Blog

  • สินค้าราคาพุ่ง 20% ‘ตั้งงี่สุน’ จี้รัฐเร่ง ‘คนละครึ่ง’ กู้ชีพเศรษฐกิจไทย

    สินค้าราคาพุ่ง 20% ‘ตั้งงี่สุน’ จี้รัฐเร่ง ‘คนละครึ่ง’ กู้ชีพเศรษฐกิจไทย

    สินค้าราคาพุ่ง 20% ‘ตั้งงี่สุน’ จี้รัฐเร่ง ‘คนละครึ่ง’ กู้ชีพเศรษฐกิจไทย

    นายมิลินทร์ วีระรัตนโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ตั้งงี่สุน ซูเปอร์สโตร์ จำกัด กล่าวว่า ในวิกฤตพลังงานตอนนี้ได้ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพและภาคธุรกิจพอสมควร โดยเฉพาะเรื่องราคาน้ำมัน ทำให้ต้นทุนการขนส่งเพิ่มขึ้นประมาณ 20% ตัวอย่างเส้นทางกรุงเทพฯ-อุดรธานี เดิมมีค่าใช้จ่ายประมาณ 5,000 บาทต่อคัน พุ่งสูงขึ้นเป็น 8,000 บาทต่อคัน ทำให้ผู้ขนส่งบางรายไม่ยอมวิ่งรถเพราะแบกรับต้นทุนน้ำมันไม่ไหว จนผู้ประกอบการเสี่ยงต่อการขาดทุน

    ยังมีเรื่องเม็ดพลาสติกขาดแคลนที่ผลกระทบต่อราคาสินค้าและต้นทุนบรรจุภัณฑ์ด้วย สินค้าจำพวกหลอด แก้ว และถุงพลาสติก ปรับราคาดันต้นทุนเพิ่มขึ้น 15-20% ยกตัวอย่างน้ำดื่ม แม้ราคาจะยังไม่ปรับขึ้นทันที เพราะผู้ผลิตพยายามแบกรับภาระต้นทุน แต่ก็เริ่มมีปัญหาเรื่องการจัดส่งที่ล่าช้า เนื่องจากค่าขนส่งที่สูงขึ้น แม้แต่น้ำดื่มแบรนด์ท้องถิ่นยังเริ่มปรับราคาขึ้นมาใกล้เคียงกับแบรนด์ใหญ่เพราะต้นทุนขวดพลาสติก

    “สถานการ์ปัจจุบันอยู่ใสภาวะเงินเฟ้อและกำลังซื้อของผู้บริโภคเริ่มลดลง สังเกตดีๆ จะเห็นค่าเงินลดลงอย่างน้อย 20% เช่น เงิน 3,000 บาทที่เคยซื้อของได้ 300 ชิ้น ปัจจุบันอาจซื้อได้เพียง 220-280 ชิ้น พฤติกรรมผู้บริโภคก็เริ่มประหยัดมากขึ้น ลดการออกไปกินข้าวนอกบ้าน บางคนหันมาใช้รถไฟในการเดินทางแทนรถยนต์ส่วนตัวเนื่องจากประหยัดกว่ามาก”

    สถานการ์ดังกล่าวอาจเปรียบเทียบกับเศรษฐกิจได้ว่า เหมือนอยู่ใน “ห้อง ICU” ที่แม้จะพยายามฟื้นตัวแต่ยังไม่สามารถออกมาได้ ผู้ประกอบการค้าปลีก-ค้าส่ง ทั้งรายเล็กรายใหญ่ ตลอดจนร้านค้าในท้องถิ่นพยายามสำรองสินค้าไว้ให้มาก เพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความเชื่อมั่นและลดการตื่นตระหนก แต่ก็ ปฏิเสธไม่ได้ว่าต้นทุนเพิ่มขึ้นจริง และโปรโมชั่นจูงใจสำหรับผู้บริโภคก็กระตุ้นกำลังซื้อได้ยากขึ้น

    นายมิลินทร์ กล่าวว่า ในสภาวะเหล่านี้ผู้ประกอบการพยายามปรับตัวอย่างมาก ภาคธุรกิจเริ่มตัดสินใจลงทุนเรื่องโซลาเซลล์ และสนใจรถไฟฟ้า (EV) มากขึ้น เพื่อลดการพึ่งพิงน้ำมันในระยะยาว โดยประเมินเศรษฐกิจในไตรมาส 1 ภาพรวมค่อนข้างหนักเนื่องจากวิกฤตน้ำมันส่งผลกระทบที่รุนแรงและกว้างต่อทุกภาคส่วน คาดว่าตัวเลขในภาคธุรกิจการค้าน่าจะหายไปอย่างน้อย 10% และไตรมาสที่ 2 ยังคงหนักไม่ต่างกันหากราคาน้ำมันยังไม่ลดลง

    “แม้สถานการณ์ตะวันออกกลางจะยุติหรือหาข้อสรุปได้ แต่ช่วงเวลา 8 เดือน- 1 ปี หลังจากนี้ อาจเป็นช่วงระยะเวลาการฟื้นฟูผลกระทบจากวิกฤตพลังงานและแนวทางการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในคาบสมุทรอาหรับที่ได้รับความเสียหาย ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันยังคงอยู่ในระดับสูงและไม่สามารถกลับมาเป็นปกติได้ในทันที เชื่อว่าสถานการณ์จะเริ่มมีความชัดเจนดีขึ้นก็ต่อเมื่อความขัดแย้งยุติลงและเริ่มเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูจริง”

    อย่างไรก็ตาม คงไม่คาดหวังว่าทุกอย่างจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมภายในเร็ววัน เพราะสถานการณ์จะยังไม่คลี่คลาย ไม่แน่ว่าอาจต้องใช้เวลา 1-2 ปี กว่าระบบต่าง ๆ จะเริ่มเข้าที่เข้าทาง แต่ที่แน่ๆ ภาคธุรกิจจะได้รับความเสียหายถ้วนหน้า ส่วนภาคประชาชนยังคงต้องเผชิญกับสภาวะเงินเฟ้อ และต้นทุนการขนส่งที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

    เรื่องนี้อยากให้รัฐบาลขอความร่วมมือจากธนาคาร ให้ช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs โดยการ พักชำระหนี้หรือปลอดดอกเบี้ยเป็นเวลา 1-2 ปี เพื่อให้ธุรกิจมีโอกาสตั้งตัวได้จริง ๆ ไม่ใช่เพียงแค่การเลื่อนการเก็บหนี้ไปชั่วคราว ที่สำคัญควรเร่งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น โครงการคนละครึ่ง ส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานสำหรับพลังงานทางเลือก ทั้งนำนวัตกรรมอย่าง AI มาใช้เพื่อทางรอดของประเทศให้เร็วที่สุด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/marketing/656427&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Vmv9ZdE5jzYh1yBYrqFJl

  • เพจดังซัด “ไอซ์-ช่อ” ฉวยโอกาสโจมตีรัฐบาล เดินสำรวจตลาดท่าน้ำนนท์ ช่วงคนกลับบ้านสงกรานต์ มั่วนิ่มบอกเศรษฐกิจซบเซา ไม่คึกคัก | TOPNEWS

    เพจดังซัด “ไอซ์-ช่อ” ฉวยโอกาสโจมตีรัฐบาล เดินสำรวจตลาดท่าน้ำนนท์ ช่วงคนกลับบ้านสงกรานต์ มั่วนิ่มบอกเศรษฐกิจซบเซา ไม่คึกคัก | TOPNEWS

    12 เมษายน 2569 เพจจักรวาลด้อมส้ม โพสต์เฟซบุ๊กว่า ทุกคนคะ เทศกาลสงกรานต์ คนที่อยู่ในกรุงเทพและปริมณฑล เกือบครึ่งจะเดินทางกลับบ้านที่ต่างจังหวัด ทำให้ตลาดสดและร้านค้าต่างๆปิดชั่วคราว ค้าขายจึงบางตาเป็นเรื่องปกติทุกปี พี่ช่อและไอซ์ไปเดินตลาดแล้วบอกว่า ไม่คึกคักเหมือนเก่า อันนี้เทียบตอนไหน ชีวิตจริงเคยเดินตลาดจริงมั้ยคะ ?

    ทั้งนี้เพจเพจจักรวาลด้อมส้ม ยังได้แปะภาพในเพจของพรรคประชาชนโดยเป็นภาพของไอซ์ รักชนก ศรีแก้ว สส.บัญชีรานชื่อพรรคประชาชน และช่อ พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารมูลนิธิคณะก้าวหน้า ขณะเดินตลาดท่าน้ำนนท์พบปะประชาชน พร้อมระบุว่าการค้าขายบางตา ตลาดไม่คึกคักเหมือนเก่า พ่อค่าแม่ค้ายังต้องแบกภาระต้นทุน ขอรัฐบาลทบทวนมาตรการช่วยเหลือ ออกงบปี 70 ตัดลดโครงการไม่จำเป็น”

    ก่อนหน้านี้เพจพรรคประชาชนโพสต์ข้อความว่า วันนี้ รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน พร้อมด้วย พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารมูลนิธิคณะก้าวหน้า ร่วมเดินตลาดท่าน้ำนนท์พบปะประชาชน พร้อมพูดคุยสอบถามถึงสถานการณ์การจับจ่ายใช้สอย ในช่วงเทศกาลสงกรานต์และท่ามกลางสถานการณ์วิกฤติราคาน้ำมันในปัจจุบัน

    หลังจากที่ได้สำรวจและพูดคุยกับประชาชนในตลาด พรรณิการ์ระบุว่าสิ่งที่ได้พบเห็นจากการสำรวจครั้งนี้คือตลาดในช่วงนี้ไม่ได้คึกคักอย่างที่ควรจะเป็น ทั้งที่ปกติเช้าวันอาทิตย์ในช่วงสงกรานต์เป็นช่วงเวลาที่ผู้คนมักจะมาจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น

    ผู้ค้าในตลาดไม่ค่อยมีใครกล้าขึ้นราคาสินค้า เพราะสภาวะเศรษฐกิจแบบปัจจุบันก็แทบไม่มีลูกค้าอยู่แล้ว ถ้าขึ้นราคาก็เกรงว่าจะไม่มีคนซื้อ แม้วัตถุดิบหลายอย่างจะขึ้นราคา แต่ก็ยังคงต้องขายในราคาเท่าเดิม เช่น ร้านข้าวแกง ที่วัตถุดิบราคาขึ้นทุกอย่าง แต่ผู้ค้าก็ต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้นไว้เอง ไม่สามารถขึ้นราคาไปมากกว่านี้ได้

    ผักบางอย่างแม้จะปรับราคาสูงขึ้นตามฤดูกาลก็จริง แต่ผักบางรายการก็เห็นได้ชัดว่าขึ้นมาจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น โดยภาพรวมสรุปได้ว่าวัตถุดิบขึ้นราคาทุกอย่าง แต่ผู้ค้าก็ต้องตรึงราคาเอาไว้

    สภาวะเช่นนี้ยิ่งส่งผลให้เศรษฐกิจหดตัวมากขึ้น ประชาชนไม่กล้าจับจ่ายใช้สอยและเลือกที่จะเก็บหอมรอมริบ ประชาชนจำนวนมากสะท้อนว่ามาตรการบัตรสวัสดิการ 100 บาท 1 เดือน เป็นจำนวนที่น้อยเกินไป เข้าใจว่ารัฐบาลต้องพิจารณาสภาวะการคลัง แต่ขณะที่ประชาชนถูกเรียกร้องให้เข้าใจสภาวะการคลังของประเทศ แล้วรัฐบาลเข้าใจสภาวะการคลังประชาชนมากแค่ไหน

    สวัสดิการช่วยเหลือระยะสั้นควรพุ่งเป้า หาให้ได้ว่าใครจำเป็นที่ต้องได้รับความช่วยเหลือจริง ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกร ชาวประมง และกลุ่มเปราะบางต่างๆ แทนที่รัฐบาลจะบอกให้ประชาชนประหยัด รัฐบาลที่ต้องจัดทำงบประมาณต่างหากที่ควรประหยัด #เพราะประชาชนประหยัดจนไม่รู้จะประหยัดอย่างไรแล้ว

    โครงการที่ไม่จำเป็นควรชะลอ เอาเงินมาออกมาตรการระยะสั้นช่วยเหลือประชาชนดีกว่า รัฐบาลต้องพิจารณาตัวเองว่าทุกเวลาที่เสียไปคือเวลาที่ประชาชนเดือดร้อนยากลำบากขึ้นเรื่อย ๆ

    พรรณิการ์กล่าวว่า สิ่งที่ต้องพิจารณาเป็นพิเศษคือเรื่องของพลาสติก ที่ในขณะนี้ยังไม่ได้ขาดแคลน แต่กลับมีการขึ้นราคาอย่างผิดปกติจากฝั่งโรงงาน นี่คือเรื่องที่ผู้ค้ารายย่อยและระดับรากหญ้าเดือดร้อนกันมาก ไม่ใช่แค่เรื่องน้ำมันและพลังงานเท่านั้น

    ในส่วนของรักชนก ระบุว่าจากการสำรวจพบว่าสินค้าประเภทผลไม้ต้นทุนอาจยังไม่มีผลกระทบเท่าไหร่ บางรายการเป็นการปรับขึ้นบ้างตามฤดูกาล แต่สิ่งที่ผู้ค้าแทบทุกรายต้องใช้คือถุงพลาสติก รวมถึงหลายรายต้องใช้น้ำมันพืช

    สิ่งที่เห็นได้ชัดคือคนเดินตลาดน้อยลง จากสภาพเศรษฐกิจที่ประชาชนมีรายได้เท่าเดิมแต่รายจ่ายเพิ่มขึ้น กลายเป็นต้องซื้อของน้อยลง ซื้อเฉพาะเท่าที่จำเป็น สินค้าฟุ่มเฟือยก็ต้องซื้อลดลงไปตามลำดับ และทั้งที่เป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์ จะเห็นได้ชัดว่าคนที่กลับบ้านทางไกลลดลง รวมถึงการท่องเที่ยวที่บางครอบครัวที่เตรียมแผนเที่ยวช่วงสงกรานต์ไว้ก่อนหน้านี้ก็ต้องพับแผนไปโดยปริยาย

    รักชนก กล่าวว่า สิ่งที่รัฐบาลควรต้องพิจารณา โดยเฉพาะในช่วงที่กำลังจะมีการจัดทำงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ 2570 รัฐบาลควรต้องพิจารณาตัดลดงบประมาณหลายส่วนที่ยังสามารถชะลอได้ ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนในช่วงเวลานี้ เช่น งบก่อสร้าง ถนน ตึกต่างๆ เพราะสิ่งที่จำเป็นเร่งด่วนกว่าในขณะนี้คือชีวิตของประชาชน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1545257&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3azGsRrp5UxxNiEMiAa69L

  • นักท่องเที่ยวไทย-มาเลย์แห่เล่นน้ำสงกรานต์ เงินสะพัดทั่วเมือง | TOPNEWS

    นักท่องเที่ยวไทย-มาเลย์แห่เล่นน้ำสงกรานต์ เงินสะพัดทั่วเมือง | TOPNEWS

    นักท่องเที่ยวไทย-มาเลย์แห่เล่นน้ำสงกรานต์ เงินสะพัดทั่วเมือง

    • เผยแพร่ : 12/04/2026 17:51

    วันที่ 12 เม.ย. 2569 ด่านพรมแดนอำเภอเบตง จ.ยะลา คึกคัก นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียจำนวนมากเดินทางมายัง อ.เบตง ในช่วงวันสงกรานต์ ทำให้บรรยากาศการท่องเที่ยวในวันนี้ ตามร้านจำหน่ายอุปกรณ์ฉีดน้ำและร้านจำหน่ายเสื้อผ้าลายดอก มีนักท่องเที่ยวคึกคักมากเป็นพิเศษ ที่ด่านพรมแดนเบตง อ.เบตง จ.ยะลา ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับด่านบูกิตบือราปิต รัฐเปรัค ประเทศมาเลเซีย นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียต่างเดินทางเข้าประเทศไทยตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ทำให้บรรยากาศคึกคัก ทั้งนักท่องเที่ยวและรถบัสทัวร์ รถส่วนบุคคล ที่ต่างทยอยเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเพื่อร่วมเล่นน้ำสงกรานต์ที่ อ.เบตง อย่างต่อเนื่อง โดยมี พ.ต.ท.กฤตกรอิชณน์ คงขำ สารวัตรด่านตรวจคนเข้าเมืองเบตง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจจิตอาสา และทหารป้องกันชายแดน ได้มอบน้ำดื่ม อำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบเอกสารหนังสือเดินทาง ตรวจสอบประวัติบุคคลอย่างรัดกุม และเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตรวจคัดกรองนักท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์อย่างเข้มงวด เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในช่วงสงกรานต์ประมาณ 3,000 – 5,000 คนในวันนี้

    ด้านนายนรินทร์ เรืองวงศา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวอำเภอเบตง กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเดินทางท่องเที่ยวอำเภอเบตงอย่างต่อเนื่อง ห้องพักตามโรงแรม รีสอร์ท และโฮมสเตย์กว่า 4,000 ห้อง ถูกนักท่องเที่ยวจองไปแล้วกว่า 90% ขณะที่ร้านขายอุปกรณ์เล่นน้ำสงกรานต์ต่างมีนักท่องเที่ยวมาเลือกซื้อ พร้อมกับเสื้อลายดอกกันอย่างคึกคัก สร้างรายได้หมุนเวียนในพื้นที่กว่า 20 ล้านบาท จากการสอบถามนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเกี่ยวกับผลกระทบด้านพลังงาน นาย Razak เปิดเผยว่า รัฐบาลมาเลเซียมีเชื้อเพลิงเพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศตลอดเดือนเมษายนและพฤษภาคม โดยมีการอุดหนุนราคาน้ำมันและตรึงราคาเบนซิน RON95 ไว้ที่ 1.99 ริงกิตต่อลิตร เพื่อดูแลสวัสดิภาพประชาชน ทำให้ตนเลือกเดินทางมายัง อ.เบตง เพื่อร่วมเล่นน้ำสงกรานต์และรับประทานต้มยำกุ้งซึ่งเป็นอาหารโปรด

    โดยวันนี้ นายใช้ วงศ์นิตยลัภย์ นายกเทศมนตรีเมืองเบตง เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม ภายใต้โครงการเทศกาลดอกไม้บานและแสง สี เสียง เสน่ห์เมืองเบตง SONGKRAN ALOHA BETONG 2026 ซึ่งจัดขึ้นบริเวณหน้าหอนาฬิกาเทศบาลเมืองเบตง ใจกลางเมือง นับเป็นไฮไลต์สำคัญของเทศกาลสงกรานต์ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ ทำบุญตักบาตร สรงน้ำพระ รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ การแสดงทางวัฒนธรรม การแสดงดนตรีจากศิลปิน อุโมงค์น้ำยักษ์ และปาร์ตี้โฟมกลางเมือง โดยมีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียและประชาชนชาวไทยในพื้นที่เข้าร่วมเล่นน้ำกันอย่างคึกคัก ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนอบอ้าว และการดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดจากเจ้าหน้าที่

    เจษฎา สิริโยทัย ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.ยะลา

    SOCAIL 16-9_2o-Recovered-Recovered-Recovered

    11SOCAIL 16-9 copy

    ปากพนังสรงน้ำพระเกจิชื่อดัง 25 รูป รับสงกรานต์ เสริมสิริมงคลทั่วลุ่มน้ำ

    นักท่องเที่ยวไทย-มาเลย์แห่เล่นน้ำสงกรานต์ เงินสะพัดทั่วเมือง

    นักท่องเที่ยวแห่เล่นน้ำอุโมงค์ยักษ์ “ถนนข้าวดอกข่า2569” กลางเขาหลัก

    “ทัพเรือ” รุก Big Cleaning Day ปูพรมชายแดนจันทบุรี สกัดวงจรผิดกฎหมาย ย้ำชัดไม่ปล่อยให้ใครใช้ไทยเป็นฐานกระทำผิด

    จีนจัดเทศกาลสาดน้ำรุ่ยลี่หลากชาติพันธุ์ร่วมสนุกครึกครื้น

    CR450 ‘รถไฟหัวกระสุนจีน’ เร็วสุดในโลก กับบททดสอบสุดเข้ม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1545596&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1rYC_AKifqhdELYZpGM4_9

  • ข้ามหัวไล่ ชิงเต๋อ? จีน เสนอ 10 มาตรการเปิดท่องเที่ยว-การค้าจูงใจไต้หวัน หลังพบผู้นำก๊กมินตั๋ง

    ข้ามหัวไล่ ชิงเต๋อ? จีน เสนอ 10 มาตรการเปิดท่องเที่ยว-การค้าจูงใจไต้หวัน หลังพบผู้นำก๊กมินตั๋ง

    วันอาทิตย์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.44 น.

    12 เมษายน 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รัฐบาลจีนได้เปิดเผย 10 มาตรการใหม่เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์และสวัสดิการของประชาชนระหว่างสองฝั่งช่องแคบไต้หวัน เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการเยือนจีนของ เจิ้ง ลี่เหวิน ประธานพรรคก๊กมินตั๋ง (KMT) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านที่ใหญ่ที่สุดของไต้หวัน

    ภายหลังการพบปะระหว่าง นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน และ นางเจิ้ง ลี่เหวิน ประธานพรรคก๊กมินตั๋ง ทางการจีนได้อนุมัตินโยบายสำคัญเพื่อรื้อฟื้นความสัมพันธ์ในหลายมิติ เช่น เตรียมรื้อฟื้นโครงการนำร่องให้นักท่องเที่ยวแบบอิสระจากเซี่ยงไฮ้และมณฑลฝูเจี้ยนสามารถเดินทางไปเยือนไต้หวันได้อีกครั้ง 

    รวมถึงผลักดันการเปิดเที่ยวบินตรงระหว่างไต้หวันกับเมืองต่างๆ ในจีนอย่างเต็มรูปแบบ เช่น อุรุมชี, ซีอาน, ฮาร์บิน, คุนหมิง และหลานโจว และจัดตั้งกลไกผ่อนคลายมาตรฐานการตรวจสอบสินค้าเกษตรและประมงจากไต้หวัน เพื่ออำนวยความสะดวกในการส่งออกไปยังจีน

    นอกจากด้านเศรษฐกิจ จีนยังประกาศอนุญาตให้นำละครโทรทัศน์ สารคดี และแอนิเมชันจากไต้หวันเข้ามาฉายในประเทศได้ โดยมีเงื่อนไขว่าเนื้อหาเหล่านั้นจะต้อง “มีทิศทางที่ถูกต้อง มีเนื้อหาส่งเสริมสุขภาพ และมีการผลิตที่มีคุณภาพสูง”

    มาตรการทั้งหมดนี้ ถูกระบุว่า ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานทางการเมืองของการ คัดค้านการแยกตัวเป็นเอกราชของไต้หวัน โดยประธานพรรคก๊กมินตั๋ง ได้กล่าวย้ำในระหว่างการแถลงข่าว เรียกร้องให้คนรุ่นใหม่หลีกเลี่ยงสงครามด้วยการต่อต้านเอกราชไต้หวัน ซึ่งสอดคล้องกับถ้อยแถลงของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่ระบุว่าแนวโน้มที่พี่น้องทั้งสองฝั่งช่องแคบจะใกล้ชิดและรวมกันเป็นหนึ่งนั้นเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้

    พรรคก๊กมินตั๋งแสดงความยินดีต่อมาตรการดังกล่าว โดยระบุว่าสอดคล้องกับความคาดหวังของหลายภาคส่วนในไต้หวัน โดยระบุว่าเป็นของขวัญสำหรับประชาชนชาวไต้หวัน

    ทางด้านรัฐบาลไต้หวันภายใต้การนำของประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ ยังไม่ได้มีท่าทีตอบโต้โดยตรงในทันที

    ทั้งนี้ จีนยังคงปฏิเสธที่จะเจรจากับรัฐบาลปัจจุบันของไต้หวัน โดยตราหน้าว่าเป็นกลุ่ม “แบ่งแยกดินแดน” 

    494.gif

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/inter/958425&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0jjxgxHrucReavWNIwKbg_

  • คนไทยแห่กลับบ้าน-เที่ยวสงกรานต์ ดันยอดใช้รถไฟพุ่งกว่า 9.5 หมื่นรายในวันเดียว

    คนไทยแห่กลับบ้าน-เที่ยวสงกรานต์ ดันยอดใช้รถไฟพุ่งกว่า 9.5 หมื่นรายในวันเดียว

    คนไทยแห่กลับบ้าน-เที่ยวสงกรานต์ ดันยอดใช้รถไฟพุ่งกว่า 9.5 หมื่นรายในวันเดียว

    การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยภาพรวมการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำวันที่ 11 เมษายน 2569 พบว่า 

    มีผู้โดยสารใช้บริการรถไฟทั่วประเทศรวมทั้งสิ้น 95,309 คน แบ่งเป็นผู้โดยสารในขบวนรถปกติ จำนวน 94,545 คน และขบวนรถเสริมพิเศษ จำนวน 764 คน

    โดยเป็นผู้โดยสารขาเข้า จำนวน 42,859 คน และผู้โดยสารขาออก จำนวน 52,450 คน 

    สะท้อนให้เห็นถึงการเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดเทศกาลที่ยังคงคึกคักอย่างต่อเนื่อง

    ทั้งนี้ เส้นทางที่มีปริมาณผู้โดยสารหนาแน่นสูงสุด ได้แก่ สายใต้ จำนวน 34,714 คน

    รองลงมาคือสายตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 26,064 คน สายเหนือ จำนวน 17,693 คน สายตะวันออก จำนวน 10,157 คน

    สายมหาชัย จำนวน 5,529 คน และสายแม่กลอง จำนวน 1,152 คน ตามลำดับ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/656422&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2OKBLoSuce6oFaiR_PZtL7

  • ต้องแยกตั้ง “กระทรวงกีฬา” หากอยากพัฒนาคนไทย สู่ความเป็นเลิศ

    ต้องแยกตั้ง “กระทรวงกีฬา” หากอยากพัฒนาคนไทย สู่ความเป็นเลิศ

    ThaiPBS Icon©2024 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://policywatch.thaipbs.or.th/article/economy-238&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw34TN980KbNYdSIc2x7t-2c

  • การท่องเที่ยวสีเขียว (Net Zero Tourism) เที่ยวอย่างไรให้รักษ์โลก

    การท่องเที่ยวสีเขียว (Net Zero Tourism) เที่ยวอย่างไรให้รักษ์โลก

    การท่องเที่ยวสีเขียว (Net Zero Tourism) เที่ยวอย่างไรให้รักษ์โลก


    12/04/2569 | 57 |


    ในวันที่ธรรมชาติเริ่มส่งสัญญาณเตือนผ่านสภาพอากาศที่แปรปรวน อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยในปี 2026 จึงไม่ได้มุ่งเน้นแค่จำนวนตัวเลขนักท่องเที่ยวอีกต่อไป แต่กำลังก้าวสู่ยุค “Net Zero Tourism” หรือการท่องเที่ยวที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ เพื่อรักษาความงดงามของท้องทะเลและป่าไม้ให้ยั่งยืนตลอดไป

    หัวใจของการเป็น “นักท่องเที่ยวสีเขียว”

    การเที่ยวแบบรักษ์โลกไม่ใช่เรื่องยาก แต่คือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ ที่สร้างผลกระทบเชิงบวกที่ยิ่งใหญ่:

    1. เลือกที่พักที่มีหัวใจสีเขียว (Green Hotels) ปัจจุบันโรงแรมหลายแห่งในไทยหันมาใช้พลังงานสะอาดจากโซลาร์เซลล์ มีระบบบำบัดน้ำเสียที่มีประสิทธิภาพ และยกเลิกการใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง (Single-use plastic) การเลือกพักในสถานที่เหล่านี้คือการสนับสนุนธุรกิจที่รับผิดชอบต่อโลก

    2. การเดินทางที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Mobility) แทนที่จะเช่ารถยนต์ส่วนตัว ลองเปลี่ยนมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะ รถไฟฟ้า หรือการปั่นจักรยานชมเมือง นอกจากจะช่วยลดมลพิษแล้ว ยังทำให้เราได้สัมผัสวิถีชีวิตคนท้องถิ่นได้ใกล้ชิดขึ้น

    3. สนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ชุมชนที่ใช้วัตถุดิบในท้องถิ่น (Zero Kilometer Products) เพื่อลดรอยเท้าคาร์บอนจากการขนส่ง และช่วยให้รายได้กระจายสู่ชุมชนโดยตรง

    แหล่งท่องเที่ยวต้นแบบ Net Zero ในไทย

    ประเทศไทยมีหลายพื้นที่ที่เริ่มนำร่องโมเดลการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เช่น:

    • เกาะหมาก จังหวัดตราด ที่ประกาศตัวเป็นแหล่งท่องเที่ยว Low Carbon แห่งแรกของไทย เน้นกิจกรรมที่ไม่ใช้เครื่องยนต์

    • คุ้งบางกะเจ้า จังหวัดสมุทรปราการ“ปอดกลางกรุง” ที่ส่งเสริมการปั่นจักรยานและกิจกรรมเชิงเกษตรที่ช่วยกักเก็บคาร์บอน

    • ชุมชนบ้านไร่กองขิง จังหวัดเชียงใหม่ ชุมชนท่องเที่ยวที่เน้นการใช้สมุนไพรพื้นบ้านและวิถีชีวิตแบบ Zero Waste

       เที่ยวแบบ “ได้” มากกว่า “เสีย”

    การท่องเที่ยวสีเขียวไม่ได้หมายถึงการประหยัดจนขาดความสนุก แต่มันคือการท่องเที่ยวที่ทำให้เรา “ได้” สัมผัสธรรมชาติที่บริสุทธิ์ “ได้” ความภูมิใจที่ได้ดูแลโลก และส่งมอบโลกที่สวยงามนี้ให้กับนักเดินทางรุ่นต่อไป


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/492708&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3sXnb8-Io2R-hV8tJxd0HI

  • ไชโยจัดใหญ่! “มหัศจรรย์หาดพ่อพระราม วิถีสายน้ำแห่งไชโย” กระตุ้นท่องเที่ยวชุมชน

    ไชโยจัดใหญ่! “มหัศจรรย์หาดพ่อพระราม วิถีสายน้ำแห่งไชโย” กระตุ้นท่องเที่ยวชุมชน

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/141213&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1mBZBLPanEAXIknjrsKu_r

  • วันหยุดแรกสงกรานต์คนใช้ระบบรางกว่า 1 ล้านคน-เที่ยวต่ำคาด 12%

    วันหยุดแรกสงกรานต์คนใช้ระบบรางกว่า 1 ล้านคน-เที่ยวต่ำคาด 12%

    นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) เปิดเผยข้อมูลภาพรวมการเดินทางด้วยระบบรางประจำวันเสาร์ที่ 11 เมษายน 2569 ซึ่งเป็นวันที่สองของแผนอำนวยความสะดวกและปลอดภัยรองรับการเดินทางของประชาชนช่วงเทศกาล สงกรานต์ 2569 ของกระทรวงคมนาคม ระหว่างวันที่ 1019 เมษายน 2569 และเป็นวันหยุดวันแรกของช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 โดยบรรยากาศการเดินทางยังคงคึกคักต่อเนื่องจากวันก่อนหน้า ประชาชนใช้บริการระบบรางอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเดินทางกลับภูมิลำเนา ควบคู่กับการท่องเที่ยวและเข้าร่วมกิจกรรมในหลายพื้นที่ ส่งผลให้มีปริมาณการเดินทางรวมทั้งสิ้น 1,008,625 คน-เที่ยว (ต่ำกว่าประมาณการร้อยละ 11.42) แบ่งเป็น

    วันหยุดแรกสงกรานต์คนใช้ระบบรางกว่า 1 ล้านคน-เที่ยวต่ำคาด 12% ทั้งรฟท.-รถไฟฟ้าในเมือง

    – รถไฟระหว่างเมือง (รฟท.) มีผู้ใช้บริการรวม 95,309 คน-เที่ยว (ต่ำกว่าประมาณการร้อยละ 13.19) โดยเป็นผู้โดยสารขาออก 52,450 คน-เที่ยว และขาเข้า 42,859 คน-เที่ยว แบ่งเป็นผู้โดยสารเชิงพาณิชย์ 43,365 คน-เที่ยว และเชิงสังคม 51,944 คน-เที่ยว

    มีการจัดขบวนรถให้บริการรวม 210 เที่ยว (รวมขบวนพิเศษช่วยการโดยสาร 4 เที่ยว ได้แก่ สายเหนือ เชียงใหม่ กรุงเทพอภิวัฒน์ 1 ขบวน สายตะวันออกเฉียงเหนือ กรุงเทพอภิวัฒน์ นครราชสีมา กรุงเทพอภิวัฒน์ 2 ขบวน และสายใต้ ยะลา กรุงเทพอภิวัฒน์ 1 ขบวน)

    โดยเส้นทางที่มีผู้ใช้บริการสูงสุด ได้แก่ สายใต้ รองลงมาคือ สายตะวันออกเฉียงเหนือ สายเหนือ สายตะวันออก และสายมหาชัย/แม่กลอง ตามลำดับ โดยมีรายละเอียดดังนี้

    สายใต้: 34,714 คน-เที่ยว (ขาออก 17,204 คน-เที่ยว / ขาเข้า 17,510 คน-เที่ยว) รวม 63 ขบวน

    สายตะวันออกเฉียงเหนือ: 26,064 คน-เที่ยว (ขาออก 15,910 คน-เที่ยว / ขาเข้า 10,154 คน-เที่ยว) รวม 48 ขบวน

    สายเหนือ: 17,693 คน-เที่ยว (ขาออก 9,990 คน-เที่ยว / ขาเข้า 7,703 คน-เที่ยว) รวม 33 ขบวน

    สายตะวันออก: 10,157 คน-เที่ยว (ขาออก 5,978 คน-เที่ยว / ขาเข้า 4,179 คน-เที่ยว) รวม 24 ขบวน

    สายมหาชัยและสายแม่กลอง: 6,681 คน-เที่ยว (ขาออก 3,368 คน-เที่ยว/ ขาเข้า 3,313 คน-เที่ยว) รวม 42 ขบวน

    – ระบบรถไฟฟ้า

    มีผู้ใช้บริการรวม 913,316 คน-เที่ยว (ต่ำกว่าประมาณการร้อยละ 11.23) โดยภาพรวมสามารถให้บริการได้ตามแผน และไม่มีเหตุขัดข้อง โดยมีรายละเอียด ดังนี้

    สายสีเขียว: 451,368 คน-เที่ยว ให้บริการ 1,088 เที่ยว (สายสุขุมวิท 750 เที่ยว และสายสีลม 338 เที่ยว)

    สายสีน้ำเงิน: 266,771 คน-เที่ยว ให้บริการ 318 เที่ยว

    ARL: 52,150 คน-เที่ยว ให้บริการ 174 เที่ยว

    สายสีม่วง: 35,357 คน-เที่ยว ให้บริการ 232 เที่ยว

    สายสีเหลือง: 31,553 คน-เที่ยว ให้บริการ 216 เที่ยว

    สายสีแดง: 25,409 คน-เที่ยว ให้บริการ 294 เที่ยว (เส้นทางสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์รังสิต 178 เที่ยว และ ตลิ่งชัน 116 เที่ยว)

    สายสีทอง: 12,838 คน-เที่ยว (สูงกว่าประมาณการร้อยละ 60.48 ให้บริการ 220 เที่ยว (รวมรถเสริม 3 เที่ยว รองรับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาร่วมกิจกรรมเทศกาลสงกรานต์ ณ ศูนย์การค้าไอคอนสยาม )

    นายพิเชฐ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในวันหยุดแรกของเทศกาลสงกรานต์ นอกจากการเดินทางกลับภูมิลำเนาแล้ว พบว่ามีประชาชนเดินทางออกต่างจังหวัดต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ และยังพบว่าประชาชนเริ่มออกมาร่วมกิจกรรมเทศกาลในหลายพื้นที่มากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ส่งผลให้สถานีรถไฟฟ้าบางแห่งที่ตั้งอยู่ใกล้พื้นที่จัดงานมีผู้ใช้บริการหนาแน่นเป็นพิเศษในบางช่วงเวลา

    ขร. จึงได้กำชับผู้ให้บริการรถไฟฟ้าทุกสาย จัดเตรียมแผนและมาตรการบริหารจัดการฝูงชน (Crowd Control) อย่างเข้มงวด โดยเน้นการจัดระเบียบการเข้าออกสถานี การเพิ่มเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวก และการบริหารจัดการการระบายผู้โดยสาร เพื่อป้องกันความแออัด ลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุจากการเบียดเสียดหรือพลัดตกราง พร้อมขอความร่วมมือผู้ใช้บริการหลีกเลี่ยงการยืนใกล้ขอบชานชาลาหรือขอบสถานีและยืนรอรถไฟฟ้าหลังเส้นสีเหลืองตลอดเวลา และเทน้ำลงในภาชนะที่ทางผู้ให้บริการจัดเตรียมไว้ก่อนเข้าระบบรถไฟฟ้า ทั้งนี้ หากพบเห็นบุคคลที่มีพฤติกรรมเสี่ยงหรือตกอยู่ในสภาวะที่ไม่พร้อมในการเดินทางบนชั้นชานชาลา ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ประจำสถานีทันที เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือและป้องกันเหตุได้อย่างทันท่วงที เพื่อให้การเดินทางในช่วงเทศกาลเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและปลอดภัย

    นายพิเชฐ กล่าวเพิ่มเติมว่า คาดว่าการเดินทางในวันนี้จะยังคงมีผู้ใช้บริการรถไฟระหว่างเมืองอย่างต่อเนื่อง โดย รฟท. ได้พ่วงตู้โดยสารเพิ่มเติมในขบวนที่มีผู้โดยสารหนาแน่น และเตรียมขบวนรถพิเศษช่วยการโดยสารเพิ่มอีก 3 ขบวน สำหรับรองรับการเดินทางออกจากกรุงเทพมหานคร ได้แก่

    ขบวนที่ 973 กรุงเทพอภิวัฒน์ นครราชสีมา เวลา 09.20 น.

    ขบวนที่ 5 กรุงเทพอภิวัฒน์ เชียงใหม่ เวลา 19.05 น.

    ขบวนที่ 983 กรุงเทพอภิวัฒน์ ยะลา เวลา 19.30 น.

    ทั้งนี้ จากการติดตามสถานการณ์ในเส้นทางรถไฟ พบว่ายังคงมีบางพื้นที่ที่มีการนำเศษหิน เศษไม้ หรือสิ่งของไปวางกีดขวางบนทางรถไฟ รวมถึงเหตุการณ์ไฟไหม้หญ้าหรือการเผาขยะในพื้นที่ใกล้เขตทางรถไฟ ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมที่อันตรายอย่างยิ่งและอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงถึงขั้นขบวนรถตกรางแล้ว กลุ่มควันยังส่งผลกระทบต่อทัศนวิสัยในการขับขี่ของพนักงานขับรถ และความร้อนอาจสร้างความเสียหายต่อระบบอาณัติสัญญาณและระบบสื่อสารริมทาง ซึ่งล้วนส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้โดยสารจำนวนมาก

    ขร. จึงขอเตือนให้หยุดพฤติกรรมดังกล่าวโดยเด็ดขาด ทั้งการกีดขวางบนทางรถไฟและการจุดไฟเผาในเขตทางหรือพื้นที่ใกล้เคียงเส้นทางรถไฟ และขอความร่วมมือช่วยกันเฝ้าระวัง หากพบเห็นการกระทำลักษณะนี้ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที เนื่องจากเป็นความผิดตามกฎหมายและมีโทษทางอาญา ทั้งนี้ ได้กำชับให้ รฟท. เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราและเฝ้าระวังในจุดเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุที่อาจกระทบต่อความปลอดภัยของระบบรางในช่วงเทศกาล

    นายพิเชฐ กล่าวปิดท้ายว่า กรมการขนส่งทางรางได้กำชับผู้ให้บริการระบบรางทุกหน่วยงาน ให้รักษามาตรฐานความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด พร้อมเตรียมความพร้อมด้านขบวนรถ บุคลากร และแผนรองรับสถานการณ์ต่าง ๆ เพื่อให้สามารถรองรับการเดินทางของประชาชนได้อย่างเพียงพอและต่อเนื่องตลอดช่วงเทศกาล พร้อมกันนี้ ขอความร่วมมือประชาชนให้เผื่อเวลาในการเดินทาง ตรวจสอบข้อมูลเที่ยวรถล่วงหน้า รวมถึงดูแลรักษาสุขภาพและดื่มน้ำสะอาดอย่างสม่ำเสมอเพื่อรับมือกับสภาพอากาศที่ร้อนจัดและป้องกันภาวะโรคลมแดด (Heat Stroke) ตลอดจนปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด และหลีกเลี่ยงการกระทำที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อระบบราง โดยเฉพาะการเข้าใกล้เขตทางรถไฟหรือวางสิ่งของกีดขวางบนราง ซึ่งอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงและมีความผิดตามกฎหมาย เพื่อให้การเดินทางในช่วงสงกรานต์เป็นไปด้วยความปลอดภัย เรียบร้อย และราบรื่น พร้อมได้ใช้เวลาอย่างมีความสุขร่วมกับครอบครัว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/iq01/12806356&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1GqXnAn4dAoYD3krL6X7-Z

  • ด่านเบตง! คึกคักชาวมาเลเซียแห่เดินทางมาเล่นน้ำเทศกาลสงกรานต์

    ด่านเบตง! คึกคักชาวมาเลเซียแห่เดินทางมาเล่นน้ำเทศกาลสงกรานต์

    ด่านพรมแดนอำเภอเบตง จ.ยะลา คึกคัก นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย จำนวนมากเดินทางมายัง อ.เบตง จ.ยะลา  ในช่วงวันสงกรานต์ ทำให้บรรยากาศการท่องเที่ยวในวันนี้ ตามร้านจำหน่ายอุปกรณ์ฉีดน้ำร้านจำหน่ายเสื้อผ้าลายดอก มีนักท่องเที่ยวคึคักมากเป็นพิเศษ

    12 เมษายน  2569 – ที่ ด่านพรมแดนเบตง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับด่านบูกิตบือราปิต รัฐเปรัค ประเทศมาเลเซีย นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย ต่างเดินทางเข้าประเทศไทยตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ทำให้บรรยากาศคึกคัก ทั้งนักท่องเที่ยวและรถบัสทัวร์ รถส่วนบุคคล ที่ต่างทยอยเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเพื่อร่วมเล่นน้ำสงกรานต์ที่ อ.เบตง จ.ยะลา อย่างต่อเนื่อง โดยมี พ.ต.ท.กฤตกรอิชณน์ คงขำ สารวัตรด่านตรวจคนเข้าเมืองเบตง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจจิตอาสา  ทหารป้องกันชายแดน  ได้มอบน้ำดื่ม อำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว ที่เดินทางมายังด่านพรมแดนเบตงในช่วงเทศกาลสงกรานต์  พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบเอกสารหนังสือเดินทาง ตรวจสอบประวัติบุคคลอย่างรัดกุม  และการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตรวจคัดกรองนักท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์อย่างเข้มงวด  เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในช่วงสงกรานต์ประมาณ 3,000 – 5,000 คน ในวันนี้

    ด้านนายนรินทร์ เรืองวงศา  นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวอำเภอเบตง กล่าวว่า ในช่วงนี้เทศกาลสงกรานต์ปีนี้ นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเดินทางท่องเที่ยวอำเภอเบตงอย่างต่อเนื่อง ห้องพักตามโรงแรม รีสอร์ท โฮมสเตย์ กว่า 4,000 ห้อง  ถูกนักท่องเที่ยวจองไปแล้ว กว่า 90%  ขณะที่ตามร้านขายอุปกรณ์เล่นน้ำสงกรานต์ต่างมีนักท่องเที่ยวมาเลือกซื้อ ไปกับการเลือกซื้อเส้อลายดอกเพื่อใส่น้ำสงกรานต์กันอย่างคึกคัก สร้างรายได้เข้าในพื้นที่กว่า 20 ล้านบาท 

    จากการสอบถามนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียในช่วงวิกฤตพลังงานกระทบต่อการเดินทางอย่างไรบ้าง  นาย Razak บอกว่า รัฐบาลมาเลเซียมีเชื้อเพลิงเพียงพอที่จะตอบสนองความต้องการภายในประเทศตลอดทั้งเดือน เม.ย.และ พ.ค. รัฐบาลมาเลเซียได้อุดหนุนราคาน้ำมัน โดยตรึงราคาน้ำมันเบนซิน RON95 ไว้ที่ 1.99 ริงกิตต่อลิตร สำหรับพลเมืองมาเลเซียได้ใช้อย่างต่อเนื่อง รัฐบาลมาเลเซียให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกคือสวัสดิภาพของประชาชน ตนจึงเลือกเติมน้ำมันที่ถูกที่สุดในการเดินทางมายัง อ.เบตง  เพื่อมาเล่นน้ำช่วงสงกรานต์และมาทานอาหารต้มยำกุ้งของโปรดของตน

    โดยวันนี้ นายใช้ วงศ์นิตยลัภย์ นายกเทศมนตรีเมืองเบตง เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม ภายใต้โครงการเทศกาลดอกไม้บานและแสง สี เสียง เสน่ห์เมืองเบตง SONGKRAN ALOHA BETONG 2026 โดยจัดขึ้นที่บริเวณหน้าหอนาฬิกาเทศบาลเมืองเบตง ใจกลางเมือง นับเป็นไฮไลต์สำคัญของเทศกาลสงกรานต์ของ อ.เบตง ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยมีกิจกรรมภายในงาน ทําบุญตักบาตร สรงน้ำพระ รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ การแสดงทางวัฒนธรรม การแสดงดนตรีจากศิลปิน อุโมงค์น้ำยักษ์และปาร์ตี้โฟมกลางเมือง  โดยมีนักท่องเที่ยวซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวมาเลเซียที่เดินทางจากมาเลเซียมายัง อ.เบตง เพื่อมาร่วมเล่นน้ำสงกรานต์รวมทั้งประชาชนชาวไทยในพื้นที่ร่วมเล่นน้ำสงกรานต์กันอย่างคึกคักโดยวันนี้เป็นวันแรกนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียและชาวไทยต่างทยอทเดินทางมาร่วมเล่นน้ำสงกรานต์มากขึ้นท่ามกลางอากาศร้อนอบอ้าวและการดูแลความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่อย่างเข้มงวด

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/district-news/979107/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1f-GkiD15Dt37zhT42Cv7A