Category: วัฒนธรรม

  • เปิดประวัติ มารี เบรินเนอร์ นักแสดงสาวสวย ดังระเบิดจากบทกันยา เมียน้อยสุดแซ่บ

    เปิดประวัติ มารี เบรินเนอร์ นักแสดงสาวสวย ดังระเบิดจากบทกันยา เมียน้อยสุดแซ่บ

    ตกเป็นประเด็นร้อนอีกครั้งสำหรับนักแสดงสาวเซ็กซี่ มารี เบรินเนอร์ ที่ล่าสุดเกิดดราม่าหลังจากไปร่วมงานเลี้ยงวันเกิดและขับรถหรู แต่เมื่อถึงด่านตรวจกลับไม่ยอมตรวจวัดแอลกอฮอล์ แม้จะไปถึงโรงพักแล้วก็ไม่ยอมตรวจ ทำให้เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องแจ้งข้อหาเมาแล้วขับ ไปตามเหตุจากอาการทางร่างกายและพฤติกรรม ในขณะที่ นายอัศม์กรณ์ สิงห์สีกรกุล หรือบอส นักธุรกิจหนุ่มชื่อดัง แฟนหนุ่มของมารี โต้เถียงและขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจอยู่พักใหญ่ ไทยรัฐบันเทิงขอย้อนประวัติและผลงานของนักแสดงสาว

    มารี เบรินเนอร์ เกิดเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2535 เป็นลูกครึ่งไทย-เยอรมัน มีพี่ชาย 1 คน คุณพ่อของเธอเป็นทูตวัฒนธรรมของเยอรมนี มารีจึงได้เดินทางไปอาศัยอยู่ในหลายประเทศ และเมื่อคุณพ่อเกษียณตอนเธออายุ 10 ปี จึงได้ย้ายมาอยู่เมืองไทยแบบถาวร สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษา จาก โรงเรียนนานาชาติร่วมฤดี และปริญญาตรีนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ (วิทยาลัยนานาชาติ)

    ส่วนเส้นทางในวงการบันเทิง มารีเข้าวงการมาตั้งแต่อายุ 17 ปี โดยผ่านการทาบทามและชักชวนจากโมเดลลิ่งให้เข้าสู่วงการบันเทิง มารีผ่านงานต่างๆ มากมาย มารีเริ่มต้นการเข้าสู่วงการครั้งแรกโดยการถ่ายโฆษณา และได้เป็นนางเอกมิวสิกวิดีโอของ รุจ ศุภรุจ หรือ รุจ เดอะสตาร์ ถ่ายแบบขึ้นปกนิตยสาร เดินแฟชั่นโชว์

    จากนั้นมารีเซ็นสัญญาเข้าสังกัดช่อง 3 มีผลงานละคร อาทิ สามหนุ่มเนื้อทอง (2554), แววมยุรา (2555), รักคุณเท่าฟ้า (2555), แม่เปียดื้อ (2556), กุหลาบซ่อนกลิ่น (2557) หลังจากนั้นมีผลงานละคร “หน้ากากนางเอก” ทางช่องเวิร์คพอยท์ ก่อนจะเซ็นสัญญาเข้าสังกัดช่องวัน มีผลงานละคร อาทิ กรุงเทพ..มหานครซ้อนรัก, ชิงรัก ริษยา, โสด สตอรี่ 2, เมีย 2018, ลูกกรุง, สายลับจับกลิ่น, เลดี้บานฉ่ำ, พิษรักรอยอดีต รวมถึงซิตคอมดัง เป็นต่อ (2563-2565)

    แต่ที่กลายเป็นกระแสร้อนคือละครเรื่อง “เมีย 2018” ที่เจ้าตัวพลิกบทเป็นนางร้ายครั้งแรก โดยรับบท กันยา เมียน้อยสุดแซ่บ ที่เล่นได้ถึงบทจนแจ้งเกิด เป็นกระแสร้อนในโลกโซเซียลมาแล้ว

    นอกจากนี้ยังมีผลงานภาพยนตร์ “มิสเตอร์เฮิร์ท มือวางอันดับเจ็บ” ในปี 2560 รวมไปถึงมิวสิกวิดีโอเพลง อาทิ ไม่ฟังก็ได้ ศิลปิน NBP นอนบ้านเพื่อน, ขวัญเอยขวัญมา ศิลปิน PALMY, เจ็บแล้วจำ ศิลปิน ดา เอ็นโดรฟิน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/entertain/news/2878500&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3d8URIOSRO98QoQrPS1ItT

  • “นิด้าโพล”ชี้ กัมพูชา เป็น “เพื่อนบ้านไม่ควรคบด้วย”

    “นิด้าโพล”ชี้ กัมพูชา เป็น “เพื่อนบ้านไม่ควรคบด้วย”

    “นิด้าโพล”ชี้ กัมพูชา เป็น “เพื่อนบ้านไม่ควรคบด้วย”

    24 สิงหาคม 2568 ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา เหตุการณ์ปกติ !” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 18-19 สิงหาคม 2568 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง

    เกี่ยวกับความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อสถานการณ์ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0

    จากการสำรวจเมื่อถามความคิดเห็นของประชาชนต่อสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นเหตุการณ์ที่ดำเนินไปตามปกติ พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 44.96 ระบุว่า เหตุการณ์ไม่ปกติเลย และน่ากังวล รองลงมา ร้อยละ 29.16 ระบุว่า เหตุการณ์ปกติ แต่ยังไม่น่าไว้วางใจ ร้อยละ 23.74 ระบุว่า เหตุการณ์ยังคงไม่ปกติเท่าไรนัก และร้อยละ 2.14 ระบุว่า เหตุการณ์ปกติจริง ไม่มีอะไรน่ากังวล

    ด้านความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการแทรกแซงของประเทศมหาอำนาจในสถานการณ์ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 64.73 ระบุว่า ประเทศมหาอำนาจเข้ามาแทรกแซง เพราะต้องการผลประโยชน์รองลงมา ร้อยละ 17.10 ระบุว่า ไทยควรปฏิเสธการเข้ามาแทรกแซงของประเทศมหาอำนาจ ร้อยละ 8.85 ระบุว่า ประเทศมหาอำนาจเข้ามาแทรกแซง เพราะต้องการให้เกิดสันติภาพจริง ๆ ร้อยละ 6.11 ระบุว่า ไม่เชื่อว่าประเทศมหาอำนาจจะเข้ามาแทรกแซงอย่างจริงจัง และร้อยละ 3.21 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

    ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อประเทศกัมพูชาในฐานะเพื่อนบ้านของไทยจากสถานการณ์ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ในขณะนี้ พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 54.12 ระบุว่า เป็นเพื่อนบ้านที่ไม่ควรคบด้วย รองลงมา ร้อยละ 29.39 ระบุว่า เป็นเพื่อนบ้านที่คบกันได้ แต่ไม่ควรไว้วางใจ ร้อยละ 14.20 ระบุว่า เป็นฝั่งตรงข้าม ร้อยละ 1.91 ระบุว่า ยังคงเป็นเพื่อบ้านที่คบกันได้เหมือนเดิม และร้อยละ 0.38 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/politic/378965904&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw02cvJuqdYqMDdXarKrb50k

  • ม.แม่โจ้ เจ้าภาพจัดประชุม ปอมท.ครั้งที่ 8/2568 สร้างความสัมพันธ์เครือข่ายสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษา

    ม.แม่โจ้ เจ้าภาพจัดประชุม ปอมท.ครั้งที่ 8/2568 สร้างความสัมพันธ์เครือข่ายสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษา

    ภูมิภาค

    ม.แม่โจ้ เจ้าภาพจัดประชุม ปอมท.ครั้งที่ 8/2568 สร้างความสัมพันธ์เครือข่ายสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษา

    วันอาทิตย์ ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.30 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2568  สภาพนักงานมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประธานสภาอาจารย์ มหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย (ปอมท.) สมัยสามัญ ครั้งที่ 8/2568 โดยได้รับเกียรติจาก  รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล  ทองมา  อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุมและเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุม และ  ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พิมพ์ชนก สังข์แก้ว ประธานสภาพนักงาน มหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวรายงาน ณ โรงแรมกรีนเลครีสอร์ท  จ.เชียงใหม่

    การประชุม ปอมท. สมัยสามัญได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกเดือน โดยแต่ละมหาวิทยาลัยจะหมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพ ซึ่งในครั้งนี้ เป็นการประชุมครั้งที่ 8/2568  มีประธานสภาอาจารย์ ประธานสภาพนักงาน  และคณะกรรมการ สมาชิก ปอมท. จาก 27 มหาวิทยาลัยในเครือข่ายเข้าร่วมการประชุม โดยมีวาระสำคัญเกี่ยวกับการพัฒนาระบบฐานข้อมูลเกี่ยวกับระเบียบ ข้อบังคับในการจัดสวัสดิการของมหาวิทยาลัยในเครือข่าย และการเตรียมจัดการเสวนา “บทบาทของประธาน ปอมท.ในการสะท้อนเสียงของมหาวิทยาลัยสู่สาธารณชน”  จากนั้นมีกิจกรรมมอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนวัดล้านตอง   และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเรื่องสวัสติการต่าง ๆ ของแต่ละมหาวิทยาลัยเพื่อส่งเสริมการพัฒนาตนเองของบุคลากรซึ่งจะส่งผลดีต่อการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
     

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/443507&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw09tsXlRl7ySfNjKE1X4vm5

  • สัมพันธ์ไทย-กัมพูชาร้าวลึก ห่วงเหตุสู้รบปะทุ-มองมหาอำนาจแทรกแซง-ไม่เชื่อใจ : อินโฟเควสท์

    สัมพันธ์ไทย-กัมพูชาร้าวลึก ห่วงเหตุสู้รบปะทุ-มองมหาอำนาจแทรกแซง-ไม่เชื่อใจ : อินโฟเควสท์

    ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เผยผลสำรวจเรื่อง “สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา เหตุการณ์ปกติ!” จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 18-19 สิงหาคม 2568 เกี่ยวกับความคิดเห็นที่มีต่อสถานการณ์ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา

    โดยกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ 44.96% เห็นว่าเหตุการณ์ไม่ปกติเลย และน่ากังวล กลุ่มตัวอย่างรองลงมา 29.16% เห็นว่าเหตุการณ์ปกติ แต่ยังไม่น่าไว้วางใจ ตามมาด้วย 23.74% เห็นว่าเหตุการณ์ยังคงไม่ปกติเท่าไรนัก และ 2.14% เห็นว่าเหตุการณ์ปกติจริง ไม่มีอะไรน่ากังวล

    กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ 64.73% ยังเห็นว่าประเทศมหาอำนาจเข้ามาแทรกแซงสถานการณ์ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา เพราะต้องการผลประโยชน์ กลุ่มตัวอย่างรองลงมา 17.10% เห็นว่าไทยควรปฏิเสธการเข้ามาแทรกแซงของประเทศมหาอำนาจ ตามมาด้วย 8.85% เห็นว่าประเทศมหาอำนาจเข้ามาแทรกแซง เพราะต้องการให้เกิดสันติภาพจริง ๆ 6.11% ระบุไม่เชื่อว่าประเทศมหาอำนาจจะเข้ามาแทรกแซงอย่างจริงจัง ส่วนที่เหลืออีก 3.21% ไม่สนใจ

    กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ 54.12% มีความคิดเห็นต่อประเทศกัมพูชาในฐานะเพื่อนบ้านที่ไม่ควรคบด้วย รองลงมา 29.39% ระบุว่าเป็นเพื่อนบ้านที่คบกันได้ แต่ไม่ควรไว้วางใจ ตามมาด้วย 14.20% ระบุว่าเป็นฝั่งตรงข้าม, 1.91% ระบุว่ายังคงเป็นเพื่อนบ้านที่คบกันได้เหมือนเดิม ส่วนที่เหลือ 0.38% ไม่สนใจ

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (24 ส.ค. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/523730&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0jU-ogqCbDeI55clZzR777

  • คณาจารย์-นักศึกษา มจธ. เยี่ยมชมโรงงาน ชลิต อินดัสทรีฯ

    คณาจารย์-นักศึกษา มจธ. เยี่ยมชมโรงงาน ชลิต อินดัสทรีฯ

    การศึกษา

    คณาจารย์-นักศึกษา มจธ. เยี่ยมชมโรงงาน ชลิต อินดัสทรีฯ

    วันอาทิตย์ ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 15.14 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    คณาจารย์-นักศึกษา มจธ. เยี่ยมชมโรงงาน ชลิต อินดัสทรีฯ

    คณาจารย์และนักศึกษา จากภาควิชาวิศวกรรมอุตสาการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) นำโดย รศ.ดร.บวรโชค ผู้พัฒน์ และ ดร.สุริยพงศ์ นิลสังข์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ เข้าเยี่ยมชมโรงงาน บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชิ้นส่วนยานยนต์และอะไหล่ยาง ภายใต้แบรนด์ “POP” โชว์ศักยภาพการผลิตอะไหล่ยานยนต์มาตรฐานสากล โดยมี นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ และ นางมนัสนันท์ เปรมพุฒิพันธ์ กรรมการ บริษัทชลิต อินดัสทรีฯ  ให้การต้อนรับ ณ โรงงานชลิต อินดัสทรี ต.พันท้ายนรสิงห์ อ.มืองสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร

    นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัทชลิต อินดัสทรี จำกัด เปิดเผยว่า การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการส่งเสริมด้านการศึกษา ที่ชลิต อินดัสทรีฯ ให้ความสำคัญมาโดยตลอด เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้สัมผัสการทำงานจริง เรียนรู้เทคโนโลยีและกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานสากล อันเป็นการเตรียมความพร้อมในการก้าวสู่สายอาชีพวิศวกรรมและอุตสาหกรรมยานยนต์ในอนาคต ซึ่งการเปิดโรงงานครั้งนี้ไม่เพียงช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้แก่นักศึกษา แต่ยังสะท้อนพันธกิจของชลิต อินดัสทรีในการเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาคนรุ่นใหม่ และช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยอีกทางหนึ่ง

    การเข้าเยี่ยมชมโรงงานครั้งนี้ ไม่เพียงช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้แก่นักศึกษา แต่ยังสะท้อนพันธกิจของชลิต อินดัสทรีในการเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาคนรุ่นใหม่ และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง  ตลอดเวลากว่า 30 ปี ของการดำเนินธุรกิจ ชลิต อินดัสทรีได้ยืนหยัดในฐานะผู้ผลิตอะไหล่ยานยนต์ ฝีมือคนไทย ภายใต้แบรนด์ “POP” ที่ได้รับการยอมรับทั้งในและต่างประเทศ ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมกว่า 5,000 รายการ อาทิ  ยางแท่นเครื่อง ยางแท่นเกียร์ ยางกันกระแทก ยางเพลากลาง บูชปีกนก จนถึงบูชโช๊คอัพล่าง ครอบคลุมการใช้งานทั้งตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคล รถเพื่อการพาณิชย์ และล่าสุดยังได้ขยายสู่ตลาดมอเตอร์สปอร์ต ด้วยการวิจัยและพัฒนาอะไหล่สำหรับรถแข่งที่ต้องการมาตรฐานความแม่นยำและทนทานสูง นอกจากนี้ โรงงานชลิต อินดัสทรี ยังมีการรับจ้างผลิตชิ้นส่วน OEM (Original Equipment Manufacturer) ให้กับผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำ ภายใต้คุณภาพมาตรฐานสากล  ISO 9001 และ IATF 16949 รวมถึงการรับรองจากโครงการ อุตสาหกรรมสีเขียว (Green ผลิตภัณฑ์ Industry) สะท้อนถึงการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ตอกย้ำความแข็งแกร่งของผู้ผลิตอะไหล่ยานยนต์ฝีมือคนไทยในระดับสากล ด้วยเครือข่ายการจัดจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ ครอบคลุม เอเชียตะวันออก แอฟริกา ตะวันออกกลาง ออสเตรเลีย อเมริกาใต้ และยุโรปตะวันออก

    ส่งข่าวได้ที่  email : saowaporn12345@gmail.com       และ  bat_mamsao@yahoo.com

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/mobile/news/education/443471&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1gDf8Bsw59YMfYXW3OlAg6

  • ผู้นำสูงสุดแห่งสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน:

    ผู้นำสูงสุดแห่งสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน:

    ผู้นำสูงสุดแห่งสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน:
    อเมริกาต้องการให้ประชาชาติอิหร่านเชื่อฟังคำสั่งของตน / ประชาชนชาวอิหร่านรู้สึกเจ็บปวดอย่างยิ่งต่อการดูหมิ่นที่ร้ายแรงเช่นนี้ และจะยืนหยัดต่อสู้ด้วยพลังทั้งหมดกับบุคคลหรือกลุ่มใดก็ตามที่มีความคาดหวังผิด ๆ เช่นนั้นต่อประชาชนอิหร่าน / ผู้ที่กล่าวว่า “ทำไมไม่เจรจาโดยตรงกับอเมริกาและแก้ปัญหาให้เสร็จสิ้น” คือผู้ที่มองเพียงผิวเผินเท่านั้น.

  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเขียนในหนังสือพิมพ์ ชัรกุลเอาว์ซัต ว่า:

    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเขียนในหนังสือพิมพ์ ชัรกุลเอาว์ซัต ว่า:

    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเขียนในหนังสือพิมพ์ ชัรกุลเอาว์ซัต ว่า:
    🔹ความลังเล ความอ่อนแอ หรือความหลงผิดที่เกิดจากการเชื่อในคำสัญญาหลอกลวง เช่น “ข้อตกลงอับราฮัม” จะก่อให้เกิดความเสียหายใหญ่หลวงต่อประชาชาติอิสลาม การนิ่งเฉยและไม่ลงมือปฏิบัติต่อโศกนาฏกรรมและอาชญากรรมของระบอบไซออนิสต์ รวมถึงการผัดผ่อนที่จะรับมือกับนโยบายและการกระทำอันคล้ายพวกนาซีของ “ฮิตเลอร์ในยุคนี้” นั้น ไม่เพียงแต่เป็นการทรยศต่อชาวปาเลสไตน์ผู้ทุกข์ยากเท่านั้น แต่ยังเป็นการทรยศต่อหลักการทางศีลธรรมทั้งหมดและรากฐานแห่งอารยธรรมมนุษย์ อีกทั้งยังเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อความมั่นคง อธิปไตย และบูรณภาพแห่งดินแดนของประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคด้วย.

  • ลาริญานี: ชาวอิหร่านไม่ใช่พวก “ยอมจำนน”

    ลาริญานี: ชาวอิหร่านไม่ใช่พวก “ยอมจำนน”

    ลาริญานี: ชาวอิหร่านไม่ใช่พวก “ยอมจำนน”

    เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติอิหร่าน:
    🔹 การเจรจาจะเกิดผลก็ต่อเมื่อฝ่ายตรงข้ามเข้าใจว่าสงครามไม่มีประโยชน์ และต้องการแก้ไขปัญหาผ่านการเจรจา แต่หากเพียงใช้การเจรจาเป็นข้ออ้างเพื่อทำปฏิบัติการอื่น แบบนั้นก็ไม่ใช่การเจรจาที่ถูกต้อง
    🔹 ในเรื่องนี้ เงื่อนไขของเราคือการทำ “การเจรจาที่แท้จริง” หากคุณต้องการสงคราม ก็ไปทำของคุณเถอะ แต่เมื่อใดที่เสียใจแล้ว ค่อยกลับมาเจรจาก็ได้ พวกเขาพูดเรื่องไร้สาระว่าต้องกดดันให้ อิหร่านยอมจำนน
    🔹 แต่ในสงครามนี้ พวกเขาได้เข้าใจแล้วว่า “ชาวอิหร่านไม่ใช่พวกยอมจำนน” เงื่อนไขของการเจรจาที่แท้จริงคือการที่พวกเขาต้องตระหนักถึงข้อนี้ก่อน

  • การจัดการสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านและสามประเทศยุโรป / การยกเลิกการคว่ำบาตรเป็นประเด็นหลักในการหารือของอรักชี

    การจัดการสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านและสามประเทศยุโรป / การยกเลิกการคว่ำบาตรเป็นประเด็นหลักในการหารือของอรักชี

    การจัดการสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านและสามประเทศยุโรป / การยกเลิกการคว่ำบาตรเป็นประเด็นหลักในการหารือของอรักชี

    อิสมาอิล เบกาอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ:
    🔹ตามการประสานงานที่เกิดขึ้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านจะมีการสนทนาทางโทรศัพท์ร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของฝรั่งเศส อังกฤษ และเยอรมนี ในวันศุกร์ที่ 31 โมร์ดอด
    🔹ในการสนทนาครั้งนี้ จะมีการหารือเกี่ยวกับประเด็นด้านนิวเคลียร์และข้อเรียกร้องของอิหร่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรที่ไม่เป็นธรรม รวมถึงความจำเป็นที่คู่เจรจาต้องตอบสนองต่อการโจมตีอันเป็นอาชญากรรมที่เกิดขึ้นต่อโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน

  • บักกออีย์: รอบใหม่ของการเจรจาระหว่างอิหร่านกับองค์กรพลังงานปรมาณูจะเริ่มขึ้นในอนาคตนี้

    บักกออีย์: รอบใหม่ของการเจรจาระหว่างอิหร่านกับองค์กรพลังงานปรมาณูจะเริ่มขึ้นในอนาคตนี้

    บักกออีย์: รอบใหม่ของการเจรจาระหว่างอิหร่านกับองค์กรพลังงานปรมาณูจะเริ่มขึ้นในอนาคตนี้
    ▪️ โฆษกกระทรวงต่างประเทศกล่าวว่า:
    🔻 จุดประสงค์ของการเยือนของผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการองค์การพลังงานปรมาณูคือการตรวจสอบวิธีการปฏิสัมพันธ์ระหว่างอิหร่านกับองค์กรหลังจากการโจมตีของระบอบไซออนิสต์และสหรัฐฯ ต่อโรงงานนิวเคลียร์เพื่อสันติภาพของอิหร่าน
    🔸 ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีประวัติการโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของประเทศใดและการตรวจสอบโดยองค์กรพลังงานปรมาณูในสถานการณ์เช่นนี้มาก่อน รวมถึงมีความกังวลด้านความปลอดภัยและความมั่นคง
    🔻 การเยือนครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดทำแนวทางปฏิบัติสำหรับสถานการณ์เช่นนี้ การเจรจายังคงดำเนินต่อในสัปดาห์ที่ผ่านมา และมีความเป็นไปได้ที่จะมีรอบใหม่ของการเจรจาในวันข้างหน้า
    🔸 สำหรับจดหมายจากสามประเทศยุโรป จดหมายดังกล่าวเป็นการตอบกลับจดหมายของรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านถึงคณะมนตรีความมั่นคงและประเทศยุโรปเกี่ยวกับความไม่ชอบธรรมในการใช้กลไกสแนปแบ็คเพื่อเรียกคืนมาตรการคว่ำบาตร โดยเหตุผลของประเทศเหล่านั้นถูกอิหร่านปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง