Category: วัฒนธรรม

  • นิด้าโพล ชี้ คนไทยมึน! บัตรเลือกตั้ง 4 ใบ 6 คำถาม เสียงก้ำกึ่งให้จัดรวมวันเดียว : อินโฟเควสท์

    นิด้าโพล ชี้ คนไทยมึน! บัตรเลือกตั้ง 4 ใบ 6 คำถาม เสียงก้ำกึ่งให้จัดรวมวันเดียว : อินโฟเควสท์

    ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “บัตรลงคะแนน 4 ใบ 6 คำถาม จะไหวไหม”

    1. ความสับสนเกี่ยวกับบัตรลงคะแนน 4 ใบ รวม 6 คำถาม (บัตรเลือก สส. ระบบเขตเลือกตั้ง 1 ใบ; บัตรเลือก สส. ระบบบัญชีรายชื่อ 1 ใบ; บัตรลงคะแนนประชามติเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 1 ใบ 2 ข้อ; บัตรลงคะแนนประชามติเรื่องการยกเลิก MOU 43 และ MOU 44 1 ใบ 2 ข้อ) ในการเลือกตั้งครั้งหน้าของประชาชนทั่วไป พบว่า

    • 48.55% ระบุว่า สับสนมาก
    • 30.61% ระบุว่า ค่อนข้างสับสน
    • 11.99% ระบุว่า ไม่สับสนเลย
    • 8.85% ระบุว่า ไม่ค่อยสับสน

    2. ด้านความสับสนเกี่ยวกับบัตรลงคะแนน 4 ใบ รวม 6 คำถาม ในการเลือกตั้งครั้งหน้าของตนเอง พบว่า

    • 34.73% ระบุว่า ไม่สับสนเลย
    • 26.80% ระบุว่า สับสนมาก
    • 23.36% ระบุว่า ค่อนข้างสับสน
    • 15.11% ระบุว่า ไม่ค่อยสับสน

    3. สำหรับความเพียงพอของระยะเวลา 4 เดือน ภายใต้รัฐบาลนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ในการเตรียมความพร้อมเลือกตั้งและสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รวมถึงการยกเลิก MOU 43 และ MOU 44 พบว่า

    • 30.23% ระบุว่า ไม่เพียงพอเลย
    • 24.43% ระบุว่า เพียงพอแน่นอน
    • 22.14% ระบุว่า ค่อนข้างเพียงพอ
    • 20.53% ระบุว่า ไม่ค่อยเพียงพอ

    4. เมื่อถามความคิดเห็นของประชาชนต่อการจัดให้มีการเลือกตั้ง สส. การทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการทำประชามติยกเลิก MOU 43 และ MOU 44 ในวันเดียวกัน พบว่า

    • 49.16% ระบุว่า เห็นด้วยที่จะมีการดำเนินการทั้งหมดในวันเดียวกัน
    • 26.11% ระบุว่า ควรแยกการดำเนินทั้ง 3 เรื่อง เป็นคนละวันกัน
    • 12.60 %ระบุว่า ควรแยกเฉพาะการลงคะแนนเลือกตั้ง สส. ออกไปอีกวัน
    • ส่วนอีก 5.42% ระบุว่า ควรแยกเฉพาะการทำประชามติเรื่องการยกเลิก MOU 43 และ MOU 44 ออกไปอีกวัน
    • 3.89% ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
    • 2.82% ระบุว่า ควรแยกเฉพาะการทำประชามติเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ออกไปอีกวัน

    ทั้งนี้ ผลสำรวจดังกล่าวมาจากความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 7-9 ตุลาคม 2568

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (12 ต.ค. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/536656&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3HNW5HD6QrBK9ogDtr3qHT

  • กทม. ล้อมวงคุย “พัก(ความ)ร้อน” ชวนคนกรุงตื่นรู้ภัยโลกรวน — ผนึกพลัง 4 ภาคส่วนสู้วิกฤตภูมิอากาศ

    กทม. ล้อมวงคุย “พัก(ความ)ร้อน” ชวนคนกรุงตื่นรู้ภัยโลกรวน — ผนึกพลัง 4 ภาคส่วนสู้วิกฤตภูมิอากาศ

    รองปลัดฯ กทม. ชี้โลกรวนกระทบคนเมืองทั้ง “ร้อน-น้ำท่วม-ฝุ่นพิษ” เดินหน้ารับมือด้วยเทคโนโลยีสีเขียวและความร่วมมือ 4P – Public, Private, People, Partnership ขับเคลื่อนกรุงเทพฯ สู่เมืองยั่งยืนในยุค Climate Crisis พร้อมย้ำ “ทุกคนคือพลังร่วมลดก๊าซเรือนกระจก เพื่ออนาคตของคนกรุง”

    (11 ต.ค. 68) เวลา 17.45 น. พญ. เลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง รองปลัดกรุงเทพมหานคร ร่วมเสวนาถึงผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อกรุงเทพมหานครและคนกรุงเทพเป็นอย่างไร ในงาน UNDP AT BANGKOK CLIMATE ACTION WEEK ล้อมวงคุยพัก(ความ)ร้อน ด้วยเรื่องที่อยากเล่าให้ดู

    รองปลัดฯ เลิศลักษณ์ กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นหมอ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของคนไข้ที่มารักษาที่โรงพยาบาลด้วยโรคฮีทสโตรกมากยิ่งขึ้น คลื่นความร้อนที่เพิ่มสูงขึ้นยิ่งเพิ่มจำนวนผู้ป่วยโรคนี้มากตามไปด้วย นี่คือความเปลี่ยนแปลงหนึ่งของสภาพภูมิอากาศที่เห็นได้ชัด นอกจากเรื่องของความร้อนแล้ว อีกเรื่องที่ชาวกรุงอย่างเราหนีไม่พ้นคือเรื่องของน้ำ ปัจจุบันผลกระทบจากสภาวะโลกรวนเราเจอทั้งฝนตกหนัก ในลักษณะของ Rain bomb ถี่มากขึ้น ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมบ่อยขึ้น หรือปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่ง ในหลายพื้นที่ ล้วนแล้วแต่เป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นในเชิงประจักษ์ทั้งสิ้น

    อย่างไรก็ตาม กรุงเทพมหานครรับมือผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ 1. การประสานความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 2. การใช้เทคโนโลยีเพื่อจัดการเมืองอย่างยั่งยืน 3. การจัดทำแผนและมาตรการ สำหรับด้านการประสานความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนงานด้านการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยให้ความสำคัญกับ “ความร่วมมือ” ทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ

    ตัวอย่างที่ กรุงเทพมหานครนำเทคโนโลยีเข้ามาร่วมในการจัดการเมืองอย่างยั่งยืน เช่น เรดาร์น้ำฝน แบบ near real time การใช้ดาวเทียมเพื่อตรวจจับจุดความร้อน การตรวจวัดค่าฝุ่น PM2.5 และการคาดการณ์ปริมาณฝุ่น ระบบ Cell Broadcast การนำ AI เพื่อบริหารไฟจราจร Traffy Fondue รวมทั้งโครงการต่าง ๆ ของกรุงเทพมหานคร ทั้งการเพิ่มพื้นที่สีเขียวของสวน 15 นาที ในแต่ละพื้นที่ทั้ง 50 เขต นโยบายของผู้ว่าฯ ชัชชาติในการปลูกต้นไม้ 1 ล้านต้น ซึ่งขณะนี้สามารถปลูกต้นไม้ได้มากกว่า 2 ล้านต้นแล้ว สิ่งเหล่านี้จะช่วยเป็นพื้นที่สีเขียวสำหรับทุกคน และเป็นห้องเรียนธรรมชาติที่ส่งเสริมการเรียนรู้และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โครงการเหล่านี้ยังถือเป็นตัวอย่างที่ดีของ co-benefit เพราะนอกจากช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวและความหลากหลายทางชีวภาพแล้ว ยังทำหน้าที่เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่ช่วยรองรับน้ำในช่วงฤดูฝน ลดความเสี่ยงจากน้ำท่วม และช่วยบรรเทาปัญหาความร้อนในเขตเมืองได้อีกด้วย รองปลัดฯ เลิศลักษณ์ กล่าวเสริม

    ทั้งนี้ ความสำเร็จในการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน และความพร้อมในการรับมือต่อสภาวะโลกรวน หรือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รองปลัดฯ เลิศลักษณ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า กรุงเทพมหานครใช้แนวคิด 4P ได้แก่ Public Private People และ Partnership กล่าวคือ ความร่วมมือจากภาคีเครือข่าย ทั้งหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ประชาชน รวมถึงองค์กรระหว่างประเทศ โดยจะเน้นการดำเนินการเพื่อช่วยกันขับเคลื่อนลดก๊าชเรือนกระจกให้เป็นไปตามแผนแม่บทฯ โดยไม่ต้องรอพึ่งงบประมาณของกรุงเทพมหานครเพียงอย่างเดียว โดยประสานและบูรณาการการทำงานร่วมกับหลายหน่วยงานภาคีเครือข่ายอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

    ในการนี้ นางรสริน อมรพิทักษ์พันธุ์ ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาแนวทางและศักยภาพในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพพูมิอากาศ นายกฤษฎา บุญชัย ผู้ประสานงานเครือข่าย Thai Climate Justice for All (TCJA) น.ส. เขมอัปสร สิริสุขะ ผู้ก่อตั้งแบรนด์สิริไท น.ส. นันท์นภัส พงศ์วิฑูรย์ หัวหน้าทีม Communication Engagement เครือข่ายเยาวชนระดับโลก เพื่อความหลากหลายทางชีวภาพประจำประเทศไทย (GYBN Thailand) และนายเศรษฐ์ อัลยุฟรี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี ร่วมเสวนา ณ พิพิธภัณฑ์ตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/248443&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Fkk5oidooc2C5my_dmVyd

  • ลิลลี่ ได้หมดถ้าสดชื่น ถอยรถหรูเป็นของขวัญวันเกิดตัวเอง เจนนี่ โอน 1 แสน รับขวัญรถคันใหม่น้องสาว

    ลิลลี่ ได้หมดถ้าสดชื่น ถอยรถหรูเป็นของขวัญวันเกิดตัวเอง เจนนี่ โอน 1 แสน รับขวัญรถคันใหม่น้องสาว

    v.prd:0.0.141

    ขนาดตัวอักษร

    ก

    ก

    ก

    ความตัดกันของสี

    c

    c

    c

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://nineentertain.mcot.net/nineentertain/th/news/list/127534&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2EDzgp88wpSFHbMLImLYur

  • จีนยืนยันการเก็บ “ค่าธรรมเนียมพิเศษ” จากเรือสหรัฐที่เข้าเทียบท่า | เดลินิวส์

    จีนยืนยันการเก็บ “ค่าธรรมเนียมพิเศษ” จากเรือสหรัฐที่เข้าเทียบท่า | เดลินิวส์

    จีนยืนยันการเก็บ “ค่าธรรมเนียมพิเศษ” จากเรือสหรัฐที่เข้าเทียบท่า

    กระทรวงคมนาคมของจีนประกาศ แผนการจัดเก็บค่าธรรมเนียมพิเศษจากเรือที่เป็นของ หรือบริหารงานโดยบริษัทผู้ประกอบการ องค์กร และบุคคลของสหรัฐ ตั้งแต่วันที่ 14 ต.ค. นี้ เพื่อตอบโต้กรณีสหรัฐจัดเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมจากเรือของจีน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5194485/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1nKGRU9ACAuaMUQ6EREPeM

  • 9 จังหวัด ‘ขาดแคลนแพทย์’ ที่สุดในไทย  สธ.ชง 6 แนวทางจัดสรรแพทย์ใช้ทุนปี 69

    9 จังหวัด ‘ขาดแคลนแพทย์’ ที่สุดในไทย สธ.ชง 6 แนวทางจัดสรรแพทย์ใช้ทุนปี 69

    สาธารณสุข

    11 ต.ค. 2025 เวลา 10:30 น.

    ปลัดสธ.เผยสถานการณ์มีแพทย์ปฏิบัติงานจริงเพียง 72% ของกรอบอัตรากำลัง แนวโน้มแพทย์ลาออกเพิ่มขึ้น มี 9 จังหวัดขาดแคลนแพทย์สุด ชง 6 แนวทางจัดสรรแพทย์ใช้ทุนปี69

    นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า จากการเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการแพทยสภา ครั้งที่ 10/2568 ได้นำเสนอที่ประชุมถึงสถานการณ์และแนวทางการจัดสรรแพทย์ผู้ทำสัญญาชดใช้ทุนของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้เกิดความเข้าใจและหาทางออกร่วมกันในการกระจายแพทย์ลดปัญหาขาดแคลนในบางพื้นที่

    ขณะนี้ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขมีแพทย์ปฏิบัติงานจริง 25,490 คน หรือ 72% ของกรอบอัตรากำลังแพทย์ปี 2565-2569 ที่มี 35,578 อัตรา

    เขตสุขภาพที่ 2, 4 และ 8 มีแพทย์ปฏิบัติงานจริงเพียง 61%, 63% และ 66% ตามลำดับ และมี 10 จังหวัด ที่มีแพทย์ปฏิบัติงานจริงน้อยกว่า 60% ได้แก่

    • บึงกาฬ 44%
    • สระแก้ว 48%
    • เลย 54%
    • อ่างทอง, แม่ฮ่องสอน 55%
    • ตาก, เพชรบูรณ์, ปทุมธานี 58%
    • ระนองและน่าน 59%
    • หากเทียบสัดส่วนแพทย์ต่อประชากร จังหวัดที่ขาดแคลนแพทย์มากที่สุด คือ บึงกาฬ สมุทรปราการ หนองบัวลำภู นครพนม นนทบุรี สระแก้ว เลย ชัยภูมิ และแม่ฮ่องสอน ขณะที่แนวโน้มแพทย์ลาออกเพิ่มขึ้นจาก 789 คน ในปีงบประมาณ 2563 เป็น 1,201 คน ในปีงบประมาณ 2567 

    นพ.สมฤกษ์กล่าวต่อว่า สำหรับปัญหาในการจัดสรรพื้นที่ปฏิบัติงานของแพทย์ผู้ทำสัญญาฯ ในปี 2568 พบว่า เมื่อจัดสรรให้เขตสุขภาพที่ 8 และ 10 เต็มศักยภาพ ทำให้บางเขตสุขภาพ เช่น เขตสุขภาพที่ 4, 5 และ 6 ได้รับแพทย์ไปฝึกเพิ่มพูนทักษะปีที่ 1 ไม่เพียงพอ จึงต้องจัดสรรทดแทนด้วยแพทย์ที่ไม่ใช่ทุนรัฐบาลและแพทย์นอกสังกัด (ฝากฝึก)
    รวมถึง มีแพทย์ผู้ทำสัญญาฯ ที่ผ่านการคัดเลือกและได้จัดสรรโควตาแล้ว แต่คุณสมบัติไม่ครบถ้วนจํานวนมาก ทําให้โควตาในบางเขตสุขภาพลดลงในรอบจัดสรรปกติ ต้องจัดสรรทดแทนในรอบพิเศษและหลังรอบพิเศษ ดังนั้น จึงมีข้อเสนอแนวทางการจัดสรรแพทย์ใช้ทุนปีงบประมาณ 2569 คือ

    1.ปรับการจัดสรรให้พื้นที่ขาดแคลนเป็นอันดับแรก โดยมองภาพรวมเป็นระดับจังหวัด

    2.ปรับระเบียบการจัดสรรทุน เช่น ทุนโครงการผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนบท (CPIRD) / โครงการกระจายแทพย์หนึ่งอำเภอหนึ่งทุน (ODOD) สามารถข้ามเขตหรือจังหวัดไปยังจังหวัดที่ขาดแคลนแพทย์ได้ หรือปรับกฎระเบียบการชดใช้ทุน

    3. ใช้หลักการ One Province/One Region One Hospital จัดสรรอัตรากำลังแพทย์ในภาพรวม แพทย์ทั่วไปหรือเฉพาะทางสามารถย้ายข้ามอำเภอหรือจังหวัดมาช่วยเหลือในพื้นที่ขาดแคลน

    9 จังหวัด 'ขาดแคลนแพทย์' ที่สุดในไทย  สธ.ชง 6 แนวทางจัดสรรแพทย์ใช้ทุนปี 69

    4.สนับสนุนเรื่องค่าตอบแทน/ความก้าวหน้าขั้นพิเศษ โดยเน้นพิจารณาภาระงานและผลจากการทำงาน ให้พื้นที่ขาดแคลนแพทย์และมีภาระงานมากได้รับค่าตอบแทนเพิ่มเป็นกรณีพิเศษ

    5.สร้างแรงจูงใจเข้ารับการศึกษาต่อแพทย์เฉพาะทางในพื้นที่ขาดแคลนแพทย์เป็นกรณีพิเศษ เช่น การศึกษาต่อที่ใช้ระยะเวลาชดใช้ทุนสั้นลง หรือมีคะแนนพิเศษในการเข้ารับการศึกษาต่อ

    6.สนับสนุนงบประมาณในภาพรวม เช่น กองทุนระดับเขตเพื่อเพิ่มค่าตอบแทนหรือช่วยสนับสนุนการทํางานในส่วนของแพทย์ในพื้นที่ขาดแคลนมากขึ้น

    นักศึกษาแพทย์ผู้ทำสัญญาฯ ที่คาดว่าจะสำเร็จการศึกษาปี 2568 (ปีงบประมาณ 2569) มี 2,795 คน คณะกรรมการจัดสรรฯ อนุมัติโควตาเมื่อ วันที่ 5 กันยายน 2568 ให้กระทรวงสาธารณสุข 1,980 อัตรา อยู่ที่สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข 1,973 อัตรา จึงได้เสนอว่าพื้นที่ขาดแคลนแพทย์

    ให้มีมาตรการเพิ่มค่าตอบแทน

    ทำงานครบ 2 ปี เลือกศึกษาต่อแพทย์เฉพาะทางสาขาหลักได้

    หากทำงานครบ 3 ปี เลือกได้ทั้งสาขาหลักและสาขารอง

    ปรับหลักเกณฑ์การจัดสรรทุนรัฐบาล CPIRD

     ปรับเปลี่ยนการหมุนเวียนของแพทย์เฉพาะทางในโรงพยาบาลศูนย์ขนาดใหญ่ไปยังพื้นที่ขาดแคลนหรือต้องการเพิ่มศักยภาพในพื้นที่

    และเพิ่มคุณภาพการเรียนการสอนในโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป
    ส่วนพื้นที่ไม่ขาดแคลน ให้แพทย์โรงพยาบาลชุมชนในปี 2 และ 3 สามารถมาปฏิบัติงานในโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไปได้  และปรับการจัดสรรแพทย์เพิ่มพูนทักษะในปี 2 และ 3

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/health/public-health/1202713&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1OryLOk5myjvA5iS8l-xAj

  • “อนุทิน” ตอบ”พิธา”กมธ.สภากำลังศึกษายกเลิก MOU 43-44

    “อนุทิน” ตอบ”พิธา”กมธ.สภากำลังศึกษายกเลิก MOU 43-44

    ข่าว

    11 ตุลาคม 2025 – 11:06

    Featured Image

    “อนุทิน” ย้ำ กมธ.สภา กำลังศึกษายกเลิก MOU 43-44 หลัง “พิธา” ถาม เหตุใดใช้กลไกสภาไม่ได้ ขอรอฟังข้อสรุปแล้วค่อยพิจารณาทีหลัง

    นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มาดไทย กล่าวถึงกรณีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ตั้งคำถามถึงรัฐบาลว่าเหตุใดจึงใช้กลไกของรัฐสภา ไม่ได้ในการยกเลิก MOU 43-44 โดยระบุว่า ขณะนี้รัฐสภากำลังศึกษาอยู่ ทั้ง 2 สภา

    เมื่อถามว่า จริงๆแล้วสามารถใช้มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในการยกเลิกได้เลยใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกอย่างต้องมีขั้นตอน

    เมื่อถามต่อว่า ต้องรอข้อสรุปของกรรมาธิการใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ในเมื่อกรรมาธิการทั้ง 2 สภา ทั้งวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรกำลังศึกษาอยู่ เราก็รอฟังผลการศึกษา

    เมื่อถามว่า หากผลออกมาเป็นทางบวกกับประเทศไทยมีโอกาสไม่ต้องทำประชามติใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า รอให้ผลการศึกษาออกมาก่อน แล้วค่อยมาพิจารณาร่วมกัน

    ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

    Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

    Twitter : https://twitter.com/innnews

    Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

    TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

    LINE Official Account : @innnews

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.innnews.co.th/news/news_947253/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1erP7aR2rJmqsGc4uL7ld4

  • ครู ตชด. :: การเรียนรู้ของเด็ก ๆ นั้น สำคัญไม่แพ้อธิปไตยของชาติ

    ครู ตชด. :: การเรียนรู้ของเด็ก ๆ นั้น สำคัญไม่แพ้อธิปไตยของชาติ

    ครู ตชด. :: การเรียนรู้ของเด็ก ๆ นั้น สำคัญไม่แพ้อธิปไตยของชาติ


    12/10/2568 | 5 |

    ครู ตชด. ผู้สร้างแสงสว่างในแดนไกล: มากกว่าการสอนหนังสือ คือการสร้างอนาคต

    ในพื้นที่ห่างไกล ทุรกันดาร และเสี่ยงภัยของประเทศไทย ที่ถนนหนทางยังเข้าไม่ถึง แสงไฟจากหลอดไฟอาจยังเป็นสิ่งแปลกใหม่ แต่กลับมีดวงประทีปแห่งความรู้ที่ส่องสว่างนำทางเด็ก ๆ นั่นคือ “ครูตำรวจตระเวนชายแดน” (ครู ตชด.) ผู้ที่ไม่ได้มีแค่หน้าที่ปกป้องอธิปไตย แต่ยังเป็นผู้มอบโอกาสทางการศึกษา สร้างอนาคต และหัวใจที่เปี่ยมด้วยความหวังให้กับเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร

    ” โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนแห่งแรกก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2499 ตั้งขึ้นเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงตามแนวชายแดน ซึ่งเป็นพื้นที่ทุรกันดาร โดยใช้วิธีการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่เป็นหลัก ซึ่งการให้การศึกษาถือเป็นการสร้างให้เป็นพลเมืองที่ดี และเป็นกำลังพัฒนาให้ชาติต่อไปในอนาคต โดยมีจุดเริ่มต้นจากพระมหากรุณาธิคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ โดยสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงเป็นผู้อุปถัมภ์หลักในช่วงแรก และสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงสืบสานและพัฒนางานโรงเรียนอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน “

    เมื่อพูดถึงตำรวจตระเวนชายแดน หลายคนจะนึกถึงภาพเจ้าหน้าที่ในชุดเครื่องแบบ ที่ถือปืน คอยลาดตระเวนรักษาความปลอดภัยตามแนวชายแดน แต่ในอีกด้านหนึ่ง ภาพของ “ครู ตชด.” คือภาพของชายหญิงในเครื่องแบบ ที่ยืนอยู่หน้ากระดานดำ ถือชอล์ก และสอนหนังสือเด็ก ๆ ในโรงเรียนที่อาจเป็นเพียงอาคารไม้เล็ก ๆ กลางป่าเขา

    พวกเขาไม่ได้เป็นเพียงแค่ครูที่ถ่ายทอดความรู้ตามตำรา แต่ยังเป็น:

    • ผู้ปกป้อง: เป็นผู้ที่คุ้มครองความปลอดภัยให้เด็ก ๆ และชุมชนจากภัยคุกคามต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นยาเสพติด การค้ามนุษย์ หรือการแทรกซึมจากผู้ไม่หวังดี
    • ผู้พัฒนา: เป็นผู้ที่เข้ามาช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กและชุมชนในทุกมิติ ทั้งสุขอนามัย โภชนาการ และอาชีพเสริม
    • ผู้สร้างแรงบันดาลใจ: เป็นแบบอย่างของการทำความดี ความเสียสละ และความอดทน ให้เด็ก ๆ ได้เห็นและซึมซับ

    ความเสียสละที่ยิ่งใหญ่ในพื้นที่ห่างไกล : เบื้องหลังการสอนหนังสือของครู ตชด. คือ “ความเสียสละ” อันยิ่งใหญ่ที่หลายคนอาจมองไม่เห็น พวกเขาเลือกที่จะทิ้งความสะดวกสบายในเมือง สละเวลาส่วนตัว และความสุขกับครอบครัว เพื่อมาใช้ชีวิตในพื้นที่ที่เต็มไปด้วยความท้าทาย

    • ความท้าทายด้านภูมิศาสตร์: หลายโรงเรียนตั้งอยู่ในถิ่นทุรกันดาร การเดินทางยากลำบาก ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีน้ำประปา ครู ตชด. ต้องปรับตัวและใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่แตกต่างจากสังคมเมืองโดยสิ้นเชิง
    • ความเสี่ยงภัยจากสถานการณ์ชายแดน: ในบางพื้นที่ ยังคงมีภัยคุกคามจากผู้ไม่หวังดี หรือกลุ่มผู้กระทำผิดกฎหมาย ครู ตชด. ต้องแบกรับความเสี่ยงภัยนี้ไปพร้อมกับการทำหน้าที่ครู ซึ่งต้องอาศัยความกล้าหาญและความเข้มแข็งทางจิตใจอย่างสูง
    • การอุทิศตนเพื่ออนาคตของเด็ก: พวกเขาไม่ได้สอนเพียงแค่วิชาการ แต่ต้องเป็นทั้งพ่อ แม่ พี่เลี้ยง และเพื่อนของเด็ก ๆ คอยดูแลเอาใจใส่ ให้คำปรึกษา และสร้างขวัญกำลังใจ เพื่อให้เด็กเหล่านั้นรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยราวกับอยู่บ้านของตนเอง การอุทิศตนนี้คือหัวใจสำคัญที่ทำให้เด็กๆ ได้รับการพัฒนาอย่างรอบด้าน

    ผลลัพธ์อันยิ่งใหญ่จากการสอนของครู ตชด. การสอนหนังสือของครู ตชด. ส่งผลดีอย่างมหาศาล ซึ่งอาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่ส่งผลต่ออนาคตของชาติในระยะยาว:

    1. จุดประกายความรู้และโอกาส: เด็กในพื้นที่ห่างไกลจำนวนมากขาดโอกาสในการเข้าถึงการศึกษา ครู ตชด. ได้นำพาความรู้เข้าไปถึงพวกเขา ทำให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้ ได้อ่านออกเขียนได้ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการประกอบอาชีพและดำรงชีวิต
    2. ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเท่าเทียม: การที่เด็กทุกคนไม่ว่าจะอยู่แห่งหนใด ได้รับโอกาสทางการศึกษาเท่าเทียมกัน เป็นการลดช่องว่างและความเหลื่อมล้ำในสังคม ทำให้พวกเขามีโอกาสเติบโตเป็นพลเมืองที่ดีและมีคุณภาพ
    3. สร้างความมั่นคงในพื้นที่: เมื่อเด็กได้รับการศึกษา ชุมชนมีความรู้ความเข้าใจ ก็จะสามารถป้องกันตนเองจากภัยคุกคามต่าง ๆ ได้ดีขึ้น ลดโอกาสที่พวกเขาจะถูกชักจูงไปในทางที่ผิด และยังเป็นการเสริมสร้างความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนให้เข้มแข็ง
    4. ปลูกฝังคุณธรรมและจริยธรรม: นอกจากความรู้ทางวิชาการแล้ว ครู ตชด. ยังได้ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และความสามัคคีให้แก่เด็ก ๆ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างพลเมืองที่ดี
    5. เป็นสะพานเชื่อมระหว่างรัฐกับประชาชน: การที่ครู ตชด. เข้าไปใช้ชีวิตและทำงานร่วมกับชุมชนในพื้นที่ห่างไกล ทำให้เกิดความเข้าใจ ความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างภาครัฐกับประชาชน เป็นการสร้างความผูกพันและเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดี

    จงตระหนักไว้ว่า ทุกครั้งที่ครู ตชด. ยืนอยู่หน้าชั้นเรียนในโรงเรียนเล็ก ๆ กลางป่าเขา ไม่ได้มีแค่ตัวอักษรและตัวเลขที่ถูกถ่ายทอด แต่ยังมีหัวใจที่เปี่ยมด้วยความเสียสละ ความรัก และความมุ่งมั่นที่จะเห็นเด็ก ๆ เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดี มีคุณภาพ และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาชาติบ้านเมืองต่อไปในอนาคต


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/431048&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ls0Xaj7Gy8oKcKGFgEcG-

  • ดูดวงรายวันประจำวันอาทิตย์ ที่ 12 ตุลาคม 2568 สำหรับท่านที่เกิดวันเสาร์

    ดูดวงรายวันประจำวันอาทิตย์ ที่ 12 ตุลาคม 2568 สำหรับท่านที่เกิดวันเสาร์

    ดูดวงรายวันประจำวันอาทิตย์ ที่ 12 ตุลาคม 2568 สำหรับท่านที่เกิดวันเสาร์

    • การงาน : ทุ่มเททำงานหนักจนส่งผลต่อสุขภาพ
    • การเงิน : จะได้โชคสามชั้น
    • ความรัก : สุขสมหวังเรื่องความสัมพันธ์

    เคล็ดลับเสริมดวงประจำวันนี้

    • ทำบุญบริจาคอุปกรณ์การศึกษาในถิ่นทุรกันดาร
    • อัญมณีมงคล : มรกต
    • สีมงคล : สีชมพู
    • เลขนำโชค : 0, 2, 3, 4, 5, 6

    ฤกษ์ดีประจำสัปดาห์มีผลตั้งแต่วันที่ 8 – 14 ตุลาคม 2568 (ช่วงเวลาที่เหมาะสม)

    • 09:11 – 12:59 : ฤกษ์ดีในการทำบุญขึ้นบ้านใหม่ 
    • 09:00 – 12:00 : ฤกษ์ดีในการซื้อรถยนต์คันใหม่ 
    • 08:29 – 12:59 : ฤกษ์ดีในการติดต่อเจรจางานต่าง ๆ           
    • 09:09 – 11:59 : ฤกษ์ดีในการเปิดร้านเริ่มธุรกิจใหม่         
    • 05:59 – 14:00 : ฤกษ์ดีในการเดินทางทำบุญ

    ดูดวงเพิ่มเติม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=http://www.sanook.com/horoscope/315231/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2ro5JKigQpICdw5DP8j5KA

  • สธ. ชงบอร์ดแพทยสภา เพิ่มค่าตอบแทนแพทย์ แก้ปัญหาขาดแคลนบุคลากร

    สธ. ชงบอร์ดแพทยสภา เพิ่มค่าตอบแทนแพทย์ แก้ปัญหาขาดแคลนบุคลากร

    สธ. ชงบอร์ดแพทยสภา เพิ่มค่าตอบแทนแพทย์ แก้ปัญหาขาดแคลนบุคลากร

    วันนี้ (11 ตุลาคม 2568) นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ขณะนี้ กระทรวงสาธารณสุข ได้เสนอแนวทางการจัดสรรแพทย์ใช้ทุนปีงบประมาณ 2569 ต่อที่ประชุมคณะกรรมการแพทยสภา และรายงานสถานการณ์และแนวทางการจัดสรรแพทย์ผู้ทำสัญญาชดใช้ทุนของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้เกิดความเข้าใจและหาทางออกร่วมกันในการกระจายแพทย์ลดปัญหาขาดแคลนในบางพื้นที่ 

    ทั้งนี้ในปัจจุบันพบว่า สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข มีแพทย์ปฏิบัติงานจริง 25,490 คน หรือ 72% ของกรอบอัตรากำลังแพทย์ปี 2565-2569 ที่มี 35,578 อัตรา โดยเขตสุขภาพที่ 2, 4 และ 8 มีแพทย์ปฏิบัติงานจริงเพียง 61%, 63% และ 66% ตามลำดับ และมี 10 จังหวัด ที่มีแพทย์ปฏิบัติงานจริงน้อยกว่า 60% ได้แก่ บึงกาฬ 44% สระแก้ว 48% เลย 54% อ่างทอง, แม่ฮ่องสอน 55% ตาก, เพชรบูรณ์, ปทุมธานี 58% ระนองและน่าน 59% 

    หากเทียบสัดส่วนแพทย์ต่อประชากร จังหวัดที่ขาดแคลนแพทย์มากที่สุด คือ บึงกาฬ สมุทรปราการ หนองบัวลำภู นครพนม นนทบุรี สระแก้ว เลย ชัยภูมิ และแม่ฮ่องสอน ขณะที่แนวโน้มแพทย์ลาออกเพิ่มขึ้นจาก 789 คน ในปีงบประมาณ 2563 เป็น 1,201 คน ในปีงบประมาณ 2567

    นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า ปัญหาในการจัดสรรพื้นที่ปฏิบัติงานของแพทย์ผู้ทำสัญญาฯ ในปี 2568 พบว่า เมื่อจัดสรรให้เขตสุขภาพที่ 8 และ 10 เต็มศักยภาพ ทำให้บางเขตสุขภาพ เช่น เขตสุขภาพที่ 4, 5 และ 6 ได้รับแพทย์ไปฝึกเพิ่มพูนทักษะปีที่ 1 ไม่เพียงพอ จึงต้องจัดสรรทดแทนด้วยแพทย์ที่ไม่ใช่ทุนรัฐบาลและแพทย์นอกสังกัด (ฝากฝึก) 

    รวมถึงมีแพทย์ผู้ทำสัญญาฯ ที่ผ่านการคัดเลือกและได้จัดสรรโควตาแล้ว แต่คุณสมบัติไม่ครบถ้วนจำนวนมาก ทำให้โควตาในบางเขตสุขภาพลดลงในรอบจัดสรรปกติ ต้องจัดสรรทดแทนในรอบพิเศษและหลังรอบพิเศษ จึงมีข้อเสนอแนวทางการจัดสรรแพทย์ใช้ทุนปีงบประมาณ 2569 ดังนี้

    1. ปรับการจัดสรรให้พื้นที่ขาดแคลนเป็นอันดับแรก โดยมองภาพรวมเป็นระดับจังหวัด 

    2. ปรับระเบียบการจัดสรรทุน เช่น ทุนโครงการผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนบท (CPIRD) / โครงการกระจายแทพย์หนึ่งอำเภอหนึ่งทุน (ODOD) สามารถข้ามเขตหรือจังหวัดไปยังจังหวัดที่ขาดแคลนแพทย์ได้ หรือปรับกฎระเบียบการชดใช้ทุน 

    3. ใช้หลักการ One Province/One Region One Hospital จัดสรรอัตรากำลังแพทย์ในภาพรวม แพทย์ทั่วไปหรือเฉพาะทางสามารถย้ายข้ามอำเภอหรือจังหวัดมาช่วยเหลือในพื้นที่ขาดแคลน 

    4. สนับสนุนเรื่องค่าตอบแทน/ความก้าวหน้าขั้นพิเศษ โดยเน้นพิจารณาภาระงานและผลจากการทำงาน ให้พื้นที่ขาดแคลนแพทย์และมีภาระงานมากได้รับค่าตอบแทนเพิ่มเป็นกรณีพิเศษ 

    5. สร้างแรงจูงใจเข้ารับการศึกษาต่อแพทย์เฉพาะทางในพื้นที่ขาดแคลนแพทย์เป็นกรณีพิเศษ เช่น การศึกษาต่อที่ใช้ระยะเวลาชดใช้ทุนสั้นลง หรือมีคะแนนพิเศษในการเข้ารับการศึกษาต่อ 

    6. สนับสนุนงบประมาณในภาพรวม เช่น กองทุนระดับเขตเพื่อเพิ่มค่าตอบแทนหรือช่วยสนับสนุนการทํางานในส่วนของแพทย์ในพื้นที่ขาดแคลนมากขึ้น

    นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า นักศึกษาแพทย์ผู้ทำสัญญาฯ ที่คาดว่าจะสำเร็จการศึกษาปี 2568 (ปีงบประมาณ 2569) มี 2,795 คน คณะกรรมการจัดสรรฯ อนุมัติโควตาเมื่อ วันที่ 5 กันยายน 2568 ให้กระทรวงสาธารณสุข 1,980 อัตรา อยู่ที่สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข 1,973 อัตรา จึงได้เสนอว่าพื้นที่ขาดแคลนแพทย์ให้มีมาตรการเพิ่มค่าตอบแทน, ทำงานครบ 2 ปี เลือกศึกษาต่อแพทย์เฉพาะทางสาขาหลักได้ 

    หากทำงานครบ 3 ปี เลือกได้ทั้งสาขาหลักและสาขารอง, ปรับหลักเกณฑ์การจัดสรรทุนรัฐบาล CPIRD, ปรับเปลี่ยนการหมุนเวียนของแพทย์เฉพาะทางในโรงพยาบาลศูนย์ขนาดใหญ่ไปยังพื้นที่ขาดแคลนหรือต้องการเพิ่มศักยภาพในพื้นที่ และเพิ่มคุณภาพการเรียนการสอนในโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป 

    ส่วนพื้นที่ไม่ขาดแคลน ให้แพทย์โรงพยาบาลชุมชนในปี 2 และ 3 สามารถมาปฏิบัติงานในโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไปได้  และปรับการจัดสรรแพทย์เพิ่มพูนทักษะในปี 2 และ 3

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/health-wellness/641192&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0EUyUtGkFgTNZjUyiwgdV6

  • “รมว.นฤมล” ประกาศปฏิรูปคุณภาพชีวิตครู ดูแลบ้านพัก 4.1 หมื่นหลัง ตั้งสหกรณ์กลางแก้หนี้ ดอกเบี้ยปีแรก 0% ให้ทันใน รบ.นี้

    “รมว.นฤมล” ประกาศปฏิรูปคุณภาพชีวิตครู ดูแลบ้านพัก 4.1 หมื่นหลัง ตั้งสหกรณ์กลางแก้หนี้ ดอกเบี้ยปีแรก 0% ให้ทันใน รบ.นี้

    การศึกษา

    “รมว.นฤมล” ประกาศปฏิรูปคุณภาพชีวิตครู ดูแลบ้านพัก 4.1 หมื่นหลัง ตั้งสหกรณ์กลางแก้หนี้ ดอกเบี้ยปีแรก 0% ให้ทันใน รบ.นี้

    วันเสาร์ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 16.52 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    “รมว.นฤมล” ประกาศปฏิรูปคุณภาพชีวิตครู ดูแลบ้านพัก 4.1 หมื่นหลัง ตั้งสหกรณ์กลางแก้หนี้ ดอกเบี้ยปีแรก 0% ให้ทันใน รบ.นี้ หวังสร้างความมั่นคงและความภาคภูมิใจในอาชีพ 

    เมื่อวันที่ 11 ต.ค.68 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมคณะ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกระทรวงศึกษาธิการ นำคณะผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ อาทิ นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)และนายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่ตรวจราชการที่จังหวัดเชียงราย โดยได้เดินทางไปที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย และโรงเรียนเวียงชัยวิทยาคม เพื่อพบปะและรับฟังปัญหาจากผู้บริหาร คณะครู อาจารย์

    ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตครู ซึ่งถือเป็นกลไกหลักของระบบการศึกษาไทย เพราะหากครูเองยังมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ไม่มั่นคง ก็ยากที่จะดูแลและสร้างอนาคตของชาติให้เติบโตได้อย่างมีคุณภาพ โดยรองนายกฯธรรมนัส ย้ำมาตลอดว่าครูคือพ่อแม่คนที่สองของเด็กไทย และรัฐบาลต้องเริ่มต้นการปฏิรูปการศึกษาจากการดูแลครูอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงพูดถึงการยกระดับหลักสูตรหรือผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แต่ต้องแก้ที่ต้นเหตุของปัญหา โดยเฉพาะเรื่อง สวัสดิการ ความมั่นคง รายได้ของครูและบุคลากรทางการศึกษา

    ขณะนี้ สพฐ.มีบ้านพักครูอยู่ในความดูแลกว่า 41,000 หลัง โดยพบว่า บ้านพักทรุดโทรมกว่า 14,900 หลัง ขณะที่อีกหลายหมื่นหลังอยู่ในสภาพพอใช้เท่านั้น ซึ่งเราตั้งเป้าจะดำเนินการปรับปรุง ก่อสร้างใหม่ในพื้นที่จำเป็น โดยทำงานร่วมกันระหว่าง กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) การเคหะแห่งชาติ โดยเมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นชอบก็จะสามารถดำเนินการได้ทันทีภายในรัฐบาลนี้

    ศ.ดร.นฤมล ยังกล่าวถึง การแก้ไขปัญหาหนี้สินของครู สหกรณ์ออมทรัพย์ครูแห่งประเทศไทย เราจะมีการจัดตั้งสหกรณ์กลางสำหรับรวมหนี้สินครูจากทั่วประเทศเข้ามาบริหารจัดการร่วมกัน โดยให้ครูย้ายหนี้จากสหกรณ์ต่าง ๆ เข้าสู่สหกรณ์กลาง เพื่อปรับโครงสร้างหนี้ และจะช่วยเหลือด้านดอกเบี้ยให้ครูที่เข้าร่วมโครงการ โดยปีแรกดอกเบี้ย 0% ปีที่สอง 1% ปีที่สาม 2% ปีที่สี่ 3% และปีต่อไปไม่เกิน 4% ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการจะเสนอของบชดเชยดอกเบี้ยจากรัฐบาลวงเงินราว 6,000 ล้านบาท เราขอเพียงอย่างเดียวคือ ขอให้ครูอย่าก่อหนี้เพิ่มอีก

    “ในเรื่องของวิทยฐานะ เราจะต้องช่วยกันส่งเสริมให้บุคลากรทางการศึกษาทุกประเภท สามารถยื่นขอวิทยฐานะได้สำหรับคนที่มีความพร้อม ให้มีช่องทางพิเศษ มีช่องทางเพิ่มเติม โดยไม่ต้องรอระยะเวลา หากผลงานของเขาพร้อมและดีจริง ก็ให้ยื่นขอวิทยฐานะได้เลย ส่วนช่องทางเดิม ๆ ที่ต้องทำงานวิชาการในรูปแบบของงานวิจัย ก็ขอช่องทางที่หลากหลายตามความถนัด และเป็นไปตามลักษณะงานของครูทั้งประถมศึกษาและมัธยมศึกษาในทุกสังกัดของ ศธ. รวมทั้งครู สกร. หรือครูการศึกษาพิเศษ ที่มีลักษณะการทำงานไม่เหมือนกับครูทั่วไป เมื่อครูมีวิทยฐานะ ก็จะได้ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต มีความก้าวหน้าและความภาคภูมิใจในอาชีพ แต่หลักเกณฑ์ตรงนี้จะเป็นอย่างไร ฝากสำนักงาน ก.ค.ศ. หารือร่วมกับองค์กรหลัก เพื่อให้ได้หลักเกณฑ์ที่เหมาะสมและถูกต้องตามระเบียบ เป็นการส่งเสริมให้พวกเราทุกคนสามารถมีวิทยฐานะเจริญก้าวหน้าในอาชีพการงานและมีรายได้ที่เพิ่มขึ้น“

    รมว.ศึกษาธิการ กล่าวทิ้งท้ายว่า นโยบายทั้งหมดนี้คือความตั้งใจของรองนายกฯธรรมนัส และกระทรวงศึกษาธิการ ที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตครูไทยให้เป็นรูปธรรมในรัฐบาลนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบ้านพักครู หนี้สินครู หรือความก้าวหน้าในอาชีพ เพื่อให้ครูสามารถทำหน้าที่ สร้างคนของชาติได้อย่างเต็มภาคภูมิ
     

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/education/450139&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3o6Ee7t2yqVzqR7PdS6Y2N