Category: วัฒนธรรม

  • กทพ. เดินหน้าสร้าง “ทางด่วนเชื่อมเกาะสมุย” ชง ครม. ไฟเขียวปี 69 คาดเปิดใช้ได้ปี 77

    กทพ. เดินหน้าสร้าง “ทางด่วนเชื่อมเกาะสมุย” ชง ครม. ไฟเขียวปี 69 คาดเปิดใช้ได้ปี 77

    กทพ. เดินหน้าสร้าง “ทางด่วนเชื่อมเกาะสมุย” มูลค่า 5.5 หมื่นล้าน สะพานขึงข้ามทะเลแห่งแรกในไทย ยันออกแบบรองรับพายุ-แผ่นดินไหว ตั้งธงชงบอร์ด-จัดทำ EIA ต้นปีหน้า เล็งชง ครม. ไฟเขียวในปี 69 เริ่มสร้างปี 72 เปิดใช้ปี 77 คาดมีผู้ใช้ทางวันละ 7-8 พันคัน ร่นเวลาเดินทางเหลือ 15 นาที ดันเศรษฐกิจ 4 แสนล้านใน 30 ปี หนุนการท่องเที่ยวเมืองอันดับ 2 ของไทย พร้อมช่วยยกระดับประชาชน-นักท่องเที่ยวเดินทางสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย

    นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดสุราษฎร์ธานี (วันที่ 13-14 ก.ย. 2568) เพื่อสำรวจแนวสายทางโครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุย ระยะทางประมาณ 37.41 กิโลเมตร (กม.) มูลค่าลงทุนประมาณ 55,000 ล้านบาทว่า ขณะนี้โครงการอยู่ระหว่างการศึกษา และเตรียมจัดประชุมเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนครั้งที่ 3 (สรุปผลการศึกษา) ในช่วง พ.ย.-ธ.ค. 2568 ก่อนที่จะสรุปผลการศึกษาแล้วเสร็จในช่วงต้นปี 2569 และแจ้งต่อประชาชนต่อไป

    ทั้งนี้ จะเข้าสู่ขั้นตอนการขออนุมัติโครงการจากคณะกรรมการ (บอร์ด อ.) กทพ. และขออนุมัติการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) พร้อมทั้งเสนอไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบภายในปลายปี 2569 และหากได้รับความเห็นชอบในปี 2570 ก็จะเข้าสู่การเปิดประมูล และเริ่มกระบวนการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินในปี 2571 จากนั้นจะเริ่มการก่อสร้างในปี 2572 โดยใช้เวลาในการก่อสร้างประมาณ 5 ปี โดยมีเป้าหมายเปิดให้บริการในช่วงปี 2577

    สำหรับรูปแบบการลงทุนนั้น เนื่องจากเป็นโครงการที่มีมูลค่าสูง จะเป็นการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) ซึ่ง กทพ. จะลงทุนในส่วนของงานก่อสร้าง และภาครัฐอาจต้องให้การสนับสนุนบางส่วนในลักษณะของการอุดหนุน (subsidy) นอกจากนี้ กทพ. จะมีความร่วมมือกับหน่วยงานสาธารณูปโภค 4 หน่วยงาน ประกอบด้วย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การประปาส่วนภูมิภาค และบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT เพื่อร่วมลงทุนในโครงการฯ

    โดย กทพ. เตรียมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ฉบับที่ 1 เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลทางวิชาการ ร่วมกับทั้ง 4 หน่วยงานดังกล่าวภายในปลายปีนี้ และเมื่อการศึกษาเสร็จสิ้น ก็จะมีการ MOU ฉบับที่ 2 เพื่อกำหนดสัดส่วนการร่วมลงทุนของแต่ละหน่วยงานตามผลประโยชน์ที่ได้รับ โดยเฉพาะการใช้สะพานเป็นทางผ่านสำหรับท่อส่งน้ำดิบ สายไฟฟ้า และระบบสื่อสาร ซึ่งจะช่วยประหยัดต้นทุนการก่อสร้างได้มหาศาลเมื่อเทียบกับการวางโครงสร้างใต้ทะเล

    นายสุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันการเดินทางไปยังเกาะสมุย ผ่านการเดินเรือนั้น มีปริมาณผู้เดินทางข้ามฝั่งในระดับหนึ่ง ทั้งนี้ เมื่อโครงการแล้วเสร็จและเปิดให้บริการแล้ว คาดการณ์ปริมาณการจราจรว่า จะเพิ่มขึ้นประมาณ 20% โดยประเมินว่ามีผู้ใช้ทางวันละประมาณ 7,000–8,000 คัน ซึ่งแม้ว่าค่าผ่านทางของทางด่วนเชื่อมเกาะสมุย อาจสูงกว่าค่าโดยสารเรือเฟอร์รี่ แต่ผู้ใช้จะได้รับประโยชน์จากการประหยัดเวลาเดินทางจากเดิม 1.5–3 ชั่วโมง เหลือเพียง 15-20 นาทีเท่านั้น ขณะเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ธุรกิจเรือเฟอร์รี่ยังคงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สำคัญ และการที่นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้น ก็อาจส่งผลดีต่อผู้ประกอบการเฟอร์รี่ในเชิงปริมาณลูกค้าด้วย

    ขณะที่ ในด้านการออกแบบโครงการฯ ยืนยันว่า จะยึดมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด เทียบเท่าหรือดีกว่าสะพานที่เคยเผชิญภัยพิบัติรุนแรง โดยจะออกแบบให้สามารถรองรับแรงสั่นสะเทือนระดับแผ่นดินไหวรุนแรง และพายุด้วย ซึ่งประสบการณ์ของ กทพ. ตลอดระยะเวลากว่า 50 ปี จึงมีความมั่นใจในความแข็งแรงของโครงสร้างในทุกโครงการ เห็นได้จากเหตุแผ่นดินไหวเมื่อช่วงเดือน มี.ค. 2568 ที่ผ่านมา สะพานทศมราชันที่ได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อยเท่านั้น สำหรับลักษณะเด่นของทางด่วนเชื่อมเกาะสมุย ถือเป็นการสะพานขึงข้ามทะเลแห่งแรกในภูมิภาค โดยจะมีช่วงระหว่างเสาของสะพานที่ยาวถึง 300 เมตร และยกตัวสูงจากระดับน้ำทะเลถึงท้องสะพานประมาณ 50 เมตร เพื่อรองรับการสัญจรของเรือรบและเรือบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงการเดินเรือในสถานการณ์อุทกภัย

    นอกจากนี้ การออกแบบโครงการ จะต้องคำนึงถึงด้านสิ่งแวดล้อม เนื่องจากพื้นที่ที่มีการกำหนดแนวเส้นทางก่อสร้างเป็นบริเวณที่มีแนวปะการัง แม้จะเป็นแนวปะการังตายแต่ก็ยังคงมีกฎหมายคุ้มครอง อีกทั้งยังมีข้อจำกัดเรื่องการขออนุญาตเข้าพื้นที่ป่าไม้ ซึ่งต้องผ่านการอนุญาตจากหน่วยงานต่างๆ เพื่อประกอบการจัดทำรายงาน EIA ขณะเดียวกันยังมีความจำเป็นต้องศึกษามาตรการอนุรักษ์สัตว์น้ำหายาก อาทิ ปลาโลมาสีชมพู

    นายสุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า โครงการดังกล่าว ถือเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญในการพัฒนาโครงข่ายทางพิเศษในอนาคต โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับระบบคมนาคม เชื่อมโยงการเดินทางของประชาชนและนักท่องเที่ยวให้มีความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ตลอดจนส่งเสริมเศรษฐกิจ คาดว่า จะมีมูลค่าเศรษฐกิจกว่า 400,000 ล้านบาทในระยะเวลา 30 ปี อีกทั้ง ยังสนับสนุนการท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะเกาะสมุย ถือเป็นเมืองท่องเที่ยวอันดับที่ 2 ของประเทศไทย รองจากเกาะภูเก็ต

    นอกจากนี้ เมื่อโครงการนี้แล้วเสร็จ จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในการเข้าถึงการรักษาพยาบาลในกรณีเจ็บป่วยกะทันหัน เนื่องจากที่ผ่านมา จะต้องรอการเปิดให้บริการของเรือ หรือมีเวลาจำกัดในการเดินทางตามที่กำหนด ขณะเดียวกัน ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางจากเกาะมาสู่แผ่นดินใหญ่ กระจายโอกาสการลงทุนและการจ้างงานในพื้นที่ด้วย

    “โครงการนี้ไม่เพียงเป็นการสร้างสะพาน แต่เป็นการสร้างอนาคตของเกาะสมุยและพื้นที่เศรษฐกิจโดยรอบ เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อทั้งประชาชน นักท่องเที่ยว และประเทศโดยรวม ที่สำคัญยังเป็นโครงการยังมีส่วนช่วยชีวิตของประชาชนและนักท่องเที่ยวที่อาศัยอยู่บนเกาะสมุย เนื่องจากที่ผ่านมา เมื่อเวลาเจ็บป่วย จะต้องรอการเดินทางโดยเรือที่มีระยะเวลากำหนด คือ จากเกาะสมุยข้ามไปยังตัวเมือง จ.สุราษฎร์ธานี จะเปิด 05.30 น. และเที่ยวสุดท้ายประมาณ 19.30 น. หรือต้องขนส่งผู้โดยสารผ่านทางเฮลิคอปเตอร์เท่านั้น การสร้างโครงการทางด่วนเชื่อมเกาะสมุย จะเพิ่มความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกในการเดินทาง” นายสุรเชษฐ์ กล่าว

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อัตราค่าใช้บริการเรือเฟอร์รี่ รถยนต์ คิดค่าโดยสารคันละประมาณ 750 บาท ผู้โดยสาร คนละ 180 บาท ซึ่งเบื้องต้นอัตราค่าผ่านทางด่วนสมุย รถยนต์ 4 ล้อ ประมาณ 1 พันบาท โดยในต่างประเทศ สะพานข้ามทะเล อาทิ สะพาน Oresund Bridge ของเดนมาร์ก ระยะทาง 16 กม. เก็บค่าผ่านทางรถยนต์ประมาณ 2,500 บาท ทั้งนี้ทางด่วนเชื่อมเกาะสมุยรองรับรถทุกประเภท ยกเว้นมอเตอร์ไซค์.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/governmentpolicy/2882841&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3_lhZ9Sjg_qrwEsbAO1iBm

  • สจด. จัดพิธีเปิดการประชุมวิชาการองค์การนักวิชาชีพในอนาคตแห่งประเทศไทย และการแข่งขันทักษะวิชาชีพ ทักษะพื้นฐาน ระดับสถานศึกษา สมัยสามัญ ครั้งที่ 3 ประจำปีการศึกษา 2568 — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สจด. จัดพิธีเปิดการประชุมวิชาการองค์การนักวิชาชีพในอนาคตแห่งประเทศไทย และการแข่งขันทักษะวิชาชีพ ทักษะพื้นฐาน ระดับสถานศึกษา สมัยสามัญ ครั้งที่ 3 ประจำปีการศึกษา 2568 — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สจด. จัดพิธีเปิดการประชุมวิชาการองค์การนักวิชาชีพในอนาคตแห่งประเทศไทย และการแข่งขันทักษะวิชาชีพ ทักษะพื้นฐาน ระดับสถานศึกษา สมัยสามัญ ครั้งที่ 3 ประจำปีการศึกษา 2568

    เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2568 ที่บริเวณห้องโถงชั้น 1 อาคาร 611 โรงเรียนจิตรลดาวิชาชีพ สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา ดร.นวลอนงค์ ธรรมเจริญ ผู้อำนวยการโรงเรียนจิตรลดาวิชาชีพ สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมวิชาการองค์การนักวิชาชีพในอนาคตแห่งประเทศไทย และการแข่งขันทักษะวิชาชีพ ทักษะพื้นฐาน ระดับสถานศึกษา สมัยสามัญ ครั้งที่ 3 ประจำปีการศึกษา 2568 โดยมีนักเรียน นายชวกร บุญรอดฤทธิ์ นายกองค์การนักวิชาชีพในอนาคตแห่งประเทศไทย กล่าวรายงานพร้อมเป็นประธานในการประชุม ทั้งนี้ ประธานในพิธีกล่าวให้โอวาทและมอบเกียรติบัตรให้กับนักเรียน นักศึกษาที่แข่งขันทักษะวิชาชีพ ทักษะพื้นฐาน ระดับสถานศึกษา ประจำปีการศึกษา 2568 และประกาศผลการประกวดชิ้นงานจากชมรมต่าง ๆ อาทิ ชมรมเตรียมการแข่งขันของสาขา ชมรมกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ชมรมโรงเรียน ผลการประกวดโครงการบ่มเพาะการเป็นผู้ประกอบการ : ผู้ประกอบการรายใหม่ และผลการแข่งขันกีฬาเชื่อมความสามัคคี (ฟุตบอล และบาสเกตบอล) ทั้งนี้ ประธานในพิธีได้เยี่ยมชมผลงานของสาขาต่าง ๆ ด้วย

    ขอขอบคุณภาพข่าว #
    https://www.facebook.com/share/v/17QrVVtbwn/

    ชาติภักดิ์/ข่าว

    สจด. จัดพิธีเปิดการประชุมวิชาการองค์การนักวิชาชีพในอนาคตแห่งประเทศไทย และการแข่งขันทักษะวิชาชีพ ทักษะพื้นฐาน ระดับสถานศึกษา สมัยสามัญ ครั้งที่ 3 ประจำปีการศึกษา 2568 — 15 กันยายน 2025 — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI
    สจด. จัดพิธีเปิดการประชุมวิชาการองค์การนักวิชาชีพในอนาคตแห่งประเทศไทย และการแข่งขันทักษะวิชาชีพ ทักษะพื้นฐาน ระดับสถานศึกษา สมัยสามัญ ครั้งที่ 3 ประจำปีการศึกษา 2568 — 15 กันยายน 2025 — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI
    สจด. จัดพิธีเปิดการประชุมวิชาการองค์การนักวิชาชีพในอนาคตแห่งประเทศไทย และการแข่งขันทักษะวิชาชีพ ทักษะพื้นฐาน ระดับสถานศึกษา สมัยสามัญ ครั้งที่ 3 ประจำปีการศึกษา 2568 — 15 กันยายน 2025 — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI
    สจด. จัดพิธีเปิดการประชุมวิชาการองค์การนักวิชาชีพในอนาคตแห่งประเทศไทย และการแข่งขันทักษะวิชาชีพ ทักษะพื้นฐาน ระดับสถานศึกษา สมัยสามัญ ครั้งที่ 3 ประจำปีการศึกษา 2568 — 15 กันยายน 2025 — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI
    สจด. จัดพิธีเปิดการประชุมวิชาการองค์การนักวิชาชีพในอนาคตแห่งประเทศไทย และการแข่งขันทักษะวิชาชีพ ทักษะพื้นฐาน ระดับสถานศึกษา สมัยสามัญ ครั้งที่ 3 ประจำปีการศึกษา 2568 — 15 กันยายน 2025 — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI
    สจด. จัดพิธีเปิดการประชุมวิชาการองค์การนักวิชาชีพในอนาคตแห่งประเทศไทย และการแข่งขันทักษะวิชาชีพ ทักษะพื้นฐาน ระดับสถานศึกษา สมัยสามัญ ครั้งที่ 3 ประจำปีการศึกษา 2568 — 15 กันยายน 2025 — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdti.ac.th/content/115262/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2d6nedXbvXNH6o4KQlqSa8

  • “นาเดีย” เล่าทริปอังกฤษกดเลือกโรงแรมมั่วๆ  แต่กลายเป็นที่ที่ประทับใจสุด

    “นาเดีย” เล่าทริปอังกฤษกดเลือกโรงแรมมั่วๆ แต่กลายเป็นที่ที่ประทับใจสุด

    พากันบินไปถึงอังกฤษครอบครัวโสณกุล โดยทางทางด้านคุณแม่อย่าง นาเดีย โสณกุล และสามี คุณพ่อ ม.ล. อภิมงคล ได้บินตรงสู่ประเทศอังกฤษเพื่อส่ง ‘น้องนพ-นพมงคล โสณกุล ณ อยุธยา’ ลูกชายคนโตเข้าเรียนที่ Harrow School 

    ซึ่งนอกจากภารกิจสำคัญในการพาลูกชายไปเริ่มต้นเส้นทางการศึกษาที่โรงเรียนชื่อดังระดับโลกแล้ว ครอบครัวยังได้เก็บเกี่ยวช่วงเวลาแห่งความทรงจำร่วมกันด้วยการท่องเที่ยวและพักผ่อน ท่ามกลางบรรยากาศอันงดงามและเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ของประเทศอังกฤษ และการกดเลือกโรงแรมมั่วๆ ก็กลายเป็นที่ที่ประทับใจที่สุด

    “กดเลือกมามั่วๆแค่จะหาโรงแรมที่ใกล้สวนสัตว์จุดหมายหลักที่้เราจะไป กลายเป็นที่ที่ประทับใจสุด Luton hoo hotel golf and spa โรงแรมสวยมาก อาณาเขตสุดลูกหูลูกตา มีกวาง มีกระต่าย โผล่ให้เราเห็นประปรายระหว่างทางเข้า อาหารก็อร่อยและมีประวัติศาสตร์ยิ่งใหญ่มายาวนานหลายร้อยปี Queen Elizabeth ที่2 กับ Prince Phillips พระสวามีก็มาhoneymoon ที่นี่ และควีนยังจัดงานวันเกิดครบรอบ60ปีให้เจ้าชายฟิลิปที่นี่ด้วย , สมัยสงครามโลกครั้งที่2 Sir Winston Churchill นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้นก็ใช้ที่นี่เป็นที่ปราศรัย มีคนเข้าร่วมถึง 110,000 คน และยังมีรายชื่อคนสำคัญระดับelite ทั้งแวดวงการเมือง และราชวงศ์แวะเวียนมาตลอด โรงแรมแห่งนี้ยังเป็นที่ถ่ายหนังHollywood หลายเรื่องที่เรารู้จักๆกัน Four weddings and a funeral, James Bond ตอน The world is not enough, Pride and prejudice หรือ The Crown แต่น่าเสียดายว่ากำลังจะปิดตัวสิ้นเดือนนี้แล้ว เพราะจะรีโนเวทสนามกอล์ฟครั้งใหญ่อย่างเต็มรูปแบบถึง3ปี ถือว่าเป็นโบนัสของครอบครัวมากๆสำหรับทริปนี้ Surprise destinations, unforgettable memories”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9842366/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0sR1zrBaSyxm09tescR71I

  • ‘หมอยง’ แจงยังไม่มีผลวิจัยเพียงพอให้ ‘ผู้สูงอายุ’ ฉีดวัคซีนไข้เลือดออก

    ‘หมอยง’ แจงยังไม่มีผลวิจัยเพียงพอให้ ‘ผู้สูงอายุ’ ฉีดวัคซีนไข้เลือดออก

    15 ก.ย. 2568 – ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเรื่องวัคซีนไข้เลือดออก (ตอนที่ 5) โดยระบุว่า

    ที่จริงวัคซีนไข้เลือดออกมีคนถามมานาน แต่ก็ไม่อยากจะโพสต์ การให้ข้อมูล จะให้ข้อมูลจากงานวิจัยของเรา และเป็นข้อมูลของประเทศไทย การตัดสินใจ ขอให้อ่านให้จบทุกตอน แล้วตัดสินใจด้วยตัวเอง ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน

    สำหรับประเทศไทย จากความเห็นดังกล่าวที่กล่าวมาแล้ว การฉีดในเด็กเล็กเกินไป เช่น 4-6 ขวบ อีก 10 ปีข้างหน้าเมื่อเป็นวัยรุ่น ภูมิต้านทานที่ตกลงไป จะเป็นอย่างไรก็ไม่รู้

    ผู้ที่มีอายุมากๆ เกิดในสมัยนอนกางมุ้ง โดยเฉพาะ สว. หรือ วัย silver age (ผมสีเงิน) ส่วนมากน่าจะติดครบ 4 สายพันธุ์แล้ว และการศึกษาก็ยังไม่มีข้อมูล รวมทั้งเรื่องของความปลอดภัย ดังนั้น ขณะนี้จึงยังไม่มีหลักฐานเพียงพอให้ฉีด และวัคซีนก็ไม่มีข้อมูลสำหรับผู้สูงอายุ

    ไวรัสไข้เลือดออก ในส่วนของภูมิต้านทานก็ไม่ได้มีการแปรเปลี่ยน แบบไข้หวัดใหญ่ โควิด 19 ระบบภูมิต้านทานก็น่าจะป้องกันได้ครบ 4 สายพันธุ์ ควรมีการศึกษาเพิ่มเติมในกลุ่มนี้อย่างละเอียดรวมทั้งประสิทธิภาพของวัคซีน ที่ยังต้องการการศึกษามากกว่านี้

    วัคซีนที่จะใช้จะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุด เพราะเราให้ในคนปกติ แข็งแรง และต้องมีข้อมูลที่มากเพียงพอ โดยเฉพาะไข้เลือดออก เพราะภูมิต้านทานที่ลดลงระดับหนึ่ง จะช่วยเสริมการติดเชื้อ (การติดเชื้อสายพันธุ์เดียวกันหรือต่างสายพันธุ์ ที่ต้องศึกษาให้ชัดเจน) รวมทั้งข้อมูลของประเทศไทย และความเหมาะสมคุ้มค่า ในภาพรวม โดยเฉพาะโรคไข้เลือดออก ธรรมชาติการติดเชื้อไม่เหมือนไวรัสอื่น จึงทำให้การพัฒนาวัคซีนที่ผ่านมาล่าช้ามาก ทั้งที่โรคนี้มีความสำคัญมามากกว่า 50 ปี และต้องคำนึงถึงผล อาการข้างเคียง ระยะยาว สิ่งที่คำนึงถึงขณะนี้คือ เชื้อไวรัสไข้เลือดออก ชนิดที่ 3 และ 4 ที่ผ่านมาการศึกษาขนาดตัวอย่างยังน้อยเกินไป หรือคงต้องรอมีการใช้จริงไปอีกระยะหนึ่ง

    จากข้อมูลที่ทำการศึกษา ความสำคัญหรืออายุจึงอยู่ที่ ตั้งแต่ 10 ขวบขึ้นไป หรือวัยรุ่น จนถึงวัยผู้ใหญ่ วัยกลางคน มากกว่า เพราะเชื่อว่าเคยติดเชื้อมาแล้วเป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น 1 ครั้งหรือ 2 ครั้งหรือมากกว่า และต้องเชื่อมั่นว่าวัคซีนมีความปลอดภัย ส่วนวัย silver age (ดูสีผม) ก็น่าจะติดเชื้อมาหลายครั้งแล้วในวัยเด็ก และข้อมูลการศึกษาก็ยังไม่เพียงพอ ต้องรอการศึกษาเพิ่มเติม

    การตัดสินใจ วัคซีนนี้เป็นวัคซีนทางเลือก การตัดสินใจจึงอยู่ที่ตัวเรา ผมมีหน้าที่ให้ข้อมูลต่างๆที่ทำการศึกษาและเป็นความจริงในประเทศไทย

    โปรดติดตามตอนต่อไป.

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/human-life-news/861804/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1a7KRdhOP2RfoNoNvNFV4E

  • สุดเจ๋ง! ร.ร.อนุบาลขอนแก่น กวาดรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 มากสุด 27 ผลงาน งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครั้งที่ 73

    สุดเจ๋ง! ร.ร.อนุบาลขอนแก่น กวาดรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 มากสุด 27 ผลงาน งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครั้งที่ 73

    ภูมิภาค

    สุดเจ๋ง! ร.ร.อนุบาลขอนแก่น กวาดรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 มากสุด 27 ผลงาน งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครั้งที่ 73

    วันจันทร์ ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2568, 07.26 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    โรงเรียนอนุบาลขอนแก่น สร้างชื่อเสียงคว้ารางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ถึง 27 ผลงาน ในงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครั้งที่ 73 ปีการศึกษา 2568 ท่ามกลางการแข่งขันเข้มข้นของนักเรียนกว่า 6,500 คน พร้อมประกาศความสำเร็จเป็นพลังใจสู่การพัฒนาศักยภาพนักเรียนอย่างต่อเนื่อง
       
    เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดขอนแก่นรายงานว่า สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 1 ได้จัดงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครั้งที่ 73 ปีการศึกษา 2568 ระหว่างวันที่ 11 – 12 กันยายนที่ผ่านมา โดยจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เพื่อเปิดเวทีให้นักเรียนกว่า 6,500 คน ได้แสดงศักยภาพรอบด้าน ทั้งวิชาการ ศิลปะ ดนตรี กีฬา สิ่งประดิษฐ์ และทักษะวิชาชีพ ตลอดจนเพื่อสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) ผู้ทรงริเริ่มการจัดงานมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2455 นับเป็นเวทีการเรียนรู้ที่จัดต่อเนื่องมาแล้วกว่า 113 ปี

       การจัดงานครั้งนี้มีสถานที่แข่งขัน 3 แห่ง คือ โรงเรียนอนุบาลขอนแก่น โรงเรียนสนามบิน และค่ายลูกเสือแก่นนคร โดยแบ่งการแข่งขันออกเป็น 167 รายการ ครอบคลุมนักเรียนทั้งกลุ่มปกติและกลุ่มการศึกษาพิเศษเรียนรวม อาทิ วิชาการคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ทัศนศิลป์ การงานอาชีพ สุขศึกษาและพลศึกษา ดนตรี นาฏศิลป์ รวมถึงกิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี และการจัดค่ายพักแรม
       
    ผลการแข่งขันปรากฏว่า โรงเรียนอนุบาลขอนแก่น สามารถสร้างผลงานได้อย่างโดดเด่น กวาดรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 มากที่สุดถึง 27 ผลงาน พร้อมคว้าเหรียญทอง 16 เหรียญ และเหรียญเงินอีก 3 เหรียญ ถือเป็นอันดับ 1 ของเขตพื้นที่การศึกษา ส่วนโรงเรียนสนามบินก็คว้ารางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ได้ 12 ผลงาน และเก็บรางวัลรวมทั้งสิ้นกว่า 70 เหรียญ

       หลังจบการแข่งขัน ดร.ประจวบ  ศิริภักดิ์ ผู้อำนวยการ(เชี่ยวชาญ)โรงเรียนอนุบาลขอนแก่นได้ออกมาขอบคุณ ต่อคณะครู นักเรียน และผู้ปกครองทุกท่านในนามของโรงเรียนอนุบาลขอนแก่นขอแสดงความชื่นชมและขอบคุณเป็นอย่างยิ่งที่ทุกฝ่ายได้ร่วมแรงร่วมใจกันในการเตรียมความพร้อม ส่งเสริม และสนับสนุนให้นักเรียนเข้าร่วมการแข่งขัน ศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครั้ที่73ในครั้งนี้
       
    ผลจากความร่วมมืออันเข้มแข็งและความทุ่มเทของทุกคน ทำให้นักเรียนของเราได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ ทั้ง เหรียญทองชนะเลิศ และรางวัลเหรียญทองอื่น ๆ อีกหลายรายการ ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งของโรงเรียนอนุบาลขอนแก่นของเรา และเป็นกำลังใจสำคัญในการพัฒนาศักยภาพนักเรียนต่อไป

    ความสำเร็จในครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น คณะครูผู้ฝึกซ้อม นักเรียนผู้มีความมุ่งมั่น และผู้ปกครองที่ให้การสนับสนุนอย่างดียิ่ง ข้าพขอขอบคุณทุกท่านมา ณ โอกาสนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าพวกเราจะร่วมกันสร้างผลงานที่งดงามเพื่อโรงเรียนและนักเรียนของเราต่อไป.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/446389&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1GF6LvXohWn92f_IDhiOqw

  • ‘ศุภชัย’ มอง ทำนโยบายรถไฟฟ้าต้องรู้ต้นทุนจริงเท่าไหร่ | เดลินิวส์

    ‘ศุภชัย’ มอง ทำนโยบายรถไฟฟ้าต้องรู้ต้นทุนจริงเท่าไหร่ | เดลินิวส์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5112600/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2XtRnHRNdoPy2DbqFTTuQx

  • นิด้าโพล เผยประชาชนเชื่อรัฐบาลเสียงข้างน้อย อยู่ครบ 4 เดือน แต่ไร้เสถียรภาพ ต้องเจรจา ปชน. ตลอด

    นิด้าโพล เผยประชาชนเชื่อรัฐบาลเสียงข้างน้อย อยู่ครบ 4 เดือน แต่ไร้เสถียรภาพ ต้องเจรจา ปชน. ตลอด

    ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “รัฐบาลเสียงข้างน้อย” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 8-9 กันยายน 2568 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับความคิดเห็นของประชาชนต่อรัฐบาลเสียงข้างน้อยภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0

    จากการสำรวจเมื่อถามความคิดเห็นของประชาชนต่อรัฐบาลเสียงข้างน้อยของนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ที่ได้รับการสนับสนุนจากพรรคประชาชน พบว่า

    ตัวอย่าง ร้อยละ 35.88 ระบุว่า รัฐบาลจะไม่มีเสถียรภาพทำงานด้วยความยากลำบาก เพราะต้องเจรจากับพรรคประชาชนตลอด

    รองลงมา ร้อยละ 30.31 ระบุว่า การตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในขณะนี้

    ร้อยละ 23.66 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลเสียงข้างน้อย

    ร้อยละ 23.21 ระบุว่า เห็นด้วยกับรัฐบาลเสียงข้างน้อย

    ร้อยละ 23.05 ระบุว่า รัฐบาลจะมีเสถียรภาพ ทำงานได้ราบรื่น จากการสนับสนุนของพรรคประชาชน

    ร้อยละ 21.45 ระบุว่า ในท้ายที่สุด รัฐบาลจะขัดแย้งกับพรรคประชาชน

    ร้อยละ 10.61 ระบุว่า ในท้ายที่สุด ข้อตกลงระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาชน จะถูกฉีก

    ร้อยละ 10.53 ระบุว่า รัฐบาลอยู่ไประยะหนึ่ง จะกลายเป็นรัฐบาลเสียงข้างมากเอง

    ร้อยละ 8.17 ระบุว่า คุณอนุทิน ควรรอเป็นนายกฯ ของรัฐบาลเสียงข้างมาก หลังการเลือกตั้งครั้งหน้า

    ร้อยละ 5.34 ระบุว่า พรรคประชาชนควรเข้าร่วมรัฐบาลด้วย เพื่อเป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก

    ร้อยละ 4.12 ระบุว่า ในท้ายที่สุด พรรคประชาชนจะจับมือกับพรรคเพื่อไทยล้มรัฐบาล

    และร้อยละ 0.99 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

    สำหรับความคิดเห็นของประชาชนต่อระยะเวลาในการบริหารรัฐบาลเสียงข้างน้อยของนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล พบว่า

    ตัวอย่าง ร้อยละ 56.26 ระบุว่า รัฐบาลจะอยู่ครบ 4 เดือนตามข้อตกลง

    รองลงมา ร้อยละ 27.79 ระบุว่า รัฐบาลจะอยู่ได้นานกว่า 4 เดือน

    ร้อยละ 14.58 ระบุว่า รัฐบาลจะอยู่ไม่ถึง 4 เดือน

    และร้อยละ 1.37 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

    ด้านความคิดเห็นของประชาชนต่อการที่พรรคประชาชนสนับสนุนคุณอนุทิน ชาญวีรกูล ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พบว่า

    ตัวอย่าง ร้อยละ 30.38 ระบุว่า ค่อนข้างเห็นด้วย

    รองลงมา ร้อยละ 23.36 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย

    ร้อยละ 23.13 ระบุว่า เห็นด้วยมาก

    ร้อยละ 22.67 ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย

    และร้อยละ 0.46 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

    ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อการที่พรรคประชาชนไม่เข้าร่วมรัฐบาล พบว่า

    ตัวอย่าง ร้อยละ 32.98 ระบุว่า เห็นด้วยมาก

    รองลงมา ร้อยละ 23.35 ระบุว่า ค่อนข้างเห็นด้วย

    ร้อยละ 22.52 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย

    ร้อยละ 19.39 ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย

    และร้อยละ 1.76 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://ch3plus.com/news/political/morning/447671&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0rIN9rKEw5IUDNn9twnoVX

  • “ครม.อนุทิน 1” ภูมิใจไทยชี้ที่มา รมว.ยธ. ไม่สำคัญเท่าดึงความยุติธรรมกลับมา

    “ครม.อนุทิน 1” ภูมิใจไทยชี้ที่มา รมว.ยธ. ไม่สำคัญเท่าดึงความยุติธรรมกลับมา

    “ศุภชัย” โต้เพื่อไทย นโยบายรถไฟฟ้าต้นทุนต้องชัดก่อน อัด 20 บาทตลอดสาย ยกตัวเลขมาลอยๆ เพื่อหาเสียง ชี้ รมว.ยุติธรรม ใน “ครม.อนุทิน 1” พิจารณาจากความรู้ความสามารถ ต้องดึงความยุติธรรมกลับมา

    วันที่ 14 กันยายน 2568 นายศุภชัย ใจสมุทร ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์กรณีพรรคเพื่อไทยเรียกร้องให้พรรคภูมิใจไทยปัดฝุ่นนโยบายรถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวันมาใช้ ว่า สภาฯ สมัยที่ผ่านมา ตนเป็นประธานคณะกรรมาธิการร่างพระราชบัญญัติขนส่งทางราง มองว่าสามารถนำกฎหมายดังกล่าวมาใช้ร่วมกับ พ.ร.บ.การบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม และ พ.ร.บ.การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย เพื่อดำเนินการศึกษาให้รู้ว่าต้นทุนที่แท้จริงของค่าโดยสารรถไฟฟ้าเป็นเท่าไหร่กันแน่

    นายศุภชัย เผยต่อไป วันนี้ต้องยอมรับว่าความจริงสิ่งที่พรรคเพื่อไทยคิด 20 บาทตลอดสาย ไม่ได้อยู่บนฐานจากการศึกษาว่าต้นทุนเท่าไหร่ เป็นการยกตัวเลขมาลอยๆเพื่อหาเสียง โดยอาศัยกฎหมายที่มีอยู่ โดยเฉพาะ พ.ร.บ.รฟม. ที่มีกองทุนอยู่ หรือนำงบประมาณส่วนอื่นมาชดเชยส่วนต่าง เพราะจริงๆ แล้วเอกชนเขาไม่ได้ลดราคาค่าโดยสาร แต่เป็นเรื่องที่รัฐเอางบประมาณไปอุดหนุนซึ่งเป็นเงินภาษี คำถามคือทำแบบนี้คือเอางบประมาณมาหาเสียงหรือไม่ มองว่าไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้อง การบอกว่าต้องรับนโยบายนี้ไปดำเนินการต่อไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง

    แต่สิ่งที่ถูกต้องคือต้องไปพิจารณาว่าต้นทุนจริงๆ เท่าไหร่ รัฐต้องอุดหนุนเท่าไหร่ ที่สำคัญวันนี้คน กทม. ไม่ได้ใช้แต่รถไฟฟ้า เขาใช้รถเมล์ด้วย การจะบอกให้รับช่วงต่อโดยไม่มีข้อมูลทางวิชาการไม่ควรทำ แต่รัฐบาลที่จะเข้ามาหลังจากนี้จะศึกษาค่าโดยสารโดยรวมเพื่อจะได้ไม่ต้องอุดหนุนมากกว่าที่ควร ที่สำคัญต้องถามว่านโยบายนี้เป็นเรื่องด่วนหรือไม่ ต้องศึกษาให้ครบถ้วนเพราะมีกฎหมายอื่นๆ เข้ามาหลายฉบับ มี พ.ร.บ.ออกมาหลายฉบับต้องคิดเรื่องต้นทุน และดึงรถเมล์เข้ามาด้วยน่าจะเป็นประโยชน์มากกว่า

    ขณะที่กรณีเสียงวิพากษ์วิจารณ์คัดค้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมที่มาจากสายบุรีรัมย์ นายศุภชัย ระบุว่า บุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่ง รมว.ทุกตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี (นายอนุทิน ชาญวีรกูล) พิจารณาจากความรู้ความสามารถ ความเหมาะสมกับงาน ไม่ได้มองว่าเป็นใครมาจากไหน ดังนั้นจึงต้องบอกว่าใครจะมาเป็น รมว.ยุติธรรม มันไม่สำคัญ ถ้าอยู่บนพื้นฐานในการทำอย่างไรที่จะทำให้หลักนิติธรรมกลับเข้ามาสู่ประเทศ เรื่องความยุติธรรม ความเสมอกันทางกฎหมาย ไม่เลือกปฏิบัติ เป็นเรื่องสำคัญ ที่มาจะเป็นอย่างไรไม่สำคัญเท่ากับมาแล้วบริหารโดยยึดหลักนิติธรรม ทำให้กระทรวงยุติธรรมกลับมายุติธรรมจริงๆ ใครก็ตามที่มาต้องอยู่บนพื้นฐานนี้และทำให้ความยุติธรรมกลับคืนมา.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thairath.co.th/news/politic/2882744&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2v-Y1oLV0aSFZtW4AudQZ8

  • แว่นท็อปเจริญ ลงนาม MOU กับ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ผนึกกำลังพัฒนาบัณฑิต สู่เวทีธุรกิจจริงอย่างมีศักยภาพ

    แว่นท็อปเจริญ ลงนาม MOU กับ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ผนึกกำลังพัฒนาบัณฑิต สู่เวทีธุรกิจจริงอย่างมีศักยภาพ

    สังคม-สตรี

    แว่นท็อปเจริญ ลงนาม MOU กับ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ผนึกกำลังพัฒนาบัณฑิต สู่เวทีธุรกิจจริงอย่างมีศักยภาพ

    วันอาทิตย์ ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2568, 16.00 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    นายนพศักดิ์ ตรีพรชัยศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แว่นท็อปเจริญ – บริษัท ร่วมเจริญพัฒนา จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ รศ.ดร.วีระชาติ กิเลนทอง รองอธิการบดีอาวุโสสายงานวิชาการและงานวิจัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย พร้อมด้วย อาจารย์ ดร.เอกธิป สุขวารี รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ลงนามความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) ผนึกกำลังยกระดับคุณภาพการศึกษาในทุกๆ ด้าน พร้อมสร้างโอกาสให้นักศึกษาได้เข้าร่วมโครงการฝึกงานวิชาชีพ ซึ่งเน้นการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงกับองค์กร เพื่อเตรียมความพร้อมสู่โลกการทำงานหลังสำเร็จการศึกษา ทั้งยังสนับสนุนการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนในทุกสาขา และพัฒนาบัณฑิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานสากล เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา ณ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

    แว่นท็อปเจริญ มุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์คุณภาพและที่สุดของการบริการ ผ่านความเชี่ยวชาญด้านสายตาอย่างครบวงจร เพื่อการมองเห็นที่สดใส กว้างไกล และเข้าถึงได้ของทุกคนในสังคม จากการบริการด้านสายตากว่า 78 ปีของแว่นท็อปเจริญ ที่มีจำนวนกว่า 2,000 สาขามากที่สุดในไทยและอาเซียน สามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ Facebook.com/TopCharoenOpticalOfficial เว็บไซต์ www.topcharoen.co.th และ Line ID: @topcharoen

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/social/446360&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3LJs6Ce3OVz5Xagl4x1FlO