Blog

  • ธปท.ยืนยัน แทรกแซงเงินบาทเพื่อลดความผันผวนเท่านั้น

    ธปท.ยืนยัน แทรกแซงเงินบาทเพื่อลดความผันผวนเท่านั้น

    ธปท.ยืนยัน แทรกแซงเงินบาทเพื่อลดความผันผวนเท่านั้น

    27 กุมภาพันธ์ 2569, 17:03น.

              นางปราณี สุทธศรี ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยภาวะเศรษฐกิจและการเงินเดือนมกราคม 2569 ยืนยันว่า การดูแลค่าเงินบาท มีเป้าหมายเพื่อลดความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเท่านั้น ไม่ได้ตั้งใจแทรกแซงเพื่อให้ไทยได้เปรียบทางการค้า และขณะนี้ยังไม่เข้าข่ายเป็นประเทศที่บิดเบือนค่าเงิน (Currency manipulation) ตามเกณฑ์ของกระทรวงการคลังสหรัฐ ตามที่มีหลายฝ่ายกังวล

               สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจเดือนกุมภาพันธ์ 2569 คาดว่าจะชะลอลงเล็กน้อย หลังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ เช่น โครงการคนละครึ่ง พลัส และมาตรการ EV 3.0 สิ้นสุดลง รวมถึงแรงส่งจากงบประมาณภาครัฐที่เริ่มลดลง แต่คาดว่าการส่งออกสินค้าจะขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะสินค้าเทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์ สะท้อนจากการนำเข้าสินค้าทุนและวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นในเดือนมกราคม ซึ่งจะต่อยอดไปสู่การผลิตเพื่อส่งออกในระยะต่อไป อีกทั้งดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจเดือนกุมภาพันธ์ปรับดีขึ้น โดยเฉพาะในภาคการผลิต

              อย่างไรก็ตาม ภาคธุรกิจยังเผชิญความท้าทาย ทั้งต้นทุนการผลิตที่สูง การปรับราคาสินค้าได้ยาก และการแข่งขันในประเทศที่รุนแรง ดังนั้น ธปท. มองว่า รัฐบาลควรปรับเงื่อนไขส่งเสริมการใช้วัตถุดิบในประเทศ (Local Content) มากขึ้น เพื่อให้ผู้ผลิตไทยมีส่วนร่วมในห่วงโซ่การผลิตมากขึ้น หลังพบว่าปีที่ผ่านมา การส่งออกขยายตัว 12.7% แต่การผลิตภาคอุตสาหกรรมของไทยไม่เติบโต สะท้อนว่าผลประโยชน์จากการส่งออกยังไม่กระจายสู่ผู้ผลิตในประเทศอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ เศรษฐกิจยังมีแรงสนับสนุนจากการท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่เพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลตรุษจีน

              ทั้งนี้ ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามในระยะต่อไป ยังคงเป็น ความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าและภาษีของสหรัฐ แม้ในเบื้องต้นประเทศไทยอาจจะได้รับประโยชน์จากการที่ภาษีถูกปรับลดลงมาอยู่ในอัตรา 15% จากเดิมที่ 19% ซึ่งอาจทำให้มีการเร่งส่งออกมากขึ้นในระยะแรก แต่จะทำให้สถานการณ์มีความไม่แน่นอนมากขึ้นในระยะต่อไปเนื่องจากยังไม่ชัดเจน ว่าประธานาธิบดีสหรัฐ จะใช้มาตรการทางภาษีอื่นเพิ่มเติมหรือไม่ เช่น มาตรา 301 และมาตรา 232 เป็นต้น

              รวมถึงปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ ที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่ และความต่อเนื่องของการฟื้นตัวในภาคการท่องเที่ยว ซึ่งต้องติดตามดูว่านักท่องเที่ยวจีนจะยังเข้ามาเพิ่มขึ้นหรือไม่หลังจากหมดเทศกาลตรุษจีน และยังต้องติดตามกระบวนการจัดทำงบประมาณปี 2570 ว่าจะล่าช้าเพียงใดรวมถึงมาตรการภาครัฐที่จะออกมาหลังจากมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่

    #เงินบาท

    #เศรษฐกิจผันผวน

    ข่าวทั้งหมด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.js100.com/en/site/news/view/159601&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2hPacqa_HjkTzGWmtW7T3_

  • ม.กรุงเทพ ร่วมกับ กองทุน ดร.สุพงษ์ ลิ้มธนากุล มอบทุนการศึกษาสนับสนุนการพัฒนากำลังพล | เดลินิวส์

    ม.กรุงเทพ ร่วมกับ กองทุน ดร.สุพงษ์ ลิ้มธนากุล มอบทุนการศึกษาสนับสนุนการพัฒนากำลังพล | เดลินิวส์

    มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ร่วมกับกองทุน ดร.สุพงษ์ ลิ้มธนากุล มอบทุนการศึกษาระดับปริญญาโท หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและวิทยาการข้อมูล ให้แก่นายทหารจำนวน 5 นาย จากกองทัพบกและสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เพื่อส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพกำลังพลด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง

    ทุนการศึกษาดังกล่าว แบ่งเป็นทุนจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ จำนวน 3 ทุน มอบโดย ผศ.สรรเสริญ มิลินทสูต รองอธิการบดีอาวุโสด้านวิชาการ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ และทุนจากกองทุน ดร.สุพงษ์ ลิ้มธนากุล จำนวน 2 ทุน มอบโดย ดร.สุพงษ์ ลิ้มธนากุล รองอธิการบดีอาวุโสด้านกิจการภายนอก มหาวิทยาลัยกรุงเทพ

    การมอบทุนครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยกรุงเทพในการสนับสนุนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและวิทยาการข้อมูล ซึ่งเป็นองค์ความรู้สำคัญต่อการปฏิบัติงานด้านความมั่นคงในยุคดิจิทัล ผู้ได้รับทุนจะได้เสริมสร้างความเชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ข้อมูล การจัดการระบบสารสนเทศ และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงานในระดับองค์กรและหน่วยงานภาครัฐ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5642518/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1z0tmF-89_w9uNpUUdxlbL

  • ชี้ชะตา “หมอเกศ” ศาลฎีกานัดพิพากษา 4 มี.ค. คดีวุฒิการศึกษาฉาว

    ชี้ชะตา “หมอเกศ” ศาลฎีกานัดพิพากษา 4 มี.ค. คดีวุฒิการศึกษาฉาว

    ศาลฎีกานัดพิพากษาชี้ชะตา “หมอเกษ”  4 มี.ค.  คดีวุฒิการศึกษาฉาว หากผิดพ้นเก้าอี้ สว. ถูกเพิกถอนสิทธิฯ

    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีคดีความของนางสาวเกศกมล เปลี่ยนสมัย หรือ “หมอเกศ” สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่ถูกคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง เพื่อให้พิจารณาวินิจฉัยตรวจสอบคุณสมบัติ เนื่องจากข้อร้องเรียนเกี่ยวกับวุฒิการศึกษาที่อาจเข้าข่ายเป็นการหลอกลวงให้ผู้อื่นเข้าใจผิดในคุณสมบัติ ความรู้ความสามารถ หรือชื่อเสียงเกียรติคุณ เพื่อจูงใจให้มีการเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา ตาม พ.ร.ป. ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา มาตรา 77 (4)

    สำหรับคดีนี้ กกต. ในฐานะผู้ร้องได้มีมติยื่นคำร้องตั้งแต่วันที่ 18 กรกฎาคม 2568 เพื่อขอให้ศาลวินิจฉัยเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของ น.ส.เกศกมล ซึ่งศาลฎีการับคำร้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำที่ ลต สว 11/2568 โดยที่ผ่านมาได้มีการพิจารณาไต่สวนพยานหลักฐานจากทั้งฝ่ายผู้ร้องและผู้คัดค้าน

    ล่าสุด ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งได้ออกประกาศแจ้งกำหนดการ นัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 4 มีนาคม 2569 เวลา 14.00 น. ณ ห้องพิจารณาคดีที่ 5 ศาลฎีกา ซึ่งผลการวินิจฉัยในครั้งนี้จะถือเป็นที่สุด หากศาลเห็นว่ามีความผิดจริง จะส่งผลให้ น.ส.เกศกมล ต้องพ้นจากตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาทันที และอาจถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามที่ กกต. ร้องขอ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2916845&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3QtDDFM3u01YcEDcGoRCSU

  • ส่องเส้นทาง เจี๊ยบ พิสุทธิ์ ขุนพลเพลง RS สลัดลุคร็อกเกอร์ 90 สวมสูทเข้าสภาหินอ่อน

    ส่องเส้นทาง เจี๊ยบ พิสุทธิ์ ขุนพลเพลง RS สลัดลุคร็อกเกอร์ 90 สวมสูทเข้าสภาหินอ่อน

    วันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 07.35 น.

    หลังจากที่ชื่อของ นายวิเชียร ชัยสถาพร สมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. กลุ่มที่ 16 ต้องพ้นจากตำแหน่งไปตามคำพิพากษาของศาลฎีกา จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์และถูกจับตามองอย่างหนักถึงผู้ที่จะก้าวมาทำหน้าที่แทน ท่ามกลางสายตาของสื่อมวลชนและใครหลายคน นาย พิสุทธิ์ ทรัพย์วิจิตร ได้ก้าวขึ้นกล่าวปฏิญาณตนต่อที่ประชุมวุฒิสภาอย่างเป็นทางการท่ามกลางสายตาของทุกคน เริ่มต้นปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ สว. กลุ่มที่ 16 (ศิลปะ วัฒนธรรม ดนตรี การแสดงและบันเทิง นักกีฬา) ซึ่งหลายคนอาจจะรู้สึกคุ้นหูเป็นอย่างมากเมื่อได้ยินชื่อ แต่ก็ยังจำไม่ได้ว่าเขาคือใคร กระทั่งผู้คนบนโลกออนไลน์เริ่มสวมวิญญาณนักสืบขุดคุ้ยค้นหาประวัติความเป็นมาของเขา และนั่นทำให้ทุกคนถึงกับร้อง อ้อ ออกมาดัง ๆ ว่า พิสุทธิ์ ทรัพย์วิจิตร ก็คือ เจี๊ยบ พิสุทธิ์ อดีตร็อกเกอร์ระดับตำนานยุค 90 ชื่อดัง ผู้เคยสร้างปรากฏการณ์ให้วงการเพลงไทยมาแล้วมากมาย

    สำหรับประวัติและเส้นทางชีวิตของ เจี๊ยบ พิสุทธิ์ หรือ นาย พิสุทธิ์ ทรัพย์วิจิตร สว. ร็อกเกอร์ ท่านนี้ เกิดเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2508 ปัจจุบันอายุ 60 ปี จบการศึกษามาจาก ม.ศ.5 โรงเรียนอำนวยศิลป์ พระนคร ต่อมาเจ้าตัวก็สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาโท สาขาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (MBA) จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และที่สำคัญที่สุดคือการเข้าศึกษาในหลักสูตร วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 63 ซึ่งเป็นสถาบันชั้นสูงที่ข้าราชการระดับสูงและนักธุรกิจแถวหน้าของประเทศเข้าร่วม การเข้าไปอยู่ในสังคมของนักยุทธศาสตร์ระดับประเทศนี่เองที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เขาสนใจงานในเชิงโครงสร้างและการเมืองอย่างจริงจัง

    เจี๊ยบ พิสุทธิ์

    ย้อนกลับไปในจุดเริ่มต้น นายพิสุทธิ์ ไม่ได้เริ่มต้นจากการเป็นนักร้องทันที แต่เขาคือ คนดนตรี ขนานแท้ เขาเริ่มต้นจากการเป็นลูกศิษย์ของ จิรพรรณ อังศวานนท์ แห่งวงบัตเตอร์ฟลาย ซึ่งเป็นเบื้องหลังของวงการดนตรีไทยที่เข้มข้นที่สุดในยุคนั้น ที่นั่นคือโรงเรียนชีวิตที่ทำให้พิสุทธิ์เรียนรู้ตั้งแต่การวางโครงสร้างเพลง การประสานเสียง ไปจนถึงงานโปรดิวซ์ระดับมืออาชีพ เขาเคยตั้งวงดนตรีชื่อ Jonathan Hemps เล่นแนวโปรเกรสซีฟร็อกตามคลับชื่อดัง ซึ่งเป็นแนวเพลงที่ยากและซับซ้อนมากในยุคนั้น 

    เจี๊ยบ พิสุทธิ์

    ก่อนที่เวลาต่อมาจะมาเขาจะแจ้งเกิดเต็มตัวในวงการเพลงในปี 2533 กับอัลบั้มเพลงพิสุทธิ์ ที่มีเพลงอมตะอย่าง รักไปช้ำไป และ พร้อมจะยอมแพ้ ความสำเร็จของเขาพุ่งทะยานถึงขีดสุดในชุดที่ 2 อาบลมห่มฟ้า ที่ส่งเพลง แจ๋วจริง และ ไม่ต่างกัน กลายเป็นเพลงชาติของวัยรุ่นยุคนั้น รวมถึงการร้องเพลงประกอบละครระดับตำนานอย่าง อรุณสวัสดิ์ ที่ยังคงถูกเปิดฟังจนถึงทุกวันนี้ ภาพลักษณ์ของเขาในยามนั้นเป็นภาพของนักดนตรีร็อก ผมยาวผ้าคาดหัว กางเกงขาเดฟ ที่มีเพลงขาวสะอาด ฟังแล้วรื่นหู ด้วยเนื้อหาและดนตรีที่เป็นตัวของตัวเอง

    เจี๊ยบ พิสุทธิ์

    พิสุทธิ์ ทรัพย์วิจิตร ยังเป็นผู้สร้างปรากฏการณ์ ร็อกอำพัน ร่วมกับ เป้ ไฮ ร็อก ที่นำเพลงลูกทุ่งและเพลงเก่ามาทำเป็นร็อก จนมียอดขายถล่มทลายและสร้างกระแสไปทั่วบ้านทั่วเมือง นอกจากงานเบื้องหน้า เจี๊ยบ ยังเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของศิลปินแม่เหล็กอย่าง เต๋า สมชาย, เจมส์ เรืองศักดิ์ และ ลิฟท์ ออย โดยมีส่วนสำคัญในการปั้นเพลงดังอย่าง ข้าวมันไก่ และ ไซเรนเลิฟ อีกทั้งตัว เจี๊ยบ เองเคยเป็นเจ้าของค่ายเพลง มอนสเตอร์มิวสิก ในเครืออาร์เอสรวมทั้งเป็นที่ปรึกษาและกรรมการในรายการทรู อะคาเดมี แฟนเทเชีย และเป็นกรรมการบริหารของบริษัท ธิงค์ แอนด์ ดู จำกัด และได้แต่งเพลงเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 

    เจี๊ยบ พิสุทธิ์

    แม้จะห่างหายจากเบื้องหน้าไปนาน แต่ในวันที่ 29 มกราคม 2565 เขาได้ปล่อยอัลบั้มเดี่ยวชุดที่ 5 ในรอบ 22 ปี ชื่อชุด SHOT CHARGE SHOCK ร็อกวิจิตร ซึ่งยังคงความเป็นร็อกร่วมสมัยในสไตล์ของตัวเอง

    เจี๊ยบ พิสุทธิ์

    ในแง่ของชีวิตส่วนตัว เจี๊ยบ พิสุทธิ์ แต่งงานมาแล้ว 2 ครั้ง โดยครั้งแรกสมรสกับ แจ๊คกี้ ณัฐรดา อภิธนานนท์ มีบุตรชายด้วยกันคือ จี๋ สุทธิรักษ์ (อายุ 33 ปี) นักแสดงหนุ่มสุดฮอตในยุคปัจจุบัน ก่อนที่ทั้งคู่จะแยกทางกัน และเขาก็เข้าพิธีสมรสครั้งที่ 2 กับ แนน ชัญญากานต์ คุ้มดี ในปี พ.ศ. 2552

    เจี๊ยบ พิสุทธิ์

    จี๋ สุทธิรักษ์ บุตรชายของ เจี๊ยบ พิสุทธิ์

    เจี๊ยบ พิสุทธิ์ ไม่ใช่หน้าใหม่ที่จู่ ๆ ก็เดินเข้าสภา เขาค่อย ๆ สะสมประสบการณ์จากการทำงานเบื้องหลังพรรคการเมืองหลายแห่ง ตั้งแต่เป็นโฆษก พรรคมาตุภูมิ ของพลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน, ร่วมงานกับ พรรคพลังประชารัฐ และต่อมาที่ พรรคสร้างอนาคตไทย เขาทำหน้าที่คณะทำงานลงพื้นที่กรุงเทพฯ และมีส่วนร่วมในสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) มาก่อนแล้ว

    เจี๊ยบ พิสุทธิ์

    จนกระทั่งในการเลือกตั้ง สว. ปี 2567 เขาได้ลงสมัครในกลุ่มที่ 16 (กลุ่มศิลปะ วัฒนธรรม ดนตรี การแสดงและบันเทิง นักกีฬา) ซึ่งเป็นวิชาชีพที่เขาคลุกคลีมาค่อนชีวิต แม้ในตอนแรกจะถูกประกาศรายชื่อให้อยู่ในบัญชีสำรอง แต่ด้วยความพลิกผันทางการเมือง เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาเพิกถอนสิทธิของ นาย วิเชียร ชัยสถาพร (สว. ตัวจริงในกลุ่มเดียวกัน) เนื่องจากพบว่ามีการให้ข้อมูลประวัติการทำงานที่ไม่ตรงตามความเป็นจริงในใบแนะนำตัว เพื่อจูงใจให้ผู้สมัครคนอื่นลงคะแนนให้

    เจี๊ยบ พิสุทธิ์

    เหตุการณ์นี้ส่งผลให้ชื่อของ พิสุทธิ์ ทรัพย์วิจิตร ถูกเลื่อนขึ้นมาแทนที่ในวันที่ 16 มกราคม 2569 กลายเป็นสมาชิกวุฒิสภาป้ายแดงที่ก้าวเข้าสู่สภาในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ การก้าวเข้าสู่ตำแหน่ง สว. ของอดีตร็อกเกอร์คนนี้ จึงไม่ใช่แค่เรื่องของความโชคดีจากบัญชีสำรอง แต่เป็นการเดินทางที่ยาวนานจากเบื้องหน้าวงการบันเทิง สู่การเรียนรู้งานด้านบริหารและยุทธศาสตร์ชาติ วันนี้เขาไม่ได้มีเพียงกีตาร์เป็นอาวุธ แต่มีอำนาจหน้าที่ในฐานะตัวแทนกลุ่มวิชาชีพศิลปะและบันเทิง ที่จะต้องเข้าไปขับเคลื่อนนโยบายเพื่อคนในวงการที่เขาเติบโตมาอย่างยาวนานนั่นเอง

    เจี๊ยบ พิสุทธิ์

    เจี๊ยบ พิสุทธิ์

    เจี๊ยบ พิสุทธิ์

    เจี๊ยบ พิสุทธิ์

    ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก พิสุทธิ์ ทรัพย์วิจิตร

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/949581&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw35Lf2X2dkGVu-JZ6BWllXp

  • วันชี้ชะตา! ศาลฎีกาฯ นัดฟังคำพิพากษาคดี “หมอเกศ” ปมคุณสมบัติ สว. 4 มี.ค.

    วันชี้ชะตา! ศาลฎีกาฯ นัดฟังคำพิพากษาคดี “หมอเกศ” ปมคุณสมบัติ สว. 4 มี.ค.

    วันที่ 27 ก.พ.69 ผู้สื่อข่าวรายงาน กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติของ น.ส.เกศกมล เปลี่ยนสมัย หรือ “หมอเกศ” สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ภายหลังปรากฏข้อร้องเรียนเกี่ยวกับวุฒิการศึกษา ซึ่งอาจเข้าข่ายเป็นการหลอกลวงให้ผู้อื่นเข้าใจผิดเกี่ยวกับคุณสมบัติ ความรู้ความสามารถ หรือชื่อเสียงเกียรติคุณ ในการสมัครเข้ารับการคัดเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา มาตรา 77 (4)

    โดย กกต. ในฐานะผู้ร้อง ได้มีมติยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้งเพื่อขอให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของ น.ส.เกศกมล พร้อมส่งหนังสือลงวันที่ 18 กรกฎาคม 2568 ให้ศาลพิจารณาวินิจฉัยข้อเท็จจริงดังกล่าว ต่อมาศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งได้รับคำร้องไว้พิจารณาเป็นคดีเลือกตั้งหมายเลขดำที่ ลต สว 11/2568 ระหว่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ร้อง กับ น.ส.เกศกมล เปลี่ยนสมัย ผู้คัดค้าน. และศาลได้นัดพิจารณาคดีเรื่อยมาจนแล้วเสร็จ

    ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งได้ออกประกาศแจ้งวันนัดฟังคำพิพากษาคดีนี้ วันที่ 4 มี.ค.69 เวลา 14.00 น.  ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 5 ศาลฎีกา สนามหลวง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/politics/national-politics/131809&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3I_Q3jfGMjj_WddCfsxdZa

  • เทียบขุมกำลัง ‘กองทัพ-คลังแสง’ ปากีสถาน vs อัฟกานิสถาน

    เทียบขุมกำลัง ‘กองทัพ-คลังแสง’ ปากีสถาน vs อัฟกานิสถาน

    เทียบขุมกำลัง ‘กองทัพ-คลังแสง’ ระหว่าง ‘ปากีสถานและอัฟกานิสถาน’ พบ ปากีสถานมีกองทัพที่เหนือกว่าในหลายด้าน

    การสู้รบชายแดนระหว่างปากีสถานและอัฟกานิสถานทวีความรุนแรงมากขึ้นในชั่วข้ามคืน ทั้งสองฝ่ายต่างอ้างว่าสูญเสียอย่างหนัก และรัฐมนตรีปากีสถานบอกว่าประเทศ “เปิดสงคราม” กับเพื่อนบ้านแล้ว

    รอยเตอร์สรุปภาพรวมและเปรียบเทียบกำลังทหารและคลังอาวุธระหว่างปากีสถานและอัฟกานิสถาน โดยอ้างอิงจากข้อมูลจากสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการศึกษาเชิงยุทธศาสตร์ (International Institute for Strategic Studies: IISS) และพบว่าอิสลามาบัดเหนือกว่ามาก 

    เทียบภาพรวม ปากีสถาน-อัฟกานิสถาน

    กองกำลังติดอาวุธปากีสถานได้ประโยชน์จากการสรรหาและการรักษาบุคลากรที่ดี และมีอาวุธจากพันธมิตรทางทหารอย่างจีนสนับสนุน ขณะที่อิสลามาบัดยังคงลงทุนในโครงการนิวเคลียร์ทางทหารอย่างต่อเนื่อง และกำลังดำเนินการปรับปรุงกองทัพเรือและกองทัพอากาศให้ทันสมัยมากขึ้น

    ส่วนขีดความสามารถกองทัพตาลีบันลดลง มีความสามารถในการใช้อาวุธต่างชาติลดลง โดยเฉพาะอาวุธที่กลุ่มติดอาวุธอิสลามิสต์ยึดได้ตอนหวนคืนสู่อำนาจเมื่อปี 2021 และการที่รัฐบาลตาลีบันขาดการยอมรับในระดับสากลส่งผลกระทบต่อการพัฒนากองทัพให้ทันสมัยมากขึ้นด้วย

    กำลังพล ปากีสถาน-อัฟกานิสถาน

    ปากีสถานมีกำลังพลประจำการ 660,000 นายในกองทัพ โดยมีกำลังพลกองทัพบก 560,000 นาย กองทัพอากาศ 70,000 นาย และกองทัพเรือ 30,000 นาย

    ความแข็งแกร่งของกองทัพตาลีบันนั้นน้อยกว่า โดยมีกำลังพลประจำการเพียง 172,000 นาย แต่ก็ประกาศไว้ว่ามีแผนจะขยายกองทัพให้ได้ 200,000 นาย

    อาวุธ ปากีสถาน-อัฟกานิสถาน

    ปากีสถานมียานรบหุ้มเกราะมากกว่า 6,000 ลำ และมีปืนใหญ่มากกว่า 4,600 กระบอก

    ส่วนกองทัพอัฟกานิสถานมียานรบหุ้มเกราะเหมือนกัน เช่น รถถังสมัยโซเวียต รถลำเลียงพลหุ้มเกราะ และยานใต้น้ำไร้คนขับ แต่ยังไม่ทราบจำนวนที่แน่นอน ขณะที่กองปืนใหญ่ซึ่งคาดว่าอาจมีอย่างน้อยสามประเภทก็ยังไม่ทราบจำนวนที่แน่ชัดเช่นกัน

    กองทัพอากาศ ปากีสถาน-อัฟกานิสถาน

    ปากีสถานมีฝูงเครื่องบินรบ 465 ลำ และมีเฮลิคอปเตอร์ที่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้หลากหลาย ทั้งโจมตีและขนส่ง มากกว่า 260 ลำ

    ขณะที่อัฟกานิสถานไม่มีเครื่องบินรบและไม่มีกองทัพอากาศ แต่คาดว่ามีเครื่องบินอย่างน้อย 6 ลำ บางลำอาจเก่าแก่มาจากยุคโซเวียต และมีเฮลิคอปเตอร์ 23 ลำ แต่ไม่สามารถประเมินได้ว่ามีกี่ลำที่พร้อมใช้งาน

    อาวุธนิวเคลียร์ ปากีสถาน-อัฟกานิสถาน

    ขณะที่ปากีสถานเป็นประเทศที่มีอาวุธนิวเคลียร์ และมีหัวรบนิวเคลียร์ 170 หัวรบ แต่อัฟกานิสถานไม่มีอาวุธนิวเคลียร์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/world/geopolitics/1223047&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1gc3ZGMpDb5q__64Rol_j2

  • เตรียมชี้ชะตา! ศาลฎีกานัดพิพากษา หมอเกศ ใช้ศาสตราจารย์เป็น สว. มิชอบ 4 มี.ค.นี้

    เตรียมชี้ชะตา! ศาลฎีกานัดพิพากษา หมอเกศ ใช้ศาสตราจารย์เป็น สว. มิชอบ 4 มี.ค.นี้

    วันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.11 น.

    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงาน กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติของ น.ส.เกศกมล เปลี่ยนสมัย หรือ “หมอเกศ” สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ภายหลังปรากฏข้อร้องเรียนเกี่ยวกับวุฒิการศึกษา ซึ่งอาจเข้าข่ายเป็นการหลอกลวงให้ผู้อื่นเข้าใจผิดเกี่ยวกับคุณสมบัติ ความรู้ความสามารถ หรือชื่อเสียงเกียรติคุณ ในการสมัครเข้ารับการคัดเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา มาตรา 77 (4)

    โดย กกต. ในฐานะผู้ร้อง ได้มีมติยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้งเพื่อขอให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของ น.ส.เกศกมล พร้อมส่งหนังสือลงวันที่ 18 กรกฎาคม 2568 ให้ศาลพิจารณาวินิจฉัยข้อเท็จจริงดังกล่าว ต่อมาศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งได้รับคำร้องไว้พิจารณาเป็นคดีเลือกตั้งหมายเลขดำที่ ลต สว 11/2568 ระหว่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ร้อง กับ น.ส.เกศกมล เปลี่ยนสมัย ผู้คัดค้าน. และศาลได้นัดพิจารณาคดีเรื่อยมาจนแล้วเสร็จ

    ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งได้ออกประกาศแจ้งวันนัดฟังคำพิพากษาคดีนี้ วันที่ 4 มีนาคม นี้เวลา 14.00 น.  ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 5 ศาลฎีกา สนามหลวง.

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/949680&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw10VpYesua7WVvYts2RwR10

  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศพบหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศโปรตุเกส ในโอกาสเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ – กระทรวงการต่างประเทศ

    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศพบหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศโปรตุเกส ในโอกาสเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ – กระทรวงการต่างประเทศ

    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศพบหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศโปรตุเกส ในโอกาสเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ

    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศพบหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศโปรตุเกส ในโอกาสเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ

    วันที่นำเข้าข้อมูล 27 ก.พ. 2569

    วันที่ปรับปรุงข้อมูล 27 ก.พ. 2569

    | 30 view

    เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พบหารือกับนายเปาลู รังเจล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐโปรตุเกส ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ

    ทั้งสองฝ่ายหารือแนวทางส่งเสริมการค้า การลงทุน และเพิ่มพูนความร่วมมือในสาขาที่มีศักยภาพ ได้แก่ เศรษฐกิจดิจิทัล สตาร์ทอัพ พลังงานทดแทน ยานยนต์ไฟฟ้า และแรงงาน รวมทั้งยินดีที่ทั้งสองฝ่ายสามารถบรรลุความตกลงว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางทูตและราชการ หรือหนังสือเดินทางพิเศษ ซึ่งมีกำหนดจะลงนามในปีนี้ ขณะที่ฝ่ายโปรตุเกสแสดงความพร้อมสนับสนุนไทยในการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย – สหภาพยุโรป (Thailand – EU FTA) และการสมัครเข้าเป็นสมาชิก OECD ของไทย ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องในการส่งเสริมความสัมพันธ์ระดับประชาชน โดยเฉพาะความร่วมมือด้านการศึกษา การท่องเที่ยว วัฒนธรรม และการแลกเปลี่ยนทางธุรกิจ เพื่อสานต่อสายสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์ที่มีมายาวนานกว่า 500 ปี รวมถึงสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

    ทั้งสองฝ่ายแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ระดับภูมิภาค รวมถึงสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา สถานการณ์ในเมียนมา และสถานการณ์ระดับโลก โดยยืนยันความมุ่งมั่นร่วมกันในการสนับสนุนระบบพหุภาคี การยึดมั่นในกฎหมายระหว่างประเทศและการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งด้วยสันติวิธี ท่ามกลางบริบทโลกที่มีความท้าทายเพิ่มมากขึ้น โดยเห็นพ้องถึงความสำคัญของการประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดในกรอบสหภาพยุโรปและกรอบพหุภาคีอื่น ๆ เพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพและการพัฒนาที่ยั่งยืน

    จากนั้น ทั้งสองฝ่ายร่วมแถลงผลการหารือต่อสื่อมวลชน โดยย้ำความสำคัญของความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการเมือง ทั้งยังสะท้อนเจตนารมณ์ร่วมในการส่งเสริมระบบการค้าเสรีพหุภาคีที่เปิดกว้าง โปร่งใส และยึดมั่นในกฎกติกาสากล การเปิดตลาด และการเพิ่มโอกาสทางการค้าการลงทุนระหว่างสองประเทศ พร้อมยืนยันบทบาทสำคัญของความร่วมมือทวิภาคีและพหุภาคีในความสัมพันธ์ไทย – ยุโรป

    นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐโปรตุเกสแสดงปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “Portugal’s Global Perspective and the Defense of Multilateralism” เพื่อแสดงวิสัยทัศน์และแลกเปลี่ยนมุมมองต่อประเด็นพหุภาคี บทบาทของโปรตุเกสในเวทีโลก และมุมมองที่โปรตุเกสมีต่อไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mfa.go.th/th/content/fm-meets-with-fm-portugal%3Fcate%3D5d5bcb4e15e39c306000683b&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw19LEAnJWcvOIUuv90gD7TV

  • “อีซูซุ” ตอกย้ำความเชื่อมั่น ยกระดับคุณภาพบุคลากร ด้วยการแข่งขันทักษะการขายและบริการต่อเนื่อง – ข่าวในวงการรถยนต์ |

    “อีซูซุ” ตอกย้ำความเชื่อมั่น ยกระดับคุณภาพบุคลากร ด้วยการแข่งขันทักษะการขายและบริการต่อเนื่อง – ข่าวในวงการรถยนต์ |

    อีซูซุสานต่อแนวคิด “Isuzu Trusted Buddy อีซูซุเคียงข้างคุณ เคียงคู่ไทย” ยกระดับความเชื่อมั่นด้านการขายและบริการหลังการขายให้แก่ลูกค้าผู้ใช้รถทั่วประเทศ ตามมาตรฐานระดับสูงของญี่ปุ่น ในการทำธุรกิจของอีซูซุในประเทศไทย ตลอดระยะเวลา 69 ปี ผ่านการจัดกิจกรรม “การแข่งขันทักษะ ด้านการขายและบริการหลังการขายอีซูซุ”


    โดยกิจกรรมนี้ มีเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 2,978,000 บาท พร้อมมอบรางวัลสนับสนุนแก่ทีมช่างอีซูซุจากประเทศไทยซึ่งคว้าแชมป์ “การแข่งขันทักษะบริการด้านเทคนิคของอีซูซุระดับนานาชาติ 2025” (Isuzu World Technical Competition I-1 Grand Prix 2025) กลุ่มรถบรรทุกขนาดกลางและใหญ่ ณ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อตุลาคมปีที่แล้ว อีกทั้งมอบ “ชุดรถยนต์เพื่อการศึกษา” ให้แก่สถานศึกษา 15 แห่งทั่วประเทศ มูลค่าประมาณ 7 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนด้านยานยนต์ สร้างบุคลากรคุณภาพสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยต่อไป

    มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “ตลอดระยะเวลาเกือบ 7 ทศวรรษของการดำเนินธุรกิจในไทย หัวใจสำคัญที่ทำให้อีซูซุได้รับความไว้วางใจมาเสมอ คือ การมุ่งมั่นพัฒนาทั้งคุณภาพผลิตภัณฑ์และบริการ ตามแนวคิด “Isuzu Trusted Buddy…อีซูซุเคียงข้างคุณ เคียงคู่ไทย” การแข่งขันทักษะด้านการขายและบริการหลังการขายอีซูซุ ประจำปี 2568 เป็นหนึ่งในกิจกรรมเพื่อรักษามาตรฐานของแบรนด์คุณภาพที่วางใจได้ พร้อมอยู่เคียงข้าง และสนับสนุนลูกค้าและธุรกิจของลูกค้า รวมเงินรางวัลมูลค่ากว่า 2,978,000 บาท…ยิ่งไปกว่านั้น ในปีที่ผ่านมาทีมช่างอีซูซุไทยสามารถคว้าแชมป์ “การแข่งขันทักษะบริการด้านเทคนิคของอีซูซุระดับนานาชาติ” กลุ่มรถบรรทุกขนาดกลางและใหญ่ ประจำปี 2025 (Isuzu World Technical Competition I-1 Grand Prix 2025,CV Division) ท่ามกลางคู่แข่งจาก 37 ประเทศ ความสำเร็จนี้คือการการันตี “ความเชื่อมั่นสูงสุด” และ    “การยกระดับการให้บริการ” ที่อีซูซุพร้อมดูแลและส่งมอบประสบการณ์หลังการขายที่ดีเยี่ยมให้แก่ลูกค้า  โดยผู้ชนะเลิศการแข่งขัน ได้รับเงินสนันสนุนจากตรีเพชรอีซูซุเซลส์ ท่านละ 100,000 บาท เพื่อเป็นการขอบคุณ…นอกจากนี้อีซูซุยังเล็งเห็นถึงความสำคัญของการวางรากฐานด้านการศึกษา จึงได้มอบ “ชุดรถยนต์เพื่อการศึกษา” แก่สถานศึกษา 15 แห่งทั่วประเทศ เพื่อใช้เป็นสื่อการเรียนการสอนจากประสบการณ์จริง เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็นบุคลากรคุณภาพในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของอีซูซุที่ต้องการเติบโตไปพร้อมกับสังคมไทยอย่างยั่งยืน มูลค่ารวม 6,825,000 บาท”

    การแข่งขันทักษะด้านการขายและบริการหลังการขายอีซูซุ ประจำปี 2568 รอบชิงชนะเลิศ

    การแข่งขันทักษะด้านการขายและบริการหลังการขายอีซูซุ ประจำปี 2568 รอบชิงชนะเลิศ เน้นการทดสอบที่จำลองสถานการณ์จริง เพื่อเฟ้นหาผู้เข้าแข่งขัน 108 คนสุดท้าย จากผู้เข้าแข่งขันทั่วประเทศกว่า 12,000  คน โดยมีคณาจารย์จากสถาบันการศึกษาชั้นนำร่วมตัดสินอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าบุคลากรที่ผ่านเวทีนี้จะกลับไปส่งมอบการบริการที่ดีเยี่ยมให้กับลูกค้าทั่วประเทศ โดยผลการแข่งขันทั้ง 6 ประเภท ดังนี้

    • รางวัลชนะเลิศ ที่ปรึกษาการขาย รถปิกอัพและรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ คุณสันติภาพ พิมพ์วงษ์ จากบริษัท ประชากิจมอเตอร์เซลส์ จำกัด
    • รางวัลชนะเลิศ ที่ปรึกษาการขาย รถบรรทุกขนาดกลางและใหญ่ คุณชินพรรธน์ ธีรธรรมวัฒน์ จากบริษัท จึงกงเฮงอีซูซุ จำกัด
    • รางวัลชนะเลิศ พนักงานช่าง รถปิกอัพและรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ คุณกฤษดา ภู่เปี่ยม จากบริษัท อีซูซุเชียงใหม่เซลส์ จำกัด
    • รางวัลชนะเลิศ พนักงานช่าง รถบรรทุกขนาดกลางและใหญ่ คุณพนิตชัย อุ่นเพ็ญ จากบริษัท โค้วยู่ฮะมอเตอร์ จำกัด
    • รางวัลชนะเลิศ พนักงานมัลติฟังก์ชัน (ที่ปรึกษางานบริการและเจ้าหน้าที่ลูกค้าสัมพันธ์) คุณสุรศักดิ์ สุจริต จากบริษัท โค้วยู่ฮะอีซูซุเซลส์กรุงเทพ จำกัด
    • รางวัลชนะเลิศ พนักงานอะไหล่ คุณวรานนท์ เรืองสถาพรเจริญ จากบริษัท อีซูซุอึ้งง่วนไต๋นครปฐม จำกัด

    คุณสันติภาพ พิมพ์วงษ์ จากบริษัท ประชากิจมอเตอร์เซลส์ จำกัด รางวัลชนะเลิศประเภทที่ปรึกษาการขาย ประเภทรถปิกอัพและรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ เผยว่า “ผมเข้าการร่วมการแข่งขันนี้ 3 ปีแล้วครับ ปีที่ 1 ไม่ได้รางวัล ปีที่ 2 ได้ที่ 3 และปีนี้ได้รางวัลชนะเลิศ รู้สึกตื่นเต้นมาก ไม่ผิดหวังเลยที่ตั้งใจทำอย่างเต็มที่ ความท้าทายคือผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนทั่วประเทศเก่งกันมาก แต่ผมได้ฝึกซ้อมมาอย่างเต็มที่กับทีมงานและครูฝึกที่เก่ง และผู้บริหารที่ให้การสนับสนุนอย่างดี เลยทำให้มีเวลาฝึกซ้อมเป็นพิเศษด้วย โดยใช้เวลาฝึกซ้อมประมาณ 1 เดือน ซ้อมทุกอาทิตย์เลยครับ สำหรับลูกค้าที่กำลังตัดสินใจซื้อรถอีซูซุลูกค้ามั่นใจได้เลยนะครับว่าคุ้มค่า คุ้มราคา และได้รับบริการที่ดีแน่นอนครับ”

    คุณพนิตชัย อุ่นเพ็ญ จากบริษัท โค้วยู่ฮะมอเตอร์ จำกัด รางวัลชนะเลิศประเภทพนักงานช่าง ประเภทรถบรรทุกขนาดกลางและใหญ่ เปิดใจถึงความสำเร็จในครั้งนี้ว่า “การแข่งขันปีนี้เป็นปีแรกที่ผมประสบความสำเร็จ หลังจากเข้าแข่งขันมาแล้ว 3 ปี รู้สึกภาคภูมิใจมากที่ตัวเองได้เป็นตัวแทนของดีลเลอร์ที่ได้เข้ามาร่วมแข่งขัน และได้เสริมทักษะของตัวเองด้วยว่าเราต้องเรียนรู้เพิ่มเติมอีกแค่ไหน ความท้าทายที่สุดในการแข่งขันครั้งนี้ก็คือ การแข่งขันกับตัวเอง ว่าเรามีกำลังใจดีแค่ไหน และเราจะแก้ไขปัญหาตอนแข่งขันยังไง การเตรียมตัวในครั้งนี้ผมเริ่มจากการฝึกฝนจากตัวเองก่อน แล้วก็ให้ผู้รู้หรือครูฝึกประจำศูนย์ช่วยแนะนำอีกที อยากบอกลูกค้าอีซูซุว่าให้เชื่อมั่นในช่างอีซูซุเลยครับ โดยเฉพาะช่างพนักงานช่างรถใหญ่ “เรารู้จริง เราทำได้จริง” อะไหล่แท้ บริการแบบมาตรฐาน มั่นใจได้เลยครับ”

    คุณสุรศักดิ์ สุจริต จากบริษัท โค้วยู่ฮะอีซูซุเซลส์กรุงเทพ จำกัด รางวัลชนะเลิศประเภทพนักงานมัลติฟังก์ชัน (ที่ปรึกษางานบริการและลูกค้าสัมพันธ์) บอกเล่าความรู้สึกหลังคว้ารางวัล “ได้เข้าแข่งขันปีนี้เป็น     ปีที่ 2 แล้วแต่ก็ยังรู้สึกตื่นเต้นอยู่ แต่ปีนี้ได้รางวัลรู้สึกดีใจมากครับ ความท้าทายที่สำคัญที่สุดคือการแข่งกับตัวเอง ความแม่นยำของข้อมูล และคุณภาพงานบริการที่จะส่งมอบให้กับลูกค้า ใช้วิธีการเตรียมตัวผ่าน   การปฏิบัติงานจริงกับลูกค้าที่ศูนย์บริการควบคู่ไปกับการฝึกซ้อมส่วนตัวเป็นเวลา 2 อาทิตย์ ขอฝากบอก คุณลูกค้าอีซูซุทุกคนนะครับ มั่นใจศูนย์บริการอีซูซุทุกสาขาได้เลย พนักงานมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด วางใจได้ตลอดการใช้งานครับ”

    การแข่งขันทักษะบริการด้านเทคนิคของอีซูซุระดับนานาชาติ 2025

    การแข่งขันทักษะบริการด้านเทคนิคของอีซูซุในระดับนานาชาติ (Isuzu World Technical Competition I-1 Grand Prix 2025) เป็นเวทีที่ใช้ทดสอบความรู้และความสามารถของช่างเทคนิคของอีซูซุจากทั่วโลก โดยทีมช่างอีซูซุจากประเทศไทยคว้าแชมป์ ในกลุ่มรถบรรทุกขนาดกลางและใหญ่ ครั้งที่ 20 ณ โยโกฮาม่า ประเทศญี่ปุ่น โดยคุณธวัชชัย จันทร์หอม (หจก. ภาคอิสาณอุบล (ตังปัก)) และคุณจักรพันธุ์  รักบุรี (บริษัท อีซูซุอันดามันเซลส์ จำกัด) ได้รับเงินสนันสนุนผู้ชนะเลิศการแข่งขัน ท่านละ 100,000 บาท  จากบริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด

    การมอบ “ชุดรถยนต์เพื่อการศึกษา”

    อีซูซุมอบ “ชุดรถยนต์เพื่อการศึกษา” ให้แก่สถานศึกษา 15 แห่งทั่วประเทศ มูลค่ารวม 6,825,000 บาท เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนด้านยานยนต์ และเสริมสร้างทักษะเชิงปฏิบัติให้แก่นักเรียนและนักศึกษา อันเปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นในการสร้างบุคลากรคุณภาพสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยต่อไป โดยมอบให้สถานศึกษา ดังนี้

    1.    วิทยาลัยเทคนิคเชียงราย
    2.    วิทยาลัยการอาชีพท้ายเหมือง
    3.    มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนย์สุพรรณบุรี
    4.    วิทยาลัยเทคนิคนครราชสีมา
    5.    วิทยาลัยเทคนิคขอนแก่น
    6.    วิทยาลัยเทคนิคมหาสารคาม
    7.    วิทยาลัยการอาชีพลำปลายมาศ
    8.    วิทยาลัยการอาชีพอินทร์บุรี
    9.    วิทยาลัยการอาชีพหัวไทร
    10.    วิทยาลัยเทคนิคระยอง
    11.    มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ตาก
    12.    วิทยาลัยเทคนิคราชบุรี
    13.    วิทยาลัยเทคนิคถลาง
    14.    วิทยาลัยการอาชีพห้วยยอด
    15.    มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา

    ติดตามข่าวสารของอีซูซุเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com หรือ LINE: @isuzuthai

    เกาะติดโลกยานยนต์ไปกับ Autospinn รีวิวชัด ข่าวไว โดยทีมงานมืออาชีพ รวมทุกความเคลื่อนไหวของรถยนต์ รถ EV และมอเตอร์ไซค์ ให้คุณ ‘รู้ลึก รู้จริง ก่อนใคร’ จะเช็กสเปก เทียบราคา หรือดูตารางผ่อน ก็จบได้ในที่เดียว

    ซื้อขายรถมือสองออนไลน์ที่ไหนดี ? มาที่ one2car ตลาดรถมือสอง อันดับ 1 ของไทย ซื้อรถง่าย ขายรถไว เลือกได้จุใจกว่า 35,000 คัน มีรถครบทุกประเภทในราคาที่ใช่ จะรถคุณภาพ ฟรีดาวน์ หรือผ่อนถูก ก็หาง่าย ซื้อตรงกับผู้ขาย ไม่ผ่านคนกลาง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.autospinn.com/2026/02/isuzu-skill-contest-2025-148062&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0PECDR7wGFIB1yhSYa6Eyc

  • “เนชั่น“พลิกกำไรไตรมาส 4/68  ชูแผนปี 69 เติบโตอย่างยั่งยืน

    “เนชั่น“พลิกกำไรไตรมาส 4/68 ชูแผนปี 69 เติบโตอย่างยั่งยืน

    ‘เนชั่น’ พลิกกำไรไตรมาส 4/68 หลังบริหารต้นทุนตามเป้า ส่งสัญญาณเชิงบวก ชูแผนปี 69 เติบโตต่อเนื่องอย่างยั่งยืน

    เนชั่น กรุ๊ป โชว์ผลงานจากการปรับยุทธศาสตร์องค์กร พลิกกลับมาทำกำไรในไตรมาส 4/68 หลังจากเผชิญความท้าทายในอุตสาหกรรมสื่ออย่างต่อเนื่อง โดยผลประกอบการสะท้อนถึงศักยภาพการดำเนินงานและกระแสเงินสดเป็นบวก ตอกย้ำความมั่นคงและส่งสัญญาณเชิงบวกในอนาคต

    สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส 4/68 สะท้อนถึงความสำเร็จของการบริหารจัดการอย่างเป็นรูปธรรม โดยบริษัทสามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิอยู่ที่ 4 ล้านบาท โตขึ้น 101% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าที่ขาดทุน 289 ล้านบาทขณะที่ตัวเลข EBITDA เป็นบวก 47 ล้านบาท แสดงถึงกระแสเงินสดจากการดำเนินงานในปัจจุบันที่มีเสถียรภาพมากขึ้น

    กุญแจสำคัญที่ส่งผลให้ผลการดำเนินงานปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ มาจากการปรับโครงสร้างองค์กรและการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยบริษัทสามารถลดต้นทุนลงได้เฉลี่ย 12-15 ล้านบาทต่อเดือน คิดเป็นมูลค่ากว่า 150 ล้านบาทต่อปี พร้อมปรับกระบวนการทำงานใหม่ให้มีประสิทธิภาพ ด้วยการนำเทคโนโลยี AI มาประยุกต์ใช้ในทุกภาคส่วนภายใต้กรอบจริยธรรมการทำงานของสื่อมวลชน ตลอดจนระบบหลังบ้าน (Back Office) ไปจนถึงกระบวนการผลิตสื่อ และให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรผ่านการทำเทรนนิ่ง Upskill และ Reskill เพื่อให้ทั้งองคาพยพสามารถก้าวเท่าทันการเปลี่ยนแปลง

    นอกเหนือจากการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เราได้ยกระดับบทบาทจาก “ผู้ขายพื้นที่โฆษณา” สู่การเป็น “พาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ” ที่เน้นการวางแผนกลยุทธ์การตลาดร่วมกับลูกค้าเพื่อตอบโจทย์ทุกมิติอย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่ไปกับการศึกษาพัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่ๆ อาทิ ธุรกิจขายลิขสิทธิ์ข้อมูลและภาพ, ระบบสมาชิก (Subscription) สำหรับสื่อที่เน้นเนื้อหาเชิงวิเคราะห์เจาะลึก ไปจนถึงการร่วมพัฒนา Large Language Model (LLM) กับองค์กรชั้นนำ โดยคงไว้ซึ่งความน่าเชื่อถือของกองบรรณาธิการทั้ง 10 แบรนด์สื่อในเครือ อันเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างความสำเร็จที่ยั่งยืนของธุรกิจสื่อและพันธมิตรขององค์กร

    ก้าวต่อไปในปี 2569 เนชั่น กรุ๊ป ตั้งเป้าการเติบโตที่ยั่งยืนมากกว่าการแสวงหากำไรสูงสุดเพียงอย่างเดียว โดยเตรียมยกระดับการนำเทคโนโลยี AI มาเป็นกลไกหลักในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และควบคุมต้นทุนคงที่ในระยะยาว ขณะเดียวกันได้เร่งปรับโครงสร้างทางการเงินและบริหารจัดการหนี้ เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงิน พร้อมเดินหน้าล้างขาดทุนสะสม และกลับมาจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอนาคต

    “เนชั่น“พลิกกำไรไตรมาส 4/68  ชูแผนปี 69 เติบโตอย่างยั่งยืน

    ฉาย บุนนาค ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เนชั่น กรุ๊ป กล่าวว่า “ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจสื่อเผชิญความท้าทายอย่างมาก ทั้งจากการประมูลทีวีดิจิทัล รวมถึง Digital และ AI Disruption แต่เนชั่นได้พิสูจน์แล้วว่าเราสามารถก้าวข้ามและปรับตัวได้ ด้วยการบริหารต้นทุนอย่างมีวินัย และให้ความสำคัญกับคุณภาพของเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและยึดมั่นหลักจริยธรรมสื่อ พร้อมกับปรับใช้เทคโนโลยีในกระบวนการทำงานเพื่อให้องค์กรมีความคล่องตัวในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเรามีเป้าหมายสำคัญคือการดูแล Stakeholders ทุกกลุ่ม ตั้งแต่ผู้ถือหุ้น พนักงาน พาร์ทเนอร์ ไปจนถึงการรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อก้าวสู่อนาคตที่ยั่งยืนและมั่นคงไปด้วยกัน”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/738581&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3COF_CkPDI4r-3NJ-VsQHd