Blog

  • index

    index

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://pr-bangkok.com/%3Fp%3D576648&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2E1Nax2MfUq1Cye8m14TH3

  • เช็กด่วน กกต.สั่งก๊อกสอง เลือกตั้ง-นับคะแนนใหม่ | เดลินิวส์

    เช็กด่วน กกต.สั่งก๊อกสอง เลือกตั้ง-นับคะแนนใหม่ | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 17 ก.พ. สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกเอกสารระบุว่า ที่ประชุม กกต. ได้มีมติให้นับคะแนนใหม่ และออกเสียงลงคะแนนใหม่ ดังนี้ ข้อ 1.กรณีการนับคะแนนออกเสียงประชามติใหม่ จำนวน 1 แห่ง คือหน่วยออกเสียงประชามติที่ 10 เขตออกเสียงประชามติที่ 15 แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร ในวันอาทิตย์ที่ 22 ก.พ. 2569 เวลา 10.00 น. ณ สถานที่ออกเสียงเดิม

    ข้อ 2.การนับคะแนนเลือกตั้งใหม่ สส.แบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 7 แห่ง ได้แก่ 1.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอสามร้อยยอด หน่วยเลือกตั้งที่ 2 ตำบลไร่ใหม่ 2.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอสามร้อยยอด หน่วยเลือกตั้งที่ 8 ตำบลสามร้อยยอด 3.จังหวัดเพชรบูรณ์ เขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ หน่วยเลือกตั้งที่ 1 ตำบลนายม 4.จังหวัดเพชรบูรณ์ เขตเลือกตั้งที่ 4 อำเภอหนองไผ่ หน่วยเลือกตั้งที่ 2 ตำบลหนองไผ่ 5.จังหวัดกำแพงเพชร เขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอเมืองกำแพงเพชร หน่วยเลือกตั้งที่ 8 ตำบลนิคมทุ่งโพธิ์ทะเล 6.จังหวัดกำแพงเพชร เขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอเมืองกำแพงเพชร หน่วยเลือกตั้งที่ 14 ตำบลเทพนคร​​ และ 7.จังหวัดสกลนคร เขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอเมืองสกลนคร หน่วยเลือกตั้งที่ 32 ตำบลธาตุเชิงชุม

    3.ให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่ ทั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และแบบบัญชีรายชื่อ ของจังหวัดพะเยา เขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอเมืองพะเยา หน่วยเลือกตั้งที่ 6 ตำบลท่าวังทอง
    ​​

    ทั้งนี้ สำหรับ ข้อ 2 และ ข้อ 3 วัน เวลา และสถานที่ ในการนับคะแนนและการออกเสียงลงคะแนนใหม่ จะแจ้งให้ทราบต่อไป ​​สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและติดตามข้อมูลข่าวสารการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ ได้ที่เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง www.ect.go.th หรือสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด หรือบริการสายด่วน 1444

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5611389/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw31YFsGrrpFgpu7uyEAqc7p

  • งานเขาวงพระจันทร์ 2569 เริ่มแล้ว! พิสูจน์ศรัทธาด้วยการพิชิตบันได 3,790 ขั้น

    งานเขาวงพระจันทร์ 2569 เริ่มแล้ว! พิสูจน์ศรัทธาด้วยการพิชิตบันได 3,790 ขั้น

    งานเขาวงพระจันทร์ 2569 เทศกาลสำหรับสาธุชนที่รอคอย งานประจำปีนมัสการสักการะรอยพระพุทธบาทเขาวงพระจันทร์ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 17 กุมภาพันธ์ – 3 มีนาคม พ.ศ. 2569 รวม 15 วัน 15 คืน ณ วัดเขาวงพระจันทร์ ตำบลห้วยโป่ง อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี

    khaoa2

    “เทศกาลงานเขาวงพระจันทร์” พิสูจน์ศรัทธาบนยอดเขาวงพระจันทร์ เพื่อกราบสักการะรอยพระพุทธบาท ซึ่ง “เขาวงพระจันทร์” นับว่าเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดลพบุรี มีทางบันไดขึ้นสู่ยอดเขารวม 3,790 ขั้น คิดเป็นระยะทางก็ประมาณ 1.7 กิโลเมตร จึงมีความเชื่อว่าหากใครได้มานมัสการรอยพระพุทธบาทที่ประดิษฐานอยู่บนยอดเขาจะประสบความสุข สมหวังทุกประการ

    ซึ่งโดยปกติแล้วจะมีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเดินทางขึ้นเขาเพื่อไปกราบนมัสการรอยพระพุทธบาทกันอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในช่วงการจัดงาน ซึ่งเป็นช่วงที่ทางวัดเขาวงพระจันทร์เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นเขาได้ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมทั้งมีการประดับไฟสวยงาม รวมถึงมีร้านค้าไว้คอยให้บริการตลอดเส้นทาง

    khaoa55

    เขาวงพระจันทร์ เปิดวันไหน

    งานประจำปีนมัสการสักการะรอยพระพุทธบาทเขาวงพระจันทร์ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 17 กุมภาพันธ์ – 3 มีนาคม พ.ศ. 2569 รวม 15 วัน 15 คืน ณ วัดเขาวงพระจันทร์ ตำบลห้วยโป่ง อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี ช่วงเทศกาลเปิด 24 ชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นเวลาเช้ามืด หรือ กลางคืน

    พิสูจน์ศรัทธา 3,790 ขั้น สู่ยอดเขาสูงสุดลพบุรี

    “เขาวงพระจันทร์” เป็นภูเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดลพบุรี สูงประมาณ 650 เมตรจากระดับน้ำทะเล การขึ้นไปสักการะรอยพระพุทธบาทต้องเดินบันไดทั้งหมด 3,790 ขั้น ระยะทางราว 1.7 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 2–3 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคน

    มีความเชื่อกันว่า หากได้ขึ้นไปกราบสักการะรอยพระพุทธบาทบนยอดเขา จะประสบความสำเร็จ สมหวัง และมีความสุขตลอดปี

    khaoa

    เปิด 24 ชั่วโมง ช่วงงานคึกคักที่สุด

    ในช่วงเทศกาล ทางวัดเปิดให้ขึ้นเขาได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งกลางวันและกลางคืน พร้อมประดับไฟตลอดแนวบันไดอย่างสวยงาม และมีร้านค้าบริการตลอดเส้นทาง

    ช่วงเวลาที่เหมาะกับการขึ้นเขา

    • เช้า 05.00 – 09.00 น.
    • เย็น 16.00 – 19.00 น.

    เนื่องจากอากาศไม่ร้อน เดินสะดวกกว่า

    khaoa4

    เตรียมตัวอย่างไรดี?

    • สวมรองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าที่กระชับ เดินสบาย
    • แต่งกายสุภาพ
    • หากขึ้นช่วงกลางคืน ควรพกไฟฉาย
    • พกยาดมหรือยาประจำตัว

    khaoa599

    ภายในงานมีอะไรบ้าง

    • พิธีสรงน้ำหลวงพ่อพุทธโชค
    • การแสดงพระธรรมเทศนา
    • การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน
    • การแสดงดนตรี
    • ร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง

    งานนี้ถือเป็นประเพณีสำคัญของจังหวัดลพบุรี ที่ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางมาร่วมสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พร้อมสัมผัสบรรยากาศงานวัดแบบดั้งเดิม

    khaoa5

    การเดินทาง

    รถยนต์ส่วนตัว
    จากตัวเมืองลพบุรี ใช้ทางหลวงหมายเลข 309 ระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร ช่วงทางขึ้นเขาค่อนข้างชันและแคบ ควรใช้รถที่สมรรถนะดี

    รถโดยสารสาธารณะ
    ขึ้นรถตู้จากสถานีขนส่งลพบุรีไปอำเภอโคกสำโรง จากนั้นต่อรถสองแถวหรือมอเตอร์ไซค์รับจ้างไปยังวัด

    • ที่อยู่ : ตำบลห้วยโป่ง อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี
    • พิกัด : https://goo.gl/maps/4e3ZZAhHg2C1oMDm6

    ผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานเขาวงพระจันทร์ 2569 สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ วัดเขาวงพระจันทร์ โทร. 06-1070-7161

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/travel/1453574/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3ibYWL1K_Wzj48EcO1t2m9

  • ซักเคอร์เบิร์กเตรียมให้การในคดีประวัติศาสตร์โซเชียลมีเดียทำให้เสพติด

    ซักเคอร์เบิร์กเตรียมให้การในคดีประวัติศาสตร์โซเชียลมีเดียทำให้เสพติด

    Mark Zuckerberg ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Meta เตรียมให้การเป็นพยานหลักในคดีประวัติศาสตร์การเสพติดโซเชียลมีเดีย วันพุธที่จะถึงนี้ ณ ศาลในรัฐแคลิฟอร์เนีย โดยถูกเรียกตัวมาเป็นพยานในคดีที่อ้างว่า Instagram และแพลตฟอร์มอื่นๆ ถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้รุ่นเยาว์เกิดการเสพติด

    นักธุรกิจเทคโนโลยีวัย 41 ปี ผู้นำจักรวรรดิ Meta ที่ครอบคลุม Facebook, Instagram และ WhatsApp เป็นพยานที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในคดีนี้ ซึ่งถือเป็นคดีแรกในชุดคดีที่อาจกำหนดเกณฑ์ทางกฎหมายสำหรับคดีฟ้องร้องหลายพันคดีจากครอบครัวอเมริกันต่อแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียใหญ่

    รายละเอียดคดีและผู้ฟ้องร้อง

    คดีนี้จะพิจารณาว่า YouTube ของ Google และ Instagram ของ Meta มีความรับผิดชอบต่อปัญหาสุขภาพจิตของ Kaley G.M. หญิงสาววัย 20 ปีชาวแคลิฟอร์เนีย ผู้ใช้โซเชียลมีเดียหนักตั้งแต่เด็ก โดยเริ่มใช้ YouTube ตั้งแต่อายุ 6 ขวบ Instagram ตั้งแต่ 11 ขวบ ตามด้วย TikTok และ Snapchat

    ลูกขุนจำนวน 12 คนในลอสแองเจลิสจะฟังการให้การจนถึงปลายเดือนมีนาคม เพื่อตัดสินว่าแพลตฟอร์มเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อกระตุ้นการใช้แบบบีบบังคับในกลุมวัยรุ่นหรือไม่ ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตของพวกเขา

    ความสำคัญของคดีต่ออุตสาหกรรม

    คดีนี้พร้อมกับคดีคล้ายคลึงอีกสองคดีที่จะพิจารณาในลอสแองเจลิสช่วงฤดูร้อนนี้ มีเป้าหมายสร้างมาตรฐานการระงับข้อพิพาทสำหรับคดีฟ้องร้องหลายพันคดีที่กล่าวหาโซเชียลมีเดียเป็นสาเหตุของโรคซึมเศร้า วิตกกังวล ความผิดปกติในการกิน และการฆ่าตัวตายในหมู่วัยรุ่น

    การให้การของผู้บริหารแพลตฟอร์ม

    Adam Mosseri หัวหน้า Instagram ให้การเป็นคนแรกเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ โดยปฏิเสธแนวคิดเรื่องการเสพติดโซเชียลมีเดีย และใช้คำว่า “การใช้ที่มีปัญหา” แทน ซึ่งเป็นศัพท์ที่ Meta ต้องการใช้

    “ผมเคยพูดว่าติดซีรีส์ Netflix เมื่อดูจนดึกมาก แต่ไม่คิดว่านั่นเหมือนกับการเสพติดทางการแพทย์” Mosseri กล่าว ขณะที่มารดาของเด็กวัยรุ่นที่เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายในห้องพิจารณาแสดงความโกรธแค้นอย่างเห็นได้ชัด

    TikTok และ Snapchat ซึ่งถูกระบุชื่อในคำฟ้อง ได้ตกลงยอมความนอกศาลแบบลับก่อนเริ่มการพิจารณาคดี ขณะที่ Meta ยังเผชิญคดีอื่นในรัฐนิวเม็กซิโกในเดือนนี้ ที่กล่าวหาบริษัทให้ความสำคัญกับผลกำไรมากกว่าการปกป้องเด็กเยาว์จากผู้ล่าเหยื่อทางเพศ

    พ่อแม่และสมาชิกในครอบครัวที่สูญเสียลูกไป ชมภาพของลูกที่เสียชีวิต ซึ่งจัดแสดงอยู่ที่

    พ่อแม่และสมาชิกในครอบครัวที่สูญเสียลูกไป ชมภาพของลูกที่เสียชีวิต ซึ่งจัดแสดงอยู่ที่ “อนุสรณ์สถานแห่งหน้าจอที่สูญหาย” ในลอสแอนเจลิส งานศิลปะชิ้นนี้จัดแสดงภาพของเด็ก 50 คนที่เสียชีวิตจากอันตรายบนโลกออนไลน์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/zuckerberg-testify-social-media-addiction-trial&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1WIJjjWMeA7MTCT2txLTVu

  • ผบช.ปส.ลุยภูเก็ต! ทลายขบวนการโคเคน สกัดยาเสพติดบ่อนทำลายเมืองท่องเที่ยว

    ผบช.ปส.ลุยภูเก็ต! ทลายขบวนการโคเคน สกัดยาเสพติดบ่อนทำลายเมืองท่องเที่ยว

    ผบช.ปส. เดินหน้าปราบปรามยาเสพติดในเมืองท่องเที่ยว บูรณาการกำลังตำรวจภูธร ตม. ท่องเที่ยว ปส. ทลายเครือข่ายผู้ค้ายาจังหวัดภูเก็ต สร้างความมั่นใจ เมืองท่องเที่ยวปลอดภัยจากยาเสพติด

    พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.สินเลิศ สุขุม ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต, พล.ต.ต.ธีระ ทองระยับ ผบก.ปส.4, พ.ต.อ.กิติพงษ์ คล้ายแก้ว รอง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต, พ.ต.อ.ศรีศักดิ์ พรหมบุญ รอง ผบก.ปส.4, พ.ต.อ.ลิขิต กล้วยดำรง รอง ผบก.ปส.4, พ.ต.อ.สรวิศ เสมอใจ ผกก.1 บก.ปส.4, พ.ต.ท.วิศรุต ละเอียดอ่อง รอง ผกก.ตม.จว.ภูเก็ต และ พ.ต.ท.เอกชัย ศิริ สวญ.ส.ทท.1 กก.2 บก.ทท.3 ได้เปิดปฏิบัติการเชิงรุกกวาดล้างเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อสกัดกั้นไม่ให้ยาเสพติดกระจายสู่สถานบริการและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศไทย

    สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 4 (บก.ปส.4) ได้รับข้อมูลว่ามีเครือข่ายชาวต่างชาติลักลอบจำหน่ายโคเคนให้กลุ่มนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะในสถานบริการและพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดภูเก็ต จึงเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนขออนุมัติศาลออกหมายจับชายชาวไนจีเรีย 1 ราย และสามารถติดตามจับกุมตัวได้ตามหมายจับ และใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการขยายผลเชิงลึกไปยังเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง

    ต่อมาเมื่อเวลา 22.30 น. วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส. พร้อมด้วย พล.ต.ต.สินเลิศ สุขุม ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต และ พล.ต.ต.ธีระ ทองระยับ ผบก.ปส.4 สนธิกำลังตำรวจปราบปรามยาเสพติด ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ตำรวจท่องเที่ยว และตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เข้าตรวจสอบสถานบริการในซอยบางลา ย่านป่าตอง อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ ผลการปฏิบัติสามารถจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มเติม จำนวน 2 ราย ได้แก่ ชายชาวไนจีเรีย ตรวจค้นพบโคเคนน้ำหนักประมาณ 1 กรัม ดำเนินคดีในข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย และ ชายชาวต่างชาติ ถูกจับกุมในข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต

    นอกจากนี้ ก่อนหน้าปฏิบัติการดังกล่าว บก.ปส.4 ได้บูรณาการร่วมกับกรมศุลกากร และตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต สกัดจับ ชายชาวบราซิล ณ ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต ขณะลักลอบลำเลียงโคเคนน้ำหนัก 3.1 กิโลกรัม ซึ่งซุกซ่อนมากับสัมภาระส่วนตัว เพื่อเตรียมนำมากระจายจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยวในพื้นที่ ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายที่ถูกจับกุมในครั้งนี้

    จากการปฏิบัติการต่อเนื่อง ทำให้สามารถจับกุมผู้ต้องหารวม 4 ราย พร้อมของกลางโคเคนรวมกว่า 3.1 กิโลกรัม ตัดวงจรการแพร่ระบาดในเมืองท่องเที่ยวระดับโลกได้อย่างทันท่วงที ก่อนสร้างผลกระทบร้ายแรงต่อภาพลักษณ์และความปลอดภัยของประเทศ

    พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส. เน้นย้ำว่า บช.ปส. จะยังคงเดินหน้าปราบปรามยาเสพติดเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่เศรษฐกิจและแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวตามนโยบายของรัฐบาล ทั้งนี้ได้สั่งการให้เร่งขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการทั้งในและต่างประเทศเพื่อทลายโครงสร้างเครือข่ายนี้ให้สิ้นซาก

    ทั้งนี้ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอความร่วมมือประชาชน หากพบเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติดหรือบุคคลต้องสงสัย สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1599 หรือ 191 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือสถานีตำรวจใกล้บ้าน โดยข้อมูลของผู้แจ้งจะถูกเก็บรักษาเป็นความลับอย่างเคร่งครัด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/278757&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3f3N2hvSAO7XaYPW2XO9Yf

  • คาดตลาดท่องเที่ยวยุโรปโต 6.2% ปีนี้ นทท.จีน-อินเดียเพิ่ม ขณะดีมานด์สหรัฐฯ หดตัว : อินโฟเควสท์

    คาดตลาดท่องเที่ยวยุโรปโต 6.2% ปีนี้ นทท.จีน-อินเดียเพิ่ม ขณะดีมานด์สหรัฐฯ หดตัว : อินโฟเควสท์

    คณะกรรมการการท่องเที่ยวแห่งยุโรป (European Travel Commission) เปิดเผยผลสำรวจในวันนี้ (18 ก.พ.) ระบุว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าสู่ยุโรปในปีนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 6.2% โดยแรงหนุนหลักมาจากนักท่องเที่ยวจีนและอินเดียที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยชดเชยการชะลอตัวของนักท่องเที่ยวจากสหรัฐฯ

    รายงานฉบับนี้สะท้อนสัญญาณแรกว่ากระแสการเดินทางของชาวอเมริกันไปยุโรปหลังโควิด-19 เริ่มแผ่วลง หลังจากก่อนหน้านี้เติบโตแข็งแกร่ง เนื่องจากดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าและเศรษฐกิจอเมริกาเหนือที่ฟื้นตัวได้ดี

    ผลสำรวจยังระบุว่า ชาวอเมริกันมีความตั้งใจเดินทางไปยุโรปในปี 2569 ลดลงจากปี 2568 ท่ามกลางความกังวลด้านเศรษฐกิจและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ขณะเดียวกัน คาดว่านักท่องเที่ยวจีนจะเพิ่มขึ้น 28% เมื่อเทียบกับปี 2568 และนักท่องเที่ยวอินเดียจะเพิ่มขึ้น 9% ส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวจากทวีปอเมริกาคาดว่าจะขยายตัวเพียง 4.2%

    ส่วนข้อมูลจากแพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลการบินซีเรียม (Cirium) ระบุว่า ยอดจองเที่ยวบินจากยุโรปไปสหรัฐฯ ระหว่างวันที่ 7 ต.ค. ถึงสิ้นเดือนม.ค. ลดลง 14.2% เมื่อเทียบรายปี ขณะที่ยอดจองจากสหรัฐฯ ไปยุโรปลดลง 7.3%

    แม้นักท่องเที่ยวอเมริกันกลุ่มหลักชะลอการเดินทาง แต่ยุโรปยังคงเห็นการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของนักท่องเที่ยวระยะไกลและด้านการใช้จ่าย ซึ่งสะท้อนว่านักท่องเที่ยวที่ยังเดินทางมายุโรปให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่มีมูลค่าสูง ซึ่งช่วยประคองตลาดท่องเที่ยวให้ทรงตัวได้

    มิเกล ซานซ์ หัวหน้าคณะกรรมการการท่องเที่ยวแห่งยุโรประบุในแถลงการณ์ว่า ยุโรปยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่เชื่อถือได้ และมีความพร้อมรองรับความต้องการเดินทางที่ยืดหยุ่นและเน้นประสบการณ์มากขึ้น

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (18 ก.พ. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/569922&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3K5s7xM5W4zQuZA7N6CXLm

  • เศรษฐกิจลาวโต 4 เปอร์เซ็นต์ |ทันโลก EXPRESS |18 ก.พ. 69

    เศรษฐกิจลาวโต 4 เปอร์เซ็นต์ |ทันโลก EXPRESS |18 ก.พ. 69

    เศรษฐกิจลาวเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว โดยในปี 2025 ที่ผ่านมาผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ จีดีพี เติบโตได้มากกว่า 4 เปอร์เซ็นต์ แต่แรงกดดันด้านค่าครองชีพที่สูงขึ้น ทำให้ประชาชนวัยหนุ่มสาวจำนวนมากต้องหางานทำในต่างประเทศ ทำให้ธุรกิจขนาดเล็กเผชิญปัญหาขาดแคลนแรงงาน

    #เศรษฐกิจ #ลาว #ค่าครองชีพ #เรื่องข่าวเรื่องใหญ่ #PPTVHD36 #ทันโลกEXPRESS
    ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ https://www.pptvhd36.com
    และช่องทาง Social Media

    ——————————————————————-
    === สมัครเป็นสมาชิกยูทูปเพื่อเข้าถึงสิทธิพิเศษต่างๆ ===

    PPTV HD 36 : https://www.youtube.com/@PPTVHD36/join
    PPTV SPORTS : https://www.youtube.com/@PPTV_SPORTS/join

    =====================================

    Facebook : https://www.facebook.com/PPTVHD36
    Instagram : https://www.instagram.com/pptvhd36/
    X : https://twitter.com/PPTVHD36
    TikTok : https://www.tiktok.com/@pptv.thailand
    LINE VOOM : https://pptv36.tv/174l
    ———-
    สนใจโฆษณา, สร้างสรรค์และผลิตวิดีโอ YouTube
    Tel: 093-6242426
    Email: saleonline@pptvthailand.com

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/video/news/212074&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0-7B-kmU6HMO1V7tJtgpwU

  • “ดร.พิพัฒน์ KKP” ชี้โจทย์ใหญ่รัฐบาลใหม่ พาเศรษฐกิจไทยโตเต็มศักยภาพ | เดลินิวส์

    “ดร.พิพัฒน์ KKP” ชี้โจทย์ใหญ่รัฐบาลใหม่ พาเศรษฐกิจไทยโตเต็มศักยภาพ | เดลินิวส์

    ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยไตรมาส 4/2568 จีดีพี ยากระตุ้นมาถูกจังหวะ แต่ถึงเวลาที่เศรษฐกิจต้องทำเรื่องยากกันแล้ว

    จากกรณีสภาพัฒน์เพิ่งแถลงตัวเลข GDP ไตรมาสสี่ออกมาโตได้ 2.5% yoy ซึ่งสูงกว่า 1.2% ในไตรมาสก่อน และสูงกว่าที่ตลาดคาดไว้พอสมควร  ทำให้ GDP ทั้งปี 2568 ออกมาที่ 2.4% สูงกว่าที่หลายๆฝ่ายประเมินไว้ที่ 2.0-2.2%

    สาเหตุหลักคงต้องยกให้ “การลงทุน (Investment)” ที่กลับมาเป็นพระเอกได้:

    • ภาครัฐเร่งเครื่องสุดตัว: หลังงบประมาณล่าช้าไปนาน ไตรมาสนี้รัฐบาล “เร่งเบิกจ่าย” แบบอัดฉีดสุดพลัง ทำให้การลงทุนภาครัฐพุ่งไปถึง 13.3% เงินก้อนนี้ช่วยหล่อเลี้ยงภาคก่อสร้างที่ขยายตัวถึง 11.2% ช่วยพยุงเศรษฐกิจไม่ให้หยุดนิ่ง
    • การลงทุนเอกชนขยับตาม: โตได้ 6.5% จากการนำเข้าเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่เพิ่มขึ้น และแนวโน้มที่เราเห็นโครงการรอลงทุน​ โดยเฉพาะพวก data center
    • การบริโภคที่ได้นโยบายรัฐช่วย: โต 3.3% ส่วนหนึ่งมาจากที่คนเร่งซื้อ EV ก่อนที่มาตรการรถ EV จะหมดเขต และได้เม็ดเงินที่รัฐเติมลงไปในกลุ่มเปราะบาง

    ต้องให้เครดิตรัฐบาลที่ทำถูกที่ ถูกเวลา

    จังหวะนี้ต้องชื่นชมการทำงานของรัฐบาลที่เร่งเบิกจ่ายงบประมาณ ได้ถูกจังหวะพอดี ถือเป็นการประคองเศรษฐกิจไม่ให้หล่นลงหลุม และช่วยรักษาความเชื่อมั่นในระยะสั้นไว้ได้ เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่ทำได้ถูกต้องและได้ผลมาก 

    และการออกมาตรการกระตุ้นการบริโภคก็น่าจะมีผลต่อการบริโภคไม่มากก็น้อย แม้การบริโภคสินค้าไม่คงทนจะโตแผ่วจากไตรมาสก่อน แต่ต้องไปดูต่อว่า ถ้าไม่มีคนละครึ่งอาจจะแย่กว่านี้ก็ได้

    และ ท่าน รมว. คลัง (ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ) บอกว่าไทยออกจาก ICU แล้ว ก็อาจจะจริง 

    “แต่ผมว่าเรายังไม่ได้ออกจากโรงพยาบาลแน่ๆ และคงต้องหาทางทำกายภาพบำบัดให้กลับมาโตได้อย่างเต็มศักยภาพจริงๆ”

    ดร.พิพัฒน์ ระบุเพิ่มเติมว่า ลองหันไปดูเพื่อนบ้านแล้วจะรู้ว่าเรายัง “ป่วย” อยู่ แม้เราจะดีใจที่โตได้ 2.5% แต่ถ้ามองภาพกว้างในเอเชียช่วงไตรมาสเดียวกัน เราจะเห็นความจริงที่น่ากังวล

    • ไต้หวัน: โตพุ่งทะลุ 12% (แรงส่งจาก AI และ Semiconductor)
    • สิงคโปร์: โต 6.9% 
    • เวียดนาม: โต 8% 
    • มาเลเซีย: โต 6.3%  

    แปลว่าไตรมาสสี่ที่ผ่านมาเป็นไตรมาสที่ดีมากๆของเพื่อนบ้านเรา ในขณะที่ไทยเราต้อง “ลุ้นแทบตาย” และใช้แรงส่งจากภาครัฐมหาศาลกว่าจะดันขึ้นมาได้เกิน 2% สะท้อนว่าโครงสร้างเศรษฐกิจเรากำลังมีปัญหาใหญ่เรื่องความสามารถในการแข่งขัน

    เพดานงบประมาณ กับความเสี่ยงที่รออยู่

    เราต้องยอมรับความจริงว่า “ทำท่านี้ไปเรื่อยๆ ไม่ได้” เพราะงบประมาณมีจำกัด และตามแผนวินัยการคลัง เราบอกว่าจะลดการขาดดุล และจำกัดการโตของงบประมาณในอนาคต แปลว่าการเร่งเบิกจ่ายคงทำได้อีกไม่กี่ไตรมาสข้างหน้า (แต่ก็คงต้องทำต่อเนื่องให้มีแรงส่งเข้ามาในเศรษฐกิจ) อาจทำให้ไตรมาสถัดไป “แผ่วลง” เพราะกระสุนจะเริ่มหมด 

    สินค้าไม่คงทน (ของกินของใช้ของชาวบ้าน) ยังชะลอตัว สะท้อนว่าคนระดับล่างยังไม่ฟื้นตัวจริง และยอดซื้อรถอาจจะไม่ได้เร่งตัวขึ้นได้อีกมากเพราะราคารถปรับตัวขึ้นมาแล้ว

    ถึงเวลา “งานยาก งานใหญ่ และงานใช้เวลานาน”

    สรุปคือ… รัฐบาลช่วยไม่ให้เรา “ตกเหว” ได้สำเร็จ แต่โจทย์ใหญ่คือเราจะโตและวิ่งตามเพื่อนบ้านให้ทันได้ยังไง?

    1.เราต้องการ “เครื่องจักรใหม่” (New Engines of Growth) ที่ไม่ใช่แค่การอัดฉีดชั่วคราว แต่คือการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจครั้งใหญ่ เพื่อให้ไทยกลับไปโตได้ในระดับที่แข่งขันกับชาวบ้านเขาได้จริงๆ 

    2.ที่เราต้องเน้นการลงทุนใหม่ๆ ทั้งจากการลงทุนจากต่างประเทศ การลงทุนภาครัฐ และภาคเอกชนของไทย ซึ่งต้องเน้นการปฏิรูปหลายเรื่อง ทั้งการปฏิรูปภาครัฐให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น การปฏิรูปและขยายฐานภาษี การปรับกฎระเบียบต่างๆที่สนับสนุนต่อลงทุน การแก้ไขกฎหมายที่เป็นอุปสรรค การลดการทุจริตคอร์รัปชั่น การพัฒนาภาคเกษตรให้แข่งขันได้ และการปรับปรุงกระบวนยุติธรรมให้มีนิติรัฐอย่างแท้จริง

    3.นอกจากนี้ยังต้อง เน้นเรื่องการปฏิรูปการศึกษา การปรับประสิทธิภาพและทักษะของแรงงานในยุค AI กำลังจะครองโลก เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันและแรงส่งให้กับเศรษฐกิจไทย

    “งานนี้ยากและต้องใช้เวลา แต่เป็นสิ่งที่เราต้อง “ช่วยกันทำ” เดี๋ยวนี้ ก่อนที่ยาชูกำลังจากรัฐจะหมดฤทธิ์ เรากำลังจะได้รัฐบาลใหม่ ก็มีโจทย์ใหญ่รออยู่เยอะเลย” ดร.พิพัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5612213/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1XdTwegfy6FTBeXbF-_I-D

  • บอนด์ยีลด์ปรับตัวลง นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ

    บอนด์ยีลด์ปรับตัวลง นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ

    สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (17 ก.พ. 69)

    อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวลง ขณะที่นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ

    ณ เวลา 20.51 น.ตามเวลาไทย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี อยู่ที่ระดับ 4.041% ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี อยู่ที่ระดับ 4.677%

    นักลงทุนจับตาการเปิดเผยรายงานการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประจำวันที่ 27-28 ม.ค.ในวันพรุ่งนี้ รวมทั้งดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ในวันศุกร์

    ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 90.1% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมเดือนมี.ค.

    โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/news/2026-IRDG0IQ5C8259NPJK4AIW2M0E3TQY3CB&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0LoCZzNHPV1SuvXOVA5Ht9

  • เงินบาทเปิด 31.30 อ่อนค่าเล็กน้อย จับตาข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ

    เงินบาทเปิด 31.30 อ่อนค่าเล็กน้อย จับตาข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ


    Krungthai GLOBAL MARKETS มองเงินบาทแกว่งตัวในกรอบ 31.15–31.40 บาท/ดอลลาร์ หลังดอลลาร์ได้แรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ดีกว่าคาด  เตือนความผันผวนยังอยู่ในระดับสูง

    นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน จาก Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้าที่ระดับ 31.30 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากระดับปิดก่อนหน้าที่ 31.23 บาทต่อดอลลาร์ โดยตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมาเงินบาททยอยอ่อนค่าในลักษณะ Sideways Up เคลื่อนไหวในกรอบ 31.20–31.40 บาทต่อดอลลาร์ สอดคล้องกับการแข็งค่าของเงินดอลลาร์

    เงินดอลลาร์ได้รับแรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาดีกว่าคาด ทั้งตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนโดย ADP และดัชนีภาคการผลิตของ Federal Reserve Bank of New York ส่งผลให้ตลาดปรับลดความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ยของ Federal Reserve (Fed) ลงบางส่วน หนุนบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ขยับขึ้นสู่ระดับราว 4.05%

    อย่างไรก็ดี การแข็งค่าของดอลลาร์ชะลอลงบ้าง หลังสกุลเงินหลักทยอยรีบาวด์ โดยเฉพาะเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) และเงินยูโร (EUR) ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ กลับมาเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น ดัชนี S&P 500 ปิดบวก 0.10% และ Nasdaq Composite บวก 0.14% ส่วนดัชนี STOXX Europe 600 ปรับขึ้น 0.45% จากแรงหนุนหุ้นการเงินและ Healthcare

    ด้านราคาทองคำถูกกดดันจากดอลลาร์แข็งค่าและบอนด์ยีลด์ที่ปรับขึ้น แต่ยังทรงตัวเหนือ 4,880 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ท่ามกลางภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่ทยอยคลี่คลาย

    สำหรับ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ตลาดรอติดตามข้อมูลสำคัญของสหรัฐฯ ได้แก่ ยอดคำสั่งซื้อสินค้าคงทน ยอดผลผลิตอุตสาหกรรม และข้อมูลตลาดที่อยู่อาศัย รวมถึงถ้อยแถลงเจ้าหน้าที่ Fed ขณะที่ฝั่งอังกฤษต้องจับตาอัตราเงินเฟ้อ CPI ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางดอกเบี้ยของ Bank of England

    นายพูน ประเมินว่า เงินบาทมีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบ Sideways จนกว่าจะมีปัจจัยใหม่เข้ามาชัดเจน โดยมองกรอบเคลื่อนไหวระยะสั้นที่ 31.15–31.40 บาทต่อดอลลาร์ และเตือนว่าความผันผวนยังอยู่ในระดับสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต แนะนำผู้ประกอบการใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยง เช่น Options หรือเลือกใช้สกุลเงินท้องถิ่นในการชำระเงินเพื่อบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/business/40362&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2iyUNKUmgsecu5wWW5f3Gv