Category: ท่องเที่ยว

  • สทท. คาดวิกฤติน้ำมันแพง ส่งผลนทท.ต่างชาติลดเหลือ 32.1 ล้านคน แถมคนไทยเที่ยวน้อยลงใกล้เคียงช่วงโควิด

    สทท. คาดวิกฤติน้ำมันแพง ส่งผลนทท.ต่างชาติลดเหลือ 32.1 ล้านคน แถมคนไทยเที่ยวน้อยลงใกล้เคียงช่วงโควิด

    สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (31 มี.ค. 69)

    สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบธุรกิจการท่องเที่ยวในประเทศไทย ไตรมาส 1/69 อยู่ที่ 81 ดีขึ้นจาก 72 ในไตรมาสที่ผ่านมา แต่ลดลงจาก 83 ในช่วงเดียวกันของปีก่อน

    ขณะที่หนี้ครัวเรือนที่ยังคงอยู่ในระดับสูงส่งผลให้การท่องเที่ยวในประเทศ (Domestic Tourism) เติบโตแบบจำกัด คนไทยระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น โดยเน้นเที่ยว “ทริปสั้น ใกล้บ้าน ไปเช้า-เย็นกลับ” โดยใช้รถส่วนตัวเป็นหลัก และเน้นความคุ้มค่าด้วยการกิน Street Food ในขณะที่การเที่ยวคนเดียวเริ่มกลายเป็นพฤติกรรมปกติมากขึ้น

    ส่วนการคาดการณ์สถานการท่องเที่ยวในไตรมาส 2/2569 ดัชนีคาดการณ์ลดลงเหลือ 75 เนื่องจากเข้าสู่นอกฤดูกาลท่องเที่ยวของประเทศไทยและปัญหาการสู้รบระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ส่งผลให้นักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะไกล (Long Haul) ซึ่งเป็นตลาดที่กำลังมีอัตราการเติบโตดีต่อเนื่องในปีที่ผ่านมาเกิดการชะลอการเดินทาง

    แต่อย่างไรก็ตามคาดว่าสถานการณ์ท่องเที่ยวไตรมาส 2/2569 จะดีกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา เนื่องจากความขัดแย้งระหว่างจีนและญี่ปุ่นส่งผลบวกโดยอ้อมต่อไทย โดยเดือนม.ค.-มี.ค. ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวจีนสะสมรวม 1.158 ล้านคน เติบโต 6.38%เมื่อเทียบกับปี 2568 นักท่องเที่ยวจีนที่สูงขึ้นทดแทนนักท่องเที่ยวยุโรปและอเมริกาที่ลดลงเนื่องจากหมดหน้าฤดูหนาวในประเทศตัวเอง และผลจากสงครามอิหร่านที่ดันราคาตั๋วเครื่องเครื่องบินให้สูงขึ้น

    *หั่นคาดการณ์นทท.ปี 69 เหลือ 32.1 ล้านคน รายได้ 1.52 ล้านลบ.

    ในไตรมาสนี้เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาน้ำมันสูงขึ้นและการเดินทางโดยเครื่องต้องบินอ้อมตะวันออกกลางส่งผลให้ตั๋วเครื่องบินยุโรปแพงขึ้น และแนวโน้มการปรับเพิ่มขึ้นของราคาพลังงานส่งผลให้ต้นทุนการดำเนินงานของสถานประกอบการสูงขึ้นกดดันให้ราคาสินค้าและแพ็กเกจท่องเที่ยวต่าง ๆ อาจปรับตัวสูงขึ้น รวมทั้งค่าเงินบาทที่แข็งค่าระดับสูงเป็นอันดับต้น ๆ ในภูมิภาคเอเชีย ทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกว่าในระยะข้างหน้าต้นทุนในการท่องเที่ยวสูงขึ้น อาจเปลี่ยนจุดหมายไปท่องเที่ยวระยะใกล้หรืออาจชะลอการท่องเที่ยวในปีนี้ นอกจากนั้นคาดว่าการใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนต่อทริปจะลดลงด้วย เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวระยะไกลและนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางที่เป็นกลุ่มมีค่าใช้จ่ายสูงลดลงด้วย

    ดังนั้น การท่องเที่ยวโลกใน ปี 2569 จึงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน จึงปรับลดคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวทั้งปี 2569 จาก 34.0

    ล้านคน เหลือ 32.14 ล้านคน ลดลง 25% จากปี 2568  และคาดว่าทั้งปี 2569 มีรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างต่างชาติประมาณ

    1,522,570 ล้านบาท ลดลง 4.5% จากปี 2568

    สำหรับสถานการณ์เศรษฐกิจที่คาดว่า จะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวในระยะต่อไป

    ปัจจัยเสี่ยงและอุปสรรค

    1.ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นกระทบต่อต้นทุนการเดินทาง โดยมีการประเมินเป็น 3 ฉากทัศน์

    – กรณีฐาน ราคาน้ำมันในตลาดโลก ทรงตัวสูงต่อเนื่อง อยู่ที่ 100 – 120 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่งผลกระทบต่อราคาดีเซลในไทย 40 – 45 บาท/ลิตร สินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้น 10-15%

    – กรณีคลี่คลาย ราคาน้ำมันปรับตัวลดลง หากปัญหาในตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลายเร็วกว่าที่คาด ราคาน้ำมันตลาดโลกอยู่ที่ 80 – 100 ดอลลาร์/บาร์เรล ทำให้ราคาดีเซลในไทยปรับลดลง 34 – 36 บาท/ลิตร สินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้น 8-10%

    – กรณีวิกฤต เกิด Supply Shock ราคาน้ำมันพุ่งรุนแรงถึง 120 – 150 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่งผลทำให้เกิดวิกฤตพลังงานรอบใหม่ ทำให้ราคาดีเซลไทยอาจแตะ 50 – 60 บาท/ลิตร ในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้น 15-20%

    2.เงินบาทแข็งค่าและผันผวนแรง ข้อมูล ณ วันที่ 21 มีนาคม 2569 ค่าเงินบาทประมาณ 32.49 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือเป็นการแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาไม่ถึง 2 เดือน มีความผันผวนสูงถึง 7% ซึ่งเป็นระดับที่สูงเป็นอันดับต้น ๆ ในภูมิภาคเอเชีย หากเงินบาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินในภูมิภาค จะทำให้ขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยลดลง นักท่องเที่ยวจะรู้สึกว่า “มาไทยแล้วของแพง” และอาจเปลี่ยนจุดหมายไปที่อื่น

    3.สมภูมิ “Tourism War” ประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม ญี่ปุ่น และซาอุดีอาระเบีย จะทุ่งบประมาณและมาตรการวีซ่า เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มเดียวกัน ทำให้ไทยต้องเร่งสร้างจุดขายใหม่ (Man made Destinations) เพื่อไม่ให้แหล่งท่องเที่ยวเดิมน่าเบื่อ

    4.สงครามการค้าและนโยบายกำแพงภาษีจากสหรัฐฯ เริ่มส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกของประเทศต่างๆ ซึ่งอาจส่งผลมาถึงงบประมาณในการเดินทางท่องเที่ยวในภาพรวมลดลง โดยเฉพาะกำลังซื้อจากนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งเป็นกลุ่มหลักมองไทย

    5.ภาระหนี้ครัวเรือน สำหรับการท่องเที่ยวในประเทศ หนี้ครัวเรือนยังอยู่ระดับสูงจะเป็นข้อจำกัดที่ทำให้คนไทยเน้นการท่องเที่ยวแบบ สั้น ใกล้ ประหยัด หรือ เปลี่ยนการค้างคืนเป็นการเที่ยวแบบ one day trip มากขึ้น

    ขณะที่ปัจจัยสนับสนุน คือ ความเชื่อมั่นด้านความสงบในไทย ในสายตานักท่องเที่ยวตะวันออกกลาง จากปัญหาความไม่สงบในตะวันออกลางดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มหนีสงครามในตะวันออกลางมาพักระยะยาวในไทย เนื่องจากมองว่า ไทยมีความปลอดภัยสูงและค่าครองชีพถูกกว่าหลายๆประเทศ ส่งผลให้ความต้องการซื้อสินทรัพย์ในเมืองท่องเที่ยวเพิ่มสูงขึ้น

    โดย ฐานิสร์ ทองนอก/รัชดา คงขุนเทียน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/news/2026-IREU0IQ8CW67B9I5QX8XVTSRFNNTSVYD&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3-_jEQkkibTaOntISDB2iC

  • ไอคอนสยาม และไอซีเอส ชวนพักเรื่องบิน มาช็อป กิน สุดฟิน  กับแคมเปญ “FLY-LESS SHOP-MORE” ช็อปสนุกรับสิทธิพิเศษสุดคุ้ม ตลอดเดือนเมษายนนี้

    ไอคอนสยาม และไอซีเอส ชวนพักเรื่องบิน มาช็อป กิน สุดฟิน กับแคมเปญ “FLY-LESS SHOP-MORE” ช็อปสนุกรับสิทธิพิเศษสุดคุ้ม ตลอดเดือนเมษายนนี้

    วันนี้, 18:56น.

    ไอคอนสยาม และไอซีเอส ชวนพักเรื่องบิน มาช็อป กิน สุดฟิน 

    กับแคมเปญ “FLY-LESS SHOP-MORE” ช็อปสนุกรับสิทธิพิเศษสุดคุ้ม ตลอดเดือนเมษายนนี้  

    ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา และไอซีเอส ไลฟ์สไตล์ คอมเพล็กซ์ ตอกย้ำการเป็นจุดหมายปลายทางที่คนทั่วโลกอยากมาเยือน ชวนคนไทยพักบิน เปลี่ยนบรรยากาศการท่องเที่ยวต่างประเทศในช่วงซัมเมอร์ มาเช็กอินความสุขแบบครบทุกมิติกับพิกัดระดับโลกของไทย ในแคมเปญ “FLY-LESS SHOP-MORE” ให้สมาชิก ONESIAM ได้ช็อปเพลิน อร่อยฟิน พร้อมแลกรับ SIAM GIFT CARD และบัตรกำนัลแบบคุ้มเกินคุ้ม รวมมูลค่ากว่า 5.5 ล้านบาท ระหว่างวันที่ 1 – 30 เมษายน 2569   

          คุณสุมา วงษ์พันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานส่งเสริมการตลาด บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวว่า “เดือนเมษายนเป็นช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนที่คนไทยนิยมวางแผนเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศ แต่ปีนี้ไอคอนสยามและไอซีเอสอยากเชิญชวนให้ทุกคนหันมาสร้างความสุขภายในประเทศ ผ่านประสบการณ์ระดับเวิลด์คลาสที่ครบครันในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นสินค้าแบรนด์ระดับโลก ร้านอาหารหลากหลายสไตล์ หรือไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์ทุกเจเนอเรชัน เราจึงจัดแคมเปญ FLY-LESS SHOP-MORE ขึ้น เพื่อมอบความคุ้มค่าและเพิ่มรอยยิ้ม ให้ทุกคนได้ใช้เวลาคุณภาพร่วมกันกับครอบครัว เปิดประสบการณ์ช็อป กิน เที่ยว ในแบบที่ไม่ต้องเดินทางไกล แต่สามารถสัมผัสความสุขระดับโลกได้กับ Global Experience Destination ที่จะทำให้ทุกวันของการพักผ่อนเต็มไปด้วยความสนุกและความประทับใจอย่างแท้จริง”   

          แคมเปญ “FLY-LESS SHOP-MORE” มอบสิทธิประโยชน์สุดคุ้มให้สมาชิก ONESIAM ที่รวบรวมใบเสร็จจากการซื้อสินค้าหรือบริการจากร้านค้าภายในไอคอนสยาม, สยาม ทาคาชิมายะ และไอซีเอส ครบตามเงื่อนไขที่กำหนด สามารถแลกรับรางวัลพิเศษเป็น SIAM GIFT CARD และบัตรกำนัล รวมมูลค่ากว่า 5.5 ล้านบาท โดยมีรายละเอียดดังนี้   

          เพียงอิ่มอร่อยกับอาหารและเครื่องดื่มครบ 3,000 บาทขึ้นไป รับ SIAM GIFT CARD มูลค่า 3,000 บาท สำหรับการซื้อสินค้าครั้งต่อไปครบ 30,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ ในร้านค้าลักชัวรีที่ร่วมรายการ หรือแลกรับทันที SIAM GIFT CARD มูลค่า 300 บาท สำหรับซื้อสินค้าครั้งต่อไปครบ 600 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ จากร้านค้าที่ร่วมรายการ (จำกัด 1,500 รางวัลตลอดรายการ)   

    > ช็

    อปครบ 8,500 บาทขึ้นไป แลกรับคูปองเงินสด SIAM Takashimaya มูลค่า 200 บาท สำหรับซื้อสินค้าครั้งต่อไปครบ 400 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ  

    > ช็อปครบ 150,000 บาทขึ้นไป แลกรับ SIAM GIFT CARD มูลค่า 5,000 บาท สำหรับซื้อสินค้าครั้งต่อไปครบ 10,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ   

    > ช็อปครบ 250,000 บาทขึ้นไป แลกรับ SIAM GIFT CARD มูลค่า 13,000 บาท สำหรับซื้อสินค้าครั้งต่อไปครบ 26,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ  

          คุ้มเกินคุ้มแบบนี้ มาค้นพบความสุขใกล้ตัวในแบบที่ไม่ต้องบินก็ฟินได้ กับแคมเปญ “FLY-LESS SHOP-MORE” ตั้งแต่วันที่ 1 – 30 เมษายน 2569 ที่ไอคอนสยาม และไอซีเอส ไลฟ์สไตล์ คอมเพล็กซ์ งานนี้สิทธิ์มีจำนวนจำกัด ไม่อยากพลาดต้องรีบหน่อย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่โทร. 1338 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมทาง Facebook: ICONSIAM และ ICS

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.js100.com/en/site/post_share/view/160395&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2MN7YVfGKiYEg28R68IhAx

  • ต่างชาติเที่ยวไทยทะลุ 9 ล้านคนแล้ว เปิด 5 ชาติเข้าไทยสูงสุด

    ต่างชาติเที่ยวไทยทะลุ 9 ล้านคนแล้ว เปิด 5 ชาติเข้าไทยสูงสุด

    thansettakij
    thansettakij

    ต่างชาติเที่ยวไทยทะลุ 9 ล้านคนแล้ว เปิด 5 ชาติเข้าไทยสูงสุด

    วันนี้(วันที่ 31 มีนาคม 2569) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ อัปเดท สถานการณ์ท่องเที่ยวล่าสุด ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.- 29 มี.ค. 69 พบว่าประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทย 9,174,586  คน ลดลง 2.29 % สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้วประมาณ 446,765 ล้านบาท

    จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยสูงสุด 5 อันดับแรก

    • อันดับ 1 จีน 1,468,333 คน
    • อันดับ 2 มาเลเซีย 947,123 คน
    • อันดับ 3 รัสเซีย 714,424 คน
    • อันดับ 4 อินเดีย 614,016 คน
    • อันดับ 5 เกาหลีใต้ 409,331 คน

    ต่างชาติเที่ยวไทยสูงสุด 5 อันดับแรก

    นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงผลการประเมินจำนวนนักท่องเที่ยว พบว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.–29 มี.ค. 69 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทย ทะลุ 9 ล้านคนแล้ว โดยมีนักท่องเที่ยวสะสมกว่า 9.1 ล้านคน 

    สำหรับในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาระหว่างวันที่  23 – 29 มีนาคม 2569 พบว่านักท่องเที่ยวชะลอตัวด้านการเดินทางจากสิ้นสุดการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันอีดอีฎิ้ลฟิตริของนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะใกล้ (Short haul)

    รวมถึงการเข้าสู่ช่วงท้ายของฤดูกาลท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะไกล (Long haul) แต่นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มีแนวโน้มการเดินทางที่ฟื้นตัวดีขึ้นจากการปรับเปลี่ยนเส้นทางการบินโดยตรงจากยุโรปสู่ไทย 

    ส่งผลให้ภาพรวมในสัปดาห์นี้มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งสิ้น 630,102 คน ลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า 45,305 คน หรือ 6.71 % คิดเป็นจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยเฉลี่ยวันละ 90,014 คน 

    ทั้งนี้ 5 อันดับแรกของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้แก่ นักท่องเที่ยวมาเลเซีย 92,685 คน มีการปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า 13.77% นักท่องเที่ยวจีน 90,583 คน มีการปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า 4.99% นักท่องเที่ยวอินเดีย 47,679 คน มีการปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า 1.80% นักท่องเที่ยวรัสเซีย 45,945 คน มีการปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า 4.93% และนักท่องเที่ยวสหราชอาณาจักร 29,683 คน มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 21.27%

    นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยสูงสุด 5 อันดับแรก

    สําหรับในสัปดาห์ถัดไป คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาทรงตัว จากปัจจัยส่งเสริมการเดินทาง ได้แก่ การมีมาตรการกระตุ้นนักท่องเที่ยวจีน

    การมีมาตรการส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัย Trusted Thailand การมีมาตรการ Ease of traveling ของรัฐบาลที่ช่วยเพิ่มการอํานวยความสะดวกในการเดินทางสู่ไทย การยกเว้นบัตรตม.6 รวมถึงส่งเสริมให้สายการบินเพิ่มจํานวนเที่ยวบินมากยิ่งขึ้น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/655447&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3RiLmBDNjU6RJjEwyTAiv7

  • น้ำมันแพง! นักท่องเที่ยวเขาใหญ่ลด 70% สมาคมท่องเที่ยวจัดแคมเปญดึงคนเที่ยว

    น้ำมันแพง! นักท่องเที่ยวเขาใหญ่ลด 70% สมาคมท่องเที่ยวจัดแคมเปญดึงคนเที่ยว

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/138412&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2OSHC5y0mmeO2L4dTunOj3

  • UFC แท็คทีม Trip.com เปิดตัวแพ็คท่องเที่ยว พ่วงชมศึก UFC ที่ มาเก๊า – INN News

    UFC แท็คทีม Trip.com เปิดตัวแพ็คท่องเที่ยว พ่วงชมศึก UFC ที่ มาเก๊า – INN News

    UFC แท็คทีม Trip.com เปิดตัวแพ็คเกจท่องเที่ยว ที่รวมทั้ง เที่ยวบิน ที่พัก พ่วงด้วยตั๋วเข้าชม UFC ที่ มาเก๊า

    UFC องค์กรศิลปะป้องกันตัวและการต่อสู้แบบผสมสานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก และ Trip.com แพลตฟอร์มบริการการท่องเที่ยวครบวงจรชั้นนำของโลก ประกาศความร่วมมือเป็นพันธมิตรกันอย่างเป็นทางการ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แฟนหมัดมวย สามารถจองแพ็คเกจท่องเที่ยวที่รวมทั้ง ตั๋วเข้าชมการต่อสู้ เที่ยวบิน และที่พัก สำหรับงานอีเวนต์ของ UFC ในภูมิภาค Greater China (จีนแผ่นดินใหญ่, ฮ่องกง, มาเก๊า) โดยประเดิมรายการแรกด้วย UFC FIGHT NIGHT®: SONG vs. FIGUEIREDO ณ มาเก๊า ในวันที่ 30 พฤษภาคม นี้

    ภายใต้ข้อตกลงนี้ Trip.com จะก้าวขึ้นเป็น ผู้ให้บริการแพ็คเกจท่องเที่ยวออนไลน์อย่างเป็นทางการ (Official Online Travel Package Provider) ของ UFC ในภูมิภาคเอเชีย ไปจนถึงปี 2026

    Trip.com ถือเป็นผู้ให้บริการท่องเที่ยวออนไลน์รายใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีเครือข่ายโรงแรมและสายการบินที่ครอบคลุมทั่วทุกมุมโลก พร้อมให้บริการถึง 35 ภาษา และมีฝ่ายบริการลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสร้างประสบการณ์การเดินทางที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าหลายล้านคนทั่วโลก

    นายเควิน ชาง รองประธานอาวุโสและหัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร UFC ประจำภูมิภาคเอเชีย กล่าวว่า:

    “เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับ Trip.com Group ในฐานะผู้ให้บริการแพ็กเกจท่องเที่ยวออนไลน์รายแรกของเราในเอเชีย ในฐานะผู้นำด้านบริการท่องเที่ยวระดับโลก Trip.com Group จะเข้ามาช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การจองจนถึงวันแข่งขัน พร้อมมอบโอกาสสุดพิเศษให้แฟนๆ ได้ใกล้ชิดกับเหล่านักกีฬา และมั่นใจว่าแฟนกีฬาจากทั่วโลกจะสามารถเดินทางมาสัมผัสประสบการณ์ UFC ในเกรเทอร์ไชน่าได้อย่างประทับใจ”

    นายป๋อ ซัน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดของ Trip.com Group กล่าวว่า:

    “UFC มีฐานแฟนคลับที่แข็งแกร่งและทรงพลังอยู่ทั่วทุกมุมโลก เราตื่นเต้นที่จะได้เปลี่ยนพลังเหล่านั้นให้กลายเป็นประสบการณ์การเดินทางและกิจกรรมที่น่าจดจำ ด้วยการบูรณาการที่พักและบัตรเข้าชมเข้าไว้ด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ เรากำลังพาแฟนๆ จากทั่วเอเชียมุ่งหน้าสู่หัวใจสำคัญของการแข่งขัน การต้อนรับแฟนๆ เข้าสู่มาเก๊าและกิจกรรมอื่นๆ ของ UFC ในอนาคต คือการตอบโจทย์ความมุ่งมั่นของเราในการสร้างทริปที่สมบูรณ์แบบที่เปลี่ยนทุกช่วงเวลาให้เป็นความทรงจำที่ล้ำค่า”

    Trip.com Group จะเริ่มต้นความร่วมมือครั้งนี้ด้วยการเปิดตัวแพ็กเกจท่องเที่ยวสุดพิเศษสำหรับสัปดาห์แห่งการต่อสู้ (Fight Week) ในมาเก๊า ซึ่งมีการแข่งขันต่อเนื่อง 3 รายการ ได้แก่

    ROAD TO UFC ซีซัน 5: ทัวร์นาเมนต์การต่อสู้แบบแพ้คัดออกเพื่อเฟ้นหานักสู้ดาวรุ่งจากเอเชีย-แปซิฟิกเข้าสู่ UFC โดยจะแข่งขันในวันที่ 28 และ 29 พฤษภาคม นี้

    นอกจากนี้ยังมีศึกใหญ่อย่าง UFC FIGHT NIGHT®: SONG vs. FIGUEIREDO โดยการพบกันของซูเปอร์สตาร์นักชก ในวันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม 2569

    แฟนกีฬาที่สนใจสามารถจองแพ็กเกจรวมบัตรเข้าชมและที่พักได้ตั้งแต่วัน พฤหัสบดีที่ 16 เมษายน 2569 เวลา 10.00 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ผ่านทางเว็บไซต์ Trip.com หรือ Ctrip.com (携程) เพื่อเตรียมตัวรับความมันระดับโลกในมาเก๊าอย่างเต็มรูปแบบ

    สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมและการลงทะเบียนล่วงหน้า สามารถเยี่ยมชมได้ที่ ufc.com/macau และติดตามข่าวสารผ่านแฮชแท็กอย่างเป็นทางการ: #UFCMACAU #ROADTOUFC #RTU5

    ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของ UFC Thailand ได้ที่
    Facebook 👉 https://www.facebook.com/UFCThailand
    Instragram 👉 https://www.instagram.com/ufcthailand

    ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

    Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

    Twitter : https://twitter.com/innnews

    Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

    TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

    LINE Official Account : @innnews

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.innnews.co.th/news/news_1017244/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2KFxG1gNxm7OILCeXJAU30

  • มาดูกันชัดๆ งบเทศบาลเชียงใหม่ได้การท่องเที่ยว 85 ล้านบ. แต่แก้ฝุ่นยังไม่ถึง 2 แสน | TOPNEWS

    มาดูกันชัดๆ งบเทศบาลเชียงใหม่ได้การท่องเที่ยว 85 ล้านบ. แต่แก้ฝุ่นยังไม่ถึง 2 แสน | TOPNEWS

    มาดูกันชัดๆ งบเทศบาลเชียงใหม่ได้การท่องเที่ยว 85 ล้านบ. แต่แก้ฝุ่นยังไม่ถึง 2 แสน แล้วเมื่อไหรจะหายใจได้เต็มปอด

    #topnewstv #เชียงใหม่ #ฝุ่น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news-clip/1533115&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Qi6KppU44BfMnYmf3BXn5

  • เปิดประวัติ ‘สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล’ รมว.ท่องเที่ยวคนใหม่ ยุครัฐบาลอนุทิน

    เปิดประวัติ ‘สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล’ รมว.ท่องเที่ยวคนใหม่ ยุครัฐบาลอนุทิน

    เปิดประวัติ ‘สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล’ รมว.ท่องเที่ยวคนใหม่ ยุครัฐบาลอนุทิน

    เปิดประวัติ ‘สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล’ รมว.ท่องเที่ยวคนใหม่ ยุครัฐบาลอนุทิน

    วันนี้ (วันที่ 31 มีนาคม 2569) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระบรมราชโองการให้ประกาศแต่งตั้งรัฐมนตรี ความว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า ตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ตามประกาศลงวันที่ 19 มีนาคม พุทธศักราช 2569 แล้วนั้น

    บัดนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เลือกผู้ที่สมควรดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีเพื่อบริหารราชการแผ่นดินสืบต่อไปแล้ว

    โดยในส่วนของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ทรงมีพระกรุณาโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาคนใหม่ ในยุครัฐบาลอนุทิน 2

    ประวัติ ‘สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล’ รมว.ท่องเที่ยวคนใหม่

    สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล ชื่อเล่น “เอ” เกิด 2 กันยายน 2519 เป็นนักการเมืองชาวไทยจาก จ.พระนครศรีอยุธยา พรรคภูมิใจไทย บุตรนายวีระชัย และนางสมทรง พันธ์เจริญวรกุล หรือ ซ้อสมทรง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีพี่น้อง 5 คน ซึ่งมีบทบาททางการเมืองท้องถิ่นและระดับชาติ

    สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล’ รมว.ท่องเที่ยวคนใหม่

    นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล เคยเป็น สส. 4 สมัย อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  และดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมในรัฐบาลที่แล้ว และล่าสุดก้าวมาเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในยุครัฐบาลปัจจุบัน

    ครม.ใหม่อนุทิน

    สำหรับการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา นายสุรศักดิ์ ได้ถอยจากการลงเลือกตั้งแบบเขต ไปลงบัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย ในลำดับที่ 98 ซึ่งแม้ว่าจะไม่ได้เป็น สส. ในรอบนี้ แต่เป็นที่รู้กันว่า การลงบัญชีรายชื่อในลำดับท้ายของพรรค เพื่อเตรียมไปรับตำแหน่งรัฐมนตรี

    นอกจากนี้ นายสุรศักดิ์ยังเคยนั่งประธานคณะกรรมาธิการ กมธ. การท่องเที่ยว สภาผู้แทนฯ , กรรมาธิการ กมธ.วิสามัญ พิจารณาศึกษาการขุดคลองไทยและพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ สภาผู้แทนฯ รวมทั้งมีผลงานทางด้านกีฬาที่โดดเด่น โดยนายสุรศักดิ์ เป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญของทีมบริหารสโมสรอยุธยา ยูไนเต็ด ที่ปัจจุบันมีน้องชายอย่าง “บอสอี๊ด” อดิศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล นั่งเป็นประธานสโมสรอยู่

    เรียกได้ว่าเขาคลุกคลีกับการทำทีมฟุตบอลอาชีพมาตั้งแต่อยู่ในระดับไทยลีก 3 จนกระทั่งทีมได้ก้าวขึ้นสู่ไทยลีก 2 ขึ้นไทยลีก 1 ในฤดูกาลปัจจุบัน และเขาพยายามที่จะผลักดันการท่องเที่ยวโดยให้กีฬานั้นเข้ามาเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนไปสู่อนาคต

    ประวัติการศึกษา

    • มัธยมศึกษา : โรงเรียนอำนวยศิลป์
    • ปวช. : มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนย์พระนครศรีอยุธยา วาสุกรี
    • ปริญญาตรี : บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาการจัดการ มหาวิทยาลัยรังสิต

    เส้นทางทางการเมือง

    • เริ่มต้นจากการเป็นสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) พระนครศรีอยุธยา เขตอำเภอวังน้อย
    • สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จ.พระนครศรีอยุธยา รวม 4 สมัย: ปี 2550 (พลังประชาชน) ปี2554 (เพื่อไทย)ปี 2562 (ภูมิใจไทย) ปี 2566 (ภูมิใจไทย)
    • ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว สภาผู้แทนราษฎร ปี 2562
    • รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ส.ค. 2566 – ส.ค. 2568)
    • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กันยายน 2568 – 2569)
    • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (31 มีนาคม 2569-ปัจจุบัน)

    อย่างไรก็ตามแหล่งข่าวจากพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล จะนั่งในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยว ในระหว่างที่รอให้รัฐบาลดำเนินการแยกกระทรวงการท่องเที่ยว ออกจากกีฬา

    โดยรัฐบาลตั้งเป้าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน หลังจากการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งจะรวมกระทรวงวัฒนธรรมเข้ากับกระทรวงการท่องเที่ยว เป็น”กระทรวงท่องเที่ยวและวัฒนธรรม” หรือ “Culture and Tourism” และให้ นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมคนปัจจุบัน นั่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม และให้ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล นั่งเป็นรัฐมนตรีกระทรวงกีฬา เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกัน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/655379&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2pLnboaFxEsmuHp24E1NNA

  • หนีฝุ่น PM2.5 ไปไหนดี? เปิด 5 จังหวัด “อากาศดีที่สุดในไทย” 2569 หลายที่คนคาดไม่ถึง!

    หนีฝุ่น PM2.5 ไปไหนดี? เปิด 5 จังหวัด “อากาศดีที่สุดในไทย” 2569 หลายที่คนคาดไม่ถึง!

    เปิด 5 พื้นที่ค่าอากาศดีที่สุดในไทย ปี 2569 เช็กเลยที่ไหนอากาศดี น่าหนีฝุ่น PM2.5  ไปสูดให้เต็มปอด

    ท่ามกลางปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่ยังคงส่งผลกระทบต่อหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยเฉพาะในเขตเมืองใหญ่และภาคเหนือในช่วงฤดูแล้ง ล่าสุดข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษ และแพลตฟอร์มตรวจวัดคุณภาพอากาศอย่าง IQAir ชี้ให้เห็นว่า ยังมีหลายพื้นที่ของไทยที่มีคุณภาพอากาศดีต่อเนื่อง เหมาะแก่การอยู่อาศัยและท่องเที่ยว

    จากการรวบรวมข้อมูลแนวโน้มค่า AQI และ PM2.5 พบว่า 5 พื้นที่ต่อไปนี้ ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม “อากาศดี” หรืออยู่ในระดับสีเขียวถึงเหลือง (ดี-ปานกลาง) อย่างสม่ำเสมอในช่วงปี 2569

    5 พื้นที่อากาศดีที่สุดในไทย ปี 2569

    1. ภูเก็ต

    จังหวัดท่องเที่ยวทางภาคใต้ที่มีอากาศถ่ายเทดีจากลมทะเล ทำให้ค่าฝุ่นสะสมต่ำ โดยค่า AQI ส่วนใหญ่อยู่ในระดับดี เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงมลพิษ

    2. กระบี่

    อีกหนึ่งจังหวัดชายทะเลที่มีคุณภาพอากาศดีต่อเนื่อง ด้วยสภาพภูมิประเทศเปิดโล่งและลมพัดผ่านตลอดปี ทำให้ค่าฝุ่น PM2.5 ต่ำกว่าหลายพื้นที่

    3. สุราษฎร์ธานี

    พื้นที่ขนาดใหญ่ที่มีทั้งทะเลและป่าไม้ ช่วยลดการสะสมของมลพิษ โดยเฉพาะในเขตเกาะสมุยและพื้นที่ชายฝั่งที่มีอากาศบริสุทธิ์

    4. สตูล

    จังหวัดที่เงียบสงบและมีอุตสาหกรรมน้อย ส่งผลให้คุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์ดีต่อเนื่อง อีกทั้งยังมีพื้นที่สีเขียวจำนวนมาก

    5. ตรัง

    มีลักษณะภูมิอากาศใกล้เคียงกับจังหวัดชายฝั่งอันดามันอื่น ๆ ทำให้มีการถ่ายเทอากาศดี และค่าฝุ่นไม่สะสมสูง

    ทำไมพื้นที่ภาคใต้จึงอากาศดีกว่า

    ข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษระบุว่า พื้นที่ภาคใต้มีข้อได้เปรียบด้านภูมิประเทศ เนื่องจากอยู่ติดทะเลทั้งสองฝั่ง ทำให้มีลมพัดผ่านตลอดปี ส่งผลให้ฝุ่นละอองไม่สะสมเหมือนพื้นที่แอ่งกระทะ เช่น ภาคเหนือหรือกรุงเทพฯ

    นอกจากนี้ ยังมีแหล่งกำเนิดมลพิษทางอุตสาหกรรมและการเผาในที่โล่งน้อยกว่า จึงทำให้ค่า PM2.5 โดยรวมอยู่ในระดับต่ำกว่า

    ข้อแนะนำในการติดตามคุณภาพอากาศ

    • ตรวจสอบค่า AQI ผ่านแอป Air4Thai หรือ IQAir เป็นประจำ
    • หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งในวันที่ค่าฝุ่นสูง
    • ใช้หน้ากากป้องกันฝุ่นในพื้นที่เสี่ยง
    • วางแผนท่องเที่ยวในพื้นที่อากาศดี โดยเฉพาะช่วงฝุ่นสูง

    สรุป

    แม้ประเทศไทยจะเผชิญปัญหาฝุ่น PM2.5 ในหลายพื้นที่ แต่ยังมีจังหวัดที่มีคุณภาพอากาศดีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในภาคใต้ เช่น ภูเก็ต กระบี่ และตรัง ที่เหมาะทั้งอยู่อาศัยและท่องเที่ยว การติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้ประชาชนสามารถดูแลสุขภาพและวางแผนชีวิตได้อย่างเหมาะสม

    แหล่งอ้างอิง

    1. กรมควบคุมมลพิษ: รายงานคุณภาพอากาศประเทศไทย (Air4Thai)
    2. IQAir: ดัชนีคุณภาพอากาศประเทศไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9881166/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Hrg47lUlpD7ZgJw2wZ_VS

  • เสน่ห์รสชาติสร้างสรรค์การท่องเที่ยวผ่าน “มิชลินไกด์” | เดลินิวส์

    เสน่ห์รสชาติสร้างสรรค์การท่องเที่ยวผ่าน “มิชลินไกด์” | เดลินิวส์

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดกิจกรรมเสวนาหัวข้อ ‘เสน่ห์รสชาติ สร้างสรรค์การท่องเที่ยวไทย ผ่าน มิชลิน ไกด์’ เพื่อตอกย้ำให้เห็นถึงศักยภาพในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยด้วยวัฒนธรรมอาหาร ผ่านคู่มือแนะนำร้านอาหารและที่พักระดับโลก ‘มิชลิน ไกด์’ โดยอ้างอิงข้อมูลจากรายงาน ‘Beyond the MICHELIN Stars’ ซึ่งจัดทำขึ้นเมื่อปี 2568 โดยเอิร์นส์แอนด์ยัง (Ernst & Young) บริษัทที่ปรึกษาทางธุรกิจชั้นนำของโลก

    ภายในงานเสวนาดังกล่าว ททท. ในฐานะพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ของ ‘มิชลิน ไกด์’ มานานกว่า 9 ปี ได้เชิญบุคลากรจากร้านอาหารในคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ฉบับประเทศไทย ประจำปี 2569 มาร่วมพูดคุยและแสดงความคิดเห็นบนเวทีเสวนา ได้แก่ นิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, เชฟ “แทน” ภากร โกสิยพงษ์ จาก ‘โกท’ ร้านอาหารรางวัล ‘หนึ่งดาวมิชลิน’ และ ‘ดาวมิชลิน รักษ์โลก’, เชฟ “โก๋” ไพศาล ชีวินศิริวัฒน์ จาก ‘แก่น’ และ “กอล์ฟ” เอกรินทร์ อยู่สุขสมบูรณ์ นักออกแบบและตกแต่งอาหาร หรือ Food Stylist จาก ‘แก่นกรุง’ โดย 2 ร้านหลังติดอันดับร้านแนะนำ หรือ MICHELIN Selected

    นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า “ภายใต้บริบทของสถานการณ์โลกที่มีความไม่แน่นอนและการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวที่ทวีความเข้มข้น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยมุ่งขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่การเติบโตอย่างมีคุณภาพ ภายใต้แนวคิด Healing is the New Luxury”ซึ่งให้ความสำคัญกับการส่งมอบประสบการณ์ที่สร้างคุณค่าและช่วยฟื้นฟูทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ โดย วัฒนธรรมอาหารไทย ถือเป็นหนึ่งในจุดแข็งสำคัญที่สะท้อนอัตลักษณ์ ความพิถีพิถัน และภูมิปัญญาท้องถิ่น และสามารถต่อยอดเป็นกลไกสำคัญในการสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ”

    ภายในงานมีการนำเสนอข้อมูลจากรายงาน ‘Beyond the MICHELIN Stars’ ที่จัดทำขึ้นเมื่อปี 2568 โดยเอิร์นส์แอนด์ยัง (Ernst & Young) บริษัทที่ปรึกษาทางธุรกิจชั้นนำของโลก ซึ่งสะท้อนบทบาทของ ‘มิชลิน ไกด์’ ใน 3 มิติสำคัญ ได้แก่ ด้านการท่องเที่ยว ที่มีส่วนช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพ โดย 74% ของนักเดินทางใช้การมีร้านอาหารใน ‘มิชลิน ไกด์’ เป็นปัจจัยในการเลือกจุดหมายปลายทาง และ 76% มีแนวโน้มขยายระยะเวลาการพำนักเพื่อสัมผัสประสบการณ์ด้านอาหาร ด้านเศรษฐกิจ ที่ร้านอาหารที่ได้รับดาวมิชลินมีรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 32% หลังได้รับดาวแรก ขณะที่ 60% มีการจ้างงานเพิ่ม และ 58% มีการลงทุนปรับปรุงร้าน และ ด้านวงการอาหาร ที่มีบทบาทในการยกระดับมาตรฐาน และเสริมสร้างภาพลักษณ์ของอาหารสู่ระดับสากล

    ทั้งนี้ อ้างอิงจากการศึกษา สำรวจ และรวบรวมผลการดำเนินงาน ประจำปี 2568 โดยบริษัท เคเนติกส์ คอนซัลติ้ง จำกัด ที่ ททท. ดำเนินการจัดจ้างในฐานะที่ปรึกษาดำเนินการศึกษา พบว่า รายได้ส่วนเพิ่มของการใช้จ่ายด้านอาหารในร้านอาหารที่ได้รับการแนะนำโดยคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทย ประจำปี พ.ศ. 2568 รวมเป็นเงิน 822.85 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 45 จากปี 2567 (586.57 ล้านบาท) มูลค่าส่วนเพิ่มของการใช้จ่ายด้านอาหารจากการดำเนินโครงการ The MICHELIN Guide Thailand รวม 8 ปี (พ.ศ. 2561-2568) รวมทั้งสิ้น 3,182.4 ล้านบาท และเมื่อเปรียบเทียบกับงบประมาณสนับสนุนโครงการรวม 8 ปี มีความคุ้มค่าถึง 14.7 เท่า

    ผู้ร่วมเวทีเสวนารับเชิญทั้ง 3 ท่าน ซึ่งเป็นบุคลากรจากร้านอาหารที่ติดอันดับในคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ฉบับประเทศไทย ประจำปี 2569 ได้ร่วมแสดงความคิดเห็นในหลากหลายประเด็นเกี่ยวกับแนวโน้มทิศทางการดำเนินงานร้านอาหารในอนาคต, ระบบนิเวศอาหารไทย, ความสัมพันธ์กับเกษตรกรหรือผู้ผลิตท้องถิ่น, บทบาทของร้านอาหารที่มีต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในท้องถิ่น ฯลฯ

    ในปี 2569 ททท. มุ่งขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่การเติบโตอย่างมีคุณภาพ แม้ต้องเผชิญกับความท้าทายทั้งภายในและภายนอกประเทศ ผ่านนโยบาย “ก้าวใหม่ท่องเที่ยวไทย” (Thailand Tourism Next) ที่เน้นการยกระดับสู่ความยั่งยืนตามแนวคิดการเน้น “คุณค่า” มากกว่า “ปริมาณ” (Value over Volume) โดยวัฒนธรรมอาหารถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง ขณะเดียวกัน ‘มิชลิน ไกด์’ ยังคงเป็นพันธมิตรที่สนับสนุนนโยบายของ ททท. โดยช่วยตอกย้ำความเป็นเลิศและมาตรฐานสากลของวงการอาหารในประเทศไทยบนเวทีโลก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5735906/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw26_b_ZzBeyUE4JSCAa1FsJ

  • “ข้าวโพดหวานคลองสองน้ำ” อัตลักษณ์ใหม่ท่าแพ ชูการท่องเที่ยวเชิงเกษตรสู่ระดับประเทศ

    “ข้าวโพดหวานคลองสองน้ำ” อัตลักษณ์ใหม่ท่าแพ ชูการท่องเที่ยวเชิงเกษตรสู่ระดับประเทศ

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/138284&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3YbmpLhd4CH-Bzlu0xX5Rj