Blog

  • วิกฤตตะวันออกกลางส่งผลหุ้นไทยร่วงต่อ-ทองปรับฐาน

    วิกฤตตะวันออกกลางส่งผลหุ้นไทยร่วงต่อ-ทองปรับฐาน

    วิกฤตตะวันออกกลางส่งผลหุ้นไทยร่วงต่อ-ทองปรับฐาน

    วันนี้, 11:43น.

              ความกังวลปัจจัยความตึงเครียดในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ที่ยังมยืดเยื้อ และมีความไม่แน่นอนของสถานการณ์ ประกอบกับ ราคาน้ำมันพุ่งกว่า 8% ทำให้ตลาดกลับมากังวลผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลก

              ดัชนีนิกเกอิ ตลาดหุ้นโตเกียว ปิดภาคเช้าที่ระดับ 55,490.04 จุด เพิ่มขึ้น 211.98 จุด แม้ว่าในช่วงเปิดตลาด ดัชนีนิกเกอิปรับตัวลดลงอย่างหนัก โดยดิ่งลงไปกว่า 750 จุดในระหว่างการซื้อขาย ท่ามกลางความตื่นตระหนกต่อวิกฤตการณ์ในตะวันออกกลาง หลังจากสัญญาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค. 2567 รับรายงานข่าวที่ว่าอิหร่านได้เข้าโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของสหรัฐฯ ในอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งประเด็นดังกล่าวยิ่งกระตุ้นให้ตลาดเกิดความกังวลเกี่ยวกับปัญหาเงินเฟ้อ

              อย่างไรก็ตาม การปรับตัวขึ้นของราคาสัญญาน้ำมันดิบได้ชะลอความร้อนแรงลงในเวลาต่อมาระหว่างชั่วโมงการซื้อขายของตลาดหุ้นโตเกียว อย่างไรตาม ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลางจะยังคงเป็นปัจจัยกดดันบรรยากาศการลงทุนในตลาดต่อไป

              ส่วนดัชนีฮั่งเส็ง ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดภาคเช้าพุ่งขึ้นเช่นกัน  เนื่องจากนักลงทุนยังคงช้อนซื้อหุ้นเพื่อเก็งกำไร หลังจากที่ตลาดดิ่งหนักสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 11 สัปดาห์ และตลาดยังได้รับแรงหนุนหลังจากจีนส่งสัญญาณการปรับสมดุลทางเศรษฐกิจ โดยตั้งเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจในปี 2569 ไว้ที่ 4.5%-5% จากเดิมที่ตั้งเป้าไว้ “ประมาณ 5%” ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ดัชนีฮั่งเส็งปิดภาคเช้าที่ระดับที่ 25,789.90 จุด เพิ่มขึ้น 468.56 จุด

              ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อเวลา 11.42 น. อยู่ที่ 1,412.93 จุด ลดลง 4.36 จุด 

    #หุ้นเอเชีย

    ข่าวทั้งหมด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.js100.com/en/site/news/view/159771&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1j3uMcfJLcDMsvcrXJ-B71

  • บทวิเคราะห์ราคาทองคำประจำวันที่ 06 มีนาคม 2569 – InterGold

    บทวิเคราะห์ราคาทองคำประจำวันที่ 06 มีนาคม 2569 – InterGold

    กลยุทธ์ : รอฉันรอเธออยู่
    แนวรับ : $5,050 หรือ 76,300
    แนวต้าน : $5,200 หรือ 78,000

    .

    ทำไมราคาทองคำยังไม่พุ่งขึ้นแรง ทั้งที่มีทั้งปัจจัยเสี่ยงจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น และตลาดหุ้นที่อ่อนตัวลง? คำถามสำคัญในเวลานี้คือ ตลาดกำลังรออะไรอยู่กันแน่ ระหว่างแรงซื้อในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย กับการรอความชัดเจนจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่จะเป็นตัวกำหนดทิศทางดอกเบี้ยในระยะต่อไป อีกทั้งนักลงทุนจำนวนมากก็เริ่มจับตาว่า หากทองคำสามารถยืนเหนือระดับ 5,200 ดอลลาร์ได้อย่างมั่นคง จะเป็นจุดเริ่มต้นของรอบขาขึ้นใหม่หรือไม่

    .

    ในปัจจุบันราคาทองคำมีการย่อตัวลงมาเคลื่อนไหวในโซนประมาณ 5,000–5,200 ดอลลาร์ หรือราว 76,000–77,000 บาทตามค่าเงินบาท ซึ่งถือเป็นระดับราคาที่ค่อนข้างสมเหตุสมผลสำหรับการทยอยสะสม แม้อาจไม่ใช่จุดต่ำสุด แต่เป็นโซนที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับความเสี่ยงที่ยังรายล้อมอยู่ทั่วโลก โดยเฉพาะเมื่อระดับราคานี้ยังเป็นช่วงก่อนที่สถานการณ์ความขัดแย้งจะกลับมารุนแรงขึ้น

    ภาพรวมของตลาดในตอนนี้มีความย้อนแย้งพอสมควร เพราะแม้ราคาน้ำมันจะขยับขึ้นแตะบริเวณ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง รวมถึงความกังวลเรื่องการขู่ปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ก็อ่อนตัวลงแรง สะท้อนบรรยากาศความกังวลของนักลงทุน แต่ราคาทองคำกลับยังไม่ได้ตอบสนองในลักษณะพุ่งขึ้นแรงอย่างที่หลายคนคาดไว้ สาเหตุสำคัญอาจไม่ได้มาจากการที่ปัจจัยพื้นฐานไม่แข็งแรงพอ แต่เป็นเพราะตลาดกำลังรอ “จังหวะเวลา” และรอความชัดเจนจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ มากกว่า

    ในระยะสั้น ตัวเลขที่ต้องติดตามมากที่สุดยังคงเป็นกลุ่มข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร ภาวะเงินเฟ้อ และท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐฯ หากตัวเลขการจ้างงานเริ่มอ่อนแอลง หรืออัตราว่างงานขยับสูงขึ้น ก็จะยิ่งเพิ่มความคาดหวังว่าดอกเบี้ยสหรัฐฯ มีโอกาสเข้าสู่ขาลง ซึ่งเป็นบวกกับทองคำ ขณะเดียวกันหากราคาพลังงานที่สูงขึ้นเริ่มส่งผ่านไปสู่เงินเฟ้อ ทองคำก็ยังมีโอกาสกลับมาโดดเด่นในฐานะสินทรัพย์ที่ใช้ป้องกันความเสี่ยงจากค่าครองชีพและมูลค่าเงินที่ลดลง

    ในเชิงเทคนิค ภาพรายวันของทองคำยังถือว่าไม่สวยมากนัก เพราะราคายังไม่สามารถยืนเหนือระดับ 5,200 ดอลลาร์ได้อย่างมั่นคง หากในช่วงปลายสัปดาห์สามารถปิดเหนือระดับดังกล่าว หรือขยับขึ้นไปทดสอบ 5,300 ดอลลาร์ได้ จะถือเป็นสัญญาณเชิงบวกที่สำคัญต่อโมเมนตัมในสัปดาห์ถัดไป ส่วนในมุมมองระยะยาว ตราบใดที่โลกยังเผชิญความไม่แน่นอนจากความขัดแย้งระหว่างประเทศ ภาระหนี้ และแนวโน้มการอัดฉีดสภาพคล่องในอนาคต ทองคำก็ยังคงมีสถานะเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่น่าถือครองอยู่เสมอ

    .

    สรุป :

    โซนราคา 5,000–5,200 ดอลลาร์ หรือประมาณ 76,000–77,000 บาท ยังคงเป็นจังหวะที่น่าสนใจสำหรับการทยอยสะสมทองคำ แม้ในระยะสั้นราคายังมีโอกาสแกว่งตัวออกด้านข้าง และยังต้องรอปัจจัยกระตุ้นใหม่จากฝั่งเศรษฐกิจสหรัฐฯ แต่หากมองในภาพใหญ่ ปัจจัยพื้นฐานยังคงหนุนทองคำอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นกลยุทธ์ “รอฉันรอเธออยู่” จึงหมายถึงการอดทนสะสมในจังหวะที่ราคาอาจยังไม่วิ่งแรง เพื่อรอการเร่งตัวในช่วงที่ตลาดได้รับสัญญาณชัดเจนมากขึ้นในระยะต่อไป

    .

    บทวิเคราะห์โดย : นักวิเคราะห์ InterGOLD

    .

    #ข่าวตัวเลขเศรษฐกิจ #InterGOLD #อินเตอร์โกลด์ #ลงทุนทองคำแท่ง #ราคาทองวันนี้ #ทองคำแท่ง #ทองคำแท่งราคา

    สนใจเปิดบัญชีซื้อขายทองคำแท่ง : คลิก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.intergold.co.th/investor_core/analyze-06-mar-2026/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2yVAb8Q6nLZKWMv7oVcpSe

  • D

    D

    Dek-D

    ตรวจสอบว่าคุณเป็นมนุษย์ด้วยการทำคำสั่งนี้ให้เสร็จสิ้น

    เว็บไซต์ Dek-D ต้องตรวจสอบความปลอดภัยการเชื่อมต่อของคุณก่อนดำเนินการต่อ

    IP ของคุณคือ: 199.79.62.10

    ประสิทธิภาพและความปลอดภัยโดย Cloudflare

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dek-d.com/studyabroad/67768/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Or0z7thijtMalhZQcqrSR

  • ยาเสพติด เข้าถึงเยาวชนไทยง่ายกว่าที่คิด  สสส. ชี้คดีเสพสูง 77.44%

    ยาเสพติด เข้าถึงเยาวชนไทยง่ายกว่าที่คิด สสส. ชี้คดีเสพสูง 77.44%

    นางสาวรุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ ผู้อำนวยการสำนักอาวุโส สำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า สถานการณ์ยาเสพติดในเด็กและเยาวชนปัจจุบันถือเป็นวิกฤตที่ต้องเร่งแก้ไข ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลและสถิติ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน พบว่า ปี 2567 มีเยาวชนที่ถูกดำเนินคดีอาญาสูงถึง 13,631 คน และในจำนวนนี้มีประวัติเคยใช้ยาเสพติดถึง 8,971 คน หรือคิดเป็น 65% โดยส่วนใหญ่ยังคงศึกษาอยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น รองลงมาคือประถมศึกษา ปวช. และมัธยมปลาย สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุดคืออายุของผู้เสพที่น้อยลงเรื่อยๆ โดยพบเด็กอายุน้อยที่สุดเพียง 11 ปี ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า ยาเสพติดได้กลายเป็นภัยคุกคามที่เข้าถึงตัวเยาวชนตั้งแต่อยู่ในระบบการศึกษารวมถึงการมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเข้าถึงสารเสพติดมากขึ้น

    ทั้งนี้ สสส. ได้จัดทำรายงานสถานการณ์เด่นทางสุขภาพ ประจำไตรมาส 4 ปี 2568 ตอน ‘ยาบ้า กัญชา กระท่อม วังวนของเยาวชนกับปัญหายาเสพติด’ เพื่อสะท้อนปัญหาที่เกี่ยวข้องหลังพบสถิติที่น่ากังวลจากจำนวนคดียาเสพติดที่แม้ภาพรวมระหว่างปี 2565-2566 จะลดลงแต่สัดส่วนคดีที่เกิดจากการเสพกลับพุ่งสูง 77.44% เมื่อเทียบกับคดีครอบครองหรืออื่นๆ

    และจากการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลสถานการณ์ที่เกิดขึ้น พบพฤติกรรมและปัจจัยการเข้าถึงยาเสพติดของเยาวชนใน 3 มิติ ได้แก่ 1.การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้ยาเสพติดหลังการปลดล็อกพืชเสพติด ที่ยาบ้ายังเป็นสารหลักที่มีผู้ใช้สูงสุด แต่เยาวชนที่ใช้กัญชาและกระท่อมก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยปี 2567 พบเยาวชนใช้กัญชาเพิ่มขึ้น 3,240 คน และใช้น้ำต้มใบกระท่อม 1,579 คน อีกทั้งยังผสมสารเคมีอันตรายตามความเชื่อผิดๆ เพื่อเพิ่มฤทธิ์มึนเมา 2.นวัตกรรมการซื้อขายและสถานที่มั่วสุม ตลาดออนไลน์กลายเป็นช่องทางหลัก โดยเฉพาะบนแพลตฟอร์ม X ที่พบการประกาศขายมากที่สุด 68% มีการใช้สัญลักษณ์อิโมจิแทนชื่อยาเพื่อหลบเลี่ยงระบบตรวจสอบ ขณะที่พฤติกรรมการมั่วสุมเปลี่ยนจากพื้นที่สาธารณะเป็นพื้นที่ส่วนตัว เช่น ห้องพัก พูลวิลล่าหรือรีสอร์ต เพื่อเลี่ยงการจับกุม 3.วิกฤตขีดความสามารถด้านการบำบัด ที่พบว่ายอดผู้เข้าบำบัดปี 2568 คาดว่าจะสูงถึง 260,000 คน ซึ่งเกินศักยภาพที่ระบบสาธารณสุขจะรองรับได้ ยิ่งไปกว่านั้นไทยยังขาดแคลนบุคลากรจิตแพทย์เฉพาะทางด้านการเสพติด นี่จึงเป็นโจทย์สำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันแก้ปัญหาเพื่อคืนเยาวชนให้กลับสู่สังคมอย่างมีคุณภาพ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/67678&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0aaTZO3XDnVk2zSrwEdgV5

  • C

    C

    ลงประกาศวันที่ 6 มี.ค. 69

    ระยะเวลารับสมัคร

    วันที่ 5 – 16 มีนาคม พ.ศ. 2569

    วุฒิการศึกษา

    จบการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป สาขาสื่อสารมวลชน นิเทศศาสตร์ หรือสาขาอื่นๆที่ ส.ส.ท. พิจารณาว่าเหมาะสม

    ประสบการณ์ทำงาน

    มีประสบการณ์ในการทำงานที่เกี่ยวข้องกับงานด้านการรวบรวมและจัดระบบแผนและชิ้นงานสื่อสารของ Policy Forum และ Public Forum ด้วยการออกแบบ และผลิตชิ้นงานสื่อสารประเด็นที่เชื่อมโยงกับ Policy Forum และ Public Forum ในช่วงก่อน ระหว่าง และหลังการจัดเวที ในรูปแบบของข่าว บทความ และเนื้อหาออนไลน์อื่น รวมทั้งติดตามความเคลื่อนไหวเชิงประเด็นของเครือข่ายภาคประชาสังคม

    คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง

    1. มีทักษะในการวางกลยุทธ์เนื้อหา (Content Strategy)
    2. มีทักษะการสื่อสารและบริหารเนื้อหาผ่าน Social Media (Social Media Content Creation and Management)
    3. มีทักษะการออกแบบวิธีการเล่าเรื่อง และการวางลำดับเรื่องอย่างสร้างสรรค์ และน่าสนใจ (Narrative & Creative Storytelling & concept creation)
    4. มีทักษะการบริหารเครือข่าย (Partnership Management)
    5. มีทักษะการเชื่อมโยงกับชุมชนและสังคม (Community Development)
    6. มีทักษะความเข้าใจและใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Literacy)
    7. มีความรู้ความสามารถในการ Generative AI (เช่น ChatGPT) ที่สามารถใช้เพื่อสร้างเนื้อหาใหม่ๆ ได้แก่ เสียง โค้ด รูปภาพ ตัวอักษร แบบจำลอง วิดีโอ หรืออื่น ๆ

    หน้าที่ความรับผิดชอบ

    1.งานออกแบบ และผลิตชิ้นงานสื่อสาร

    • ออกแบบ และผลิตชิ้นงานสื่อสารประเด็นที่เชื่อมโยงกับ Policy Forum และ Public Forum ในช่วงก่อน ระหว่าง และหลังการจัดเวที ในรูปแบบของข่าว บทความ และเนื้อหาออนไลน์อื่น รวมถึงการไลฟ์สด
    • มีทักษะในการใช้ภาษาได้ดี การรีไรท์ การเขียนคอนเทนต์ มีความละเอียดรอบคอบ ตรงตามลักษณะของแพลตฟอร์มที่ต้องการเผยแพร่เนื้อหา
    • ผลิตชิ้นงานนำเสนอเนื้อหาในทุกแพลตฟอร์มในรูปแบบ Transmedia ได้

    2.ด้านประสานงานข้อมูลข่าว

    • Monitor ความเคลื่อนไหวของเครือข่าย และความเคลื่อนไหวอื่นๆ ของสถานการณ์ประจำวัน / ประสานงานข้อมูลข่าว ความเคลื่อนไหวของเครือข่าย และความเคลื่อนไหวอื่นๆ ของสถานการณ์ประจำวัน / หาข้อมูล / บันทึกการประชุม เพื่อนำไปต่อยอดให้เกิดการทำข่าว และเวทีสาธารณะ
    • ร่วมกับทีมงาน ประสานงานแขกรับเชิญ และหน่วยงานภายใน รวมถึงงานเกี่ยวเนื่องกับการจัด Policy Forum และ Public Forum

    3.การรวบรวมและสรุปผลงาน

    • รวบรวมและจัดระบบแผนและชิ้นงานสื่อสารของ Policy Forum และ Public Forum ให้ถูกต้องครบถ้วน
    • สรุปการถอดบทเรียนในวาระต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับศูนย์ เช่น สัมมนาทีม / สัมมนาประเด็นต่างๆ จากทั้งภายในและภายนอกองค์กร

    สมัครด้วยตนเอง

    สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส สำนักทรัพยากรมนุษย์ (Google maps)
    เลขที่ 145 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210 อาคารอำนวยการ (อาคาร A) ชั้น 1 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 09.00 – 17.00 น. เว้นวันหยุดราชการ

    สมัครทางออนไลน์

    ผู้ที่สนใจสามารถนำส่งประวัติส่วนตัว พร้อมหลักฐานการสมัครงาน ได้ที่ : www.thaipbs.or.th/Career 

    ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับคัดเลือก

    www.thaipbs.or.th/JOB

    ………………………………………………………………..
    สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

    ฝ่ายพันธมิตรเชิงพันธกิจด้านทรัพยากรมนุษย์ สำนักทรัพยากรมนุษย์
    โทรศัพท์ : 0-2790-2214
    ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 09.00 – 18.00 น. เว้นวันหยุดราชการ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/org/careers/opening/50099/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2J0vBlIdxX0kP5yixKSogC

  • “ปธ.สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว” รับสงครามอิหร่านกระทบนักท่องเที่ยวเข้าไทย เร่งดึงตลาดอาเซียนทดแทน

    “ปธ.สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว” รับสงครามอิหร่านกระทบนักท่องเที่ยวเข้าไทย เร่งดึงตลาดอาเซียนทดแทน

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/news/133162&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ITFrJakjBn4KZMJMMYOSY

  • ก.ท่องเที่ยว จับมือภาคเอกชน ดูแล นทท.ตกค้างจากเหตุตะวันออกกลาง

    ก.ท่องเที่ยว จับมือภาคเอกชน ดูแล นทท.ตกค้างจากเหตุตะวันออกกลาง

    ก.ท่องเที่ยว จับมือภาคเอกชน ดูแล นทท.ตกค้างจากเหตุตะวันออกกลาง

    เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

    กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับภาคเอกชนด้านการท่องเที่ยว และหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ดูแลนักท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินจากเหตุการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง เช่น ยกเว้นค่าปรับกรณีอยู่เกินกำหนด อนุญาตให้พำนักในไทยต่อได้ครั้งละไม่เกิน 30 วัน พร้อมทั้งประเมินผลกระทบและบริหารจัดการสถานการณ์อย่างเป็นระบบโดยนักท่องเที่ยวที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม หรือขอความช่วยเหลือ ติดต่อสายด่วนได้ดังนี้
    – สายด่วนสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) โทร. 1178
    – สายด่วนการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โทร. 1672
    – สายด่วนตำรวจท่องเที่ยว โทร. 1155
    ตลอด 24 ชั่วโมง

    ทั้งนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาอยู่ระหว่างการประเมินสถานการณ์เป็นรายวันเพื่อเตรียมการรองรับการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการที่ดูแลนักท่องเที่ยวในกรณีที่สถานการณ์รุนแรงยืดเยื้อต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://mgronline.com/uptodate/detail/9690000022162&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3-3v3Ut73bxuSxBINtt3rL

  • รมว.ท่องเที่ยวฯ สั่งเร่งหาตลาดทดแทนรับมือวิกฤตตะวันออกกลาง ตั้งเป้า นทท.ไม่ต่ำกว่า 30 ล้านคน

    รมว.ท่องเที่ยวฯ สั่งเร่งหาตลาดทดแทนรับมือวิกฤตตะวันออกกลาง ตั้งเป้า นทท.ไม่ต่ำกว่า 30 ล้านคน

    น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ททท. ได้ประเมินฉากทัศน์ไว้ 2 แนวทาง หากเกิดกรณีเลวร้ายที่สุด (Worst Case) ที่ปัญหาลากยาว อาจส่งผลกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยรวมทั้งปีลดลง 6-8% จากปีที่แล้ว 33 ล้านคน แต่ในทางกลับกัน หากสามารถบริหารจัดการสถานการณ์ได้ดี (Best Case) ทิศทางนักท่องเที่ยวยังคงมีสัญญาณบวกและอาจเติบโตได้ 4-6% โดย ททท. ขอยืนยันเป้าหมายขั้นต่ำที่จะต้องรักษาจำนวนนักท่องเที่ยวรวมให้ไม่ต่ำกว่า 30 ล้านคนในปีนี้ จากเดิมได้ตั้งเป้าไว้ว่าในปี 2569 จะมีจำนวนนักท่องเที่ยว 36.7 ล้านคน

    โดยกรณีบริหารจัดการได้ดี ททท.มองเห็นโอกาสสำคัญท่ามกลางวิกฤตนี้ ถือเป็นจังหวะในการแสดงศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางการบิน เพื่อทดแทนการแวะพักในตะวันออกกลาง จากการหารือกับผู้อำนวยการบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ซึ่งพร้อมจัดสรรสล็อตการบิน ที่ยังพอมีเหลืออยู่ให้กับสายการบินจากยุโรป เช่น Air France, Lufthansa รวมถึงกลุ่มสายการบินโลว์คอสต์ ที่อาจจำเป็นต้องเปลี่ยนเส้นทางบินหรือต้องการฮับใหม่

    นางจิระวดี คุณทรัพย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ททท. กล่าวว่า จากเป้า นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ตั้งไว้ในปีนี้ 36.7 ล้านคน เมื่อเกิดสงครามในตะวันออกกลาง มีการคาดการณ์ ผลกระทบ ใน 3 รูปแบบ ดังนี้  กรณีที่ดีที่สุด (Best Case)หากสถานการณ์ยุติภายใน 2-4 สัปดาห์ คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยว 35-36 ล้านคน โดยตลาดระยะไกลจะฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว

    ขณะที่กรณีฐาน (Base Case) หากใช้เวลา 1-3 เดือน จำนวนนักท่องเที่ยวจะลดลงเหลือ 30-31 ล้านคน หรือลดลง 18% จากเป้าหมาย เนื่องจากการฟื้นตัวของตลาดระยะไกลเป็นไปอย่างช้าๆ และมีความผันผวนของค่าเงิน และกรณีเลวร้ายที่สุด (Worst Case) หากสถานการณ์ยืดเยื้อเกิน 3 เดือนขึ้นไป อาจกระทบให้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงเหลือเพียง 27-29 ล้านคน หรือ ลดลง 25% จากเป้าหมาย ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อตลาดตะวันออกกลางและยุโรปทั้งหมดที่ต้องบินผ่าน Gulf Hub รวมถึงต้นทุนราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจะส่งผลต่อราคาบัตรโดยสารเครื่องบินโดยตรง

    นางจิระวดี  กล่าวถึงรายละเอียดการวิเคราะห์ผลกระทบเชิงลึกว่า เพื่อให้ครอบคลุมที่สุด ททท. ได้นำตัวเลขตลาดอิสราเอลซึ่งมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาไทย 400,000 คนในปีที่ผ่านมา มาประเมินตลาดยุโรปด้วย ซึ่งเดือนมี.ค.ปีที่แล้ว มีนักท่องเที่ยวยุโรปเดินทางเข้าไทย 854,963 คน เนื่องจากเหตุการณ์ความไม่สงบปะทุขึ้นในวันที่ 1 มี.ค.69 พอดี ทำให้ยอดการจองล่วงหน้า  ชะงักงันและไม่สามารถเดินทางได้ โดยภาพรวมของตลาดระยะไกลลดลง  9% แบ่งเป็นตลาดยุโรป  9% อเมริกา 6% แอฟริกา 27% และที่ทรุดหนักที่สุดคือตะวันออกกลางลดลง 6%  เนื่องจากเผชิญทั้งปัจจัยสงครามและตรงกับช่วงเดือนรอมฎอน

    นอกจากนี้ราคาตั๋วเครื่องบินในตลาดยุโรปพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง ปรับราคาเพิ่มถึง 70,000 บาท แต่เที่ยวบินก็ยังคงเต็ม 100% ทำให้นักท่องเที่ยวต้องพยายามหาช่องทางอื่นในการเดินทาง เช่น บางรายต้องใช้วิธีบินไปลงปากีสถานและยอมทำวีซ่าเพื่อต่อเครื่องไปยังจุดหมายอื่น  อย่างไรก็ตาม ทิศทางของนักท่องเที่ยวตลาดระยะไกลในขณะนี้ ส่วนใหญ่ใช้วิธีเลื่อนวันเดินทางออกไปก่อนแทนการยกเลิกการจอง

    นางจิระวดีกล่าวอีกว่า หากความขัดแย้งยืดเยื้อลากยาวว่า จะส่งผลกระทบอย่างหนักต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยว ทั้งระยะใกล้และระยะไกล  การอัดฉีดแคมเปญส่งเสริมการตลาด จะไม่มีประโยชน์และ สูญเปล่า ซึ่งททท. ได้สั่งระงับแคมเปญแล้ว รอดสถานการณ์  หากเลยช่วงรอมฎอน ยังไม่จบ ตลาดตะวันออกกลางจะยิ่งได้รับผลกระทบหนัก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://ch3plus.com/news/economy/morning/458504&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw17OSuYKdVTqQwQ7XbqX-G2

  • เสน่ห์สุโขทัยที่ “บ้านชมปรางค์” แนวคิดความยั่งยืนที่เริ่มจากวิถีชีวิต

    เสน่ห์สุโขทัยที่ “บ้านชมปรางค์” แนวคิดความยั่งยืนที่เริ่มจากวิถีชีวิต

    ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา “ความยั่งยืน” กลายเป็นคำสำคัญของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและอาหาร แต่สำหรับ บ้านชมปรางค์ (Baan Chomprang) ที่พักและร้านอาหารเล็กๆ ในอำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย แนวคิดนี้ไม่ใช่เพียงเทรนด์ทางธุรกิจ หากเป็นวิถีปฏิบัติที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติอยู่แล้วตั้งแต่แรก ตั้งแต่การเลือกใช้วัตถุดิบ การจัดการทรัพยากร ไปจนถึงการออกแบบประสบการณ์ให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสวิถีชีวิตท้องถิ่นอย่างแท้จริง

    บ้านไม้โบราณที่ถูกย้ายมาประกอบใหม่ ท่ามกลางสวนสีเขียวและบรรยากาศเงียบสงบ กลายเป็นจุดหมายของนักเดินทางจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวยุโรปที่มองหาประสบการณ์การพักผ่อนแบบเรียบง่ายแต่มีคุณค่า

    เสน่ห์สุโขทัยที่ “บ้านชมปรางค์” แนวคิดความยั่งยืนที่เริ่มจากวิถีชีวิต

    เบื้องหลังของสถานที่แห่งนี้คือ คุณเอมี่–ชาลิดา ศิริคุณวงศ์ หนึ่งในผู้ก่อตั้ง ที่เล่าถึงการบริหารจัดการธุรกิจด้วยแนวคิดความยั่งยืน ซึ่งไม่เพียงส่งผลต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังสร้างเอกลักษณ์ให้กับบ้านชมปรางค์อย่างชัดเจนตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามาในบริเวณบ้านอันร่มรื่น

    คุณเอมี่–ชาลิดา ศิริคุณวงศ์ หนึ่งในผู้ก่อตั้ง

    ขอเล่าถึงการเดินทางมาที่บ้านชมปรางค์ก่อนพาไปรู้จักกันมากกว่านี้ หลายคนที่มาศรีสัชนาลัยรู้ว่า เมืองนี้ไม่ใช่ทางผ่าน ใครจะมาศรีสัชฯ คือต้องตั้งใจมาเท่านั้นเพราะเดินทางจากตัวเมืองสุโขทัยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงหลวมๆ ที่สำคัญที่ต้องเล่าถึงการเดินทางก็เพราะว่ามันเก๋ เพราะเวลานี้สุโขทัย (และเมืองอื่นๆ ทั่วไทย) กำลังส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบโลว์คาร์บอน และท่าชัย–ศรีสัชนาลัยก็เพิ่งได้รับรางวัลระดับโลก Green Destinations Top 100 Stories 2025 จากการดำเนินงานตามเกณฑ์การท่องเที่ยวยั่งยืน 15 ข้อ พร้อมนำเสนอแนวปฏิบัติในหัวข้อ “เสียงสะท้อนจากชุมชน มรดกกินได้ที่ฟื้นคืน” สะท้อนการพัฒนาที่ให้ความสำคัญกับเสียงและบทบาทของชุมชนเป็นหัวใจสำคัญ

    เสน่ห์สุโขทัยที่ “บ้านชมปรางค์” แนวคิดความยั่งยืนที่เริ่มจากวิถีชีวิต

    ไม่น่าแปลกใจที่การใช้จักรยานเดินทางในอุทยานศรีสัชนาลัยจะทำให้เราได้พบกับพื้นที่และเจ้าของพื้นที่จริงๆ ในแบบที่แสนจะสุโข (หฤ) ทัย การลัดเลาะไปตามโบราณสถานที่อยู่ร่วมกับชุมชนและร้านน่ารักๆ ว่าน่าประทับใจแล้วแต่การได้เห็นวิถีที่แท้ของชาวศรีสัชฯ ผ่านการพูดคุยกันยิ่งน่าประทับใจกว่า

    อย่าเสียเวลาโพสต์ทูเดย์ Smart City ชวนท่องไปในอาณาจักรเก่าแก่ในวันอากาศร้อนและสุโขทัยก็ทำให้มันเย็นลงได้ด้วยความสงบงามในแบบชาวสุโขทัยจริงๆ ที่นี่…บ้านชมปรางค์

    เสน่ห์สุโขทัยที่ “บ้านชมปรางค์” แนวคิดความยั่งยืนที่เริ่มจากวิถีชีวิต

    หลังจากปั่นจักรยานแวะชมโบราณสถานอันร่มรื่นที่วัดโคกสิงคาราม แวะจิบกาแฟที่ร้านพี่น้อยแห่ง Art Slowbar ตรงข้ามวัด ก่อนไปชมพระปรางค์ วัดเจ้าจันทร์ และข้ามแม่น้ำยมมาเราก็จะพบกับบ้านหลังสีขาวเรียบๆ สองหลังภายในอาณาจักรสีเขียวของแมกไม้ ที่เรียกว่าบ้านชมปรางค์เพราะจากฝั่งนี้เราจะมองเห็นวิวของวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “วัดพระปรางค์” (วัดพระปรางค์ศรีสัชนาลัย) ได้อย่างชัดเจน

    ความยั่งยืนที่เริ่มจาก “สิ่งที่ทำอยู่แล้ว” ขอเริ่มด้วยคำนี้จากคุณเอมี่

    บ้านชมปรางค์เพิ่งได้รับรางวัล Green Restaurant ระดับเหรียญทอง ซึ่งเป็นมาตรฐานด้านความยั่งยืนของร้านอาหารในประเทศไทย โดยในปีนี้มีเพียง 14 แห่งทั่วประเทศที่ได้รับรางวัลระดับนี้ แต่สำหรับทีมงานบ้านชมปรางค์ การเข้าร่วมโครงการไม่ได้หมายถึงการต้องปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานครั้งใหญ่

    คุณเอมี่เล่าว่า “จริง ๆ ต้องบอกว่าก่อนประกวด คือเราทำอยู่แล้ว ทำเป็นปกติอยู่แล้ว ไม่ได้ต้องทำอะไรเพิ่มเพื่อการประกวดเลยค่ะ”

    เพราะแนวคิดเรื่องการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมถูกนำมาใช้ในชีวิตประจำวันของธุรกิจ ตั้งแต่การใช้ภาชนะที่นำกลับมาใช้ซ้ำได้ การลดการใช้พลาสติก ไปจนถึงการจัดการขยะอย่างเป็นระบบ

    เสน่ห์สุโขทัยที่ “บ้านชมปรางค์” แนวคิดความยั่งยืนที่เริ่มจากวิถีชีวิต

    “จานชาม แก้ว ช้อน เราใช้ในวิถีปกติอยู่แล้ว คือเราไม่ได้ต้องมานั่งปรับอะไรเพื่อจะลดขยะ พอมีโครงการชวนทำ มันก็เลยง่ายสำหรับเรา เพราะเราทำกันอยู่แล้วค่ะ”

    ส่วนในเรื่องของการจัดการ Food Waste คุณเอมี่เล่าว่า ขยะเศษอาหารถูกแยกส่งให้เทศบาลเพื่อนำไปกำจัดเพราะมีรถมาเก็บเป็นเวลาทุกสัปดาห์ ส่วนพวกขวดแก้วและพลาสติกถูกคัดแยกเพื่อเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล นอกจากนี้ การสั่งวัตถุดิบจากซัพพลายเออร์หลักอย่างแม็คโครก็มักมาในรูปแบบพาเลท ช่วยลดการใช้บรรจุภัณฑ์และถุงพลาสติกจำนวนมากได้อีกทาง

    เสน่ห์สุโขทัยที่ “บ้านชมปรางค์” แนวคิดความยั่งยืนที่เริ่มจากวิถีชีวิต

    อาหารจากสวนและวัตถุดิบท้องถิ่น

    อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของบ้านชมปรางค์คือ แนวคิด Farm-to-Table ในแบบท้องถิ่น พื้นที่ภายในบริเวณที่พักมีสวนที่ปลูกผักและสมุนไพรหลายชนิด เช่น ตะลิงปลิง มะเขือ ถั่วฝักยาว กะหล่ำปลี และพืชสมุนไพรต่าง ๆ ซึ่งถูกนำมาใช้ในครัวของร้านอาหารโดยตรง

    วัตถุดิบที่เหลือจะรับซื้อจากเกษตรกรในพื้นที่ เช่น ขิง ข่า และตะไคร้ ซึ่งช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่นไปพร้อมกัน กลุ่มลูกค้าหลักของบ้านชมปรางค์ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวยุโรปที่มาเยือน (ส่วนมากคือชาวออสเตรีย อังกฤษ สวิตเซอร์แลนด์) มักให้ความสำคัญกับอาหารที่ดีต่อสุขภาพและวัตถุดิบที่มาจากธรรมชาติ

    คุณเอมี่อธิบายว่า “กลุ่มลูกค้าเราส่วนใหญ่จะเป็นคนที่กินอยู่ ใช้ชีวิตกันมาค่อนข้างเยอะ เขาจะค่อนข้างแนวสุขภาพนิดนึง เน้นออร์แกนิก ซึ่งบางส่วนเราปลูกเองด้วย ก็เลยเป็นข้อได้เปรียบของเรา”

    เมนูอาหารของบ้านชมปรางค์จึงสะท้อนรสชาติแบบท้องถิ่นสุโขทัยและอาหารพื้นบ้านที่หาทานยาก เช่น ยำสะเดาตำลึง แกงระแวง – แกงโบราณที่ได้รับอิทธิพลจากชวา มีลักษณะผสมระหว่างพะแนงและแกงเขียวหวาน หรือหมูทอดน้ำปลา ที่ใช้น้ำปลาท้องถิ่นจากบ้านกง จังหวัดสุโขทัย

    ขนมหวานหลายเมนูเคยทำเองทั้งหมด แม้ปัจจุบันจะลดลงบ้างตามการปรับรูปแบบธุรกิจ แต่แนวคิดการใช้วัตถุดิบธรรมชาติยังคงเป็นแกนหลักของครัว

    เสน่ห์สุโขทัยที่ “บ้านชมปรางค์” แนวคิดความยั่งยืนที่เริ่มจากวิถีชีวิต

    หนึ่งในเอกลักษณ์ที่ทำให้บ้านชมปรางค์แตกต่างจากที่พักทั่วไป คือ สถาปัตยกรรมของบ้านไม้โบราณสองหลังที่ถูกย้ายมาประกอบใหม่ในพื้นที่ บ้านหลังหนึ่งมีอายุกว่า 80 ปี ถูกซื้อและรื้อย้ายมาจากจังหวัดขอนแก่น ส่วนอีกหลังหนึ่งมีอายุกว่า 50 ปี ถูกย้ายมาจากกรุงเทพฯ

    คุณเอมี่เล่าถึงกระบวนการนี้ว่า “บ้านสองหลังนี้เดิมไม่ได้อยู่ตรงนี้นะคะ หลังโน้นเราซื้อรื้อย้ายมาจากขอนแก่น แยกทุกชิ้นแล้วมาประกอบใหม่ ทรงเดิม แปลนเดิมเลย ส่วนอีกหลังมาจากกรุงเทพค่ะ”

    สถาปนิกได้ปรับฟังก์ชันบางส่วนให้เหมาะกับการใช้งานสมัยใหม่ เช่น การเพิ่มห้องน้ำในตัว แต่ยังคงรักษารูปแบบดั้งเดิมของบ้านไม้ไว้ให้มากที่สุด ปัจจุบันที่พักมีทั้งหมด 7 ห้อง ในบ้านไม้หลัก เป็นห้องแบบ En-suite 5 ห้อง ห้อง Suite ขนาดใหญ่ (2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องนั่งเล่น) นอกจากนี้ยังมีห้องพักอีก 4 ห้อง ในอาคารที่เคยเป็นคาเฟ่เดิม ซึ่งมีราคาย่อมเยากว่าและมีลักษณะคล้ายที่พักแบบ Airbnb ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำยม

    เสน่ห์สุโขทัยที่ “บ้านชมปรางค์” แนวคิดความยั่งยืนที่เริ่มจากวิถีชีวิต

    บรรยากาศ “เหมือนบ้าน” มากกว่าโรงแรม

    หนึ่งในเหตุผลที่แขกจำนวนมากกลับมาพักซ้ำ คือบรรยากาศที่ให้ความรู้สึกเป็นกันเอง บ้านชมปรางค์มีทั้งสวนสีเขียว สระว่ายน้ำระบบเกลือ จักรยานให้ยืม และบริการนวดตามคำขอ แต่สิ่งที่ทำให้แขกรู้สึกประทับใจกลับเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น ครัวที่เปิดโล่งเหมือนบ้าน และแมวเพื่อนบ้านที่มักเดินมาต้อนรับแขก

    เสน่ห์สุโขทัยที่ “บ้านชมปรางค์” แนวคิดความยั่งยืนที่เริ่มจากวิถีชีวิต

    เสน่ห์สุโขทัยที่ “บ้านชมปรางค์” แนวคิดความยั่งยืนที่เริ่มจากวิถีชีวิต

    คุณเอมี่เล่าว่า “มันดูเป็นโฮมมี่มากกว่า แขกบอกว่าเขาไม่ได้รู้สึกเหมือนอยู่โรงแรม เขารู้สึกเหมือนอยู่บ้าน มีแมว มีห้องอาหารที่เหมือนเป็นครัวของบ้าน”

    ปัจจุบันแขกประมาณ 60–70% เป็นชาวยุโรปที่มองหาการท่องเที่ยวแบบ Slow Travel ต้องการความสงบ ความเป็นส่วนตัว และประสบการณ์ที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตท้องถิ่น

    “ศรีสัชนาลัย” เมืองเล็กที่มีศักยภาพ แต่เข้าถึงยาก แม้ศรีสัชนาลัยจะมีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญจำนวนมาก เช่น อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย อุทยานแห่งชาติ งานเครื่องเงิน เครื่องทอง ผ้าทอ และเครื่องปั้นดินเผาสังคโลก แต่การเดินทางยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญ

    เสน่ห์สุโขทัยที่ “บ้านชมปรางค์” แนวคิดความยั่งยืนที่เริ่มจากวิถีชีวิต

    “ความท้าทายตรงนี้น่าจะติดเรื่องการคมนาคม แขกจะมาศรีสัชนาลัยยากนิดนึง ถ้าไม่มีรถส่วนตัว อันนี้เป็นเพนพอยต์ของคนทำธุรกิจเลย”

    ในอดีต นักท่องเที่ยวจำนวนมากเลือกพักที่ตัวเมืองสุโขทัย แล้วขับรถมาเที่ยวแบบไป-กลับ ซึ่งใช้เวลาเดินทางรวมเกือบ 2 ชั่วโมงต่อวัน การมีที่พักในพื้นที่จึงช่วยให้ผู้มาเยือนสามารถใช้เวลาเที่ยวศรีสัชนาลัยได้อย่างเต็มที่มากขึ้น

    เสน่ห์สุโขทัยที่ “บ้านชมปรางค์” แนวคิดความยั่งยืนที่เริ่มจากวิถีชีวิต

    และในท่ามกลางกระแสการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไป บ้านชมปรางค์พิสูจน์ให้เห็นว่า “ความยั่งยืน” ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากกลยุทธ์ทางการตลาด หากสามารถเติบโตจาก วิถีชีวิตจริงของผู้ประกอบการ

    และบางครั้ง สิ่งที่นักเดินทางกำลังมองหา อาจไม่ใช่โรงแรมหรูหรา แต่เป็นบ้านหลังหนึ่งที่ให้ความรู้สึกเหมือนได้กลับบ้านอีกครั้ง…

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-city/738935&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3zS5sVNCgg6xy9gwKut5bL

  • “สภาพัฒน์ฯ” เตือนเศรษฐกิจไทยเสี่ยงชะลอ หากสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ จี้เร่งตั้งรัฐบาลสร้างความเชื่อมั่น

    “สภาพัฒน์ฯ” เตือนเศรษฐกิจไทยเสี่ยงชะลอ หากสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ จี้เร่งตั้งรัฐบาลสร้างความเชื่อมั่น

    เมื่อวันที่ 5 มี.ค.69 ที่ผ่านมา ที่โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จัดกิจกรรมเนื่องโอกาสครบรอบ 71 ปี วันนักข่าว 5 มีนาคม 2569 พร้อมจัด เสวนาพิเศษในหัวข้อ “โจทย์ใหญ่ประเทศไทย ความท้าทายของรัฐบาลใหม่” เพื่อเป็นเวทีสะท้อนความคิดเห็นและขับเคลื่อนสังคมในหลากหลายมิติ โดยวิทยากร ประกอบด้วย นายสมเกียรติ ตั้งกิจวณิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นายชัย อรุณานนท์ชัย ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมเสวนา โดยมีนายวีระ ธีรภัทร สื่อมวลชนอาวุโส เป็นผู้ดำเนินรายการ

    โดย นายดนุชา กล่าวว่า โจทย์ใหญ่ของประเทศไทยคือเราจะต้องสร้างหรือทำอย่างไรให้ประเทศไทยมีความสามารถเพียงพอที่จะต้านทานปัจจัยต่าง ๆ ที่กระทบกับประเทศ ไม่ว่าจะเป็นภูมิรัฐศาสตร์ สภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง ปัญหาสงครามต่างๆ รวมถึงเศรษฐกิจผันผวน ซึ่งเกิดขึ้นได้ค่อนข้างเร็วมากในยุคปัจจุบัน ดังนั้นเราจะต้องสร้างหรือปรับโครงสร้างการผลิต เรื่องความสามารถในการแข่งขัน สร้างเศรษฐกิจใหม่สาขาใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นในประเทศ โจทก์รัฐบาลในช่วงถัดไปมีเรื่องสำคัญที่ต้องดำเนินการให้เกิดขึ้นจริง คือเรื่องความไว้วางใจและความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและต่างประเทศ เพื่อให้ต่างชาติมีความมั่นใจว่าประเทศไทยสามารถบริหารงานด้านต่างๆ อยู่ในมาตรฐานสากล

    เลขาธิการสภาพัฒน์ฯ  กล่าวอีกว่า หน้าตารัฐบาลจะต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับทุกฝ่าย ซึ่งจะถูกคัดคุณสมบัติจากคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่วางหลักไว้ชัดเจน ดังนั้นหากเลือกคนที่มีคุณสมบัติมีจริยธรรมคุณธรรมชัดเจนมีความสามารถ ส่วนตัวอยากให้มีสัดส่วนคนรุ่นใหม่เข้ามาให้เยอะเพื่อสร้างการพัฒนาและการเปลี่ยนแปลง ซึ่งที่ผ่านมาเราก็เห็นอยู่ว่าคนรุ่นใหม่พอได้มาเป็นรัฐมนตรีก็สามารถทำได้ดี จึงควรได้รับการสนับสนุนมากขึ้นก็จะทำให้เราได้เห็นภาพการทำงานอีกรูปแบบหนึ่ง

    นายดนุชา กล่าวอีกว่า คิดว่าน่าจะสามารถตั้งรัฐบาลได้ก่อนช่วงสงกรานต์ หากเป็นเช่นนั้นจะทำให้ร่าง พ.ร.บ.รายจ่ายงบประมาณประจำปีงบประมาณ 2570 ซึ่งตามกำหนดการปกติจะเข้าสภาในช่วงสัปดาห์แรกของเดือน เม.ย. แต่ถ้าตั้งรัฐบาลได้ก่อนสงกรานต์จริง อาจทำให้งบประมาณล่าช้าออกไปประมาณ 1 เดือน แต่เท่าที่ดูตามตารางและมีการพูดคุยกัน อาจสามารถเร่งกระบวนการระหว่างทางได้ เช่น การเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและจัดทำฟาสแทร็ก ซึ่งอาจทำให้สามารถประกาศใช้ พ.ร.บ.งบประมาณได้ทันเดือน ต.ค. ซึ่งที่ผ่านมาเราเคยทำมาแล้ว

    นายดนุชา กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์การสู้รบระหว่างสหรัฐอเมริกาที่ร่วมกับอิสราเอลในการโจมตีอิหร่าน สภาพัฒน์ฯ ประเมินไว้ 2 ฉากทัศน์ 1.คือจบภายใน 1 เดือน ตามที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานธิบดีสหรัฐอเมริกาได้ระบุไว้ แต่ตอนนี้มีการกระจายพื้นที่การรบในภูมิภาคจึงน่าจะกระทบกับเศรษฐกิจไทย ทำให้การเติบโตลดลงจากที่คาดการณ์ไว้ว่าจะอยู่ที่ 2% ก็น่าจะเหลือที่ 1.6% แต่ถ้าสถานการณ์ยาวกว่านั้น เศรษฐกิจไทยเติบโตเหลือแค่ 1.3 % และราคาน้ำมันจะกระโดดไปที่ 125 เหรียญต่อบาเรล แต่ถ้าการสู้รบสั้นด้วยน้ำมันจะอยู่ที่เราราว 100 เหรียญต่อบาเรล ดังนั้นมาตรการของไทยตอนนี้คือการตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ที่ 15 วัน อยู่ที่ 29.94 บาทต่อลิตร จากนั้นจะประเมินสถานการณ์อีกครั้ง  อย่างไรก็ตามการสู้รบครั้งนี้ราคาน้ำมันไม่ได้กระโดดสูงขึ้นอย่างที่ควรจะเป็นเพราะซัพพลายของโลกยังมีอยู่ แต่ถ้ายืดเยื้อระบบได้รับความเสียหายมาก จะทำให้ราคาน้ำมันสูงขึ้น

    เลขาธิการสภาพัฒน์ฯ กล่าวว่า ถ้าวันนี้ไม่มีการนำเข้าน้ำมันเข้าในประเทศเลยเราจะสามารถอยู่ได้ประมาณ 90 วัน แต่จากการประชุมเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา มีข้อมูลว่าจนถึงเดือน เม.ย.นี้ เรายังมีน้ำมันใช้อยู่ แต่จะเพิ่มหรือลดไปจากนี้หรือไม่ ก็อยู่ที่ว่าจากนี้เราจะสามารถมีน้ำมันเพิ่มขึ้นได้หรือไม่ ซึ่งปัจจุบันทางคู่ค้าปตท.ได้มีการไปคุยเพื่อขอเพิ่ม ขณะเดียวกันหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องก็จะเจรจาหาน้ำมันจากแหล่งอื่นเข้ามาด้วย   ส่วนมาตรการประหยัดพลังงานนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานจะมีการนำแผนเข้าครม. ในสัปดาห์หน้า

    “ถ้าถามผมเหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์หนึ่งเท่านั้น ที่เป็นเหตุให้ควรตั้งรัฐบาลให้เร็ว แต่ยังมีเรื่องอื่นอีกที่ควรเร่งตั้งรัฐบาลให้เร็วเพราะยิ่งตั้งรัฐบาลช้า การจัดการในแง่ที่ต้องใช้เงินงบประมาณจะมีปัญหา ”

    ก่อนหน้านี้ตนได้หารือกับธนาคารแห่งประเทศไทยและภาคเอกชน ได้มีการเซ็ตระบบในการพูดคุยร่วมกัน รัฐบาลสามารถใช้ระบบนี้ในการพูดคุยกับภาคเอกชนในวงเล็ก เมื่อได้ความชัดเจนค่อยขยายการดำเนินการในภาพใหญ่ ตลอดจนสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนชาวต่างชาติ เมื่อมาลงทุนในประเทศไทยว่าจะได้รับความสะดวก นอกจากนี้ยังมีแนวคิดในการปรับเปลี่ยนงบประมาณจังหวัดทุกจังหวัดจากที่เคยนำไปใช้สำหรับการจัดทำระบบโครงสร้าง ถนน บ่อน้ำ ให้นำมาใช้สำหรับการสร้างอาชีพ ส่วนงบโครงสร้างให้ไปขึ้นอยู่กับหน่วยงานที่รับผิดชอบตรงแทน เลขาธิการสภาพัฒน์ฯ กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/news/133156&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3v6YSrI0Jy3ov1_cZDIu5R