Category: ท่องเที่ยว

  • รอบรั้วการตลาด : ททท. ผนึกกำลังพันธมิตร อัดโปรแรง กระตุ้นท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

    รอบรั้วการตลาด : ททท. ผนึกกำลังพันธมิตร อัดโปรแรง กระตุ้นท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

    นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. กล่าวว่า พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวทั่วโลกกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่ม Eco-Tourist และ Transformative Traveler ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง กลุ่มนักท่องเที่ยวเหล่านี้ไม่ได้มองหาการเดินทางเพียงเพื่อการพักผ่อนหรือความบันเทิงเท่านั้น แต่ให้ความสำคัญกับความหมายของการเดินทางมากยิ่งขึ้น 

    โดยนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มักให้คุณค่ากับประสบการณ์ที่แท้จริง เช่น การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ หรือแม้กระทั่งการมีส่วนร่วมในกิจกรรมฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม ซึ่งประสบการณ์เหล่านี้ไม่เพียงสร้างความทรงจำที่ลึกซึ้ง แต่ยังช่วยเปลี่ยนมุมมองและทัศนคติของนักท่องเที่ยวให้เกิดความตระหนักรู้และอยากมีส่วนร่วมในการดูแลโลกมากขึ้น ในโครงการได้ออกแบบกิจกรรมหลากหลายทั้งเส้นทางท่องเที่ยวที่มีกิจกรรมฟื้นฟู ดูแล รักษา สิ่งแวดล้อม 

    เมื่อวันที่ 28-29 เมษายน 69 ที่ผ่านมา โครงการ One Living Planet ได้จัดกิจกรรม Voluntourist 2 วัน 1 คืน ณ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นการผสานแนวคิดการท่องเที่ยวเข้ากับการลงมือทำเพื่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งกิจกรรมทำโป่งเทียม เพื่อเสริมแร่ธาตุให้สัตว์ป่า เป็นกระบวนการอนุรักษ์ที่ช่วยส่งเสริมความสมดุลของระบบนิเวศ 

    และเพิ่มโอกาสในการอยู่รอดของสัตว์ป่า บริเวณอุทยานแห่งชาติกุยบุรี กิจกรรมเก็บขยะชายหาด บริเวณอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีความอุดมสมบูรณ์และมีความหลากหลายทางชีวภาพสูง ภายใต้ความร่วมมือกับ อเล็กซ์ เรนเดลล์ นักอนุรักษ์ที่ทำงานด้านสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีผู้ร่วมกิจกรรมทั้งจิตอาสา Influencer และพันธมิตร 

    เพื่อเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวและสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อม ททท. ได้ร่วมมือกับพันธมิตรมอบโปรโมชัน ดีลพิเศษ เช่น ที่พัก อาทิ โรงแรมซันบีม พัทยา จ.ชลบุรี, อะเวย์เชียงใหม่ท่าแพรีสอร์ท จ.เชียงใหม่, โรงแรมไอบิส สไตล์ กระบี่ อ่าวนาง จ.กระบี่, โรงแรม เซนเตอร์ พอยต์ เทอมินอล 21 โคราช จ.นครราชสีมา ฯลฯ มอบส่วนลดพิเศษสูงสุด 20% และแจกของที่ระลึกจากโครงการ – บริษัทนำเที่ยวที่ร่วมออกแบบเส้นท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย ทั้ง 8 เส้นทาง อาทิ Wild Encounter Thailand, สีฟ้าทัวร์, Railay Eco Tour, Gogotrip Thailand, ทุลักทุเลทริป, ทริปนี้มาเจอกันไหม มอบส่วนลดพิเศษสูงสุด 10% และของที่ระลึกจากโครงการ

    ด้านพันธมิตรชั้นนำ เสนอสิทธิประโยชน์และโปรโมชันพิเศษ ครอบคลุมทั้งการเดินทาง ที่พักและไลฟ์สไตล์ อาทิ Traveloka มอบส่วนลดสูงสุด 200 บาทสำหรับที่พักสานกรีนในโครงการ, Grab มอบส่วนลด 15% สูงสุด 100 บาท สำหรับบริการเดินทางใน 8 จังหวัดนำร่อง, Vietjet Thailand มอบส่วนลด 30% สำหรับเส้นทางท่องเที่ยวภายในประเทศ, ลูกค้าบัตรเครดิต KTC ทุกประเภท รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 13% เมื่อจองที่พักกับโรงแรมที่ร่วมรายการในโครงการ, นครชัยแอร์มอบส่วนลดค่าโดยสาร 10 บาท/ท่าน 

    พร้อมสิทธิ์ลุ้นรับของรางวัลพิเศษ, Oasis Spa มอบทรีตเม้นต์ดูแลผิวสูตรธรรมชาติมูลค่า 1,766 บาท ฟรีสำหรับลูกค้าที่เลือกใช้บริการโปรแกรมนวดสปาสูตรซิกเนเจอร์เพื่อความผ่อนคลายเหนือระดับ และแคมเปญออนไลน์จาก EV Station PluZ สถานีชาร์จ EV Station PluZ มอบคูปองส่วนลด 50 บาท เมื่อลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ One Living Planet และมียอดชาร์จสะสม เม.ย. – พ.ค. 69 ไม่ต่ำกว่า 500 บาท

    THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 : กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ ผนึก หอการค้าไทย (TCC) และโคโลญเมสเซ่ (Koelnmesse: KM) ประกาศความพร้อมจัด THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 งานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มครบวงจรที่สุดในภูมิภาคเอเชีย ระหว่างวันที่ 26–30 พฤษภาคม 2569 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยกลับมาอย่าง BIGGER – BETTER – BOLDER ยิ่งใหญ่ขึ้น ดีขึ้น โดดเด่นขึ้น พร้อมดึงผู้ซื้อและผู้นำเข้าอาหารกว่า 130 ประเทศทั่วโลกร่วมงาน คาดสร้างมูลค่าการค้ากว่า 130,000 ล้านบาท ตอกย้ำการเป็นแพลตฟอร์มการค้าอาหารระดับนานาชาติ พร้อมดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการค้าอาหารของโลก

    แนวโน้มธุรกิจโรงแรม : นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ประธานกรรมการธนาคารกสิกรไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ ดร.กรินทร์ บุญเลิศวณิชย์  รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย พร้อมด้วยผู้ทรงคุณวุฒิและผู้ประกอบการชั้นนำในธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว เข้าร่วมงานสัมมนา Next-Gen Hotel DECODED: Unlocking 2026 – Trends, Tech & Sustainability ซึ่งจัดขึ้น ภายใต้แนวคิด เจาะลึกอินไซต์ ปลดล็อกเทคโนโลยี สู่มิติใหม่ของธุรกิจโรงแรมอย่างยั่งยืนเพื่อถอดรหัสทิศทางอุตสาหกรรมโรงแรมไทยในปี 2569 

    ท่ามกลางความท้าทายด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว เทคโนโลยี และประเด็นความยั่งยืน พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการโรงแรม โดยเฉพาะกลุ่ม SME ให้สามารถปรับตัวและแข่งขันได้ในระยะยาวfจัดโดยธนาคารกสิกรไทย ร่วมกับ คอนเซียร์จพลัส (KONCIERGE+) แพลตฟอร์มบริหารจัดการธุรกิจโรงแรมแบบครบวงจรที่พัฒนาโดยธนาคารกสิกรไทย ณ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี เมื่อเร็วๆ นี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/money/business_marketing/marketing_trends/2931356&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2LchPvYjDMY3KDknmAq1tn

  • เต้ย พงศกร ประเดิมพิธีกรรายการครั้งแรก! ลุย Vlog ท่องเที่ยววิถีเกษตร ชวน ปอ อรรณพ ลุยบุรีรัมย์

    เต้ย พงศกร ประเดิมพิธีกรรายการครั้งแรก! ลุย Vlog ท่องเที่ยววิถีเกษตร ชวน ปอ อรรณพ ลุยบุรีรัมย์

    ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เดินหน้าสานต่อความสำเร็จของรายการน้ำดีที่อยู่คู่คนไทย เตรียมส่งรายการ “หอมแผ่นดิน กลิ่นไอเกษตร” ซีซั่นใหม่ลงจอ พร้อมสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการคว้าตัวพระเอกหนุ่มหน้าคม ” เต้ย – พงศกร เมตตาริกานนท์ ” รับหน้าที่พิธีกรแบบเต็มตัวเป็นครั้งแรก เตรียมพาแฟนๆ แบกเป้ตะลุยเที่ยวเมืองไทยในรูปแบบ Vlog ท่องเที่ยวสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

    สำหรับรายการ ” หอมแผ่นดิน กลิ่นไอเกษตร ”  ในซีซั่นล่าสุดนี้  ได้มีการปรับโฉมใหม่ให้มีความทันสมัย  และเข้าถึงง่ายมากยิ่งขึ้น  โดยนำเสนอเรื่องราวผ่านรูปแบบ Vlog  ท่องเที่ยว(Travel Vlog) สุดชิล ที่หนุ่มเต้ยจะอาสาพาคุณผู้ชมเดินทางไปสัมผัสมนต์เสน่ห์ของจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศไทย

    นอกจากจะได้ท่องเที่ยวอย่างเต็มอิ่มแล้ว ธ.ก.ส. ยังมีผลิตภัณฑ์ดีๆ มาแนะนำเพื่อเป็นการส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์ของชุมชนผ่านการแปรรูปเพิ่มมูลค่าที่รับรองว่าเป็นสินค้าที่ดี มีคุณภาพ ได้มาตรฐานสากล และผ่านการคัดเลือกอย่างดีจาก ธ.ก.ส. ส่งตรงถึงมือผู้บริโภคประเดิมความสนุกเทปแรก ลุยเมืองปราสาทหิน “บุรีรัมย์” จ.บุรีรัมย์ หนุ่มเต้ยพาแบกเป้ไปลุยสัมผัสเสน่ห์วิถีชีวิตชุมชนและลงมือทำกิจกรรมสนุกๆ สไตล์เกษตรกร แต่งานนี้ไม่ได้ไปคนเดียว ยังควงแขกรับเชิญสายฮา  “ปอ อรรณพ” มาร่วมสร้างสีสันเรียกเสียงหัวเราะตลอดทริป โดยเคมีของทั้งคู่ทำให้การท่องเที่ยววิถีเกษตรครั้งนี้สนุกสนาน มันส์ ฮา เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เต็มอิ่มกับผลิตภัณฑ์เด็ดของบุรีรัมย์ “โจ๊กภูเขาไฟ” หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว มีที่นี่..ที่เดียว 

    “หอมแผ่นดิน กลิ่นไอเกษตร” ทริปนี้ถือเป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความสนุกสนานของการเดินทาง และความงดงามของวิถีชีวิตเกษตรกรไทยผ่านมุมมองของคนรุ่นใหม่ ใครที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวและอยากเห็นบทบาทใหม่ของหนุ่ม  เต้ย พงศกร ห้ามพลาด!  เตรียมเก็บกระเป๋าและออกเดินทางไปพร้อมกันในรายการ “หอมแผ่นดิน กลิ่นไอเกษตร” พบกันอีพีแรกวันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม 2569 เวลา 20.20 – 20.45 น. ทางช่อง  9  MCOT HD

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/entertain/news/2931337&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1JOsaIPukGRcJVmqcAeTgM

  • กทม. คว้าอันดับ 1 เมืองดีที่สุดในอาเซียน 2 ปีซ้อน จากโพลระดับโลกปี 2025

    กทม. คว้าอันดับ 1 เมืองดีที่สุดในอาเซียน 2 ปีซ้อน จากโพลระดับโลกปี 2025

    วันพฤหัสบดี ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.25 น.

    กทม. คว้าอันดับ 1 เมืองดีที่สุดในอาเซียน 2 ปีซ้อน จากโพลระดับโลกปี 2025

    จากรายงาน Smart Travel Asia’s Best in Travel Report ประจำปี 2025 ซึ่งจัดทำขึ้นจากผลโหวตในนิตยสารท่องเที่ยวออนไลน์ Smart Travel Asia ของนักท่องเที่ยวและผู้อ่านกว่า 10 ล้านคนทั่วโลก ที่ได้ประกาศให้ ประเทศไทย ยังคงครองความเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวระดับโลก จากการที่กรุงเทพมหานคร ได้รับการโหวตให้เป็น อันดับ 1 เมืองที่ดีที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต่อเนื่องเป็นปีที่สอง ในการเป็น “เมืองที่เปี่ยมไปด้วยพลังและชีวิตชีวาตลอดทั้งวันและคืน”

    โดยนักท่องเที่ยวต่างชื่นชมถึงความหลากหลายของประสบการณ์ที่กรุงเทพฯ มอบให้ ทั้งวัดวาอารามอันงดงาม ตลาดกลางคืนสีสันสดใส บาร์รูฟท็อปสุดหรู รวมถึงอาหารริมทางรสชาติเข้มข้นที่สร้างความประทับใจไม่รู้ลืม สะท้อนเสน่ห์ของวัฒนธรรมไทยอันคึกคักและการต้อนรับอย่างอบอุ่นของคนไทย

    นอกจากกรุงเทพมหานครแล้ว จังหวัดเชียงใหม่ และ จังหวัดภูเก็ต ยังได้รับการจัดอันดับให้อยู่ใน อันดับที่ 3 และอันดับที่ 5 ตามลำดับ จากเสน่ห์เฉพาะตัวด้านศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิต และธรรมชาติอันงดงาม จนกลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

    ทั้งนี้การที่ประเทศไทยมีเมืองท่องเที่ยวติดอันดับสูงสุดถึง 3 แห่งใน Top 5 ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงศักยภาพและความโดดเด่นของประเทศไทยในฐานะ “จุดหมายปลายทางท่องเที่ยวระดับนานาชาติ” และสะท้อนความสำเร็จของการพัฒนาคุณภาพด้านการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และบริการที่ได้มาตรฐานระดับโลกอย่างต่อเนื่อง

    WorldsBestCity

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/likesara/963006&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0bFHrs2UU5n3-58so0Q8gN

  • วุฒิสภาหนุนยกระดับ 3 จังหวัดอันดามันเป็นศูนย์กลางท่องเที่ยวระดับอาเซียน

    วุฒิสภาหนุนยกระดับ 3 จังหวัดอันดามันเป็นศูนย์กลางท่องเที่ยวระดับอาเซียน

    วันพฤหัสบดี ที่ 07 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.44 น.

    กมธ.ต่างประเทศ วุฒิสภา ยกคณะล่องใต้ หนุนยกระดับ 3 จังหวัดอันดามัน “กระบี่-พังงา-ภูเก็ต” เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวระดับอาเซียน

    พังงา – 7 พฤษภาคม 2568 คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา นำโดยนายชวภณ วัธนเวคิน รองประธานคณะกรรมาธิการฯ และประธานคณะอนุกรรมาธิการติดตามสถานการณ์โลกที่มีผลกระทบต่อไทยและอาเซียน ลงพื้นที่จังหวัดพังงาและภูเก็ต เพื่อเก็บข้อมูลเชิงลึกประกอบการจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อวุฒิสภาและรัฐบาล โดยมีเป้าหมายสำคัญในการผลักดันกลุ่มจังหวัดอันดามันให้ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และคมนาคมขนส่งในระดับภูมิภาคอาเซียน

    นายชวภณ กล่าวว่าจังหวัดพังงาและภูเก็ตมีศักยภาพสูงในการดึงดูดนักลงทุนและนักท่องเที่ยวคุณภาพ หากโครงสร้างพื้นฐานและการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติได้รับการพัฒนาอย่างเป็นระบบ “สองจังหวัดนี้คือประตูสำคัญของไทยสู่อาเซียนด้านอันดามัน หากเราลงทุนอย่างถูกทิศทาง จะเกิดผลทวีคูณต่อทั้งเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่”

    ด้านนายสราวุฒิ ธนาเจริญสกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา กล่าวบรรยายสรุปทิศทางการพัฒนาจังหวัดในภาพรวม โดยเน้นย้ำว่าพังงามุ่งเสริมบทบาทองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคประชาสังคมให้มีส่วนร่วมในการพัฒนาพื้นที่อย่างแท้จริง ขณะเดียวกันยังวางตำแหน่งจังหวัดให้เป็นจุดเชื่อมโยงกิจกรรมทางเศรษฐกิจสร้างสรรค์และดิจิทัลของฝั่งอันดามัน ควบคู่กับการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ ทั้ง Wellness Tourism การท่องเที่ยวชุมชน และการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่ให้ความสำคัญกับระบบนิเวศและวิถีชีวิตท้องถิ่น นอกจากนี้ยังมีแผนพัฒนาระบบคมนาคมไร้รอยต่อ เชื่อมทางบก ทางเรือ และทางอากาศเข้าด้วยกัน พร้อมวางแนวทางจัดการขยะและมลพิษ อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างยั่งยืน

    นายชิบ จิตนิยม รองประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา และประธานคณะอนุกรรมาธิการติดตามสถานการณ์โลกที่มีผลกระทบต่อไทยและอาเซียน เสนอให้ยกระดับรูปแบบการท่องเที่ยวในกลุ่มจังหวัดอันดามันให้ทัดเทียมระดับโลก โดยยกตัวอย่างการท่องเที่ยวด้วยเฮลิคอปเตอร์และเรือยอร์ชที่เกาะไหหลำของจีน ซึ่งสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มบนได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเสนอให้นำโมเดลการท่องเที่ยวแบบล่องเรือชมอ่าวของฮาลองเบย์ เวียดนาม มาประยุกต์ใช้กับทะเลอันดามันที่มีความงดงามไม่แพ้กัน

    “เราต้องกล้าคิดใหม่ว่าการท่องเที่ยวระดับพรีเมียมคืออะไร และออกแบบประสบการณ์ที่คู่แข่งในภูมิภาคยังทำไม่ได้ ขอเสนอให้จัดกระบี่ พังงา และภูเก็ตอยู่ในคลัสเตอร์การท่องเที่ยวเดียวกัน เพื่อบริหารจัดการทรัพยากรและส่งเสริมการตลาดร่วมกันอย่างมีเอกภาพ แทนที่จะพัฒนาแบบแยกส่วนเหมือนที่ผ่านมา” นายชิบกล่าว

    นายชิบ กล่าวว่า ข้อมูลและข้อสังเกตทั้งหมดจากการลงพื้นที่ครั้งนี้จะถูกรวบรวมสังเคราะห์เป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อวุฒิสภาและรัฐบาล เป้าหมายของเราชัดเจนคือให้กลุ่มจังหวัดอันดามันก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางระดับอาเซียนอย่างมีรากฐานที่มั่นคงและยั่งยืน ไม่ใช่แค่การพัฒนาระยะสั้นเพื่อตัวเลข แต่ต้องเป็นการเติบโตที่คนในพื้นที่ได้ประโยชน์อย่างแท้จริง

    รองศาสตราจารย์แล ดิลกวิทยรัตน์ สมาชิกวุฒิสภาและกรรมาธิการการต่างประเทศ ตั้งคำถามเชิงวิพากษ์ต่อระบบการศึกษาในพื้นที่ว่า หากอันดามันมุ่งเน้นการท่องเที่ยวเป็นหัวใจหลักของเศรษฐกิจ การศึกษาในพื้นที่สามารถผลิตบุคลากรที่ตอบโจทย์ตลาดแรงงานท้องถิ่นได้จริงหรือไม่ โดยชี้ให้เห็นว่าปัญหาสำคัญที่ถูกมองข้ามคือประเทศไทยผลิตบัณฑิตแบบเดียวกันทั้งประเทศ โดยไม่คำนึงถึงบริบทและความต้องการเฉพาะของแต่ละพื้นที่ ส่งผลให้แรงงานในพื้นที่ท่องเที่ยวอย่างอันดามันไม่มีทักษะที่ภาคเอกชนต้องการจริง พร้อมตั้งคำถามว่าภาครัฐผลิตบริการและบุคลากรป้อนตลาด แต่ตลาดต้องการสิ่งเหล่านั้นจริงหรือไม่ และภาคเอกชนสามารถนำไปใช้งานได้จริงเพียงใด

    ด้านนายปริญญา วงษ์เชิดขวัญ สมาชิกวุฒิสภา และกรรมาธิการการต่างประเทศ หยิบยกประเด็นปัญหาขยะในพื้นที่ท่องเที่ยว โดยตั้งคำถามว่าประชาชนในพื้นที่มีทัศนคติอย่างไรต่อมาตรการจัดการขยะของภาครัฐ และมีการต่อต้านจากชุมชนหรือไม่ นอกจากนี้ยังหยิบยกปัญหากลิ่นกัญชาในพื้นที่ท่องเที่ยวของภูเก็ตที่กำลังส่งผลกระทบอย่างเป็นรูปธรรม โดยระบุว่าเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวกลุ่มบนหลีกเลี่ยงภูเก็ต และตั้งคำถามว่าพังงามีปัญหาในลักษณะเดียวกันนี้หรือไม่

    ทั้งนี้ในเวทีอภิปรายยังมีการหยิบยกประเด็นน่าเป็นห่วงว่าไทยกำลังถูกประเทศเพื่อนบ้านแซงหน้าในด้านการพัฒนาการท่องเที่ยว โดยมีการอ้างถึงเสียงสะท้อนจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ระบุว่ามาไทยเมื่อ 10 ปีที่แล้ว และกลับมาวันนี้ก็ยังพบบริการและประสบการณ์แบบเดิม ไม่มีการพัฒนาหรือเปลี่ยนแปลงใดให้เห็น สะท้อนให้เห็นว่านโยบายการพัฒนาการท่องเที่ยวที่ผ่านมาอาจยังไม่เดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง และรัฐจำเป็นต้องทบทวนการจัดสรรงบประมาณสนับสนุนอย่างจริงจัง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/politic/475257&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1rEiXX8bQUMbC6HKhbxQ7f

  • วุฒิสภาหนุนยกระดับ 3 จังหวัดอันดามันเป็นศูนย์กลางท่องเที่ยวระดับอาเซียน

    วุฒิสภาหนุนยกระดับ 3 จังหวัดอันดามันเป็นศูนย์กลางท่องเที่ยวระดับอาเซียน

    วันพฤหัสบดี ที่ 07 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.44 น.

    กมธ.ต่างประเทศ วุฒิสภา ยกคณะล่องใต้ หนุนยกระดับ 3 จังหวัดอันดามัน “กระบี่-พังงา-ภูเก็ต” เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวระดับอาเซียน

    พังงา – 7 พฤษภาคม 2568 คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา นำโดยนายชวภณ วัธนเวคิน รองประธานคณะกรรมาธิการฯ และประธานคณะอนุกรรมาธิการติดตามสถานการณ์โลกที่มีผลกระทบต่อไทยและอาเซียน ลงพื้นที่จังหวัดพังงาและภูเก็ต เพื่อเก็บข้อมูลเชิงลึกประกอบการจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อวุฒิสภาและรัฐบาล โดยมีเป้าหมายสำคัญในการผลักดันกลุ่มจังหวัดอันดามันให้ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และคมนาคมขนส่งในระดับภูมิภาคอาเซียน

    นายชวภณ กล่าวว่าจังหวัดพังงาและภูเก็ตมีศักยภาพสูงในการดึงดูดนักลงทุนและนักท่องเที่ยวคุณภาพ หากโครงสร้างพื้นฐานและการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติได้รับการพัฒนาอย่างเป็นระบบ “สองจังหวัดนี้คือประตูสำคัญของไทยสู่อาเซียนด้านอันดามัน หากเราลงทุนอย่างถูกทิศทาง จะเกิดผลทวีคูณต่อทั้งเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่”

    ด้านนายสราวุฒิ ธนาเจริญสกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา กล่าวบรรยายสรุปทิศทางการพัฒนาจังหวัดในภาพรวม โดยเน้นย้ำว่าพังงามุ่งเสริมบทบาทองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคประชาสังคมให้มีส่วนร่วมในการพัฒนาพื้นที่อย่างแท้จริง ขณะเดียวกันยังวางตำแหน่งจังหวัดให้เป็นจุดเชื่อมโยงกิจกรรมทางเศรษฐกิจสร้างสรรค์และดิจิทัลของฝั่งอันดามัน ควบคู่กับการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ ทั้ง Wellness Tourism การท่องเที่ยวชุมชน และการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่ให้ความสำคัญกับระบบนิเวศและวิถีชีวิตท้องถิ่น นอกจากนี้ยังมีแผนพัฒนาระบบคมนาคมไร้รอยต่อ เชื่อมทางบก ทางเรือ และทางอากาศเข้าด้วยกัน พร้อมวางแนวทางจัดการขยะและมลพิษ อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างยั่งยืน

    นายชิบ จิตนิยม รองประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา และประธานคณะอนุกรรมาธิการติดตามสถานการณ์โลกที่มีผลกระทบต่อไทยและอาเซียน เสนอให้ยกระดับรูปแบบการท่องเที่ยวในกลุ่มจังหวัดอันดามันให้ทัดเทียมระดับโลก โดยยกตัวอย่างการท่องเที่ยวด้วยเฮลิคอปเตอร์และเรือยอร์ชที่เกาะไหหลำของจีน ซึ่งสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มบนได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเสนอให้นำโมเดลการท่องเที่ยวแบบล่องเรือชมอ่าวของฮาลองเบย์ เวียดนาม มาประยุกต์ใช้กับทะเลอันดามันที่มีความงดงามไม่แพ้กัน

    “เราต้องกล้าคิดใหม่ว่าการท่องเที่ยวระดับพรีเมียมคืออะไร และออกแบบประสบการณ์ที่คู่แข่งในภูมิภาคยังทำไม่ได้ ขอเสนอให้จัดกระบี่ พังงา และภูเก็ตอยู่ในคลัสเตอร์การท่องเที่ยวเดียวกัน เพื่อบริหารจัดการทรัพยากรและส่งเสริมการตลาดร่วมกันอย่างมีเอกภาพ แทนที่จะพัฒนาแบบแยกส่วนเหมือนที่ผ่านมา” นายชิบกล่าว

    นายชิบ กล่าวว่า ข้อมูลและข้อสังเกตทั้งหมดจากการลงพื้นที่ครั้งนี้จะถูกรวบรวมสังเคราะห์เป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อวุฒิสภาและรัฐบาล เป้าหมายของเราชัดเจนคือให้กลุ่มจังหวัดอันดามันก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางระดับอาเซียนอย่างมีรากฐานที่มั่นคงและยั่งยืน ไม่ใช่แค่การพัฒนาระยะสั้นเพื่อตัวเลข แต่ต้องเป็นการเติบโตที่คนในพื้นที่ได้ประโยชน์อย่างแท้จริง

    รองศาสตราจารย์แล ดิลกวิทยรัตน์ สมาชิกวุฒิสภาและกรรมาธิการการต่างประเทศ ตั้งคำถามเชิงวิพากษ์ต่อระบบการศึกษาในพื้นที่ว่า หากอันดามันมุ่งเน้นการท่องเที่ยวเป็นหัวใจหลักของเศรษฐกิจ การศึกษาในพื้นที่สามารถผลิตบุคลากรที่ตอบโจทย์ตลาดแรงงานท้องถิ่นได้จริงหรือไม่ โดยชี้ให้เห็นว่าปัญหาสำคัญที่ถูกมองข้ามคือประเทศไทยผลิตบัณฑิตแบบเดียวกันทั้งประเทศ โดยไม่คำนึงถึงบริบทและความต้องการเฉพาะของแต่ละพื้นที่ ส่งผลให้แรงงานในพื้นที่ท่องเที่ยวอย่างอันดามันไม่มีทักษะที่ภาคเอกชนต้องการจริง พร้อมตั้งคำถามว่าภาครัฐผลิตบริการและบุคลากรป้อนตลาด แต่ตลาดต้องการสิ่งเหล่านั้นจริงหรือไม่ และภาคเอกชนสามารถนำไปใช้งานได้จริงเพียงใด

    ด้านนายปริญญา วงษ์เชิดขวัญ สมาชิกวุฒิสภา และกรรมาธิการการต่างประเทศ หยิบยกประเด็นปัญหาขยะในพื้นที่ท่องเที่ยว โดยตั้งคำถามว่าประชาชนในพื้นที่มีทัศนคติอย่างไรต่อมาตรการจัดการขยะของภาครัฐ และมีการต่อต้านจากชุมชนหรือไม่ นอกจากนี้ยังหยิบยกปัญหากลิ่นกัญชาในพื้นที่ท่องเที่ยวของภูเก็ตที่กำลังส่งผลกระทบอย่างเป็นรูปธรรม โดยระบุว่าเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวกลุ่มบนหลีกเลี่ยงภูเก็ต และตั้งคำถามว่าพังงามีปัญหาในลักษณะเดียวกันนี้หรือไม่

    ทั้งนี้ในเวทีอภิปรายยังมีการหยิบยกประเด็นน่าเป็นห่วงว่าไทยกำลังถูกประเทศเพื่อนบ้านแซงหน้าในด้านการพัฒนาการท่องเที่ยว โดยมีการอ้างถึงเสียงสะท้อนจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ระบุว่ามาไทยเมื่อ 10 ปีที่แล้ว และกลับมาวันนี้ก็ยังพบบริการและประสบการณ์แบบเดิม ไม่มีการพัฒนาหรือเปลี่ยนแปลงใดให้เห็น สะท้อนให้เห็นว่านโยบายการพัฒนาการท่องเที่ยวที่ผ่านมาอาจยังไม่เดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง และรัฐจำเป็นต้องทบทวนการจัดสรรงบประมาณสนับสนุนอย่างจริงจัง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/mobile/news/politic/475257&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw30K_INpTcaD9ocUWeWs4vK

  • สัมผัสเกาะพยาม สวรรค์เมืองไทย ที่เที่ยวระนองแนวอนุรักษ์ที่คุณต้องลอง

    สัมผัสเกาะพยาม สวรรค์เมืองไทย ที่เที่ยวระนองแนวอนุรักษ์ที่คุณต้องลอง

    สัมผัสความเงียบสงบที่หาได้ยากที่เกาะพยาม จังหวัดระนอง เกาะที่ยังคงวิถีชีวิตดั้งเดิมมีธรรมชาติอันสมบูรณ์ ใครชอบการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน สโลว์ไลฟ์ต้องมา!

    สโลว์ไลฟ์บนเกาะพยาม หลีกหนีความวุ่นวาย

    หากคุณกำลังมองหาสถานที่พักผ่อนที่แท้จริง บรรยากาศเงียบสงบ ไร้เสียงเครื่องยนต์รบกวน “เกาะพยาม” จังหวัดระนอง คือคำตอบที่คุณตามหา เกาะขนาดกะทัดรัดแห่งนี้ตั้งอยู่ฝั่งทะเลอันดามัน เสน่ห์ที่โดดเด่นที่สุดคือ “ความเรียบง่าย” ที่ยังคงรักษาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น บนเกาะไม่มีรถยนต์ รถโดยสารหลักคือมอเตอร์ไซค์รับจ้างและจักรยาน ทำให้บรรยากาศโดยรวมเงียบสงบและปลอดภัย เหมาะสำหรับการเดินเล่น พักผ่อน หรือปั่นจักรยานสำรวจวิถีชีวิตชาวเกาะที่เรียบง่ายและเป็นกันเอง การมาเยือนเกาะพยามจึงไม่ใช่แค่การท่องเที่ยว แต่คือการพาตัวเองกลับไปสัมผัสธรรมชาติและความสงบอย่างแท้จริง

    วิถีชีวิตที่เรียบง่ายของชาวบ้านเกาะพยามที่ผูกพันกับทะเลและธรรมชาติ เป็นภาพความงามที่น่าหลงใหลในทุกช่วงเวลา

    ธรรมชาติที่สมบูรณ์ สวนกาหยูและป่าชายเลน

    เกาะพยามไม่ได้มีดีแค่ชายหาดขาวและน้ำทะเลใส แต่ยังมีทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์และน่าสนใจ “สวนกาหยู” หรือต้นมะม่วงหิมพานต์ คือพืชเศรษฐกิจหลักของเกาะ คุณจะเห็นต้นกาหยูขึ้นอยู่ทั่วเกาะ โดยเฉพาะช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนเมษายนที่จะออกดอกสะพรั่ง นอกจากนี้ เกาะพยามยังมีพื้นที่ป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์บริเวณอ่าวเขาควาย ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำและนกนานาชนิด การนั่งเรือหางยาวชมป่าชายเลนหรือพายคายัคสำรวจเป็นกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดสำหรับคนรักธรรมชาติ ความหลากหลายทางชีวภาพนี้ทำให้เกาะพยามเป็นพื้นที่เรียนรู้ระบบนิเวศที่สำคัญ

    กิจกรรมอนุรักษ์ ปั่นจักรยานรอบเกาะและเก็บขยะชายหาด

    การท่องเที่ยวแบบยั่งยืนคือหัวใจสำคัญของการมาเยือนเกาะพยาม กิจกรรมยอดนิยมคือการเช่าจักรยานปั่นรอบเกาะ เส้นทางปั่นจักรยานจะพาคุณผ่านสวนกาหยู หมู่บ้านชาวเกาะ และชายหาดต่างๆ ทำให้คุณได้สัมผัสวิถีชีวิตและธรรมชาติอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวหลายคนยังเข้าร่วมกิจกรรมเก็บขยะชายหาด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาความสะอาดและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของเกาะ การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบช่วยให้เกาะพยามยังคงความสวยงามและอุดมสมบูรณ์ต่อไป การปฏิบัติตามกฎกติกาของชุมชน เช่น การลดใช้พลาสติก ก็เป็นสิ่งสำคัญที่นักท่องเที่ยวควรพิจารณา

    ภาพมุมสูงแสดงความงดงามของเกาะพยามที่มีรูปร่างโดดเด่นท่ามกลางธรรมชาติสมบูรณ์และน้ำทะเลสีฟ้าคราม สวรรค์แห่งระนองที่น่าค้นหา

    พักผ่อนแบบเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โฮมสเตย์และรีสอร์ทสีเขียว

    ที่พักบนเกาะพยามมีให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่โฮมสเตย์ของชาวบ้านไปจนถึงรีสอร์ทที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ส่วนใหญ่เน้นความเรียบง่ายและกลมกลืนกับธรรมชาติ โดยใช้พืชพรรณท้องถิ่นและวัสดุธรรมชาติในการก่อสร้าง หลายแห่งมีการจัดการขยะและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การเลือกพักในที่พักที่ยั่งยืนช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่น การได้พักผ่อนในบรรยากาศที่ใกล้ชิดธรรมชาติช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลายและเติมพลังได้อย่างเต็มที่

    ความรับผิดชอบของนักท่องเที่ยว เที่ยวอย่างไรให้ยั่งยืน

    การท่องเที่ยวที่ยั่งยืนเริ่มต้นที่ตัวเรา การมาเยือนเกาะพยามควรเป็นการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ นักท่องเที่ยวควรลดใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง พกขยะกลับขึ้นฝั่ง ประหยัดน้ำและไฟ และเคารพวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชาวเกาะ การปฏิบัติตามกฎกติกาและคำแนะนำของชุมชนช่วยให้เกาะพยามยังคงความสวยงามและอุดมสมบูรณ์ต่อไป การเป็นนักท่องเที่ยวที่รับผิดชอบช่วยรักษาแหล่งท่องเที่ยวให้คงอยู่ชั่วลูกชั่วหลาน

    สรุป 6 วิธีเที่ยวเกาะพยามอย่างยั่งยืน ฉบับเข้าใจง่ายในภาพเดียว! มาร่วมกันดูแลธรรมชาติ งดพลาสติก และอุดหนุนชุมชน เพื่อรักษาสวรรค์แห่งระนองให้งดงาม

    บทสรุป

    เกาะพยามไม่ได้เป็นแค่ที่เที่ยว แต่คือประสบการณ์การเรียนรู้การใช้ชีวิตที่ยั่งยืนและเคารพธรรมชาติ การมาเยือนเกาะนี้ช่วยให้เราได้ตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมท้องถิ่น หากคุณกำลังมองหาแหล่งท่องเที่ยวที่ให้มากกว่าความสนุกสนาน เกาะพยามคือสถานที่ที่คุณไม่ควรพลาด สัมผัสความเงียบสงบ วิถีชีวิตที่เรียบง่าย และธรรมชาติอันสมบูรณ์ และเรียนรู้วิธีการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบร่วมกัน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/travel/thailand/274624&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw10Ab2SHhRqFh4SZl4tmN2f

  • ธ.ก.ส. ดึง ‘เต้ย พงศกร’ ลุย Vlog ท่องเที่ยววิถีเกษตรสุดฟิน ‘หอมแผ่นดิน กลิ่นไอเกษตร’

    ธ.ก.ส. ดึง ‘เต้ย พงศกร’ ลุย Vlog ท่องเที่ยววิถีเกษตรสุดฟิน ‘หอมแผ่นดิน กลิ่นไอเกษตร’

    วันพฤหัสบดี ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.26 น.

    ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เดินหน้าสานต่อความสำเร็จของรายการน้ำดีที่อยู่คู่คนไทย เตรียมส่งรายการ “หอมแผ่นดิน กลิ่นไอเกษตร” ซีซั่นใหม่ลงจอ พร้อมสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการคว้าตัวพระเอกหนุ่มหน้าคม ” เต้ย – พงศกร เมตตาริกานนท์ ” รับหน้าที่พิธีกรแบบเต็มตัวเป็นครั้งแรก เตรียมพาแฟนๆ แบกเป้ตะลุยเที่ยวเมืองไทยในรูปแบบ Vlog ท่องเที่ยวสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

    สำหรับรายการ ” หอมแผ่นดิน กลิ่นไอเกษตร”  ในซีซั่นล่าสุดนี้  ได้มีการปรับโฉมใหม่ให้มีความทันสมัย  และเข้าถึงง่ายมากยิ่งขึ้น  โดยนำเสนอเรื่องราวผ่านรูปแบบ Vlog  ท่องเที่ยว(Travel Vlog) สุดชิล ที่หนุ่มเต้ยจะอาสาพาคุณผู้ชมเดินทางไปสัมผัสมนต์เสน่ห์ของจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศไทย

    นอกจากจะได้ท่องเที่ยวอย่างเต็มอิ่มแล้ว ธ.ก.ส. ยังมีผลิตภัณฑ์ดีๆ มาแนะนำเพื่อเป็นการส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์ของชุมชนผ่านการแปรรูปเพิ่มมูลค่าที่รับรองว่าเป็นสินค้าที่ดี มีคุณภาพ ได้มาตรฐานสากล และผ่านการคัดเลือกอย่างดีจาก ธ.ก.ส. ส่งตรงถึงมือผู้บริโภคประเดิมความสนุกเทปแรก ลุยเมืองปราสาทหิน “บุรีรัมย์” จ.บุรีรัมย์ หนุ่มเต้ยพาแบกเป้ไปลุยสัมผัสเสน่ห์วิถีชีวิตชุมชนและลงมือทำกิจกรรมสนุกๆ สไตล์เกษตรกร แต่งานนี้ไม่ได้ไปคนเดียว ยังควงแขกรับเชิญสายฮา  “ปอ อรรณพ” มาร่วมสร้างสีสันเรียกเสียงหัวเราะตลอดทริป โดยเคมีของทั้งคู่ทำให้การท่องเที่ยววิถีเกษตรครั้งนี้สนุกสนาน มันส์ ฮา เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เต็มอิ่มกับผลิตภัณฑ์เด็ดของบุรีรัมย์ “โจ๊กภูเขาไฟ” หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว มีที่นี่..ที่เดียว

    “หอมแผ่นดิน กลิ่นไอเกษตร” ทริปนี้ถือเป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความสนุกสนานของการเดินทาง และความงดงามของวิถีชีวิตเกษตรกรไทยผ่านมุมมองของคนรุ่นใหม่ ใครที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวและอยากเห็นบทบาทใหม่ของหนุ่ม  เต้ย พงศกร ห้ามพลาด!  เตรียมเก็บกระเป๋าและออกเดินทางไปพร้อมกันในรายการ “หอมแผ่นดิน กลิ่นไอเกษตร” พบกันอีพีแรกวันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม 2569 เวลา 20.20 – 20.45 น. ทางช่อง  9  MCOT HD

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/lady/963036&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw25l1k11be7QgY-wa2T-6G4

  • กสิกรไทยจัดงานสัมมนาถอดรหัสทิศทางอุตสาหกรรมโรงแรมไทยในปี 2569

    กสิกรไทยจัดงานสัมมนาถอดรหัสทิศทางอุตสาหกรรมโรงแรมไทยในปี 2569

    นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร (ที่ 4 จากซ้าย) ประธานกรรมการธนาคารกสิกรไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ ดร.กรินทร์ บุญเลิศวณิชย์ (ที่ 3 จากซ้าย) รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย พร้อมด้วยผู้ทรงคุณวุฒิและผู้ประกอบการชั้นนำในธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว เข้าร่วมงานสัมมนา “Next-Gen Hotel DECODED: Unlocking 2026 – Trends, Tech & Sustainability” ซึ่งจัดขึ้น ภายใต้แนวคิด “เจาะลึกอินไซต์ ปลดล็อกเทคโนโลยี สู่มิติใหม่ของธุรกิจโรงแรมอย่างยั่งยืน” เพื่อถอดรหัสทิศทางอุตสาหกรรมโรงแรมไทยในปี 2569 ท่ามกลางความท้าทายด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว เทคโนโลยี และประเด็นความยั่งยืน พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการโรงแรม โดยเฉพาะกลุ่ม SME ให้สามารถปรับตัวและแข่งขันได้ในระยะยาว จัดโดยธนาคารกสิกรไทย ร่วมกับ คอนเซียร์จพลัส (KONCIERGE+) แพลตฟอร์มบริหารจัดการธุรกิจโรงแรมแบบครบวงจรที่พัฒนาโดยธนาคารกสิกรไทย ณ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี เมื่อเร็วๆ นี้

    กสิกรไทยจัดงานสัมมนาถอดรหัสทิศทางอุตสาหกรรมโรงแรมไทยในปี 2569

    บุคคลในภาพจากซ้ายไปขวา:

    1. นางสาววาริธร ศิริสัตยะวงศ์ ผู้บริหารงานวิจัย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย
    2. นายศึกษิต สุวรรณดิษฐกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดีวาน่า โฮเทลแอนด์รีสอร์ท จำกัด
    3. ดร.กรินทร์ บุญเลิศวณิชย์ รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย
    4. นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ประธานกรรมการธนาคารกสิกรไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
    5. นางมาริสา สุโกศล หนุนภักดี นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมโรงแรมไทย และรองประธานกรรมการบริหาร กลุ่มโรงแรมเครือสุโกศล
    6. นางสาวประชุม ตันติประเสริฐสุข รองประธานฝ่ายปฏิบัติการประจำภาคกลางและภาคใต้ โรงแรมและรีสอร์ทในเครือดุสิต และนายกสมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ (ไทย) – TICA
    7. นางสาวอลิสรา ศิวยาธร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงแรมศิวาเทล กรุงเทพ
    8. ดร.เอกก์ ภทรธนกุล หัวหน้าภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย วาระปี 2569-2571

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.newswit.com/th/ieot14dlw32ocp2m1ecsppdam7te2byg&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0CWuV7EXf8qN_aLOLlXNnR

  • เริ่มแล้ว ‘สกายวอล์กลำตะคอง’ ตื่นตาแลนด์มาร์คท่องเที่ยวแห่งใหม่โคราช งบ 120 ล้าน | เดลินิวส์

    เริ่มแล้ว ‘สกายวอล์กลำตะคอง’ ตื่นตาแลนด์มาร์คท่องเที่ยวแห่งใหม่โคราช งบ 120 ล้าน | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 7 พ.ค. นายมนัส สุวรรณรินทร์ รอง ผวจ.นครราชสีมา พร้อมด้วย ว่าที่ พ.ต.ณัฐพงศ์ ทองดี ปลัดอาวุโสอำเภอปากช่อง จ.นครราชสีมา ลงพื้นที่ตรวจสอบการก่อสร้างสกายวอล์กลำตะคอง แลนด์มาร์คท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดนครราชสีมา บริเวณริมเขาเขื่อนลั่น ต.คลองไผ่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา

    จากข้อมูล เป็นการก่อสร้างของแผนพัฒนาจังหวัดนครราชสีมา โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ผลักดันโครงการก่อสร้าง สกายวอล์กลำตะคอง-เขาเขื่อนลั่น แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ เป็นทางเดินพื้นกระจกใสที่ยื่นออกจากริมผา มีความกว้าง 3 เมตร และความยาว 42 เมตร สูงจากพื้นด้านล่างประมาณ 30 เมตร ด้วยงบประมาณ 120 ล้านบาท ตามแผนศึกษาพัฒนาระยะ 5 ปี (2566-2570) โดยในการดำเนินการในช่วงปี 2569-2570 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว เชื่อมโยงโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจเวลเนสส์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง (Korat wellness corridor) ที่สวยงามตื่นตากับบรรยากาศที่มองเห็นวิวทิวทัศน์ของเขื่อนลำตะคอง และกังหันลมบนเขายายเที่ยง รวมทั้งความสวยงามของถนน M6 มอเตอร์เวย์ บางปะอิน-นครราชสีมา ทอดยาวไปตามภูเขา และยังพ่วงโครงการสร้างองค์พระพุทธรูปองค์ใหญ่ พระชัยเมืองนครราชสีมา ในบริเวณใกล้สกายวอล์ก

    นายมนัส สุวรรณรินทร์ รอง ผวจ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า หลังมีการประชุมแล้ว จึงได้เดินทางลงพื้นที่ดูการก่อสร้างเฟสแรก ปรับพื้นที่สำรวจดิน และตรวจสอบสภาพพื้นที่การก่อสร้างฐานลากให้มีความแข็งแรงปลอดภัย ซึ่งโยธาจังหวัดนครราชสีมาเป็นผู้ควบคุมดูแล โดยโครงการเริ่มมาตั้งแต่ต้นปี 2569 เมื่อก่อสร้างเสร็จแล้วจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวประตูสู่ภาคอีสาน โดยภายในโครงการจะประกอบด้วย Sky walk องค์พระชัยเมืองนครราชสีมา อาคารศาลาพักผ่อน อาคารร้านขายสินค้าชุมชน อาคารบริการนักท่องเที่ยว อาคารห้องน้ำสาธารณะ งานระบบไฟฟ้าส่องสว่าง ระบบสุขาภิบาล งานปรับปรุงทางเข้า-ออก ขยายปรับปรุงถนน

    ซึ่ง Sky walk แห่งนี้ จะเป็นจุดชมวิวที่งดงามอีกแห่งของเมืองไทย บนจุดชมวิวสามารถมองเห็นเขื่อนลำตะคอง เห็นความหลากหลายความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและคมนาคมของเมืองไทย ผ่านมอเตอร์เวย์ และรถไฟความเร็วสูงที่กำลังก่อสร้างที่มีความอลังการ วิวทิวทัศน์สวยงามและเป็นหน้าเป็นตาของจังหวัดนครราชสีมา โดยนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาท่องเที่ยว มีความสะดวกทั้งทางรถยนต์และทางรถไฟ นอกจากโซนสกายวอล์กและไหว้พระชัยแล้ว ยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่อยู่ใกล้เคียง เช่น ชมกังหันลมบนเขายายเที่ยง อ่างพักน้ำโรงไฟฟ้าพลังงานสอบกลับ เขื่อนลำตะคอง รวมทั้งเมืองใต้ดินอุโมงค์โรงงานไฟฟ้า เส้นทางอุโมงค์อยู่ลึกเข้าไปในเขตเขายายเที่ยง ประมาณ 1.5 กิโลเมตร ต่ำกว่าระดับน้ำในเขื่อนลำตะคองประมาณ 100 เมตร และอยู่ใต้ภูเขาประมาณ 7 กิโลเมตร ซึ่งหลายคนกล่าวขานว่าเป็นเมืองใต้บาดาล เมืองใต้พิภพ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5842383/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0MiNLY7YG1tczfQkMqIDR7

  • “แลนด์บริดจ์ภาคใต้” โอกาสหรือความเสี่ยง? เมื่อเศรษฐกิจท่องเที่ยวอันดามันต้องแลกกับโครงการใหญ่

    “แลนด์บริดจ์ภาคใต้” โอกาสหรือความเสี่ยง? เมื่อเศรษฐกิจท่องเที่ยวอันดามันต้องแลกกับโครงการใหญ่

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/article/articles-analysis/146050&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1nK_f3NIfEAJOmhuKk7zK8