Category: ท่องเที่ยว

  • เชียงใหม่-เปิดฉากยิ่งใหญ่ “เชียงใหม่ กอล์ฟ เฟสติวัล 2026” ดันกอล์ฟท่องเที่ยวภาคเหนือ คึกคักรับกรีนซีซั่น | TOPNEWS

    เชียงใหม่-เปิดฉากยิ่งใหญ่ “เชียงใหม่ กอล์ฟ เฟสติวัล 2026” ดันกอล์ฟท่องเที่ยวภาคเหนือ คึกคักรับกรีนซีซั่น | TOPNEWS

    สมาคมกอล์ฟรีสอร์ทภาคเหนือ คิกออฟ “Chiang Mai Golf Festival 2026” ปีที่ 17 อย่างยิ่งใหญ่ ผนึกกำลัง 7 สนามกอล์ฟชั้นนำจัดแข่งขัน 10 แมตช์รวดพฤษภาคม-กันยายนนี้ หวังดึงนักกอล์ฟทั่วไทยกว่า 3 หมื่นชีวิตเข้าพื้นที่

    สมาคมกอล์ฟรีสอร์ทภาคเหนือ ร่วมกับสนามกอล์ฟชั้นนำในจังหวัดเชียงใหม่และลำพูน เปิดตัวโครงการ “Chiang Mai Golf Festival 2026” อย่างเป็นทางการ เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงกีฬากอล์ฟในพื้นที่ภาคเหนือ ประจำปี 2569 พร้อมตอกย้ำศักยภาพการเป็นจุดหมายปลายทางด้านกอล์ฟในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (Green Season)

    โครงการดังกล่าวได้รับความร่วมมือจากสนามกอล์ฟสมาชิกจำนวน 7 แห่ง ได้แก่ North Hill Golf Club Chiang Mai, Mae Jo Golf Resort & Spa, Gassan Khuntan Golf & Resort, Chiang Mai Highlands Golf & Spa Resort, Gassan Panorama Golf Club, Gassan Legacy Golf Club และ Chiang Mai Inthanon Golf and Natural Resort โดยกำหนดจัดการแข่งขันรวม 10 แมตช์ ใน 6 สนาม ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงกันยายน 2569 เพื่อค้นหาสุดยอดนักกอล์ฟของภาคเหนือ

    ทั้งนี้ โครงการ “Chiang Mai Golf Festival 2026” ถือเป็นกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬากอล์ฟเพื่อสุขภาพ โดยได้รับการสนับสนุนจากบริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด สายการบิน EVA Air และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อประชาสัมพันธ์และดึงดูดนักกอล์ฟ รวมถึงนักท่องเที่ยวสายสุขภาพให้เดินทางเข้ามายังจังหวัดเชียงใหม่และลำพูนในช่วงกรีนซีซั่น อันจะช่วยสร้างรายได้หมุนเวียนให้กับเศรษฐกิจในพื้นที่และผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง

    สำหรับงานแถลงข่าวจัดขึ้นเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2569 ณ สนามเชียงใหม่ไฮแลนด์ กอล์ฟ แอนด์ สปา รีสอร์ท โดยมี ผู้ให้เกียรติร่วมงานแถลงข่าวได้แก่ คุณอานันต์ เผือกพิบูลย์ ผู้จัดการสำนักงานส่งเสริมกีฬา บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด, Ms. Hsu Chiao-Hsin ผู้บริหารจากสายการบิน EVA Airways, คุณเฉลิมพล ชูชาติ นายกสมาคมกอล์ฟรีสอร์ทภาคเหนือ, คุณสาธิต เริงโพธิ์ กรรมการสมาคมฝ่ายจัดการแข่งขัน, คุณสุพชฌาย์ เสวตไอยาราม อุปนายกสมาคมกอล์ฟรีสอร์ทภาคเหนือ และคุณ วราพร อากาศวิภาต เลขาธิการสมาคมกอล์ฟ รีสอร์ทภาคเหนือ พร้อมด้วยคณะกรรมการสมาคมผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเข้าร่วม

    นายเฉลิมพล ชูชาติ นายกสมาคมกอล์ฟรีสอร์ทภาคเหนือเปิดเผยว่า การจัดงานในปีนี้นับเป็นปีที่ 17 ของโครงการ มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวควบคู่กันในช่วงกรีนซีซั่น โดยคาดว่าจะมีนักกอล์ฟเข้าร่วมกิจกรรมและเดินทางมาใช้บริการสนามแข่งขันทั้งในและนอกวันแข่งขันไม่น้อยกว่า 30,000 คน และสร้างรายได้ให้กับพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท ตลอดระยะเวลา 5 เดือนของโครงการ

    ไฮไลต์สำคัญของปีนี้ คือการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ “The Final Match & Champ of the Champ 2026” ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 5 กันยายน 2569 ณ สนามกัซซัน เลกาซี่ กอล์ฟ คลับ โดยจะนำผู้ชนะจาก 9 แมตช์ก่อนหน้า มาประชันฝีมือเพื่อเฟ้นหาสุดยอดนักกอล์ฟแห่งภาคเหนือประจำปี 2026 อย่างแท้จริง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1564607&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2_Dsf7XISlqaCrSTVea8U1

  • พังงาเปิดงาน ‘เทศกาลท่องเที่ยวเสม็ดนางชี 2026’ ชูวิถีคลองเคียนยั่งยืน

    พังงาเปิดงาน ‘เทศกาลท่องเที่ยวเสม็ดนางชี 2026’ ชูวิถีคลองเคียนยั่งยืน

    วันอาทิตย์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.19 น.

    พังงาเปิดงาน ‘เทศกาลท่องเที่ยวเสม็ดนางชี 2026’ ชูวิถีคลองเคียนยั่งยืน พลิกฟื้นเศรษฐกิจจากประมงสู่แหล่งท่องเที่ยวโลก

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ที่ท่าเทียบเรือบ้านคลองเคียน อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา นายบัญชา ธนูอินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา เป็นประธานในพิธีเปิดงาน ‘เทศกาลท่องเที่ยวเสม็ดนางชี ชมวิถีอ่าวพังงา 2026’ ครั้งที่ 14 โดยมีตัวแทนจากหน่วยงานการท่องเที่ยว ผู้นำท้องถิ่น และนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก

    นายอุทิศ มัจฉาเวช นายก อบต.คลองเคียน เปิดเผยว่า งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2–3 พฤษภาคม 2569 เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีชุมชนและสร้างจิตสำนึกอนุรักษ์ธรรมชาติ โดยมีกิจกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ อาทิ การแข่งขันพายเรือกระบะปูน: กิจกรรมสุดสนุกที่สะท้อนความคิดสร้างสรรค์ของชาวบ้าน แข่งทอดแหปลากระบอก: บทพิสูจน์ทักษะประมงพื้นบ้าน และ ประกวดลูกทุ่งและศิลปวัฒนธรรม: การแสดงจากเยาวชนในพื้นที่เพื่อสืบสานรากเหง้า

    ประวัติการจัดงานนี้ เริ่มต้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2553 ในชื่อ ‘งานเทศกาลหอยและอาหารทะเล’ ก่อนจะปรับเปลี่ยนตามความโด่งดังของแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่อย่าง “เสม็ดนางชี” ซึ่งกลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่ทำให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกรู้จักตำบลคลองเคียน

    จากการเติบโตของเสม็ดนางชี ทำให้ประชาชนในพื้นที่มีอาชีพและรายได้ที่มั่นคงขึ้นจากการท่องเที่ยวและบริการ งานเทศกาลนี้จึงเป็นเวทีสำคัญในการสร้างเครือข่ายระหว่างผู้ประกอบการกับนักท่องเที่ยว และย้ำเตือนถึงความสำคัญของการรักษาทรัพยากรธรรมชาติอ่าวพังงา เพื่อให้เสม็ดนางชีคงความเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกต่อไปอย่างยั่งยืน

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/962151&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2VZ5W6B0_zQoGHahaXnqyc

  • รามายณะ รัน 2026 ฉลองครบรอบ 10 ปี สุดคึกคัก นักวิ่งกว่า 2,100 คน ตบเท้าร่วมชิงชัยกลางสวนน้ำ ชูวิ่งสุขภาพ ท่องเที่ยวครบจบในงานเดียว | TOPNEWS

    รามายณะ รัน 2026 ฉลองครบรอบ 10 ปี สุดคึกคัก นักวิ่งกว่า 2,100 คน ตบเท้าร่วมชิงชัยกลางสวนน้ำ ชูวิ่งสุขภาพ ท่องเที่ยวครบจบในงานเดียว | TOPNEWS

    วันที่ 3 พฤษภาคม 2569 ที่สวนน้ำรามายณะ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี บรรยากาศงาน “Ramayana Run 2026” วิ่งฉลองครบรอบ 10 ปี ของสวนน้ำรามายณะ เป็นไปอย่างคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้ามืด มีนักวิ่งและครอบครัวตอบรับเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 2,100 คน ท่ามกลางบรรยากาศสุดคึกคัก โดยได้รับเกียรติจาก นายณัฐวุฒิ อนุโยธา นายอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย นายกฤษณะ บุญสวัสดิ์ รองนายกเมืองพัทยา, นายธณพง โคตรมณี นายกเทศมนตรีตำบลเขาชีจรรย์ ตลอดจนแขกผู้มีเกียรติและผู้สนับสนุนร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง

    สำหรับกิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 10 ปี ของสวนน้ำรามายณะ พร้อมส่งเสริมการออกกำลังกาย การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และสร้างกิจกรรมสำหรับทุกคนในครอบครัว โดยแบ่งการแข่งขันออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะ 10 กิโลเมตร ปล่อยตัวเวลา 06.00 น. ระยะ 6 กิโลเมตร ปล่อยตัวเวลา 06.15 น. และระยะ 3 กิโลเมตร ปล่อยตัวเวลา 06.30 น.

    นอกจากนี้ยังมีการแข่งขันประเภททีมครอบครัว ระยะ 3 กิโลเมตร เปิดโอกาสให้สมาชิกในครอบครัวได้ร่วมสร้างประสบการณ์วิ่งไปด้วยกัน ภายใต้แนวคิดกิจกรรมที่เน้นความอบอุ่น สนุกสนาน และการใช้เวลาร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ ขณะที่ทุกประเภทการแข่งขันยังมีถ้วยรางวัลเพื่อสร้างสีสันและความสนุกให้กับผู้เข้าร่วม ทั้งในกลุ่มนักวิ่งสายสุขภาพและการแข่งขันแบบครอบครัว

    อย่างไรก็ตามการจัดงาน Ramayana Run 2026 นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่เตรียมสร้างความคึกคักให้พื้นที่อำเภอสัตหีบและจังหวัดชลบุรีในช่วงสุดสัปดาห์นี้ โดยไม่เพียงเป็นกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพและการออกกำลังกาย แต่ยังช่วยเติมสีสันด้านการท่องเที่ยว กระตุ้นการเดินทางของนักวิ่งและครอบครัวจากหลายพื้นที่ สู่บรรยากาศแห่งความสนุกภายในสวนน้ำรามายณะ เนื่องในโอกาสครบรอบ 10 ปีอย่างยิ่งใหญ่

    ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี/นันทพล ทิพย์ศรี ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.ชลบุรี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1564489&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Cyky5Y_KTqYjA7ZD3YjJQ

  • รมช.มหาดไทยดันสตูลเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงกีฬา

    รมช.มหาดไทยดันสตูลเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงกีฬา

    รมช.มหาดไทย “วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์” เปิดกิจกรรม “Satun SUP Board and Geo Craft on the Beach” ดันสตูลเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงกีฬา สร้างมูลค่าเพิ่มเศรษฐกิจชุมชน

    2 พ.ค. 69 เวลา 19.00 น. นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดกิจกรรม “Satun SUP Board and Geo Craft on the Beach” ณ บริเวณชายหาดบางศิลา ต.ละงู อ.ละงู จ.สตูล โดยมี นายคณิต คงช่วย ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องที่ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นักกีฬา และประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมอย่างคึกคัก

    กิจกรรม “Satun SUP Board and Geo Craft on the Beach” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-3 พ.ค. 69 เป็นการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงกีฬา ควบคู่กับการนำเสนออัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นของจังหวัดสตูล อันจะนำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ กระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ และสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

    ทั้งนี้ ภายในกิจกรรม มีการให้ความรู้ด้วย SUP Clinic กีฬากระดานยืนพาย (Stand Up Paddle Board) การแข่งขัน SUP Board รุ่น Open ทั้งประเภทบุคคลและทีม ชิงโล่รางวัลรวม 12 รางวัล พร้อมเงินรางวัลรวม 24,000 บาท รวมถึงกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม เช่น การออกร้านจำหน่ายสินค้าและอาหารพื้นถิ่น งานศิลปหัตถกรรม การแสดงบนเวที และกิจกรรมชุมชน เพื่อสร้างสีสันและดึงดูดนักท่องเที่ยว

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/general-news/989753/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0eMI5XRgbneepawmii1W2v

  • การขาดแคลนเชื้อเพลิงเพราะสงครามจะทำลาย

    การขาดแคลนเชื้อเพลิงเพราะสงครามจะทำลาย

    ความกังวลกำลังเพิ่มขึ้นว่า การขาดแคลนน้ำมันดีเซลและน้ำมันเครื่องบินเนื่องจากปัญหาด้านอุปทานที่เกิดจากสงครามระหว่างอิหร่านและสหรัฐอเมริกา อาจทำให้วันหยุดฤดูร้อนของโลกตะวันตกซึ่งถือเป็น ‘ช่วงไฮซีซั่น’ ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวต้องพังทลาย

    แพทริก ปูยานน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ของฝรั่งเศส เตือนเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า หากช่องแคบฮอร์มุซยังคงปิดต่อไปอีกสองหรือสามเดือน ทั่วโลกจะเผชิญกับ “การขาดแคลนพลังงานเช่นเดียวกับที่บางประเทศในเอเชียกำลังเผชิญอยู่”

    ทำไมจึงมีความเสี่ยงต่อการขาดแคลน?
    นับตั้งแต่เริ่มสงครามเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ การเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งปกติแล้วเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ประมาณหนึ่งในห้าของโลก ได้ถูกปิดโดยอิหร่าน

    ตามรายงานของสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) น้ำมันดิบประมาณ 11 ล้านบาร์เรลต่อวันจึงถูกตัดออกจากตลาด

    โรงกลั่นในอ่าวเปอร์เซียยังผลิตน้ำมันดีเซลและน้ำมันเครื่องบินในปริมาณมากอีกด้วย

    ปูยานน์กล่าวว่าโลกไม่สามารถอยู่ได้โดยปราศจากอุปทานเหล่านี้โดยไม่ได้รับผลกระทบร้ายแรง

    หลายประเทศในแอฟริกาและเอเชีย ซึ่งพึ่งพาอุปทานจากตะวันออกกลางมากกว่า ต่างต้องจำกัดการใช้เชื้อเพลิงหรือไฟฟ้าแล้ว

    ทั้งคณะกรรมาธิการยุโรปและประเทศสมาชิกต่างพยายามสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคเกี่ยวกับอุปทาน อย่างน้อยก็ในระยะสั้น

    ทำไมต้องกังวลกันด้วยในช่วงฤดูร้อน?
    ฤดูร้อนเป็นช่วงเวลาที่ผู้คนขับรถกันมากที่สุด (ในซีกโลกเหนือหรือประเทศตะวันตก) เนื่องจากครอบครัวต่างเตรียมรถเพื่อเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางในวันหยุดหรือขึ้นเครื่องบิน

    เมื่ออุปทานลดลง การแข่งขันแย่งชิงก็จะทวีความรุนแรงขึ้นระหว่างสองภูมิภาคผู้นำเข้าหลัก ได้แก่ เอเชียและยุโรป

    เหตุการณ์นี้เคยเกิดขึ้นในปี 2022 หลังจากการรุกรานยูเครนของรัสเซีย และกำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้ง

    “เอเชียกำลังจำกัดการใช้ทรัพยากร เปลี่ยนไปใช้ถ่านหิน และอาจประสบปัญหาขาดแคลนในบางพื้นที่” ขณะที่ “ยุโรปต้องจ่ายราคาสูงมากเพื่อหลีกเลี่ยงการขาดแคลน” แหล่งข่าววงในในอุตสาหกรรมพลังงานรายหนึ่งกล่าวโดยไม่ประสงค์ออกนาม

    นั่นหมายความว่ายุโรปมีความเสี่ยงที่จะเผชิญกับภาวะราคาตกต่ำเป็นอันดับแรก แต่การขาดแคลนอาจเกิดขึ้นได้หากการจัดหาจากอ่าวเปอร์เซียยังคงหยุดชะงัก

    “หลายกรณีชี้ให้เห็นถึงการขาดแคลนน้ำมันดีเซลและน้ำมันเครื่องบินในยุโรปเมื่อฤดูร้อนดำเนินไป เนื่องจากปริมาณการนำเข้าจากแหล่งจัดหาที่สำคัญในตะวันออกกลางและเอเชียลดลงจากสถานการณ์ในปัจจุบัน” จานิฟ ชาห์ รองประธานฝ่ายตลาดน้ำมันและการวิเคราะห์ปลายน้ำของ Rystad Energy กล่าว

    สายการบินต่างๆ ได้ขึ้นราคาตั๋วและลดตารางเที่ยวบินลงเพื่อรับมือกับราคาน้ำมันเครื่องบินที่สูงขึ้น โดยมีคำเตือนเรื่องการขาดแคลนน้ำมันเครื่องบินในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

    “น่าเสียดายที่วันหยุดของหลายคนอาจได้รับผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็นการยกเลิกเที่ยวบินหรือตั๋วเครื่องบินที่แพงมาก” แดน จอร์เกนเซน กรรมาธิการด้านพลังงานของสหภาพยุโรป กล่าวในรายการ Sky News เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

    จะมีมาตรการอะไรบ้างเพื่อรับมือ?
    ประเทศส่วนใหญ่มีคลังสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ และประเทศสมาชิกองค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ได้ใช้คลังสำรองเหล่านั้นไปแล้วเพื่อช่วยควบคุมราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นในช่วงสงคราม

    พวกเขาสามารถทำเช่นนั้นได้อีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่เกิดการขาดแคลน

    ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปกำลังพยายามเพิ่มการผลิตในโรงกลั่นให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และในบางกรณีก็เพิ่มการผลิตน้ำมันดีเซลและน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบิน ซึ่งสหภาพยุโรปต้องพึ่งพาการนำเข้า

    การส่งเสริมการทำงานจากที่บ้านและการใช้รถร่วมกันก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการลดการบริโภคในระยะสั้น

    ในระยะยาว การใช้ไฟฟ้าในการขนส่งและการทำความร้อนในบ้านมีเป้าหมายเพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงนำเข้า

    ราคาก็มีผลกระทบต่อการบริโภคเช่นกัน

    โอเล ฮันเซ่น หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์สินค้าโภคภัณฑ์ของ Saxo Bank กล่าวว่า การเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันดิบนั้นมีจำกัด ส่วนหนึ่งเป็นเพราะราคาสูงทำให้ความต้องการลดลง

    “ราคาสูงขึ้นและการขาดแคลนได้ลดการบริโภคลงแล้ว โดยคาดการณ์ว่าความต้องการจะลดลงประมาณ 4 ถึง 5 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือประมาณร้อยละ 5 ของความต้องการทั่วโลก ซึ่งส่วนใหญ่ส่งผลกระทบต่อเอเชีย” เขากล่าวในบันทึกถึงลูกค้าเมื่อเร็วๆ นี้

    Agence France-Presse

    Photo – พนักงานคนหนึ่งเดินระหว่างที่นั่งบนเครื่องบินแอร์บัส A320neo ระหว่างพิธีส่งมอบเครื่องบินให้กับสายการบินต้นทุนต่ำ Transavia ในเมืองตูลูส ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2567 Transavia สายการบินต้นทุนต่ำในเครือ Air France-KLM จะปรับตารางเที่ยวบินสำหรับเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน 2569 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุนเพื่อตอบสนองต่อราคาน้ำมันก๊าดที่พุ่งสูงขึ้นซึ่งเชื่อมโยงกับสงครามในตะวันออกกลาง โฆษกกล่าวกับ AFP เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2569 โดยยืนยันรายงานของ RMC (Photo by ED JONES / AFP)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/world/42440&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2OrRkn1qRwv_QMcfNvfvjR

  • หอการค้าภาคใต้จี้รัฐเร่งเดินหน้า “ไทยช่วยไทย” อัดฉีดเศรษฐกิจ แก้วิกฤตท่องเที่ยวซบหนัก

    หอการค้าภาคใต้จี้รัฐเร่งเดินหน้า “ไทยช่วยไทย” อัดฉีดเศรษฐกิจ แก้วิกฤตท่องเที่ยวซบหนัก

    หอการค้าภาคใต้เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งเดินหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะ “ไทยช่วยไทย” เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชน-ฟื้นฟูภาคการท่องเที่ยว หลังพบนักท่องเที่ยวลดลงในช่วงนี้

    วันนี้ (3 พ.ค.2569) นายสลิล โตทับเที่ยง ประธานหอการค้าภาคใต้ กล่าวว่า แนวคิดของโครงการดังกล่าวซึ่งรัฐบาลจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง วงเงินรวม 4,000 บาท ระยะเวลา 4 เดือน ใช้จ่ายเดือนละ 1,000 บาท โดยรัฐช่วยออก 90% และประชาชนจ่าย 10% ถือเป็นมาตรการที่ช่วยลดภาระค่าครองชีพได้ดี และมีประสิทธิภาพมากกว่ารูปแบบเดิมที่รัฐและประชาชนจ่ายคนละครึ่ง

    แม้ประชาชนจะต้องเติมเงินเพื่อใช้สิทธิ์ในแอปฯ แต่ก็ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายโดยรวมได้ โครงการลักษณะนี้แม้เป็นมาตรการระยะสั้น แต่สามารถสร้างเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้จริง อย่างไรก็ตาม ควรเพิ่มจำนวนร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการให้มากขึ้น เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิ์ได้สะดวกใกล้บ้าน ลดภาระค่าเดินทาง

    นอกจากนี้ ยังเสนอให้รัฐบาลเร่งฟื้นฟูภาคการท่องเที่ยวควบคู่กัน เนื่องจากปัจจุบันทั้งนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติปรับตัวลดลงจากผลกระทบทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ที่พึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยวและภาคเกษตรเป็นหลัก ซึ่งขณะนี้ทั้งสองภาคส่วนยังไม่ฟื้นตัว จึงเห็นว่ารัฐบาลควรเร่งออกมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติม เช่น การสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ เพื่อช่วยให้ประชาชนสามารถบริหารภาระหนี้สินได้ดีขึ้น และช่วยประคองเศรษฐกิจโดยรวมให้กลับมาฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://ch3plus.com/news/social/morning/462216&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1VX1yfzkX4NzNCHjwWrJO5

  • มิติใหม่การท่องเที่ยวแดนใต้!  รมช.มหาดไทย เปิดบิ๊กอีเวนต์ “หาดบางศิลา” ประกาศปั้นฮับสปอร์ตท่องเที่ยวครบวงจร

    มิติใหม่การท่องเที่ยวแดนใต้!  รมช.มหาดไทย เปิดบิ๊กอีเวนต์ “หาดบางศิลา” ประกาศปั้นฮับสปอร์ตท่องเที่ยวครบวงจร

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/145209&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Onu6FWPkKEFbAM14zSgha

  • เชียร์เลิกฟรีวีซ่า 60 วัน นักวิชาการ มธ.ชี้สกัด นทท.คุณภาพต่ำ ทำลายภาพลักษณ์ท่องเที่ยวไทย

    เชียร์เลิกฟรีวีซ่า 60 วัน นักวิชาการ มธ.ชี้สกัด นทท.คุณภาพต่ำ ทำลายภาพลักษณ์ท่องเที่ยวไทย

    วันอาทิตย์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 10.47 น.

    นักวิชาการธรรมศาสตร์ หนุนยกเลิก “ฟรีวีซ่า 60 วัน” ช่วยสกัด นทท. คุณภาพต่ำทำลายภาพลักษณ์ท่องเที่ยวไทย ระบุขณะนี้โอกาสดีที่จะดำเนินการ เหตุท่องเที่ยวทั่วโลกชะลอตัว ผลกระทบไม่มาก พร้อมเสนอเครื่องมือควบคู่ เช่น ค่าเหยียบแผ่นดิน-ฟรีวีซ่าทวิภาคีบางประเทศ และสำหรับประเทศที่มีการเปิดเส้นทางการบินใหม่ ส่วน “เก็บค่าออกประเทศ-Exit Fee” ในหลักการรับได้ แต่ต้องไม่สร้างภาระให้กับคนที่เดินทางไปทำงาน ตปท.

    3 พฤษภาคม 2569 ศ.วิทวัส รุ่งเรืองผล อาจารย์ประจำภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยว่า เห็นด้วยที่รัฐบาลจะพิจารณายกเลิกมาตรการฟรีวีซ่า 60 วัน พร้อมกับปรับกลยุทธ์ในการให้ฟรีวีซ่าในรูปแบบอื่นๆ เพราะการให้ฟรีวีซ่าเหมารวมกับทุกประเทศมีข้อเสียคือเปิดช่องให้กลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพต่ำเข้ามาในประเทศ และอาจมีการแย่งอาชีพคนไทย รวมถึงเปิดให้กลุ่มนักท่องเที่ยวที่เน้นจุดหมายปลายทางราคาประหยัด-ใช้จ่ายต่ำเข้ามาในปริมาณมาก หรือกระทั่งกลุ่มอาชญากรข้ามชาติ หรือกลุ่มทุนเทาแฝงตัวเข้ามา

    ศ.วิทวัส กล่าวว่า หลังโควิด-19 ประเทศไทยได้เปลี่ยนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวมาเน้นนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพสูงมากขึ้น มาตรการฟรีวีซ่าจึงเหมือนเป็นการเปิดประตูให้นักท่องเที่ยวคุณภาพต่ำเข้ามา ซึ่งการที่มีนักท่องเที่ยวคุณภาพต่ำหรือนักท่องเที่ยวที่เน้นจุดหมายปลายทางราคาประหยัดเข้ามาในประเทศจำนวนมาก ย่อมมีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ และการยกระดับ หรือดึงดูดนักท่องเที่ยวศักยภาพสูง เนื่องจากแหล่งท่องเที่ยวสำคัญหลายจุดจะมีปริมาณนักท่องเที่ยวมากเกินไปจนเกินขีดความสามารถในการให้บริการหรือการจัดการ หรือส่งผลให้ค่าครองชีพในพื้นที่นั้นๆ พุ่งสูงขึ้น เช่น กรณีที่เกิดขึ้นช่วงหนึ่งที่ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ฯลฯ ไปจนถึงการเกิดกลุ่มทุนจากต่างประเทศเข้ามาซื้อ หรือเช่าพื้นที่เพื่อเปิดให้บริการด้านต่างๆ ให้กับนักท่องเที่ยวชาติเดียวกัน หรือชาติอื่นๆ รวมถึงการเกิดทัวร์ศูนย์เหรียญ

    นอกจากนี้ ส่วนตัวคิดว่าขณะนี้เป็นจังหวะที่ดีที่จะดำเนินการยกเลิกมาตรการฟรีวีซ่า 60 วัน เพราะปัจจุบันทั่วโลกกำลังอยู่ในภาวะวิกฤตพลังงานที่ทำให้ต้นทุนราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น การท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศอยู่ในภาวะชะลอตัวอยู่ การปรับเปลี่ยนนโยบายช่วงนี้จึงส่งผลกระทบน้อยกว่าช่วงที่มีการท่องเที่ยวคึกคัก ขณะที่ผู้ประกอบการก็จะได้มีเวลาปรับตัว และวางแผน เพื่อรองรับกับการยกเลิกฟรีวีซ่าในครั้งนี้ด้วย

    นักวิชาการธรรมศาสตร์ กล่าวว่า รัฐบาลและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจำเป็นต้องหาเครื่องมือใหม่ๆ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวศักยภาพสูงเพิ่มเติม และลดจำนวนนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพต่ำควบคู่ด้วย เช่น การเก็บค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยวภายในประเทศจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ หรือค่าเหยียบแผ่นดิน (Travel Fee) โดยอาจนำไปจัดสรรเป็นกองทุนสำหรับพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว หรือกองทุนการดูแลรักษาพยาบาลของนักท่องเที่ยว ซึ่งก็น่าจะช่วยให้ไทยได้ทั้งนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพสูงขึ้น และลดภาระค่าใช้จ่ายจากภาษีของรัฐที่ต้องมาดูแลนักท่องเที่ยวทางอ้อม

    นอกจากนี้ ควรพิจารณาให้ฟรีวีซ่าชั่วคราวเป็นรายประเทศ เช่น ทำเป็นทวิภาคีต่างฝ่ายต่างทำฟรีวีซ่าให้กันและกัน หรือมีการกำหนดเงื่อนไขอื่น อาทิ กำหนดให้มีการลงทะเบียนคัดกรองล่วงหน้าแบบที่เกาหลีหรือญี่ปุ่นทำ ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่หลายประเทศทำ ซึ่งหากเห็นว่าคนของประเทศใดแฝงเข้ามาหรือไม่ใช่นักท่องเที่ยวจริงแต่อาศัยประโยชน์จากฟรีวีซ่าก็ทำการยกเลิกเป็นกรณีๆ ไปได้ รวมถึงการให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) วางแผนร่วมกับการบินไทย เพื่อให้ฟรีวีซ่ากับบางพื้นที่ที่เป็นการเปิดเส้นทางการท่องเที่ยวใหม่ๆ

    อย่างไรก็ตาม รัฐบาลและกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ยังจำเป็นต้องพิจารณาปรับสมดุลการดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพระดับกลาง และระดับต่ำเข้ามาบ้าง เพราะจริงๆ นักท่องเที่ยวที่เน้นจุดหมายปลายทางราคาประหยัดก็มีโอกาสที่จะช่วยสร้างเศรษฐกิจระดับฐานรากได้พอสมควร ด้วยการไปจับจ่ายใช้สอยจากร้านค้าตามท้องถิ่น หรือพักโรงแรมระดับรองที่มีส่วนใหญ่คนไทยเป็นเจ้าของจริงๆ ขณะที่ธรรมชาติของกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงจะเน้นพักโรงแรมห้าดาว ซึ่งมักอยู่ในเครือข่ายของบริษัทต่างชาติ หรือแม้แต่อาหารก็เป็นของนำเข้าจากต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่

    ศ.วิทวัส กล่าวอีกว่า แนวคิดการเก็บค่าธรรมเนียมขาออกนอกสำหรับคนไทยที่เดินทางออกนอกประเทศ หรือ Exit Fee เพื่อนำรายได้มาส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ ส่วนตัวคิดว่าในเชิงหลักการเป็นสิ่งที่รับได้ เพราะเป็นการสร้างเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจประเทศโดยลดการพึ่งพางบประมาณแผ่นดิน และช่วยสร้างรายได้ให้รัฐบาลด้วยอีกทาง รวมถึงเกิดผลกระทบกับคนไม่มาก ทว่า ก็ควรมีการกำหนดเงื่อนไขไม่ให้กระทบกับผู้ที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศเพื่อทำงาน หรือองค์กรธุรกิจที่จำเป็นต้องให้พนักงานเดินทางไปต่างประเทศอยู่บ่อยครั้ง

    อีกทั้ง ทางรัฐบาล และกระทรวงการท่องเที่ยวฯ เองก็ควรจัดสรรเงินส่วนหนึ่งที่จัดเก็บได้ทำเป็นแคมเปญ หรือโครงการเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในเมืองรอง หรือพื้นที่ที่ปัญหาด้านเศรษฐกิจ เช่น คูปองเงิน โครงการไทยเที่ยวไทย รวมถึงอาจมีการอุดหนุนเงินให้สำหรับการท่องเที่ยวรายคนอีกส่วน ก็น่าจะช่วยให้คนที่พอมีกำลังทรัพย์จะไปท่องเที่ยวนอกประเทศมีทางเลือก และรู้สึกว่าได้อะไรคืนกลับมาจากเงินที่เสียไปตอนออกนอกประเทศ

    – 006

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/962113&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1lLzY60Jf3LDDV35dX3BqX

  • นักวิชาการ มธ. เชียร์ เลิกฟรีวีซ่า 60 วัน
 ชี้ช่วยยกระดับภาพลักษณ์ท่องเที่ยวไทย

    นักวิชาการ มธ. เชียร์ เลิกฟรีวีซ่า 60 วัน
 ชี้ช่วยยกระดับภาพลักษณ์ท่องเที่ยวไทย

    ท่ามกลางการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวไทยหลังวิกฤตโควิด เสียงจากภาควิชาการเริ่มสะท้อนข้อกังวลต่อมาตรการ ‘ฟรีวีซ่า 60 วัน’ ที่อาจเปิดช่องให้เกิดผลกระทบเชิงลบต่อโครงสร้างอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในระยะยาว โดยเฉพาะในมิติของคุณภาพนักท่องเที่ยวและภาพลักษณ์ประเทศ

    ศ.วิทวัส รุ่งเรืองผล อาจารย์ประจำภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) แสดงความเห็นสนับสนุนแนวคิดการยกเลิกมาตรการดังกล่าว พร้อมเสนอให้ปรับกลยุทธ์การดึงดูดนักท่องเที่ยวใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางที่ประเทศไทยต้องการยกระดับสู่ ‘การท่องเที่ยวคุณภาพ’

    ฟรีวีซ่าแบบเหมารวม เปิดช่อง ‘นักท่องเที่ยวคุณภาพต่ำ’

    ศ.วิทวัส ระบุว่า การให้ฟรีวีซ่าแบบเหมารวมกับทุกประเทศ แม้จะช่วยเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวในระยะสั้น แต่กลับมีข้อเสียสำคัญ คือเปิดโอกาสให้กลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพต่ำเข้ามาในประเทศในสัดส่วนที่มากขึ้น

    กลุ่มดังกล่าวรวมถึงนักท่องเที่ยวที่เน้นการใช้จ่ายต่ำ เลือกจุดหมายปลายทางราคาประหยัด หรือแม้กระทั่งกลุ่มที่เข้ามาแย่งอาชีพคนไทย กลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ และทุนสีเทาที่แฝงตัวเข้ามาใช้ประโยชน์จากช่องว่างของนโยบาย

    นอกจากนี้ ยังมีปรากฏการณ์ที่ตามมา เช่น การเกิดทัวร์ศูนย์เหรียญ หรือการที่นักลงทุนต่างชาติเข้ามาซื้อหรือเช่าพื้นที่เพื่อให้บริการนักท่องเที่ยวชาติเดียวกัน ซึ่งลดโอกาสของผู้ประกอบการไทยในระบบ

    กระทบภาพลักษณ์-ดันต้นทุนพื้นที่ท่องเที่ยว

    หลังโควิดประเทศไทยได้ปรับยุทธศาสตร์ไปสู่การดึงดูดนักท่องเที่ยวศักยภาพสูงมากขึ้น แต่มาตรการฟรีวีซ่ากลับสวนทางกับเป้าหมายดังกล่าว

    การมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่เน้นราคาประหยัด ส่งผลให้แหล่งท่องเที่ยวหลายแห่งเกิดภาวะ ‘โอเวอร์ทัวริซึม’ หรือมีนักท่องเที่ยวเกินขีดความสามารถในการรองรับ ส่งผลต่อคุณภาพการบริการ และภาพลักษณ์โดยรวมของประเทศ

    ในบางพื้นที่ยังเกิดแรงกดดันด้านค่าครองชีพ เช่น กรณีของอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่เคยเผชิญกับการปรับตัวของราคาสินค้าและบริการจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

    จังหวะเหมาะ ยกเลิกช่วงท่องเที่ยวโลกชะลอตัว

    ศ.วิทวัส มองว่า ปัจจุบันเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการยกเลิกมาตรการฟรีวีซ่า 60 วัน เนื่องจากสถานการณ์ท่องเที่ยวทั่วโลกยังอยู่ในภาวะชะลอตัว จากปัจจัยด้านต้นทุนพลังงานและราคาน้ำมันที่สูงขึ้น

    การปรับนโยบายในช่วงนี้จะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวน้อยกว่าช่วงที่ตลาดกำลังคึกคัก ขณะเดียวกันยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการมีเวลาปรับตัวและวางแผนรองรับการเปลี่ยนแปลง

    เสนอ ‘Travel Fee’ และวีซ่าเฉพาะกลุ่มประเทศ

    เพื่อทดแทนมาตรการเดิม นักวิชาการธรรมศาสตร์เสนอให้รัฐบาลใช้เครื่องมือใหม่ในการบริหารจัดการนักท่องเที่ยว เช่น

    • การจัดเก็บค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยว (Travel Fee) หรือค่าเหยียบแผ่นดินจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ

    รายได้สามารถนำไปพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว หรือเป็นกองทุนดูแลสุขภาพนักท่องเที่ยว ลดภาระงบประมาณภาครัฐ

    • การให้ฟรีวีซ่าแบบเฉพาะเจาะจง เช่น

    1.ฟรีวีซ่าทวิภาคี (แลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ)

    2.ฟรีวีซ่าสำหรับประเทศที่เปิดเส้นทางการบินใหม่

    3.ระบบลงทะเบียนล่วงหน้าเพื่อคัดกรองนักท่องเที่ยว (คล้ายเกาหลีหรือญี่ปุ่น)

    แนวทางเหล่านี้จะช่วยให้สามารถควบคุมคุณภาพนักท่องเที่ยวได้ดีขึ้น และยกเลิกสิทธิ์ได้เป็นรายกรณีหากพบความเสี่ยง

    ยังต้องรักษาสมดุล ‘นักท่องเที่ยวทุกระดับ’

    แม้จะเน้นนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง แต่ ศ.วิทวัส ชี้ว่า รัฐบาลไม่ควรมองข้ามนักท่องเที่ยวระดับกลางและระดับล่าง

    เนื่องจากกลุ่มนี้มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจฐานราก เช่น การใช้จ่ายในร้านค้าท้องถิ่น หรือการเข้าพักโรงแรมขนาดเล็กที่คนไทยเป็นเจ้าของ

    ในทางกลับกัน นักท่องเที่ยวระดับสูงมักใช้บริการโรงแรมหรูที่อยู่ในเครือบริษัทต่างชาติ และบริโภคสินค้านำเข้า ซึ่งอาจไม่ได้กระจายรายได้สู่ท้องถิ่นมากนัก

    ‘Exit Fee’ ทำได้ แต่ต้องไม่กระทบคนทำงานต่างประเทศ

    สำหรับแนวคิดการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการเดินทางออกนอกประเทศ (Exit Fee) จากคนไทย เพื่อนำรายได้มาสนับสนุนการท่องเที่ยวภายในประเทศ ศ.วิทวัส เห็นว่าเป็นแนวคิดที่ ‘รับได้ในหลักการ’

    เนื่องจากช่วยสร้างรายได้ให้รัฐ ลดการพึ่งพางบประมาณ และกระทบคนในวงจำกัด

    อย่างไรก็ตาม ควรกำหนดเงื่อนไขยกเว้นให้กับผู้ที่ต้องเดินทางไปทำงานในต่างประเทศ หรือองค์กรธุรกิจที่มีความจำเป็นต้องส่งพนักงานเดินทางบ่อยครั้ง เพื่อไม่ให้เกิดภาระเกินควร

    ใช้รายได้คืนสู่ระบบท่องเที่ยวไทย

    ท้ายที่สุด ศ.วิทวัส เสนอว่า รายได้จากค่าธรรมเนียมต่างๆ ควรถูกนำกลับมาพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยอย่างเป็นรูปธรรม

    ไม่ว่าจะเป็นการทำแคมเปญส่งเสริมเมืองรอง โครงการคูปองท่องเที่ยว หรือมาตรการสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้ประชาชนเที่ยวในประเทศ

    แนวทางดังกล่าวไม่เพียงช่วยกระจายรายได้ แต่ยังสร้างแรงจูงใจให้คนไทยเลือกท่องเที่ยวภายในประเทศมากขึ้น และรู้สึกถึง “ผลตอบแทน” จากเงินที่จ่ายออกไป

    การปรับนโยบายฟรีวีซ่าอาจไม่ใช่เพียงเรื่องของจำนวน แต่คือจุดเปลี่ยนสำคัญของทิศทางการท่องเที่ยวไทย ว่าจะเดินไปสู่การเติบโตเชิงปริมาณ หรือเลือกยกระดับสู่คุณภาพอย่างยั่งยืนในระยะยาว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/end-free-visa-travel-fee/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0jy3lriQMp9gDKP8tPkbxL

  • รมช.ปิยะรัฐชย์ ลุยสุโขทัย ขับเคลื่อนการบริหารจัดการน้ำก่อนเข้าสู่ฤดูฝน หนุนแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรสร้างรายได้สู่ชุมชน

    รมช.ปิยะรัฐชย์ ลุยสุโขทัย ขับเคลื่อนการบริหารจัดการน้ำก่อนเข้าสู่ฤดูฝน หนุนแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรสร้างรายได้สู่ชุมชน

    รมช.ปิยะรัฐชย์ ลุยสุโขทัย ขับเคลื่อนการบริหารจัดการน้ำก่อนเข้าสู่ฤดูฝน พร้อมหนุนแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรสร้างรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน

    วันที่ 2 พฤษภาคม 2569 ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานตามนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่หน่วยงานในสังกัด ณ จังหวัดสุโขทัย ว่า ในวันนี้ได้นำคณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ลงพื้นที่ติดตามการบริหารจัดการน้ำลุ่มแม่น้ำยม โดยมีนายฐนันดร์ สุทธิพิศาล รองอธิบดีกรมชลประทาน นายปิยะ ลืออุติกุลวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 4 บรรยายสรุปความก้าวหน้าการดำเนินงานตามนโยบาย ณ สำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่ 4 ตำบลในเมือง อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย ซึ่งสถานการณ์น้ำในปัจจุบันของจังหวัดสุโขทัยยังบริหารจัดการได้ตามแผน โดยกรมชลประทานใช้ประตูระบายน้ำหาดสะพานจันทร์เป็นเครื่องมือหลักในการควบคุมและระบายน้ำให้สอดคล้องกับฤดูกาล ทั้งการเตรียมพื้นที่รองรับน้ำในช่วงฤดูฝน และการกักเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง เพื่อรักษาระดับน้ำให้เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภค รักษาระบบนิเวศ ควบคู่กับการจัดสรรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ

    “ได้มอบหมายให้กรมชลประทานพัฒนาระบบชลประทานและการบริหารจัดการน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนอย่างรอบด้าน โดยการจัดทำแผนการบริหารจัดการน้ำในระดับภูมิภาคให้เหมาะสมกับความต้องการใช้น้ำที่แตกต่างกันในแต่ละลุ่มน้ำทั้งในปัจจุบันและอนาคต เพื่อรองรับภัยธรรมชาติทั้งน้ำท่วมและน้ำแล้งรวมถึงให้ความสำคัญกับการเติมน้ำในเขื่อนหลัก แหล่งกักเก็บน้ำในชุมชน การจัดการข้อมูลน้ำแม่นยำ ตลอดจนพัฒนาระบบเตือนภัยน้ำอัจฉริยะ เพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำในอนาคต จากนั้นได้เดินทางไปติดตามสถานการณ์น้ำ ณ ประตูระบายน้ำหาดสะพานจันทร์ และพบปะกลุ่มผู้ใช้น้ำชลประทานในพื้นที่ ณ ที่ทำการกำนัน หมู่ 9 ตำบลไกรใน อำเภอกงไกรลาศ ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำให้กรมชลประทานร่วมบริหารจัดการน้ำแบบมีส่วนร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อให้เกษตรกรสามารถวางแผนใช้น้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมพื้นที่เพาะปลูกของโครงการฯ อย่างทั่วถึง ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องเกษตรกรและชาวสุโขทัยให้ดีขึ้น” รมช.ปิยะรัฐชย์ กล่าว

    รมช.ปิยะรัฐชย์ กล่าวต่อว่า ได้เดินทางไปยังศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ตำบลป่าแฝก อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย โดยมีนายสุริยะ คำปวง รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร และ จ.ส.ท.สุทิน ทองเอ็ม เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ปี 2561 ซึ่งเป็นแกนนำในการขับเคลื่อนองค์ความรู้และนวัตกรรมการเกษตรสู่ชุมชนให้การต้อนรับ โดยได้มอบนโยบายให้กรมส่งเสริมการเกษตรขับเคลื่อนการพัฒนาเกษตรกรสู่ “เกษตรมูลค่าสูง” (High Value Agriculture) เน้นการลดต้นทุน เพิ่มมูลค่า และสร้างรายได้อย่างยั่งยืน ควบคู่กับการส่งเสริมเกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์ รวมถึงการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และได้เน้นย้ำบทบาทของ ศพก. ให้เป็น “ศูนย์กลางการเรียนรู้ของชุมชน” ที่สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ เชื่อมโยงเครือข่ายเกษตรกร และต่อยอดสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร เพื่อกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น และสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็ง ในโอกาสนี้ ได้มอบโฉนดเพื่อการเกษตรให้แก่เกษตรกร จำนวน 50 ราย มอบบัตรดินดีแก่ผู้แทนเกษตรกร จำนวน 1 ราย โครงการแหล่งน้ำในไร่นานอกเขตชลประทาน แก่ผู้แทนเกษตรกร จำนวน 1 ราย รวมทั้งปัจจัยการผลิตแก่เกษตรกร อาทิ พันธุ์ปลา พันธุ์ผัก เป็นต้น พร้อมทั้งเยี่ยมชมนิทรรศการของหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วย  

    ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.voicetv.co.th/read/_d44lTNRY&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3R8RK3u7M-n4jocKvQettb