่มีผลต่อการตัดสินใจของทหาร

    ทั้งนี้ภัสรินเตรียมพร้อมอภิปรายงบประมาณแผ่นดิน ผลักดันให้รัฐใช้งบประมาณและทรัพยากรรัฐจัดสรรบริการสุขภาพอย่างเป็นธรรม เพื่อให้ชุมชนในพื้นที่ได้รับบริการสุขภาพที่มีคุณภาพ ครอบคลุม และใกล้บ้าน

    พร้อมกับเรียกร้องให้ทบทวนความจำเป็นและความเหมาะสมในกรณีการใช้งบประมาณรัฐและที่ดินบริจาคจัดตั้งโรงพยาบาลนานาชาติของศิริราช (พื้นที่บางโพ รอยต่อเขตบางซื่อ) ซึ่งยังไม่มีแผนรองรับผู้ใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพของรัฐ และคนบางซื่อยังขาดโรงพยาบาลรัฐใกล้บ้าน

    สำหรับประวัติของภัสริน จบการศึกษาปริญญาโท Master of Arts, Applied Anthropology จาก Oregon State University ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเป็นนักมานุษยวิทยา นักวิจัย และอาจารย์พิเศษภาคประชาสังคม ผู้ผลักดันประเด็นสวัสดิการถ้วนหน้า ความเท่าเทียมทางเพศ รวมถึงสนับสนุนให้ตำรวจหญิงมีส่วนร่วมทำคดีล่วงละเมิดทางเพศ

    นอกจากนี้ช่วงนับคะแนนในเขตทหาร เอม-ภูมิภัทร ถาวรศิริ นักแสดงหนุ่ม ได้มาดูการนับคะแนนเสียงที่หน่วยนี้ด้วย โดยเขากล่าวถึงเหตุผลว่า “ชอบทหาร น่ารักน่าชังดี” ก่อนจะไปสมทบกับเพื่อนที่เขตอื่น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://themomentum.co/report-dusit-bangkok-7/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1pYgr2FksKL_IS_n2TwoHT

  • ชนเผ่า ‘มานิ’ ลงเขาเข้าคูหาเลือกตั้ง ฝากรัฐบาลช่วยเหลือเรื่องที่อยู่อาศัย-ที่ทำกินอย่างยั่งยืน

    ชนเผ่า ‘มานิ’ ลงเขาเข้าคูหาเลือกตั้ง ฝากรัฐบาลช่วยเหลือเรื่องที่อยู่อาศัย-ที่ทำกินอย่างยั่งยืน

    (8 ก.พ.69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านวังนาใน หมู่ 10 ต.น้ำผุด อ.ละงู จ.สตูล หน่วยเลือกตั้งที่ 15 เขตเลือกตั้งที่ 2 ที่อาคารประชุมหน่วยพิทักษ์ป่าวังสายทอง ชาวบ้านต่างตื่นตัวมายืนรอใช้สิทธิกันตั้งแต่เช้า เช่นเดียวกับกลุ่มชนเผ่ามานิ ที่อาศัยอยู่บนเทือกเขาบรรทัด ได้เดินทางลงจากเขาเพื่อมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งเช่นกัน โดยมีชาวชนเผ่าที่มีสิทธิ์เลือกตั้งประมาณ 30 คน 

    .

    นายแอ๊ด (สงวนนามสกุล) ชาวชนเผ่ามานิ กล่าวว่า ตนออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งหลายครั้งแล้ว ยอมรับว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ ค่อนข้างที่จะสับสนนิดหน่อย เนื่องจากต้องกาบัตรเลือกตั้งถึง 3 ใบ แต่ก็มั่นใจว่าทำถูกต้องทุกอย่าง สำหรับการที่ตนและพี่น้องชนเผามานิออกมาเลือกตั้ง เพราะต้องการใช้สิทธิพลเมือง ที่มีสิทธิ์เหมือนประชาชนทั่วไป 

    นายแอ๊ด ยังกล่าวอีกว่า เลือกตั้งคราวนี้ตนและทางพี่น้องชนเผ่า อยากให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ช่วยเหลือในเรื่องของที่ดินทำกิน และสนับสนุนอาชีพที่ยั่งยืน นอกจากนี้ยังอยากให้รัฐบาลช่วยในเรื่องของการศึกษา เพราะตอนนี้เด็กๆในชนเผ่ามานิหลายคน เริ่มเข้าเรียนในโรงเรียนและต้องมีค่าใช้จ่าย 

    ด้าน น.ส.นัฐนันท์ โอมเพียร ครูจิตอาสา ผู้ดูแลชนเผ่ามานิ เปิดเผยว่า ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระดับท้องถิ่นหรือระดับประเทศ ชนเผามานิก็จะลงมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งตลอด ถึงแม้เลือกตั้งครั้งมีบัตรเลือกตั้งถึง 3 ใบ ตนเองก็ไม่กังวล เพราะเชื่อว่า ทุกคนสามารถปฏิบัติตามขั้นตอนได้ เนื่องจาก มีประสบการณ์เลือกตั้งมาหลายครั้ง 

    นอกจากนี้ ก่อนหน้านี้ตนก็ได้ให้ความรู้ในเรื่องของระบอบประชาธิปไตย และขั้นตอนการลงคะแนนอย่าละเอียด จึงเชื่อว่าทุกคนสามรถลงคะแนนเสียงเลือกตั้งได้อย่างถูกต้อง 

    สำหรับความต้องการที่พี่น้องชนเผ่ามานิ อยากให้ทางรัฐบาลช่วยเหลือ คือเรื่องของที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน เพราะก่อนหน้านี้กลุ่มชาติพันธุ์มานิ จะย้ายที่ไปเรื่อยๆบนเทือกเขา แต่ตอนนี้มันไม่เป็นเหมือนเมื่อก่อน ชาวมานิส่งลูกเข้าโรงเรียนเพื่อศึกษาหาความรู้ จึงไม่สามารถย้ายพื้นที่ได้ บวกกับในพื้นที่บนเขาเริ่มขาดแคลน จึงอยากให้ทางรัฐบาลสนับสนุนในเรื่องของที่ทำกินอย่างยั่งยืน และเรื่องของการสนับสนุนการเรียนจนจบปริญญาตรีด้วย – ข่าวเวิร์คพอยท์รายงาน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://workpointnews.com/news/special-report/N5lMv0gpp&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3eSfoNW2B_dOJI7KoMA0o5

  • พรรคเศรษฐกิจขอบคุณ 1 ล้านเสียง ลั่นจะทำให้คุ้มค่าที่ไว้วางใจ

    พรรคเศรษฐกิจขอบคุณ 1 ล้านเสียง ลั่นจะทำให้คุ้มค่าที่ไว้วางใจ

    “คริส โปตระนันทน์” แถลงขอบคุณ 1 ล้านเสียง แฉพิรุธเลือกตั้ง จี้ กกต. สอบปมซื้อเสียงกว่า 100 เขต 

    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นายคริส โปตระนันทน์ ประธานพรรคเศรษฐกิจ พร้อมด้วยแกนนำพรรค ร่วมแถลงข่าวขอบคุณทุกคะแนนเสียงจากประชาชนทั่วประเทศที่มอบศรัทธาให้กับพรรคในการเลือกตั้งครั้งนี้ โดยระบุว่าแม้การนับคะแนนจะยังไม่เป็นทางการ แต่คาดการณ์ว่าพรรคจะได้รับคะแนนเสียงรวมกว่า 1,000,000 คะแนน

    นายคริสได้ระบุถึงเรื่องร้องเรียนจำนวนมากที่ส่งตรงมายังพรรคตลอดทั้งวัน พบพฤติกรรมเข้าข่ายซื้อเสียงในพื้นที่กว่า 100 เขตเลือกตั้ง มีหลักฐานภาพถ่ายธนบัตรแนบเอกสารชี้นำการเลือกตั้ง นอจากนี้ประชาชนใน กทม. จำนวนมากถูกย้ายหน่วยโดยไม่แจ้งล่วงหน้า ทำให้เสียเวลาค้นหาหน่วยเองและเจ้าหน้าที่ไม่สามารถชี้แจงเหตุผลได้ และพบกรณีบัตรถูกทำลายในบางพื้นที่ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความน่าเชื่อถือของผลคะแนน พรรคจึงอยากตั้งคำถามถึงมาตรฐานการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่ามีความสุจริตและเที่ยงธรรมเพียงพอหรือไม่

    นายภูมิพงศ์ จงสกุล รักษาการโฆษกพรรค ย้ำจุดยืนว่า พรรคเศรษฐกิจจะไม่ปล่อยผ่านเรื่องนี้ โดยจะขอเป็นตัวแทนประชาชนในการตรวจสอบการทำงานขององค์กรอิสระและเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อพิทักษ์สิทธิ์ทุกคะแนนเสียงไม่ให้ตกหล่นหรือถูกบิดเบือน เราจะทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงให้คุ้มค่ากับทุกคะแนนเสียงที่ได้รับ ไม่ว่าพรรคจะได้รับที่นั่งในสภาเท่าใด เราจะไม่หยุดทำงานจนกว่าประเทศจะเปลี่ยนแปลง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2913014&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0sOLsKx1XpjrQRdipipwdz

  • กรมทรัพย์ฯ ทลายโกดัง “ของใช้เถื่อน” ยึดของกลางกว่า 2 แสนชิ้น ปกป้องสิทธิ์ผู้บริโภคจากของปลอม

    กรมทรัพย์ฯ ทลายโกดัง “ของใช้เถื่อน” ยึดของกลางกว่า 2 แสนชิ้น ปกป้องสิทธิ์ผู้บริโภคจากของปลอม

    นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมฯ ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของประชาชน เนื่องจากปัจจุบันพบการลักลอบจำหน่ายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ทั้งในช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ ซึ่งสินค้าดังกล่าวไม่เพียงสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ แต่ยังเสี่ยงต่อสุขภาพของประชาชนโดยตรง โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคและของใช้ในชีวิตประจำวันที่ไม่ได้มาตรฐาน กรมฯ จึงเร่งเครื่องดำเนินมาตรการป้องกันและปรามสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างจริงจังและต่อเนื่อง

    เพื่อปกป้องคุ้มครองผู้บริโภคจากสินค้าที่ไม่มีคุณภาพหรือมีสารอันตรายเจือปน อาทิ เครื่องสำอางที่มีสารปรอทหรือสเตียรอยด์ รวมถึงสินค้าที่ไม่ได้รับการรับรองมาตรฐาน มอก. หรือ อย. เป็นต้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชนในระยะยาว
     
    ทั้งนี้ เพื่อให้การป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ กรมทรัพย์สินทางปัญญาจึงบูรณาการการทำงานเชิงรุกร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอย่างใกล้ชิด โดยผนึกกำลังกับ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และภาคเอกชนตัวแทนเจ้าของสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ปูพรมปราบปรามสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาทั่วประเทศ โดยจัดชุดปฏิบัติการตรวจสอบและเฝ้าระวังจุดนำเข้าสินค้า แหล่งกระจายสินค้า และอาคารหรือโกดังเก็บสินค้าอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง เพื่อสกัดกั้นไม่ให้สินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาเข้าสู่ตลาดทั้งช่องทางออนไลน์และท้องตลาดทั่วไป ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับผู้กระทำความผิดอย่างเข้มงวด
     
    สำหรับปฏิบัติการล่าสุด กรมทรัพย์สินทางปัญญา ร่วมกับเจ้าหน้าที่ บก.ปอศ. และตัวแทนเจ้าของสิทธิจากบริษัท อาร์.ดับบลิว.ที. อินเตอร์เนชั่นแนล ลอว์ ออฟฟิศ จำกัด และบริษัท ติลลิกีแอนด์กิบบินส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ได้เข้าตรวจค้นโกดังเก็บสินค้าในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร พบสินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้าและสินค้าปลอมที่ไม่มีฉลากหรือแหล่งที่มาของสินค้ารวม 223,404 ชิ้น คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 63.20 ล้านบาท โดยของกลางส่วนใหญ่เป็นสินค้าด้อยคุณภาพที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยและความปลอดภัยของประชาชน อาทิ แชมพู โลชั่นบำรุงผิว ครีมทาหน้า เซรั่มบำรุงผิวหน้า ยาสีฟัน และหัวเทียนมอเตอร์ไซค์ เป็นต้น ซึ่งปฏิบัติการดังกล่าวเป็นการขยายผลจากการปราบปรามสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในช่องทางออนไลน์ นำมาสู่การตรวจค้นและจับกุมผู้กระทำความผิดรายใหญ่ในพื้นที่เป้าหมายที่ใช้เป็นแหล่งลักลอบกักเก็บสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในครั้งนี้
     
    ทั้งนี้ ขอย้ำให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังในการเลือกซื้อสินค้า โดยควรซื้อสินค้าจากสถานที่จำหน่ายที่เชื่อถือได้ หรือหากเป็นสินค้าออนไลน์ก็ควรเลือกซื้อจากร้านค้าทางการ ควรหลีกเลี่ยงการซื้อสินค้าที่มีราคาต่ำผิดปกติหรือไม่มีข้อมูลผู้จำหน่ายที่ชัดเจน และควรตรวจสอบเครื่องหมายรับรองและฉลากผลิตภัณฑ์อย่างละเอียด เช่น เครื่องหมายการค้า ชื่อที่ตั้งผู้ผลิต/ผู้นำเข้า ฉลากข้อความภาษาไทย ชื่อและชนิดของเครื่องสำอาง สารที่ใช้เป็นส่วนผสม เลขที่ใบรับแจ้ง ปริมาณสุทธิ เลขที่แสดงครั้งที่ผลิต วันที่ผลิต และคำเตือน เป็นต้น เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/wealth/economic/268009&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Wbg16J9OIbHFQdh29p-f-

  • ทำเสียเอง! ตร.เมืองพะเยา คุมเจ้าหน้าที่ กปน.หญิง แอบหย่อนบัตรเลือกตั้งลงหีบ | เดลินิวส์

    ทำเสียเอง! ตร.เมืองพะเยา คุมเจ้าหน้าที่ กปน.หญิง แอบหย่อนบัตรเลือกตั้งลงหีบ | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 8 ก.พ. เวลา 12.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ กกต.ประจำหน่วยเลือกตั้งที่ 6 หมู่ 4 ตำบลท่าวังทอง อำเภอเมืองพะเยาจังหวัดพะเยา แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพะเยา ตรวจสอบเหตุส่อทุจริตเจ้าหน้าที่ กปน.หญิงคนหนึ่ง ได้นำบัตรเลือกตั้งไปหย่อนในหีบบัตรลงคะแนน ขณะที่เจ้าหน้าที่ กกต. ของหน่วยเลือกตั้งกำลังนั่งรับประทานอาหาร ซึ่งบัตรที่หย่อนลงไปยังค้างอยู่ที่ปากหีบ

    โดยเจ้าหน้าที่ กกต. ของหน่วยเลือกตั้งดังกล่าว ได้แจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและอยู่ระหว่างการสอบปากคำ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ กปน.หญิงรายดังกล่าว ให้การยอมรับว่า ได้นำบัตรเลือกตั้งหย่อนในหีบบัตรจริง

    ด้านนางปนัดดา จันทร์โชติญาณ ผอ.กกต.พะเยา กล่าวว่า ได้รับรายงานจากชุดสืบสวน กกต. เบื้องต้นได้แจ้งความแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการสอบสวนและสอบปากคำ หากมีการกระทำผิดจริง ทาง กกต. จะร่วมตรวจสอบ เบื้องต้นให้เจ้าหน้าที่ กปน.สำรอง ในพื้นที่ดังกล่าวปฏิบัติหน้าที่ไปก่อน.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5580643/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1xUJJpXnq2-4SP_RXwrKc3

  • เปิดเทรนด์และนิยาม‘การท่องเที่ยว’ปี69

    เปิดเทรนด์และนิยาม‘การท่องเที่ยว’ปี69

    ของผู้เดินทางชาวไทยระบุว่าพวกเขาสนใจที่จะไปเยือนจุดหมายปลายทางที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากนิยายประเภทโรแมนตาซี และยิ่งกว่าแค่การเที่ยวชมสถานที่ ผู้เดินทาง 81% เปิดใจเข้าร่วมกิจกรรมสวมบทบาทตามเกม หนังสือ หรือภาพยนตร์ที่พวกเขาชื่นชอบขณะเดินทาง มากกว่าหนึ่งในสี่ (38%) ของพวกเขาสนใจเป็นอย่างยิ่งที่จะทำให้ทริปท่องโลกแห่งโรแมนตาซีเป็นแผนการเดินทางในอนาคตของพวกเขา

    ขณะเดียวกัน ผู้เดินทางชาวไทยระบุว่า พวกเขาพร้อมที่จะเปิดรับประสบการณ์การเข้าพักแบบใหม่ซึ่งผสมผสานความสะดวกสบายและความอยากรู้อยากเห็นของพวกเขาเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่ง 94% ของพวกเขาเปิดใจที่จะจองบ้านพักตากอากาศที่ติดตั้งระบบหุ่นยนต์ แล้วประโยชน์ใช้สอยของหุ่นยนต์กลายเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเข้าพัก โดยครึ่งหนึ่งผู้ที่สนใจจองบ้านพักตากอากาศประเภทนี้ (50%) กล่าวว่าหุ่นยนต์ทำความสะอาดมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของพวกเขา 33% รู้สึกตื่นเต้นกับหุ่นยนต์เชฟที่สุด กว่าหนึ่งในสี่ (26%) ของผู้เดินทางชาวไทยต้องการให้หุ่นยนต์ช่วยจัดการเรื่องความยั่งยืน

    นอกจากนี้ 92% ของผู้เดินทางชาวไทยเปิดรับการเดินทางท่องเที่ยวกับคู่รัก เพื่อนร่วมงาน หรือเพื่อนใหม่ เพื่อทดสอบว่าพวกเขาเข้ากันได้ดีแค่ไหน โดยเฉพาะวิธีที่ผู้เดินทางใช้ทดสอบความสัมพันธ์เหล่านี้ทั้งสร้างสรรค์และเปิดเผยให้เห็นตัวตนของกันและกันยิ่งขึ้น โดย 88% ระบุว่า พวกเขาพิจารณาที่จะเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางที่ห่างไกลออกไป เพื่อดูว่าเพื่อนร่วมทางของพวกเขาจะรับมือกับสถานการณ์ที่ชวนอึดอัดและยากลำบากอย่างไร ทั้งนี้ผู้เดินทางชาวไทย 89% เปิดรับการเดินทางที่มีข้อจำกัดเพิ่มขึ้น เช่น ข้อจำกัดด้านงบประมาณ กำแพงภาษา หรือการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่จำกัด และ 88% พร้อมที่จะลดบทบาทของตัวเองเพื่อดูว่าเพื่อนร่วมทริปจะสามารถทำหน้าที่วางแผนการเดินทางแทนได้หรือไม่

    ผู้เดินทางชาวไทยเกินครึ่ง (54%) ระบุว่าพวกเขาตั้งใจที่จะไปพักผ่อนในสถานที่ที่ทำให้ใกล้ชิดกับธรรมชาติมากขึ้น, 33% หันไปสนใจงานอดิเรกที่เงียบสงบมากขึ้นในช่วงวันหยุด โดยผู้เดินทางชาวไทยจะมองหากิจกรรมที่ฝึกความอดทน การทบทวนตัวเอง และการคลายเครียด, 84% ของพวกเขาอาจลองทำกิจกรรมส่องผีเสื้อกลางคืนหรือแมลง ส่วน 87% เลือกที่จะตกปลาหรือดูนก และ 91% ระบุว่า พวกเขาต้องการที่จะเข้าพักในสถานที่ที่พวกเขาจะได้ทำกิจกรรมเก็บหาของป่าในพื้นที่ธรรมชาติของชุมชน สำหรับนำมาปรุงอาหารของตัวเอง โดยกิจกรรมเหล่านี้จะช่วยให้ผู้เดินทางได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติมากยิ่งขึ้น

    อย่างไรก็ตาม 77% ของผู้เดินทางชาวไทยระบุว่า พวกเขาไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลมารองรับเมื่อตัดสินใจจองการเดินทาง เกือบหนึ่งในห้า (19%) กล่าวว่า พวกเขาต้องการที่จะไปเยือนจุดหมายปลายทางในฝันโดยที่ไม่ต้องรอเหตุการณ์สำคัญแบบเดิมๆ มาเป็นตัวกำหนดคุณค่าของการเดินทางในครั้งนี้ และใช้การออกเดินทางเป็นวิธีการเฉลิมฉลองตัวตนของพวกเขา 87% ของผู้เดินทางชาวไทยมองว่าการเดินทางคือรางวัลสำหรับความเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานหนัก ยังมีเหตุผลใหม่ๆ สำหรับการออกเดินทางปรากฏให้เห็นมากขึ้น ทั้งการฉลองที่ได้งานใหม่หรือได้เลื่อนขั้น (24%) การได้รับเงินคืนภาษีแบบไม่คาดคิด (14%) การจบความสัมพันธ์ (15%) และการอวดเสื้อผ้าใหม่ๆ (12%) หรือแท้จริงแล้วทริปเพื่อฉลองความสำเร็จรูปแบบใหม่คือ การเดินทางที่ค้นหาสิ่งที่นำมาซึ่งความสุข การฉลองให้กับความเป็นตัวเอง และได้เป็นตัวเองอย่างเต็มที่โดยที่ไม่ต้องรู้สึกผิดนั่นเอง.

    รุ่งนภา สารพิน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/columnist-people/944414/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3FUPkfBcPTGCtvdeex-t7K

  • “พรรคเศรษฐกิจ” ขอบคุณทุกคะแนนเสียงเลือกตั้ง 2569 เปิด 4 รายชื่อ สส.ปาร์ตี้ลิสต์

    “พรรคเศรษฐกิจ” ขอบคุณทุกคะแนนเสียงเลือกตั้ง 2569 เปิด 4 รายชื่อ สส.ปาร์ตี้ลิสต์

    รู้สึกถึงความหวัง “พรรคเศรษฐกิจ” ขอบคุณทุกคะแนนเสียง “เลือกตั้ง 2569” พร้อมเปิด 4 รายชื่อ สส.ปาร์ตี้ลิสต์

    เมื่อเวลา 22.30 น. วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นายคริส โปตระนันทน์ ประธานพรรคเศรษฐกิจ กล่าวว่า “พวกเราขอขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่พ่อแม่พี่น้องประชาชนร่วมกันโหวตให้พวกเรา ตอนนี้การนับคะแนนยังไม่นิ่ง แต่คาดว่าพวกเราจะได้คะแนนเสียงกว่า 1 ล้านเสียง 

    พวกเราพรรคเศรษฐกิจและกรรมการพรรคทุกท่าน ซึ้งใจและรู้สึกถึงความหวังที่พ่อแม่พี่น้องประชาชนได้มอบให้กับพวกเรา แต่อย่างไรก็ดีเนื่องจากการเลือกตั้งครั้งนี้ พี่น้องประชาชนหลายท่านได้ส่งข้อมูลถึงความผิดปกติของการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นจำนวนมากมาให้พรรคเรา ซึ่งเราคาดกันว่าจะมีการซื้อเสียงกันถึง 100 เขต ซึ่งพรรคเศรษฐกิจขอเป็นตัวแทนเข้าไปตรวจสอบการกระทำเหล่านี้ ที่อาจทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่บริสุทธิ์และยุติธรรม 

    ทั้งนี้ พวกเราพรรคเศรษฐกิจ จะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะได้ที่นั่งกี่ที่ก็ตาม วันนี้ความหวังของประชาชนได้เกิดขึ้นแล้วที่พรรคเศรษฐกิจ ฉะนั้นวันนี้แม้ว่าใครจะได้รับการเลือกตั้งหรือไม่ได้รับเลือกตั้ง พวกเราสัญญากับพี่น้องประชาชน ว่าพวกเราจะไม่หยุดทำงาน จะไม่ทำให้ความหวังของท่านสูญเสียไปอย่างเปล่าประโยชน์ อยากให้รู้ว่าทุกคะแนนเสียงที่ท่านเลือกพวกเรานั้น จะทำให้คุ้มค่าที่สุด จะไม่ยอมแพ้กับระบบนี้จนกว่าประเทศจะเปลี่ยนแปลง”

    สำหรับผลการนับคะแนนเลือกตั้ง 2569 อย่างไม่เป็นทางการ (23.00 น.) พบว่า พรรคเศรษฐกิจ รวมได้ 4 ที่นั่ง โดยเป็นบัญชีรายชื่อทั้ง 4 ที่นั่ง ซึ่งบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อของพรรคเศรษฐกิจ (ศก.) 4 อันดับแรก มีดังนี้

    1. นายคริส โปตระนันทน์

    2. นายพีรพล กนกวลัย

    3. นางสาวอังสณา เนียมวณิชกุล

    4. พลตำรวจตรีไพบูลย์ มะระพฤษณ์วรรณ.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2913006&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2p2WNjmc1-NRTt3mqApjJI

  • ส่องนโยบายเด่น แก้ปัญหาปากท้อง 3 พรรคใหญ่ เลือกตั้ง 2569

    ส่องนโยบายเด่น แก้ปัญหาปากท้อง 3 พรรคใหญ่ เลือกตั้ง 2569

    ส่องนโยบายเด่น กู้เศรษฐกิจ-แก้ปัญหาปากท้อง 3 พรรคใหญ่ “เพื่อไทย-ภูมิใจไทย-พรรคประชาชน” เลือกตั้ง 2569

    ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ยังชะลอตัว หนี้ครัวเรือนสะสมต่อเนื่อง และรายได้ของประชาชนที่ไล่ไม่ทันค่าครองชีพ ปัญหา “ปากท้อง” จึงเป็นโจทย์ใหญ่และนโยบายสำคัญที่ทุกพรรคการเมืองมุ่งผลักดันนำเสนอ โดยแต่ละพรรคมีจุดเน้นและแนวทางการแก้ปัญหาปากท้องที่ต่างกันไป

    ซึ่งในการเลือกตั้ง 2569 นี้ ผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ ณ เวลา 22.00 น. ออกมาแล้วว่า พรรคที่ได้คะแนน 3 อันดับแรก คือ พรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทย ซึ่งมีโอกาสจับมือกันจัดตั้งรัฐบาลบริหารประเทศ และนโยบายของพรรคเหล่านี้จะถูกผลักดัน ซึ่งมีนโยบายใดที่แต่ละพรรคเน้นนำเสนอบ้าง ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ไล่เรียง

    พรรคเพื่อไทย

    ในการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคเพื่อไทยชูภาพเศรษฐกิจที่ต้องหมุนให้เกิดการใช้จ่ายและดึงคนเข้าสู่ระบบ ด้วยนโยบาย “สร้างเศรษฐีเงินล้าน วันละ 9 คน” รางวัลละ 1 ล้านบาท รวมวันละ 9 รางวัล แบ่งเป็นการสุ่มจากเลขใบเสร็จ 5 รางวัล และจากเลขประจำตัวประชาชนอีก 4 รางวัล จากประชาชนที่ 4 กลุ่ม คือ 1. กลุ่มเกษตรกร 2. กลุ่มอาสาสมัคร เช่น อสม. อสส. กู้ภัย ทหารผ่านศึก ชรบ. เป็นต้น 3. ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และ 4. ประชาชนผู้ยื่นแบบภาษี

    พรรคเพื่อไทยชี้ว่า นโยบายดังกล่าวไม่ได้มุ่งสร้างแรงจูงใจในการลุ้นโชคเพียงอย่างเดียว หากแต่ตั้งเป้าผลักดันให้การซื้อขายเข้าสู่ระบบภาษี เพิ่มรายได้รัฐ และต่อยอดการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลในระยะยาว

    ควบคู่กันนั้น ยังได้เสนอการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างผ่าน นโยบายคนไทยไร้จน เพื่อดูแลผู้มีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจน และ นโยบายล้างหนี้เสียประชาชน สำหรับหนี้ไม่มีหลักประกัน วงเงินไม่เกิน 200,000 บาท ที่ค้างชำระเกิน 1 ปี โดยเปิดทางให้ปิดหนี้ด้วยการชำระเพียง 10% ของยอดหนี้ทั้งหมด เพื่อลดภาระหนี้สะสม และคืนโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประชาชนฐานล่าง

    พรรคภูมิใจไทย

    ด้านพรรคภูมิใจไทย นำเสนอกรอบใหญ่คือ “จีดีพีโต 3% พลัส” ผลักดันให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) โตขึ้น 3% ผ่านแนวทาง 10 ข้อ ซึ่งที่โดดเด่น คือ สานต่อ นโยบายคนละครึ่ง พลัส กระตุ้นกำลังซื้อโดยตรง ลดรายจ่ายผู้ซื้อและเพิ่มรายได้ผู้ขาย

    พร้อมต่อยอด บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ พลัส ด้วยการทบทวนสิทธิและจัดทำบัตรคนจนใหม่ทั้งหมด เพื่อให้การช่วยเหลือตรงเป้ามากขึ้น รวมถึง นโยบายปิดหนี้ไว ไปต่อได้ พลัส ดึงหนี้คนตัวเล็กเข้าบริษัทบริหารสินทรัพย์ของรัฐ หากมีวินัยใช้หนี้ล้าง จะมีการลดต้น ลดดอก ปลดล็อกเครดิตบูโร เป็นต้น ขณะเดียวกันก็มีนโยบายลดค่าครองชีพ เช่น คุมราคาค่าไฟที่หน่วยละ 3

    ในด้านของ SMEs มีนโยบาย เมดอินไทยแลนด์ SMEs พลัส เสริมสภาพคล่อง ลดต้นทุน โดยการออกสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ มีกลไกค้ำประกันสินเชื่อใหม่ที่ใหญ่กว่า บยส., เปิดตลาดใหม่, ติดปีก SMEs สู่ระบบออนไลน์ เป็นต้น

    พรรคประชาชน

    พรรคประชาชน ชูนโยบายเด่นคือ “หวยใบเสร็จ” ที่มุ่งหวังกระตุ้นเศรษฐกิจตลอดปี สนับสนุน SMEs แข่งขันกับบริษัทใหญ่ได้ จูงใจผู้บริโภคอุดหนุน SMEs มากขึ้น โดยผู้ซื้อสะสมยอดซื้อสินค้าจากร้าน SMEs (สะสมได้หลายร้าน) ครบทุก ๆ 500 บาท จะได้รับหวย 1 ใบ ขณะที่ร้านค้า สะสมยอดขายทุก ๆ 5,000 บาทก็ได้รับหวยเช่นกัน พร้อมออกสิทธิประโยชน์ทางภาษีเพื่อดึงร้านค้าเข้าสู่ระบบ เช่น ขยายเพดาน VAT จาก 1.8 ล้านบาท/ปี เป็น 3.6 ล้านบาท/ปี

    ขณะเดียวกันยังผลักดันสวัสดิการถ้วนหน้าและค่าจ้างที่เป็นธรรม เสนอเพิ่มเบี้ยเลี้ยงเด็ก เป็น 1,200 บาทต่อเดือน (ปีแรก 600 บาท สำหรับเด็ก 0-6 ปี และหญิงตั้งครรภ์แบบถ้วนหน้า) ควบคู่กับ บำนาญผู้สูงอายุ 1,500 บาทต่อเดือน ภายใน 4 ปี เพื่อสร้างหลักประกันรายได้ตลอดช่วงชีวิต

    ด้านแรงงาน พรรคเสนอปรับสูตรคำนวณค่าจ้างขั้นต่ำ เพิ่มทันที 4% คิดเป็น 350-420 บาทต่อวัน เพื่อให้รายได้สอดคล้องกับค่าครองชีพจริง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/scoop/theissue/2912858&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3UDjGczYm3FIdjMd2SUHhc

  • เจษ เจษฎ์พิพัฒ ฝากถึงผู้นำคนใหม่แก้ปัญหาเศรษฐกิจ อยากเห็นการเปลี่ยนแปลง-พัฒนาที่เป็นรูปธรรม

    เจษ เจษฎ์พิพัฒ ฝากถึงผู้นำคนใหม่แก้ปัญหาเศรษฐกิจ อยากเห็นการเปลี่ยนแปลง-พัฒนาที่เป็นรูปธรรม

    v.prd:0.0.151

    Intro

    ขนาดตัวอักษร

    ความตัดกันของสี

    c

    c

    c

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://nineentertain.mcot.net/nineentertain/th/news/list/144027&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw07S8bzpwmdFrMiE18tCYrt