Category: ท่องเที่ยว

  • จับตา คังวอนแลนด์ พลิกโฉม “กาสิโนรีสอร์ท” สู่ Wellness Hub

    จับตา คังวอนแลนด์ พลิกโฉม “กาสิโนรีสอร์ท” สู่ Wellness Hub

    วงการกาสิโนและการท่องเที่ยวของเกาหลีใต้ กำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งสำคัญ หลังญี่ปุ่นเตรียมเปิดตัวอภิมหาโครงการรีสอร์ทครบวงจร (Integrated Resort – IR) “MGM Osaka” ซึ่งมีมูลค่ากว่า 9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และจะกลายเป็นคู่แข่งที่น่าจับตามองในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า 

    ล่าสุด สมาคมการท่องเที่ยวกาสิโน และสมาคมการท่องเที่ยวของเกาหลีใต้ ได้เดินทางเยือนเมืองโอซาก้า เพื่อจัดเวทีเสวนา ประเมินผลกระทบ และ เตรียมกลยุทธ์รับมือเป็นการเร่งด่วน

    สื่อท้องถิ่น The Korea Bizwire รายงานว่า การเสวนาดังกล่าว ได้รวบรวมเจ้าหน้าที่รัฐ นักวิชาการ และ ผู้เชี่ยวชาญกว่า 50 คน เพื่อร่วมกันวิเคราะห์แผนของญี่ปุ่นและหาแนวทางแก้ไข

    ประเด็นที่น่ากังวลที่สุด คือ การคาดการณ์ว่า MGM Osaka  อาจดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้ได้ถึง 7.6 ล้านคนต่อปี อันจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อ “คังวอน แลนด์” (Kangwon Land) กาสิโนเพียงแห่งเดียวที่อนุญาตให้คนเกาหลีเข้าใช้บริการ

    และยังกระทบต่อธุรกิจกาสิโนสำหรับชาวต่างชาติ อีก 17 แห่ง ที่มีลูกค้าหลักเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมถึงชาวญี่ปุ่น 

    อย่างไรก็ตาม คังวอน แลนด์ ได้เตรียมแผนรับมือด้วยการ ประกาศปรับโฉมรีสอร์ท High1 ครั้งใหญ่ ภายใต้โครงการ “K-HIT” เพื่อยกระดับให้เป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพและการกีฬาระดับโลก

    นายชเว ชอล-กยู รักษาการซีอีโอของคังวอน แลนด์ กล่าวว่า “นี่คือบททดสอบครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมเรา เราจะใช้นวัตกรรมอย่างโครงการ K-HIT เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่น และรักษาจุดยืนของเกาหลีในเวทีรีสอร์ทครบวงจรระดับโลก”

    สำหรับโครงการ MGM Osaka มีกำหนดเปิดให้บริการราว ปี 2030 โดยชูจุดเด่นการเป็นกาสิโนถูกกฎหมายแห่งแรกของญี่ปุ่น 

    พร้อมด้วยโรงแรม 3 แบรนด์ รวมกว่า 2,500 ห้องพัก พื้นที่จัดประชุมและนิทรรศการ (MICE) ขนาดใหญ่ถึง 730,000 ตารางฟุต และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/637267&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw20lS9fZO4BeGiyQIo7pvRR

  • สายการบินบางกอกแอร์ขยายรันเวย์สนามบินตราด รับเครื่องบินขนาดใหญ่ รองรับการเติบโตธุรกิจท่องเที่ยวตราดและจันทบุรี พุฒิพงษ์มาแถลงกับสื่อเอง | TOPNEWS

    สายการบินบางกอกแอร์ขยายรันเวย์สนามบินตราด รับเครื่องบินขนาดใหญ่ รองรับการเติบโตธุรกิจท่องเที่ยวตราดและจันทบุรี พุฒิพงษ์มาแถลงกับสื่อเอง | TOPNEWS

    ด้านสำนักงานคลังจังหวัดตราดรายงานตัวเลขผู้โดยสารที่เดินทางผ่านสนามบินตราด โดยระบุว่า จำนวนผู้โดยสารผ่านสนามบินตราด(ท่าโสม) ปี 2567 จำนวน 75,984 คน ครึ่งปี 2568 จำนวน 36,649 คน ขณะจำนวนนักท่องเที่ยวปี 2567 มีจำนวน 2,267,612 คน ปี 2568 ในช่วงครึ่งปี 2568 มีจำนวน 1,099,805 คน

    ทั้งนี้ ในวันที่ 1 กันยายน 2568 นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เจ้าของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ได้ทำหนังสือเชิญสื่อมวลชนจังหวัดตราด เข้าร่วมกิจกรรมของสายการบิน และให้ข้อมูลแผนเพิ่มศักยภาพสนามบินตราด รองรับการท่องเที่ยวในอนาคต เพื่อเปิดเผยถึงแนวทางการพัฒนาธุรกิจการบินของบริษัทที่จะรองรับการเติบโตของธุรกิจท่องเที่ยวของจังหวัดตราดด้วย

    ภาพ/ข่าว จักรกฤชณ์ แววคล้ายหงษ์ ญาณี แววคล้ายหงษ์ ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.ตราด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1291661&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2l_jBdHdGaqdwLl35Irt92

  • คลัง เผยศก.ไทย ก.ค.รับแรงหนุนส่งออกโตต่อเนื่อง แม้ลงทุนเอกชน-ท่องเที่ยวชะลอ จับตาผลกระทบภาษีทรัมป์ H2/68 : อินโฟเควสท์

    คลัง เผยศก.ไทย ก.ค.รับแรงหนุนส่งออกโตต่อเนื่อง แม้ลงทุนเอกชน-ท่องเที่ยวชะลอ จับตาผลกระทบภาษีทรัมป์ H2/68 : อินโฟเควสท์

    สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เผยสถานการณ์เศรษฐกิจไทยในเดือนกรกฎาคม 2568 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการส่งออกสินค้าที่ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 13 สอดคล้องกับการบริโภคในหมวดสินค้าคงทนที่ปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ดี การลงทุนภาคเอกชนและการท่องเที่ยวต่างชาติ ส่งสัญญาณชะลอตัวจากเดือนก่อน

    ทั้งนี้ จำเป็นต้องติดตามทิศทางการส่งออกสินค้าครึ่งปีหลังและการผลิตอุตสาหกรรม ภายหลังมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) ของสหรัฐฯ เริ่มมีผลบังคับใช้ในเดือนสิงหาคม 2568 ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในด้านต่าง ๆ อย่างใกล้ชิดต่อไป

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (28 ส.ค. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/525066&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0q_50JZd6DnafRQzRbc-gF

  • ก.ท่องเที่ยวและกีฬา โดย ททท. พันธมิตร ผนึกกำลังสร้างความเชื่อมั่น ยกระดับมาตรฐานความมั่นใจเที่ยวไทยสู่จุดหมายปลายทางยอดนิยม

    ก.ท่องเที่ยวและกีฬา โดย ททท. พันธมิตร ผนึกกำลังสร้างความเชื่อมั่น ยกระดับมาตรฐานความมั่นใจเที่ยวไทยสู่จุดหมายปลายทางยอดนิยม

    ก.ท่องเที่ยวและกีฬา โดย ททท. พันธมิตร ผนึกกำลังสร้างความเชื่อมั่น ยกระดับมาตรฐานความมั่นใจเที่ยวไทยสู่จุดหมายปลายทางยอดนิยม

    วันพฤหัสบดี ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 12.22 น.

    Tag :

    นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านมาตรฐานความปลอดภัย เข้าร่วมกิจกรรมฟื้นฟูความเชื่อมั่นในการเดินทางท่องเที่ยว พร้อมเปิดตัวตราสัญลักษณ์ “Trusted Thailand” ชี้ความปลอดภัยเป็นหัวใจสำคัญของการเดินทาง

    ททท. ยืนยันเจตนารมณ์ในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยเน้น “ความปลอดภัย” เป็นหัวใจสำคัญของการเดินทาง ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพและมาตรฐานบริการท่องเที่ยว เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งยังคงเป็นกลุ่มตลาดหลักที่มีศักยภาพสูงและมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของประเทศไทย

    สำหรับการจัดกิจกรรมฟื้นฟูความเชื่อมั่นในการเดินทางท่องเที่ยวและเปิดตัวตราสัญลักษณ์ “Trusted Thailand” ประกอบด้วย เวทีเสวนามาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยว โดยมี ททท. พร้อมผู้แทนจากหน่วยงานพันธมิตร อาทิ กรมการปกครอง กรมการท่องเที่ยว กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และกรมการขนส่งทางบก ร่วมนำเสนอแนวทางการดูแลและเสริมสร้างมาตรการความปลอดภัย ครอบคลุมทั้งด้านการบริหารจัดการ การกำกับดูแล และการบริการนักท่องเที่ยว พร้อมกันนี้ยังมีการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ด้านความปลอดภัยในการให้บริการรถโดยสารสาธารณะ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของระบบขนส่งนักท่องเที่ยว เพื่อยกระดับมาตรฐานบริการ และส่งมอบประสบการณ์ท่องเที่ยวไทยที่มั่นใจและน่าประทับใจแก่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

    โครงการ Trusted Thailand จะเปิดรับลงทะเบียนผู้ประกอบการภายในเดือนกันยายน 2568 นี้ บนเว็บไซต์ www.tourismthailand.org/trustedthailand และจะเผยแพร่รายชื่อสถานประกอบการที่ได้รับตราสัญลักษณ์ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าถึงได้อย่างสะดวก โดยตราสัญลักษณ์ “Trusted Thailand” จะมอบให้กับสถานประกอบการที่ให้ความสำคัญกับ 4 มิติหลัก ได้แก่ 1) มาตรการรักษาความปลอดภัยทั่วไปสำหรับนักท่องเที่ยว เช่น การติดตั้งกล้องวงจรปิด ระบบแจ้งเหตุฉุกเฉิน การวางแผนการจัดการพื้นที่อย่างปลอดภัย 2) มาตรการในการควบคุมความปลอดภัยในการชำระเงิน การเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มการเงินที่ปลอดภัยและเป็นที่ยอมรับในตลาดหลัก เช่น Alipay, WeChat Pay 3) การสื่อสารภาษาต่างประเทศ ความพร้อมของผู้ประกอบการต่อการดูแลนักท่องเที่ยวด้วยความเอาใจใส่และเป็นมืออาชีพ และ 4) ความปลอดภัยในการเดินทางเข้าถึง เส้นทางที่ปลอดภัยมีจุดที่ตั้งที่ชัดเจนสำหรับนักท่องเที่ยว การติดตั้งป้ายหรือจุดให้ข้อมูล การเชื่อมต่อกับระบบขนส่งสาธารณะอย่างปลอดภัย รวมถึงข้อมูลของสถานประกอบการที่ได้รับตราสัญลักษณ์ในรูปแบบ QR Code ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ 1672 Travel Buddy

    ททท.  มุ่งเน้นสร้างความเชื่อมั่น และความซื่อสัตย์ ปลอดภัย ได้มาตรฐาน เพื่อสร้างประสบการณ์การเดินทางตอบโจทย์นักท่องเที่ยว และนำไปสู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

    #AmazingThailand

    #TrustedThailand

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/relation/910193&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2sn3aahDPH0HRWpf1SO-KK

  • ก.ท่องเที่ยวและกีฬา โดย ททท. พันธมิตร ผนึกกำลังสร้างความเชื่อมั่น ยกระดับมาตรฐานความมั่นใจเที่ยวไทยสู่จุดหมายปลายทางยอดนิยม

    ก.ท่องเที่ยวและกีฬา โดย ททท. พันธมิตร ผนึกกำลังสร้างความเชื่อมั่น ยกระดับมาตรฐานความมั่นใจเที่ยวไทยสู่จุดหมายปลายทางยอดนิยม

    สังคม-สตรี

    ก.ท่องเที่ยวและกีฬา โดย ททท. พันธมิตร ผนึกกำลังสร้างความเชื่อมั่น ยกระดับมาตรฐานความมั่นใจเที่ยวไทยสู่จุดหมายปลายทางยอดนิยม

    วันพฤหัสบดี ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 11.30 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านมาตรฐานความปลอดภัย เข้าร่วมกิจกรรมฟื้นฟูความเชื่อมั่นในการเดินทางท่องเที่ยว พร้อมเปิดตัวตราสัญลักษณ์ “Trusted Thailand” ชี้ความปลอดภัยเป็นหัวใจสำคัญของการเดินทาง

    ททท. ยืนยันเจตนารมณ์ในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยเน้น “ความปลอดภัย” เป็นหัวใจสำคัญของการเดินทาง ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพและมาตรฐานบริการท่องเที่ยว เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งยังคงเป็นกลุ่มตลาดหลักที่มีศักยภาพสูงและมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของประเทศไท

    สำหรับการจัดกิจกรรมฟื้นฟูความเชื่อมั่นในการเดินทางท่องเที่ยวและเปิดตัวตราสัญลักษณ์ “Trusted Thailand” ประกอบด้วย เวทีเสวนามาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยว โดยมี ททท. พร้อมผู้แทนจากหน่วยงานพันธมิตร อาทิ กรมการปกครอง กรมการท่องเที่ยว กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และกรมการขนส่งทางบก ร่วมนำเสนอแนวทางการดูแลและเสริมสร้างมาตรการความปลอดภัย ครอบคลุมทั้งด้านการบริหารจัดการ การกำกับดูแล และการบริการนักท่องเที่ยว พร้อมกันนี้ยังมีการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ด้านความปลอดภัยในการให้บริการรถโดยสารสาธารณะ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของระบบขนส่งนักท่องเที่ยว เพื่อยกระดับมาตรฐานบริการ และส่งมอบประสบการณ์ท่องเที่ยวไทยที่มั่นใจและน่าประทับใจแก่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

    โครงการ Trusted Thailand จะเปิดรับลงทะเบียนผู้ประกอบการภายในเดือนกันยายน 2568 นี้ บนเว็บไซต์ www.tourismthailand.org/trustedthailand และจะเผยแพร่รายชื่อสถานประกอบการที่ได้รับตราสัญลักษณ์ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าถึงได้อย่างสะดวก โดยตราสัญลักษณ์ “Trusted Thailand” จะมอบให้กับสถานประกอบการที่ให้ความสำคัญกับ 4 มิติหลัก ได้แก่ 1) มาตรการรักษาความปลอดภัยทั่วไปสำหรับนักท่องเที่ยว เช่น การติดตั้งกล้องวงจรปิด ระบบแจ้งเหตุฉุกเฉิน การวางแผนการจัดการพื้นที่อย่างปลอดภัย 2) มาตรการในการควบคุมความปลอดภัยในการชำระเงิน การเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มการเงินที่ปลอดภัยและเป็นที่ยอมรับในตลาดหลัก เช่น Alipay, WeChat Pay 3) การสื่อสารภาษาต่างประเทศ ความพร้อมของผู้ประกอบการต่อการดูแลนักท่องเที่ยวด้วยความเอาใจใส่และเป็นมืออาชีพ และ 4) ความปลอดภัยในการเดินทางเข้าถึง เส้นทางที่ปลอดภัยมีจุดที่ตั้งที่ชัดเจนสำหรับนักท่องเที่ยว การติดตั้งป้ายหรือจุดให้ข้อมูล การเชื่อมต่อกับระบบขนส่งสาธารณะอย่างปลอดภัย รวมถึงข้อมูลของสถานประกอบการที่ได้รับตราสัญลักษณ์ในรูปแบบ QR Code ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ 1672 Travel Buddy

    ททท.  มุ่งเน้นสร้างความเชื่อมั่น และความซื่อสัตย์ ปลอดภัย ได้มาตรฐาน เพื่อสร้างประสบการณ์การเดินทางตอบโจทย์นักท่องเที่ยว และนำไปสู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

    #AmazingThailand
    #TrustedThailand

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/mobile/news/social/444111&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0W6uA7hrtsdTNXHYSEZW1K

  • การพัฒนา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างยั่งยืน (SDG 8) – สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

    การพัฒนา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างยั่งยืน (SDG 8) – สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

    การพัฒนา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างยั่งยืน (SDG 8)

    การพัฒนา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างยั่งยืน
    โดย รศ.ดร.ศรัณย์ ศานติศาสน์ คณะพัฒนาการเศรษฐกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)

    สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) มุ่งมั่นขับเคลื่อนสู่การเป็นสถาบันสรรค์สร้างทางปัญญาของสังคม เพื่อสร้างผู้นำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับสากล ภายใต้ปรัชญา Wisdom for Sustainable Development ในเนื้อหาสาระวันนี้ จะมาพูดคุยถึงแนวทางการพัฒนาพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้มีความยั่งยืน โดยเน้นกรอบการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG) โดยเฉพาะ SDG8: การเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน การเพิ่มผลิตภาพ และการสร้างงานที่มีคุณค่า

    บริบทและศักยภาพของพื้นที่

    รศ.ดร.ศรัณย์ ศานติศาสน์ กล่าวถึงสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคมในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส) ว่ามีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เนื่องจากประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลามและมีวัฒนธรรมมลายู ทรัพยากรหลักของพื้นที่คือยางพารา ปาล์มน้ำมัน ผลไม้ และทรัพยากรทางทะเล แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ อุตสาหกรรมฮาลาล ซึ่งครอบคลุมทุกมิติของวิถีชีวิตชาวมุสลิม ตั้งแต่อาหาร เครื่องสำอาง ไปจนถึงการท่องเที่ยว เนื่องจากประชากรโลกมุสลิมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นโอกาสสำคัญในการส่งออกผลิตภัณฑ์ฮาลาลไปยังประเทศที่มีกำลังซื้อสูง เช่น กลุ่มตะวันออกกลาง มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีประชากรมุสลิมมากที่สุดในโลก

    ความท้าทายในการพัฒนา

    แม้จะมีศักยภาพ แต่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงเผชิญกับความท้าทายที่สำคัญ ได้แก่

    • ความยากจนและความเหลื่อมล้ำ: รายได้ต่อหัวประชากรต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศเกือบ 40% และมีครัวเรือนที่มีรายได้น้อยจำนวนมาก
    • ปัญหาความไม่สงบ: ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม ทำให้ภาคเอกชนไม่กล้าเข้ามาลงทุน และยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบการศึกษาและสุขภาพ เนื่องจากบุคลากรไม่เพียงพอและโครงสร้างพื้นฐานได้รับความเสียหาย

    แนวทางการบูรณาการศาสนาและวัฒนธรรมเพื่อการพัฒนา

    รศ.ดร.ศรัณย์ มองว่านโยบายการพัฒนาที่ยั่งยืนในพื้นที่นี้ ควรบูรณาการหลักการทางศาสนาเข้าด้วยกัน โดยเฉพาะ:

    • การเงินอิสลาม: ระบบการเงินที่ไม่ใช้ดอกเบี้ย แต่ใช้หลักการแบ่งปันผลกำไร (profit sharing) และห้ามเกี่ยวข้องกับธุรกิจที่ผิดหลักศาสนา (เช่น แอลกอฮอล์ การพนัน) การส่งเสริมการเงินอิสลามจะช่วยดึงดูดเงินออมเข้าสู่ระบบและเป็นแหล่งเงินทุนให้กับธุรกิจขนาดเล็ก (SME)
    • ซะกาต (Zakat): การบริจาครายได้ส่วนหนึ่งให้กับผู้ยากไร้และผู้ขัดสนในแต่ละปี ซึ่งเป็นหลักปฏิบัติที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำและบรรเทาภาระของภาครัฐในการแก้ไขปัญหาความยากจน

    การลงทุนในทรัพยากรมนุษย์: การศึกษาและสุขภาพ

    การพัฒนาที่ยั่งยืนต้องเริ่มต้นจากรากฐานที่แข็งแกร่งของ ทุนมนุษย์ โดยเฉพาะในด้านการศึกษาและสุขภาพ ซึ่งพบว่ามีสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วง:

    • การศึกษา: เด็กในพื้นที่ต้องเรียนรู้สองภาษา (ไทยและมลายู) และสองสาย (สามัญและศาสนา) ควบคู่กันไป หากระบบการศึกษาไม่เหมาะสมจะกลายเป็นอุปสรรค นอกจากนี้ ปัญหาความไม่สงบยังส่งผลกระทบต่อทั้งอุปสงค์และอุปทานของการศึกษา ทำให้เยาวชนขาดโอกาส และบุคลากรทางการศึกษาไม่เพียงพอ งานวิจัยชี้ว่าเด็กใน 3 จังหวัดชายแดนมีปีการศึกษาเฉลี่ยต่ำกว่าพื้นที่อื่นในภาคใต้เกือบ 1 ปี
    • สุขภาพ: ประชากรประสบปัญหาโรคเรื้อรังสูงขึ้น การเข้าถึงระบบสาธารณสุขในพื้นที่ห่างไกลทำได้ยาก และมีปัญหาขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพในการดูแลรักษาผู้ป่วย

    การสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนผ่านการมีส่วนร่วม

    สันติภาพเป็นปัจจัยสำคัญที่จะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต้องยอมรับใน อัตลักษณ์ และความหลากหลายทางศาสนา เชื้อชาติ และวัฒนธรรมในพื้นที่ โดยมองความแตกต่างให้เป็น โอกาส ไม่ใช่เป็นภัยคุกคาม

    การสร้างสันติภาพที่แท้จริงต้องมาจากการ เปิดพื้นที่ ให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและออกแบบนโยบายตั้งแต่ต้น แทนที่จะถูกกำหนดจากส่วนกลางเพียงอย่างเดียว การทำให้ประชาชนรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการพัฒนาจะช่วยสร้างความไว้ใจและนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการให้โอกาสกับกลุ่มเปราะบาง เช่น เยาวชนที่ว่างงาน หรือผู้ที่ต้องออกจากระบบการศึกษา เพราะเมื่อพวกเขารู้สึกว่ามีคุณค่าและมีอนาคตในพื้นที่ โอกาสที่จะเข้าไปเกี่ยวข้องกับปัญหาความไม่สงบก็จะลดลง

    การลงทุน 4 ด้านที่สำคัญเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน:

    1. การพัฒนาทุนมนุษย์: เสริมสร้างทักษะการศึกษาและการฝึกอบรมที่สอดคล้องกับเศรษฐกิจท้องถิ่น เช่น การแปรรูปสินค้าเกษตร และธุรกิจฮาลาล
    2. การลงทุนในเศรษฐกิจฐานราก: ส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์และวิสาหกิจเพื่อสังคม (SE) ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของพื้นที่ เช่น งานหัตถกรรมและการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
    3. การสร้างพื้นที่สำหรับความโปร่งใสและการมีส่วนร่วม: เปิดเวทีให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบนโยบาย และสร้างหลักธรรมาภิบาลในการใช้ทรัพยากรภาครัฐ
    4. การให้ความสำคัญกับศาสนาและวัฒนธรรม: บูรณาการบริบททางศาสนาและวัฒนธรรมเข้ากับนโยบายการพัฒนาอย่างจริงจัง

    หากนโยบายการพัฒนาสามารถบูรณาการทุกมิติเข้าด้วยกัน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สันติภาพ และวัฒนธรรม โดยให้คนในพื้นที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ก็จะสามารถนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ในที่สุด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://nida.ac.th/sustainable-development-southern-border-provinces/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3jobH30ha0P57nLSsyt3Ka

  • เปิดงาน “เชียงใหม่เมืองแห่งเทศกาลท่องเที่ยวชุมชนยลวิถีศรีสุพรรณอารามฯ”

    เปิดงาน “เชียงใหม่เมืองแห่งเทศกาลท่องเที่ยวชุมชนยลวิถีศรีสุพรรณอารามฯ”

    เปิดงาน “เชียงใหม่เมืองแห่งเทศกาลท่องเที่ยวชุมชนยลวิถีศรีสุพรรณอารามฯ”

    28 Aug 68

    รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดงาน “เชียงใหม่เมืองแห่งเทศกาลท่องเที่ยวชุมชนยลวิถีศรีสุพรรณอารามและพิธีมงคลบวงสรวงคเณศจตุรถี ประจำปี 2568”

    วันนี้ (27 ส.ค. 68) เวลา 19.00 น. ณ ลานอุโบสถเงิน วัดศรีสุพรรณ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดงาน “เชียงใหม่เมืองแห่งเทศกาลท่องเที่ยวชุมชนยลวิถีศรีสุพรรณอารามและพิธีมงคลบวงสรวงคเณศจตุรถี ประจำปี 2568” มีกำหนดจัดขึ้น ตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคม – 5 กันยายน 2568 โดยมีกิจกรรมสาธิตการทำเครื่องเงิน การจัดจำหน่ายสินค้าชุมชน กาดหมั้ว กิจกรรมการแสดง แสง สี เสียง อุโบสถเงิน ซึ่งกิจกรรมไฮไลท์ได้แก่พิธีสักการะขอพรพระพิฆเนศทันใจและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ในเวลา 19.00 น. เป็นต้นไปของทุกวัน
    และในช่วงเช้าได้มีพิธีบวงสรวง-อารตีไฟคเณศจตุรถี ประกอบพิธีสรงน้ำ สถาปนาหม้อกลับศคเณศ เทพแห่งปัญญาและความสำเร็จ เชื่อกันว่าพระองค์ทรงเสด็จมาประทานพร ความสำเร็จ ความโชคดี และการปลดเปลื้องอุปสรรคทั้งปวง ให้กับผู้ร่วมพิธีในครังนี้ด้วย

    ร่วมแสดงความคิดเห็น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/social/3753793/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0J8HcsH3_RQkUSG3OUxZaF

  • สงขลา | กำหนด 3 พื้นที่ อำเภอสงขลา แหล่งท่องเที่ยว (เมืองสงขลา -หาดใหญ่-สะเดา) ขายเหล้าเบียร์ได้ ในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา

    สงขลา | กำหนด 3 พื้นที่ อำเภอสงขลา แหล่งท่องเที่ยว (เมืองสงขลา -หาดใหญ่-สะเดา) ขายเหล้าเบียร์ได้ ในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา

    วันที่ 27 สิงหาคม ณ ห้องประชุม Conference ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดสงขลา นายวันชัย ปริญญาศิริ นายกเทศมนตรีนครสงขลา เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการพิจารณากำหนดพื้นที่หรือบริเวณที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวในการกำหนดวันห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. 2568 โดยมีนายวรพันธุ์ สุวรรณยุหะ ปลัดจังหวัดสงขลา เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ภาคธุรกิจ ภาคสังคม ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้ประกอบการเข้าร่วม

    สำหรับการประชุมฯ ที่ประชุมได้พิจารณาตามข้อกำหนดของประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีฯ ซึ่งมีสาระสำคัญห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ได้แก่ วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา และวันออกพรรษา ยกเว้นสถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะคล้ายสถานบริการที่ตั้งอยู่ในพื้นที่หรือบริเวณที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว

    ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับการส่งเสริมการท่องเที่ยว ควบคู่กับการรักษาความสงบเรียบร้อยและวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่น โดยที่ประชุมมีมติพิจารณากำหนดพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวที่สามารถจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันดังกล่าว จำนวน 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองสงขลา กำหนดพื้นที่ภายในเขตอำเภอเมืองสงขลา อำเภอหาดใหญ่

    กำหนดพื้นที่ ถนนนิพัทธ์อุทิศ 1, 2 และ 3, ถนนนวลแก้ว, ถนนธรรมนูญวิถี และถนนสาครมงคล อำเภอสะเดา พื้นที่ที่กำหนดตามพระราชกฤษฎีกาเขตพื้นที่ (Zoning) เพื่อการตั้งสถานบริการ ได้แก่ ตำบลปาดังเบซาร์ และตำบลสำนักขาม ส่วนอำเภออื่น ๆ อีก 13 อำเภอ มีมติไม่กำหนดพื้นที่หรือบริเวณที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวตามเกณฑ์ดังกล่าว

    การประชุมครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการสร้างสมดุลระหว่างการส่งเสริมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ควบคู่กับการรักษาวัฒนธรรมประเพณีและความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ ซึ่งเทศบาลนครสงขลายังคงยึดมั่นในการมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์ เพื่อขับเคลื่อนนโยบายของจังหวัดให้เป็นไปด้วยความรอบคอบและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

    ข่าว : ภูริศา กวีพันธ์ ภาพ : ศิรินาถ สิทธิการ เทศบาลนครสงขลา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.hatyaifocus.com/news-detail/29198/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2ZkPjB5eJlEglfJ-rJM63w

  • ททท. จัดพิธีปิดการอบรมและพิธีมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้ผ่านการอบรมหลักสูตร TME รุ่นที่ 6 ประจำปี 2568

    ททท. จัดพิธีปิดการอบรมและพิธีมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้ผ่านการอบรมหลักสูตร TME รุ่นที่ 6 ประจำปี 2568

    ททท. จัดพิธีปิดการอบรมและพิธีมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้ผ่านการอบรมหลักสูตร TME รุ่นที่ 6 ประจำปี 2568


    28/08/2568 | 71 |

    วันที่ 27 สิงหาคม 2568 นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีปิดการอบรมและมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้ผ่านการอบรมหลักสูตรการบริหารการท่องเที่ยวสำหรับผู้บริหารระดับสูง (Tourism Management Program for Executives: TME) รุ่นที่ 6ประจำปี 2568 จำนวน 37 ราย พร้อมนี้ ได้รับเกียรติจากนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และนายกิตติพงษ์ ประพัฒน์ทอง รองผู้ว่าการด้านดิจิทัล วิจัย และพัฒนา ททท. เข้าร่วมงาน ณ หอประชุมกองทัพเรือ กรุงเทพฯ

    นายจักรพล  ตั้งสุทธิธรรม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า การพัฒนาศักยภาพบุคลากรและยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยยังคงเป็นหัวใจสำคัญของนโยบายรัฐบาลปี 2568 ซึ่งมุ่งผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Tourism Hub ผ่านแนวทางที่เน้นทั้งคุณภาพและความยั่งยืน พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยการสร้างงาน กระจายรายได้ และลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในปี Amazing Thailand Grand Tourism & Sports Year 2025 ที่ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ภายใต้การดำเนินงานของ ททท. ร่วมกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนมุ่งกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ผ่านโครงการกระตุ้นตลาดและการจัดกิจกรรมอีเวนต์ต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง การเตรียมความพร้อมให้กับฝั่งผู้ประกอบการและผู้บริหารในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจึงเป็นสิ่งสำคัญ
    เพื่อให้ภาคธุรกิจท่องเที่ยวไทยเพิ่มศักยภาพในการรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ ๆ โดยหลักสูตร Tourism Management Program for Executives (TME) ที่ ททท. จัดอบรมในช่วงที่ผ่านมา เพื่อช่วยเสริมองค์ความรู้ใหม่ ๆ เกี่ยวกับการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ การใช้ดิจิทัลและ AI ในการบริหารจัดการ และการออกแบบโมเดลท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จะช่วยยกระดับผู้ประกอบการให้สามารถส่งมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวไทยที่มีคุณค่าและน่าประทับใจแก่นักท่องเที่ยว และทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างมีคุณภาพและยั่งยืน

    นางสาวฐาปนีย์  เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ททท. มุ่งเน้นการเพิ่มพูนองค์ความรู้ใหม่ ๆ เกี่ยวกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวผ่านระบบการสร้างเครือข่าย (Networking) เสริมสร้างความเข้าใจในตลาด การท่องเที่ยวสมัยใหม่ เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกและคุณค่าต่อระบบเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน การสำเร็จการศึกษาจากหลักสูตรฯ นี้ นับว่าเป็นเกียรติและมีความสำคัญยิ่งในการเพิ่มขีดความสามารถให้แก่ผู้บริหารระดับสูงในหน่วยงานภาครัฐ ภาคธุรกิจ รวมถึงสื่อมวลชน ที่ล้วนเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้ก้าวสู่ความเป็นเลิศระดับสากล อันจะช่วยสร้างความได้เปรียบเชิงแข่งขันให้แก่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในอนาคต

    ผู้ผ่านการอบรมหลักสูตรการบริหารการท่องเที่ยวสำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 6 ภายใต้แนวคิด Path to Greatness นี้ ได้รับการอบรมใน 6 ชุดความรู้ ด้วยคีย์เวิร์ด GREATS ประกอบด้วย ชุดที่ 1: G – Global Trends & Sustainability in Tourism เปิดมุมมองแนวโน้มระดับโลกและทิศทางของความยั่งยืนในอนาคต, ชุดที่ 2: R – Rooting Cultural & Authentic Experiences ต่อยอดรากฐานทางวัฒนธรรมสู่อัตลักษณ์และประสบการณ์ของไทย, ชุดที่ 3: E – Enhancing Personalization & Customization นำสู่การปรับแต่งประสบการณ์ท่องเที่ยวเฉพาะบุคคลตามความต้องการที่ลึกซึ้ง, ชุดที่ 4: A – Advancing Health, Wellness & Well-being Tourism ขยายมูลค่าการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและสุขภาวะที่ดีที่ตอบโจทย์สุขภาพสูง, ชุดที่ 5: T – Technologies Integration for Smart Tourism ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างเสริมการท่องเที่ยวอย่างชาญฉลาด, ชุดที่ 6: S – Shaping Thailand’s Signature Destinations วางรากฐานและกลยุทธ์เพื่อสร้างจุดหมายปลายทางไทยที่แตกต่างและน่าจดจำ รวมถึงกิจกรรมศึกษาดูงาน เพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ 

    นอกจากนี้ ในวันที่ 27 สิงหาคม 2568 ตัวแทนผู้เข้าอบรมหลักสูตรได้มีการนําเสนอแผนกลยุทธ์การพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบต่อผู้บริหาร ททท. และคณะกรรมการตัดสินฯ พร้อมกันนี้ได้รับเกียรติจากนายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยว
    และกีฬามอบประกาศนียบัตรแก่ผู้ผ่านการอบรมหลักสูตรการบริหารการท่องเที่ยวสำหรับผู้บริหารระดับสูง (Tourism Management Program for Executives: TME) รุ่นที่ 6 ประจำปี 2568 จำนวน 37 ราย ณ หอประชุมกองทัพเรือ 

    ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจหลักสูตรอบรมสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์พัฒนาวิชาการด้านตลาดการท่องเที่ยว (TAT Academy) โทร. 0 2250 5500 ต่อ 4920-4


    image รูปภาพ


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/418663&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw10jvSFS-m4lRIuKV8Coo2n

  • ประกาศปิดชั่วคราว

    ประกาศปิดชั่วคราว

    ประกาศปิดชั่วคราว ‘อุทยานฯถ้ำปลา-น้ำตกผาเสื่อ’จังหวัดแม่ฮ่องสอน

    วันพฤหัสบดี ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 11.02 น.

    อุทยานแห่งชาติถ้ำปลา-น้ำตกผาเสื่อ ประกาศ! ปิดการท่องเที่ยวและพักแรมในแหล่งท่องเที่ยวถ้ำปลา บริเวณหน่วยพิทักษ์ อุทยานแห่งชาติที่ ถผ.1 (ถ้ำปลา) เป็นการชั่วคราว

    28 สิงหาคม 2568 นายเกียรติศักดิ์ วังวล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติถ้ำปลา-น้ำตกผาเสื่อ แจ้งว่า จากเหตุเกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ คืนวันที่ 26 สิงหาคม 2567 ส่งผลให้ลำน้ำแม่สะงีและ ลำน้ำห้วยผาที่ไหลผ่านบริเวณแหล่งท่องเที่ยวถ้ำปลา หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ถผ.1 (ถ้ำปลา) ท้องที่หมู่ ที่ 1 ตำบลห้วยผา อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีปริมาณน้ำมาก ไหลเชี่ยว จนเอ่อล้นตลิ่ง เข้าท่วมบริเวณแหล่งท่องเที่ยวและทางเดินไปชมแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ถ้ำปลาในบางจุด ทำให้เสี่ยงอันตรายแก่ นักท่องเที่ยว

    อุทยานแห่งชาติถ้ำปลา-น้ำตกผาเสื่อ พิจารณาแล้ว เพื่อความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวที่เข้า มาท่องเที่ยวในบริเวณแหล่งท่องเที่ยวถ้ำปลา  จึงประกาศปิดการท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวถ้ำปลา หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ถผ.1 (ถ้ำปลา) ท้องที่ตำบลห้วยผา อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน ตั้งแต่วันที่ 27-28 สิงหาคม 2568 รวมจำนวน 2 วัน เป็นการชั่วคราว

    ทั้งนี้ อุทยานแห่งชาติถ้ำปลา-น้ำตกผาเสื่อ ยังคงปฏิบัติงานตามภารกิจของกรมอุทยาน แห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นปกติ โดยผู้มาติดต่อราชการสามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่อุทยาน แห่งชาติถ้ำปลา – น้ำตกผาเสื่อ จังหวัดแม่ฮ่องสอน หมายเลขโทรศัพท์ 082-1911746

    .012

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/likesara/910162&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw309f8_y6SzmC7ZQWnrHxAC