Category: วัฒนธรรม

  • ‘บิ๊กเล็ก’เป็นปธ.นำแถลงผลศึกษา วปอ.รุ่น 67 ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

    ‘บิ๊กเล็ก’เป็นปธ.นำแถลงผลศึกษา วปอ.รุ่น 67 ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

    วันจันทร์ ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2568, 16.49 น.

    “บิ๊กเล็ก”เป็นประธานนำแถลงผลศึกษา วปอ.รุ่น 67 ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ชูแนวคิด”สปีดอัพไทย” 3 พลังสำคัญ หวังยกระดับประเทศสู่ชาติพัฒนา

    เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2568 ที่อาคารอเนกประสงค์สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ (สปท.) วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม เป็นประธานการแถลงผลการศึกษาเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ของนักศึกษา วปอ.รุ่นที่ 67 โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะแขกรับเชิญกิตติมศักดิ์ และศิษย์เก่าวิทยาลัยป้องกันราอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 61 เข้าร่วมฟังการแถลง พร้อมด้วย พล.อ.ธราพงษ์ มะละคำ ว่าที่ปลัดกระทรวงกลาโหม , พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) , พล.อ.ณัฐวุฒิ นาคะนคร รองผู้บัญชาการทหารบก (รองผบ.ทบ.) , พล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารกองทัพอากาศ (ผบ.ทอ.) , พล.ร.อ.วรวุธ พฤกษา รุ่งเรือง ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพเรือ , พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมช.กลาโหม เข้าร่วมรับฟังด้วย

    โดย พล.ท.ทักษิณ สิริสิงห ผู้อำนวยการวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ กล่าวรายงานว่า ในนามของข้าราชการและนักศึกษาหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร ขอขอบคุณทุกคนที่กรุณาให้เกียรติมาร่วมงานการแถลงผลการศึกษาเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ ของนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่น 67 ในวันนี้ ด้วยหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร เป็นหลักสูตรด้านความมั่นคง สำหรับผู้บริหารระดับสูงในปีการศึกษา 2567 มีผู้เข้ารับการศึกษาจำนวน 294 คน ประกอบด้วย ข้าราชการทหาร ตำรวจ 100 นาย, ข้าราชการพลเรือน 107 คน, นักธุรกิจและภาคเอกชน 80 คน, นักศึกษามิตรประเทศ จำนวน 7 นาย จาก 7 ประเทศ

    พล.ท.ทักษิณ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้การศึกษาในวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร เป็นการศึกษาแบบบูรณาการมีการบรรยาย การถกแถลง การสัมมนาเชิงวิชาการ ที่ครอบคลุมทุกมิติทางด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม การเมือง การทหาร วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อมและพลังงาน ภายใต้ระยะเวลาการศึกษาที่ต่อเนื่อง 11 เดือน ซึ่งนักศึกษาได้ร่วมกันคิดวิเคราะห์และแลกเปลี่ยนเรียนรู้จนได้ข้อเสนอแนะเชิงยุทธศาสตร์ที่สอดคล้องกับสถานการณ์ด้านความมั่นคงและกำหนดการพัฒนาประเทศที่เปลี่ยนแปลงไป

    พล.ท.ทักษิณ กล่าวอีกว่า ส่วนข้อสรุปสำคัญที่ได้จากการศึกษาในปีนี้อยู่ภายใต้แนวคิดสปีดอัพไทย เร่งเครื่องประเทศไทยด้วย 3 พลังสำคัญ ได้แก่ Talent – Technology – Total Security เพื่อช่วยเสริมยุทธศาสตร์ชาติให้นำพาประเทศไทยประสบความมั่นคงมั่งคั่งและยั่งยืนต่อไป

    ด้าน พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ในโลกปัจจุบันที่เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและสลับซับซ้อนทั้งจากมิติทางเศรษฐกิจ การเมืองระหว่างประเทศ ความมั่นคงและเทคโนโลยีใหม่ๆ การบริหารจัดการประเทศจึงต้องประเชิญกับความท้าทายนานับประการ ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์ การแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจ ปัญหาเศรษฐกิจโลกและหนี้สาธารณะ ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิศาสตร์ ซึ่งล้วนแล้วแต่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประเทศ นอกจากนั้นการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่หรือบิ๊กดาต้า ไปจนถึงเทคโนโลยีชีวภาพได้ก่อให้เกิดทั้งโอกาสและความท้าทายใหม่ที่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น

    พล.อ.ณัฐพล กล่าวอีกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งภัยคุกคามรูปแบบใหม่ทั้งทางไซเบอร์ข่าวปลอมและสงครามข้อมูลข่าวสารที่ปรากฏการณ์เหล่านี้ยืนยันอย่างชัดเจนว่า ความมั่นคงในยุคปัจจุบันที่ในเอกสารยุทธศาสตร์ 20 ปี ใช้ชื่อเรียกว่าความมั่นคงแบบองค์รวม ไม่ได้ถูกจำกัดเพียงแค่มิติทางการทหารแต่ยังขยายขอบเขตไปสู่มิติทางเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม และมนุษย์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผลการศึกษาสปีดอัพไทยแลนด์ของนักศึกษาหลักสูตร วปอ.รุ่นที่ 67 ซึ่งได้นำเสนอกรอบความคิดเชิงยุทธศาสตร์ที่ตอบสนองต่อความท้าทายดังกล่าวอย่างรอบด้าน

    พล.อ.ณัฐพล กล่าวต่อว่า จึงมีความน่าสนใจอย่างยิ่งโดยหลักการ 3 T ที่เป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนได้ถูกวางให้ครอบคลุมทั้งมิติทางทุนมนุษย์ที่เป็นรากฐานสำคัญของการขับเคลื่อนประเทศให้ก้าวต่อไปอย่างต่อเนื่องและยังยืนมิติของเทคโนโลยี ซึ่งถือว่าเป็นเชื้อเพลิงหรือกลไกผลักดันหลักที่ทำให้การพัฒนาเปลี่ยนแปลงประเทศเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว และมิติของความมั่นคงแบบองค์รวมหรือ Total Security ซึ่งจัดเป็นเป้าหมายสำคัญสูงสุดของทุกประเทศที่ไม่แตกต่างกันในการเรียก

    พล.อ.ณัฐพล กล่าวอีกว่า ในการที่จะทำให้ประเทศชาติและประชาชนของตนเกิดความมั่นคงปลอดภัยอย่างรอบด้านมากที่สุด ข้อเสนอที่กล่าวถึงทั้งหมดในวันนี้ นับว่ามีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีของไทย และประเด็นสำคัญเร่งด่วนของประเทศที่รัฐบาลต้องนำไปดำเนินการเพื่อยกระดับประเทศไทยของเราให้เป็นประเทศพัฒนาแล้วภายในหนึ่งเจนเนอเรชั่นตามเป้าหมายของยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

    พล.อ.ณัฐพล กล่าวย้ำว่า ตนมีความคาดหวังอย่างยิ่งว่า ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเหล่านี้จะไม่หยุดอยู่บนเพียงหน้าบนหน้ากระดาษ แต่จะได้ถูกนำไปถ่ายทอดสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้ประเทศไทยสามารถรับมือกับความท้าทายในโลกยุคใหม่ได้อย่างมั่นคง และสามารถแข่งขันบนเวทีโลกได้อย่างยั่งยืนอันจะทำให้เราทุกคนบรรลุเป้าหมายสูงสุดของสปีดอัพไทยแลนด์ในการก้าวสู่การเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วด้วยคนที่มีศักยภาพสามารถใช้เทคโนโลยีสร้างคุณค่าสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคมพร้อมเสริมสร้างความมั่นคงของชาติในทุกมิติ ตามที่ได้ตั้งปณิธานร่วมกันไว้

    พล.อ.ณัฐพล กล่าวเพิ่มเติมว่า ท้ายที่สุดนี้ตนขอชื่นชมผลงานของนักศึกษาหลักสูตร วปอ.รุ่นที่ 67 ได้สร้างสรรค์ผลงานอันทรงคุณค่าชิ้นนี้ อันจะเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกภาคส่วนร่วมมือกันเดินหน้านำพาประเทศไทยสู่ความมั่นคงและยังยืนต่อไป

    – 006

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/916008&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3hhsRDH4xcuFT-y8FKCioU

  • แวลูร่า เอ็นเนอร์ยี่ (ประเทศไทย) ตอบแทนสังคม มอบทุน “โครงการทุนบูรณาการเพื่อเด็ก โรงเรียน

    แวลูร่า เอ็นเนอร์ยี่ (ประเทศไทย) ตอบแทนสังคม มอบทุน “โครงการทุนบูรณาการเพื่อเด็ก โรงเรียน

    แวลูร่า เอ็นเนอร์ยี่ (ประเทศไทย) ตอบแทนสังคม มอบทุน

    บริษัทแวลูร่า เอ็นเนอร์ยี่ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ บริษัทอาเวเนียร์ เอ็นเนอร์จี (ประเทศไทย) พีทีวาย แอลทีดี ภายใต้การประสานงานและดำเนินงานของมูลนิธิ EDF (มูลนิธิกองทุนการศึกษาเพื่อการพัฒนา) มอบทุนการศึกษาปีที่ 10 “โครงการทุนบูรณาการเพื่อเด็ก โรงเรียน และชุมชน” ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ แก่ลูกหลานชาวประมงและนักเรียนยากจนจาก 36 โรงเรียน จำนวน 150 คน ทุนสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพนักเรียนและโรงเรียน 15 โรงเรียน และทุนโครงการพัฒนาชุมชน 3 ชุมชน รวมมูลค่า 2,300,000 บาท (สองล้านสามแสนบาท)

    แวลูร่า เอ็นเนอร์ยี่ (ประเทศไทย) ตอบแทนสังคม มอบทุน

    ตลอดระยะเวลา 10 ปี บริษัทแวลูร่า เอ็นเนอร์ยี่ (ประเทศไทย) จำกัด ได้มอบทุนการทุนการศึกษาให้นักเรียนลูกหลานชาวประมงและนักเรียนยากจนในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ไปแล้ว 1,650 ทุน รวมทั้งสนับสนุนโครงการพัฒนาในโรงเรียน และโครงการพัฒนาชุมชน รวมทั้งหมด 163 โครงการ เช่น โครงการส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียงสู่การเรียนรู้ที่ยั่งยืน โครงการส่งเสริมทักษะอาชีพ โครงการการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากกล้วยเพื่อสร้างรายได้อย่างยั่งยืน โครงการผ้าสร้างสรรค์ สีสันธรรมชาติ โครงการความปลอดภัยในโรงเรียน โครงการพัฒนาทักษะอาชีพพื้นบ้าน โครงการแบ่งปันความรู้สู่โรงเรียนโครงการสร้างบ้านปลา (ซั้งเชือก) รักษ์สิ่งแวดล้อม เป็นต้น โดยมีผู้ได้รับผลประโยชน์ทั้งหมด 142,048 คน

    จากภาพ นางอภิชณันต์ ลิมธงชัย (ซ้าย) ผู้เชี่ยวชาญฝ่ายสื่อสารองค์กรและกิจการเพื่อสังคม บริษัท แวลูร่า เอ็นเนอร์ยี่ (ประเทศไทย) จำกัด ถ่ายภาพร่วมกับนายชัย ชาตรูปไพศาล (กลาง) รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาประจวบคีรีขันธ์ เขต 1 และนางเกษมศรี ยูเฟมิโย (ขวา) ผู้อำนวยการฝ่ายโครงการ มูลนิธิกองทุนการศึกษาเพื่อการพัฒนา (มูลนิธิ EDF) ในโอกาสมอบทุนการศึกษาปีที่ 10 “โครงการทุนบูรณาการเพื่อเด็ก โรงเรียน และชุมชน” แก่ลูกหลานชาวประมงและนักเรียนยากจน 150 ทุน ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทุนสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพนักเรียนและโรงเรียน 15 โรงเรียน และทุนโครงการพัฒนาชุมชน 3 ชุมชน รวมมูลค่า 2,300,000 บาท (สองล้านสามแสนบาท) ณ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาประจวบคีรีขันธ์ เขต 1


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/prg/12749713&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw07FQUzMvB6sr-B6Ah-91rG

  • แต่งตั้ง ‘พระครูโกศลปริยัตยานุกิจ’ เป็น ‘ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดหลวงพ่อโอภาสี’ | เดลินิวส์

    แต่งตั้ง ‘พระครูโกศลปริยัตยานุกิจ’ เป็น ‘ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดหลวงพ่อโอภาสี’ | เดลินิวส์

    แต่งตั้ง ‘พระครูโกศลปริยัตยานุกิจ’ เป็น ‘ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดหลวงพ่อโอภาสี’

    หลังจากที่ พระครูโอภาสวัชรานุกูล ถูกร้องเรียนเรื่องสีกา และเงินวัด ส่งผลให้เจ้าคณะแขวงทุ่งครุ มีคำสั่งพักจากหน้าที่ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดหลวงพ่อโอภาสี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5134879/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1JAxAcAf9aW_3rQMy_EUH-

  • ภาคประชาสังคมพบเครือข่ายสื่อมวลชน ผลักดันประชาธิปไตยฐานราก เพิ่มความเข้มแข็งโดยใช้พื้นที่เป็นฐาน

    ภาคประชาสังคมพบเครือข่ายสื่อมวลชน ผลักดันประชาธิปไตยฐานราก เพิ่มความเข้มแข็งโดยใช้พื้นที่เป็นฐาน

    วันนี้ (22 กันยายน) ที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ในงานสัมมนา Kick Off เครือข่ายสื่อเพื่อการเปลี่ยนแปลง เพื่อแลกเปลี่ยนระหว่างเครือข่ายสื่อมวลชน นักวิชาการ และภาคประชาสังคม เพื่อหารือแนวทางส่งเสริมประชาธิปไตยแบบฐานราก และพัฒนาการเขื่อมประสานกับสื่อมวลชน

    เมธา มาสขาว ผู้ประสานงานเครือข่ายสื่อเพื่อความเปลี่ยนแปลง กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการสัมมนา โดยระบุว่า จากแนวคิดการเสริมสร้างประชาธิปไตยฐานราก ซึ่งได้มีการศึกษาวิจัยเชิงปฏิบัติการ และเห็นผลสำเร็จในหลายพื้นที่ประเทศไทย นำมาสู่การพัฒนาภาคีเครือข่ายเพื่อผลักดันแนวคิดการกระจายอำนาจ จึงได้มีการจัดสัมมนาเพื่อสร้างภาคีเครือข่ายด้านสื่อมวลชน ที่ช่วยสื่อสารประเด็นให้ยึดโยงกับภาคประชาชนในแต่ละพื้นที่

    ศ.ดร. บรรเจิด สิงคะเนติ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) อภิปรายแนวคิด ‘ประชาธิปไตยฐานราก’ คือกระบวนการตัดสินใจนโยบายสาธารณะที่มาจากด้านล่าง เพราะทำนโยบายแต่โครงสร้างอย่างเดียวไม่พอ พร้อมชี้ว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 2558 โดย ศ.กิตติคุณ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ส่วนหนึ่งมีแนวคิดเรื่องสภาพลเมือง แต่เมื่อรัฐธรรมนูญฉบับนั้นล้มไป จึงต้องมาเสริมแนวคิดประชาธิปไตยฐานราก เพราะเป็นสิ่งจำเป็นของสังคมไทยเพื่อคู่ขนานกับประชาธิปไตยฐานบน

    ศ.ดร. บรรเจิดเสนอแนวคิดการบริหารจัดการภาครัฐใหม่ในลักษณะ ‘ภาคีหุ้นส่วนการพัฒนา’ เพื่อส่งเสริมให้ภาครัฐเผชิญปัญหาที่ท้าทายของสังคมได้ พร้อมทำให้ภาคประชาสังคมมีความเข้มแข็ง พร้อมดำเนินการร่วมกับภาครัฐ โดยมีการประสานงานเครือข่ายร่วมกับภาคีที่หลากหลายโดยใช้แต่ละพื้นที่เป็นฐาน 

    ทั้งนี้ กลไกในการดำเนินขับเคลื่อนประกอบไปด้วยภาคีเครือข่ายหลัก 7 กลุ่ม ได้แก่

    1. ภาคีเครือข่าย 7 ส. ประกอบด้วย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.), สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.), สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.), สสส., สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.), หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.), นิด้า
    1. โครงการวิจัยศักยภาพสูง
    1. สถาบันสานพลังประชาชน ตามแนวคิดว่าด้วยการสถาปนาอำนาจประชาชนตามวิถีทางประชาธิปไตย
    1. แผนงานสนับสนุนการพัฒนาระบบและกลไกจังหวัดจัดการตนเอง ซึ่งเป็นกลไกที่ สสส. ยกร่าง
    1. เครือข่ายวิชาการ
    1. เครือเยาวชน
    1. เครือข่ายสื่อ ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการ

    นอกจากนี้ ศ.ดร. บรรเจิดได้เสนอแนะแนวทางการเสริมความเข้มแข็งของภาคประชาสังคม เช่น ปรับหมวด ‘กระจายอำนาจ’ ในรัฐธรรมนูญจาก ‘การปกครองส่วนท้องถิ่น’ เป็น ‘การบริหารท้องถิ่น’ สนับสนุนให้มีกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนาองค์กรภาคประชาสังคม เพิ่มมาตรการในการส่งเสริมสนับองค์กรชุมชนหรือองค์กรภาคประชาสังคมให้มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการสนับสนุนมาตรการทางการเงิน

    รวมถึงให้องค์กรภาคีที่ทำงานสนับสนุนส่งเสริมภาคประชาสังคมในพื้นที่กำหนดเป้าหมายร่วมกันในการสร้างความเข้มแข็งของภาคประชาสังคม สร้างมาตรการและกลไกให้ราชการส่วนภูมิภาค องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และองค์กรชุมชนหรือภาคประชาสังคมในพื้นที่สามารถบริหารงานหรือดำเนินการในพื้นที่ได้กว้างขวางยิ่งขึ้น ตลอดจนออกระเบียบหรือกฎหมายเพื่อรองรับการจัดตั้ง ‘คณะกรรมการประสานภาคประชาสังคมระดับจังหวัด’

    จากนั้น ที่ประชุมสัมมนาได้เปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนแสดงความคิดเห็นจากตัวแทนองค์กรและฝ่ายต่างๆ เช่น องค์กรภาคประชาสังคม นักวิชาการ และสื่อมวลชน

    TAGS:  


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/democracy-media-network/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1wTPSdMsImXYTTlonj2JVH

  • แวลูร่า เอ็นเนอร์ยี่ (ประเทศไทย) มอบทุน “โครงการทุนบูรณาการเพื่อเด็ก โรงเรียน และชุมชน” ประจวบคีรีขันธ์ปีที่ 10 – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    แวลูร่า เอ็นเนอร์ยี่ (ประเทศไทย) มอบทุน “โครงการทุนบูรณาการเพื่อเด็ก โรงเรียน และชุมชน” ประจวบคีรีขันธ์ปีที่ 10 – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – บริษัทแวลูร่า เอ็นเนอร์ยี่ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ บริษัท อาเวเนียร์ เอ็นเนอร์จี (ประเทศไทย) พีทีวาย แอลทีดี ภายใต้การประสานงานและดำเนินงานของมูลนิธิ EDF (มูลนิธิกองทุนการศึกษาเพื่อการพัฒนา) มอบทุนการศึกษาปีที่ 10 “โครงการทุนบูรณาการเพื่อเด็ก โรงเรียน และชุมชน” ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ แก่ลูกหลานชาวประมงและนักเรียนยากจนจาก 36 โรงเรียน จำนวน 150 คน ทุนสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพนักเรียน และโรงเรียน 15 โรงเรียน และทุนโครงการพัฒนาชุมชน 3 ชุมชน รวมมูลค่า 2,300,000 บาท (สองล้านสามแสนบาท)

    ตลอดระยะเวลา 10 ปี บริษัทแวลูร่า เอ็นเนอร์ยี่ (ประเทศไทย) จำกัด ได้มอบทุนการทุนการศึกษาให้นักเรียนลูกหลานชาวประมงและนักเรียนยากจนในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ไปแล้ว 1,650 ทุน รวมทั้งสนับสนุนโครงการพัฒนาในโรงเรียน และโครงการพัฒนาชุมชน รวมทั้งหมด 163 โครงการ เช่น โครงการส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียงสู่การเรียนรู้ที่ยั่งยืน โครงการส่งเสริมทักษะอาชีพ โครงการการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากกล้วยเพื่อสร้างรายได้อย่างยั่งยืน โครงการผ้าสร้างสรรค์ สีสันธรรมชาติ โครงการความปลอดภัยในโรงเรียน โครงการพัฒนาทักษะอาชีพพื้นบ้าน โครงการแบ่งปันความรู้สู่โรงเรียนโครงการสร้างบ้านปลา (ซั้งเชือก) รักษ์สิ่งแวดล้อม เป็นต้น โดยมีผู้ได้รับผลประโยชน์ทั้งหมด 142,048 คน

    สำหรับมูลนิธิ EDF เป็นองค์กรสาธารณกุศลลำดับที่ 255 ของประเทศไทย ที่ดำเนินงานมาตั้งแต่ พ.ศ.2530 เป็นต้นมา โดยมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพการศึกษาและคุณภาพชีวิตของเยาวชนไทยที่ยากจน รวมทั้งร่วมกับองค์กรต่าง ๆ จัดกิจกรรมซีเอสอาร์พัฒนาโรงเรียน และชุมชน โดยหน่วยงานหรือผู้ที่สนใจทำกิจกรรมซีเอสอาร์ หรือมอบทุนการศึกษาให้นักเรียนที่ขาดแคลนสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ อีเมล public@edfthai.org โทรศัพท์
    02-579-9210-11 (จันทร์-ศุกร์ 09.00-16.30 น.) หรือ Line: @edfthai รวมทั้งติดตามกิจกรรมการดำเนินงานได้ที่เว็บไซต์ www.edfthai.org เฟสบุ๊กแฟนเพจ www.facebook.com/edfthai อินสตราแกรม
    https://www.instagram.com/edfthailand/ และ  https://www.instagram.com/edfthai.jp/
    และเอ็กซ์ https://x.com/EDFFoundation

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/09/22/580053/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2vAXNKadOB3PJqPDH-RcDY

  • ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการสอบข้อเขียนและมีสิทธิเข้ารับการสอบสัมภาษณ์และสอบสอน สังกัด คณะเทคโนโลยีดิจิทัล — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการสอบข้อเขียนและมีสิทธิเข้ารับการสอบสัมภาษณ์และสอบสอน สังกัด คณะเทคโนโลยีดิจิทัล — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา
    อาคาร ๖๐ พรรษา ราชสุดาสมภพ
    สำนักพระราชวัง สนามเสือป่า
    ถนนศรีอยุธยา เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300

    Chitralada Technology Institute
    Rajasudasambhava 60, Bureau of the Royal
    Household Sanam Sueapa, Sri Ayutthaya Rd., Dusit, Bangkok 10300

    ทุกวัน จันทร์-ศุกร์
    8.30 น. – 16.30 น.
    (ยกเว้น วันหยุดนักขัตฤกษ์)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdti.ac.th/content/115446/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2mfxV4er-nFaDGRS9t9XoB

  • วิจัยชี้กินราเม็งมากเกินไปอาจเผชิญความเสี่ยงด้านสุขภาพสูงขึ้น

    วิจัยชี้กินราเม็งมากเกินไปอาจเผชิญความเสี่ยงด้านสุขภาพสูงขึ้น

    ราเม็งเป็นอาหารยอดฮิตเมนูหนึ่งในญี่ปุ่น แต่นักวิจัยที่ค้นคว้าเกี่ยวกับอาหารจานนี้พบว่า การกินราเม็ง 3 ครั้งต่อสัปดาห์หรือมากกว่านั้น อาจมีความเสี่ยงต่อสุขภาพ

    การศึกษาที่ดำเนินการโดยมหาวิทยาลัยในจังหวัดยามากาตะทางตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีการบริโภคราเม็งสูงที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่นพบว่า ผู้ที่รับประทานราเม็งบ่อยครั้งมีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตมากกว่าผู้ที่รับประทานเพียงสัปดาห์ละครั้งหรือสองครั้งถึง 1.5 เท่า

    อย่างไรก็ดี นักวิจัยเน้นย้ำว่า ผลการวิจัยดังกล่าวยังไม่มีหลักฐานทางสถิติที่มากพอที่จะสรุปได้ว่าราเม็งเป็นอันตรายอย่างชัดเจน โดยระบุว่า จำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อยืนยันความเชื่อมโยงระหว่างพฤติกรรมการกินราเม็งมากเกินไปกับผลลัพธ์ด้านสุขภาพ

    กรณีนี้กลับคลุมเครือมากขึ้นเมื่อทีมวิจัยพบว่า ผู้ที่รับประทานราเม็งน้อยกว่าเดือนละครั้งมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตสูงขึ้นเล็กน้อย

    นี่อาจฟังดูเหมือนว่าการเดินทางสายกลาง รับประทานแต่พอประมาณก็ส่งผลเสีย แต่บรรดานักวิจัยตั้งข้อสังเกตว่าสิ่งนี้สะท้อนถึงบางสิ่งบางอย่าง

    ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพอยู่แล้ว เช่น ความดันโลหิตสูง หรือเบาหวาน อาจจะหลีกเลี่ยงการรับประทานราเม็งเพื่อปฏิบัติตามคำสั่งแพทย์อยู่แล้ว

    การศึกษาครั้งนี้ติดตามผู้ที่อาศัยอยู่ในจังหวัดยามากาตะที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไปจำนวน 6,725 คน เป็นเวลาประมาณ 4 ปีครึ่ง โดยแบ่งกลุ่มผู้เข้าร่วมตามความถี่ในการรับประทานราเม็ง จากน้อยกว่าเดือนละครั้งไปจนถึง 3 ครั้งขึ้นไปต่อสัปดาห์ และปรับค่าสถิติเพื่อนำปัจจัยด้านสุขภาพและไลฟ์สไตล์อื่นๆ มาร่วมพิจารณาด้วย

    ปรากฏว่า กลุ่มที่เสี่ยงเสียชีวิตน้อยที่สุดคือ กลุ่มที่รับประทานราเม็งสัปดาห์ละครั้งหรือสองครั้ง ขณะที่บางกลุ่มพบความเสี่ยงเพิ่มขึ้น ผู้ที่อายุต่ำกว่า 70 ปีและรับประทานราเม็งสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง มีความเสี่ยงเสียชีวิตสูงกว่าผู้ที่รับประทานสัปดาห์ละครั้งหรือสองครั้งถึง 2 เท่า

    ผู้ที่รับประทานราเม็งเป็นประจำที่ดื่มแอลกอฮอล์ด้วยมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเป็น 2.7 เท่า

    สึเนโอะ คนตะ ศาสตราจารย์คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ของมหาวิทยาลัยยามากาตะเผยว่า “การศึกษานี้ไม่ได้หมายความว่าการรับประทานราเม็งเป็นอันตราย” และแนะนำว่าให้หลีกเลี่ยงการซดน้ำซุปจนหมดชามและรับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน

    Photo by Shutterstock

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/world/ramen-lovers-may-face-higher-health-risks-study-suggests&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1o_dSRbJCmzI6pyKfGk8Xh

  • เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เปิดตัวห้องปฏิบัติการพาวเวอร์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมและพัฒนาทักษะแห่งอนาคต – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เปิดตัวห้องปฏิบัติการพาวเวอร์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมและพัฒนาทักษะแห่งอนาคต – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – กรุงเทพฯ  22 กันยายน พ.ศ. 2568 บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้นำระดับโลกด้านการจัดการพลังงานและผู้ให้บริการโซลูชันสีเขียวอัจฉริยะ ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีเพื่อเปิดตัวห้องปฏิบัติการพาวเวอร์อิเล็กทรอนิกส์ของเดลต้า ณ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี โดยนับเป็นห้องปฏิบัติการพาวเวอร์อิเล็กทรอนิกส์แห่งที่ 6 ที่เดลต้าได้ร่วมก่อตั้งในสถาบันการศึกษาของประเทศไทย สะท้อนถึงพันธกิจเดลต้าในการเชื่อมโลกวิชาการเข้ากับการทำงานจริงในอุตสาหกรรม พร้อมเสริมสร้างทักษะสำหรับอนาคตให้แก่วิศวกรรุ่นใหม่

    นายวิคเตอร์ เจิ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การเปิดห้องปฏิบัติการแห่งใหม่นี้ มีเป้าหมายมากกว่าแค่การจัดหาอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็น แต่เป็นการเสริมสร้างโอกาสให้วิศวกรไทยรุ่นใหม่สามารถเชื่อมทฤษฎีกับการทำงานจริงได้ การเปิดโอกาสให้เยาวชนที่มีความสามารถได้เข้าถึงเทคโนโลยีอันทันสมัยจะช่วยบ่มเพาะให้พวกเขามีทักษะทางเทคนิคควบคู่ไปกับทักษะการปรับตัวและการแก้ไขปัญหา ซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการอย่างมากในอุตสาหกรรมต่าง ๆ นอกจากนี้ การผสมผสานความรู้ความสามารถในทักษะทั้งสองด้าน จะช่วยเตรียมความพร้อมให้เยาวชนเข้ามาเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนและนำพาอุตสาหกรรมไทยไปสู่อนาคต ซึ่งจะส่งผลดีต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาวอีกด้วย”

    โครงการห้องปฏิบัติการพาวเวอร์อิเล็กทรอนิกส์ของเดลต้า มีเป้าหมายในการสร้างห้องปฏิบัติการพาวเวอร์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีมาตรฐานระดับโลกให้กับสถาบันการศึกษาด้านวิศวกรรมชั้นนำของไทย โดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายมหาวิทยาลัยพันธมิตรของเราที่กำลังเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งได้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยบูรพา เพื่อร่วมกันมอบโอกาสให้นักศึกษาทั่วประเทศสามารถเข้าถึงสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ทันสมัย ซึ่งช่วยส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมและเสริมสร้างทักษะการปฏิบัติงานในอุตสาหกรรม

    ในระหว่างพิธีเปิด ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มณฑิรา นพรัตน์ ได้ร่วมแสดงความขอบคุณต่อการสนับสนุนของเดลต้า พร้อมกล่าวว่า “ในนามของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ดิฉันขอขอบคุณบริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) สำหรับวิสัยทัศน์และความเอื้อเฟื้อในการจัดตั้งห้องปฏิบัติการพาวเวอร์อิเล็กทรอนิกส์แห่งนี้ ซึ่งจะช่วยให้นักศึกษาของเราสามารถเปลี่ยนความรู้ในห้องเรียนมาเป็นนวัตกรรมที่สร้างประโยชน์ได้จริง พร้อมทั้งเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์ ทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ และความมั่นใจในตนเอง เราเชื่อว่าความร่วมมือครั้งนี้จะยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับบัณฑิตของเรา และเตรียมพร้อมให้พวกเขาก้าวหน้าต่อไปทั้งในระดับประเทศไทยและบนเวทีโลก”

    เดลต้า ในฐานะผู้นำระดับโลกด้านการจัดการพลังงานและการระบายความร้อน เล็งเห็นว่าห้องปฏิบัติการพาวเวอร์อิเล็กทรอนิกส์เป็นการลงทุนด้านการศึกษาและนวัตกรรมที่สำคัญยิ่ง บริษัทฯ จึงริเริ่มการสนับสนุนทั้งการวิจัยและการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติ ผ่านการมอบเครื่องมือและเทคโนโลยีขั้นสูงให้แก่นักศึกษาวิศวกรรมทั่วประเทศ ซึ่งเป็นภาพสะท้อนความมุ่งมั่นอย่างไม่ลดละของเดลต้าในการส่งเสริมความยั่งยืน การเรียนรู้ที่มีคุณค่า และการพัฒนาบุคลากรวิศวกรรมรุ่นใหม่ที่พร้อมสำหรับอนาคต ผ่านการเชื่อมโยงทฤษฎีเข้ากับการปฏิบัติงานจริงอย่างมีประสิทธิภาพ

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/09/22/580018/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2jUv0VqbBja15RUO7INdQs

  • สกสค.จังหวัดกาฬสินธุ์เดินหน้าเพิ่มสวัสดิการ สวัสดิภาพ สิทธิประโยชน์ให้แก่ครู-บุคลากรทางการศึกษา

    สกสค.จังหวัดกาฬสินธุ์เดินหน้าเพิ่มสวัสดิการ สวัสดิภาพ สิทธิประโยชน์ให้แก่ครู-บุคลากรทางการศึกษา

    วันจันทร์ ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2568, 11.01 น.

    ที่ห้องประชุมพระพฤหัสบดี สำนักงาน สกสค. จังหวัดกาฬสินธุ์ ว่าที่ร้อยตรีสุรสิทธิ์  ถิตย์สมบูรณ์  ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 1 กรรมการ สกสค. จังหวัดกาฬสินธุ์  รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงาน สกสค. จังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมด้วยเจ้าของกิจการ และผู้จัดการร้านค้าต่างๆ 23 แห่ง ร่วมกันแถลงข่าวและลงนามบันทึกข้อตกลง โครงการเพิ่มสวัสดิการ สวัสดิภาพ และสิทธิประโยชน์ให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษา

    เพื่อการดำรงชีพ กิจกรรม การจัดสวัสดิการส่วนลดค่าครองชีพให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษา ตามแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ ประจำปี พ.ศ. 2568 พร้อมทั้งมอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียน และนักศึกษา โดยมีคณะกรรมการ สกสค. จังหวัดกาฬสินธุ์  นายชัชวาล อาราษฎร์ ผอ.สพป.กาฬสินธุ์ เขต 2  นายภมร หลอดแพง ผอ.สพป.กส.เขต 3 นางพรทิพย์พา คาวีวงศ์ ผอ.สกร.จังหวัดกาฬสินธุ์ นายประดิษฐ์  ญาณประเสริฐ ผอ.อาชีวศึกษา จ.กาฬสินธุ์  นางกฤษณา บุตรพรม ประธานการศึกษาเอกชนจ.กาฬสินธุ์ นายสมชัย  ชูศรีนาค ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ผู้แทนศึกษาธิการจ.กาฬสินธุ์ ผู้แทน ผอ. สพม.กาฬสินธุ์ เจ้าของกิจการ ผู้จัดการร้านค้าเข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพียง

    ว่าที่ร้อยตรีสุรสิทธิ์  กล่าวว่า สํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เป็นหน่วยงานที่ จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 ซึ่งมีวัตถุประสงค์ ให้ดำเนินภารกิจด้านส่งเสริมสวัสดิการ สวัสดิภาพ สิทธิประโยชน์เกื้อกูลอื่น ให้กับครู และบุคลากรทางการศึกษา

    ดังนั้น สกสค.จังหวัดกาฬสินธุ์ จึงได้ดำเนินโครงการเพิ่มสวัสดิการ สวัสดิภาพ และสิทธิประโยชน์ให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อการดำรงชีพ กิจกรรมการจัดสวัสดิการส่วนลดค่าครองชีพให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษา ตามแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงประมาณ ประจำปี พ.ศ. 2568

    โดยกำหนดให้ส่งเสริมสนับสนับสนุนสวัสดิการร้านค้าฯ ในระดับจังหวัด มีความเชื่อมโยงการบูรณาการทำงาน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน โดยการประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายในระดับจังหวัด พร้อมทั้งประสานงานกับร้านค้าใน จ.กาฬสินธุ์ และร่วมกันลงนามในบันทึกข้อตกลง (MOU) ภายใต้โครงการดังกล่าว

    ทั้งนี้มีร้านค้าเข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 28 ร้านค้า ประกอบด้วย 1.ร้านแพรวาแม่เนื่อง สาขา 1 ผ้าไหมแพรวา สินค้าพื้นเมือง, 2.ร้านมนตราธิกาญจน์ ผ้าไหม ผ้าฝ้าย เสื้อผ้า สินค้าพื้นเมืองฯ, 3.โรงแรมทอง ทิน ธัช เรสซิเดนซ์วิว ห้องพัก, 4.โรงแรมชาร์ ลอง บูทรีค ห้องพัก ห้องประชุม, 5.ร้านดอกไม้ใบบุญ ดอกไม้สด พวงหรีด, 6.ห้างทองตั้งตกเซ้ ทองแท่ง ทองรูปพรรณ,

     7.ร้านแว่นตากาฬสินธุ์ แว่นกันแดด แว่นสายตา, 8.ร้านแว่นกิจเจริญแว่นกันแดด แว่นสายตา, 9.หจก.แอดไซน์คอมพิวเตอร์ แอนด์ โอเอ เครื่องคอมพิวเตอร์และกล้องวงจรปิด, 10.ร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ดชูชาติ, 11.ร้านก๋วยเตี๋ยวเหลียวสวน สาขา 8, 12.ร้านบ้านเพลงกาฬสินธุ์ อาหารและเครื่องดื่ม, 13.ร้านSwin bar อาหารและเครื่องดื่ม, 14.ร้านโฮมก็อบปี้ ถ่ายเอกสาร เข้าเล่ม,

    15,ร้านทุ่งศรีเมืองใหม่ตรวจสภาพรถ สถานที่ตรวจสภาพรถเอกชน จำหน่าย พ.ร.บ., 16.ร้านขวัญเอย ร้านอาหาร, 17.เขียวเซอร์วิส แอร์รถยนต์ ไดนาโม แบตเตอรี่รถยนต์, 18.ร้านณัฐพลเครื่องหมาย ชุดข้าราชการ เครื่องหมายข้าราชการ, 19.ร้านบึงบัวกุ้งเผา ร้านอาหาร, 20.ร้านเรือนชมพู สาขากาฬสินธุ์ ร้านอาหาร, 21.ร้านบ้านหลวงกาฬสินธุ์ จำหน่ายเสื้อผ้า เครื่องแบบข้าราชการ, 22.หจก.ตระกูลเล็กไทร์ 2004 ซ่อมและจำหน่ายยางรถยนต์ เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง และ 23.ร้านสูทวีนัส ตัดเสื้อผ้า สูทสากล

    ด้านนายวุฒิศักดิ์  ปรีจำรัส กรรมการและเลขานุการผู้รับผิดชอบโครงการ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักงาน สกสค.จังหวัดกาฬสินธุ์ มีแผนงานดำเนินการประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายร้านค้าผู้ประกอบการภายในจังหวัด โดยมีเป้าหมาย จำนวนร้านค้าให้บริการเพิ่มมากขึ้นไม่ต่ำกว่า 50 ร้านค้า เพื่อเพิ่มสวัสดิการ สวัสดิภาพ และสิทธิประโยชน์ให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/447317&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0qaMSX-StyeMDuMr3tKU3O

  • สกสค.กาฬสินธุ์ ลงนามโครงการเพิ่มสวัสดิการ-สวัสดิภาพแก่ครู-บุคลากรการศึกษา

    สกสค.กาฬสินธุ์ ลงนามโครงการเพิ่มสวัสดิการ-สวัสดิภาพแก่ครู-บุคลากรการศึกษา

    สกสค.กาฬสินธุ์ ลงนามโครงการเพิ่มสวัสดิการ-สวัสดิภาพแก่ครู-บุคลากรการศึกษา

    เผยแพร่:   ปรับปรุง:

    ว่าที่ร้อยตรีสุรสิทธิ์ ถิตย์สมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 1 กรรมการ สกสค. จังหวัดกาฬสินธุ์ รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงาน สกสค. จังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมด้วยเจ้าของกิจการ และผู้จัดการร้านค้าต่างๆ 23 แห่ง ร่วมกันแถลงข่าวและลงนามบันทึกข้อตกลง โครงการเพิ่มสวัสดิการ สวัสดิภาพ และสิทธิประโยชน์ให้แก่ครู และบุคลากรทางการศึกษา เพื่อการดำรงชีพ กิจกรรม การจัดสวัสดิการส่วนลดค่าครองชีพให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษา ตามแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ ประจำปี พ.ศ. 2568 พร้อมทั้งมอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียน และนักศึกษา โดยมีคณะกรรมการ สกสค. จังหวัดกาฬสินธุ์ นายชัชวาล อาราษฎร์ ผอ.สพป.กาฬสินธุ์ เขต 2 นายภมร หลอดแพง ผอ.สพป.กส.เขต 3 นางพรทิพย์พา คาวีวงศ์ ผอ.สกร.จังหวัดกาฬสินธุ์ นายประดิษฐ์ ญาณประเสริฐ ผอ.อาชีวศึกษา จ.กาฬสินธุ์ นางกฤษณา บุตรพรม ประธานการศึกษาเอกชนจ.กาฬสินธุ์ นายสมชัย ชูศรีนาค ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ผู้แทนศึกษาธิการจ.กาฬสินธุ์ ผู้แทน ผอ. สพม.กาฬสินธุ์ เจ้าของกิจการ ผู้จัดการร้านค้าเข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพียง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news1live.com/detail/9680000090573&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0sQyUwQDWSMORs3yzSQA65