Blog

  • พคบ. ระยอง 2 ผนึก BLCP มอบคอมพิวเตอร์ ยกระดับการศึกษาเยาวชนระยอง

    พคบ. ระยอง 2 ผนึก BLCP มอบคอมพิวเตอร์ ยกระดับการศึกษาเยาวชนระยอง

    ภูมิภาค

    พคบ. ระยอง 2 ผนึก BLCP มอบคอมพิวเตอร์ ยกระดับการศึกษาเยาวชนระยอง

    วันพฤหัสบดี ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.25 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์  ณ ศูนย์ราชการจังหวัดระยอง โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี (BLCP) นำโดย นายอดิศร วังมูล ผู้อำนวยการสายงานการเงินและบริหารองค์กร ร่วมกับ หลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์เครือข่ายความมั่นคงระดับผู้บริหาร รุ่นที่ 2 (พคบ.ระยอง 2) จัดพิธีส่งมอบอุปกรณ์การศึกษาเพื่อเสริมสร้างโอกาสการเรียนรู้ให้กับเยาวชน โดยมี นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นเกียรติในพิธีรับมอบ และส่งต่อให้กับ นางชุติกาญจน์ ผิวอ้วน ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดตะเคียนทอง ต.แกลง อ. เมือง จังหวัดระยอง
        
    ในงานนี้ BLCP ได้ร่วมสนับสนุนคอมพิวเตอร์จำนวน 10 เครื่อง เสริมทัพกับโครงการของ พคบ.ระยอง 2 ที่จัดซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์โน๊ตบุคคุณภาพสูงอีก 6 ชุด รวมทั้งสิ้น 16 ชุด เพื่อมอบเป็นโอกาสทางการศึกษาให้กับน้องๆ 

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/466655&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2684rQC7Ue2i_b3R3TWUxM

  • GULF เปิดตัวนิทรรศการ “Empowering Me” สะท้อนตัวตน ความฝันของผู้มีความผิดปกติบนใบหน้า พร้อมสนับสนุนศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ รพ.จุฬาฯ ต่อเนื่องปีที่ 10

    GULF เปิดตัวนิทรรศการ “Empowering Me” สะท้อนตัวตน ความฝันของผู้มีความผิดปกติบนใบหน้า พร้อมสนับสนุนศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ รพ.จุฬาฯ ต่อเนื่องปีที่ 10

    บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF สานต่อภารกิจเพื่อสังคมภายใต้แนวคิด Powering the Future, Empowering the People” มอบเงินสนับสนุนการดำเนินงานของ ศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ต่อเนื่องเป็นที่ 10 พร้อมมอบทุนการศึกษาภายใต้โครงการ “หนึ่งทุน หนึ่งฝัน ปั้นอนาคต” ให้แก่เยาวชนที่อยู่ในความดูแลของศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ เพื่อสร้างโอกาสทำตามความฝันของน้อง ๆ ที่ครอบครัวมีรายได้น้อย ให้ได้เข้ารับการศึกษาในระดับสูงสุดตามความมุ่งหวังของครอบครัวและตามศักยภาพทางสติปัญญาและร่างกาย นอกจากนี้ ในวาระครบรอบ 10 ปีที่ GULF ร่วมขับเคลื่อนการดำเนินงานของศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ มาอย่างต่อเนื่อง GULF ยังได้จัดนิทรรศการภาพวาดเชิงสัญญะ (Symbolism Art) “Empowering Me – A power of identity beyond appearances: นี่คือฉัน งดงามอย่างที่ฉันเป็น” รวบรวมผลงานจาก 10 ศิลปินรุ่นใหม่จาก 10 มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวความฝัน ความเข้มแข็ง และตัวตนที่แท้จริงของผู้มีความผิดปกติบนใบหน้า โดยนิทรรศการเปิดให้เข้าชมฟรีตลอดงาน ระหว่างวันที่ 19 – 26 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ชั้น 3 AIS SIAM สยามแควร์

    นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “โครงการนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง GULF และโรงพยาบาลจุฬาฯ ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องกว่า 10 ปี เพื่อมอบโอกาสในการผ่าตัดแก้ไขความผิดปกติทางใบหน้าและอวัยวะที่เกี่ยวข้องให้แก่เด็กผู้ด้อยโอกาสให้พวกเขาสามารถกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติ พร้อมสนับสนุนทุนการศึกษาควบคู่กันไป ต้องขอขอบคุณทีมแพทย์ที่ทุ่มเทรักษาแม้ในเคสที่ซับซ้อน ทั้งนี้บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนระบบสาธารณสุขไทยมาโดยตลอด ทั้งการบริจาคเครื่องมือแพทย์เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาได้อย่างเท่าเทียม และเราจะสนับสนุนต่อไป นอกจากนี้ในงานยังมีนิทรรศการภาพวาดที่สะท้อนความรู้สึก ตัวตนของน้องๆ ซึ่งอยากเชิญชวนให้มาเยี่ยมชมกัน เราพร้อมจะช่วยเหลือสังคมในทุกมิติเท่าที่จะทำได้ เพื่อสร้างสังคมที่ดียิ่งขึ้นต่อไปครับ”

    ขณะที่ ศ.นพ.นนท์ โรจน์วชิรนนท์ รองหัวหน้าศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กล่าวว่า ศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ เป็นศูนย์กลางในการดูแลรักษาผู้ป่วยที่มีความผิดปกติบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ ทั้งในด้านร่างกาย จิตใจและสังคม โดยมีแพทย์และบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ 12 สาขาที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้เกิดผลดีที่สุดสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย พร้อมทั้งสนับสนุนทุนการศึกษาให้กับผู้ป่วยในศูนย์ฯ ให้เข้าถึงการศึกษาขั้นพื้นฐานได้อีกด้วย ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา GULF มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยผ่าตัดแก้ไขความผิดปกติบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ รวมถึงการรักษาทางทันตกรรม นอกจากนี้ ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดรักษาแล้ว แต่ยังอาจทิ้งร่องรอยของโรคไว้ในรูปแบบแผลเป็น ทำให้ผู้ป่วยหลายราย ขาดความมั่นใจในตนเอง ทางศูนย์ฯ ก็ได้จับมือกับกัลฟ์ ดำเนิน “โครงการเสริมสร้างความนับถือตนเอง” เพื่อพัฒนาทักษะความมั่นคงทางจิตใจ พร้อมปรับตัวเข้ากับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมั่นใจ

    “อีกหนึ่งเรื่องของการพัฒนาด้านสังคมที่สำคัญคือ การสนับสนุนทุนการศึกษา ภายใต้โครงการที่ชื่อว่า “โครงการ หนึ่งทุน หนึ่งฝัน ปั้นอนาคต” ซึ่งโครงการนี้ ก็เป็นความคิดริเริ่มของทางกัลฟ์ ที่อยากจะสนับสนุนทุนการศึกษาให้กับผู้ป่วยที่อยู่ในความดูแลของศูนย์ฯ และเป็นครอบครัวผู้มีรายได้น้อย ให้มีโอกาสเข้ารับการศึกษาในระดับสูงสุดตามความมุ่งหวังของครอบครัวและตามศักยภาพทางสติปัญญาของตนเอง ทุนนี้จึงถือเป็นประตูบานแรกที่เปิดโอกาสให้เด็กๆ เข้าสู่เส้นทางแห่งความฝัน ต่อยอดความรู้และทักษะตามความถนัดและความสนใจ โดยมุ่งหวังให้อย่างน้อยผู้ที่ได้รับทุนสามารถดูแลตนเองได้ในอนาคต” ศ.นพ.นนท์ โรจน์วชิรนนท์ กล่าวเสริม

    ด้าน นายภาคิน โซ๊ะเลาะ ตัวแทนเยาวชนผู้ได้รับทุนจากโครงการหนึ่งทุน หนึ่งฝัน ปั้นอนาคต กล่าวว่า “ทุนนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่เปิดโอกาสให้ผมเข้าถึงการศึกษา และช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัวได้อย่างมาก ล่าสุดผมยังได้รับทุนจากทางรัฐบาลไปเรียนซัมเมอร์แคมป์ด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีที่ประเทศฟินแลนด์ นับเป็นประสบการณ์ที่ต่อยอดมาจากพื้นฐานการศึกษาที่ GULF มีส่วนสนับสนุน ทำให้ผมมั่นใจที่จะเดินตามความฝันในอนาคตให้สำเร็จ”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/public-relations-news/950377/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw174IF0aOc9dlLmU4vG2Wu6

  • กทพ.เปิดฟังเสียงเอกชน ดันทางด่วนเชื่อมเกาะสมุย 7.4 หมื่นล้าน ตั้งเป้าตอกเสาเข็มปี 71 เปิดใช้ปี 76

    กทพ.เปิดฟังเสียงเอกชน ดันทางด่วนเชื่อมเกาะสมุย 7.4 หมื่นล้าน ตั้งเป้าตอกเสาเข็มปี 71 เปิดใช้ปี 76

    กทพ. เปิดเวทีฟังเสียงเอกชนร่วมลงทุน ”ทางด่วนเชื่อมเกาะสมุย“ ระยะทาง 37 กม. มูลค่า 7.4 หมื่นล้าน เผยปัจจุบันค่าโรงแรมบนเกาะสมุยเพิ่มสูงขึ้น 3-4 เท่า สะท้อนเศรษฐกิจ 3 จังหวัดในพื้นที่โตต่อเนื่อง ระบุ 30 ปี สร้างรายได้ให้ประเทศกว่า 4 แสนล้าน เร่งสรุปชงบอร์ดฯ ไฟเขียว ก่อนส่งไม้ต่อ “คมนาคม-ครม.” ตั้งธงตอกเสาเข็มปี 71 เปิดให้บริการปี 76 ค่าผ่านทาง 1,000-3,000 บาท/คัน ด้าน “ที่ปรึกษาฯ” ชี้เสียงผู้ใช้ทางแจ้งพร้อมจ่าย

    นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดงานสัมมนารับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชน (Opinion Hearing) งานศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุย วันนี้ (19 ก.พ. 2569) ว่า การสัมมนาในวันนี้ มีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อแนะนำและให้ข้อมูลส่วนที่เป็นสาระสำคัญของโครงการแก่นักลงทุน รวมถึงประเมินความสนใจและสร้างความเชื่อมั่นในการลงทุนของภาคเอกชน พร้อมทั้งรับฟังความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะจากนักลงทุนและผู้เกี่ยวข้อง สำหรับนำไปประกอบการจัดทำรายงานการศึกษาและวิเคราะห์โครงการตามพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562

    สำหรับความคืบหน้าของโครงการฯ ขณะนี้ กทพ. อยู่ระหว่างศึกษาความเหมาะสมโครงการและจะขออนุมัติรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) หากได้ข้อสรุปจากผลการศึกษาแล้ว จะนำเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) กทพ. พิจารณา ก่อนนำเสนอกระทรวงคมนาคม และส่งต่อไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป คาดว่า จะเริ่มดำเนินการก่อสร้างในปี 2571 และมีกำหนดเปิดให้บริการในปี 2576

    นายสุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า เกาะสมุย ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว ปัจจุบัน พบว่า โรงแรมที่พัก มีราคาเพิ่มสูงขึ้น อาทิ จากราคา 3,000 บาทต่อคืน เพิ่มขึ้นเป็น 10,000 บาทต่อคืน หรือจากราคา 5,000 บาทต่อคืน เพิ่มขึ้นเป็น 20,000 บาทต่อคืน สะท้อนให้เห็นว่า เศรษฐกิจในพื้นที่ 3 จังหวัด ประกอบด้วย สงขลา นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อีกด้วย

    ทั้งนี้ จากข้อมูล พบว่า เกาะสมุย นำส่งรายได้ให้ประเทศเป็นอันดับที่ 2 มีมูลค่ากว่า 200,000 ล้านบาทต่อปี รองจากเกาะภูเก็ต ที่นำส่งรายได้ให้ประเทศ มูลค่า 500,000 ล้านบาทต่อปี เชื่อว่า ตลอดระยะเวลาสัมปทาน 30 ปี จะสร้างรายได้ให้ประเทศ มูลค่ากว่า 400,000 ล้านบาท ในส่วนของการลงทุนนั้น เบื้องต้น มี 2 รูปแบบ คือ การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (PPP) หรือรูปแบบกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (Thailand Future Fund) หรือ TFFIF

    นายสุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันการเดินทางเข้า–ออกเกาะสมุยมีเพียง 2 รูปแบบ คือ ทางน้ำและทางอากาศ ซึ่งมีข้อจำกัดและเปราะบางต่อสภาพอากาศ ส่งผลต่อประชาชน การท่องเที่ยว และการรับมือเหตุฉุกเฉิน อีกทั้งโครงการนี้ไม่ได้เป็นเพียงสะพานเพื่อการคมนาคมเท่านั้น แต่เป็นโครงการที่ออกแบบให้รองรับระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน เช่น ระบบไฟฟ้า ระบบประปา และระบบสายสื่อสาร เป็นต้น อย่างไรก็ตาม เมื่อโครงการแล้วเสร็จ จะช่วยเพิ่มความสะดวกและรวดเร็วในการเดินทางระหว่างเกาะสมุยกับแผ่นดินใหญ่ เสริมสร้างความมั่นคงของระบบโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคบนเกาะสมุย รวมถึงช่วยลดระยะเวลาในการเดินทาง

    สำหรับโครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุย มูลค่าลงทุนของโครงการรวม 74,044 ล้านบาท แบ่งเป็น ค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน มูลค่า 1,628 ล้านบาท โดยในการดำเนินงานจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินมีผู้ที่ได้รับผลกระทบจำนวน 277 แปลง เนื้อที่ดินที่ได้รับผลกระทบ ประมาณ 226,591 ตารางวา และสิ่งปลูกสร้างที่ได้รับผลกระทบจำนวน 45 หลัง, ค่าก่อสร้าง มูลค่า 63,275 ล้านบาท, ค่าควบคุมงานก่อสร้าง มูลค่า 1,582 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและบำรุงรักษาโครงการ มูลค่า 7,559 ล้านบาท โดยโครงการมีผลตอบแทนด้านเศรษฐกิจ (EIRR) ร้อยละ 15.58 และผลตอบแทนด้านการเงิน (FIRR) ร้อยละ -0.31

    ทั้งนี้ โครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุย ระยะทางรวมประมาณ 37.41 กิโลเมตร (กม.) เป็นทางพิเศษยกระดับข้ามทะเลเชื่อมต่อระหว่างแผ่นดินใหญ่และเกาะสมุย ขนาด 4 ช่องจราจร (ทิศทางละ 2 ช่องจราจร) มีจุดเริ่มต้นโครงการเชื่อมต่อกับทางหลวงหมายเลข 4142 ในพื้นที่ ต.ดอนสัก อ.ดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี มุ่งหน้าทางทิศตะวันออกตัดผ่านทางหลวงหมายเลข 4142 ในพื้นที่ ต.ควนทอง อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช จากนั้นแนวเส้นทางมุ่งหน้าทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ผ่านพื้นที่สวนปาล์มและผ่านอ่าวประทับแล้วมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออก เข้าเชื่อมเกาะสมุยบริเวณเนินเขาแหลมสอ และมีจุดสิ้นสุดโครงการเชื่อมต่อกับทางหลวงหมายเลข 4170 ในพื้นที่ ต.ตลิ่งงาม อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้เข้าร่วมสัมมนางานในวันนี้ ได้เสนอว่า รูปแบบของสะพานยังไม่มีเสน่ห์ หรือเป็นแลนด์มาร์ก สมกับเป็นเมืองท่องเที่ยว และดึงดูดให้ผู้ใช้ทางมาใช้บริการดังเช่นในต่างประเทศ ส่วนการเลือกแนวเส้นทางนั้น ตามนโยบายของผู้ว่า กทพ. ที่ระบุว่า จะต้องยังคงรักษ์ธรรมชาติ รบกวนสิ่งมีชีวิตและธรรมชาติให้น้อยที่สุด เนื่องจากบริเวณดังกล่าว มีโลมา พะยูน ปะการัง จึงมีการออกแบบให้มีการก่อสร้างโครงการฯ ในพื้นที่บนทะเลให้น้อยที่สุดและสอดคล้องกับการจัดทำ EIA ด้วย

    นอกจากนี้ แนวเส้นทางที่คัดเลือกดังกล่าว ต้องก่อสร้างไดัจริง สอดคล้องกับข้อจำกัดทางกายภาพของโครงการฯ พร้อมทั้งตอบโจทย์กับความคุัมค่าในการลงทุน สามารถเชื่อมต่อกับถนนสายหลัก รวมถึงจะต้องช่วยลดระยะเวลาในการเดินทางได้ด้วย ขณะที่ประเด็นการกู้ภัยฉุกเฉิน หากเกิดอุบัติเหตุบนสะพาน หรือทรัพย์สินตกลงไปในทะเลนั้น มีการกำหนดแผนความเสี่ยงในการเข้าพื้นที่ของกู้ภัยและการช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลในพื้นที่ทุกด้านไว้แล้ว อีกทั้งวิเคราะห์การรองรับภัยพิบัติต่างๆ อาทิ แผ่นดินไหว และปัญหาฝุ่น PM 2.5

    รายงานข่าวจาก กทพ. ระบุว่า คาดการณ์ปริมาณจราจรและรายได้ค่าผ่านทางของโครงการตลอด 30 ปี โดยโครงการจัดเก็บค่าผ่านทางแยกตามประเภทของรถในอัตราเดียวกันตลอดทั้งโครงการ (Flat Rate) และกำหนดให้ปรับอัตราค่าผ่านทางทุก ๆ 5 ปี ตามอัตราเพิ่มของดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) อัตราค่าผ่านทาง ณ ปีที่เปิดให้บริการ (ปีงบประมาณ 2577) กล่าวคือ รถ 4 ล้อ ราคา 1,000 บาทต่อคัน, รถ 6–10 ล้อ ราคา 2,000 บาทต่อคัน และรถมากกว่า 10 ล้อ ราคา 3,000 บาทต่อคัน ลงทุน 74,044 ล้านรายได้30ปี 80,108 ล้านบาท

    ทั้งนี้ จากการสำรวจข้อมูลจากผู้ที่เดินทางจริงของที่ปรึกษา พบว่า ผู้ใช้ทางสามารถจ่ายในราคาที่ประมาณ 1,000-1,200 บาทต่อคัน เปรียบเทียบการเดินทางเรือเฟอร์รี่ ค่าใช้จ่ายรถยนต์ 1 คัน ประกอบด้วย คนขับ และผู้โดยสาร 1 คน ราคา 720 บาท โดยผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น มีราคา 170 บาทต่อคน อย่างไรก็ตาม คาดว่า จะมีปริมาณจราจรที่ใช้โครงการ ณ ปีเปิดให้บริการ (ปีงบประมาณ 2577) จำนวน 3,049 คันต่อวัน คิดเป็นรายได้ค่าผ่านทาง 3.25 ล้านบาทต่อวัน และปริมาณจราจรในปีที่ 30 (ปีงบประมาณ 2606) เท่ากับ 10,339 คันต่อวัน คิดเป็นรายได้ ค่าผ่านทาง 14.11 ล้านบาทต่อวัน โดยมีรายได้ค่าผ่านทางรวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอด 30 ปี ประมาณ 80,108 ล้านบาท

    ในส่วนของที่พักริมทาง (Rest Area) ทั้งทิศทางขาไป-ขากลับเกาะสมุย มูลค่า 175 ล้านบาทนั้น ประกอบด้วย พื้นที่ส่วนกลาง กิจกรรมเชิงพาณิชย์ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เช่น ห้องน้ำสาธารณะ จุดจำหน่ายสินค้าและอาหาร และพื้นที่เช่าในรูปแบบ Drive-thru เป็นต้น เพื่อยกระดับการให้บริการและเพิ่มศักยภาพในการสร้างรายได้อื่นๆ นอกเหนือจากรายได้ค่าผ่านทาง ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและบำรุงรักษาที่พักริมทาง ตลอด 30 ปี มูลค่า 441 ล้านบาท ด้านรายได้เชิงพาณิชย์ของที่พักริมทาง ตลอด 30 ปี มูลค่า 878 ล้านบาท แบ่งเป็น รายได้จากพื้นที่เช่า 748 ล้านบาท และรายได้จากพื้นที่โฆษณา 130 ล้านบาท

    สำหรับที่พักริมทาง ได้จัดสรรพื้นที่แบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก คือ 1.พื้นที่เชิงพาณิชย์ (Commercial Area) รวมทั้ง 2 ทิศทาง ประกอบด้วย ศูนย์อาหารและร้านค้า พื้นที่รวมประมาณ 1,600 ตารางเมตร (ตร.ม.), Kiosk : จำนวน 8 บูธ พื้นที่รวมประมาณ 80 ตร.ม. และพื้นที่ Drive-thru : พื้นที่รวมประมาณ 800 ตร.ม. 2.พื้นที่ส่วนกลางและสิ่งอำนวยความสะดวก (รวมทั้ง 2 ทิศทาง) ประกอบด้วย ห้องสุขาสาธารณะ พื้นที่จอดรถยนต์ส่วนบุคคล 120 คัน พื้นที่จอดรถยนต์สำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุ 4 คัน พื้นที่จอดรถโดยสารและรถขนาดใหญ่ (มากกว่า 6 ล้อ) 10 คัน พื้นที่จอดรถส่งของสำหรับผู้ประกอบกิจการ

    อ่านข่าว “นโยบายรัฐ” เพิ่มเติม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/governmentpolicy/2915253&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0DkRx38OUWMc8GF_xAKqgn

  • สิ้น จรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี ถึงแก่อนิจกรรม ที่ รพ.จุฬาฯ สิริอายุ 76 ปี

    สิ้น จรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี ถึงแก่อนิจกรรม ที่ รพ.จุฬาฯ สิริอายุ 76 ปี

    วันพฤหัสบดี ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.04 น.

    19 กุมภาพันธ์ 2569 รายงานข่าวแจ้งว่า นายจรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี ถึงแก่อนิจกรรมอย่างสงบ ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เมื่อช่วงเที่ยงวันนี้ สิริอายุ 76 ปี โดยกำหนดการพระพิธีศพและการบำเพ็ญกุศลจะมีการแจ้งให้ทราบต่อไป

    จรัลธาดา กรรณสูต เกิดเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2492 เป็นบุตรชายของ ปรีดา กรรณสูต อดีตอธิบดีกรมประมง และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหม่อมราชวงศ์เติมแสงไข รพีพัฒน์ มีศักดิ์เป็นพระปนัดดา (เหลน) ในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ และพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์

    นายจรัลธาดา กรรณสูต เกิดเมื่อ 22 สิงหาคม 2492 เป็นบุตรของ ปรีดา กรรณสูต อดีตรัฐมนตรีว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ ม.ร.ว.เติมแสงไข รพีพัฒน์ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะประมง จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ก่อนจะเข้ารับราชการที่กรมประมง เคยดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมประมง และปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

    สำหรับ นายจรัลธาดา กรรณสูต ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นองคมนตรีในรัชกาลปัจจุบัน โดยมี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีในขณะนั้น ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ

    – 006

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/948094&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ODrHTCaLmkHnpQM_3FCrg

  • GULF ฉลอง 10 ปี เคียงข้างศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ เปิดนิทรรศการ “Empowering Me” เผยความงามที่แตกต่าง

    GULF ฉลอง 10 ปี เคียงข้างศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ เปิดนิทรรศการ “Empowering Me” เผยความงามที่แตกต่าง

    GULF เปิดตัวนิทรรศการ “Empowering Me” สะท้อนตัวตน ความฝันของผู้มีความผิดปกติบนใบหน้า พร้อมสนับสนุนศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ รพ.จุฬาฯ ต่อเนื่องปีที่ 10

    GULF ฉลอง 10 ปี เคียงข้างศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ เปิดนิทรรศการ

    บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF สานต่อภารกิจเพื่อสังคมภายใต้แนวคิด “Powering the Future, Empowering the People” มอบเงินสนับสนุนการดำเนินงานของ ศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ต่อเนื่องเป็นที่ 10 พร้อมมอบทุนการศึกษาภายใต้โครงการ “หนึ่งทุน หนึ่งฝัน ปั้นอนาคต” ให้แก่เยาวชนที่อยู่ในความดูแลของศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ เพื่อสร้างโอกาสทำตามความฝันของน้อง ๆ ที่ครอบครัวมีรายได้น้อย ให้ได้เข้ารับการศึกษาในระดับสูงสุดตามความมุ่งหวังของครอบครัวและตามศักยภาพทางสติปัญญาและร่างกาย นอกจากนี้ ในวาระครบรอบ 10 ปีที่ GULF ร่วมขับเคลื่อนการดำเนินงานของศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ มาอย่างต่อเนื่อง GULF ยังได้จัดนิทรรศการภาพวาดเชิงสัญญะ (Symbolism Art) “Empowering Me – A power of identity beyond appearances: นี่คือฉัน งดงามอย่างที่ฉันเป็น” รวบรวมผลงานจาก 10 ศิลปินรุ่นใหม่จาก 10 มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวความฝัน ความเข้มแข็ง และตัวตนที่แท้จริงของผู้มีความผิดปกติบนใบหน้า โดยนิทรรศการเปิดให้เข้าชมฟรีตลอดงาน ระหว่างวันที่ 19 – 26 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ชั้น 3 AIS SIAM สยามแควร์ 

    GULF ฉลอง 10 ปี เคียงข้างศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ เปิดนิทรรศการ

    นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “โครงการนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง GULF และโรงพยาบาลจุฬาฯ ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องกว่า 10 ปี เพื่อมอบโอกาสในการผ่าตัดแก้ไขความผิดปกติทางใบหน้าและอวัยวะที่เกี่ยวข้องให้แก่เด็กผู้ด้อยโอกาสให้พวกเขาสามารถกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติ พร้อมสนับสนุนทุนการศึกษาควบคู่กันไป ต้องขอขอบคุณทีมแพทย์ที่ทุ่มเทรักษาแม้ในเคสที่ซับซ้อน ทั้งนี้บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนระบบสาธารณสุขไทยมาโดยตลอด ทั้งการบริจาคเครื่องมือแพทย์เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาได้อย่างเท่าเทียม และเราจะสนับสนุนต่อไป นอกจากนี้ในงานยังมีนิทรรศการภาพวาดที่สะท้อนความรู้สึก ตัวตนของน้องๆ ซึ่งอยากเชิญชวนให้มาเยี่ยมชมกัน เราพร้อมจะช่วยเหลือสังคมในทุกมิติเท่าที่จะทำได้ เพื่อสร้างสังคมที่ดียิ่งขึ้นต่อไปครับ”

    GULF ฉลอง 10 ปี เคียงข้างศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ เปิดนิทรรศการ

    ขณะที่ ศ.นพ.นนท์ โรจน์วชิรนนท์ รองหัวหน้าศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กล่าวว่า ศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ เป็นศูนย์กลางในการดูแลรักษาผู้ป่วยที่มีความผิดปกติบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ ทั้งในด้านร่างกาย จิตใจและสังคม โดยมีแพทย์และบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ 12 สาขาที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้เกิดผลดีที่สุดสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย พร้อมทั้งสนับสนุนทุนการศึกษาให้กับผู้ป่วยในศูนย์ฯ ให้เข้าถึงการศึกษาขั้นพื้นฐานได้อีกด้วย ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา GULF มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยผ่าตัดแก้ไขความผิดปกติบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ รวมถึงการรักษาทางทันตกรรม นอกจากนี้ ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดรักษาแล้ว แต่ยังอาจทิ้งร่องรอยของโรคไว้ในรูปแบบแผลเป็น ทำให้ผู้ป่วยหลายราย ขาดความมั่นใจในตนเอง ทางศูนย์ฯ ก็ได้จับมือกับกัลฟ์ ดำเนิน “โครงการเสริมสร้างความนับถือตนเอง” เพื่อพัฒนาทักษะความมั่นคงทางจิตใจ พร้อมปรับตัวเข้ากับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมั่นใจ

    GULF ฉลอง 10 ปี เคียงข้างศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ เปิดนิทรรศการ

    “อีกหนึ่งเรื่องของการพัฒนาด้านสังคมที่สำคัญคือ การสนับสนุนทุนการศึกษา ภายใต้โครงการที่ชื่อว่า “โครงการ หนึ่งทุน หนึ่งฝัน ปั้นอนาคต” ซึ่งโครงการนี้ ก็เป็นความคิดริเริ่มของทางกัลฟ์ ที่อยากจะสนับสนุนทุนการศึกษาให้กับผู้ป่วยที่อยู่ในความดูแลของศูนย์ฯ และเป็นครอบครัวผู้มีรายได้น้อย ให้มีโอกาสเข้ารับการศึกษาในระดับสูงสุดตามความมุ่งหวังของครอบครัวและตามศักยภาพทางสติปัญญาของตนเอง ทุนนี้จึงถือเป็นประตูบานแรกที่เปิดโอกาสให้เด็กๆ เข้าสู่เส้นทางแห่งความฝัน ต่อยอดความรู้และทักษะตามความถนัดและความสนใจ โดยมุ่งหวังให้อย่างน้อยผู้ที่ได้รับทุนสามารถดูแลตนเองได้ในอนาคต” ศ.นพ.นนท์ โรจน์วชิรนนท์ กล่าวเสริม

    GULF ฉลอง 10 ปี เคียงข้างศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ เปิดนิทรรศการ

    ด้าน นายภาคิน โซ๊ะเลาะ ตัวแทนเยาวชนผู้ได้รับทุนจากโครงการหนึ่งทุน หนึ่งฝัน ปั้นอนาคต กล่าวว่า “ทุนนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่เปิดโอกาสให้ผมเข้าถึงการศึกษา และช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัวได้อย่างมาก ล่าสุดผมยังได้รับทุนจากทางรัฐบาลไปเรียนซัมเมอร์แคมป์ด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีที่ประเทศฟินแลนด์ นับเป็นประสบการณ์ที่ต่อยอดมาจากพื้นฐานการศึกษาที่ GULF มีส่วนสนับสนุน ทำให้ผมมั่นใจที่จะเดินตามความฝันในอนาคตให้สำเร็จ”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/pr-news/smart-life/738256&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2dga6c-n__DDxyZpAXdAmr

  • สภาเด็กและเยาวชนอ่างทอง ร่วมวางแผนยกระดับการศึกษาจังหวัด

    สภาเด็กและเยาวชนอ่างทอง ร่วมวางแผนยกระดับการศึกษาจังหวัด

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/130291&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw34s6y8W_i-g-5y3U-_lEur

  • กอศ.รับไม้ต่อ ป.ป.ช. ฟันวินัย “ข้าราชการ” เอี่ยวอควาเรียมสงขลา สำนวนกว่า 3 พันหน้า ถึงมือ “ศธ.”

    กอศ.รับไม้ต่อ ป.ป.ช. ฟันวินัย “ข้าราชการ” เอี่ยวอควาเรียมสงขลา สำนวนกว่า 3 พันหน้า ถึงมือ “ศธ.”

    กอศ. เดินหน้าตรวจสอบวินัยข้าราชการคดีอควาเรียมสงขลา หลัง ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด ส่งสำนวนกว่า 3,000 หน้าให้ รมว.ศึกษาธิการ

    เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 นายยศพล เวณุโกศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เปิดเผยความคืบหน้ากรณีสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ส่งหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อพิจารณาโทษทางวินัยเจ้าหน้าที่รัฐที่ถูกชี้มูลความผิดทั้งทางอาญาและวินัย ในคดีทุจริตโครงการก่อสร้างศูนย์ศึกษาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ หรือ “อควาเรียมสงขลา” ของวิทยาลัยประมงติณสูลานนท์ จังหวัดสงขลา พร้อมสำนวนไต่สวนกว่า 3,057 หน้า

    เลขาธิการ กอศ. ระบุว่า ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว และมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาดำเนินการต่อ โดยย้ำให้ดำเนินงานอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และยึดตามสำนวนของ ป.ป.ช. ซึ่งได้มีการชี้มูลความผิดไว้แล้ว ทั้งนี้ ผู้ถูกกล่าวหามีทั้งข้าราชการระดับปฏิบัติการและผู้บริหารในสังกัด

    นายยศพลกล่าวว่า หลังได้รับสำนวนจาก ป.ป.ช. จะนำมาพิจารณาตามขั้นตอนเพื่อดำเนินการทางวินัยกับผู้เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกันยังอยู่ระหว่างหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงแนวทางการเดินหน้าโครงการอควาเรียมสงขลา เนื่องจากมีการก่อสร้างอาคารไว้แล้ว หากปล่อยทิ้งร้างจะเกิดความสูญเสียงบประมาณและประโยชน์สาธารณะ

    ทั้งนี้ สอศ. เตรียมรวบรวมข้อมูลรายละเอียดโครงการ เพื่อเสนอให้รัฐบาลชุดใหม่พิจารณาทิศทางดำเนินการต่อในอนาคต โดยเน้นความคุ้มค่าและประโยชน์สูงสุดต่อการศึกษาและชุมชน

    #อควาเรียมสงขลา #กอศ #ปปช #ข่าวการศึกษา #ข่าวการเมือง #ทุจริต #งบประมาณรัฐ #ข่าววันนี้ #สงขลา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/politics/national-politics/130172&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2fBxxQ7GOY0Qh8xUvmhfIQ

  • กทพ. เล็งเปิดประมูล PPP สร้างทางด่วนเชื่อมเกาะสมุย วงเงิน 7.4 หมื่นลบ. สัมปทาน 30 ปี : อินโฟเควสท์

    กทพ. เล็งเปิดประมูล PPP สร้างทางด่วนเชื่อมเกาะสมุย วงเงิน 7.4 หมื่นลบ. สัมปทาน 30 ปี : อินโฟเควสท์

    นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เป็นประธานในพิธีการสัมมนารับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชน (Opinion hearing) ภายใต้งานศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุย โดยมีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อแนะนำและให้ข้อมูลส่วนที่เป็นสาระสำคัญของโครงการแก่นักลงทุน เพื่อประเมินความสนใจและสร้างความเชื่อมั่นในการลงทุนของภาคเอกชน พร้อมทั้งรับฟังความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ จากนักลงทุน และผู้เกี่ยวข้อง สำหรับนำไปประกอบการจัดทำรายงานการศึกษาและวิเคราะห์โครงการ ตาม พ.ร.บ.การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562

    ผู้ว่าฯ กทพ. กล่าวว่า กทพ.ได้ดำเนินงานศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุย โดยรับฟังความคิดเห็นประชาชนในพื้นที่ ซึ่งประชาชน 95% เห็นด้วยกับโครงการฯ วันนี้จึงเป็นการรับฟังความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะจากนักลงทุนและผู้เกี่ยวข้อง ก่อนที่จะสรุปผลการศึกษา เพื่อนำเสนอคณะกรรมการ(บอร์ด) กทพ.และคระรัฐมนตรี (ครม.) ขออนุมัติโครงการภายในปี 2569-2570 และคาดว่าจะเริ่มออก พ.ร.ฎ.เวนคืนที่ดิน และเริ่มดำเนินการก่อสร้างในปี 71 หรือ 72 ใช้เวลาก่อสร้างราว 5 ปี กำหนดเปิดให้บริการในปี 2576

    ทั้งนี้ ผลการศึกษาโครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุย มูลค่าลงทุนรวมทั้งสิ้น 74,044 ล้านบาท ประกอบด้วย ค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน 1,628 ล้านบาท ค่าก่อสร้างโครงการ 63,275 ล้านบาท (แบ่งเป็น ค่างานโยธาประมาณ 62,000 ล้านบาท ที่เหลือเป็นค่างานระบบ) ค่าควบคุมงานก่อสร้าง 1,582 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและบำรุงรักษาโครงการ (O&M) 7,559 ล้านบาท ระยะเวลาก่อสร้าง 5 ปี ระยะเวลาดำเนินงานโครงการ 30 ปี

    โดยโครงการมีผลตอบแทนด้านเศรษฐกิจ (EIRR) 15.58% และผลตอบแทนด้านการเงิน (FIRR) -0.31% ซึ่งค่อนข้างต่ำ เป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้ต้องมีการประเมินความสนใจนักลงทุนด้วย และเป็นไปได้ว่าภาครัฐอาจต้องเข้ามาช่วยสนับสนุนการลงทุนด้านงานโยธา เพื่อเพิ่มผลตอบแทนด้านการเงินให้กับโครงการ ซึ่งเอกชนจะสนใจลงทุนผลตอบแทน FIRR ควรมากกว่า 10% ส่วนแหล่งเงินของภาครัฐจะเป็นรูปแบบไหน จะต้องหารือกับกระทรวงการคลัง และสำนักงบประมาณต่อไป

    ทั้งนี้ ที่ปรึกษาได้นำเสนอการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) 2 รูปแบบ ได้แก่ PPP แบบที่ 1 รัฐรับผิดชอบการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน ส่วนเอกชนรับผิดชอบก่อสร้างงานโยธา ก่อสร้างงานระบบ และดำเนินการบำรุงรักษา และรูปแบบ PPP ที่ 2 โดยรัฐรับผิดชอบการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน และก่อสร้างงานโยธา ส่วนเอกชนรับผิดชอบงานระบบ และดำเนินการบำรุงรักษาตลอดระยะเวลา 30 ปี

    “โครงการทางด่วนเชื่อมเกาะสมุย รูปแบบการลงทุนเหมือนกับรถไฟฟ้าสายสีส้ม ที่ภาครัฐลงทุนงานโยธา เอกชนลงทุนงานระบบ ซึ่งทางด่วนเชื่อมเกาะสมุย มีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะช่วยยกระดับความมั่นคงด้านคมนาคม ความปลอดภัยสาธารณะ และคุณภาพชีวิตของประชาชน ปัจจุบันการเดินทางเข้า-ออกเกาะสมุย มีเพียง 2 รูปแบบ คือ ทางน้ำ และทางอากาศ ซึ่งมีข้อจำกัดและเปราะบางต่อสภาพอากาศ ส่งผลต่อประชาชน การท่องเที่ยว และการรับมือเหตุฉุกเฉิน โครงการรองรับประชาชนในพื้นที่สุราษฏร์ธานี นครศรีธรรมราช และสงขลา ซึ่งเป็นพื้นที่มีรายได้ให้ประเทศมากกว่าปีละ 2 แสนล้านบาท เทียบกับเงินลงทุน 7 หมื่นล้านบาท สามารถเชื่อมการเดินทางได้สะดวก ในระยะ 30 ปี คาดว่าจะสร้างรายได้ให้ประเทศเพิ่มเป็น 4 แสนล้านบาท ถือว่าคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ” นายสุรเชษฐ์ ระบุ

    ผู้ว่าฯ กทพ. ยังกล่าวด้วยว่า โครงการนี้มีความยาก 2 เรื่องคือ ค่าลงทุนที่สูงหากให้เอกชนมาร่วมลงทุน ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ที่จะรวมแพ็คเกจโครงการทางด่วน กับที่พักริมทาง (Rest Area) ที่มี 1 แห่ง บนฝั่งแผ่นดิน ประเมินค่าใช้จ่ายตลอด 30 ปี 441 ล้านบาท มีรายได้ประมาณ 878 ล้านบาท มีอัตราผลตอบแทน FIRR ที่ 3.69%

    อีกเรื่องที่สำคัญคือ ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งต้องมีการขอใช้พื้นที่กรมป่าไม้, กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, กองทัพเรือ และทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) รวมถึงการดูแลสัตว์น้ำ ประการัง ซึ่งมีแผนระหว่างก่อสร้าง เช่น เพิ่มระยะห่างของตอม่อเสาสะพานเลี่ยงแนวประการัง ส่วนโลมาสีชมพู ไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด

    โครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุย เป็นทางพิเศษยกระดับข้ามทะเลเชื่อมต่อระหว่างแผ่นดินใหญ่ และเกาะสมุย ขนาด 4 ช่องจราจร (ทิศทางละ 2 ช่องจราจร) มีจุดเริ่มต้นโครงการเชื่อมต่อกับทางหลวงหมายเลข 4142 ในพื้นที่ตำบลดอนสัก อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี มุ่งหน้าทางทิศตะวันออก ตัดผ่านทางหลวงหมายเลข 4142 ในพื้นที่ตำบลควนทอง อำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช

    จากนั้นแนวเส้นทางมุ่งหน้าทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ผ่านพื้นที่สวนปาล์ม และผ่านอ่าวประทับ แล้วมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออก เข้าเชื่อมเกาะสมุยบริเวณเนินเขาแหลมสอ และมีจุดสิ้นสุดโครงการเชื่อมต่อกับทางหลวงหมายเลข 4170 ในพื้นที่ตำบลตลิ่งงาม อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ระยะทางรวมประมาณ 37.41 กิโลเมตร

    โดยมีการออกแบบให้รองรับระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน เช่น ระบบไฟฟ้า ระบบประปา และระบบสายสื่อสาร จนนำไปสู่การลงนาม MOU ร่วมกันระหว่าง กทพ. การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) และบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) เพื่อยกระดับโครงข่ายการคมนาคมและระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน ให้สามารถเชื่อมโยงแผ่นดินใหญ่สู่เกาะสมุยได้ตลอด 24 ชั่วโมง

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (19 ก.พ. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/570532&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Zlcn4wM0wGq-YgGGQTjJd

  • การเคหะแห่งชาติ เปิดลงทะเบียนจองสิทธิ์เช่าเดือนละ 1,700 บาทต่อเดือน

    การเคหะแห่งชาติ เปิดลงทะเบียนจองสิทธิ์เช่าเดือนละ 1,700 บาทต่อเดือน

    กคช. เปิดลงทะเบียนจองโครงการอาคารเช่าหนองบัวลำภู เริ่มต้น 1,700-1,800 บาท ผ่านระบบออนไลน์ ให้สำหรับผู้มีรายได้น้อย เริ่มจองสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 10 มี.ค. 69

    นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ เปิดเผยว่า โครงการอาคารเช่าพักอาศัย จังหวัดหนองบัวลำภู มีเป้าหมายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยให้สามารถเข้าถึงที่พักอาศัยที่ได้มาตรฐาน ในอัตราค่าเช่าที่เหมาะสม โครงการตั้งอยู่บริเวณถนนทางหลวงหมายเลข 228 (หนองบัวลำภู–ชุมแพ) ตำบลหนองบัว อำเภอเมืองหนองบัวลำภู จังหวัดหนองบัวลำภู อัตราค่าเช่าเดือนละ 1,700–1,800 บาท เป็นอาคารพักอาศัยสูง 3 ชั้น รวม 3 อาคาร จำนวน 74 หน่วย พื้นที่ใช้สอยประมาณ 28 ตารางเมตร พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกรองรับคนทุกช่วงวัยรวมถึงผู้สูงอายุและผู้พิการ มีกล้องวงจรปิดและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง

    การเคหะแห่งชาติมอบโปรโมชันพิเศษส่วนลดค่าเช่า 300 บาทต่อเดือน เป็นระยะเวลา 6 เดือน นับตั้งแต่วันทำสัญญาครั้งแรก (สิ้นสุดเดือนกันยายน 2569) โดยเปิดรับกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป คนพิการที่ถือบัตรประจำตัวคนพิการ กลุ่มผู้จบการศึกษาใหม่ (First Jobber) อายุ 18–29 ปี ประชาชนทั่วไปที่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อเดือน และผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีรายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี

    สำหรับผู้ที่ไม่ได้ลงทะเบียนออนไลน์ สามารถเข้าทำสัญญาเช่าแบบ Walk-in ได้ในวันที่ 20–21 มีนาคม 2569 เวลา 09.30–16.00 น. ณ บริเวณที่ตั้งโครงการ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ การเคหะแห่งชาติ สำนักงานใหญ่ โทรศัพท์ 0 2351 6314, 0 2351 6171 สำนักงานเคหะจังหวัดอุดรธานี 08 4387 3941, 04 2930 833-6 หรือ Call Center 1615

    “ขอเชิญชวนประชาชนที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไข รีบลงทะเบียนเพื่อสำรองสิทธิและคว้าโอกาสในการมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงในราคาที่อุ่นใจและสบายกระเป๋า มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนใหม่ไปด้วยกัน” นายทวีพงษ์ กล่าวทิ้งท้าย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/money/947624/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw27y4Z2JxwzfACt-DZrvoHu

  • ประชุมคณะกรรมการกองทุนพระราชทานเพื่อสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา ครั้งที่ 1 — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    ประชุมคณะกรรมการกองทุนพระราชทานเพื่อสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา ครั้งที่ 1 — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา
    อาคาร ๖๐ พรรษา ราชสุดาสมภพ
    สำนักพระราชวัง สนามเสือป่า
    ถนนศรีอยุธยา เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300

    Chitralada Technology Institute
    Rajasudasambhava 60, Bureau of the Royal
    Household Sanam Sueapa, Sri Ayutthaya Rd., Dusit, Bangkok 10300

    ทุกวัน จันทร์-ศุกร์
    8.30 น. – 16.30 น.
    (ยกเว้น วันหยุดนักขัตฤกษ์)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdti.ac.th/content/121053/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3wYtChxdUPILd_5Az4IoLS