Category: ท่องเที่ยว

  • เอกชนฟาดการเมือง ทุบเศรษฐกิจซํ้าซาก จับตาจีดีพี Q4 อ่วม หนุนยุบสภาสู่โหมดเลือกตั้ง

    เอกชนฟาดการเมือง ทุบเศรษฐกิจซํ้าซาก จับตาจีดีพี Q4 อ่วม หนุนยุบสภาสู่โหมดเลือกตั้ง

    การเมืองไทยถึงจุดเปลี่ยนผ่านอีกครั้ง หลัง “แพทองธาร ชินวัตร”ต้องหลุดจากเก้าอี้นายกรัฐมนตรีคนที่ 31 จากกรณีคลิปเสียงสนทนากับสมเด็จฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา และส่งผลให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) กลายเป็นรัฐมนตรีรักษาการ เส้นทางการเมือง ณ เวลานี้ยังไม่มีความชัดเจน แต่มีหลายฉากทัศน์ที่ผู้คนจับตา เช่น การจับขั้วการเมืองเพื่อลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ เพื่อไปสู่การฟอร์ม ครม.ชุดใหม่ ขึ้นมาบริหารประเทศต่อไปอีกเกือบ 2 ปีนับจากนี้ และอีกทางหนึ่งที่กำลังเป็นกระแสหนาหูคือ “การยุบสภา” เพื่อนำสู่โหมดการเลือกตั้งครั้งใหม่ ซึ่งไม่ว่าจะออกทางใด จะส่งผลกระทบต่อประเทศไทยในหลากหลายมิติ

     ดร.จิติพล พฤกษาเมธานันท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟินันเซียไซรัส จำกัด(มหาชน) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า แม้จะเกิดสุญญากาศทางการเมืองแต่เศรษฐกิจไทยปีนี้มีโอกาสขยายตัวได้ 2.0% ตามที่สภาพัฒน์ประเมิน เพราะการยุบสภาแล้วมีการเลือกตั้งใหม่ จะทำให้กำลังซื้อหรือการใช้จ่ายครัวเรือนจะกลับมา การลงทุนภาครัฐส่วนใหญ่ 90% เป็นงบผูกพันอยู่แล้ว ซึ่งการเลือกตั้งใหม่เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจ

    อย่างไรก็ตาม การมีรัฐบาลเฉพาะกาล 4 เดือน(กรณีรับเงื่อนไขของพรรคประชาชนรัฐบาลใหม่ต้องยุบสภาภายใน 4 เดือน) มีโอกาสยืดเยื้อได้อีก 1 เดือนหรือ 3 เดือน ทำได้ทางเทคนิค แต่เสี่ยงชนขั้นตอนการจัดทำงบประมาณและการเลือกตั้ง รัฐบาลจะต้องอยู่ในโหมด “รักษาการ” เร็วขึ้น และต้องพึ่งงบฯปีเก่าไปพลางก่อน โครงการใหม่หยุด ชะลอเบิกจ่ายลงทุนบางส่วน

    เชียร์ยุบสภา-เลือกตั้งใหม่

    เช่นเดียวกับภาคอสังหาริมทรัพย์ นายสุนทร สถาพร นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร ระบุว่า ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลชั่วคราวและเป้าหมายสูงสุดนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่ ในภาพรวมคือการสร้างความเชื่อมั่นให้ทุกฝ่าย ได้รัฐบาลที่ดีมาแก้ปัญหาเรื่องใหญ่ ๆ อย่างยั่งยืน ได้แก่ 1.เรื่องคนสำคัญมาก ควรเป็น “รัฐบาลแห่งความเชื่อมั่น” คือเลือกแต่คนมีความสามารถ เป็นมืออาชีพ มีประสบการณ์ทำงานจริง มาจากภาครัฐหรือเอกชนก็ได้ แต่ต้องเป็นที่ยอมรับและเป็นกลาง ไม่ใช่การแบ่งเก้าอี้ทางการเมือง

    2.ต้องการเห็นทีมเศรษฐกิจ มืออาชีพเพิ่มเติม ที่คัดจากความสามารถ มาแก้ปัญหาตรงจุด ปฏิรูปภาษีให้เป็นธรรม เช่น ภาษีลาภลอย ภาษีชาวต่างชาติที่ซื้อหรือเช่าอสังหาริมทรัพย์ ปรับการศึกษาให้ตรงกับงานในอนาคต ดึงนักลงทุนต่างชาติ และพัฒนาระบบโลจิสติกส์กับดิจิทัลของประเทศ

    ทั้งนี้หากยุบสภาไม่ได้และต้องมีรัฐบาลชั่วคราวมองว่า เวลา 4 เดือนน่าจะพอแล้วถ้าทำงานจริง เน้นแค่ 3 งานหลัก คือ รักษาเศรษฐกิจให้มั่นคงในระยะสั้น แก้กฎหมายเลือกตั้งให้ดีขึ้น และอย่าไปสร้างโครงการใหญ่ๆ ที่จะไปผูกมัดรัฐบาลหน้า

    3.นโยบายเร่งด่วนที่ควรทำทันที แก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาให้ชัดเจน ทั้งเจรจาและจัดการแนวชายแดน รวมถึงการแก้แก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนและเรื่องที่อยู่อาศัยอย่างจริงจัง และที่สำคัญคือต้องสื่อสารกับประชาชนและนักลงทุนให้ชัดเจน โปร่งใส จะได้กลับมามั่นใจเร็วๆ

    หนุนสู่โหมดเลือกตั้ง

    สอดคล้องกับนายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต นายกสมาคมอาคารชุดไทย สะท้อนว่าควรเลือกตั้งใหม่ให้เร็วที่สุด เพื่อได้รัฐบาลใหม่ที่เป็นที่ยอมรับและเชื่อมั่นของประชาชนผ่านการเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหม่ โดยต้องแก้ไขปัญหาใหญ่ทางการเมืองเรื่องฮั้ว สว. ให้ชัดเจนก่อนเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาใหญ่ทางการเมืองในอนาคตและการใช้อำนาจขององค์กรอิสระ และการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่กติกาการเลือกตั้งใหม่ทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ควรปรับเขตการเลือกตั้งให้ขนาดใหญ่ขึ้น เช่น เป็นกลุ่มจังหวัด เพื่อป้องกันการซื้อเสียง

    นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ CEO กลุ่มบริษัท efrastructure Group ผู้บุกเบิกวงการอีคอมเมิร์ซ และนักลงทุนธุรกิจ Startup กล่าวว่า รัฐบาลใหม่ที่เข้ามาจะมีมีอายุการทำงาน 3-4 เดือน แล้วยุบสภา โดยการเมืองและเศรษฐกิจไทยกำลังเข้าสู่ในช่วงสุญญากาศ ไม่สามารถแก้ปัญหาอะไรได้ ในฐานะภาคธุรกิจเอกชน มองว่าเศรษฐกิจหลังจากนี้ยังไม่ดีขึ้น ซึ่งต้องกัดฟันรอรัฐบาลใหม่ ใน 3-4 เดือนข้างหน้า

    ห่วงกระทบเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยวปลายปี

    นายกวี สระกวี นายกสมาคมธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทย กล่าวว่า ประเด็นการเมืองในกรณีที่อาจมีการยุบสภานั้น ยอมรับว่าความเสถียรภาพทางการเมืองเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะในช่วง 2 เดือนข้างหน้าที่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวกำลังเข้าสู่ฤดูกาลไฮซีซัน หากเกิดสุญญากาศทางการเมืองและต้องมีรัฐบาลรักษาการ อาจทำให้การสื่อสารกับผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวขาดความชัดเจน ส่งผลกระทบต่อแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาคกลางคืนและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว

    “ถ้าธันวาคมนี้ภาคอุตสาหกรรมยังไม่เห็นความชัดเจน วิธีการสื่อสารกับนักท่องเที่ยวยังไม่เป็นรูปธรรม ก็จะทำให้การทำงานลำบากขึ้น ทั้งที่เป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ” นายกวีกล่าว

    จีดีพีไทยโตได้แค่ 1.8%

    รองศาสตราจารย์ ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจระหว่างประเทศและอาเซียน กล่าวว่า หากมีรัฐบาลเฉพาะกาลหรือรัฐบาลชั่วคราวบริหารประเทศ 4 เดือนก่อนยุบสภา ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทย หรือพรรคภูมิใจไทย เศรษฐกิจไทยปีนี้จะช้ำพอๆ กัน เพราะช่วงเวลาที่เหลือก่อนยุบนักการเมืองไม่มีจิตใจที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่จะมุ่งเตรียมความพร้อมเข้าสู่โหมดการเลือกตั้งครั้งใหม่ เพื่อชิงความได้เปรียบเป็นหลัก

     “ภายใต้ฉากทัศน์รัฐบาลเฉพาะกาล 4 เดือนคาดจะส่งผลกระทบทำให้จีดีพีไทยในปีนี้จะขยายตัวได้ประมาณ 1.2-1.8% โดยจีดีพีในไตรมาสที่ 4 จะได้รับผลกระทบมากที่สุด จากการบริโภค การส่งออก และการลงทุน ชะลอตัว”

    4 เดือนไม่พอกระตุ้นเศรษฐกิจ

    ด้าน นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า การได้มาซึ่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ต้องเป็นไปตามกรอบรัฐธรรมนูญ และกรอบกติกาที่มีอยู่ ทั้งนี้ประเทศไทยถืออยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งใหม่ ซึ่งเป็นความท้าทายมาก ท่ามกลางหลากหลายปัญหาที่รัฐบาลต้องเข้ามาบริหารจัดการ เช่น การเจรจาในรายละเอียดการเปิดตลาดสินค้ากับสหรัฐ การแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา การจัดการอุทกภัยและการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ การช่วยเหลือ SMEs รวมถึงการประสานการทำงานร่วมกับภาคเอกชนเพื่อปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทย

    อย่างไรก็ดีหากรัฐบาลชุดใหม่ ต้องยุบสภาภายใน 4 เดือน มองว่าเป็นระยะเวลาสั้นเกินไป ทำอะไรไม่ได้มาก โดยเฉพาะการฟื้นฟูเศรษฐกิจ แต่สิ่งที่อาจทำได้คือมาตรการเฉพาะหน้า เช่น การอัดฉีดเงินหรือกระตุ้นการท่องเที่ยว ดังนั้นการมีรัฐบาลที่อยู่ต่อในระยะเวลาที่เหมาะสม จะช่วยให้สามารถดำเนินนโยบายเชิงโครงสร้างได้อย่างต่อเนื่อง

    เอกชนฟาดการเมือง ทุบเศรษฐกิจซํ้าซาก จับตาจีดีพี Q4 อ่วม หนุนยุบสภาสู่โหมดเลือกตั้ง

    จี้รัฐบาลใหม่ฟื้นเชื่อมั่น-คุมต้นทุนการผลิต

    นายธนากร เกษตรสุวรรณ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า รัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาต้องเร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ควบคุมต้นทุนการผลิต และบริหารประเทศอย่างโปร่งใสเพื่อฟื้นความเชื่อมั่นของนักลงทุนและประชาชน ทั้งนี้คณะรัฐมนตรีควรประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญ มีวิสัยทัศน์ และคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก ไม่ใช่ของพรรคหรือกลุ่มใด โดยเฉพาะการจัดสรรงบประมาณต้องตรงเป้าหมายและโปร่งใส

    นอกจากนี้ สรท.เสนอให้รัฐบาลควบคุมต้นทุนสำคัญ เช่น ค่าแรง พลังงาน ค่าไฟ และอัตราแลกเปลี่ยน เพื่อไม่ให้ไทยเสียเปรียบด้านการแข่งขัน พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการโดยเฉพาะ SMEs และที่สำคัญรัฐบาลต้องส่งสัญญาณชัดเจนถึงการไม่ยอมรับการทุจริต เพื่อหยุดต้นทุนแฝงในระบบเศรษฐกิจ และสร้างความเชื่อมั่นทั้งในและต่างประเทศ

    เร่งอัดฉีด 1 แสนล้าน ฟื้นเศรษฐกิจ

    ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ ระบุว่า รัฐบาลใหม่ต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว แรงกดดันจากนโยบายสหรัฐฯ และการแข่งขันกับมหาอำนาจ ซึ่งต้องอาศัยทีมเศรษฐกิจที่มีความสามารถ ไม่ใช่มือใหม่

    ทั้งนี้ภายใน 4 เดือน รัฐบาลต้องมีมาตรการชัดเจน โดยเฉพาะการอัดฉีดงบประมาณ 1 แสนล้านบาทเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ พร้อมเสนอให้ลดดอกเบี้ยนโยบายเพื่อพยุงการเติบโตที่ต่ำกว่า 1% และรักษาเสถียรภาพค่าเงินบาทไม่ให้แข็งเกินไป อีกประเด็นสำคัญคือการดูแลผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs ผ่านการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าภายในประเทศ (เมดอินไทยแลนด์) อย่างน้อย 40% ของงบประมาณ รวมถึงการอัดฉีดงบเพิ่มเติม 4-8 แสนล้านบาทผ่าน ธ.ก.ส. เพื่อเป็นทุนหมุนเวียน

    นอกจากนี้ยังเสนอให้เร่งใช้งบสนับสนุนกระทรวงท่องเที่ยวฯ และกระทรวงพาณิชย์ เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวและขยายตลาดส่งออก โดยตั้งเป้าให้เห็นผลใน 4 เดือน พร้อมเน้นบทบาทของ EEC ที่ไทยมีความพร้อมอยู่แล้ว เพื่อรองรับเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ ควบคู่กับการส่งเสริมเศรษฐกิจสีเขียวและดิจิทัลในภูมิภาค

    รัฐบาลใหม่ต้องมืออาชีพกล้าปฏิรูป

    นายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวว่า หากยุบสภาในช่วงนี้และรัฐบาลรักษาการไปอีกประมาณ 2 เดือน อาจกระทบการใช้งบประมาณปี 2569 และการเจรจาระหว่างประเทศ โดยเฉพาะเวทีสำคัญอย่าง APEC 2025 ซึ่งต้องการรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มในการดำเนินนโยบายและดึงการลงทุนจากต่างชาติในช่วงที่เศรษฐกิจไทยเปราะบาง

    อย่างไรก็ตาม หากเดินหน้าตั้งนายกฯ และรัฐบาลใหม่ได้ทัน ควรเร่งสร้างความเชื่อมั่นแก่ภาคประชาชนและนักลงทุน พร้อมเร่งรัดการบริหารงบประมาณให้โปร่งใส ยึดหลักธรรมาภิบาล และใช้ทีมเศรษฐกิจที่มีประสบการณ์จริง ทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจระยะสั้น กลาง และยาว ที่ตอบโจทย์ภาวะโลกและเป็นที่ยอมรับในเวทีสากล

    เชียร์ยุบสภาได้รัฐบาลใหม่เร็ว

    ด้านนายกิตติ พรศิวะกิจ นายกสมาคมการตลาดท่องเที่ยวไทย กล่าวว่า กรณียุบสภาเลย อาจเป็นทางออกที่ดีที่จะได้รัฐบาลใหม่เร็วขึ้น และสามารถวางแผนระยะยะยาวได้ ทั้งนี้รัฐบาลใหม่ควรตั้งรัฐบาลแห่งชาติ ที่มีคนเก่งคนดีในกระทรวงสำคัญ พร้อมวางระบบ Dashboard และทีมที่ปรึกษาหลายเจเนอเรชัน

    “ระยะเวลาที่เหมาะสมของรัฐบาลควรจะอยูที่ 6-12 เดือนก่อนยุบสภา เพื่อให้เกิดผลในเชิงปฏิบัติ หากมีอายุ 4 เดือนอาจจะเกิดปัญหารัฐบาลและข้าราชการเกียร์ว่าง เสียเวลาประเทศ”

    ขณะที่นโยบายเร่งด่วน 7 ข้อที่ควรผลักดันทันที ได้แก่

    1.แก้วิกฤตความขัดแย้งไทย-กัมพูชาให้เร็ว ผ่านทุกช่องทาง

    2.แก้ปัญหาเศรษฐกิจตั้งแต่รากหญ้าถึงองค์กรใหญ่ ด้วยกองทุนเฉพาะด้าน

    3.ทบทวนการใช้งบประมาณ 157,000 ล้านบาท ให้คุ้มค่าสูงสุด

    4.ปราบคอร์รัปชันอย่างเข้มงวดโดยเปิดให้ประชาชนร่วมตรวจสอบ

    5.ดึงดูดนักท่องเที่ยวและกระจายรายได้สู่เมืองรอง พร้อมพัฒนาผู้ประกอบการ

    6.ส่งเสริมเศรษฐกิจยั่งยืน ดิจิทัล และสุขภาพ เพื่อแข่งในเวทีโลก

    และ 7.วางแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/trade-agriculture/637772&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw22gmD-RR8hId6p2Hj2vDHt

  • อาจารย์คฑา นำทีมชวนเที่ยวตากรับพลังบวก เติมพลังบุญ เพิ่มทุนชีวิต

    อาจารย์คฑา นำทีมชวนเที่ยวตากรับพลังบวก เติมพลังบุญ เพิ่มทุนชีวิต

    Home / PR NEWS / อาจารย์คฑา นำทีมชวนเที่ยวตากรับพลังบวก เติมพลังบุญ เพิ่มทุนชีวิต

    อาจารย์คฑา นำทีมชวนเที่ยวตากรับพลังบวก เติมพลังบุญ เพิ่มทุนชีวิต

    อาจารย์คฑา

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดทริปพิเศษ 3 วัน 2 คืน ยกระดับจิตเพิ่มพลังใจ ให้พลังชีวิตและชุมชน โดย อาจารย์คฑา ชินบัญชร พรีเซ็นเตอร์ เที่ยวไทยรับพลังบวก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย รับหน้าที่ พาพันธมิตร สื่อมวลชน และนักท่องเที่ยว เติมพลังบุญ เพิ่มทุนชีวิต และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองน่าเที่ยว ในปี 2568-2569

    ท่องเที่ยว

    โดย นางสาวธมลวรรณ เจริญวงศ์พิสิฐ ผู้อำนวยการท่องเที่ยวสำนักงานตาก กล่าวถึง ทริปนี้ว่า เป็นการนำเสนอเส้นทางสายศรัทธา วัฒนธรรมประเพณี ความเชื่อ ที่เป็นอัตลักษณ์ ของเมืองตาก และ อ.แม่สอด จ.ตาก ที่น่าค้นหา น่าสัมผัส จากการหลอมหลวม การดำเนินชีวิต ประเพณี วัฒนธรรมของชาวไทย ชาวไทยใหญ่ ที่อยู่ร่วมกันมายาวนาน การถวายผ้าห่มพระธาตุ การถวายเทียนพรรษา การทำตุงค่าคิง ตุงไส้หมู การรดน้ำขอพรเทวดาประจำวันเกิด การทอผ้า ผ้าพิมพ์ลายจากธรรมชาติ ไปถึงอาหารการกิน เช่น ยำปู่ย่า ขนมว๊อง และ อ.บ้านตาก ยังเป็นที่ตั้งของ พระบรมธาตุตาก ซึ่งจำลองมาจากเจดีย์ชเวกากอง เชื่อกันว่าเป็นพระธาตุประจำปีมะเมียอีกด้วย จึงอยากเชิญชวน ชาวไทยทั่วประเทศ มารับสิริมงคล และท่องเที่ยว จ.ตาก กันค่ะ

    ทริปสายมู

    เปิดทริปบุญสายศรัทธา เที่ยวเมืองตาก กับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตาก ร่วมกับ อาจารย์คฑา ชินบัญชร ในทริป “มหาเศรษฐีปีมะเส็ง เฮงยืนหนึ่งรับปีมะเมีย“ ทริปสายมูสุดปัง เสริมพลังชีวิต และพันธมิตรร่วมโครงการ พร้อมศักดิ์ จรัญญากรณ์ Max Solution Max Card , ผู้บริหาร CP Land, ฟอร์จูนกรุ๊ป ,โรงแรมอวานี รัชดา กรุงเทพฯ Sixt , X Peng , สื่อมวลชน และนักท่องเที่ยว โดยมี อาจารย์คฑา ชินบัญชร เป็นผู้นำสายบุญในทริปนี้

    รำ

    วันที่ 18 สิงหาคม 2568

    เริ่มต้นมื้อเช้าที่ห้องอาหาร “One Ratchada” โรงแรมอวานี รัชดา แล้วออกเดินทางสู่จังหวัดตาก

    ตาก

    เมื่อถึงจังหวัดตาก นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก, นายประเดิม เดชายนต์บัญชา รองผู้ว่าราชการจังหวัดตาก และ นางสาวธมลวรรณ เจริญวงศ์พิสิฐ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตาก ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง

    ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

    -เริ่มต้นความปังด้วยการเข้าสักการะ ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ศาลคู่บ้านคู่เมืองตาก ซึ่งตั้งอยู่ อำเภอเมือง จังหวัดตาก เป็นที่แรก ความสำคัญของศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชแห่งนี้ คือเป็นศาลพระเจ้าตากสินมหาราชที่อยู่คู่กับจังหวัดตากมามากกว่า 70ปี เมืองที่พระเจ้าตากเคยครองในตำแหน่งพระยาตาก เมื่อครั้งก่อนกรุงศรีฯแตก ด้วยการรำลึกถึงวีรกรรมอันหาญกล้า จึงมีผู้ศรัทธามากราบไหว้ขอพรแล้ว เกิดสัมฤทธิ์ผลเป็นจำนวนมาก จึงทำให้มีคนมากราบไหว้กันอย่างไม่ขาดสาย อีกทั้งรอบบริเวณศาลยังมีวิวทิวทัศน์ที่เห็นถึงความสวยงามของภูเขาอันยิ่งใหญ่ สวยงาม ทรงพลัง จนได้รับได้ขนานนามว่า ”ฟูจิเมืองตาก“ เหมาะกับการมาท่องเที่ยวและกราบขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลในวันแรกที่มาถึงเมืองตากเป็นอย่างยิ่ง หลังจากนั้น เดินชมวิวชมแสงอาทิตย์ตกยามเย็น ที่สะพานสะพานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี สะพานแขวนที่มีนักท่องเที่ยวและ ชาวบ้านท้องถิ่น เดินชมวิว ออกกำลังกายรับอากาศ และพลังบวกดีดีในยามเย็น

    ท่องเที่ยว
    วัดพระบรมธาตุ

    เช้าวันที่สอง 19 สิงหาคม 2568

    -เดินทางไปยังวัดพระบรมธาตุ อำเภอบ้านตาก เพื่อกราบสักการะพระบรมธาตุเจดีย์ เข้าร่วมพิธีห่มผ้าพระธาตุ โดยมี นายประเดิม เดชายนต์บัญชา รองผู้ว่าราชการ จังหวัดตาก นางสาวธมลวรรณ เจริญวงศ์พิสิฐ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตาก,ข้าราชการ, ดร.คฑา ชินบัญชร, สื่อมวลชน และผู้ร่วมเดินทาง ร่วมเดินประทักษิณเวียนรอบพระบรมธาตุเจดีย์ 3 รอบ หลังจากนั้นนำผ้าเข้าห่มองค์พระธาตุเพื่อเป็นการสักการะบูชา เพื่อความเป็นสิริมงคลและเพื่อความเฮงสำหรับผู้ร่วมทริปนี้ทุกคน และสำหรับคนที่เกิดปีมะเมีย และในปีหน้า ปีมะเมียที่จะมาถึงนี้ ด้วยพระบรมธาตุเจดีย์ ณ วัดพระบรมธาตุแห่งนี้ เป็นพระธาตุประจำคนเกิดปีมะเมีย มีความศักดิ์สิทธิ์ เป็นวัดเก่าแก่ ในวัดมีพระเจ้าทันใจ พระพุทธรูปปางสมาธิ ซึ่งเป็นที่นับถืออย่างมากของชาวจังหวัดตากด้วย ใครได้มากราบขอพร รับรองต้องปังกลับไปแน่นอน

    ห่มผ้า

    เดินทางไปต่อ ณ วัดศรีพรเพ็ญมาตยาราม วัดที่สร้างในรูปแบบสถาปัตยกรรมย้อนยุค สมัยรัชกาลที่5 และรัชกาลที่6 เป็นวัดที่มีความสวยคลาสสิค เพื่อไปขอพร ท้าวเวสสุวรรณ สวดบารมี 30 ทัศน์ นำสวดโดย ดร.คฑา ชินบัญชร ร่วมตั้งจิตตั้งใจระลึกถึงคุณพระศรีรัตนตรัย เพื่อความเป็นมงคลต่อชีวิต

    วัด

    เดินทางต่อ ณ วัดไทยวัฒนาราม วัดสวยเก่าแก่อายุกว่าร้อยปี ศูนย์รวมใจของชาวไทย ไทยใหญ่ พม่า มอญ ที่อยู่ร่วมกันอย่างกลมเกลียว วัดไทยวัฒนาราม วัดไทยใหญ่เก่าแก่ที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปะพม่า มีสถาปัตยกรรมที่วิจิตรงดงาม และเป็นที่ประดิษฐาน “พระพุทธมหามุนีจำลอง“ จำลองจากองค์จริงที่ประเทศเมียนมา โดดเด่นด้วยวิหารสีทอง รูปปั้นหงส์ทอง และพระเจดีย์โกนาวิน ซึ่งเป็นเจดีย์ที่ได้รับศิลปะมาจากเจดีย์ชเวดากอง ประเทศเมียนมา

    พระนอนตาหวาน

    นำคณะผู้เดินทางเข้าร่วมทำพิธีรดน้ำ พระพุทธรูป เทวดา และสัตว์ประจำวันเกิด สวดเทวดาเสวยอายุ เสร็จพิธีแบบอิ่มเอมบุญกันถ้วนหน้า

    ชุมชน

    เช้าวันที่3 ออกเดินทางสู่ ชุมชนแม่กาษา “ฮักนะแม่กาษา” ชุมชนต้องเที่ยว วิถีชุมชนการท่องเที่ยวเพื่อการเกษตร อบอุ่นด้วยการต้อนรับจากชาวบ้านแม่กาษา เริ่มต้นพิธีมัดมือรับพรจากผู้สูงอายุ ต่อด้วยสนุกกับกิจกรรมพื้นบ้านชุมชน ดูสาธิต วิธีทำ และชิมขนมว้อง ขนมโบราณประจำชุมชน ร่วมชมการ ทอผ้า เรียนรู้เสน่ห์งานคราฟ์ด้วยการร่วมกิจกรรมพิมพ์ลายผ้าด้วยใบไม้ เข้าชมงานฝีมือ ไม้กวาด, กระเป๋าผ้า,ย่ามสะพาย ของที่ระลึกต่างๆที่เป็นผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาชาวบ้านที่ยังร่วมกันอนุรักษ์ สืบสานให้คนรุ่นหลังได้สืบทอดเป็นประเพณีต่อๆกันไป
    หลังจากนั้นรับประทานอาหารพื้นเมือง

    ฮักนะแม่กาษา

    จบทริป สุดปังเสริมพลังชีวิต ได้ทั้งพลังบุญและพลังใจ พลังแห่งความสุขใจ ทั้งคณะเดินทางกลับกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ

    มีโอกาสต้องกลับมารับพลังบวกจัดเต็ม ที่ จ.ตาก บ่อยๆ เมืองตากอยากมาบ่อยๆครับผม

    ดวงตาสวรรค์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://mthai.com/news/pr/396093.html&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3ltnjfxeA78tiqBcKG-ndI

  • เปิดพิมพ์เขียวสงขลา! อบจ.จัดเวทีใหญ่รับฟังความเห็นพลิกโฉม 3 โปรเจกต์ยักษ์

    เปิดพิมพ์เขียวสงขลา! อบจ.จัดเวทีใหญ่รับฟังความเห็นพลิกโฉม 3 โปรเจกต์ยักษ์

    วันอังคาร ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2568, 17.00 น.

    องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา (อบจ.) จัดการประชุมรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนเพื่อขับเคลื่อน 3 โครงการพัฒนาเมืองครั้งใหญ่ หวังยกระดับสงขลาให้เป็นเมืองต้นแบบด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวภายใน 4 ปี

    วันที่ 2 กันยายน 2568 ณ โรงแรมลากูน่า แกรนด์ แอนด์ สปา สงขลา นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม นายก อบจ.สงขลา เป็นประธานเปิดการประชุม ซึ่งมีผู้แทนจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ผู้บริหาร สมาชิกสภา อบจ. และประชาชนเข้าร่วมอย่างคับคั่ง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมและแสดงความคิดเห็นต่อโครงการสำคัญของจังหวัด ทั้ง โครงการพลิกโฉมอควาเรียมหอยสังข์ โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ถนนสายหลัก และ โครงการพัฒนาพื้นที่เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการท่องเที่ยวและการขนส่งในพื้นที่แปลงโคกไร่

    บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนจำนวนมากให้ความสนใจเข้าร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างหลากหลาย ทั้งข้อเสนอแนะในการพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยว การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และแนวทางการส่งเสริมการค้าการลงทุน โดยทางมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโครงการ ได้รวบรวมความคิดเห็นและข้อเสนอแนะทั้งหมดเพื่อนำไปประกอบการจัดทำรายงานและกำหนดแนวทางการดำเนินงานต่อไป

    นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม นายก อบจ.สงขลา กล่าวว่า โครงการทั้ง 3 เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายหลักในการยกระดับสงขลาให้เป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และการคมนาคมขนส่ง โดยยืนยันว่าได้มีการทำประชาคมเพื่อสอบถามความเห็นจากประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแล้ว พร้อมทั้งเตรียมงบประมาณสำหรับการสำรวจและออกแบบไว้ในปี 2569

    ขณะนี้ โครงการอยู่ระหว่างการรอส่งมอบพื้นที่จากกรมธนารักษ์ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 6 เดือน จากนั้นจะเดินหน้าโครงการอย่างเป็นรูปธรรมทันที ส่วนแหล่งงบประมาณมีการวางไว้ 2 แนวทาง คือการเปิดให้ภาคเอกชนเข้าร่วมลงทุน หรือการใช้งบประมาณจากรัฐบาลกลางและ อบจ.สมทบ โดยคาดหวังว่าโครงการทั้งหมดจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างคุณภาพชีวิตที่ดี และเป็น “แลนด์มาร์กสำคัญ” ที่ทำให้ประชาชนมองเห็นความเปลี่ยนแปลงของสงขลาได้อย่างชัดเจนภายใน 4 ปี ///-026

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/911458&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2WuF6hUkSckdxuoeQAmC4d

  • “จีน-มาเลย์” ครองแชมป์เที่ยวไทย! เผย 8 เดือนแรกทะลุ 21.8 ล้านคน สร้างรายได้กว่า 1 ล้านล้านบาท

    “จีน-มาเลย์” ครองแชมป์เที่ยวไทย! เผย 8 เดือนแรกทะลุ 21.8 ล้านคน สร้างรายได้กว่า 1 ล้านล้านบาท

    2 กันยายน 2568 11:32 น. สยามรัฐออนไลน์ ท่องเที่ยว

    เมื่อวันที่ 2 ก.ย.68 นายสรวงศ์ เทียนทอง รท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยภาพรวมการท่องเที่ยว พบว่า ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสะสมตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-31 ส.ค. 68 ทั้งสิ้น 21,879,476 คน (-7.16%YoY) สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้วประมาณ 1,014,303 ล้านบาท (-5.40%YoY) โดยจำนวนนักท่องเที่ยวสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน 3,096,017 คน มาเลเซีย 3,049,961 คน อินเดีย 1,563,806 คน รัสเซีย 1,195,430 คน และเกาหลีใต้ 1,036,361 คน

    สำหรับสถานการณ์ท่องเที่ยวในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (25-31 ส.ค. 68) นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย เดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมาก โดยเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวกว่า 1 แสนคน จากการมีวันหยุดต่อเนื่องภายในประเทศ (วันประกาศอิสรภาพ) อีกทั้งนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเดินทางเข้ามาสะสมแล้วกว่า 3 ล้านคน ในขณะที่นักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดอื่น ๆ ชะลอตัวด้านการเดินทาง จากการสิ้นสุดการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (Summer holiday) ซึ่งเป็นแนวโน้มปกติของการเดินทาง

    ทั้งนี้ ส่งผลให้ภาพรวมในสัปดาห์ที่ผ่านมา มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทั้งสิ้น 506,115 คน ลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า 56,755 คน หรือ 10.08% คิดเป็นจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทย เฉลี่ยวันละ 72,302 คน โดย 5 อันดับแรก ของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้แก่ มาเลเซีย 100,600 คน จีน 70,847 คน รัสเซีย 37,402 คน อินเดีย 24,749 คน และญี่ปุ่น 20,027 คน

    “นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 27.24% ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น จีน รัสเซีย และอินเดีย ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า 27.21% 23.95% 17.63% และ 12.23% ตามลำดับ” นายสรวงศ์ ระบุ

    สำหรับสถานการณ์ท่องเที่ยวในสัปดาห์นี้ (1-7 ก.ย.) คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาทรงตัว แต่ยังคงมีปัจจัยส่งเสริมการเดินทาง ได้แก่ การประกาศปี Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025 และการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวและกีฬา การมีมาตรการ Ease of traveling ของรัฐบาล ที่ช่วยเพิ่มการอำนวยความสะดวกในการเดินทางสู่ไทย การยกเว้นบัตรตม.6 รวมถึงการกระตุ้นและส่งเสริมให้สายการบินเพิ่มจำนวนเที่ยวบินมากยิ่งขึ้น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/n/648427&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw370Pu4RAt8tr80VqSVWc0I

  • PHIST 2025 เร่งบูรณาการความยั่งยืนที่ขับเคลื่อนโดยชุมชน ดึงดูดนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ – ข่าวภูเก็ต

    PHIST 2025 เร่งบูรณาการความยั่งยืนที่ขับเคลื่อนโดยชุมชน ดึงดูดนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ – ข่าวภูเก็ต

    Phuket TV – PHUKET XTRA: VIDEO: Thailand Medical Cannabis Conditions Announced, Violent Phuket Teen Gang Spree || Sept 2

    Phuket TV – PHUKET XTRA: VIDEO: Thailand Medical Cannabis Conditions Announced, Violent Phuket Teen Gang Spree || Sept 2

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.khaophuket.com/phist-2025-%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%259A%25E0%25B8%25B9%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%2593%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%25B1%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%25B7%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B5%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%2582%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%259A%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B7%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2599%25E0%25B9%2582%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%258A%25E0%25B8%25B8%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%258A%25E0%25B8%2599-%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%25B6%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%25B9%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%2597%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2587%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B5%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%25A7-13398.php&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1yCTWbb0cLa1lpa7QpnFTd

  • 10 ที่เที่ยวเชียงใหม่ 2568 เที่ยวไหนดี รับลมหนาว สัมผัสธรรมชาติ กิจกรรมสนุก

    10 ที่เที่ยวเชียงใหม่ 2568 เที่ยวไหนดี รับลมหนาว สัมผัสธรรมชาติ กิจกรรมสนุก

    “เชียงใหม่” เป็นอีกหนึ่งหมุดหมายที่หลายคนมักเลือกเดินทางไปท่องเที่ยวโดยเฉพาะในช่วงท้ายปีแบบนี้ เพราะนอกจากจะมีลมหนาวให้เราได้สัมผัสแล้ว ยังมีธรรมชาติ กิจกรรมสุดตื่นเต้นอีกมากมายรอให้เราได้ไปเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ อีกด้วย ใครที่กำลังวางแผนเที่ยวเชียงใหม่ แต่ยังไม่รู้ว่าจะเที่ยวที่ไหนดี บทความนี้ไทยรัฐช็อปปิ้งรวบรวมมาให้แล้วกับ 10 ที่เที่ยวเชียงใหม่ สถานที่น่าเที่ยว กิจกรรมน่าสนใจ สัมผัสธรรมชาติพร้อมแพ็กเกจท่องเที่ยวสุดคุ้มค่า ติดตามได้ที่นี่

    10 ที่เที่ยวเชียงใหม่ 2568 เที่ยวธรรมชาติ กิจกรรมตื่นเต้น ผ่อนคลายท้ายปี

    1. เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี

    รูปภาพจาก chiangmainightsafari.com/en/ticket/night-safari

    “เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี” เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ให้นักเดินทางได้มาเยี่ยมชมและให้อาหารสัตว์ต่างๆ ทั้งยังมีกิจกรรมที่ได้รับความนิยมสูงอย่างการส่องสัตว์ตอนกลางคืนที่มีสัตว์หลากหลายสายพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็น ยีราฟ ม้าลาย แรด หมี สิงโต และเสือโคร่ง นอกจากนี้ยังมีโชว์เพื่อความบันเทิงต่างๆ เช่น Wild Animal Show, Music Fountain Show และอื่นๆ ถือเป็นกิจกรรมที่ตอบโจทย์ทั้งกลุ่มคนที่มาเป็นคู่ กลุ่มเพื่อน และครอบครัว แนะนำให้ตรวจสอบตารางและรอบการแสดงก่อนเข้าใช้บริการ

    ราคาเริ่มต้น 346.15 บาท

    2. ร้านคุ้มขันโตก

    รูปภาพจาก khumkhantokechiangmai.com

    สำหรับใครที่เดินทางมาเชียงใหม่และอยากลิ้มลองรสชาติอาหารเหนือแบบดั้งเดิม “ร้านคุ้มขันโตก” ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้ทุกคนได้ใช้เวลาร่วมกัน ภายใต้บรรยากาศที่มีความเป็นเอกลักษณ์จากดนตรีและการแสดงพื้นเมือง พร้อมด้วยเมนูอาหารชุดขันโตกที่เป็นไฮไลต์ ตลอดจนอาหารเมนูอื่นๆ ที่ถูกเสิร์ฟในสไตล์เหนือออริจินอล

    ราคาเริ่มต้นท่านละ 658.69 บาท (ไม่รวมค่าอาหาร)

    3. หมู่บ้านแม่กำปอง

    รูปภาพจาก traveloka.com

    ใครที่อยากสัมผัสบรรยากาศผ่านวิถีชีวิตของคนในชุมชน สามารถเดินทางไปยัง “แม่กำปอง” ที่เที่ยวเชียงใหม่ที่มาพร้อมความร่มรื่นของป่าไม้ และกลิ่นอายจากธรรมชาติ ที่นี่นอกจากจะเป็นโลเคชั่นถ่ายรูปสุดฮิตแล้ว ยังมีกิจกรรมอื่นๆ ให้ทำอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น ซิปไลน์ ชมน้ำตก เดินป่า และเที่ยวคาเฟ่ เหมาะกับการเดินทางไปเป็นครอบครัว กลุ่มเพื่อน หรือทัวร์ก็ได้

    ราคาเริ่มต้น 2,064 บาท

    4. สวนของฉัน My Garden ม่อนแจ่ม

    รูปภาพจาก traveloka.com

    สวนของฉัน My Garden ม่อนแจ่ม เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ให้ทุกคนได้เพลิดเพลินไปกับภาพวิวทิวทัศน์ของสวนส้มหลายไร่ มีมุมให้ถ่ายรูปหลายจุด มาพร้อมกับสวนดอกไม้และไร่องุ่น ที่โอบล้อมด้วยภูเขา มอบความรู้สึกสดชื่นจากธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้สถานที่แห่งนี้ยังมีเมนูเครื่องดื่ม อาหาร และของหวานต่างๆ ให้เลือกชิม นับเป็นอีกจุดเที่ยวครบครัน

    ราคาเริ่มต้นคนละ 70 บาท

    5. อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์

    รูปภาพจาก traveloka.com

    ใครที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวพร้อมสัมผัสธรรมชาติแบบจัดเต็ม ที่เที่ยวเชียงใหม่ที่ไทยรัฐช็อปปิ้งขอแนะนำคือ “อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์” สถานที่ที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าไม้ ดอกไม้ และทุ่งหญ้า พร้อมสัมผัสลมหนาวที่เป็นซิกเนเจอร์ของเชียงใหม่ และนอกจากจะได้สัมผัสความงามทางธรรมชาติแล้ว ยังมีกิจกรรมอื่นๆ ให้เปิดประสบการณ์อีกด้วย เช่น เดินชมป่ากับช้าง ชมน้ำตกที่ผาดอกเสี้ยว หรือศึกษาเส้นทางธรรมชาติ ณ กิ่วแม่ปาน

    ราคาเริ่มต้นคนละ 1,441.45 บาท

    6. Flyingbird Paramotor

    รูปภาพจาก traveloka.com

    สำหรับใครที่กิจกรรมตื่นเต้นสุดเอ็กซ์ตรีม ไทยรัฐช็อปปิ้งขอแนะนำที่เที่ยวเชียงใหม่อย่าง “Flyingbird Paramotor” ที่ให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่ อย่างการขึ้นบินบนเครื่องพารามอเตอร์ ชมวิวธรรมชาติอันกว้างใหญ่ ภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด ใครที่เดินทางไปเชียงใหม่กับเพื่อนหรือครอบครัว สถานที่แห่งนี้ถือเป็นอีกกิจกรรมที่สร้างความตื่นเต้นได้ไม่น้อย

    ราคาเริ่มต้น 2,987.95 บาท

    7. Skyline Jungle Luge Adventure

    รูปภาพจาก skylinejungleluge.com

    Skyline Jungle Luge Adventure เป็นที่เที่ยวเชียงใหม่อีกหนึ่งโลเคชั่นที่ได้รับความนิยมทั้งในกลุ่มคนไทยและคนต่างชาติ สถานที่แห่งนี้อัดแน่นไปด้วยความสนุกสนาน และความตื่นเต้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ซิปไลน์ ชิงช้ายักษ์ ขับรถโกคาร์ท และอื่นๆ ถือเป็นอีกหมุดหมายที่ช่วยสร้างความผ่อนคลาย พร้อมเติมความสนุกสนานได้ในคราวเดียว

    ราคาเริ่มต้น 1,840 บาท

    8. Jungle de Cafe

    รูปภาพจาก klook.com

    ใครที่มีแผนไปเที่ยวเชียงใหม่แบบครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน ที่เที่ยวเชียงใหม่อย่าง “Jungle de Cafe” เป็นสถานที่ที่ตอบโจทย์กับคนหลายช่วงวัยและไลฟ์สไตล์ มีให้เลือกทั้งกิจกรรมสุดตื่นเต้น เช่น Jungle Coaster และ Giant Swing หรือจะเป็นนั่งชิลล์อยู่ในคาเฟ่ และถ่ายรูปตามโลเคชั่นยอดฮิต เป็นสถานที่ที่ครบครันทั้งในแง่ความสนุกและความผ่อนคลาย

    ราคาเริ่มต้น 1,462 บาท

    9. Living Green Elephant Sanctuary Chiang Mai

    รูปภาพจาก klook.com

    หากคุณรู้สึกเมื่อยล้ากับชีวิตในเมือง และต้องการท่องเที่ยวเพื่อสัมผัสกับธรรมชาติและวิถีชีวิต “Living Green Elephant Sanctuary Chiang Mai” เป็นที่เที่ยวเชียงใหม่ที่ไม่ควรพลาด เพราะนอกจากจะได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติแล้ว ยังมีกิจกรรมอื่นๆ ให้ทำอีกด้วย เช่น อาบน้ำและให้อาหารช้าง ล่องแพไม้ไผ่ เดินป่าและเรียนรู้วิถีชีวิตของคนหมู่บ้านชาวเขา

    ราคาเริ่มต้น 1,600 บาท

    10. งานยี่เป็งล้านนานานาชาติ 2025 ณ ธุดงคสถานล้านนา

    รูปภาพจาก kkday.com

    หนึ่งในไฮไลต์ของการเที่ยวเชียงใหม่ต้องยกให้งาน งานยี่เป็งล้านนานานาชาติ 2025 ณ ธุดงคสถานล้านนา กิจกรรมที่ให้เราได้สัมผัสกับบรรยากาศของประเพณีและวิถีชีวิตชาวเชียงใหม่ ในช่วงวันลอยกระทง โดยงานนี้จัดขึ้นเพียงปีละหนึ่งครั้งเท่านั้น ใครที่วางแผนเที่ยวเชียงใหม่ช่วงวันที่ 5-6 พ.ย. นี้ ถือเป็นกิจกรรมที่ไม่ควรพลาด

    ราคาเริ่มต้น 5,160 บาท

    ทั้งหมดนี้คือ 10 ที่เที่ยวเชียงใหม่ ที่ไทยรัฐช็อปปิ้งคัดสรรมาให้มีให้เลือกทั้งสายธรรมชาติ สายคาเฟ่ และสายกิจกรรมเอ็กซ์ตรีม ไม่ว่าจะเป็นดอยอินทนนท์ แม่กำปอง เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี และอีกมากมาย แต่ละโลเคชั่นล้วนเป็นสถานที่ที่เที่ยวได้ตั้งแต่คู่รัก กลุ่มเพื่อน และครอบครัว

    (ราคาแพ็กเกจและตั๋วท่องเที่ยวอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบราคาอีกครั้งก่อนสั่งซื้อ)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/shopping/travel/1000785&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3rR3jLB1NFZXHRi64gaXKm

  • เวียตเจ็ทไทยแลนด์ เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน เผยแผนขยายฝูงบิน ดันไทยสู่ศูนย์กลางการบินอาเซียน

    เวียตเจ็ทไทยแลนด์ เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน เผยแผนขยายฝูงบิน ดันไทยสู่ศูนย์กลางการบินอาเซียน

    สายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ ประกาศเดินหน้ากลยุทธ์การเติบโตเชิงรุกในปี 2568–2571 พร้อมวางแผนอนาคต เพื่อผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางการบินและการท่องเที่ยวในภูมิภาคอาเซียน ผ่านการขยายฝูงบิน เพิ่มเครือข่ายเส้นทางบิน ลงทุนด้านเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อมุ่งสู่ความยั่งยืน พร้อมยกระดับประสบการณ์ผู้โดยสาร

    ปัจจุบันเวียตเจ็ทไทยแลนด์อยู่ระหว่างขั้นตอนสุดท้าย เพื่อเตรียมรับมอบอากาศยานใหม่ โบอิ้ง 737-8 เพิ่มอีก 50 ลำ ตั้งแต่ปี 2568 เป็นต้นไป โดยเครื่องลำแรกมีกำหนดส่งมอบในเดือนตุลาคม 2568 เพื่อรองรับการเปิดเส้นทาง การบินใหม่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมีเป้าหมายเชื่อมต่อเมืองหลัก–เมืองรองในไทยกับเมืองสำคัญทั่วเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย และเวียดนาม

    นายวรเนติ หล้าพระบาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเวียตเจ็ทไทยแลนด์ กล่าวว่า การขยายฝูงบินครั้งนี้ไม่เพียงแต่รอง รับความต้องการเดินทางที่เพิ่มขึ้น แต่ยังเป็นการยกระดับศักยภาพของไทยในฐานะศูนย์กลางการบินและการท่องเที่ยวในภูมิภาค โดยเวียตเจ็ทไทยแลนด์มีการเติบโตด้านธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งในแง่รายได้ ปริมาณผู้โดยสาร และเครือข่ายเส้นทางบิน สะท้อนถึงศักยภาพการดำเนินงานที่แข็งแกร่งและความเชื่อมั่นจากผู้โดยสารและคู่ค้า โดยมุ่งมั่นนำเสนอการเดินทางที่สะดวกสบาย ราคาคุ้มค่า และตรงเวลา

    “การเตรียมเปิดเส้นทางบินใหม่ๆ ที่ครอบคลุมทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งเป็นแผนการขยายฝูงบินทั้งในระยะสั้นและกลาง เพื่อรองรับการเติบโตของสายการบินให้บริการ จะช่วยให้เวียตเจ็ทไทยแลนด์เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในตลาดโลว์คอสต์ที่รุนแรง และสร้างความพร้อมให้ไทยก้าวสู่การเป็นฮับการบินในภูมิภาค และที่สำคัญยังจะสร้างงานกว่า 4,000 – 5,000 ตำแหน่ง ครอบคลุมนักบิน พนักงานต้อนรับ พนักงานภาคพื้นดิน และฝ่ายวิศวกรรม ควบคู่ไปกับการยกระดับด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม”

    พร้อมกันนี้นายวรเนติ กล่าวว่าในฐานะสายการบินยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรอยู่เสมอ โดยได้เปิดโอกาสให้ทั้งบัณฑิตจบใหม่ ผู้มีประสบการณ์ทำงาน รวมถึงผู้ที่มีความมุ่งมั่นในสายอาชีพด้านการบินได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร

    ด้าน คุณปิ่นยศ พิบูลสงคราม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการพาณิชย์ เสริมว่าตลอดปีที่ผ่านมา เวียตเจ็ทไทยแลนด์สามารถสร้างการเติบโตของผู้โดยสารได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยจุดแข็งด้านราคาที่เข้าถึงง่าย และตอบสนองความต้องการของนักเดินทางยุคใหม่

    “เวียตเจ็ทไทยแลนด์สามารถรักษาอัตราการเติบโตของผู้โดยสารได้อย่างต่อเนื่อง แม้ต้องเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดสายการบินราคา ซึ่งจุดแข็งของเราคือการมอบบริการคุณภาพในราคาที่เข้าถึงได้ ทำให้เรามีฐานลูกค้าที่เหนียวแน่นและสามารถขยายตลาดใหม่ได้อย่างมั่นคง”

    ในปีนี้ เวียตเจ็ทไทยแลนด์เตรียมเปิดเส้นทางใหม่ รวมถึงเส้นทางกรุงเทพฯ–โซล (เดือนตุลาคม) กรุงเทพฯ–โกลกาตา ในเดือนพฤศจิกายน กรุงเทพฯ–โตเกียว (นาริตะ) ในเดือนธันวาคม กรุงเทพฯ–โอซาก้า (คันไซ) ในเดือนธันวาคม และกรุงเทพฯ–อาห์เมดาบัด ในเดือนธันวาคม เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นในตลาดเกาหลี ญี่ปุ่น และอินเดีย ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมกันนี้เวียตเจ็ทไทยยังเตรียมมอบประสบการณ์การบินที่น่าประทับใจด้วยการให้บริการด้านความบันเทิงบนเที่ยวบิน (In-Flight Entertainment)

    “ที่สำคัญไม่แพ้กัน สายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ยังคงพัฒนาความตรงต่อเวลาอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันก้าวขึ้นสู่อันดับ 4 ของสายการบินในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเราในการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพและการมอบบริการที่เป็นเลิศแก่ผู้โดยสาร”

    คุณสญาดา เบญจกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ กล่าวว่าเวียตเจ็ทไทยแลนด์ให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจ ที่ไม่เพียงการสร้างความเติบโตเชิงเศรษฐกิจ แต่ยังต้องการสร้างสมดุลกับสิ่งแวดล้อมและสังคม พร้อมทั้งเป็นแรงผลักดันในการสนับสนุนการท่องเที่ยว

    “เวียตเจ็ทไทยแลนด์ให้ความสำคัญกับการสร้างภาพลักษณ์องค์กรที่โปร่งใสและมีความรับผิดชอบต่อสังคม เราเดินหน้าจัดกิจกรรมอนุรักษ์ธรรมชาติและกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ทั้งโครงการด้านสิ่งแวดล้อม การศึกษา และการสนับสนุนชุมชนท้องถิ่น รวมถึงร่วมมือกับภาครัฐและภาคเอกชนในการส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งทั้งหมดสอดคล้องกับนโยบาย ‘Fly Green’ ที่มุ่งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมกันนี้สายการบินฯ ยังมุ่งเน้นการสร้างวัฒนธรรมองค์กรสีเขียวและส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการดูแลโลกอย่างยั่งยืนไปพร้อมกัน”

    นอกจากนี้เวียตเจ็ทไทยแลนด์ประกาศตอกย้ำพันธกิจด้านความยั่งยืน โดยเดินหน้าศึกษาและส่งเสริมการใช้ Sustainable Aviation Fuel (SAF) ควบคู่กับการนำเครื่องบินรุ่นใหม่ที่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น A321neo และ Boeing 737-8 ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้ถึง 15–20% เมื่อเทียบกับรุ่นเดิม

    เวียตเจ็ทไทยแลนด์วางเป้าหมายก้าวสู่การเป็นสายการบินที่มีเครือข่ายครอบคลุมภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เชื่อมต่อ เมืองรองของไทยกับตลาดต่างประเทศโดยตรง เสริมบทบาทของไทยในฐานะฮับการบินและท่องเที่ยว พร้อมต่อยอดโอกาสทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค รวมทั้งพัฒนาความร่วมมือกับภาครัฐและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจท้องถิ่น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://positioningmag.com/1536298&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw285iAUlfuGY-VLmYz6YhB2

  • ยูโอบี ผนึกกำลังห้างเซ็นทรัลและโรบินสัน เปิดแคมเปญใหญ่ ‘Tourist Exclusive’

    ยูโอบี ผนึกกำลังห้างเซ็นทรัลและโรบินสัน เปิดแคมเปญใหญ่ ‘Tourist Exclusive’

    ยูโอบี ผนึกกำลังห้างเซ็นทรัลและโรบินสัน เปิดแคมเปญใหญ่ 'Tourist Exclusive' ดึงนักช้อปทั่วโลกเที่ยวไทยหนุนเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง

    ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย จับมือกลุ่มห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลและโรบินสัน ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เปิดตัวแคมเปญ “Tourist Exclusive for UOB Cardholders from Singapore, Malaysia, Indonesia and Vietnam” มอบสิทธิพิเศษและของขวัญแบบไทยแท้แก่ผู้ถือบัตรเครดิตยูโอบีจาก 4 ประเทศในอาเซียน หวังกระตุ้นการใช้จ่ายนักท่องเที่ยวต่างชาติในไทยช่วงครึ่งหลังของปี 2568 ตามนโยบายภาครัฐในการฟื้นฟูภาคการท่องเที่ยว

    ภายใต้แคมเปญนี้ นักท่องเที่ยวผู้ถือบัตรเครดิตยูโอบีที่ออกในประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และเวียดนาม เมื่อช้อปผ่านบัตรเครดิตธนาคารยูโอบี ครบ 6,000 บาท รับบัตรกำนัล 1,000 บาท และ ช้อปครบ 4,000 บาท รับบัตรกำนัล 500 บาท พร้อมของสมนาคุณสุดพิเศษที่สะท้อนความเป็นไทย อาทิ ซิมการ์ด AIS สำหรับนักท่องเที่ยว กระเป๋าลายไทยคุณภาพเยี่ยมที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ จาก Good Goods และ ข้าวเหนียวมะม่วง ที่ Lofter หรือ Living House เป็นต้น โดยสามารถ รับสิทธิ์ได้ที่ ห้างเซ็นทรัลและโรบินสันทุกสาขา ระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม ไปถึง 31 ธันวาคม 2568

    ททท. ชี้เอกชนร่วมมือคือกุญแจสำคัญฟื้นท่องเที่ยว

    นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวสนับสนุนแคมเปญนี้ว่า “การร่วมมือของภาคเอกชนอย่างธนาคารยูโอบีและห้างเซ็นทรัลและโรบินสัน เป็นแรงเสริมสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าสู่ประเทศ ตอบโจทย์นโยบายส่งเสริมการใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจโดยตรง และช่วยสร้างภาพลักษณ์ประสบการณ์การท่องเที่ยวในเชิงคุณภาพ”

    นางวีระอนงค์ จิระนคร ภู่ตระกูล กรรมการผู้จัดการ Deputy CEO & Wholesale Banking ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า “ด้วยฐานลูกค้าบุคคลกว่า 8.4 ล้านคน ในภูมิภาคอาเซียน เราหวังว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ ในขณะเดียวกันก็มอบสิทธิประโยชน์พิเศษให้กับลูกค้าผู้ถือบัตรของเราที่เดินทางมายังประเทศไทย”

    นางสาวรวิศรา จิราธิวัฒน์ ประธานบริหารฝ่ายการตลาด กลุ่มห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “ตลอด 78 ปีของการดำเนินธุรกิจ ห้างเซ็นทรัลและโรบินสันได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าในฐานะช้อปปิ้งเดสติเนชั่นของนักช้อปไทยและทั่วโลกมาอย่างยาวนาน เราจึงตั้งใจรักษาความเชื่อมั่น พร้อมดูแลลูกค้าอย่างดีที่สุดเพราะลูกค้าคือหัวใจสำคัญ ผ่านความร่วมมือครั้งนี้ การร่วมมือกับยูโอบี และ ททท. ยกระดับประสบการณ์ช้อปปิ้งครบวงจรแบบ one – stop shopping experience ทั้งด้านสินค้า บริการ และวัฒนธรรมที่เป็นเสน่ห์ของเมืองไทย”

    โดยผู้ถือบัตรเครดิตยูโอบีที่สนใจโปรโมชันดังกล่าว สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://thetravelinsider.co/sg/en/deals/shop/central-department-store-api-thailand-en-81337


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/prg/12744229&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw021w04vLuUh7Mv8ZvzRYdq

  • ปักหมุดสตรีทอาร์ต ผลงานสุดคิ้วท์ 5 ศิลปินดัง ใน 5 เมืองท่องเที่ยว

    ปักหมุดสตรีทอาร์ต ผลงานสุดคิ้วท์ 5 ศิลปินดัง ใน 5 เมืองท่องเที่ยว

    ท่องเที่ยว

    02 ก.ย. 2025 เวลา 16:11 น.

    ปักหมุดสตรีทอาร์ต ผลงานสุดคิ้วท์ 5 ศิลปินดัง ใน 5 เมืองท่องเที่ยว

    แกร็บ ชวนตัวตึงสายอาร์ต ออกเดินทางไปเช็กอินกินเที่ยว กับโปรเจกต์ “Grab Now Go Around” แท็กทีม 5 ศิลปินสุดฮอต มาร่วมรังสรรค์งานศิลปะเพื่อถ่ายทอดเอกลักษณ์ของ 5 เมืองท่องเที่ยว เชียงใหม่ ขอนแก่น พัทยา ภูเก็ต และกรุงเทพฯ จนถึงสิ้นปี 2568

    จากเทรนด์ท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไป เดี๋ยวนี้ การเที่ยวชมงานศิลป์ และทำกิจกรรมที่มอบประสบการณ์ใหม่ๆ กลายเป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z และ Millennials ให้ความนิยมกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การไปชมงานนิทรรศการ หรือการออกไปสำรวจสถานที่ รวมถึงชมงานสถาปัตยกรรมที่แปลกใหม่ ที่ฮิตในหมู่คนรุ่นใหม่

    ล่าสุด แกร็บ ได้จับอินไซต์นี้มาต่อยอดเป็นโปรเจกต์พิเศษ “เช็กอินกินเที่ยว กับ Grab Now Go Around” โดยคว้า 5 ศิลปินขวัญใจวัยรุ่น มาร่วมสร้างสรรค์ผลงานที่ผสมผสานศิลปะ การเดินทาง และวัฒนธรรมท้องถิ่นเข้าด้วยกัน เพื่อใช้บอกเล่าเรื่องราวเมืองไทยอย่างมีสไตล์ พร้อมร่วมเฉลิมฉลองการครบรอบ 12 ปีของแกร็บในประเทศไทยไปพร้อมกัน

    ปักหมุดสตรีทอาร์ต ผลงานสุดคิ้วท์ 5 ศิลปินดัง ใน 5 เมืองท่องเที่ยว

    โดย ผลงานศิลปะของทั้ง 5 ศิลปิน ที่ได้นำมาจัดแสดงที่ The Corner House Bangkok มีไฮไลต์พิเศษ ดังต่อไปนี้

    ปักหมุดสตรีทอาร์ต ผลงานสุดคิ้วท์ 5 ศิลปินดัง ใน 5 เมืองท่องเที่ยว

    หนีความวุ่นวาย มาปล่อยใจสบายๆ ที่เชียงใหม่

    ผลงานจาก Chubbynida หรือ นิดา-ชนิดา อารีวัฒนสมบัติ ศิลปินนักวาดภาพประกอบลายเส้นน่ารัก ที่นำเสนอ ‘เชียงใหม่’ ในมุมสนุกสนาน ผ่านคาแรกเตอร์เด็กผู้หญิง

    ที่หยิบจับของดีประจำเมือง ไม่ว่าจะเป็น ข้าวซอย ไส้อั่ว และโคมล้านนา มาบอกเล่าเรื่องราว โดยผลงานนี้

    จัดแสดงอยู่ที่ ณ One Nimman ร้าน LONDON BAKERY และร้านสุกี้ช้างเผือก จังหวัดเชียงใหม่

    ปักหมุดสตรีทอาร์ต ผลงานสุดคิ้วท์ 5 ศิลปินดัง ใน 5 เมืองท่องเที่ยว

    หนีความจืดจาง มาม่วนแซ่บจัดจ้านที่ขอนแก่น

    ผลงานจาก YEEDIN หรือ ปันปัน-รสิกา สายแสง เจ้าของลายเส้นสีสดและคาแรกเตอร์สุดแฟนซี ที่ตีความเมือง ‘ขอนแก่น’ ให้เป็นเมืองแห่งการผจญภัยของรสชาติ สร้างภาพจำใหม่ในฐานะจุดหมายปลายทางสายคาเฟ่และอาหารท้องถิ่น โดยผลงานนี้จัดแสดงอยู่ที่ ตลาดต้นตาล ร้าน Nap’s Coffee และร้าน Roast8ry Khonkaen จังหวัดขอนแก่น

    ปักหมุดสตรีทอาร์ต ผลงานสุดคิ้วท์ 5 ศิลปินดัง ใน 5 เมืองท่องเที่ยว

    หนีความเฉา มาเอาเอเนอร์จี้ที่พัทยา

    ผลงานจาก Sahred Toy หรือ ต๊อด-อารักษ์ อ่อนวิลัย ที่ใช้คาแรกเตอร์ ‘มือ’ เป็นตัวนั่งรถพานักท่องเที่ยวสำรวจ ‘พัทยา’ เมืองชายทะเลที่เต็มไปด้วยพลัง นำเสนอในมุมมองร่วมสมัย

    โดยเน้นถึงความเชื่อมโยงระหว่างผู้คน เมนูอาหารทะเล และการเดินทางที่ไร้รอยต่อในเมืองท่องเที่ยวที่ไม่เคยหลับใหล โดยผลงานนี้จัดแสดงอยู่ที่ เซ็นทรัล พัทยา ร้าน Sunset Coffee Roaster และร้าน Lighthouse Bay จังหวัดชลบุรี

    ปักหมุดสตรีทอาร์ต ผลงานสุดคิ้วท์ 5 ศิลปินดัง ใน 5 เมืองท่องเที่ยว

    หนีเมนูจำเจ มาเจอเมนูหลากสไตล์ที่บรรทัดทอง

    ผลงานจากทีม ease around หรือ ป้อ-ชัยวัฒน์ อุทัยกรณ์ และ ตาล-วริษฐา จงสวัสดิ์ ที่เปลี่ยนแนวจากเดิม เพิ่มเติมสีสันมากขึ้นให้กับผลงานเพื่อสื่อถึง ‘บรรทัดทอง’ ในฐานะพื้นที่แห่งความสนุก การรวมตัวของเพื่อนฝูง และวัฒนธรรมการกินที่คึกคัก ผ่านคาแรกเตอร์และองค์ประกอบภาพที่สะท้อนพลังของพื้นที่การพบปะ สื่อถึงเสน่ห์ของอาหารในเมืองหลวง โดยผลงานนี้จัดแสดงอยู่ที่ถนนบรรทัดทอง กรุงเทพฯ

    ปักหมุดสตรีทอาร์ต ผลงานสุดคิ้วท์ 5 ศิลปินดัง ใน 5 เมืองท่องเที่ยว

    หนี Old me มาเปิดโลกที่ Old Town ภูเก็ต

    ผลงานจาก Painterbell หรือ เบล-เศรษฐพร ก่อวาณิชกุล ที่แปลงร่างคาแรกเตอร์ประจำตัว ‘John Lulu and Friends’ ให้เป็นคนขับแกร็บผู้ส่งความสุขที่พร้อมเดินทางนำขนมร้านดัง

    ใน ‘ภูเก็ต’ ไปเสิร์ฟถึงมือนักท่องเที่ยวทุกคน โดยผลงานนี้จัดแสดงอยู่ที่ร้าน Phuketique ร้าน Campus Coffee Roasters และร้าน Torry’s Ice Cream จังหวัดภูเก็ต

    ปักหมุดสตรีทอาร์ต ผลงานสุดคิ้วท์ 5 ศิลปินดัง ใน 5 เมืองท่องเที่ยว

    นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมให้ทุกคนได้มาร่วมสนุก อาทิ โซน “Go Around Thailand” ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้มาร่วมเล่นเกมส์ อาทิ การเพ้นท์ลายเสื้อยักษ์ ระบายสีตึกเมืองเก่าภูเก็ต และปั๊มสแตมป์สร้างโลกให้ไดโนเสาร์ที่ขอนแก่น เพื่อลุ้นรับ “แกร็บชาปอง” (Grabchapon) กับพวงกุญแจลายพิเศษจากศิลปินที่มีเฉพาะในงานนี้เท่านั้น รวมถึงยังมีโซน Interactive Wall ให้ทุกคนมาร่วมแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวสุดประทับใจของตัวเองได้อีกด้วย

    พร้อมกันนี้ แกร็บ ยังจัดโปรโดยใส่โค้ด ‘GRABNOW’ รับส่วนลด 15%* สำหรับบริการสั่งอาหารและเรียกรถ เมื่อใช้ใน 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ ชลบุรี ขอนแก่น เชียงใหม่ และภูเก็ต ตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 ธันวาคม 2568

    ติดตามรายละเอียดเกี่ยวกับโปรเจกต์พิเศษ “เช็กอินกินเที่ยว กับ Grab Now Go Around” เพิ่มเติม ได้ที่ grabnowgoaround

    *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/travel/1197001&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw38WuJBSdirHjRGqU6Go9jG

  • 8 เดือนแรกปีนี้ ต่างชาติเที่ยวไทย 21.8 ล้านคน โกยรายได้ทะลุ 1 ล้านลบ. : อินโฟเควสท์

    8 เดือนแรกปีนี้ ต่างชาติเที่ยวไทย 21.8 ล้านคน โกยรายได้ทะลุ 1 ล้านลบ. : อินโฟเควสท์

    นายสรวงศ์ เทียนทอง รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยภาพรวมการท่องเที่ยว พบว่า ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสะสมตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-31 ส.ค. 68 ทั้งสิ้น 21,879,476 คน (-7.16%YoY) สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้วประมาณ 1,014,303 ล้านบาท (-5.40%YoY) โดยจำนวนนักท่องเที่ยวสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน 3,096,017 คน มาเลเซีย 3,049,961 คน อินเดีย 1,563,806 คน รัสเซีย 1,195,430 คน และเกาหลีใต้ 1,036,361 คน

    สำหรับสถานการณ์ท่องเที่ยวในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (25-31 ส.ค. 68) นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย เดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมาก โดยเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวกว่า 1 แสนคน จากการมีวันหยุดต่อเนื่องภายในประเทศ (วันประกาศอิสรภาพ) อีกทั้งนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเดินทางเข้ามาสะสมแล้วกว่า 3 ล้านคน ในขณะที่นักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดอื่น ๆ ชะลอตัวด้านการเดินทาง จากการสิ้นสุดการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (Summer holiday) ซึ่งเป็นแนวโน้มปกติของการเดินทาง

    ทั้งนี้ ส่งผลให้ภาพรวมในสัปดาห์ที่ผ่านมา มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทั้งสิ้น 506,115 คน ลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า 56,755 คน หรือ 10.08% คิดเป็นจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทย เฉลี่ยวันละ 72,302 คน โดย 5 อันดับแรก ของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้แก่ มาเลเซีย 100,600 คน จีน 70,847 คน รัสเซีย 37,402 คน อินเดีย 24,749 คน และญี่ปุ่น 20,027 คน

    “นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 27.24% ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น จีน รัสเซีย และอินเดีย ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า 27.21% 23.95% 17.63% และ 12.23% ตามลำดับ” นายสรวงศ์ ระบุ

    สำหรับสถานการณ์ท่องเที่ยวในสัปดาห์นี้ (1-7 ก.ย.) คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาทรงตัว แต่ยังคงมีปัจจัยส่งเสริมการเดินทาง ได้แก่ การประกาศปี Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025 และการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวและกีฬา การมีมาตรการ Ease of traveling ของรัฐบาล ที่ช่วยเพิ่มการอำนวยความสะดวกในการเดินทางสู่ไทย การยกเว้นบัตรตม.6 รวมถึงการกระตุ้นและส่งเสริมให้สายการบินเพิ่มจำนวนเที่ยวบินมากยิ่งขึ้น

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (02 ก.ย. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/526259&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2g-AoBtXYmW1UzFd-K_HQD