Category: ท่องเที่ยว

  • มาแน่! กระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง สรุปจุดก่อสร้างแล้ว อุทยานฯชุมชน พื้นที่หนุน

    มาแน่! กระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง สรุปจุดก่อสร้างแล้ว อุทยานฯชุมชน พื้นที่หนุน

    วันนี้ (วันที่ 8 ตุลาคม 2568) ทางอุทยานแห่งชาติภูกระดึง ได้มีการประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกับหัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูกระดึง คณะกรรมการรณรงค์ก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง ชาวบ้าน ชุมชน และองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. เพื่อขับเคลื่อนโครงการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง 

    นายประยูร อรัญรุท รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย กล่าวว่า  ผู้ว่าจังหวัดให้ความสำคัญต่อโครงการนี้ ร่วมกันผลักดันต่อเนื่อง ก้าวสำคัญการพัฒนาท่องเที่ยวยั่งยืน สร้างงานสร้างอาชีพ เปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุเด็กเล็ก เข้าถึงภูกระดึงได้ทุกช่วยวัย ทำให้เกิดความเท่าเทียม  ที่นี่เป็นแหล่งธรรมชาติ เป็นแหล่งท่องเที่ยวมีศักยภาพรองรับนักท่องเที่ยวชอบธรรมชาติ 

    ปีนี้เพิ่งจะเปิดการท่องเที่ยวภูกระดึงเมื่อวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา ภูกระดึงเป็นหัวใจจังหวัดเลย เชื่อมั่นว่าทุกขั้นตอนความรับผิดชอบของอพท.โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะอยู่บนพื้นฐานรอบคอบคำนึงสิ่งแวดล้อม วิถีชีวิตชุมชน

    การประชุมครั้งนี้รัฐเอกชน ชุมชน นักวิชา จะมีการอัพเดทความคืบหน้าของโครงการ การเสนอแนะเพื่อขับเคลื่อนโครงการให้บรรลุวัตถุประสงค์ ต้นแบบพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม สร้างความยั่งยืน จ.เลยต่อไปในอนาคต  

    มาแน่! กระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง สรุปจุดก่อสร้างแล้ว อุทยานฯชุมชน พื้นที่หนุน

    ทั้งนี้ในปีงบประมาณ 2568 (เดือนตุลาคม 2567-กันยายน 2568) ภูกระดึงมีนักท่องเที่ยว 64,687 คน สร้างรายได้ 5,381,415 บาท เมื่อเปรียบเทียบกับปีงบประมาณ 2567 พบว่ามีนักท่องเที่ยวลดลง 3.37 %

    ด้านนายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. กล่าวถึงความคืบหน้าของโครงการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง ว่า มีความร่วมมือระหว่างกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์พืชและอพท. โดยได้จัดทำบันทึกข้อตกลงความ ร่วมมือ (MoU) ระหว่างกรม อุทยานฯ และ อพท. ฉบับ Draft Final ระหว่างกรมอุทยานฯ และ อพท. จำนวน 2 ฉบับ

    ศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร

    ได้แก่ บันทึก ข้อตกลงความร่วมมือในการศึกษา วิจัย และพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยว และ บันทึก ข้อตกลงความร่วมมือการบูรณาการเพื่อการส่งเสริม การ สนับสนุน และการ ประสานงานในการดาเนินงานการพัฒนาพื้นที่ ท่องเที่ยวเขตอุทยานแห่งชาติภูกระดึง 

    ปัจจุบันกองนิติการกรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้ตรวจสอบความเรียบร้อย แล้ว และรอเสนอให้อธิบดีกรมอุทยานเห็นชอบ MOU ทั้ง 2 ฉบับ คาดว่าจะจัดพิธีลงนาม MoU ในเดือนตุลาคม 2568 ต่อไป

    รวมถึงได้รับงบในการออกแบบก่อสร้างมาราว 25 ล้านบาท ขณะนี้ได้ลงนามในสัญญาจ้างออกแบบก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง จ.เลย แล้วเรียบร้อย สัญญาจ้างเลขที่ 93/2568 ลงวันที่ 30 กันยายน 2568 สัญญาเริ่มต้น วันที่ 1 ตุลาคม 2568 สิ้นสุดสัญญาวันที่ 27 มิถุนายน 2569 (270 วัน) โดยมีคู่สัญญา บริษัท เทสโก้ จำกัด ร่วมกับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลังเปิดให้หลายบริษัทเข้ามายื่นเสนอตัวออกแบบก่อสร้าง 

    มาแน่! กระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง สรุปจุดก่อสร้างแล้ว อุทยานฯชุมชน พื้นที่หนุน

    โดยมีบริษัทจำนวน 5 รายเข้ามายื่นเสนอตัวออกแบบก่อสร้าง โดยพิจารณาจากความเหมาะสม กระบวนการสร้างที่ความปลอดภัยแน่นอน เคยทำงานร่วมกับบริษัทกระเช้าระดับโลก และบริษัทที่ได้รับเลือกในการว่าจ้างก็มีประสบการณ์ด้านงานเสาพาดสายของรัฐบและเอกชนมาเป็นจำนวนมาก รวมถึงเป็นบริษัทคนไทยที่มีเครือข่ายในการทำงานร่วมกับต่างประเทศ

    มาแน่! กระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง สรุปจุดก่อสร้างแล้ว อุทยานฯชุมชน พื้นที่หนุน

    ทั้งล่าสุดได้สรุปตำแหน่งแนวเส้นทางและตำแหน่งที่ตั้งของสถานีกระเช้าไฟฟ้า มีความยาว (ทางราบ) ประมาณ
    4.40 กิโลเมตร สถานีต้นทางจะตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติภูกระดึง อยู่ห่างจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวศรีฐานไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 3.50 กิโลเมตร ซึ่งใกล้กับบ้านห้วยเดื่อ ไปยังสถานีปลายทาง ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างผาหมากดูกและห่างจากบริเวณหลังแป ไปทางทิศตะวันตกประมาณ 600 เมตร พร้อมลงเสาแรกปลายปี 2569

    มาแน่! กระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง สรุปจุดก่อสร้างแล้ว อุทยานฯชุมชน พื้นที่หนุน

    ทั้งนี้เป็นเส้นทางที่ถูกเลือกจาก 4 เส้นทางที่ทำการศึกษา ว่าสามารถทำได้จริง และไม่บดบังทัศนียภาพของนักท่องเที่ยวที่อยากทดสอบความสามารถทางร่างกายผ่านการเดินเท้าขึ้นไป และการก่อสร้างต้องไม่กระทบกับสิ่งแวดล้อม การใช้ชีวิตของสัตว์ป่า หรือคนในท้องถิ่น

    พื้นที่ก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง

    นายศิริปกรณ์ ยังกล่าวต่อว่า แผนงานก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง มีทั้งหมด 8 ขั้นตอน ปัจจุบันขั้นตอนที่ 1 ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว คือ  จ้างออกแบบก่อสร้างโครงการกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง จ.เลย ขั้นตอนที่ 2 อยู่ระหว่างดำเนินการ โดยมีการขยายเวลาศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุน และการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) และขออนุญาตใช้พื้นที่เพื่อออกแบบในเขตอุทยานแห่งชาติภูกระดึง ทั้งยังจะเร่งขั้นตอนที่ 3 และ 4 คือ การเร่งยื่นเสนอรายงาน EIA 

    หากดำเนินการแล้วเสร็จ ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนที่ 5 คือ จะเสนอครม.เพื่อจัดสรรงบในการก่อสร้าง และผ่อนผันการก่อสร้างในเขตลุ่มน้ำชั้น 1 A โดยขั้นตอนที่ 3-5 จะขออนุญาตแบบก่อสร้าง และการก่อสร้างต่อกรมอุทยานฯ จากนั้นจะเป็นขั้นตอนที่ 7 คือ การจ้างก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง ซึ่งต้องก่อสร้างโดยบริษัทที่มีมาตรฐานโลก และสุดท้ายคือ ขั้นตอนที่ 8 การก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง จะใช้เวลาประมาณ 12 เดือน (ธันวาคม 2569-พฤศจิกายน 2570)

    อัพเดทแผนก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง

    โดยตั้งใจจะก่อสร้างกระเช้าให้แล้วเสร็จภายในปี 2570 เพื่อรองรับเทศกาลท่องเที่ยวภูกระดึง หรืออย่างช้าต้นปี 2571 

    นายศิริปกรณ์ กล่าวต่อว่า การจัดสรรงบศึกษาโครงการกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง ไม่เพียงการศึกษาเรื่องของการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึงเท่านั้น แต่จะยังศึกษาใน 3 เรื่องหลักควบคู่กันไป ได้แก่ การศึกษาการบริหารจัดการด้านบนภูกระดึงร่วมกับทางอุทยานฯ การศึกษา จุดเปลี่ยนถ่ายจราจร ด้านล่าง และการศึกษาเชื่อมโยงพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อจะรวมมาสเตอร์แพลนหนึ่งเดียว เข้าครม.ไตรมาส 4 ปีหน้า 

    อุทยานแห่งชาติภูกระดึง

    การมีกระเช้าไฟฟ้านี้ จะช่วยเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวอย่างแน่นอน ผ่านการขึ้นไปชมวิวเป็นช่วงเวลา และอาจไม่ได้พักค้างคืน ก็จะมีการหมุนเวียนนักท่องเที่ยวได้เพิ่มขึ้น ลดความแออัดลงได้อีกเยอะ โดยรายได้เฉลี่ยของนักท่องเที่ยวในจังหวัดเลย อยู่ประมาณ 1,200 บาทต่อคนต่อวัน หากพัก 2 คืนจะเพิ่มขึ้นมาที่ 2,500 ต่อคนต่อทริปได้

    มาแน่! กระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง สรุปจุดก่อสร้างแล้ว อุทยานฯชุมชน พื้นที่หนุน

    นายศุภฤกษ์ น้อยสุวรรณ นายอำเภอภูกระดึง กล่าวว่า การสร้างกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง จะสร้างโอกาสให้แก่ภูกระดึง เพราะปัจจุบันคนที่ขึ้นภูกระดึง  83% เป็นคนอายุน้อยกว่า 40 ปี  แต่คนอายุมากกว่า 40 ปีน้อย และสังคมไทยเข้าสู่สังคมสูงวัย การสร้างกระเช้าไฟฟ้าเป็นโอกาส

    มาแน่! กระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง สรุปจุดก่อสร้างแล้ว อุทยานฯชุมชน พื้นที่หนุน

    เพราะวันนี้ชาวบ้านที่เป็นลูกหาบ มีปัญหาทางร่างกายจากการทำงานหนัก จนหนอกขึ้นขาโก่ง จะแบกต่อไป แทบไม่มีแล้ว และเขาก็ส่งลูกเรียนจนจบปริญญาแล้ว วันหยุดลูกๆก็มาช่วยแบกบ้าง แต่แบกได้ 20 กิโล ไม่ได้แบก 50- 60 กิโลกรัม เหมือนพ่อแม่ แม้วันนี้จะมี ลูกหาบมาลงทะเบียน 200 คน แต่มาจริงไม่ถึง 100 คน และหากนักท่องเที่ยวมาช้า หรือหลัง 9 โมงเช้า ลูกหาบหมดก็ต้องแบกสัมภาระขึ้นภูกระดึงเอง

    ในหลายประเทศตามแหล่งท่องเที่ยวในอุทยานฯก็มีกระเช้าไฟฟ้า  ไม่ว่าจะเป็น เวียดนาม ก็มีกระเช้าไฟฟ้ายาว 7 กิโลเมตร ฮ่องกง 5  กิโลเมตร สิงคโปร์ มาเลเซีย เก็นติ้งก็กระเช้าไฟฟ้า  ประเทศอื่นมีทำไมเราไม่มี การมีกระเช้าขึ้นภูกระดึง เป็นการสร้างโอกาส เพราะคนมีเวลาน้อยก็ขึ้นได้ อาจดูแค่พระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก แล้วก็ลงมา ทำให้นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น

    มาแน่! กระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง สรุปจุดก่อสร้างแล้ว อุทยานฯชุมชน พื้นที่หนุน

    ด้านนายคีช์ฏะลักษณ์ กำจัดพาลภัย ผู้แทนหอการค้าจังหวัดเลย  กล่าวว่าเราผลักดันโครงการสร้างกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึงมาหลาย 10 ปีแล้ว  ครั้งนี้เรามองเห็นโอกาสก่อสร้างจริงที่จะเกิดขึ้น แต่อยากจะฝากเรื่องของหลังก่อสร้างแล้วเสร็จ ที่อยากให้ดูเรื่องของการซ่อมบำรุง การบริหารจัดการพื้นที่ หลังก่อสร้างเสร็จ โดยเฉพาะการบริหารจัดการเช้า การบริหารตั่ว โดยอยากได้มืออาชีพมาบริหาร เพราะเอกชนในจังหวัดอาจจะเกินกำลังไป และการส่งเสริมประสิทธิภาพในการทำงาน 

    นอกจากนี้เมื่อกระเช้าไฟฟ้าเสร็จ ก็จะมีนักท่องเที่ยวในจังหวัดเลย เดินทางข้ามมาเที่ยวภูกระดึง แต่ปัจจุบันท่ารถระบบขนส่ง ยังไม่อำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยวเลย จึงอยากฝากให้มองในเรื่องนี้ด้วย รวมถึงการเพิ่มเจ้าหน้าที่อุทยาน หรืออุปกรณ์ให้กับเจ้าหน้าที่อุทยานเพิ่มขึ้น 

    นายคุณาวุฒิ บุดาดวง คณะกรรมการขับเคลื่อนกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง กล่าวว่า ในฐานะประชาชนชาวภูกระดึง ซึ่งเป็นการรวมตัวเอกชน สนับสนุนกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง โดยคนภูกระดึงต้องการกระเช้า คนไม่ต้องการ คือคนนอก  

    มาแน่! กระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง สรุปจุดก่อสร้างแล้ว อุทยานฯชุมชน พื้นที่หนุน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/640936&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1N5b7MkpoV9D2M7usdup_8

  • รมว.คลัง เตรียมเสนอมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวเข้าครม.เศรษฐกิจ สัปดาห์หน้า : อินโฟเควสท์

    รมว.คลัง เตรียมเสนอมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวเข้าครม.เศรษฐกิจ สัปดาห์หน้า : อินโฟเควสท์

    นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) สัปดาห์หน้า จะมีการเสนอมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว โดยให้สามารถนำค่าใช้จ่ายมาหักลดหย่อนภาษีได้ โดยจะให้สิทธิสำหรับผู้ที่จะท่องเที่ยวเมืองรองเป็นหลัก ส่วนรายละเอียดต่าง ๆ ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการเร่งพิจารณา

    นายเอกนิติ ยืนยันว่า รัฐบาลจะเร่งผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาทุกสัปดาห์ เพราะขณะนี้ต้องยอมรับว่าเศรษฐกิจไทยอาจจะเลยจุดที่เรียกว่าหัวเลี้ยวหัวต่อมาเล็กน้อย หากไม่มีการปรับตัว เศรษฐกิจไทยจะยิ่งชะลอตัวลง

    “หลังวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 จะเห็นได้ว่าเศรษฐกิจไทยโตเฉลี่ยเพียง 3% และตั้งแต่ปี 2560 ถึงปัจจุบันโตไม่ถึง 2% เรียกว่าต่ำลงมาเรื่อย ๆ เนื่องจากไทยไม่ได้มีการลงทุนมานาน ดังนั้น จึงไม่มีปัจจัยที่ช่วยให้การเติบโต” รองนายกฯ และรมว.คลัง กล่าว

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (08 ต.ค. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/535776&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2xiP0Y7Mtp_DKeG332CX4k

  • ป.ป.ช. ชี้มูล 2 อดีตอธิบดี ทุจริตจัดซื้อเครื่องออกกำลังกายราคาแพง ล็อกสเปกเอื้อเอกชน

    ป.ป.ช. ชี้มูล 2 อดีตอธิบดี ทุจริตจัดซื้อเครื่องออกกำลังกายราคาแพง ล็อกสเปกเอื้อเอกชน

    ป.ป.ช. ชี้มูล 2 อดีตอธิบดี ก.ท่องเที่ยวฯ ทุจริตจัดซื้อเครื่องออกกำลังกาย ล็อคสเปกเอกชน-ซื้อแพง

    8 ตุลาคม 2568 – ที่สำนักงาน ป.ป.ช. นายสุรพงษ์ อินทรถาวร รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. รักษาราชการแทนเลขาธิการ ป.ป.ช. แถลงว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดนายสุพล ศรีพันธุ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมการท่องเที่ยว กับพวก ทุจริตในการดำเนินโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวชุมชนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนันทนาการและแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โดยการจัดหาอุปกรณ์เครื่องเล่นนันทนาการและออกกำลังกาย ปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 จำนวน 4 โครงการ วงเงิน 286,073,000 บาท

    จากการไต่สวนพบว่า มีการจัดหาอุปกรณ์เครื่องเล่นนันทนาการและออกกำลังกายจำนวน 8 ล้านบาท ตามที่สำนักพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเสนอมา ทั้งที่จังหวัดและสถานที่ติดตั้งไม่ได้มีความประสงค์ขอรับการสนับสนุนเครื่องเล่นดังกล่าว ตลอดจนมีการกำหนดคุณลักษณะเครื่องเล่นนันทนาการและออกกำลังกายให้ตรงกับคุณลักษณะของบริษัท ยูไนเต็ด สปอร์ต ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด และเอกชนที่เกี่ยวข้อง เป็นการกีดกันไม่ให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทดังกล่าว รวมถึงราคาที่จัดซื้อเครื่องเล่นแพงกว่าท้องตลาดหลายเท่าตัว โดยนายสุพลมีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 ส่วนบริษัท ยูไนเต็ดฯมีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำความผิด

    นายสุรพงษ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช.ยังชี้มูลความผิดนางแสงจันทร์ วรสุมันต์ อดีตอธิบดีกรมพลศึกษา กับพวก ในการดำเนินโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวชุมชนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนันทนาการและแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โดยการจัดหาอุปกรณ์เครื่องเล่นนันทนาการและออกกำลังกาย ปีงบประมาณ พ.ศ.2556 และ2557 จำนวน 2 สัญญา วงเงิน 29.7 ล้านบาท และ 34.6 ล้านบาท

    โดยไม่ได้มีการสำรวจความต้องการของหน่วยงานในพื้นที่ที่จะได้รับมอบครุภัณฑ์ดังกล่าว และมีการกำหนดคุณลักษณะเฉพาะและราคากลางเอื้อประโยชน์ให้บริษัท ไทยเวิร์คฟิตเนส จำกัด เป็นผู้ได้สัญญากับกรมพลศึกษาทั้ง 2 สัญญา และจัดซื้อในราคาแพงกว่าท้องตลาด โดยนางแสงจันทร์มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 ส่วนบริษัท ไทยเวิร์คฟิตเนสฯ มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำความผิด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/general-news/875540/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0FPkmrMVfHChsQ5VEGn-Y8

  • สวยงามตื่นตา มหกรรมไหลเรือไฟโลก 2568 นักท่องเที่ยวนับแสนแห่ชม

    สวยงามตื่นตา มหกรรมไหลเรือไฟโลก 2568 นักท่องเที่ยวนับแสนแห่ชม

    สุดคึกคัก มหกรรมไหลเรือไฟโลก นักท่องเที่ยวนับแสนแห่ชมประกวดไหลเรือไฟมากถึง 12 ลำ ปีนี้จัดยิ่งใหญ่กว่าทุกปี สร้างเรือไฟขนาดใหญ่ ยาวกว่า 80 เมตร อวดสายตานักท่องเที่ยว

    วันที่ 8 ต.ค. 68 มีรายงานว่า ที่ จ.นครพนม ตลอดแนวริมฝั่งน้ำโขงในเขตเทศบาลเมืองนครพนม คึกคักไปด้วยประชาชน ทั้งชาวไทย ชาวลาว ต่างเดินทางมารอชมการประกวดไหลเรือไฟ ในงานมหกรรมไหลเรือไฟโลก เมื่อคืนวันที่ 7 ต.ค. ที่ผ่านมา

    โดยปีนี้มีการยกระดับการจัดงานยิ่งใหญ่กว่าทุกปี เป็นงานมหกรรมเรือไฟโลกปีแรก เนื่องจากได้รับการสนับสนุนและผลักดันนครพนม จากเมืองรองเป็นเมืองหลัก กำหนดจัดขึ้นระหว่าง 27 ก.ย. – 8 ต.ค. 68

    สำหรับไฮไลท์ของงาน คือคืนวันออกพรรษา 15 ค่ำเดือน 11 มีการประกวดเรือไฟ ของบรรดาศิลปินเรือไฟจากทั้ง 12 อำเภอ รวมถึง 12 ลำ มีขนาดความยาวมากกว่าทุกปี ความยาวประมาณ 80 เมตร สูงประมาณ 20 -30 เมตร ประดับตกแต่งด้วยตะเกียงไฟ ประดิษฐ์จากเศษกระป๋องกาแฟ ด้วยภูมิปัญญาชาวบ้าน มากกว่า 20,000 – 25,000 ดวงต่อลำ 

    โดยลวดลายส่วนใหญ่ จะเน้นการออกแบบ โชว์ความสวยงาม สื่อถึงสถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ของนครพนม สร้างความตื่นตา ตื่นใจ แก่ประชาชน นักท่องเที่ยว, สร้างเศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยวให้คึกคัก, ร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรมที่พักถูกจับจองเต็ม.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/local/localbusiness/2887739&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0LVjkKzQ2QqxX-RmpDanOs

  • ครองแชมป์ 2 ปีซ้อน “กรุงเทพฯ” เมืองท่องเที่ยวดีสุดในเอเชียปี 2025

    ครองแชมป์ 2 ปีซ้อน “กรุงเทพฯ” เมืองท่องเที่ยวดีสุดในเอเชียปี 2025

    วันนี้ (8 ต.ค.2568) นายเอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกของกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า กรุงเทพฯ ได้รับการจัดอันดับให้เป็นเมืองท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในเอเชีย ประจำปี 2025 จากรายงาน Best in Travel 2025 โดยเว็บไซต์ท่องเที่ยวระดับนานาชาติ Smart Travel Asia ซึ่งจัดอันดับจากผลการสำรวจความคิดเห็นของนักเดินทางทั่วโลก และปีนี้กรุงเทพฯ ยังคงครองแชมป์อันดับ 1 ต่อเนื่องเป็นปีที่สอง

    โฆษก กทม. กล่าวว่า การได้รับรางวัลครั้งนี้สะท้อนถึงเสน่ห์เฉพาะตัวของกรุงเทพฯ ที่ผสมผสานวัฒนธรรมดั้งเดิมเข้ากับความทันสมัยได้อย่างลงตัว ทั้งวัดวาอารามที่งดงาม อาหารริมทางที่ขึ้นชื่อระดับโลก วิถีชีวิตที่มีสีสัน และผู้คนที่อบอุ่นเป็นมิตร รวมถึงการพัฒนาเมืองให้มีความสะดวก ปลอดภัยและพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

    พร้อมขอบคุณภาครัฐ เอกชนและประชาชน ที่ร่วมกันทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวอยากกลับมาเยือน การได้รับรางวัลนี้ไม่เพียงเป็นความภูมิใจของคนกรุงเทพฯ เท่านั้น แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้ร่วมกันพัฒนาเมืองให้ดียิ่งขึ้น

    นอกจากนี้ รายงาน Best in Travel 2025 จาก Smart Travel Asia ยังจัดอันดับเมืองท่องเที่ยวอื่น ๆ ที่ติด 10 อันดับแรกในเอเชีย เช่น โตเกียว บาหลี เชียงใหม่ โซล และฮ่องกง

    กรุงเทพฯ ครองอันดับ 1 ด้วยคำนิยามว่าเป็น “เมืองที่เปี่ยมไปด้วยพลังและชีวิตชีวาตลอดทั้งวันและคืน” คือเป็นสถานที่ที่วัดทองอร่ามตาเรียงรายเคียงคู่กับตลาดกลางคืน แสงนีออน บาร์รูฟท็อปสุดหรู และชามก๋วยเตี๋ยวรสเผ็ดร้อนที่ให้รสชาติแห่งความสุขบริสุทธิ์อย่างแท้จริง ด้วยเสน่ห์ของวัฒนธรรมที่คึกคักและโรงแรมคุณภาพระดับโลก

    อ่านข่าว

    “ทองคำ”สินทรัพย์อมตะแห่งยุค 4 ปัจจัยบวกดันทองพุ่ง

    ไวรัลคลิป AI “คนแบกช้าง” ว่อนเน็ต ผู้เชี่ยวชาญเตือนอย่าหลงเชื่อ

    “อนุทิน” ไม่กังวล “ทรัมป์” เสนอเป็นคนกลาง ลั่นกัมพูชาต้องทำตามเงื่อนไข

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/357402&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1iy9uK54484YDKZErrXyL5

  • ป.ป.ช.ชี้มูลอดีตอธิบดีท่องเที่ยว ทุจริตโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวชุมชน มูลค่า 286 ล.

    ป.ป.ช.ชี้มูลอดีตอธิบดีท่องเที่ยว ทุจริตโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวชุมชน มูลค่า 286 ล.

    เผยแพร่:   ปรับปรุง:

    นายสุรพงษ์ อินทรถาวร รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดนายสุพล ศรีพันธุ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมการท่องเที่ยว กับพวก ทุจริตในการดำเนินโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวชุมชนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนันทนาการและแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โดยการจัดหาอุปกรณ์เครื่องเล่นนันทนาการ และออกกำลังกาย ปีงบประมาณ พ.ศ. 2555

    เนื่องจากข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า เมื่อปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 กรมการท่องเที่ยว ได้รับจัดสรรงบประมาณ งบลงทุน ค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้าง ค่าพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงนันทนาการ จำนวน 200,000,000 บาท ซึ่งต่อมานายสุพล ได้อนุมัติให้โอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ เป็นงบลงทุน ค่าครุภัณฑ์ที่มีราคาต่อหน่วยต่ำกว่า 1 ล้านบาท และอนุมัติให้ดำเนินโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว เพื่อดำเนินการจัดซื้อเครื่องเล่นนันทนาการและออกกำลังกาย จำนวน 4 โครงการ เป็นเงิน 286,073,000 บาท ซึ่งรวมถึงโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวชุมชนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนันทนาการและแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โดยการจัดหาอุปกรณ์เครื่องเล่นนันทนาการและออกกำลังกาย จำนวน 8,000,000 บาท ตามที่สำนักพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว หน่วยงานผู้รับผิดชอบเสนอ ทั้งที่จังหวัดและพื้นที่ที่เป็นสถานที่ติดตั้งในจังหวัดนั้นๆ ไม่ได้มีความประสงค์ในการขอรับการสนับสนุนเครื่องเล่นนันทนาการและออกกำลังกายอย่างแท้จริง กับทั้งพื้นที่ที่ติดตั้งก็ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการ แต่เป็นการดำเนินการเพื่อให้มีการจัดซื้อเครื่องเล่น นันทนาการและออกกำลังกายตามที่ได้มีการตระเตรียมมาตั้งแต่ต้น

    โดยคณะกรรมการกำหนดร่างขอบเขตของงานไม่ได้กำหนดรายละเอียดคุณลักษณะและราคาที่จะจัดซื้อ แต่ได้ลงลายมือชื่อในเอกสารขออนุมัติ ร่างขอบเขตของงานที่จัดทำขึ้นตามคำสั่งการของ ว่าที่ร้อยตรี อานุภาพ เกษรสุวรรณ์ รองอธิบดีกรมการท่องเที่ยว ซึ่งมีการกำหนดคุณลักษณะเฉพาะให้ตรงกับเครื่องเล่นนันทนาการ และออกกำลังกายของบริษัท ยูไนเต็ด สปอร์ต ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด อันมีลักษณะเป็นการกีดกันมิให้มีการแข่งขันในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม เพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่บริษัท ยูไนเต็ด สปอร์ต ดีเวลลอปเมนท์ ได้เป็นคู่สัญญากับกรมการท่องเที่ยวตามที่ได้มีการตกลงร่วมกันมาตั้งแต่ต้น ทั้งปรากฏว่าราคาที่จัดซื้อเครื่องเล่นนันทนาการและออกกำลังกายดังกล่าว มีราคาแพงกว่าท้องตลาดและมีราคาสูงกว่าราคานำเข้าหลายเท่าตัวเป็นเหตุให้กรมการท่องเที่ยวได้รับความเสียหาย

    ป.ป.ช. จึงพิจารณาแล้วเห็นว่า การกระทำของนายสุพล ศรีพันธุ์ อธิบดีกรมการท่องเที่ยว ว่าที่ร้อยตรี อานุภาพ เกสรสุวรรณ์ รองอธิบดีกรมการท่องเที่ยว นางพัชณีย์ ยงยอด ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบโครงการ เจ้าหน้าที่พัสดุ และกรรมการกำหนดร่างขอบเขตของงานและร่างเอกสารประกวดราคา มีมูลความผิด ทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 พ.ร.ป. ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 11 และมาตรา 12 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง แล้วแต่กรณี

    ส่วนการกระทำของบริษัท ยูไนเต็ด สปอร์ต ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด และเอกขนที่เกี่ยวข้อง มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำความผิด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news1live.com/detail/9680000096398&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1DqeiGb2HtPwrOUYZEaQHJ

  • ป.ป.ช.ชี้มูล 2 อดีตอธิบดี ก.ท่องเที่ยวฯ ทุจริตจัดซื้อเครื่องออกกำลังกาย-ล็อคสเปกเอกชน

    ป.ป.ช.ชี้มูล 2 อดีตอธิบดี ก.ท่องเที่ยวฯ ทุจริตจัดซื้อเครื่องออกกำลังกาย-ล็อคสเปกเอกชน

    ป.ป.ช.ชี้มูล 2 อดีตอธิบดีกรมการท่องเที่ยว-อดีตอธิบดีกรมพลศึกษา สังกัดกระทรวงท่องเที่ยวฯ ทุจริตจัดซื้อเครื่องออกกำลังกาย 286 ล้าน ล็อคสเปกเอกชน 63 ล้าน

    วันที่ 8 ต.ค. ที่สำนักงาน ป.ป.ช. นายสุรพงษ์ อินทรถาวร รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. รักษาราชการแทนเลขาธิการ ป.ป.ช. แถลงว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดนายสุพล  ศรีพันธุ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมการท่องเที่ยว กับพวก ทุจริตในการดำเนินโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวชุมชนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนันทนาการและแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โดยการจัดหาอุปกรณ์เครื่องเล่นนันทนาการและออกกำลังกาย ปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 จำนวน 4 โครงการ วงเงิน 286,073,000 บาท

    สำนักงาน ป.ป.ช.
    นายสุรพงษ์ อินทรถาวร รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.

    โดยจาการไต่สวนพบว่า มีการจัดหาอุปกรณ์เครื่องเล่นนันทนาการและออกกำลังกายจำนวน 8 ล้านบาท ตามที่สำนักพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเสนอมา ทั้งที่จังหวัดและสถานที่ติดตั้งไม่ได้มีความประสงค์ขอรับการสนับสนุนเครื่องเล่นดังกล่าว ตลอดจนมีการกำหนดคุณลักษณะเครื่องเล่นนันทนาการและออกกำลังกายให้ตรงกับคุณลักษณะของบริษัท ยูไนเต็ด สปอร์ต ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด และเอกชนที่เกี่ยวข้อง เป็นการกีดกันไม่ให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทดังกล่าว รวมถึงราคาที่จัดซื้อเครื่องเล่นแพงกว่าท้องตลาดหลายเท่าตัว โดยนายสุพลมีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 ส่วนบริษัท ยูไนเต็ดฯมีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำความผิด

    นายสุรพงษ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช.ยังชี้มูลความผิดนางแสงจันทร์ วรสุมันต์ อดีตอธิบดีกรมพลศึกษา กับพวก ในการดำเนินโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวชุมชนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนันทนาการและแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โดยการจัดหาอุปกรณ์เครื่องเล่นนันทนาการและออกกำลังกาย ปีงบประมาณ พ.ศ.2556 และ2557 จำนวน 2 สัญญา วงเงิน 29.7 ล้านบาท และ 34.6 ล้านบาท โดยไม่ได้มีการสำรวจความต้องการของหน่วยงานในพื้นที่ที่จะได้รับมอบครุภัณฑ์ดังกล่าว และมีการกำหนดคุณลักษณะเฉพาะและราคากลางเอื้อประโยชน์ให้บริษัท ไทยเวิร์คฟิตเนส จำกัด เป็นผู้ได้สัญญากับกรมพลศึกษาทั้ง 2 สัญญา และจัดซื้อในราคาแพงกว่าท้องตลาด โดยนางแสงจันทร์มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 ส่วนบริษัท ไทยเวิร์คฟิตเนสฯ มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำความผิด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/news/%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25A1/258783&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Xz9RGzl_9A0j0Y4jERSls

  • ปปช.ชี้มูล “สุพล” อธิบดีท่องเที่ยว  – “แสงจันทร์” อธิบดีกรมพลศึกษา ทุจริตโครงการรัฐรวมกว่า 300 ล้าน

    ปปช.ชี้มูล “สุพล” อธิบดีท่องเที่ยว – “แสงจันทร์” อธิบดีกรมพลศึกษา ทุจริตโครงการรัฐรวมกว่า 300 ล้าน

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/contents/102378&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1D7YxOezQl1puivthxsleU

  • “พิพัฒน์” เปิดงานประเพณีชักพระสุราษฎร์ธานี ขับเคลื่อนเศรษฐกิจท่องเที่ยวภาคใต้

    “พิพัฒน์” เปิดงานประเพณีชักพระสุราษฎร์ธานี ขับเคลื่อนเศรษฐกิจท่องเที่ยวภาคใต้

    วันนี้ (8 ตุลาคม 2568) ที่สี่แยกวัดธรรมบูชา จังหวัดสุราษฎร์ธานี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานเปิด “งานประเพณีชักพระ ทอดผ้าป่า และแข่งเรือยาว ประจำปี 2568” ซึ่งถือเป็นมหรสพแห่งศรัทธาและความสามัคคีของพี่น้องชาวสุราษฎร์ธานี โดยมี นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี หัวหน้าส่วนราชการ, นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนร่วมงานอย่างคึกคัก

    โดยพิธีในปีนี้นับเป็นความภาคภูมิใจสูงสุดของชาวสุราษฎร์ธานี เมื่อ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานถ้วยรางวัลแก่ผู้ชนะเลิศ 6 ประเภท อาทิ การประกวดเรือพนมพระ การประกวดพุ่มผ้าป่า และการแข่งเรือยาว สร้างความปลื้มปีติแก่ประชาชนทั้งจังหวัด ซึ่งต่างพร้อมใจน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

    นายพิพัฒน์ กล่าวในพิธีว่า“งานชักพระสุราษฎร์ธานี เป็นประเพณีที่หล่อหลอมความศรัทธาและความร่วมแรงร่วมใจของชาวใต้ ถ่ายทอดคุณค่าทางวัฒนธรรมสู่การพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น เป็นแบบอย่างของการใช้ ‘ศิลปวัฒนธรรม’ เป็นพลังขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตประชาชน”

    รองนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า รัฐบาลและกระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมโยงการเดินทางกับการท่องเที่ยว เพื่อให้ “วัฒนธรรมและเศรษฐกิจเดินหน้าควบคู่กัน” จังหวัดสุราษฎร์ธานีจึงเป็นตัวอย่างชัดเจนของเมืองที่มีทั้งความสมบูรณ์ทางธรรมชาติ วัฒนธรรม และระบบคมนาคมที่เข้าถึงทุกพื้นที่ ทำให้การท่องเที่ยวเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน จังหวัดสุราษฎร์ธานีคือเมือง 100 เกาะ เงาะอร่อย หอยใหญ่ ไข่แดง แหล่งธรรมะ เป็นจังหวัดที่มีรายได้จากการท่องเที่ยวสูงเป็นอันดับสองของประเทศ รองจากภูเก็ต และมีศักยภาพที่จะเป็นหัวเมืองหลักของภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยในอนาคต หากรัฐบาลสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมเพิ่มเติม เช่น ถนน สะพาน และท่าเรือ จะยิ่งเปิดโอกาสให้ประชาชนสร้างรายได้มากขึ้นจากการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจฐานราก

    นอกจากนี้ นายพิพัฒน์ยังกล่าวชื่นชมจังหวัดสุราษฎร์ธานีว่า มีความพร้อมในทุกด้าน ทั้งแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกอย่างเกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า และหมู่เกาะอ่างทอง ซึ่งมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ประกอบกับการสนับสนุนของกระทรวงคมนาคมในการพัฒนาเส้นทางคมนาคมเชื่อมโยงเมือง–สนามบิน–ท่าเรือ จะทำให้สุราษฎร์ธานีก้าวสู่การเป็น “เมืองท่องเที่ยวคุณภาพระดับสากล” อย่างแท้จริง

    นายพิพัฒน์ กล่าวย้ำ พร้อมเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวทั่วประเทศ ร่วมสัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งศรัทธาใน งานประเพณีชักพระ ทอดผ้าป่า และแข่งเรือยาว ประจำปี 2568 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4–12 ตุลาคมนี้ โดยมีขบวนเรือพนมพระ ขบวนพุ่มผ้าป่า การแข่งเรือยาว และกิจกรรมทางวัฒนธรรมตลอดทั้งงาน

    อ่านข่าว “นโยบายรัฐ” เพิ่มเติม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/governmentpolicy/2887756&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0yShOsaMscpgm1aysMmD73

  • 3 แอร์ไลน์โหมเปิดเส้นทางบิน ‘ญี่ปุ่น’ ‘บาทแข็ง’ หนุนคนไทยแห่เที่ยวนอก

    3 แอร์ไลน์โหมเปิดเส้นทางบิน ‘ญี่ปุ่น’ ‘บาทแข็ง’ หนุนคนไทยแห่เที่ยวนอก

    3 สายการบินโลว์คอสต์ “ไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ – ไทย ไลอ้อน แอร์ – เวียตเจ็ทไทยแลนด์” โหมเปิดเส้นทางบินใหม่สู่ “ญี่ปุ่น” ในช่วงไฮซีซันของตลาดคนไทยเที่ยวต่างประเทศ รับอานิสงส์เงินบาทแข็งค่า แห่แลกเงินตุนไว้จับจ่ายชอปปิงสนุกมือ เทรนด์ยอดจองตั๋วบินวิ่งเข้ามาดีมาก หลังผ่านพ้นเดือนก.ค.- ส.ค. ที่การเดินทางชะลอตัว ส่วนหนึ่งเพราะ “คำทำนายแผ่นดินไหว” กระทบความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว

    ภัทรา บุศราวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ กล่าวว่า ช่วงไฮซีซันไตรมาส 4 ปีนี้ ปัจจัย “เงินบาทแข็งค่า” มีผลทำให้คนไทยออกไปท่องเที่ยวใช้จ่ายในต่างประเทศมากขึ้น ทั้งยังตรงกับช่วงเทศกาลปลายปี ส่งเสริมบรรยากาศการท่องเที่ยว โดยประเทศญี่ปุ่นยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวไทย

    “ไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์” (รหัสเที่ยวบิน XJ) จึงเดินหน้าขยายเครือข่ายเส้นทางบินไทย-ญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง เตรียมเปิดให้บริการเส้นทางบินใหม่ “กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) – เซนได” ความถี่ 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เริ่มบิน 1 ธ.ค.2568 นับเป็นสายการบินสัญชาติไทยรายเดียวที่เปิดให้บริการเส้นทางนี้ และเป็นส้นทางที่ 5 บินตรงเข้าประเทศญี่ปุ่น จากปัจจุบันให้บริการแล้ว 4 เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางกรุงเทพฯ​ สู่ โตเกียว, โอซาก้า, ซัปโปโร และนาโกย่า คาดในไตรมาส 4 จะมีอัตราการบรรทุกผู้โดยสาร (Load Factor) เฉลี่ย 90% ขณะที่สายการบินไทยแอร์เอเชีย (รหัสเที่ยวบิน FD) ให้บริการ 2 เส้นทางบินเข้าญี่ปุ่น ได้แก่ เส้นทางจากกรุงเทพฯ สู่ ฟุกุโอกะ และโอกินาวะ

    3 แอร์ไลน์โหมเปิดเส้นทางบิน ‘ญี่ปุ่น’ ‘บาทแข็ง’ หนุนคนไทยแห่เที่ยวนอก

    “การเปิดเส้นทางบินสู่ญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงจุดแข็งของกลุ่มแอร์เอเชียที่มีเครือข่ายเส้นทางบิน และความถี่เที่ยวบินให้บริการจำนวนมาก เป็นกลุ่มสายการบินที่ให้บริการเส้นทางระหว่างไทย-ญี่ปุ่นมากที่สุดรวมทั้งหมด 7 เส้นทางในปัจจุบัน”

    3 แอร์ไลน์โหมเปิดเส้นทางบิน ‘ญี่ปุ่น’ ‘บาทแข็ง’ หนุนคนไทยแห่เที่ยวนอก

    ภัทรา บุศราวงศ์

    อัศวิน ยังกีรติวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทย ไลอ้อน แอร์ กล่าวว่า “ไทยไลอ้อนแอร์” มีความพร้อมเดินหน้าขยายเครือข่ายเส้นทางบินระหว่างประเทศในไตรมาส 4 ปี 2568 ด้วยการเปิดให้บริการ “4 เส้นทางบินใหม่” เพื่อตอบสนองความต้องการ การเดินทางที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสร้างโอกาสใหม่ในการเชื่อมโยงการเดินทางจากประเทศไทยสู่เมืองท่องเที่ยว และศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่สำคัญในเอเชีย

    สำหรับการเปิดให้บริการ 4 เส้นทางบินใหม่ ได้แก่ 1.กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) – ฮอกไกโด (แวะเกาสง) เริ่มให้บริการวันที่ 1 ธ.ค.2568 ความถี่ 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ 2.กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) – โอซาก้า (แวะไทเป) กลับมาให้บริการอีกครั้ง ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.2568 ความถี่ 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ 3.กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) – ฉงชิ่ง (จีน) เริ่มให้บริการวันที่ 26 ต.ค.2568 ความถี่บินตรงทุกวัน และ 4.กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) – เทียนจิน (จีน) เริ่มให้บริการวันที่ 27 ต.ค.2568 ความถี่ 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์

    3 แอร์ไลน์โหมเปิดเส้นทางบิน ‘ญี่ปุ่น’ ‘บาทแข็ง’ หนุนคนไทยแห่เที่ยวนอก

    3 แอร์ไลน์โหมเปิดเส้นทางบิน ‘ญี่ปุ่น’ ‘บาทแข็ง’ หนุนคนไทยแห่เที่ยวนอก

    อัศวิน ยังกีรติวร

    ก่อนหน้านี้ ปิ่นยศ พิบูลสงคราม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการพาณิชย์ สายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ กล่าวว่า ในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้ “เวียตเจ็ทไทยแลนด์” เตรียมเปิดให้บริการเส้นทางบินตรงสู่ประเทศญี่ปุ่น 2 เส้นทาง ได้แก่ กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) – โอซาก้า (คันไซ) เริ่มบินวันที่ 1 ธ.ค.2568 และ กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) -โตเกียว (นาริตะ) เริ่มบินวันที่ 15 ธ.ค. 2568 โดยเทรนด์การจองตั๋วบินเข้ามาดีมากเกินคาด เห็นยอดวิ่งดีตั้งแต่เปิดขายเมื่อเดือนก.ค.ที่ผ่านมา

    การเปิด 2 เส้นทางบินดังกล่าวสู่ญี่ปุ่นในไตรมาส 4 ปีนี้ เป็นการเพิ่มเติมจากเส้นทาง เชียงใหม่ – โอซาก้า และ กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) – ฟุกุโอกะ ซึ่งให้บริการไปแล้วก่อนหน้านี้ จากแผนเปิดเส้นทางระหว่างประเทศทั้งหมด 5 เส้นทางใหม่ในไตรมาส 4 สู่ตลาดญี่ปุ่น เกาหลีใต้ (โซล เริ่มบิน 1 ต.ค.68) และอินเดีย (โกลกาตา เริ่มบิน พ.ย. และ อาห์เมดาบัด เริ่มบิน ธ.ค.)

    3 แอร์ไลน์โหมเปิดเส้นทางบิน ‘ญี่ปุ่น’ ‘บาทแข็ง’ หนุนคนไทยแห่เที่ยวนอก

    แต่ล่าสุดเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เวียตเจ็ทไทยแลนด์ แจ้งถึงผลกระทบจาก “รัฐบาลสหรัฐ” เข้าสู่ภาวะ “ชัตดาวน์” (Government Shutdown) ว่าทำให้สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติ (FAA) ของสหรัฐ ไม่สามารถออกใบรับรองเครื่องบินลำใหม่ได้ ส่งผลให้กระบวนการส่งมอบเครื่องบินโบอิง 737-8 ล่าช้ากว่ากำหนดเดิม และทำให้เส้นทางบินตรงสู่โตเกียว (นาริตะ) และโอซาก้า ซึ่งตามกำหนดเดิมจะเริ่มบินในเดือนธ.ค.นี้ ต้องเลื่อนไปทำการบินกลางเดือนม.ค.2569 แทน

    โดยผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากการเลื่อนเที่ยวบิน ถ้าต้องการเดินทางตามกำหนดเดิมที่จองไว้ สามารถแวะต่อเครื่องที่ไต้หวันสำหรับเส้นทางบินสู่โอซาก้า หรือแวะต่อเครื่องที่เวียดนามสำหรับเส้นทางบินสู่โตเกียว ส่วนทางเลือกอื่นๆ ถ้าผู้โดยสารต้องการเลื่อนเที่ยวบิน หรือเก็บมูลค่าบัตรโดยสารในรูปแบบวงเงินเครดิตเพื่อใช้เดินทางในอนาคต ก็สามารถทำได้เช่นกัน และไม่ว่าผู้โดยสารจะเลือกทางเลือกไหน ทางสายการบินฯ จะให้กิฟต์วอยเชอร์ มูลค่า 2,000 บาทแก่ทุกคนที่จองบัตรโดยสารใน 2 เส้นทางนี้ไว้แล้ว

    ด้านรายงานขององค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น (JNTO) ระบุว่า จากสถิติ “นักท่องเที่ยวต่างชาติ” เดินทางเข้า “ญี่ปุ่น” ในช่วง 8 เดือนแรก ตั้งแต่เดือน ม.ค.- ส.ค.2568 ซึ่งมีจำนวนสะสมกว่า 28,383,600 คน เพิ่มขึ้น 18.2% เทียบช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว พบว่า “นักท่องเที่ยวไทย” เป็นตลาดที่เดินทางเข้าญี่ปุ่นมากเป็น “อันดับ 6” ด้วยจำนวน 764,600 คน เพิ่มขึ้น 8.2% เทียบช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว เฉพาะเดือนส.ค. มีจำนวน 35,500 คน เพิ่มขึ้น 2.4% เทียบเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว

    สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ “5 อันดับแรก” เดินทางเข้าญี่ปุ่นสูงสุดในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้ อันดับ 1 คือ “จีน” จำนวนสะสม 6,711,600 คน เพิ่มขึ้น 46.1% รองลงมาคือ เกาหลีใต้ 6,123,100 คน เพิ่มขึ้น 5.4% ไต้หวัน 4,509,700 คน เพิ่มขึ้น 9.6% สหรัฐ 2,173,000 คน เพิ่มขึ้น 22.9% และฮ่องกง 1,673,200 คน ลดลง 7.1%

    พิสูจน์อักษร….สุรีย์  ศิลาวงษ์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/business/1202133&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3a6YkGn8abg22eQz2iQIzC