Category: วัฒนธรรม

  • สมศ. ขอเชิญผู้ที่สนใจเข้าร่วมประชุมวิชาการ

    สมศ. ขอเชิญผู้ที่สนใจเข้าร่วมประชุมวิชาการ

    การศึกษา

    สมศ. ขอเชิญผู้ที่สนใจเข้าร่วมประชุมวิชาการ

    วันอาทิตย์ ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 17.59 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    สมศ. ขอเชิญผู้ที่สนใจเข้าร่วมประชุมวิชาการ

    สมศ. ขอเชิญชวนผู้ที่สนใจ เข้าร่วมงานประชุมวิชาการระดับชาติและนานาชาติ เนื่องในโอกาสครบรอบ 25 ปี สมศ. ONESQA Forum 2025 ครั้งที่ 2 “ขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติ เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาไทย” (Bridging Policy and Practice to Strengthen Educational Quality) วันอังคารที่ 4 พฤศจิกายน 2568 ณ สโมสรทหารบก วิภาวดี กรุงเทพมหานคร เวลา 09.00 – 16.30 น. โดยผู้ที่สนใจสามารถสแกนคิวอาร์โค้ดตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 18 ตุลาคม 2568 มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาไทยสู่อนาคตที่ดีกว่าไปด้วยกัน

    ส่งข่าวได้ที่  email : saowaporn12345@gmail.com   และ  bat_mamsao@yahoo.com

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/education/450178&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1QtcI5WqabXw977vRjvTOO

  • (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) ม่านหมอกขาวห่มทิวเขาน้อยใหญ่ในไหหลำ | TOPNEWS

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) ม่านหมอกขาวห่มทิวเขาน้อยใหญ่ในไหหลำ | TOPNEWS

    • เผยแพร่ : 12/10/2025 19:44

    เป่าถิง,(ซินหัว) — ปิดท้ายไปชมม่านหมอกขาวลอยห่มคลุมทิวเขาน้อยใหญ่ที่สลับซับซ้อนทับกันไปมาราวเกลียวคลื่นในอำเภอปกครองตนเองเป่าถิง กลุ่มชาติพันธุ์หลีและเหมียว มณฑลไห่หนาน (ไหหลำ) ทางตอนใต้ของจีน ก่อเกิดเป็นทิวทัศน์งดงามราวภาพวาดน้ำหมึกจีน ผลงานชิ้นเอกที่ธรรมชาติสรรสร้าง

    เครดิต: สำนักข่าวซินหัว

    11

    ascw

    ภูเก็ตรณรงค์ “คนละครึ่ง พลัส” ลดค่าครองชีพ-ฟื้นเศรษฐกิจชุมชน

    นายก อบจ.นครสวรรค์ ประธานเปิด-ปิด พร้อมมอบรางวัลงานแข่งขันเรือยาวประเพณี วัดตะเคียนเลื่อน

    นายก อบจ.นครสวรรค์ มอบถุงยังชีพผู้ประสบภัยน้ำท่วม

    “ซาบีดา” ชี้แจงเหตุ “พระธาตุโนนตาล” พังทลาย-เร่งบูรณะฟื้นฟู

    สมุทรปราการ ผู้ว่าฯ ชวนชิมช้อป ร้านดัง นายกเหล่ากาชาด ชวนร่วมบุญลุ้นโชค กับ สลากกาชาด เที่ยวงานเจดีย์ ปากน้ำ 12-23 ต.ค.

    แม่ทัพภาค 4 ถวายผ้าไตรกฐินพระราชทาน วัดหัวควน ปัตตานี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1353496&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Cm71qs45SegBml0bt6EDi

  • ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองเนื่องในโอกาสวันชาติราชอาณาจักรสเปน – กระทรวงการต่างประเทศ

    ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองเนื่องในโอกาสวันชาติราชอาณาจักรสเปน – กระทรวงการต่างประเทศ

    ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองเนื่องในโอกาสวันชาติราชอาณาจักรสเปน

    ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองเนื่องในโอกาสวันชาติราชอาณาจักรสเปน

    วันที่นำเข้าข้อมูล 12 ต.ค. 2568

    วันที่ปรับปรุงข้อมูล 12 ต.ค. 2568

    | 59 view

    เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2568 นายวิชาวัฒน์ อิศรภักดี ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองในโอกาสวันชาติราชอาณาจักรสเปน ซึ่งจัดโดยสถานเอกอัครราชทูตสเปนประจำประเทศไทย

    ที่ปรึกษาฯ กล่าวสุนทรพจน์เปิดงาน ย้ำถึงความสัมพันธ์อันใกล้ชิดและยาวนานระหว่างไทยกับสเปน รวมถึงโอกาสเสริมสร้างความร่วมมือในสาขาการค้าและการลงทุน การท่องเที่ยว การเปลี่ยนผ่านสีเขียวและดิจิทัล ความร่วมมือทางทะเล การศึกษา ตลอดจนความเชื่อมโยงระหว่างประชาชน ทั้งยังขอบคุณฝ่ายสเปนที่สนับสนุนการเสริมสร้างความสัมพันธ์ไทย – สหภาพยุโรป และแสดงความเชื่อมั่นว่า ความร่วมมือทวิภาคีจะก่อให้เกิดผลลัพธ์เชิงรูปธรรมแก่ทั้งสองประเทศ

    นาย Felipe de la Morena Casado เอกอัครราชทูตสเปนประจำประเทศไทยได้กล่าวถึงพัฒนาการสำคัญของความสัมพันธ์ไทย – สเปน อาทิ การประชุม Political Consultations ไทย – สเปน ครั้งที่ 7 การประชุม Thailand – Spain Forum ครั้งที่ 3 การเปิดโรงงานของภาคเอกชนสเปนในประเทศไทย และการลงทุนของภาคเอกชนไทยในประเทศสเปน อนึ่ง สเปนเป็นคู่ค้าลำดับที่ 34 ของไทย โดยมีมูลค่าการค้าระหว่างกันกว่า 67,000 ล้านบาท


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mfa.go.th/th/content/national-day-of-spain-2025-th%3Fcate%3D5d5bcb4e15e39c306000683d&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw33IRrEj8kSg7-xOELdmfUu

  • “ธรรมนัส-นฤมล”เยี่ยมโรงเรียนนนทบุรี เร้งสร้างขวัญกำลังใจครู

    “ธรรมนัส-นฤมล”เยี่ยมโรงเรียนนนทบุรี เร้งสร้างขวัญกำลังใจครู

    “ธรรมนัส-นฤมล”เยี่ยมโรงเรียนนนทบุรี เร้งสร้างขวัญกำลังใจครู

    วันที่ 12 ต.ค. 2568 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการและติดตามการดำเนินงานด้านการศึกษา 

                                                  “ธรรมนัส-นฤมล”เยี่ยมโรงเรียนนนทบุรี เร้งสร้างขวัญกำลังใจครู

    พร้อมทั้งมอบถุงยังชีพจากมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า เพื่อการกุศลให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ ณ โรงเรียนเบญจมราชานุสรณ์ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี โดยมีคณะผู้บริหารทั้งสองกระทรวง รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี และหน่วยงานในพื้นที่เข้าร่วมรับฟังนโยบายและหารือแนวทางพัฒนาการศึกษาในพื้นที่

    ร.อ.ธรรมนัส และ ศ.ดร.นฤมล ได้รับฟังปัญหาด้านการศึกษาจากโรงเรียนในจังหวัดนนทบุรี ทั้ง 6 แห่ง พร้อมกล่าวว่า ครู คือ กำลังสำคัญในการสร้างอนาคตของชาติ แต่ในปัจจุบันต้องเผชิญภาระค่าใช้จ่ายจำนวนมาก ทั้งค่าน้ำมัน ค่ารถ ค่าเดินทาง รวมถึงหนี้สินในครัวเรือน ซึ่งส่งผลต่อสภาพจิตใจและการปฏิบัติหน้าที่โดยตรง 

                             “ธรรมนัส-นฤมล”เยี่ยมโรงเรียนนนทบุรี เร้งสร้างขวัญกำลังใจครู

    สิ่งสำคัญที่สุดในเวลานี้คือ การสร้างสวัสดิการครูให้มั่นคงและเพียงพอ ทั้งในด้านที่อยู่อาศัยและสภาพความเป็นอยู่ เพื่อให้ครูสามารถดำรงชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี และ มีสมาธิในการถ่ายทอดความรู้ให้แก่ลูกศิษย์อย่างเต็มที่

    “ผมอยากให้ทุกคนได้ไปดูจริง ๆ ว่าครูอยู่กันอย่างไร บ้านพักครูบางแห่งทรุดโทรมมาก ซ่อมไม่ได้เพราะเป็นทรัพย์สินของหลวง องค์กรการกุศลก็เข้าไปช่วยไม่ได้ สิ่งเหล่านี้ต้องแก้เชิงระบบ ให้ครูมีบ้านที่อยู่ได้ มีสวัสดิการที่มั่นคง เพราะครู คือ พ่อแม่คนที่สองของลูกหลานเรา” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

                               “ธรรมนัส-นฤมล”เยี่ยมโรงเรียนนนทบุรี เร้งสร้างขวัญกำลังใจครู   “ธรรมนัส-นฤมล”เยี่ยมโรงเรียนนนทบุรี เร้งสร้างขวัญกำลังใจครู

    ด้าน ศ.ดร.นฤมล กล่าวเสริมว่า กระทรวงศึกษาธิการกำลังเร่งเดินหน้านโยบายยกระดับคุณภาพชีวิตครู ควบคู่กับการพัฒนาการศึกษาในระดับพื้นที่ โดยบูรณาการความร่วมมือกับหลายกระทรวง เพื่อให้ครูมีขวัญกำลังใจ มีสวัสดิการที่ดี ก็จะสามารถทุ่มเทดูแลเด็กได้เต็มที่ เด็กก็จะเรียนดีขึ้น ครอบครัวเข้มแข็งขึ้น และชุมชนก็เติบโตไปพร้อมกัน
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/general-news/641245&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1prZ08H8yE8vThYIl-hCl2

  • รองนายกฯ ธรรมนัส ลงพื้นที่นนทบุรี มอบถุงยังชีพ 3,000 ชุด ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง

    รองนายกฯ ธรรมนัส ลงพื้นที่นนทบุรี มอบถุงยังชีพ 3,000 ชุด ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง

     วันที่ลงข่าว 12 ตุลาคม 2568 เวลา 23:04 น.   115


    ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ เดินทางไปยังโรงเรียนเบญจมราชานุสรณ์ จังหวัดนนทบุรี เพื่อติดตามการดำเนินงานด้านการศึกษา การพัฒนาทักษะทางด้านอาชีพ และการเกษตรในพื้นที่ โดยมี นายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน นายเดช เล็กวิชัย และนายฐนันดร์ สุทธิพิศาล รองอธิบดีกรมชลประทาน นายชุติมันต์ สกุลพราหมณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 11 นายทรงพล สวยสม ผู้อำนวยการสำนักเครื่องจักรกล และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมติดตามการดำเนินงานในครั้งนี้ด้วย

    นอกจากนี้ รองนายกรัฐมนตรีและคณะ ได้มอบถุงยังชีพจำนวน 3,000 ชุด ให้แก่ประชาชนกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างขวัญกำลังใจให้แก่พี่น้องเกษตรกรและประชาชนในจังหวัดนนทบุรี พร้อมทั้งรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากประชาชน เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการพัฒนาทั้งด้านการศึกษาและด้านการเกษตรในอนาคต ซึ่งนับเป็นพลังสำคัญที่จะเชื่อมโยง “การศึกษา” กับ “การเกษตร” ให้เป็นหนึ่งเดียว เพื่อสร้างโอกาส สร้างอาชีพ และยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องชาวนนทบุรีให้มั่นคงและยั่งยืนต่อไป

    รองนายกฯ ธรรมนัส ลงพื้นที่นนทบุรี มอบถุงยังชีพ 3,000 ชุด ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง

    ติดตาม ช่อง 8 ได้ทาง
    facebook.com/thaich8

    ข่าวอื่น ๆ ใน หมวดทั่วไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaich8.com/news_detail/142060&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3gH-W0Cq4f9ZhZCCXM0pYG

  • 7,850 อปท. จับมือกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ค้นหาช่วยเหลือเด็กหลุดจากระบบ

    7,850 อปท. จับมือกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ค้นหาช่วยเหลือเด็กหลุดจากระบบ

    7,850 อปท. จับมือกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาสร้าง “ตำบลแห่งโอกาส” ลุยค้นหาช่วยเหลือเด็กหลุดจากระบบ

    วันที่ 12 ตุลาคม 2568 นายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เปิดเผยว่า กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาร่วมกับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ “องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น: หุ้นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อน Thailand Zero Dropout สู่ตำบลพื้นที่แห่งโอกาสที่ไม่ทิ้งเด็กและเยาวชนคนใดไว้ข้างหลัง” ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ โดยมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จากทั่วประเทศเข้าร่วมทั้งแบบ Onsite และ Online การประชุมครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบาย Thailand Zero Dropout เพื่อแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาที่มีอยู่ราว 8.8 แสนคน หลังจากเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2567 หน่วยงาน 11 แห่ง ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงดิจิทัลฯ กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงแรงงาน กระทรวงยุติธรรม กรุงเทพมหานคร สปสช. สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ และ กสศ. ได้ร่วมลงนาม MOU แก้ไขปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา ให้ได้รับการส่งเสริมการเรียนรู้ตามศักยภาพ

    “ปี 2568 ถือเป็นครั้งแรกที่การดำเนินงานขยายจากพื้นที่นำร่อง 25 จังหวัด สู่ 77 จังหวัดทั่วประเทศ โดย อปท. 7,850 แห่งจะเป็น “หัวใจ” และ “กลไกหลัก” ในการเปลี่ยนตำบลและอำเภอให้เป็น “พื้นที่แห่งโอกาส” ที่ไม่ทิ้งเด็กและเยาวชนไว้ข้างหลัง” นายพัฒนะ กล่าว

    นายสุรพล เจริญภูมิ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กล่าวว่า สถ. ทำงานร่วมกับ กสศ. มาอย่างต่อเนื่อง และการที่นโยบาย Thailand Zero Dropout ขยายครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัด ถือเป็นหมุดหมายที่รอคอย เพราะ อปท. เป็นหน่วยงานที่ใกล้ชิดกับประชาชนและปัญหามากที่สุด

    “การค้นหาและช่วยเหลือเด็กนอกระบบจะเกิดขึ้นจริง หาก อปท. ในฐานะเจ้าภาพหลักลุกขึ้นมาเป็นหัวเรี่ยวหัวแรง และจับมือกับภาคีเครือข่ายในพื้นที่อย่างแนบแน่น” นายสุรพลกล่าว

    ศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย รองประธานคณะอนุกรรมการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและพัฒนาเยาวชนและแรงงานนอกระบบและประธานคณะทำงานการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์ กล่าวว่า การศึกษาที่มีคุณภาพ คือ “คานงัด” สำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตทั้งระดับครอบครัว ชุมชน และประเทศชาติ โดยมี อปท. เป็นผู้ขับเคลื่อนสำคัญ เนื่องจากมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ความรับผิดชอบต่อสังคม และความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการทรัพยากร จึงสามารถเชื่อมโยงการศึกษากับการแก้ปัญหาสังคมด้านต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    “อปท. ต้องทำงานเชิงรุก ค้นหาและช่วยเหลือเด็กหลุดออกจากระบบเป็นรายกรณี และสร้างกลไกการส่งต่อให้เด็กได้กลับเข้าสู่การศึกษา ภายใต้หลักการของการให้ความรู้และการเปิดโอกาส” ศาสตราจารย์วุฒิสารกล่าว

    การประชุมครั้งนี้เป็นเวทีถอดบทเรียนการทำงานของ อปท. ซึ่งพบว่ามีการช่วยเหลือเด็กและเยาวชนแล้วกว่า 330 รูปแบบ ทั้งด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ สังคม และการแก้ปัญหาพฤติกรรมเสี่ยง สะท้อนให้เห็นความหลากหลายของแนวทางที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ ขณะเดียวกันยังพบอุปสรรคกว่า 381 ประเด็น ซึ่งจะถูกนำไปใช้เป็นโจทย์แก้ไขต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2888592&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0YbCMcsn-Ohb3XhOgA_UHm

  • รมว.พาณิชย์ ถกออสเตรเลียเชื่อมโยงภาคเอกชน กระชับความร่วมมือการค้า-การลงทุน

    รมว.พาณิชย์ ถกออสเตรเลียเชื่อมโยงภาคเอกชน กระชับความร่วมมือการค้า-การลงทุน

    สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (12 ต.ค. 68)

    นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารของกระทรวงพาณิชย์ ได้ร่วมกันให้การต้อนรับนายแอนดรูว์ บาร์ (Mr. Andrew Barr) ผู้ว่าการรัฐออสเตรเลียนแคพิทอลเทร์ริทอรี (Chief Minister of the Australian Capital Territory: ACT) เมื่อวันที่ 10 ต.ค.68 โดยได้หารือแนวทางกระชับความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุน ที่ทั้งสองฝ่ายมีศักยภาพ พร้อมสนับสนุนการยกระดับเพื่อความเชื่อมโยงภาคเอกชนไทย-ออสเตรเลีย

    นางศุภจี เปิดเผยว่า ในระหว่างการหารือ ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนมุมมองความเห็นเกี่ยวกับความร่วมมือด้านการค้าและยุทธศาสตร์ด้านการลงทุน ซึ่งทั้งออสเตรเลียและไทยมีจุดยืนที่คล้ายคลึงกัน โดยให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านการศึกษา สุขภาพ การท่องเที่ยว วัฒนธรรม และส่งเสริมแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดย ACT มีเป้าหมายเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมสีเขียว ขณะที่ไทย เน้นผลักดันการพัฒนาเทคโนโลยีการเกษตรและการทำเกษตรแม่นยำ รวมถึงการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย เพื่อรับมือกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ

    รมว.พาณิชย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากออสเตรเลียจะผลักดันนโยบายการลงทุน ภายใต้ยุทธศาสตร์การลงทุนของออสเตรเลียในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อมุ่งไปสู่ปี ค.ศ.2040 แล้ว ขณะเดียวกัน ออสเตรเลียก็เน้นดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ เพื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยเชิงบูรณาการ ซึ่งเป็นเป้าหมายในระดับประเทศของออสเตรเลียในขณะนี้ พร้อมสนับสนุนนวัตกรรมและธุรกิจสตาร์ทอัพ ผ่านเครือข่ายและศูนย์บ่มเพาะธุรกิจในกรุงแคนเบอร์รา

    ที่ผ่านมา ไทยและออสเตรเลีย ได้มีการเดินทางเยือนของคณะนักธุรกิจระหว่างกันอย่างสม่ำเสมอ สะท้อนถึงปฏิสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างภาคเอกชนของทั้งสองประเทศ และเห็นว่าไทยมีโอกาสที่จะผลักดันโครงการ Thai SELECT ให้มีจำนวนร้านในออสเตรเลียมากขึ้น เนื่องจากอาหารไทยเป็นที่นิยม และ Thai SELECT จะช่วยรับรองถึงคุณภาพของร้านอาหารไทยนั้น ๆ

    นอกจากนี้ ออสเตรเลียยังชื่นชมความสำเร็จของไทย ในฐานะจุดหมายปลายทางยอดนิยม และให้ความสำคัญกับการเรียนรู้จากประสบการณ์ของไทย ในการบริหารจัดการอุตสาหกรรมด้านบริการ (hospitality industry) ขณะเดียวกัน ยินดีที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงแคนเบอร์รา ได้จัดงานเทศกาลไทยเป็นประจำ เพื่อส่งเสริมความเข้าใจและมิตรภาพระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ

    รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า การหารือครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น ระหว่างไทยและออสเตรเลียที่มุ่งเน้น “การเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่กับความยั่งยืน” ถือเป็นการเปิดโอกาสใหม่ ๆ สำหรับการต่อยอดความร่วมมือทั้งในระดับภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนของทั้งสองประเทศในอนาคต

    สำหรับการค้าไทย-ออสเตรเลีย ในช่วงม.ค.-ส.ค.68 ออสเตรเลียเป็นคู่ค้าอันดับที่ 11 ของไทย (ไทยเป็นคู่ค้าอันดับที่ 9 ของออสเตรเลีย) มีมูลค่าการค้ารวม 11,136.62 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (370,742.41 ล้านบาท) ไทยได้ดุลการค้าคิดเป็นมูลค่า 4,031.10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (131,856.31 ล้านบาท) โดยส่งออกไปออสเตรเลียเป็นมูลค่า 7,583.86 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (251,299.36 ล้านบาท)

    สินค้าส่งออกสำคัญ เช่น รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ และผลิตภัณฑ์ยาง ขณะที่ไทยนำเข้าจากออสเตรเลียเป็นมูลค่า 3,552.76 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (119,443.05 ล้านบาท) สินค้านำเข้าสำคัญ เช่น ก๊าซธรรมชาติ สินแร่โลหะอื่น ๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ และพืชและผลิตภัณฑ์จากพืช

    โดย กษมาพร กิตติสัมพันธ์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/news/2025-IR9B0IQ6TU169SHTUXH0I00Q9SQ8SFO5&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0DfFX2F4Ldt9gIDA8lMq3j

  • จับ 8 คนไทยไม่มีจิตสำนึก เตรียมข้ามไปทำเว็บพนันให้เขมร | เดลินิวส์

    จับ 8 คนไทยไม่มีจิตสำนึก เตรียมข้ามไปทำเว็บพนันให้เขมร | เดลินิวส์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5197077/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Y_w7LFvdHuwnQocT-dJrt

  • “นพดล” เผย กมธ.วุฒิฯ เก็บข้อมูลชายแดนตราด “อภิสิทธิ์” จ่อแจงเคยชงยกเลิก MOU 44

    “นพดล” เผย กมธ.วุฒิฯ เก็บข้อมูลชายแดนตราด “อภิสิทธิ์” จ่อแจงเคยชงยกเลิก MOU 44

    “สว.นพดล” เผย กมธ.วุฒิสภา เก็บข้อมูลชายแดน จ.ตราด มองแม้ไร้ MOU 43-44 ยังมี คกก. GBC, RBC และ JBC เผย “อภิสิทธิ์” ตอบรับ 28 ต.ค. แจงชงยกเลิก MOU 44 สวน “พิธา” ยัน สว.เป็นกลาง ยึดประโยชน์ชาติ

    วันที่ 12 ตุลาคม 2568 นายนพดล อินนา ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาข้อดีข้อเสียการยกเลิก MOU 2543 และ MOU 2544 เพื่อแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา กล่าวถึงความคืบหน้าในการศึกษา MOU 2543-2544 ว่า เมื่อวันที่ 9-10 ตุลาคมที่ผ่านมา กมธ. ลงพื้นที่จังหวัดตราด ไปดูหลักหมุดของเขตไทย-กัมพูชาที่ 73 ซึ่งเป็นหลักหมุดสุดท้าย อยู่บนพื้นที่ No Man’s Land โดยได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากจากนาวิกโยธิน กองทัพเรือ เช่น ข้อมูลว่ามีการละเมิดของฝั่งกัมพูชาที่จังหวัดจันทบุรีและตราดหลายครั้ง ฝ่ายไทยประท้วงไปหลายครั้ง

    อีกทั้งยังได้รับรายงานว่าฝ่ายกัมพูชาไม่อยากยอมรับหลักหมุดที่ 73 ของไทย และพยายามจะเลื่อนมาทางฝั่งไทย ยังไม่รวมกรณีหลักหมุดที่ 72 ที่สูญหายไป ต้องใช้หลักหมุดชั่วคราว และได้เห็นการสร้างอาคารที่จะทำเป็นแนวดักตะกอนยื่นออกไปในทะเลตรงสุดปลายเขตของไทย ที่เชื่อมระหว่างกัมพูชากับตราด ส่งผลให้มีการกัดเซาะพื้นที่ของประเทศไทย ตนจึงขอให้ทางกองทัพเรือลองนำแผนที่ดาวเทียมแล้วเปรียบเทียบไปเรื่อยๆ จะได้รู้ว่าเมื่อเวลาผ่านไปมันเซาะเท่าไหร่ ซึ่งถ้า กมธ. ไม่ได้ลงพื้นที่เราจะไม่รู้เลยว่ากัมพูชาละเมิดอาณาเขตเรากี่ครั้ง สถานการณ์เป็นอย่างไร ตนจะนำข้อมูลต่างๆ เหล่านี้ โดยเฉพาะการละเมิดเขตแดนไทยเข้าสู่ที่ประชุม

    เมื่อถามถึงการถกเถียงว่าควรยกเลิก MOU 2543-2544 หรือไม่ นายนพดล กล่าวว่า ประชาชนยังขาดข้อมูลอยู่ โดยในปี ค.ศ.1909-1910 หลังจาก 3 ปีที่มีไทยได้จันทบุรีและตราดคืนมาแล้ว ตอนนั้นก็มีการปักหลักหมุดไม้เกิดขึ้นตลอดแนวแล้ว หลังจากนั้น 10 ปี ก็มีการปักหลักปูน ที่สำคัญในปี พ.ศ. 2538 ช่วงที่นายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี ได้ไปเจรจากับกัมพูชา แล้วตั้งคณะกรรมการ GBC และ RBC แล้วหลังจากนั้นจึงเกิด JBC ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดก่อน MOU 2543-2544 ตนมองว่า ไม่ว่าจะมี MOU 2543-2544 หรือไม่ ก็มีคณะกรรมการเหล่านี้อยู่ดีที่รองรับได้

    “หลักหมุด 73 หลัก ที่ตกลงกันได้ 45 หลัก ถ้าทั้งสองฝ่ายจริงใจต่อกัน ผมคิดว่ายกเลิกหรือไม่ตรงนั้นเขายอมรับอยู่แล้ว ไม่ว่าจะมาจากพื้นฐานอะไร แต่นี่คือข้อเท็จจริงที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับอยู่แล้ว ถ้าทะเลาะกันมากๆ ถึงมี MOU อยู่ ถ้าเขาจะไม่ยอมรับขึ้นมา มันก็เป็นไปได้หมด ขึ้นอยู่กับการเคารพของแต่ละฝ่าย อันนี้สำคัญ”

    นายนพดล เผยต่อไปว่า ตนได้ประสาน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี มาให้ข้อมูลกับ กมธ. ในวันที่ 28 ตุลาคมนี้ เพราะขณะที่ท่านเป็นนายกรัฐมนตรี เคยนำเรื่องเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในการยกเลิก MOU 2544 แต่ยังไม่สำเร็จ ซึ่งนายอภิสิทธิ์ก็ได้รับปากตกลง และตนก็พร้อมพอดี

    ส่วนกรณีที่ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดรัฐบาลไม่ใช้กลไกสภาฯ ในการยกเลิก MOU 2543-2544 ทำไมถึงใช้การทำประชามติ นายนพดล ตอบว่า ขณะนี้อย่างน้อยก็มี กมธ.ของ สว.อยู่แล้ว ซึ่งตนได้เรียนกับ กมธ. ตั้งแต่วันแรกว่าเราจะไม่ยึดโยงกับเรื่องอื่น เราจะยึดผลประโยชน์ของชาติและแผ่นดินเป็นหลัก เป็นกลางจริงๆ เราอยากให้ข้อมูลกับประชาชน ศึกษาข้อดี-ข้อเสีย เราจะบอกและให้ข้อมูลเป็นระยะๆ ตนได้ประสานไปยังประธานวุฒิสภาแล้วว่าจะรายงานความคืบหน้า ไม่ประชุมลับ เปิดเผยได้ตลอด อยากให้ประชาชนได้เห็นด้วยว่าเป็นอย่างไร และจะทำอย่างไรต่อ.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2888646&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1V1snocBvG8NExoVulIhms