Blog

  • สคร.เร่งเบิกจ่ายงบลงทุนปี 69 สร้างแรงส่งเศรษฐกิจ : รอบวันทันเหตุการณ์ 17.00 น./วันที่ 28 ก.พ.69

    สคร.เร่งเบิกจ่ายงบลงทุนปี 69 สร้างแรงส่งเศรษฐกิจ : รอบวันทันเหตุการณ์ 17.00 น./วันที่ 28 ก.พ.69

    เผยแพร่:

    Website : https://news1live.com/
    YOUTUBE : https://www.youtube.com/c/news1vdo
    Facebook : https://www.facebook.com/MGRNEWS1
    X (TWITTER) : https://x.com/newsonechannel
    instragram : https://www.instagram.com/news1channel
    TikTok : https://www.tiktok.com/@newsonetiktok

    …แสดงเพิ่มเติมแสดงน้อยลง


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news1live.com/watch/JlV8aWqFMj0&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1fKqZRlPs5_hbxvpWfYuKb

  • นิด้าโพล เผยคนไทยค้าน “กล้าธรรม-ประชาธิปัตย์-ประชาชน” ร่วมรัฐบาล “อนุทิน 2” : อินโฟเควสท์

    นิด้าโพล เผยคนไทยค้าน “กล้าธรรม-ประชาธิปัตย์-ประชาชน” ร่วมรัฐบาล “อนุทิน 2” : อินโฟเควสท์

    ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “สี่พรรค ร่วมรัฐบาล ?”

    โดยเมื่อถามความคิดเห็นของประชาชนต่อ “พรรคกล้าธรรม” ในการเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย พบว่า

    กลุ่มตัวอย่าง 64.35% ระบุว่า ไม่ควรเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย

    รองลงมา 34.05% ระบุว่า ควรเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย

    ส่วนอีก 1.60% ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

    ด้านความคิดเห็นของประชาชนต่อ “พรรคประชาธิปัตย์” ในการเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย พบว่า

    กลุ่มตัวอย่าง 58.24% ระบุว่า ไม่ควรเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย

    รองลงมา 40.84% ระบุว่า ควรเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย

    ส่วนอีก 0.92% ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

    สำหรับความคิดเห็นของประชาชนต่อ “พรรคประชาชน” ในการเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย พบว่า

    กลุ่มตัวอย่าง 71.14% ระบุว่า ไม่ควรเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย

    รองลงมา 28.55% ระบุว่า ควรเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย

    ส่วนอีก 0.31% ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

    เมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อ “พรรคเพื่อไทย” ในการเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย พบว่า

    กลุ่มตัวอย่าง 54.73% ระบุว่า ควรเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย

    รองลงมา 44.81% ระบุว่า ไม่ควรเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย

    ส่วนอีก 0.46% ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

    ทั้งนี้ ผลสำรวจดังกล่าว มาจากความคิดเห็นของประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปทั่วประเทศ กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 23-24 กุมภาพันธ์ 2569

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (01 มี.ค. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/news/2026-IRE00IQCSSW5VINFOH4IRPAL6YLP4ZK3&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2isLcNKvxcoPptR35Ha7Tc

  • รายงานพิเศษ:”อนุทิน2″กับยุทธศาสตร์”ธนู3ดอก”เดิมพันฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย

    รายงานพิเศษ:”อนุทิน2″กับยุทธศาสตร์”ธนู3ดอก”เดิมพันฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย

    รัฐบาลชุดใหม่ชู “ธนู 3 ดอก” ฝ่ามรสุมเศรษฐกิจมุ่งดึงลงทุนสีเขียว ปฏิรูปทักษะมนุษย์ และแก้กฎหมายปลดล็อกทุนต่างชาติ พร้อมเร่งสางหนี้เสียรายย่อยกู้ความเชื่อมั่น

    จับตา “อนุทิน 2” กางแผนรับมือมรสุมเศรษฐกิจ 3 ลูก

    ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจไทยที่ติดกับดัก “โตต่ำยืดเยื้อ” รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หรือรัฐบาล “อนุทิน 2” กำลังเผชิญบททดสอบสำคัญจากมรสุมเศรษฐกิจ 3 ลูกใหญ่ ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ภัยพิบัติทางธรรมชาติ และวิกฤตหนี้ครัวเรือนที่กัดกินอุปสงค์ภายในประเทศ โดยมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ว่าที่รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นขุนพลหลักในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนและกอบกู้ความเชื่อมั่นให้กลับคืนมา

    ประสานนโยบายการเงิน-การคลัง แก้โจทย์หนี้สะสม

    ในมิติของเสถียรภาพ รัฐบาลพยายามปิดช่องโหว่ทางเศรษฐกิจด้วยการประสานงานกับ ธปท. อย่างใกล้ชิด เพื่อจัดการกับ “ทุนเทา” และควบคุมความผันผวนของค่าเงินผ่านการกำกับดูแลการโอนเงินต่างประเทศและการซื้อขายทองคำ

    ขณะที่ภาคตลาดทุนได้ส่งสัญญาณเตือนให้ผู้ประกอบการ “ยอมรับความจริง” ว่าเศรษฐกิจไทยอาจโตต่ำเพียง 1.5-2% ไปอีกหลายปี การปรับตัวสู่เทคโนโลยีและการมองหาตลาดต่างประเทศจึงเป็นทางรอดเดียวที่เหลืออยู่

    บทสรุปของรัฐบาล “อนุทิน 2” จึงไม่ได้อยู่ที่การวางแผนที่สวยหรู แต่อยู่ที่ว่านายกรัฐมนตรีจะสามารถบริหารจัดการอำนาจและสนับสนุนให้ “ขุนพลเศรษฐกิจ” ทำงานได้อย่างอิสระและรวดเร็วเพียงใด ท่ามกลางเข็มนาฬิกาของความเชื่อมั่นที่กำลังนับถอยหลัง

    3 Key Points ยุทธศาสตร์ฟื้นฟูประเทศ

    1.ยุทธศาสตร์ “ธนู 3 ดอก”: เร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว (Green Economy), ปฏิรูปการศึกษาด้วย AI (Skill Bridge) และสังคายนากฎหมายรวบยอด (Omnibus Law) เพื่อลดอุปสรรคการลงทุน

    2.มาตรการสางหนี้และเติมทุน: โอนหนี้เสียรายย่อย (NPL) กว่า 1.1 ล้านบัญชีให้บริษัทบริหารสินทรัพย์ (SAM) ดูแล และอัดฉีดสินเชื่อ SME วงเงิน 1 แสนล้านบาทผ่าน บสย. เพื่อประคองธุรกิจขนาดเล็ก

    3.จัดระเบียบการเงินและทุนเทา: ประสานธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คุมเข้มธุรกรรมเงินสดและทองคำเพื่อลดความผันผวนของค่าเงินบาท พร้อมปรับโครงสร้างค่าธรรมเนียมธนาคารให้เป็นธรรม

    เรียบเรียง:อมรเดช ชูสุวรรณ บรรณาธิการข่าวการเมือง
    แหล่งที่มา : เนชั่นอินไซต์ (คลิก)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/politics/domestic/738695&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3D3vv7nMcMRSy-baBQ06Fv

  • เปิดผลนิด้าโพล ประชาชน หนุน-ไม่หนุนพรรคไหนร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย 

    เปิดผลนิด้าโพล ประชาชน หนุน-ไม่หนุนพรรคไหนร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย 


    นิด้าโพล เปิดผลสำรวจประชาชน มอง “กล้าธรรม-ปชป.-พรรคประชาชน” ไม่ควรร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย หนุน “เพื่อไทย”ร่วม

    ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “สี่พรรค ร่วมรัฐบาล?” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 23-24 กุมภาพันธ์ 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่างเกี่ยวกับความคิดเห็นของประชาชนในการเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0

    จากการสำรวจเมื่อถามความคิดเห็นของประชาชนต่อพรรคกล้าธรรมในการเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยพบว่าตัวอย่าง ร้อยละ 64.35 ระบุว่า ไม่ควรเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยรองลงมา ร้อยละ 34.05 ระบุว่า ควรเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยและร้อยละ 1.60 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

    ด้านความคิดเห็นของประชาชนต่อพรรคประชาธิปัตย์ในการเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 58.24 ระบุว่า ไม่ควรเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยรองลงมา ร้อยละ 40.84 ระบุว่า ควรเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยและร้อยละ 0.92 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

    สำหรับความคิดเห็นของประชาชนต่อพรรคประชาชนในการเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยพบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 71.14 ระบุว่า ไม่ควรเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยรองลงมา ร้อยละ 28.55 ระบุว่า ควรเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยและร้อยละ 0.31 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

    ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อพรรคเพื่อไทยในการเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยพบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 54.73 ระบุว่า ควรเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยรองลงมา ร้อยละ 44.81 ระบุว่า ไม่ควรเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยและร้อยละ 0.46 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

    เมื่อพิจารณาลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 8.55 มีภูมิลำเนาอยู่กรุงเทพมหานคร ร้อยละ 18.70 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคกลาง ร้อยละ 17.79 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคเหนือ ร้อยละ 33.28 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 13.82 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคใต้ และร้อยละ 7.86 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคตะวันออก โดยตัวอย่าง ร้อยละ 47.94 เป็นเพศชาย และร้อยละ 52.06 เป็นเพศหญิง

    ตัวอย่าง ร้อยละ 12.13 อายุ 18-25 ปี ร้อยละ 17.79 อายุ 26-35 ปี ร้อยละ 17.94 อายุ 36-45 ปี ร้อยละ 26.34อายุ 46-59 ปี และร้อยละ 25.80 อายุ 60 ปีขึ้นไป โดยตัวอย่าง ร้อยละ 96.11 นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 2.90นับถือศาสนาอิสลาม และร้อยละ 0.99 นับถือศาสนาคริสต์ และศาสนาอื่น ๆ

    ตัวอย่าง ร้อยละ 36.64 สถานภาพโสด ร้อยละ 61.30 สมรส และร้อยละ 2.06 หม้าย หย่าร้าง แยกกันอยู่โดยตัวอย่าง ร้อยละ 0.38 ไม่ได้รับการศึกษา ร้อยละ 20.46 จบการศึกษาประถมศึกษา ร้อยละ 33.51 จบการศึกษามัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 9.62 จบการศึกษาอนุปริญญาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 29.92 จบการศึกษาปริญญาตรีหรือเทียบเท่า และร้อยละ 6.11 จบการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรี

    ตัวอย่าง ร้อยละ 10.46 ประกอบอาชีพข้าราชการ/ลูกจ้าง/พนักงานรัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 16.34 ประกอบอาชีพพนักงานเอกชน ร้อยละ 22.52 ประกอบอาชีพเจ้าของธุรกิจ/อาชีพอิสระ ร้อยละ 10.69 ประกอบอาชีพเกษตรกร/ประมง ร้อยละ 14.81 ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป/ผู้ใช้แรงงาน ร้อยละ 19.07 เป็นพ่อบ้าน/แม่บ้าน/เกษียณอายุ/ว่างงานและร้อยละ 6.11 เป็นนักเรียน/นักศึกษา

    ตัวอย่าง ร้อยละ 21.37 ไม่มีรายได้ ร้อยละ 3.74 รายได้เฉลี่ยต่อเดือนไม่เกิน 5,000 บาท ร้อยละ 13.97
    รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 5,001-10,000 บาท ร้อยละ 31.53 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 10,001-20,000 บาท ร้อยละ 11.83
    รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 20,001-30,000 บาท ร้อยละ 5.50 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 30,001-40,000 บาท ร้อยละ 2.67
    รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 40,001-50,000 บาท ร้อยละ 1.15 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 50,001-60,000 บาท ร้อยละ 0.61
    รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 60,001-70,000 บาท ร้อยละ 0.15 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 70,001-80,000 บาท ร้อยละ 0.46
    รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 80,001 บาทขึ้นไป และร้อยละ 7.02 ไม่ระบุรายได้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/politics/40664&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3nV0AzlAyLdeK1XNX1rEad

  • มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เปิดศูนย์การเรียนการสอนดนตรี “SSRU Music Centre”  | เดลินิวส์

    มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เปิดศูนย์การเรียนการสอนดนตรี “SSRU Music Centre”  | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา จัดพิธีเปิดศูนย์การเรียนการสอนดนตรี “SSRU Music Centre” ภายใต้การดำเนินงานของสาขาวิชาดนตรี คณะศิลปกรรมศาสตร์ ณ เรือนริมน้ำ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ภายในพิธี อาจารย์ปฐมวัส ธรรมชาติ หัวหน้าสาขาวิชาดนตรี กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งศูนย์ ขณะที่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เอกพงศ์ อินเกื้อ คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ กล่าวสนับสนุนโครงการ และได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.คมสัน โสมณวัตร รองอธิการบดีฝ่ายบริหารมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เป็นประธานกล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการ

    มุ่งสร้างศูนย์กลางการเรียนรู้ดนตรีแบบบูรณาการ

    ศูนย์การเรียนการสอนดนตรี SSRU Music Centre จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นหน่วยงานสนับสนุนการเรียนการสอน การพัฒนาทักษะทางดนตรี และการให้บริการวิชาการแก่สังคมในรูปแบบบูรณาการ ครอบคลุมทั้งด้านดนตรีศึกษา ดนตรีเทคโนโลยี และการปฏิบัติดนตรี

    อาจารย์ปฐมวัส ธรรมชาติ กล่าวว่า “ศูนย์การเรียนการสอนดนตรี SSRU Music Centre จะเป็นพื้นที่สร้างโอกาสให้ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะดนตรีอย่างเป็นระบบ ทั้งในมิติของวิชาการและการปฏิบัติจริง พร้อมเปิดกว้างให้บุคคลทั่วไปที่สนใจได้เข้ามาเรียนรู้ร่วมกัน เรามุ่งหวังให้ศูนย์แห่งนี้เป็นกลไกสำคัญในการยกระดับคุณภาพการเรียนการสอนดนตรีของมหาวิทยาลัย และเป็นแหล่งบริการวิชาการที่ตอบโจทย์สังคม”

    เดินหน้าประชาสัมพันธ์เชิงรุก สร้างการรับรู้ในวงกว้าง

    การจัดตั้งศูนย์ในครั้งนี้ ยังมาพร้อม “โครงการประชาสัมพันธ์ศูนย์การเรียนการสอนดนตรี SSRU Music Centre” เพื่อวางแผนการสื่อสารอย่างเป็นระบบ สร้างการรับรู้และภาพลักษณ์ที่ชัดเจนทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย

    ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เอกพงศ์ อินเกื้อ คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ กล่าวว่า “ในยุคปัจจุบัน การประชาสัมพันธ์เชิงรุกถือเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาองค์กร เราจะใช้สื่อที่หลากหลาย ทั้งสื่อสังคมออนไลน์ เว็บไซต์ สื่อวิดีทัศน์ รวมถึงกิจกรรม Open House และการสาธิตการเรียนการสอน เพื่อให้ศูนย์เป็นที่รู้จักในวงกว้าง และสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้เรียน ผู้ปกครอง และเครือข่ายความร่วมมือ”

    ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวยังสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ของคณะศิลปกรรมศาสตร์ ในการยกระดับการบริการวิชาการ การสร้างรายได้ และการพัฒนาภาพลักษณ์องค์กร (Branding) ให้โดดเด่นด้านดนตรีในกลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏ

    ผลักดันสู่ความยั่งยืนและตัวชี้วัดเชิงผลลัพธ์

    รองศาสตราจารย์ ดร.คมสัน โสมณวัตร รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ประธานในพิธีเปิดกล่าวว่า “การจัดตั้งศูนย์การเรียนการสอนดนตรี SSRU Music Centre นับเป็นอีกก้าวสำคัญของมหาวิทยาลัยในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและการบริการวิชาการอย่างเป็นรูปธรรม ศูนย์แห่งนี้จะช่วยสร้างเครือข่ายความร่วมมือ ขยายฐานผู้เรียน และสนับสนุนเป้าหมายตัวชี้วัดผลลัพธ์หลัก (Key Results : KR) ของคณะและมหาวิทยาลัยได้อย่างชัดเจน”

    จากการดำเนินงานดังกล่าว คาดว่าศูนย์การเรียนการสอนดนตรี SSRU Music Centre จะได้รับการยอมรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรมและใช้บริการเพิ่มสูงขึ้น พร้อมยกระดับภาพลักษณ์ของสาขาวิชาดนตรีและคณะศิลปกรรมศาสตร์ ในฐานะแหล่งเรียนรู้ด้านดนตรีที่มีคุณภาพ และเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5644180/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3LhetQULT3c0fTSTqiT9G8

  • “สหรัฐฯ” เอาจริงเขมรสิ้นซาก ถูกถีบออกนอกประเทศ! เศรษฐกิจดีคนพื้นที่ไม่ถูกแย่งงาน | TOPNEWS

    “สหรัฐฯ” เอาจริงเขมรสิ้นซาก ถูกถีบออกนอกประเทศ! เศรษฐกิจดีคนพื้นที่ไม่ถูกแย่งงาน | TOPNEWS

    “สหรัฐฯ” เอาจริงเขมรสิ้นซาก ถูกถีบออกนอกประเทศ! เศรษฐกิจดีคนพื้นที่ไม่ถูกแย่งงาน

    • เผยแพร่ : 01/03/2026 08:57

    “สหรัฐฯ” เอาจริงเขมรสิ้นซาก ถูกถีบออกนอกประเทศ! เศรษฐกิจดีคนพื้นที่ไม่ถูกแย่งงาน

    #TOPNEWSOPNEWS #topupdate
    #เขมร #กัมพูชา #ตาเมือนธม
    #ตาเมือน #ช่องบก #สู้รบชายแดน

    อัปเดตคลิปข่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news-clip/1502643&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1be5Zpwd5R8IvSNxq4dgKT

  • การโจมตีอิหร่านอาจส่งราคาน้ำมันพุ่ง เศรษฐกิจโลกถดถอย

    การโจมตีอิหร่านอาจส่งราคาน้ำมันพุ่ง เศรษฐกิจโลกถดถอย

    การโจมตีอิหร่านโดยสหรัฐและอิสราเอล เพิ่มความเสี่ยงอาจทำให้ช่องแคบฮอร์มุซไม่ปลอดภัยสำหรับการขนส่งสินค้าทางทะเลเพื่อตอบโต้ การปิดช่องแคบเป็นเวลานานอาจทำให้เศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะถดถอย

    ประมาณหนึ่งในสามของการส่งออกน้ำมันทางทะเลและ 20% ของการส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลวผ่านช่องแคบฮอร์มุซนี้ การส่งออกเหล่านั้นส่วนใหญ่ส่งไปยังเศรษฐกิจขนาดใหญ่ในเอเชีย เช่น จีน

    ซีเอ็นบีซี รายงานว่า การโจมตีร่วมกันของสหรัฐ และอิสราเอลต่ออิหร่าน สมาชิกโอเปก มีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันครั้งใหญ่ในตะวันออกกลาง ซึ่งในกรณีที่เลวร้ายที่สุด อาจกระตุ้นให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก

    อิหร่านเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่เป็นอันดับสี่ในโอเปก โดยผลิตได้มากกว่า 3 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนมกราคม สาธารณรัฐอิสลามแห่งนี้มีชายฝั่งติดกับช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางน้ำที่สำคัญที่สุดของโลกสำหรับการค้าน้ำมันทั่วโลก

    ตลาดน้ำมันมองข้ามความเสี่ยงของการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันในตะวันออกกลางมานานแล้ว ผู้ค้ากำลังประเมินภัยคุกคามที่การตอบโต้ของอิหร่านต่อการโจมตีของสหรัฐที่มีต่อตลาดต่ำเกินไป บ็อบ แมคนัลลี อดีตที่ปรึกษาด้านพลังงานของทำเนียบขาวในสมัยประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช กล่าว

    “นี่คือเรื่องจริงจัง” แมคนัลลี ผู้ก่อตั้งและประธานของ Rapidan Energy กล่าว ราคาน้ำมันดิบล่วงหน้ามีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้น 5 ถึง 7 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเมื่อเปิดการซื้อขายเวลา 18:00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐในวันอาทิตย์ (1 มี.ค.69) (6โมงเช้าวันจันทร์ตามเวลาไทย) เนื่องจากตลาดประเมินความเสี่ยงไว้บ้างแล้ว เขากล่าว

    เมื่อวันศุกร์ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ปิดที่ 72.48 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.73 ดอลลาร์ หรือ 2.45% ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียตของสหรัฐฯ (WTI) ปิดที่ 67.02 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.81 ดอลลาร์ หรือ 2.78%

    แมคนัลลีกล่าวว่า อิหร่านอาจพยายามข่มขู่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยทำให้ช่องแคบฮอร์มุซไม่ปลอดภัยสำหรับการขนส่งสินค้า ซึ่งอาจทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

    ตลาดกังวลกับข้อเท็จจริงที่ว่าเตหะรานมีคลังอาวุธทุ่นระเบิดและขีปนาวุธระยะสั้นจำนวนมาก ซึ่งอาจขัดขวางการจราจรในเส้นทางน้ำอย่างร้ายแรง เขากล่าว

    ข้อมูลจากบริษัทที่ปรึกษาด้านพลังงาน Kpler ระบุว่า ในปี 2025 มีน้ำมันดิบถูกขนส่งผ่านช่องแคบมากกว่า 14 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือหนึ่งในสามของการส่งออกน้ำมันดิบทางทะเลทั้งหมดของโลก ประมาณสามในสี่ของบาร์เรลเหล่านั้นส่งไปยังจีน อินเดีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ จีน ซึ่งเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองของโลก นำเข้าน้ำมันดิบครึ่งหนึ่งจากช่องแคบฮอร์มุซ

     “การปิดช่องแคบฮอร์มุซเป็นเวลานานจะนำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลกอย่างแน่นอน” แมคนัลลีกล่าว

    ด้านแมตต์ สมิธ นักวิเคราะห์น้ำมันจาก Kpler กล่าวว่า วันนี้มีน้ำมันดิบมากกว่า 20 ล้านบาร์เรลถูกบรรทุกเพื่อส่งออกในอ่าวเปอร์เซียจากซาอุดีอาระเบีย อิรัก สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คูเวต และกาตาร์ สมิธกล่าวว่า มีการสังเกตเห็นเรือบรรทุกน้ำมันบางลำเบี่ยงเส้นทางไม่ผ่านช่องแคบ

    แมคนัลลีกล่าวว่า กำลังการผลิตน้ำมันสำรองของโลกมาจากรัฐในอ่าวเปอร์เซีย และจะไม่สามารถผ่านช่องแคบได้หากมีการปิดช่องแคบ ซึ่งจะทำให้ช่องแคบถูกตัดขาดจากตลาดอย่างเบ็ดเสร็จ ประมาณ 20% ของการส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลวของโลกก็ไหลผ่านช่องแคบนี้เช่นกัน ส่วนใหญ่มาจากกาตาร์ และจะไม่สามารถหาแหล่งทดแทนได้ เขากล่าว

    “สิ่งที่คุณจะเห็นคือการกักตุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากประเทศในเอเชียที่เป็นผู้นำเข้าน้ำมันและก๊าซรายใหญ่ เมื่อพวกเขารู้ว่าช่องแคบฮอร์มุซปิด” แมคนัลลีกล่าว “คุณจะเห็นการประมูลแย่งชิงกันอย่างดุเดือด”

     นักวิเคราะห์กล่าวว่า ราคาน้ำมันจะต้องสูงขึ้นมากพอที่จะกระตุ้นให้เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ซึ่งจะลดความต้องการลงเพื่อรักษาสมดุลของตลาด “ความต้องการใช้น้ำมันนั้นไม่สามารถปรับขึ้นลงตามราคาได้มากนัก” เขากล่าวถึงความจำเป็นที่ธุรกิจและผู้บริโภคต้องใช้น้ำมัน

     แมคนัลลีกล่าวว่า น้ำมันดิบเพียงส่วนน้อยที่ผ่านช่องแคบนี้อาจสามารถเปลี่ยนเส้นทางได้ ซาอุดีอาระเบียมีท่อส่งน้ำมันที่ทอดยาวจากฝั่งตะวันออกไปยังชายฝั่งตะวันตกบนทะเลแดง สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์มีท่อส่งน้ำมันที่สิ้นสุดที่อ่าวโอมาน ซึ่งเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซ

     สื่อของรัฐรายงานว่า อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพสหรัฐ ในกาตาร์ คูเวต สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และบาห์เรน การโจมตีเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อการจราจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซ นายทอม โคลซา ผู้บริหารหลักของบริษัทที่ปรึกษาด้านน้ำมันและก๊าซ Kloza Advisors กล่าว

    “การโจมตีของอิหร่านต่อประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ ในอ่าวเปอร์เซียเปลี่ยนการคำนวณ และขอบเขตของการโจมตีสร้างแรงกดดันให้บริษัทประกันภัยต้องขึ้นอัตราเบี้ยประกันภัยเรือบรรทุกน้ำมันสำหรับการเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างรุนแรง หรือปฏิเสธการรับประกันภัยใดๆ” โคลซากล่าว

    รัฐบาลทรัมป์อาจดึงน้ำมันจากคลังสำรองปิโตรเลียมเชิงยุทธศาสตร์หากราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น นายเควิน บุ๊ค กรรมการผู้จัดการฝ่ายวิจัยของ ClearView Energy Partners กล่าว ปัจจุบันคลังสำรองมีปริมาณน้ำมันประมาณ 415 ล้านบาร์เรล ตามข้อมูลจากกระทรวงพลังงาน

    “แต่เราจะพูดอีกครั้งว่า ในวิกฤตอุปทาน ระยะเวลามีความสำคัญ ขนาดก็สำคัญเช่นกัน” บุ๊คกล่าวกับลูกค้าในบันทึกเมื่อวันเสาร์ “วิกฤตการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบอาจเกินกว่าปริมาณสำรองเชิงกลยุทธ์ที่ประเทศสมาชิกสหรัฐฯ และองค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) จัดหาไว้”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/world/geopolitics/1223235&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Pz4Iwnc9PZeZqVqOzqixL

  • ศึก อิหร่าน-อิสราเอล  เขย่าเศรษฐกิจ โลก-ไทย

    ศึก อิหร่าน-อิสราเอล เขย่าเศรษฐกิจ โลก-ไทย

    ศึก”อิหร่าน-อิสราเอล” เขย่าเศรษฐกิจโลก-ไทย

    จับตาสถานการณ์  รบ อิหร่าน-อิสราเอล เขย่าปี 2569 เตือนระวังน้ำมันพุ่ง-เงินเฟ้อลากยาว สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล และอิหร่าน ทวีความรุนแรงขึ้นจนกลายเป็นตัวแปรหลักที่กดดันเศรษฐกิจทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย นักวิเคราะห์ประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นออกเป็น 3 ระยะ ตั้งแต่ความผันผวนระยะสั้นไปจนถึงการเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจในระยะยาว

    ระยะสั้น (1 – 3 เดือน)แรงช็อกตลาดพลังงานและการเงิน ในช่วงเริ่มต้น ความตื่นตระหนก (Shock) จะเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนตลาด คาดว่าจะส่งผลกระทบกับ น้ำมันที่จะเพิ่มสูงขึ้น สิ่งที่ตามมาคือ ค่าครองชีพขยับ  หากสถานการณ์ลุกลามจนมีการปิด ช่องแคบฮอร์มุซ ราคาน้ำมันดิบอาจทะยานเกิน 100-120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลกระทบต้นทุนการผลิตและค่าครองชีพในไทยทันที

    สินทรัพย์ปลอดภัยมาแรงนักลงทุนจะหันไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ปลอดภัย โดยโยกเงินลงทุนจากตลาดหลักทรัพย์ ไปลงในทองคำ จึงอาจมีผลกระทบกับดัชนี SET ปรับตัวลดลง และหันไปถือ ทองคำ ซึ่งคาดว่าจะทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ รวมถึงเงินดอลลาร์สหรัฐฯ

    สำหรับค่าเงิน ค่าเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าจากการแข็งค่าของดอลลาร์ และการที่ไทยต้องจ่ายเงินนำเข้าพลังงานที่แพงขึ้นอย่างมหาศาล

    ระยะกลาง (3 – 12 เดือน) ห่วงโซ่อุปทานและการส่งออกระส่ำหากความขัดแย้งยืดเยื้อจนกลายเป็นสงครามระดับภูมิภาค ผลกระทบจะแผ่ขยายสู่วงกว้าง ส่งออกไทยเจอศึกหนัก  แม้สัดส่วนการส่งออกไปตะวันออกกลางจะมีเพียง 2-3% แต่สินค้ากลุ่ม รถยนต์ อะไหล่ ข้าว และอาหารแปรรูป จะได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อที่ลดลง

    วิกฤตโลจิสติกส์ จากเส้นทางเดินเรือในทะเลแดงและอ่าวเปอร์เซียจะมีความเสี่ยงสูง ส่งผลให้ ค่าระวางเรือและเบี้ยประกันภัยพุ่งสูง กระทบราคาสินค้านำเข้า-ส่งออกทั่วโลก และแน่นอน การท่องเที่ยว รายได้สำคัญของไทย นักท่องเที่ยวตะวันออกกลางอาจลดลง แต่ไทยมีโอกาสรับอานิสงส์จากนักท่องเที่ยวชาติอื่นที่มองว่าไทยเป็นพื้นที่ปลอดภัย (Safe Haven)

    ระยะยาว (1 ปีขึ้นไป)การปรับตัวสู่โลกใบใหม่ ผลกระทบเชิงโครงสร้างที่ไทยต้องเตรียมรับมือ ภาวะ Stagflation  เสี่ยงเผชิญภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวท่ามกลางเงินเฟ้อสูง หากราคาน้ำมันไม่ลดลง ซึ่งจะทำให้ ธปท. ตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยได้ยากลำบาก    การแบ่งขั้วเศรษฐกิจ (Decoupling) ความขัดแย้งที่มีมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ เกี่ยวข้อง จะบีบให้ไทยต้องวางตัวเป็นกลางอย่างระมัดระวังเพื่อรักษาดุลอำนาจทางการค้า  ต่อภาคพลังงานเร่งเปลี่ยนผ่านพลังงาน  รัฐบาลจำเป็นต้องหาแหล่งพลังงานสำรองและเร่งนโยบายพลังงานสะอาด เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาพลังงานจากพื้นที่ขัดแย้ง

    “สถานการณ์นี้ไม่ใช่แค่เรื่องไกลตัว แต่คือบททดสอบความแข็งแกร่งของโครงสร้างพลังงานและนโยบายการเงินของไทยในปี 2569 อย่างแท้จริง”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/iran-israel-conflict-shakes-global-thai-economies&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw23IoJpbuWqUbd7Vbyqh4Ff

  • ตระการตาว่าวไทย-จีน! เชียงของจัดใหญ่เทศกาลว่าวริมโขง หนุนเที่ยวชุมชน | TOPNEWS

    ตระการตาว่าวไทย-จีน! เชียงของจัดใหญ่เทศกาลว่าวริมโขง หนุนเที่ยวชุมชน | TOPNEWS

    สะเทือนเลื่อนลั่นริมฝั่งโขง! อ.เชียงของ จ.เชียงราย เปิดฉาก “เทศกาลว่าวริมโขง ครั้งที่ 1” อย่างยิ่งใหญ่ งานนี้ไม่ได้มาเล่นๆ เพราะ “เมืองเวยฟาง” มณฑลชานตง ต้นตำรับเมืองหลวงว่าวโลกจากจีน ส่งทีมช่างฝีมือและทัพว่าวนานาชาติมาร่วมโชว์เหนือลำน้ำโขง

    วันที่ 28 ก.พ. 69 ที่สวนสาธารณะ “ลานฝัน” และอาคารศูนย์บริการนักท่องเที่ยว องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย (ท่าเรือบั๊ก) บ้านหัวเวียง ต.เวียง อ.เชียงของ จ.เชียงราย ได้จัดกิจกรรมพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวโดยชุมชน รุ่นที่ 1 พร้อมจัดงานเทศกาลว่าวริมโขง ครั้งที่ 1 ภายใต้โครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และสร้างสรรค์บนฐานทรัพยากรชุมชนคุณค่าสูง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2569 โดยมุ่งยกระดับบุคลากรด้านการท่องเที่ยว สร้างมาตรฐาน และพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือในระดับพื้นที่ โดยมี นายรุจติศักดิ์ รังษี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธาน ในการเปิดกิจกรรมโดยมี ผู้แทนจากสถานกงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีนประจำเชียงใหม่ หัวหน้าศูนย์พัฒนาอุตสาหกรรมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเขตเหวยเฉิง เมืองเวยฟาง มณฑลชานตง สภาวัฒนธรรม  จังหวัดเชียงราย และเชียงของ ภาครัฐและเอกชน เข้าร่วมงานอย่างคึกคัก

    โดยกิจกรรมเริ่มตั้งแต่ช่วงเช้า มีการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมการทำว่าว และเชื่อมสัมพันธ์ไทย–จีน มีตัวแทนสภาวัฒนธรรมตำบลเวียง อำเภอเชียงของ และปราชญ์ชาวบ้าน ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ พร้อมกิจกรรมแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรม และเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชื่อมโยงสองประเทศ ก่อนปิดท้ายด้วยพิธีเปิดกิจกรรมและการเปิดเทศกาลว่าวริมโขง ChiangKhong Kite Festival ผู้แทนจากสถานกงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีนประจำเชียงใหม่เข้าร่วม กิจกรรมบินว่าวไทย–จีน ขึ้นสู่ท้องฟ้าแม่น้ำโขง สร้างสีสันและบรรยากาศแห่งมิตรภาพ ก่อนนำคณะผู้บริหารและแขกผู้มีเกียรติเดินชมนิทรรศการและกิจกรรมการแสดงว่าวนานาชาติ

    การจัดกิจกรรมครั้งนี้สะท้อนแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนของอำเภอเชียงของ ที่มุ่งเน้นการสร้างคุณค่าเพิ่มจากทุนวัฒนธรรมและทรัพยากรท้องถิ่น ควบคู่การสร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับนานาชาติ โดยเฉพาะความสัมพันธ์ไทย–จีน ซึ่งมีศักยภาพต่อการขยายตลาดและสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้กับประชาชนในพื้นที่ริมแม่น้ำโขงในระยะยาว

    นายธันวา เหลี่ยมพันธุ์ ประธานสภาวัฒนธรรมตำบลเวียง อำเภอเชียงของ กล่าวว่า เทศกาลเล่นว่าวริมโขงที่เชียงของ ครั้งนี้เป็นกิจกรรมที่สืบสานวัฒนธรรมการเล่นว่าวริมแม่น้ำโขง ซึ่งเมื่อก่อนมีความนิยมมากในช่วงปลายฤดูหนาว ซึ่งมีลมแรงเหมาะแก่การเล่นว่า จึงต้องการรื้อฟืนประเพณีดั้งเดิมให้กลับมาคู่เมืองเชียงของอีกครั้ง โดยได้ประสานงานกับทางสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย ในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ ซึ่งที่จะมีการจัดกิจกรรมได้มีการทำหนังสือไปยังประเทศต่างๆ เพื่อขอสนับสนุนว่าวนำมาเล่นและจัดแสดงภายในงาน ทั้งประเทศ ญี่ปุ่น จัน เยอรมัน และอีกหลายประเทศ ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยเฉพาะจากประเทศจีนที่ไม่ได้ส่งมาเพียงแค่ว่าว แต่ได้ส่งทีมงาน และช่างฝีมือในการทำว่าว มาร่วมกิจกรรมและสอนทำว่าวให้กับผู้ที่สนใจ ซึ่งการจัดงานครั้งนี้ถือว่าได้รับความสนใจจากทั้งประชาชนในพื้นที่ และนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ซึ่งคาดว่าในปีต่อๆไป จะมีการจัดงานที่ยิ่งใหญ่และมีผู้เข้าร่วมงานมากขึ้น และคาดว่าจะเลื่อนการจัดงานไปในช่วงฤดูหนาวที่มีลมแรงกว่านี้เพื่อความเหมาะสมในการจัดกิจกรรม

    จาง ไจ่หยวน หัวหน้าศูนย์พัฒนาอุตสาหกรรมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเขตเหวยเฉิง เมืองเวยฟาง มณฑลชานตง  กล่าวว่า เมืองเวยฟาง ได้รับการยกย่องให้เป็น “เมืองหลวงแห่งว่าวโลก” เตรียมจัดงานเทศกาลว่าวนานาชาติ ครั้งที่ 43 อย่างยิ่งใหญ่ โดยงานในปีนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16-19 เมษายน ซึ่งถือเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากประสบการณ์การจัดงานกว่า 42 ปีที่ผ่านมา ภายในงานจะมีความพิเศษและกิจกรรมที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการจัดแสดงโชว์ว่าว การแสดงทางวัฒนธรรม และการแข่งขันว่าวจากผู้เข้าร่วมหลากหลายนานาชาติ

    นอกเหนือจากการเฉลิมฉลองและกิจกรรมที่น่าตื่นตาตื่นใจแล้ว งานเทศกาลว่าวครั้งนี้ยังถือเป็นจุดเชื่อมโยงสำคัญในการสร้างความร่วมมือระหว่างเมืองเวยฟางและจังหวัดเชียงราย (รวมถึงอำเภอเชียงของ) ของประเทศไทย โดยมีแผนที่จะใช้ “ว่าว” เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม วัสดุอุปกรณ์ และองค์ความรู้ระหว่างกัน ซึ่งจุดเริ่มต้นเล็กๆ นี้จะนำไปสู่การขยายความร่วมมือในมิติอื่นๆ ที่ใหญ่ขึ้น เช่น การค้าขาย การนำเข้าและส่งออกสินค้าท้องถิ่นระหว่างสองเมือง ตลอดจนการแลกเปลี่ยนด้านการท่องเที่ยว เพื่อให้วัฒนธรรมว่าวช่วยดึงดูดและผูกพันผู้คนของทั้งสองพื้นที่ให้ใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น

    สำหรับประเด็นด้านการคมนาคมและโอกาสในการเปิดเส้นทางบินตรงระหว่างเชียงรายและเมืองเวยฟาง (หรือชิงเต่า) ในอนาคตนั้น แม้ผู้ให้สัมภาษณ์จะเป็นตัวแทนที่ดูแลด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวโดยตรง ไม่ใช่ด้านการคมนาคม แต่ก็มีความเชื่อมั่นว่ามีความเป็นไปได้สูง หากทั้งสองพื้นที่มีความร่วมมือและไปมาหาสู่กันมากขึ้น การคมนาคมก็จะได้รับการพัฒนาตามไปด้วย ซึ่งในอนาคตอันใกล้อาจไม่ได้มีเพียงแค่เส้นทางบินตรงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเครือข่ายรถไฟความเร็วสูงและการคมนาคมรูปแบบอื่นๆ ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทาง

    ในตอนท้าย ผู้แทนจากเมืองเวยฟางได้กล่าวเชิญชวนชาวไทย โดยเฉพาะพี่น้องชาวเชียงรายและเชียงของ ให้เดินทางไปเยือนประเทศจีน มณฑลซานตง และเมืองเวยฟาง เพื่อร่วมงานเทศกาลว่าวนานาชาติและสัมผัสความงดงามทางวัฒนธรรมจีน โดยทางเมืองเวยฟางพร้อมเป็นเจ้าบ้านที่ดีในการต้อนรับทุกคนด้วยมิตรภาพและความยินดีอย่างยิ่ง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1502631&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3ViWKwfCcuhrTEYeraVuc7

  • “เช็คดวงวันนี้” อาทิตย์ที่ 1  มี.ค. 69  ดาวโชคลาภขยับ ส่องเลขเด็ดเน้นๆ ก่อนหวยออก!

    “เช็คดวงวันนี้” อาทิตย์ที่ 1 มี.ค. 69 ดาวโชคลาภขยับ ส่องเลขเด็ดเน้นๆ ก่อนหวยออก!

    “เช็คดวงวันนี้” อาทิตย์ที่ 1 มี.ค. 69 ดาวโชคลาภขยับ ส่องเลขเด็ดเน้นๆ ก่อนหวยออก!

    ดวงประจำวันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ.2569

    ฤกษ์ดีวันอาทิตย์เวลา 09.09 – 19.09 น.

    เลขไพ่ที่ได้ทั้งหมด  72160

    เลขมงคล  7  2   1

    เลขเด่น   1 77 22  11 72 27 17 71 21 12

    เลขแปลง 66 60 06 76 67 26 62 12 21 10 01

    คนเกิดวันอาทิตย์ 

    • การงาน       มีความใจใหญ่กล้าได้กล้าเสีย   คิดโครงการอยากจะทำอะไรแต่ละอย่างเรียกว่าเกินตัวทั้งนั้นแต่ทำได้ดี  เพราะมีความสามารถ
    • การเงิน          มีการเงินเข้ามาตลอดทั้งวัน   ซื้อความสุขทุกอย่าง  โดยเฉพาะทรัพย์สินที่อยากจะได้   มีโชคลาภกับรถป้ายแดงคันที่สองที่มองเห็น
    • ความรัก       เป็นคนดูแลครอบครัวทุกอย่าง   ให้ความสุขทุกคน  จะได้เดินทางไปท่องเที่ยว   คนโสดมีโอกาสสนิทสนมกับคนง่ายและเป็นความรักที่ดีเข้ามาในช่วงนี้
    • สุขภาพ       แข็งแรงดูแลเอาใจใส่ตัวเองอยู่เสมอคนเจ็บป่วยจะมีอาการดีขึ้น

    คนเกิดวันจันทร์ 

    • การงาน       มีความขยันเป็นพิเศษในเรื่องของการงาน  การเดินทางไปท่องเที่ยวได้สำหรับใครที่เป็นวันหยุด   การเดินทางแบบกะทันหัน  จะทำอะไรมีคนคอยช่วยเหลืออยู่
    • การเงิน   มีเงินเข้ามาตลอดและก็เคลียร์หนี้สินผ่านพ้นทุกปัญหา  จะมีโชคลาภกับบ้านเลขที่ให้โชค
    • ความรัก       เกื้อกูลอาศัยซึ่งกันและกัน  ดูแลครอบครัวเป็นพิเศษ   คนโสดมีโอกาสพบรักกับคนมีฐานะการเงินที่ดีการงานมั่นคงจะเข้ามาในชีวิต
    • สุขภาพ      เอาใจใส่เรื่องของกระดูก  กล้ามเนื้อ  รวมถึงห้ามใจร้อน  การไม่ระมัดระวังทำให้เกิดอุบัติเหตุได้โดยเฉพาะความซุ่มซ่าม

    คนเกิดวันอังคาร 

    • การงาน      เก็บเล็กผสมน้อยในเรื่องของการงานเรียนรู้อะไรเพิ่มขึ้น      มีการงานที่ต้องแบ่งปันหรือถูกเรียกร้องผลประโยชน์และต้องยอมจ่ายเพื่อให้มีงานต่อเนื่อง  เปรียบเสมือนน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า
    • การเงิน      การใช้จ่ายเยอะ  โดยเฉพาะข้าวของเครื่องใช้ของตนเองและคนในครอบครัวอยากได้   จะมีโชคลาภกับอายุวันเดือนปีเกิดของลูกให้โชค  คนไม่มีลูกก็ต้องมองหาคนที่อายุน้อยกว่า
    • ความรัก       ดูแลครอบครัวเอาใจใส่ทุกสิ่งทุกอย่าง  คนอยากมีลูกจะสมหวัง  คนมีลูกแล้วจะได้รับข่าวดีกับลูก   คนโสดมีโอกาสพบรักกับคนอายุน้อยกว่าจะเข้ามาสร้างครอบครัว
    • สุขภาพ      เอาใจใส่เกี่ยวข้องกับระบบขับถ่าย  ท้องผูกท้องเสีย

    คนเกิดวันพุธกลางวัน 

    • การงาน      การทำอะไรมากกว่าหนึ่งอย่างขึ้นไป   การนำของเก่าสิ่งที่เคยทำผิดพลาดมาแก้ไข   หรือการเรียนรู้อะไรเพิ่มขึ้น   จะมีคนคอยช่วยเหลือและสนับสนุน  แต่ต้องใช้ความสามารถพิสูจน์ตนให้เห็นก่อน
    • การเงิน      ใช้จ่ายตลอดทั้งวัน  การเคลียร์หนี้สิน  รวมถึงการติดต่อกับธนาคาร   จะมีโชคลาภจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้โชค  เลขจากธูปมงคล   การจับลูกปิงปอง   การเสี่ยงเซียมซีให้โชค
    • ความรัก      ดูแลและช่วยเหลือแก้ไขกันทุกอย่าง  ปรับปรุงให้ครอบครัวดีขึ้น  การให้อภัยกันสำหรับคนที่เคยมีปัญหา   คนโสดจะพบรักกับผู้ใหญ่ใจดีเข้ามาช่วยเหลือ
    • สุขภาพ     การไปตรวจสุขภาพ  หรือมาตามที่หมอนัดประจำเดือนของคนที่มีโรคประจำตัว  แต่จะดีขึ้น
       

    คนเกิดวันพุธกลางคืน 

    • การงาน       รู้สึกเหนื่อยใจอยากเปลี่ยนแปลงโยกย้ายในเรื่องของการงาน   แต่ก็ยังไม่กล้าทั้งหมด  ได้แต่มองมอง   และห้ามใจร้อนมีโอกาสมีปากเสียงหรือการขัดแย้ง  รวมถึงต้องอดทน
    • การเงิน     ใช้เยอะมีเหตุต้องซ่อมข้าวของเครื่องใช้เครื่อง   รวมถึงการซื้ออะไรใหม่   แต่จะมีโชคลาภกับสามตัวท้ายหมายเลขบัตรประชาชนให้โชค
    • ความรัก      เสน่ห์แรง  พูดคุยหวานล้อมไปทั่ว   รวมถึงความรักแบบกะทันหัน   เก็บเสื้อผ้าอยู่ด้วยกันเลย     คนมีครอบครัวแล้วระวังการนอกใจหรือมีมือที่สามเข้ามาให้เหนื่อยใจ
    • สุขภาพ      เกี่ยวข้องกับความสวยความงาม   การอยากจะทำศัลยกรรม   หรือเกี่ยวข้องกับเสื้อผ้าหน้าผมความสวยความงามการเปลี่ยนลุคใหม่  

    คนเกิดวันพฤหัสบดี 

    • การงาน       ความเข้มแข็งมุ่งมั่นเพียรพยายาม   การปรับตัวเราเองให้เข้ากับทุกสิ่งทุกอย่างให้ได้   จะมีงานใหญ่เข้ามา  รวมถึงมีลูกค้าเก่าเก่ากลับมา  
    • การเงิน     ซื้อความสุขทุกอย่างให้กับตนเองและคนในครอบครัว  การซื้อทรัพย์สินเพิ่มขึ้น    มีโชคลาภกับเลขทะเบียนรถให้โชค
    • ความรัก      ปกป้องทุกคนในครอบครัวให้มีความสุข  พึ่งพาอาศัยลูกหลานได้    คนโสดมีโอกาสพบรักกับชาวต่างชาติที่มาทำงานในประเทศไทย
    • สุขภาพ       แข็งแรงดูแลเอาใจใส่ตัวเองอยู่เสมอ    คนเจ็บป่วยจะมีอาการดีขึ้นได้พักผ่อนในสถานที่สวยงามหรือมีคนออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด

    คนเกิดวันวันศุกร์ 

    • การงาน       พยายามทุกอย่างให้การงานมั่นคง   การเปลี่ยนงานเพราะมีสิ่งใหม่เข้ามาช่วยเหลือหัวหน้า  เพื่อนฝูงที่เคยช่วยกันมาแล้ว   รวมถึงการทำงานมากกว่าหนึ่งอย่างขึ้นไป
    • การเงิน     มีเงินเข้ามาตลอดทั้งวัน  แต่ก็เคลียร์หนี้สินทุกอย่างให้หมด   มีโชคลาภกับบ้านเลขที่ให้โชค
    • ความรัก     มีการขัดแย้งกันบ้าง  แต่ก็ห่วงใยกันตลอด  การคืนดีกันอยู่เสมอ  รวมถึงใครที่พลัดพราก จะได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง    คนโสดมีโอกาสพบรักกับผู้ใหญ่มีความเข้มแข็ง  จะเข้ามาช่วยเหลือปกป้องครอบครัวในอนาคต
    • สุขภาพ      การปวดเมื่อยเพราะการทำงานหนัก  ไม่ค่อยได้พัก  จึงพยายามหาเวลาพักผ่อน  หรือมีพาใครไปโรงพยาบาล  บางคนต้องเกี่ยวข้องกับงานศพ  รวมถึงการทำบุญกับโลงศพ

    คนเกิดวันเสาร์ 

    • การงาน      การเดินทางตลอดแต่ก็ทำไปพักผ่อนไปด้วย  บางคนได้ท่องเที่ยวเพราะอยู่ในช่วงของการงานที่ต้องออกนอกสถานที่ไปต่างจังหวัด  แต่มีคนคอยช่วยเหลืออยู่เสมอ
    • การเงิน      คำนวณเรื่องของการเงินอยู่ตลอด  เคลียร์หนี้สิน  ผ่านพ้นทุกปัญหา   มีโชคลาภกับเลขรหัสเอทีเอ็มให้โชค
    • ความรัก     การพาครอบครัวไปสนุกสนานท่องเที่ยวทานอาหารอร่อย   คนโสดมีโอกาสพบรักกับคนร่าเริงสนุกสนานในที่ทำงาน  หรือคนอายุน้อยกว่า  เด็กฝึกงาน  รวมถึงคนเข้ามาใหม่จะมีความสนิทสนม
    • สุขภาพ      แข็งแรงดูแลเอาใจใส่ตัวเองตลอด   คนเจ็บป่วยจะมีอาการดีขึ้น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.komchadluek.net/horoscope/fortune/614034&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0r5TwECWVQRS5XbT3lsLhZ