Blog

  • หอการค้าเชียงใหม่ บรรยายพิเศษในหัวข้อ “ยุทธศาสตร์สร้างงาน สร้างอาชีพ และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นยุคใหม่”

    หอการค้าเชียงใหม่ บรรยายพิเศษในหัวข้อ “ยุทธศาสตร์สร้างงาน สร้างอาชีพ และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นยุคใหม่”

    สพฐ.มอบหมาย สพม.เชียงใหม่ ตรวจเยี่ยมและประเมิน OBECQA ระดับ ScQA

    สพฐ.มอบหมาย สพม.เชียงใหม่ ตรวจเยี่ยมและประเมิน OBECQA ระดับ ScQA ยกระดับคุณภาพการบริหารจัดการสถานศึกษา วันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มอบหมายให้ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงใหม่ ดำเนินการตรวจเยี่ยมและประเมินการบริหารจัดการด้วยระบบคุณภาพตามเกณฑ์รางวัลคุณภาพแห่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (OBECQA) ระดับ ScQA ในสถานศึกษาจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อส่งเสริมและยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการศึกษาให้มีคุณภาพอย่างเป็นระบบ ในการนี้ ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจเยี่ยมและประเมินฯ โดยมี ดร.ธาราทิพย์ วงษ์บรรณะ ผู้อำนวยการเชี่ยวชาญ โรงเรียนนวมินทราชูทิศ พายัพ เป็นประธานกรรมการ พร้อมคณะกรรมการ ประกอบด้วย ทั้งนี้ คณะกรรมการได้ดำเนินการตรวจเยี่ยมและประเมินฯ ณ โรงเรียนวัดเวฬุวัน (สารภีชนานุกูล) อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อสนับสนุนและพัฒนาการบริหารจัดการสถานศึกษาให้สอดคล้องตามเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพ มุ่งเน้นการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน อันจะส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียนและประสิทธิภาพของสถานศึกษาในระยะยาว ร่วมแสดงความคิดเห็น FacebookFacebookXTwitterLINELine

    รร.เทพนารี นำนักเรียนพร้อมคณะครู เข้าศึกษาดูงาน ณ ศาลเยาวชนและครอบครัว จ.แพร่

    โรงเรียนเทพนารีนำนักเรียนพร้อมคณะครู เข้าศึกษาดูงาน ณ ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดแพร่ ภายใต้โครงการ “ศาลยุติธรรมเพื่อประชาชน” เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.00 น. โรงเรียนเทพนารี อ.สูงเม่น จ.แพร่ โดยนายสิทธิเดช พันธุ์นิติพงศ์ ผู้อำนวยการโรงเรีนนเทพนารีได้จัดให้นักเรียนพร้อมคณะครูจำนวน 72 คน เข้าศึกษาดูงาน ณ ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดแพร่ ภายใต้โครงการ “ศาลยุติธรรมเพื่อประชาชน” ในการนี้ ได้รับเกียรติจาก นายชยทัศ ชินสรนันท์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดแพร่ พร้อมด้วยคณะผู้พิพากษา และบุคลากรของศาล ให้การต้อนรับและบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว การคุ้มครองสิทธิเด็กและเยาวชน ตลอดจนแนวทางการฟื้นฟูและแก้ไขพฤติกรรมเชิงสร้างสรรค์ กิจกรรมครั้งนี้นับเป็นโอกาสสำคัญที่นักเรียนได้เรียนรู้เชิงลึกเกี่ยวกับ “กระบวนการยุติธรรม” ทั้งในมิติของกฎหมาย สิทธิหน้าที่ของพลเมือง และแนวคิดด้านมนุษยธรรมในกระบวนการศาล ซึ่งช่วยเปิดมุมมองทางวิชาการ โดยเฉพาะสำหรับนักเรียนที่สนใจศึกษาต่อในคณะนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ อาชญาวิทยา รวมถึงสายอาชีพที่เกี่ยวข้อง เช่น ผู้พิพากษา อัยการ ทนายความ นักนิติวิทยาศาสตร์ และเจ้าหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรม ผู้ อำนวยการโรงเรียนเทพนารี กล่าวว่า […]

    สุโขทัย จัดกิจกรรมท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ “ให้เขาได้พัก..รักษ์เขาหลวง”

    สุโขทัย จัดกิจกรรมท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ “ให้เขาได้พัก..รักษ์เขาหลวง” เน้นกลุ่มเป้าหมายเชิงคุณภาพ วันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสุโขทัย ร่วมกับ อุทยานแห่งชาติรามคำแหง และ บริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) และเพจเฟซบุ๊ค: ตามรอยลุง ดำเนินการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ภายใต้ชื่อ “ให้เขาได้พัก..รักษ์เขาหลวง” (Let The Mountain Rest 2026) ครั้งที่ 6 ในวันที่ 21-22 กุมภาพันธ์ 2569 ณ อุทยานแห่งชาติรามคำแหง อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย โดยได้รับเกียรติจากนายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานเปิดกิจกรรม พร้อมด้วยนายธีรยุทธ สำราญทรัพย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย ว่าที่ร้อยตรีภาณุวัฒน์ ขัดนาค ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานสุโขทัย นางสาวนุศราภรณ์ รอดเที่ยง นายสถานีวิทยุ อสมท.สุโขทัย รวมถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร […]

    ผบ.กกล.นเรศวร ติดตามสถานการณ์ชายแดน แม่ฮ่องสอน-ตาก

    ผบ.กกล.นเรศวร ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานพบปะกำลังพล พร้อมมอบสิ่งของบำรุงขวัญให้แก่กำลังพลที่ปฏิบัติงานพื้นที่ชายแดนรับผิดชอบ ฉก.ทพ.36 และ ฉก.สิงหนาท พื้นที่ จ.แม่ฮ่องสอน และ ฉก.ทพ.35 จ.ตาก เมื่อ 20 ก.พ. 69 พลตรี ไมตรี ชูปรีชา ผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม การปฏิบัติงานป้องกันชายแดน และติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ แนวชายแดนไทย–เมียนมา ด้าน จ.แม่ฮ่องสอน และ จ.ตาก โดยเดินทางไปตรวจเยี่ยม กองบังคับการควบคุม หน่วยเฉพาะกิจสิงหนาท (จุดตรวจผามอน) อ.ปางมะผ้า และ กองร้อยทหารพรานที่ 3605 (ฐานปฏิบัติการบ้านห้วยกองมู) หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 36 อ.สบเมย ในพื้นที่ จ.แม่ฮ่องสอน และตรวจเยี่ยม กองร้อยทหารพรานที่ 3502 (ฐานปฏิบัติการบ้านท่าสองยาง) และ กองร้อยทหารพรานที่ 3503 (ฐานปฏิบัติการบ้านแม่หละ) หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 35 อ.ท่าสองยาง ในพื้นที่ จ.ตาก โดยมี […]

    หอการค้า จ.เชียงใหม่ ประชุมสามัญคณะกรรมการหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ สมัยที่ 25 ครั้งที่ 11/2569

    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 13.30 น.คณะกรรมการหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ นำโดย ดร.กอบกิจ อิสรชีววัฒน์ ประธานกรรมการ ประชุมสามัญคณะกรรมการหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ สมัยที่ 25 ครั้งที่ 11/2569 เพื่อร่วมพิจารณาและติดตามความก้าวหน้าแผนการดำเนินงานโครงการ กิจกรรมต่างๆ ของหอการค้าฯ ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 สำนักงานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ และระบบ Video Conference ผ่านทาง Google Meets ร่วมแสดงความคิดเห็น FacebookFacebookXTwitterLINELine

    หอการค้าเชียงใหม่ บรรยายพิเศษในหัวข้อ “ยุทธศาสตร์สร้างงาน สร้างอาชีพ และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นยุคใหม่”

    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ โดย ดร.กอบกิจ อิสรชีววัฒน์ ประธานกรรมการ ร่วมบรรยายพิเศษในหัวข้อ ยุทธศาสตร์สร้างงาน สร้างอาชีพ และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นยุคใหม่ ภายใต้การจัดงาน พิธีลงนามบันทึกความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่าง BeNeat สตาร์ทอัพไทยด้านเทคโนโลยีบริการทำความสะอาด และ Airbnb แพลตฟอร์มการท่องเที่ยวระดับโลก ณ อาคารอำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมแสดงความคิดเห็น FacebookFacebookXTwitterLINELine

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/news/chiangmai/3886717/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2tkSwSME9QFgBolkFytaOr

  • ทองปิดพุ่ง $83.50 หลัง GDP สหรัฐฯ ต่ำกว่าคาด-กังวลภาษีใหม่ของทรัมป์ : อินโฟเควสท์

    ทองปิดพุ่ง $83.50 หลัง GDP สหรัฐฯ ต่ำกว่าคาด-กังวลภาษีใหม่ของทรัมป์ : อินโฟเควสท์

    สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นมากกว่า 1% ในวันศุกร์ (20 ก.พ.) โดยได้แรงหนุนจากตัวเลข GDP สหรัฐฯ ที่ออกมาต่ำกว่าคาด ขณะที่นักลงทุนประเมินผลกระทบจากการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศมาตรการภาษีทั่วโลกรอบใหม่ หลังศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับมาตรการภาษี

    ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 83.50 ดอลลาร์ หรือ 1.7% ปิดที่ 5,080.90 ดอลลาร์/ออนซ์

    เทรดเดอร์รายหนึ่งกล่าวว่า เป็นเรื่องยากที่จะเห็นประธานาธิบดีถอยจากมาตรการดังกล่าว และมีแนวโน้มว่าเขาจะพยายามใช้กฎหมายฉบับอื่นเพื่อรื้อฟื้นการเก็บภาษี ซึ่งจะเพิ่มความผันผวนในตลาด

    ทรัมป์ระบุว่า จะเรียกเก็บภาษีทั่วโลกในอัตรา 10% เป็นเวลา 150 วัน เพื่อทดแทนมาตรการภาษีฉุกเฉินบางส่วนที่ถูกศาลฎีกาสหรัฐฯ ยกเลิก

    ศาลฎีกาสหรัฐฯ วินิจฉัยว่า มาตรการภาษีทั่วโลกในวงกว้างที่ทรัมป์กำหนดภายใต้กฎหมายอำนาจเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศนั้นขัดต่อกฎหมาย โดยระบุว่าเขาใช้อำนาจเกินขอบเขตของกฎหมายนั้น

    ข้อมูลเศรษฐกิจบ่งชี้ว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ ไตรมาส 4 ขยายตัวเพียง 1.4% ต่อปี ต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ที่ 3% อย่างมาก เนื่องจากผลกระทบจากการปิดหน่วยงานรัฐบาลและการใช้จ่ายผู้บริโภคที่ชะลอลง

    ขณะเดียวกัน ดัชนีการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ให้ความสำคัญ เพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือนธ.ค. สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 0.3%

    นักวิเคราะห์จาก RJO Futures กล่าวว่า แม้เงินเฟ้อยังคงอยู่ในระบบเศรษฐกิจ แต่การที่ GDP ออกมาต่ำสะท้อนว่า เศรษฐกิจยังไม่ใกล้จุดฟื้นตัวอย่างชัดเจน และยังมีความไม่แน่นอนอีกมาก ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนราคาทองคำ

    บรรดาเทรดเดอร์ยังคงคาดการณ์ว่า เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ ครั้งละ 0.25% โดยคาดว่า การปรับลดครั้งแรกจะเกิดขึ้นในเดือนมิ.ย.

    ทองคำซึ่งถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในช่วงที่เกิดความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจ มักได้ประโยชน์เมื่ออัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (21 ก.พ. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/570826&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1zylAEMdso1Gir2owsGKj6

  • 3 ระเบิดเวลา ตลาดการเงินโลก สวนทางโอกาสใหม่หุ้นไทย

    3 ระเบิดเวลา ตลาดการเงินโลก สวนทางโอกาสใหม่หุ้นไทย

    สัปดาห์ที่ผ่านมามีข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญหลายชิ้นที่นักลงทุนต้องนำมาประมวลพร้อมกัน ทั้งตัวเลขแรงงานสหรัฐฯ ที่ดูดีบนพาดหัว แต่ซ่อนสัญญาณเปราะบางไว้ข้างใน GDP ไทยที่เซอร์ไพรส์ตลาด และผลการเลือกตั้งที่เปลี่ยนทิศทางนโยบายเศรษฐกิจ

    เศรษฐกิจสหรัฐฯ แข็งแกร่งจริง หรือแข็งแกร่งเฉพาะบนพื้นผิว?

    คำตอบที่ตรงที่สุดคือ “แข็งแกร่งจริงในบางมิติ แต่ซ่อนความเปราะบางเชิงโครงสร้าง” ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนมกราคมออกมาที่ 130,000 ตำแหน่ง เกือบสองเท่าของที่ตลาดคาด และอัตราว่างงานลดลงสู่ 4.3% ฟังดูดี แต่เมื่อดูลึกลงไป พบว่าตัวเลขเดือนธันวาคมถูกปรับลงเหลือเพียง 48,000 ตำแหน่ง และที่สำคัญที่สุดคือเมื่อทบทวนตัวเลขจ้างงานทั้งปี 2024 ใหม่ พบว่าปีที่แล้วเป็นปีที่สร้างงานน้อยที่สุดในรอบ 20 ปีนับเฉพาะช่วงที่ไม่ใช่ภาวะถดถอย

    นักเศรษฐศาสตร์อย่าง Mohamed El-Erian ชี้ว่าปรากฏการณ์นี้เกิดจากแรงกดสามทางที่มาพร้อมกัน ได้แก่ หนึ่ง—บริษัทกำลังปรับโครงสร้างล่วงหน้าเพื่อรองรับ AI ก่อนที่ productivity จะปรากฏจริง สอง—บริษัทที่จ้างงานเกินในช่วงปี 2021–2022 กำลังอยู่ในโหมด “จ้างน้อย ไล่ออกน้อย” และสาม—ความไม่แน่นอนของนโยบาย โดยทั้งนโยบายภาษีการค้า และความเสี่ยงด้านการเมืองและภูมิรัฐศาสตร์ต่าง ๆ ทำให้การตัดสินใจจ้างงานถูกชะลอออกไป

    3 ระเบิดเวลาในตลาดการเงิน

    แม้เศรษฐกิจสหรัฐจะยังดูดีในภาพใหญ่ (GDP 3 ไตรมาสแรกของปี 2024 ขยายตัวเฉลี่ยเกิน 2% ขณะที่ GDPnow ไตรมาส 4 ให้ขยายตัวถึง 5.4%) แต่เรามองว่า เศรษฐกิจสหรัฐยังมี 3 จุดเสี่ยงหลัก

    จุดเสี่ยงแรกคือตลาดแรงงานที่อ่อนแอกว่าที่ตลาดสินเชื่อกำลัง price ไว้ หาก AI กำลังสร้างการชะลอตัวของการจ้างงานในเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่วัฏจักร เราอาจกำลังเข้าสู่ยุค “jobless growth” ที่ GDP ยังขยายตัวได้แต่รายได้ครัวเรือนไม่ฟื้นตาม และ default rate ใน consumer credit จะทยอยเพิ่มขึ้น ซึ่งตลาดตราสารหนี้ยังไม่ได้สะท้อนความเสี่ยงนี้ไว้

    จุดเสี่ยงที่สองคือ Private Credit และ BDC (Business Development Company) ที่ปล่อยสินเชื่อแก่บริษัท software ในช่วงที่มูลค่า (valuation) ของบริษัทอยู่ในระดับสูงช่วงดอกเบี้ยต่ำ แต่กระแสเงินสดของบริษัทเหล่านั้นไม่เพียงพอสำหรับการชำระหนี้ เมื่อ AI เริ่ม disrupt โมเดลธุรกิจ (เช่น สามารถทำงานได้ดีกว่า โดยไม่ต้องใช้ software เหล่านั้น) ก็จะทำให้ความเสี่ยงของการชำระหนี้ของบริษัทมีมากขึ้น

    จุดเสี่ยงที่สามคือ BBB Cliff หรือความเสี่ยงที่หุ้นกู้ระดับ BBB ซึ่งครองสัดส่วนกว่า 50% ของ investment grade index จะถูกปรับลดลงให้กลายเป็น fallen angels (หรือธุรกิจที่ถูกลดระดับความน่าเชื่อถือ) จำนวนมาก หากตลาดแรงงานอ่อนแอเกินคาดและฉุดการใช้จ่ายผู้บริโภค รายได้ของบริษัทเหล่านี้ก็จะลดลง กระทบความสามารถชำระหนี้ และอาจลุกลามเป็นวงกว้างได้

    ตัวแปรเดียวที่มีนัยสำคัญที่สุดในขณะนี้ คือทิศทางนโยบายการเงินของ Fed ภายใต้ Kevin Warsh ที่กำลังจะเข้ารับตำแหน่งต่อจาก Jerome Powell ในเดือนพฤษภาคม Warsh เป็นที่รู้จักในฐานะ นักเศรษฐศาสตร์สายเหยี่ยว แต่บริบทเศรษฐกิจปัจจุบันแตกต่างจากอดีต หากตลาดแรงงานอ่อนแอในเชิงโครงสร้างมากกว่าที่ตัวเลขพาดหัวสะท้อน แรงกดดันต่อ Warsh ให้ดำเนินนโยบายผ่อนคลายก็จะสูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ แต่หาก Warsh ส่งสัญญาณ hawkish เกินคาด ภาพนี้สามารถพลิกผันได้อย่างรวดเร็ว และทำให้ตลาดปั่นป่วนมากขึ้น และอาจกระทบต่อเศรษฐกิจได้

    GDP ไทย Q4 เซอร์ไพรส์ตลาด แต่ต้องระวัง front-loading

    เศรษฐกิจไทยไตรมาส 4/2567 ขยายตัว 2.5% สูงกว่าที่ InnovestX คาดไว้ที่ 0.7% อย่างมีนัยสำคัญ แรงขับเคลื่อนหลักมาจากสามแหล่ง ได้แก่ (1) การเบิกจ่ายงบลงทุนภาครัฐที่เร่งตัว 13.3% ส่วนหนึ่งจากการเร่งเบิกจ่ายก่อนยุบสภา (2) การบริโภคภาคเอกชนที่เร่งตัวสู่ 3.3% นำโดยยานพาหนะที่พุ่ง 26.4% ก่อนมาตรการ EV 3.0 ระยะแรกสิ้นสุด และ (3) การลงทุนภาคเอกชนขยายตัว 6.5% ซึ่งหมวดเครื่องจักรกลับมาเป็นบวกครั้งแรกในรอบ 7 ไตรมาส

    อย่างไรก็ดี เราต้องระวังความเสี่ยง front-loading เพราะการดึงอุปสงค์ของสินค้าคงทนมาใช้ล่วงหน้าอาจทำให้การบริโภคชะลอลงในปี 2569 หากไม่มีมาตรการใหม่มาทดแทน นอกจากนี้ แม้การส่งออกจะขยายตัว 8.7% แต่มูลค่าส่งออกคอมพิวเตอร์โตถึง 91% ในขณะที่การผลิตโตเพียง 17% สะท้อนความเสี่ยงว่าสินค้าส่งออกไทยเป็นเพียงสินค้าสวมสิทธิ (transshipment) ที่ไม่ได้ทำให้ผู้ประกอบการไทยได้ประโยชน์เท่าที่ควร

    InnovestX ปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจไทยหลังการเมืองชัด

    อย่างไรก็ตาม ผลการเลือกตั้งทั่วไปไทยที่พรรคภูมิใจไทยได้ประมาณ 193 ที่นั่งและเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ทำให้ InnovestX ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ไทยปี 2569 จาก 1.4% เป็น 1.7% เนื่องจากเสถียรภาพทางการเมืองที่ดีขึ้นจะหนุนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างพักหนี้ 3 ปีและคนละครึ่งพลัส ขณะที่คาดเงินเฟ้อผู้บริโภคปี 2569 ที่ 0.25% ด้านนโยบายดอกเบี้ย คาดว่า ธปท. จะลดดอกเบี้ย 2 ครั้งๆ ละ 25bp สู่ระดับ 0.75% ปลายปี ส่วนเงินบาทคาดเฉลี่ยไตรมาส 1 ที่ 31.4 บาท/ดอลลาร์ และทั้งปีที่ 32.0 บาท/ดอลลาร์ 

    อย่างไรก็ตาม เรามองว่า การเติบโตของเศรษฐกิจ (growth momentum) ครึ่งปีแรกยังคาดจะต่ำกว่าครึ่งปีหลัง เนื่องจากการจัดซื้อจัดจ้างและเบิกจ่ายภาครัฐยังล่าช้าในช่วงจัดตั้งรัฐบาลใหม่

    กลยุทธ์การลงทุน: Selective Buy ไม่ไล่ราคา

    ในระยะสั้น เรามองว่า SET จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,400–1,485 จุด ดัชนี Outperform ตลาดหุ้นโลกส่วนใหญ่จากความชัดเจนทางการเมือง และ valuation ยังน่าสนใจที่ PER 2569F ระดับ 15 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ 16 เท่า หาก fund flow ไหลเข้าต่อเนื่อง มีโอกาส SET ปรับขึ้นไปถึง 1,500 จุดได้

    กลยุทธ์แนะนำ “Selective Buy” เน้นตั้งรับ ไม่ไล่ราคา โดยเน้น 2 ธีมหลัก ได้แก่ หุ้น Earnings Play ที่คาดกำไร Q4/68 เติบโตเกิน 10% YoY อย่าง BGRIM, CHG, PRM และหุ้นปันผลคุณภาพที่ให้ yield เกิน 5% เช่น AP, DIF, KTB, PTT, TISCO สำหรับระยะยาว และ BAM, KBANK, SAT, THANI สำหรับระยะ 6 เดือน

    ขอให้นักลงทุนโชคดี

    ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/money/experts_pool/columnist/2915519&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1_mx3pJwbMJXkbhq4IlLvw

  • ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มอง 1 ปีหลังภาษีทรัมป์ การค้าโลกไม่เหมือนเดิม

    ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มอง 1 ปีหลังภาษีทรัมป์ การค้าโลกไม่เหมือนเดิม

    นายบุรินทร์ อดุลวัฒนะ กรรมการผู้จัดการ และ Chief Economist บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า การประกาศนโยบาย “America First Trade Policy” โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นการเปลี่ยนทิศทางนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ซึ่งไม่เพียงส่งผลต่อโครงสร้างการค้าโลก แต่ยังเร่งให้ประเทศต่างๆ ต้องปรับยุทธศาสตร์ทั้งในเชิงภูมิรัฐศาสตร์และห่วงโซ่อุปทานอย่างมีนัยสำคัญ จากมาตรการที่มุ่งเป้าไปที่จีนได้ขยายสู่การเก็บภาษีนำเข้ากับนานาประเทศทั่วโลกและในหลายอุตสาหกรรม ส่งผลให้เศรษฐกิจและการค้าโลกเผชิญกับความไม่แน่นอนสูง

    โดยในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ใช้เหตุผลด้านความมั่นคงและทางการเมือง เพื่อบังคับใช้ภาษีนำเข้าทั้งภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariff) และภาษีรายสินค้า ภายใต้มาตรา 232 (Section 232) นอกจากนั้น ยังดำเนินนโยบายด้านภูมิรัฐศาสตร์ตามแนวคิดลัทธิมอนโร (Monroe Doctrine) ที่มองว่าทั้งทวีปอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้เป็นเขตอิทธิพลของสหรัฐฯ สะท้อนได้จากการกำหนดอัตราภาษีตอบโต้กับประเทศในลาตินอเมริกาส่วนใหญ่อยู่ที่ระดับ 10% ขณะที่ประเทศบราซิลถูกเรียกเก็บภาษีที่ระดับ 50% จากเหตุผลทางการเมือง

    อย่างไรก็ตาม นโยบาย America First Trade Policy ไม่ได้ส่งผลกระทบรุนแรงต่อการค้าโลก เศรษฐกิจโลก และเศรษฐกิจอเมริกาอย่างที่คาดไว้ ส่วนหนึ่งเพราะมาตรการดังกล่าวมีผลบังคับใช้ล่าช้า (เริ่ม ส.ค. 2568) และประเทศส่วนใหญ่ไม่ได้ขึ้นภาษีนำเข้าเพื่อตอบโต้รัฐบาลสหรัฐฯ

    บุรินทร์ อดุลวัฒนะ กรรมการผู้จัดการ และ Chief Economist บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด  

    ด้านผลกระทบของนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ถึงแม้ว่ามูลค่าการส่งออกจากจีนไปสหรัฐฯ ลดลงประมาณ 20% ในปีที่ผ่านมา แต่โดยรวมการส่งออกของจีนยังขยายตัวได้ดี และเกินดุลการค้าที่ระดับ 1.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยจีนขยายการส่งออกไปภูมิภาคอื่นแทน เช่น อาเซียน สหภาพยุโรป และแอฟริกา ซึ่งส่วนหนึ่งยังคงสะท้อนถึงปัญหา Transshipment เพื่อหลีกเลี่ยงภาษี

    จีนมีการตอบโต้มาตรการภาษีของสหรัฐฯ เนื่องจากจีนมีข้อได้เปรียบสหรัฐฯ จากการถือครองแร่ธาตุ Rare Earth และ Critical Minerals มาก ส่งผลให้จีนแทบจะผูกขาดห่วงโซ่อุปทานโลก ซึ่งมีความสำคัญต่อสหรัฐฯ ทางด้านความมั่นคงทางยุทธศาสตร์และเศรษฐกิจ นอกจากภาษีตอบโต้แล้ว สหรัฐฯ ยังดำเนินการภายใต้มาตรา 232 เพื่อเก็บภาษีนำเข้ารายสินค้า อาทิ เหล็ก อะลูมิเนียม รถยนต์และชิ้นส่วน เซมิคอนดักเตอร์ และในอนาคตมีแนวโน้มจะเก็บภาษีนำเข้า ยาและเวชภัณฑ์ เพื่อให้เกิดการย้ายฐานการผลิตกลับประเทศ (Reshoring) และเพิ่มการจ้างงานในภาคอุตสาหกรรมการผลิต ซึ่งส่งผลให้บริษัทชั้นนำในหลายอุตสาหกรรม อาทิ อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ยานยนต์ และเหล็ก เริ่มประกาศแผนการลงทุนเพิ่มในสหรัฐฯ
     

    ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มอง 1 ปีหลังภาษีทรัมป์ การค้าโลกไม่เหมือนเดิม

    อย่างไรก็ดี ในปีที่ผ่านมา จำนวนการจ้างงานในภาคอุตสาหกรรมยังคงหดตัวอยู่ มีแค่บางอุตสาหกรรม เช่น อุตสาหกรรมแปรรูปโลหะ (โดยเฉพาะเหล็ก) ที่การจ้างงานขยายตัวเพิ่มขึ้น

    โดยในปี 2569 นี้ เหตุการณ์สำคัญที่จะกำหนดทิศทางการค้าโลกในอนาคต ได้แก่

    • การพบกันระหว่างประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และทรัมป์ ในเดือนเมษายน
    • คำตัดสินของศาลเกี่ยวกับการใช้ IEEPA เพื่อออกนโยบายภาษีเป็นโมฆะหรือไม่
    • การทบทวนข้อตกลง USMCA ในเดือนกรกฎาคม
    • การเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ
    • การยุติการตอบโต้ทางภาษีระหว่างจีน–สหรัฐฯ จะมีผลถึงเดือนพฤศจิกายน  

    ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มอง 1 ปีหลังภาษีทรัมป์ การค้าโลกไม่เหมือนเดิม

    อเมริกาสร้างกำแพง ในขณะที่ประเทศอื่นกำลังสร้างสะพาน ในขณะที่สหรัฐฯ ใช้นโยบายภาษีนำเข้าเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศ แต่ประเทศอื่นๆ กลับเร่งบรรลุข้อตกลงทางการค้าต่อกัน ยกตัวอย่างเช่น อินเดียสามารถบรรลุข้อตกลงกับสหภาพยุโรป (India-EU FTA) ภายในไม่กี่เดือน หลังจากมีการเจรจามายาวนานราว 20 ปี และยังสามารถบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐฯ ด้วย ซึ่งทำให้อินเดียได้รับประโยชน์อย่างมากจากนโยบาย America First Trade Policy
     

    สำหรับไทย ประเด็นที่ต้องจับตาคือ ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมที่ไทยส่งออกไปแข่งขันกับอินเดียโดยตรงที่สหรัฐฯ และสหภาพยุโรป โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ เนื่องจากสินค้าส่งออกจากไทยเสียเปรียบอินเดีย เพราะเราไม่มีข้อตกลงการค้าเสรีกับทางสหภาพยุโรป ส่วนในระยะต่อไป รัฐบาลไทยต้องเร่งให้เรามีข้อตกลงทางการค้ากับสหภาพยุโรป และสหรัฐฯ โดยเร็วที่สุด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/business/economy/378973856&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3t25wVhSNQzHjcDzVOzaVc

  • ปธน.ทรัมป์  โต้กลับศาล ประกาศภาษีนำเข้า 10% ทั่วโลก

    ปธน.ทรัมป์  โต้กลับศาล ประกาศภาษีนำเข้า 10% ทั่วโลก

    ทันทีที่ ศาลสูงสุดสหรัฐมีคำวินิจฉัยด้วยมติ 6 ต่อ 3 ให้มาตรการภาษีแบบครอบคลุม (blanket tariffs) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของนโยบายภาษีในสมัยที่สองของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์  เป็นการดำเนินการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

    โดยศาลมีคำวินิจฉัยสั่งยกเลิกมาตรการเก็บภาษีนำเข้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์  โดยระบุว่า การใช้อำนาจฝ่ายบริหารเพื่อประกาศจัดเก็บภาษีขนานใหญ่นั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญและเกินขอบเขตอำนาจที่สภาคองเกรสมอบให้

    Reuters/Kevin Lamarque
    ‘ทรัมป์’ โต้กลับศาล ประกาศภาษีนำเข้า 10% ทั่วโลก ภายใต้มาตรา 122 โดยจะเรียกเก็บเพิ่มเติมจากอัตราภาษีปกติที่เก็บอยู่แล้ว

    ศาลชี้ให้เห็นว่า ประธานาธิบดีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์  ไม่มีอำนาจเบ็ดเสร็จในการกำหนดอัตราภาษีนำเข้าโดยปราศจากการตรวจสอบและอนุมัติจากฝ่ายนิติบัญญัติอย่างเหมาะสม  ซึ่งการเคลื่อนไหวของศาลในครั้งนี้ คาดว่าจะส่งผลให้บรรดาผู้นำเข้าสินค้าจำนวนมากยื่นคำร้องขอคืนภาษีที่ได้ชำระไปก่อนหน้า

    คำตัดสินดังกล่าวมีแนวโน้มจะส่งผลให้มาตรการภาษีส่วนสำคัญที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศใช้เมื่อปีที่แล้วในวัน “Liberation Day” ต้องยุติลงในทันที มาตรการดังกล่าวอาศัยอำนาจตามกฎหมายปี 1977 หรือ International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) ซึ่งในคำวินิจฉัยซึ่งเขียนโดยประธานศาลฎีกา จอห์น โรเบิร์ตส์ ระบุชัดว่า “IEEPA ไม่ได้ให้อำนาจประธานาธิบดีในการจัดเก็บภาษีศุลกากร”

    จากนั้น  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตอบโต้คำตัดสินดังกล่าวในทันที โดยวิพากษ์วิจารณ์ตุลาการเสียงข้างมากว่าเป็น “ความอับอายของชาติ” และส่งสัญญาณว่าฝ่ายบริหารจะเดินหน้าหาแนวทางอื่นเพื่อบรรลุเป้าหมายด้านการค้า

    โดยมาตรการแรกที่ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์  ประกาศคือ การจัดเก็บ “ภาษีทั่วโลก” ในอัตรา 10% ภายใต้มาตรา 122 แห่งกฎหมาย Trade Act ปี 1974 ซึ่งเปิดช่องให้ประธานาธิบดีสามารถกำหนดภาษีได้สูงสุด 15% เป็นระยะเวลาไม่เกิน 150 วัน เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดดุลการค้า อย่างไรก็ดี อำนาจตามมาตราดังกล่าวไม่เคยถูกใช้เพื่อจัดเก็บภาษีมาก่อน

    อย่างไรก็ตาม หากยึดตามคำวินิจฉัยครั้งนี้ยังเปิดประเด็นเรื่องการคืนเงินภาษี ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้นำเข้าสินค้าได้รับเงินคืนรวมกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์ในช่วงหลายเดือนข้างหน้า อีกทั้งยังเป็นการยืนตามคำตัดสินของศาลล่างสองแห่ง รวมถึงศาลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐ ที่เคยวินิจฉัยว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่มีอำนาจตามกฎหมายปี 1977 ในการจัดเก็บภาษีทั่วโลก ผลของคำตัดสินคาดว่าจะส่งผลกระทบในวงกว้าง ครอบคลุมทั้งระบบการค้าโลก ผู้บริโภค ภาคธุรกิจ อัตราเงินเฟ้อ และภาระค่าใช้จ่ายของชาวอเมริกันทุกคน

    ทั้งนี้ ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้วางแผนปรับลดภาษีบางรายการ โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มโลหะ เช่น เหล็กและอะลูมิเนียม ขณะที่ฝ่ายบริหารพยายามรับมือกับวิกฤตค่าครองชีพ ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมที่กำลังจะมาถึง

    เรียงเรียงจาก 

    finance.yahoo / CNN / CNBC

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/wealth/economic/269091&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1UugrCuIv5n_YeGnRxvnm3

  • ปรีดี ดาวฉาย ผู้ติดโผ ครม.อนุทิน 2 เผยตำแหน่งที่ผ่านมา | เดลินิวส์

    ปรีดี ดาวฉาย ผู้ติดโผ ครม.อนุทิน 2 เผยตำแหน่งที่ผ่านมา | เดลินิวส์

    อัปเดตล่าสุด ความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาลตาม โผ ครม.อนุทิน 2 มีกระแสข่าวลือสะพัดว่า ปรีดี ดาวฉาย ยังปรากฏชื่อถูกทาบทามให้เข้ามานั่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ใน รัฐบาลอนุทิน 2

    ประวัติ ปรีดี ดาวฉาย

    • เกิด 9 กันยายน พ.ศ. 2501
    • เป็นนักกฎหมาย นักธุรกิจการเงินธนาคาร และนักการเมืองชาวไทย
    • อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในสมัยรัฐบาลพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
    • อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย
    • อดีตประธานกรรมการสมาคมธนาคารไทย

    ประวัติการศึกษา ปรีดี ดาวฉาย

    • สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะนิติศาสตร์ (เกียรตินิยมอันดับ 2) จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 
    • เนติบัณฑิตไทย สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา
    • ระดับปริญญาโท กฎหมายเปรียบเทียบ จากมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ เออร์แบนา-แชมเปญจน์ สหรัฐ

    ประวัติการทำงาน ปรีดี ดาวฉาย ตำแหน่งที่ผ่านมา

    • เริ่มงานที่สำนักกฎหมาย ธนาคารกสิกรไทย เมื่อปี พ.ศ. 2525
    • ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เมื่อปี พ.ศ. 2556 และเป็นประธานกรรมการ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด ประธานกรรมการ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ประธานกรรมการ บริษัท แฟคเตอรี แอนด์ อีควิปเมนท์ กสิกรไทย จำกัด
    • เคยดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารความเสี่ยง และประธานกรรมการพัฒนาความยั่งยืน บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน), ประธานกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท เดอะมอลล์กรุ๊ป จำกัด, ประธานกรรมการ บริษัท บีคอน เวนเจอร์ แคปปิตอล จำกัด, ประธานกรรมการ บริษัท เนชั่นแนล ดิจิทัล ไอดี จำกัด และ ประธานกรรมการ บริษัท เนชั่นแนล ไอทีเอ็มเอ็กซ์ จำกัด
    • ปรีดี ดาวฉาย ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการในรัฐบาลพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หลายชุด
    • ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สมัยรัฐบาลพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตั้งแต่วันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2563 ถึงวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2563 เพียง 28 วัน

    ล่าสุด ปรีดี ดาวฉาย ลาออกจากตำแหน่งประธานกรรมการ PTTGC : บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) ให้เหตุผลว่า เนื่องจากมีภารกิจอื่น และต้องจับตาการลาออกในตำแหน่งอื่นๆ หลังจากนี้

    ปรีดี ดาวฉาย ตำแหน่งปัจจุบัน ตัวอย่างบริษัทใหญ่ชื่อดัง

    • นั่งประธานกรรมการ, กรรมการอิสระ GULF : บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)
    • นั่งกรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ ADVANC : บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)
    • นั่งกรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ BBL : ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
    • นั่งกรรมการอิสระ BDMS : บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5623560/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0sNIOr4Z-7kTrVrVHJ7YMq

  • ลุ้นส่งออกไทยพลิกบวก อานิสงส์คดีภาษีทรัมป์-กูรูเตือนจับตากำแพงภาษีรอบใหม่ : อินโฟเควสท์

    ลุ้นส่งออกไทยพลิกบวก อานิสงส์คดีภาษีทรัมป์-กูรูเตือนจับตากำแพงภาษีรอบใหม่ : อินโฟเควสท์

    นายอนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และอดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ ม.หอการค้าไทย เปิดเผยว่า อำนาจตรวจสอบและถ่วงดุลศาลสูงสุดสหรัฐอเมริกาทำให้ “ลัทธิกีดกันการค้า” และ “ชาตินิยมทางเศรษฐกิจ” ของรัฐบาลทรัมป์ สะดุดลง แต่ยังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงทิศทางของนโยบายการค้าและนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลทรัมป์ได้ แนวคิดลัทธิพาณิชย์นิยมใหม่และ America First ยังคงเป็นแกนหลักของนโยบายต่อไป

    ผลการตัดสินภาษีทรัมป์ของศาลฏีกาออกมาด้วยมติเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 ยกเลิกมาตรการภาษีนำเข้าของรัฐบาลทรัมป์ภายใต้กฎหมาย IEEPA โดยศาลให้ความเห็นว่า มาตรการภาษีแบบครอบจักรวาลที่รัฐบาลทรัมป์ประกาศใช้ในวัน “Liberation Day” เมื่อปีที่แล้วโดยอ้างกฎหมาย IEEPA ไม่สามารถทำได้

    ฉะนั้นการประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้าดังกล่าวจึงเป็นโมฆะ ประธานาธิบดีไม่สามารถใช้กฎหมายฉุกเฉินมาอ้างเพื่อเก็บภาษีในวงกว้างอย่างไม่มีกำหนดได้ ถือว่า การประกาศเก็บภาษีศุลกากรของทรัมป์โดยอาศัยกฎหมาย IEEPA (International Emergency Economic Power Act) นั้นเป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขตที่รัฐธรรมนูญกำหนด

    การตัดสินของศาลฏีกาสหรัฐฯเช่นนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเศรษฐกิจโลกและระบบการค้าโลกปีนี้และในระยะต่อไป ในเบื้องต้นจะส่งผลบวกต่ออัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกและปริมาณและมูลค่าการค้าของโลก และปัจจัยนี้จะส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจเอเชียรวมทั้งไทยด้วย อัตราการขยายตัวของการส่งออกในปีนี้จะดีกว่าที่คาดไว้เดิม สามารถขยายตัวเป็นบวกจากเดิมที่มีการคาดการณ์ว่าอาจติดลบจากฐานสูง (ปีที่แล้ว) และปริมาณการค้าโลกชะลอลง

    อย่างไรก็ตาม การขยายตัวของภาคส่งออกไทยอาจมีข้อจำกัดจาก ผลของปัจจัยชั่วคราวในปี 2568 ที่เร่งนำเข้า-ส่งออก หรือ Front-loading ขณะที่ สภาพอากาศแปรปรวนในต่างประเทศและความกังวลต่อความมั่นคงทางอาหาร จะหนุนความต้องการสินค้าเกษตรและอาหารของไทย ความเสี่ยงของสงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯสร้างแรงกดดันต่อราคาพลังงานและเศรษฐกิจโลก วัฏจักรเทคโนโลยีเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) จะขับเคลื่อนความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งไทยเป็นฐานการผลิตสำคัญ

    นายอนุสรณ์ คาดการณ์ว่าการระงับภาษีทรัมป์จะทำให้ดอลลาร์สหรัฐมีสัญญาณอ่อนค่าลง ค่าเงินบาทจะยังคงแข็งค่าต่อเนื่อง เฉพาะหน้าสหรัฐอเมริกาอาจขาดดุลการค้าเพิ่มขึ้นและต้องหาเม็ดเงินมาชดเชยการขาดดุลงบประมาณเพิ่มเติมจากการสูญเสียรายได้จากภาษีศุลกากร และจะเป็นภาระทางการคลังสำคัญของรัฐบาลทรัมป์ อย่างไรก็ตาม การระงับภาษีทรัมป์จะส่งผลดีต่ออัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯในระยะปานกลางและระยะยาวมากกว่า คาดตลาดหุ้นโลกตอบสนองทางบวก แต่การตอบสนองในทางบวกของตลาดหุ้นและตลาดการเงินเป็นไปอย่างระมัดระวัง เพราะยังมีความไม่ชัดเจนว่า รัฐบาลทรัมป์จะมีมาตรการกีดกันการค้าและมาตรการขึ้นกำแพงภาษีนำเข้าออกมาเพิ่มเติมอย่างไร กลุ่มธุรกิจนำเข้าสหรัฐฯจะได้การคืนเงินประมาณ 1.29-1.33 แสนล้านดอลลาร์

    อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงสำคัญ คือ รัฐบาลทรัมป์อาจหาช่องทางอื่นตามกฎหมายในการบังคับเรียกเก็บภาษีนำเข้าได้ การดำเนินการเช่นนั้นจะสร้างไม่แน่นอนต่อระบบการค้าโลกมากขึ้น แต่การใช้ช่องทางอื่นๆเพื่อขึ้นภาษีนำเข้าเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลาและการใช้อำนาจเก็บภาษีต้องผ่านการเห็นชอบของรัฐสภา

    ทั้งนี้ ต้องประเมินการขึ้นภาษีรอบใหม่ 10% จากรัฐบาลทรัมป์ล่าสุดจะสร้างผลกระทบซับซ้อนและไม่แน่นอนต่อภาคการค้าอย่างไร มีหลายประเทศได้มีข้อสรุปการเจรจาการค้าและอัตราภาษีนำเข้ากับสหรัฐฯไปแล้ว บางประเทศยังอยู่ในระหว่างการเจรจา นอกจากนี้ มีการคาดการณ์ว่า รัฐบาลทรัมป์น่าจะใช้อำนาจรัฐบัญญัติการค้า มาตรา 301 มาตรา Special 301 มาตรา 232 ที่ให้อำนาจฝ่ายบริหาร เพื่อปกป้องทางการค้าและรักษาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ

    นายอนุสรณ์ กล่าวต่อว่า ทางการต้องติดตามความเคลื่อนไหวการเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าสหรัฐฯอย่างใกล้ชิดเพื่อกำหนดมาตรการเชิงรุกเพื่อรับมือได้ มีนโยบายการค้าที่เน้นให้ความสำคัญกับการสร้างฐานธุรกิจอุตสาหกรรมใหม่ๆ เพื่อสร้างฐานรายได้ใหม่ ตลาดใหม่ๆ ต้องพัฒนาขีดความสามารถในการขยายและรักษาผลประโยชน์ทางการค้า พัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสร้างระบบเตือนภัยทางการค้า การพยากรณ์ การตั้งเป้าหมายและการแสวงหาโอกาสทางการค้า ขยายและรักษาส่วนแบ่งตลาดโลก พัฒนาระบบการค้าบริการให้เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมการผลิต มีองค์การเจรจาการค้าที่มีเอกภาพ เพื่อรับผิดชอบการเจรจาทั้งระดับพหุภาคี ทวิภาคีและระดับภูมิภาค พัฒนาให้ “ไทย” เป็นศูนย์กลางทางการค้าและการลงทุนของภูมิภาค

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (21 ก.พ. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/570894&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1vXl8vY1EsiKZre0diAaEo

  • พังงาจัดงานเทศกาลดนตรีและเทศกาลอาหารทะเล ชูอัตลักษณ์ท้องถิ่น ดึงนักท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก

    พังงาจัดงานเทศกาลดนตรีและเทศกาลอาหารทะเล ชูอัตลักษณ์ท้องถิ่น ดึงนักท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก

    ภูมิภาค

    พังงาจัดงานเทศกาลดนตรีและเทศกาลอาหารทะเล ชูอัตลักษณ์ท้องถิ่น ดึงนักท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก

    วันเสาร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 20.00 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ผู้สื่อข่าวรายงาน นายสราวุฒิ ธนาเจริญสกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา เป็นประธานเปิดงานเทศกาลดนตรีและเทศกาลอาหารทะเล “Phangnga Music on The Beach & Phangnga Seafood Festival” ชูอัตลักษณ์ท้องถิ่น ดึงนักท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ณ ชายหาดบางสัก ต.บางม่วง อ.ตะกั่วป่า ระหว่างวันที่ 20-24 กุมภาพันธ์ 2569 โดยมีนางพิศมัย วงศ์แก้ว ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพังงาท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพังงา นายดำรง ฉิมทับ นายอำเภอตะกั่วป่า นายเลิศศักดิ์ ปนกลิ่นนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดพังงา พร้อมประชาชนในพื้นที่ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ นักท่องเที่ยวชาวไทยชาวต่างชาติมากได้ร่วมเดินทางมาท่องเที่ยวเพื่อเลือกกินอาหารและชมบรรยากาศชายทะเลที่มีความสวยงามร่มรื่น

    นายสราวุฒิ ธนาเจริญสกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา กล่าวว่า จังหวัดพังงาเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีศักยภาพโดดเด่นทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติและพหุวัฒนธรรม ซึ่งสะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นอย่างชัดเจน ทั้งประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม อาหารพื้นถิ่น วิถีชีวิต และศิลปวัฒนธรรม จังหวัด จึงนำ “ศิลปะ” มาเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างเสน่ห์และถ่ายทอดเรื่องราวการท่องเที่ยว เพื่อให้จังหวัดพังงาเป็นหมุดหมายหลักของนักท่องเที่ยว เสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากที่เข้มแข็งและความสุขที่ยั่งยืน

    นางพิศมัย วงศ์แก้ว ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพังงา กล่าวว่า งานดังกล่าวจัดขึ้นตามโครงการพังงาเมืองแห่งศิลปะและนันทนาการเพื่อเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากที่เข้มแข็ง และความสุขที่ยั่งยืน ส่งเสริมอัตลักษณ์อันโดดเด่นของจังหวัดพังงาได้อย่างลงตัว เกิดเป็น soft power ที่จะสร้างมูลค่าการท่องเที่ยวให้สูงขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนากิจกรรมด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดพังงา ให้ได้มาตรฐานระดับสากล ส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยว กระจายรายได้สู่ประชาชน สร้างเทศกาลศิลปะที่สามารถเป็นแม่เหล็กดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติประเทศให้เข้ามาท่องเที่ยวจังหวัดพังงา

    จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20–24 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ชายหาดบางสัก ตำบลบางม่วง อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา ภายในงานมีการจัดแสดง Lighting Landmark และ Lighting Art Decoration กว่า 10 จุด การแสดงศิลปวัฒนธรรม คอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง กิจกรรมการแข่งขัน การสาธิตการปรุงอาหารทะเลจากเชฟมืออาชีพ รวมถึงการออกร้านจำหน่ายอาหารทะเล อาหารพื้นถิ่น ร้านอาหารมิชลิน และสินค้า OTOP รวมกว่า 70 ร้านค้าให้นักท่องเที่ยวและประชาชนได้ชกชิมอาหารแบบสดๆ
     

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/466875&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0C5zLrOs_TwDl8hlX2AXSq

  • ททท.อุดรฯเตรียมความพร้อมรองรับการใช้จ่ายนักท่องเที่ยวชาวจีน | เดลินิวส์

    ททท.อุดรฯเตรียมความพร้อมรองรับการใช้จ่ายนักท่องเที่ยวชาวจีน | เดลินิวส์

    ที่ห้องประชุมสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานอุดรธานี นางสาวกนกวรรณ ดุงศรีแก้ว ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานอุดรธานี พันโท ดร.วรายุส์ ตรีวัฒนสุวรรณ ประธานกิตติมศักดิ์สภาอุตสาหกรรม จ.อุดรธานี นายภาสกร วีรชาติยานุกูล รองประธานหอการค้า จ.อุดรธานี นายทินกร ทองเผ้า นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยว จ.อุดรธานี คุณวิชญวีร์ เหลืองเรืองทิพย์ ผจก.ฝ่ายการตลาดศูนย์การค้าเซ็นทรัลอุดร คุณพรสม นิลสอาด ผช.ประธานเจ้าหน้าที่บริหารศูนย์การค้ายูดีทาวน์ นางนัยนา ลักษณมนตรี ผจก.สาขาบิ๊กซีอุดรธานี คุณชนันรัตน์ เม่นขาว  ผจก.สาขาโลตัสอุดรธานี นายไพรสิทธิ์ สุขรมย์ ประธานวิสาหกิจกลุ่มเรือท่องเที่ยวทะเลบัวแดง และพันธมิตรด้านการท่องเที่ยวร่วมหารือในครั้งนี้

    โดยร่วมประชุมเตรียมความพร้อมรองรับการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวชาวจีน ซึ่ง ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ดำเนินการเปิดให้บริการชำระเงินข้ามพรมแดน ผ่านระบบ QR Code ระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2568 ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงระบบการชำระเงินของระบบเศรษฐกิจทั้งสองประเทศ

    นางสาวกนกวรรณ กล่าวว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในฐานะหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวได้เล็งเห็นว่า การเปิดให้บริการดังกล่าวสามารถอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการในธุรกิจนักท่องเที่ยวที่ให้บริการแก่นักท่องเที่ยวจีน จึงดำเนินการประสานกับธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อดำเนินการเตรียมความพร้อมรองรับการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวชาวจีนให้แก่ผู้ประกอบการในธุรกิจการท่องเที่ยวขึ้น โดยได้คัดเลือก จ.อุดรธานี เป็นพื้นที่นำร่อง

    ททท.สำนักงานอุดรธานี จึงได้ประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ประกอบการ เพื่อทำความเข้าใจและประชาสัมพันธ์ให้กับนักธุรกิจ ผู้ประกอบการในเครือข่ายได้รับทราบ และเตรียมการจัดสัมมนาให้ข้อมูลในการเชื่อมโยงระบบต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5622200/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3NWblhHD-3qO8crfor1Glp

  • ‘แอร์เอเชีย’ ผนึก ททท. ต่อยอดพลัง ‘ลิซ่า’ ดึงนักเดินทางเที่ยวไทยโต

    ‘แอร์เอเชีย’ ผนึก ททท. ต่อยอดพลัง ‘ลิซ่า’ ดึงนักเดินทางเที่ยวไทยโต

    “แอร์เอเชีย” ร่วมด้วยพึ่งพลัง “ลิซ่า” ต่อยอดแคมเปญ “Feel all the Feelings” ของ ททท. หวังกระตุ้นคนไทยเที่ยวในประเทศดันความถี่การบินเพิ่ม-ชนะคู่แข่ง destination เด่น

    นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. เปิดเผยว่า ความร่วมมือกับสายการบินไทยแอร์เอเชียครั้งนี้ ดำเนินภายใต้โครงการ “FLY YOUR FEELINGS บินไปให้สุด..ทุกความรู้สึกทั่วไทย” เป็นการต่อยอดแคมเปญโฆษณาของ ททท. “Feel all the Feelings” ที่ได้เปิดตัวร่วมกับ ลิซ่า – ลลิษา มโนบาล ในฐานะ Amazing Thailand Ambassador  ไปเมื่อต้นเดือนมกราคม 2569 เพื่อจุดประกายแรงบันดาลใจให้เกิดการเดินทางจริง ทำให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางคุณภาพที่เดินทางได้ง่ายที่สุด สะดวกที่สุด และเข้าถึงได้มากที่สุดในมุมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ  

    ทั้งนี้ ไทยแอร์เอเชีย ถือเป็นอีกกลไกสำคัญในการเพิ่มความสะดวกและการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวไทยให้คล่องตัวยิ่งขึ้น เนื่องจากมีเครือข่ายบินภายในประเทศ 42 เส้นทาง ครอบคลุม 25 จุดหมายหรือ destination ทั่วทุกภูมิภาค สานเป้าหมายของททท.ที่ต้องการกระตุ้นนักท่องเที่ยวไทยให้แตะระดับ 210 ล้านคน-ครั้ง

    ขณะที่ความร่วมมือครั้งนี้ยังสะท้อนบทบาท 4 มิติหลัก ได้แก่

    1.การเป็น Enabler เพิ่มการเข้าถึงในราคาจับต้องได้

    2.Connector เชื่อมสู่ประสบการณ์ท่องเที่ยวทั้งเมืองหลักและเมืองน่าเที่ยว

    3.Amplifier ขยายพลังแคมเปญ Amazing Thailand x LISA ในทุกช่วงการเดินทาง

    4.Confidence Builder เสริมความเชื่อมั่นว่าประเทศไทยเดินทางง่าย ปลอดภัย และพร้อมต้อนรับเสมอ

    ถือเป็นก้าวสำคัญของการผนึกพลังภาครัฐและเอกชน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจท่องเที่ยวอย่างเป็นรูปธรรม

    ‘แอร์เอเชีย’ ผนึก ททท. ต่อยอดพลัง ‘ลิซ่า’ ดึงนักเดินทางเที่ยวไทยโต

    นางสาวฐาปนีย์ กล่าวอีกว่า หลังการปล่อยแคมเปญ “Feel all the Feelings” ซึ่งมี “ลิซ่า” เป็น Amazing Thailand Ambassador ช่วยสร้างผลกระทบเชิงบวกแบบทวีคูณ(Multiplier Effect)อย่างดี ทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติและนักท่องเที่ยวไทย ช่วยสานยุทธศาสตร์ของททท.ที่มุ่งดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพหรือ Value over Volume ทั้งจากตลาดระยะใกล้(Short Haul )และตลาดระยะไกล(Short Haul )

    “ลิซ่าช่วยสร้างผลกระทบเชิงบวก โดยเฉพาะด้าน Media exposure ทั่วโลก สร้าง Brand Awareness ได้ถึง 650 ล้านครั้ง และทำให้นักท่องเที่ยวหลายตลาดในเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน”

    นายไพรัชล์ พรพัฒนนางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยแอร์เอเชีย กล่าวว่า ททท. ได้จุดกระแสการท่องเที่ยวไทยจาก “ลิซ่า-ลลิษา” ในแคมเปญนี้ได้อย่างดี ทำให้ทั้งคนไทยและต่างชาติได้เห็นไฮไลท์สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในจังหวัดต่างๆ ทุกภูมิภาค เเละอยากบินไปสัมผัสจริง แอร์เอเชียจึงต่อยอดแคมเปญด้วยศักยภาพของเรา ทั้งความคุ้มค่าและเครือข่ายบินที่ครอบคลุมมากที่สุด รวม 42 เส้นทาง พร้อมให้บริการ 2 สนามบินที่กรุงเทพ จากดอนเมือง (DMK) เเละสุวรรณภูมิ(BKK) โดยเพิ่มสีสันกับกิจกรรมพิเศษบินเที่ยวตามรอยลิซ่า หวังกระตุ้นการเดินทางเที่ยวไทยที่ต่อเนื่อง

    ‘แอร์เอเชีย’ ผนึก ททท. ต่อยอดพลัง ‘ลิซ่า’ ดึงนักเดินทางเที่ยวไทยโต

    ไฮไลต์สำคัญของกิจกรรม ไทยแอร์เอเชียพร้อมให้สิทธิ์ บินฟรีเส้นทางภายในประเทศ 1 ปีเต็ม สำหรับนักท่องเที่ยว 3 คนเเรกที่บินกับแอร์เอเชีย ครบ 8 จังหวัดที่เราให้บริการและอยู่ในสื่อประชาสัมพันธ์ Feel All the Feelings ของลิซ่า  ได้เเก่ เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง น่าน สุราษฎร์ธานี อุดรธานี อุบลราชธานี พังงา (ลงภูเก็ต) สำหรับกิจกรรมบินตามรอยลิซ่า ลุ้นตั๋วเครื่องบินเที่ยวไทยฟรีตลอดปี ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม – 30 กันยายน 2569 นี้  

    “ลิซ่าสร้างความตื่นตัวให้นักท่องเที่ยวต้องการเดินตามรอย เช่น ทะเลบัวแดง จังหวัดอุดรธานี ไร่ชาฉุยฟง จังหวัดเชียงราย และการร่วมกับททท.เพื่อต่อยอดแคมเปญท่องเที่ยว ผสานศักยภาพของไทยแอร์เอเชีย ที่มีเครือข่ายบิน 42 เส้นทาง มีส่วนแบ่งตลาดในประเทศ 40% มีสมาชิกกว่า 14 ล้านราย จึงเชื่อมั่นว่ากิจกรรมครั้งนี้จะสร้างประสบการณ์และมุมมองเที่ยวในประเทศใหม่สำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรม สอดคล้องกับแนวคิดของ ททท. อีกด้านยังสานเป้าหมายของบริษัทที่ต้องการให้เมืองของเรามีการบินถี่เพิ่มขึ้น และบางเมืองที่อาจยังสู้คู่แข่งอื่นอยู่  แคมเปญนี้จะช่วยให้เราชนะได้”  

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/business/1222180&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2mdZDGFx-FEgYHkA-VcWuE