Blog

  • ม.อุบลฯ คว้า 4 รางวัลการประกวดผลงาน CWIE ระดับเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษา’69

    ม.อุบลฯ คว้า 4 รางวัลการประกวดผลงาน CWIE ระดับเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษา’69

    วันอังคาร ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

    มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี โดย ดร.อนุสรณ์ บรรเทิง ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายสารสนเทศทางการศึกษา และคณะ นำนักศึกษาผู้แทนมหาวิทยาลัยฯ เข้าร่วมโครงการนิทรรศการและประกวดผลงานสหกิจศึกษาและการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงาน (CWIE) ดีเด่น ระดับเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ประจำปี 2569 โดยผลงานนักศึกษาสามารถสร้างชื่อเสียงในการประกวด คว้า 4 รางวัล รางวัลชนะเลิศ 2 รางวัล  และรองชนะเลิศ 2 รางวัล มีสถาบันเครือข่ายอุดมศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง จำนวน 9 สถาบัน เข้าร่วมนำเสนอผลงาน ในรูปแบบออนไลน์ และแบบ Onsite นำผลงานเข้าประกวด 2 ประเภท ได้แก่ การนำเสนอแบบปากเปล่า (Oral Presentation) จำนวน 40 ผลงาน และการนำเสนอแบบโปสเตอร์ (Poster Presentation) จำนวน 26 ผลงาน  ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา

    ดร.อนุสรณ์ บรรเทิง ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายสารสนเทศทางการศึกษา กล่าวว่า โครงการฯนับเป็นเวทีส่งเสริมให้นักศึกษาได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้และนำเสนอผลงาน เสริมสร้างประสบการณ์และทักษะการสื่อสารเชิงวิชาการในระดับเครือข่าย รวมถึงการประยุกต์ใช้นวัตกรรมในการดำเนินงานสหกิจศึกษาและการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงานของนักศึกษา ตลอดจนเปิดเวทีให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถ่ายทอดประสบการณ์ระหว่างสถานศึกษาและสถานประกอบการ

    ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี นำนักศึกษาเข้านำเสนอผลงาน และสามารถคว้ารางวัลดีเด่น จำนวน 4 รางวัล ชนะเลิศ 2 รางวัล  และ รองชนะเลิศ 2 รางวัลดังนี้ ประเภทโปสเตอร์ : รางวัลชนะเลิศ ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีดีเด่น ได้แก่  น.ส.สาริกา วาโยบุตร  สาขาวิชาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม คณะวิทยาศาสตร์ ผลงาน การลดปริมาณไนโตรรวม (TKN) ในน้ำทิ้งก่อนเข้าสู่ระบบบำบัดส่วนกลาง , รางวัลชนะเลิศ ด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ดีเด่น ได้แก่ น.ส.มณฑาภู มูลสาร สาขาวิชาภาษาอังกฤษเพื่อธุรกิจในยุคดิจิทัล คณะศิลปะศาสตร์ ผลงาน แผนที่นำทางภายในโรงแรม (In-house Navigator)

    ประเภท Oral Presentation : รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ดีเด่น ได้แก่ น.ส.มินตรา หงศรีเมือง ️สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์ ผลงาน การเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการรวบรวมข้อมูลจัดทำบัตรพนักงานด้วยระบบ Google Workspace: กรณีศึกษา Savan Park Office และบริษัทในเขต Zone C สปป.ลาว , รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1ด้านนานาชาติดีเด่น ได้แก่  น.ส.ญาณัจฉรา วิเชียรธวัชชัย สาขาวิศวกรรมเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์ ผลงาน  Co-ZIF-67 Decorated MXene Nanocomposite as a Catalyst for Peroxymonosulfate Activation in the Degradation of Methylene Blue

    นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จ ของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ที่สะท้อนถึงศักยภาพของนักศึกษาและการขับเคลื่อนการจัดการศึกษารูปแบบ CWIE ที่มุ่งเน้นการบูรณาการองค์ความรู้สู่การปฏิบัติจริง พร้อมพัฒนาทักษะและนวัตกรรมเพื่อการทำงานในอนาคตอย่างมีคุณภาพ

    494.gif

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    จาก ‘DNA เมือง’ สู่พลังแห่งการเรียนรู้ ม.อุบลฯ ปักหมุด ‘UBU Academy’ ชูธง UBON The Healing City

    มรภ.สุรินทร์ เป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมนิทรรศการและการประกวดผลงาน CWIE

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/958116&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw14-moWnMIBqMFH2et45HeJ

  • ‘มหิดล’ ผนึกพันธมิตรธุรกิจ ปั้นโมเดลแห่งอนาคต ดึงนักลงทุน-กู้เศรษฐกิจ

    ‘มหิดล’ ผนึกพันธมิตรธุรกิจ ปั้นโมเดลแห่งอนาคต ดึงนักลงทุน-กู้เศรษฐกิจ

    ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า มหาวิทยาลัยมหิดลประกาศยุทธศาสตร์ยกระดับการศึกษาและงานวิจัย ปี 2569 เพื่อส่งต่อความสำเร็จสู่การพัฒนาประเทศ ชูโมเดล “MU SYNERGY: Real World Impact in Action” แนวทางการดำเนินงานที่มุ่งปลดล็อกทุกข้อจำกัดของงานวิจัย เน้นลงมือทำจริง และเร่งเปลี่ยนองค์ความรู้สู่ผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้ 

    พร้อมเปิดความก้าวหน้าของ 5 ไฮไลต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ (New S-Curve) ได้แก่ การพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์ (Medical AI) การสร้างโรงงานยามีชีวิต (ATMU) การปลูกถ่ายอวัยวะข้ามสายพันธุ์ (Xenotransplantation) อุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต (Future Food Industry) และการปฏิรูปการศึกษา(Next-Gen Education) 

    ทั้ง 5 ด้านที่กล่าวมามีศักยภาพในการสร้าง New S-Curve ให้กับประเทศ เสริมโอกาสใหม่ท่ามกลางความท้าทายของสถานการณ์เศรษฐกิจทั่วโลก และช่วยดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง

    “ท่ามกลางวิกฤตความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ สงครามที่ยืดเยื้อ และความผันผวนของราคาพลังงานที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและค่าครองชีพทั่วโลก ประเทศไทยจำเป็นต้องมีภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจ ที่แข็งแกร่งและพึ่งพาตนเองโดยในปี 2569 มหาวิทยาลัยมหิดลได้ก้าวเข้าสู่ระยะที่ 2 ของยุทธศาสตร์ ‘Real World Impact’ ภายใต้แนวคิด ‘MU SYNERGY: Real World Impact in Action’ เน้นการลงมือทำจริงและการผนึกกำลังกับภาคเอกชนให้เข้มข้นยิ่งขึ้น”

    ทั้งมุ่งปลดล็อกข้อจำกัดทางวิชาการ ยกระดับความร่วมมือกับภาคเอกชน และเปลี่ยนงานวิจัยให้เป็นอาวุธทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้จริง เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ ช่วยเพิ่มมูลค่า GDP และขับเคลื่อนประเทศ โดยขับเคลื่อนผ่าน 5 เสาหลักที่ออกแบบเพื่อสร้างผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน ได้แก่

    ‘มหิดล’ ผนึกพันธมิตรธุรกิจ ปั้นโมเดลแห่งอนาคต ดึงนักลงทุน-กู้เศรษฐกิจ

    ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร กล่าวว่า การพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์ (Medical AI) ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะด้านสาธารณสุขของประเทศสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับผู้นำเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง NVIDIA และ บริษัท สยาม เอไอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ในการลงทุนเทคโนโลยีประมวลผลประสิทธิภาพสูง NVIDIA H200 เพื่อสร้าง Health Data Lake และระบบ AI วิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพหลายมิติ ตั้งแต่ระดับพันธุกรรมจนถึงข้อมูลรายบุคคล การดำเนินการที่ผ่านมา

    อาทิ ระบบวิเคราะห์ภาพเอกซเรย์ปอดที่มีความแม่นยำสูงถึง 98% ซึ่งปัจจุบันถูกนำไปใช้งานจริงในโรงพยาบาลกว่า 700 แห่ง ทั่วประเทศ ครอบคลุมการดูแลผู้ป่วยกว่า 7.4 ล้านราย และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้มากกว่า 200 ล้านบาท สะท้อนถึงความสำเร็จในการเปลี่ยน Big Health Data ให้เป็นความแม่นยำในการรักษา (Precision Medicine) และยกระดับการแพทย์เชิงป้องกันอย่างเป็นรูปธรรม

    สำหรับการสร้างโรงงานยา (ATMU) เป็นการยกระดับประเทศไทยสู่ “ฐานการผลิตยาชีววัตถุและยีนบำบัดแห่งอนาคต” พลิกโครงสร้างอุตสาหกรรมการแพทย์จากประเทศผู้นำเข้า สู่การเป็นผู้พัฒนาและผลิตเทคโนโลยีการรักษาขั้นสูงด้วยตนเอง ลดการไหลออกของเม็ดเงินจากการนำเข้ายามูลค่าสูง พร้อมเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยไทยเข้าถึงการรักษาโรคซับซ้อน เช่น มะเร็งและโรคหายาก ในต้นทุนที่เหมาะสมมากขึ้น

    ทั้งนี้ โครงการ ATMU เป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างมหาวิทยาลัยมหิดล บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัดและบริษัทเอกชนชั้นนำ ภายใต้งบลงทุนกว่า 1,300 ล้านบาท ผ่านการพัฒนาโมเดล Twin Facility ที่เชื่อมงานวิจัยสู่การผลิตเชิงพาณิชย์อย่างครบวงจร ตั้งแต่ห้องแล็บสู่โรงงานพร้อมกันนี้ ยังเป็นการสร้าง New S-Curve ให้เศรษฐกิจไทยในอุตสาหกรรมชีวเวชภัณฑ์ (Biopharmaceuticals) ที่มีมูลค่าสูงและเติบโตต่อเนื่องในระดับโลก โดยมุ่งพัฒนาเทคโนโลยีการรักษาขั้นสูง เช่น CAR T-Cell เพื่อวางประเทศไทยให้เป็นหนึ่งในฐานการผลิตและพัฒนานวัตกรรมการแพทย์ของภูมิภาคในอนาคต

    ‘มหิดล’ ผนึกพันธมิตรธุรกิจ ปั้นโมเดลแห่งอนาคต ดึงนักลงทุน-กู้เศรษฐกิจ

    ขณะที่การปลูกถ่ายอวัยวะข้ามสายพันธุ์ (Xenotransplantation) การเปิดพรมแดนใหม่ของระบบสาธารณสุขไทย ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีปลูกถ่ายอวัยวะข้ามสายพันธุ์เพื่อปลดล็อกวิกฤตการขาดแคลนอวัยวะ ที่เป็นหนึ่งในข้อจำกัดสำคัญของการรักษาโรคระยะรุนแรงในประเทศไทยและทั่วโลก 

    โดยมุ่งพัฒนา “ไตหมูตัดต่อยีน” เป็นต้นแบบสำหรับการปลูกถ่ายในมนุษย์ ซึ่งหากสำเร็จ จะเปลี่ยนโอกาสรอดชีวิตของผู้ป่วย ให้เข้าถึงการรักษาได้จริง โครงการนี้ไม่เพียงเป็นก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ แต่คือการวางรากฐาน “ระบบอวัยวะทางเลือก” (Alternative Organ Supply) ให้กับประเทศในระยะยาว ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการล้างไตที่สูงกว่า 16,000 ล้านบาทต่อปี และเพิ่มคุณภาพชีวิตให้ผู้ป่วยหลายแสนราย 

    ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยมหิดลร่วมกับพันธมิตรภาคเอกชนชั้นนำ อาทิ เบทาโกร (Betagro) และเอนซีโน (Nzeno) ลงทุนกว่า 1,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีตั้งแต่ Advanced Genetic Engineering ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานด้าน Biosecurity ระดับสูง พร้อมเตรียมจัดตั้งโรงเรือนปลอดเชื้อพิเศษ (DPF) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการวิจัย และเป็นก้าวเร่งสู่การทดลองในมนุษย์ระดับคลินิกภายในระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี ความก้าวหน้านี้จึงไม่เพียงยกระดับขีดความสามารถทางการแพทย์ของไทย แต่ยังวางตำแหน่งประเทศในฐานะผู้เล่นใหม่ในเทคโนโลยีการแพทย์ขั้นสูงที่มีศักยภาพแข่งขันในเวทีโลก

    ‘มหิดล’ ผนึกพันธมิตรธุรกิจ ปั้นโมเดลแห่งอนาคต ดึงนักลงทุน-กู้เศรษฐกิจ

    อุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต (Future Food Industry) มหาวิทยาลัยมหิดลขับเคลื่อนนวัตกรรมอาหารเพื่อเศรษฐกิจมูลค่าสูง ต่อยอดจากความหลากหลายทางชีวภาพของไทยให้เป็นสินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์ ผ่านโครงการ ‘SAI Mahidol’ ซึ่งเป็นความร่วมมือกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ในการพัฒนาพื้นที่ยุทธศาสตร์กว่า 13 ไร่ ให้เป็นศูนย์กลางการผลิตสารสกัดมูลค่าสูง (Active Ingredients) จากวัตถุดิบไทย โดยเฉพาะเห็ดและสมุนไพร เพื่อป้อนอุตสาหกรรมอาหารและสุขภาพระดับโลก 

    มีต้นแบบความสำเร็จอย่าง นิวทริโฟล (Nutriflow) ผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหาร (Meal Replacement) นวัตกรรมจากสถาบันโภชนาการที่เทคโนโลยี AdaptiveFlow ช่วยปรับเนื้อสัมผัสให้เหมาะสมกับการเคี้ยวและการกลืน ตอบโจทย์สังคมสูงวัยและผู้มีข้อจำกัดด้านโภชนาการอย่างตรงจุด ซึ่งปัจจุบันสามารถสร้างผลลัพธ์เชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรมด้วยยอดจำหน่ายสะสมกว่า 21 ล้านบาท และมีอัตราการเติบโตแบบก้าวกระโดดกว่า 100%ฯลฯ 

    สะท้อนถึงศักยภาพในการยกระดับห่วงโซ่มูลค่าจากภาคเกษตรสู่ธุรกิจนวัตกรรม และขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคตในระดับสากลในการพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์ตลาดสุขภาพและสังคมสูงวัย พร้อมยกระดับห่วงโซ่มูลค่าจากภาคเกษตรสู่ธุรกิจนวัตกรรม และขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคตในระดับสากล

    ‘มหิดล’ ผนึกพันธมิตรธุรกิจ ปั้นโมเดลแห่งอนาคต ดึงนักลงทุน-กู้เศรษฐกิจ

    ด้านการปฏิรูปการศึกษาเพื่อเศรษฐกิจใหม่ (Next-Gen Education) เพื่อยกระดับทุนมนุษย์ให้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดของประเทศ พร้อมสร้างกำลังคนทักษะสูงที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมแห่งอนาคต และเป็นปัจจัยชี้ขาดในการดึงดูดการลงทุนจากทั่วโลก โดยในปีนี้มหาวิทยาลัยมหิดลเดินหน้าปฏิรูปการศึกษาเชิงระบบผ่านโมเดลการเรียนรู้แบบ CWIE (Cooperative and Work-Integrated Education) ที่ผสานการเรียนเข้ากับการทำงานจริงตั้งแต่วันแรก ทำให้ผู้เรียนไม่เพียงเรียนรู้ แต่ยังทำงานเป็นทันทีที่จบการศึกษา 

    พร้อมกันนี้ ยังเชื่อมโยงกับพันธมิตรระดับโลกกว่า 140 แห่ง เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ทำงานบนโจทย์จริงในภาคอุตสาหกรรม ควบคู่กับการพัฒนาหลักสูตรใหม่ที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมและประเทศ ใช้ได้ทันทีในโลกการทำงาน เช่น เป็นครั้งแรกของมหาวิทยาลัยในการเปิดหลักสูตรอนุปริญญาวิศวกรรมศาสตร์ ที่มุ่งผลิตแรงงานที่มีทักษะด้านเทคโนโลยีขั้นสูงและ Digital Manufacturing หลักสูตรอนุปริญญา สาขาการสื่อสารด้านสิ่งแวดล้อม ที่มีทักษะด้านSustainability และ Environmental Communication และสร้างความพร้อมทำงานแบบ Zero-Day Readiness 

    ขณะเดียวกัน ระบบคลังหน่วยกิต (MU-CBS) ยังถูกออกแบบให้ผู้เรียนสามารถสะสม Skill Portfolio ได้อย่างยืดหยุ่น ตอบโจทย์ตลาดงานที่ต้องการทักษะเฉพาะทางมากกว่าวุฒิการศึกษา แนวทางดังกล่าวไม่เพียงยกระดับคุณภาพบัณฑิตไทย แต่ยังเป็นการ “รีเซ็ตระบบผลิตคนของประเทศ” ให้สอดคล้องกับความต้องการของเศรษฐกิจโลก และปรับตำแหน่งประเทศไทยให้เป็น Talent Hub สำหรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงในอนาคต

    “การประกาศ MU SYNERGY: Real World Impact in Action ถือเป็นการยกระดับบทบาทของมหาวิทยาลัยมหิดลจากผู้ผลิตองค์ความรู้ สู่ผู้สร้างโครงสร้างพื้นฐานนวัตกรรมสังคมและเศรษฐกิจ ที่เชื่อมโยงมหาวิทยาลัย อุตสาหกรรม และเศรษฐกิจเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ โดยมหาวิทยาลัยยังคงเดินหน้าตามยุทธศาสตร์ Real World Impact (ปี 2567-2571) โดยใช้ 3 กลไกหลัก ได้แก่ A1 – Synergistic and Collaborative Innovations (สานภารกิจวิจัย): มุ่งเน้นการบูรณาการงานวิจัยและนวัตกรรมร่วมกับภาคเอกชนและเครือข่ายระดับโลก 

    ‘มหิดล’ ผนึกพันธมิตรธุรกิจ ปั้นโมเดลแห่งอนาคต ดึงนักลงทุน-กู้เศรษฐกิจ

    เพื่อเปลี่ยนงานวิจัย “จากหิ้งสู่ห้าง” ให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ A2 – Empowering Learners (เพิ่มอำนาจผู้เรียน): พัฒนาระบบการศึกษาแบบLifelong Learning และการเรียนรู้ผ่านการทำงานจริง (CWIE) เพื่อสร้างกำลังคนทักษะสูงที่พร้อมทำงานได้ทันที A3 – Amplifying Operations (ขยายผลสัมฤทธิ์): ยกระดับการดำเนินงานภายในให้มีประสิทธิภาพ คล่องตัว และยั่งยืน เพื่อสนับสนุนภารกิจของมหาวิทยาลัยในทุกมิติ 

    ทั้งนี้เป้าหมายยุทธศาสตร์มุ่งเน้นที่การลงมือทำเพื่อสังคม สร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน ขยายบทบาทจากสถาบันการศึกษาสู่ศูนย์กลางในการขับเคลื่อนสังคม สร้างผลกระทบที่จับต้องได้ 
    ร่วมขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ เพื่อยกระดับศักยภาพสู่การเป็นฟันเฟืองหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ (Engine of Growth) ของประเทศ 

    ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร กล่าวเพิ่มเติมว่า ความสำเร็จของการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ภายใต้ 5 เสาหลักของมหาวิทยาลัยมหิดล ยังเกิดจากการผนึกกำลังอย่างใกล้ชิดกับผู้นำภาคธุรกิจระดับประเทศ อาทิ WHA Group สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย  สยาม เอไอ คอร์ปอเรชั่น สยามไบโอไซเอนซ์ และเบทาโกร ที่ร่วมกันผลักดันให้นวัตกรรมกลายเป็นเกราะป้องกันทางเศรษฐกิจ และเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ประเทศไทยท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก 

    โดยภายในงาน “MU SYNERGY: Real World Impact in Action” นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้สะท้อนทิศทางสำคัญของเศรษฐกิจไทยถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเชิงนวัตกรรม ทั้งด้านดิจิทัล เทคโนโลยี และระบบนิเวศอุตสาหกรรม เป็นปัจจัยหลักในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศและดึงดูดการลงทุนระดับสากล

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/marketing/656579&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw01voxh0i5DmP2shTtV6ZJT

  • สลด! มือปืนวัย 17 บุกกราดยิงในโรงเรียนตุรกี เจ็บ 16 ก่อนจบชีวิตหนีผิด

    สลด! มือปืนวัย 17 บุกกราดยิงในโรงเรียนตุรกี เจ็บ 16 ก่อนจบชีวิตหนีผิด

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/international/141541&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1jli8AOwmt4KtvhvDBub99

  • เมื่อวันสงกรานต์กลายเป็นใบอนุญาตในการ(ถูก)ล่วงละเมิดทางเพศ (?)

    เมื่อวันสงกรานต์กลายเป็นใบอนุญาตในการ(ถูก)ล่วงละเมิดทางเพศ (?)

    ก่อนอื่นต้องขอกล่าวสวัสดีต่อผู้อ่านทุกท่านว่า ‘สวัสดีวันปีใหม่ไทย’ และ ‘สุขสันต์วันสงกรานต์’
    หนึ่งในประเพณีไทย ที่เป็นวันหยุดแห่งชาติ ให้ทุกคนได้กลับบ้านไปรดน้ำดำหัวญาติผู้ใหญ่ หรือเล่นน้ำกับเพื่อนและครอบครัว

    สงกรานต์เป็นประเพณีที่เป็นที่รู้จักทั่วโลก เพราะเมื่อปี 2566 ‘สงกรานต์’ ได้ขึ้นทะเบียนในบัญชีรายชื่อตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้แห่งมวลมนุษยชาติ (Representative List of the Intangible Cultural Heritage of Humanity: RL) ภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ 2003 (2003 Convention for the Safeguarding of the Intangible Cultural Heritage) ขององค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก (United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization: UNESCO) โดยได้ขึ้นทะเบียนในชื่อ สงกรานต์ในประเทศไทย (Songkran in Thailand, Traditional Thai New Year)

    การขึ้นทะเบียนวันสงกรานต์ ไม่ใช่เพียงแค่ความภาคภูมิใจของคนไทย แต่ยังเป็นการสร้างความตระหนักรู้ถึงคุณค่าและความสำคัญของวันสงกรานต์ ในฐานะประเพณีและมรดกทางวัฒนธรรมไทย ซึ่งแสดงถึงความมุ่งมั่นของสังคมไทยและชุมชน ในการเข้าถึง พัฒนา และสงวนรักษา ประเพณีดังกล่าวแก่คนรุ่นต่อไป

    ปัจจุบันสงกรานต์ก็ได้แปรเปลี่ยนสู่การเป็นเทศกาลที่นอกจากคนไทยจะร่วมเฉลิมฉลองแล้ว ยังเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมอื่นที่เกี่ยวข้อง เพราะจากการแปรเปลี่ยนและพัฒนาตามการเวลา ก็ทำให้สงกรานต์กลายเป็นอีกหนึ่งธีมในการใช้เพื่อการตลาดต่างๆ เช่น คอนเสิร์ต ตลาดนัด หรือแม้แต่ห้างสรรพสินค้า

    อย่างไรก็ตาม ในวันนี้เราจะมาแลกเปลี่ยนความเห็นกันในคอลัมน์เจนเดอร์ (Gender) จึงอยากหยิบประเด็นหนึ่งที่เกิดขึ้นจริง แต่มักถูกมองข้ามมาพูดถึง อย่างการล่วงละเมิดทางเพศ (Sexual Assualt/ Harrassment) 

    แน่นอนว่า ‘การล่วงละเมิดทางเพศ’ เป็นพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ แต่ทำไมจึงมักเกิดขึ้นในวันสงกรานต์

    อาจเพราะในพื้นที่ที่มีการเล่นสงกรานต์ทำให้ ‘การขอความยินยอม’ (Consent) เลือนลางไป จากการที่ต้องไปเล่นน้ำ-ประแป้ง ในพื้นที่สาธารณะร่วมกับคนแปลกหน้า ที่ทำให้ตามมาซึ่งการประชิดตัว และการจับเนื้อต้องตัว ที่มักเกิดจากการอ้างถึงการเล่น หรือแม้แต่ความเป็นธรรมเนียม

    แต่ในความเป็นจริงแล้วมีหลายกรณีมากที่เกิดขึ้นในวันสงกรานต์ อันถือเป็นความรุนแรงทางเพศ ไปจนถึงการล่วงละเมิดทางเพศ ทั้งการถูกลวนลามทางร่างกาย การถูกลวนลามทางวาจา และการถูกลวนลามทางสายตา ซึ่งเป็นผลจากหลากหลายประการ เช่น ความมึนเมาจากการดื่มแอลกอฮอล์และยาเสพติด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับมุมมองในเชิงอำนาจ

    มุมมองในเชิงอำนาจ (Power Perspective and Relations) คือ แว่นตาที่ใช้มองสังคม ถึงความสัมพันธ์และความสามารถในการควบคุม บุคคล กลุ่ม หรือสถาบัน ให้ได้มาซึ่งผลลัพธ์ที่ต้องการ ความได้เปรียบทางสังคม หรือแม้แต่การคงไว้ซึ่งอำนาจ

    กล่าวคือทัศนคติของคนที่ถูกหล่อหลอมจากปิตาธิปไตย (Patriarchy) หรือระบบชายเป็นใหญ่ ว่าตนสามารถฉวยโอกาสในจับเรือนร่าง และอวัยวะเพศของผู้อื่นได้ หรือแม้แต่การประแป้งด้วยเจตนาคุกคาม อย่างไม่เคารพในสิทธิและเสรีภาพ จากเหตุแห่งการแต่งตัวล่อแหลม หรือการยินยอมให้กระทำเพียงเพราะมาเล่นสงกรานต์ 

    เมื่อพูดถึงปิตาธิปไตยแน่นอนว่าเป็นการกล่าวถึงอำนาจในมือของผู้ชาย ที่มอบโอกาสในการกระทำพฤติกรรมต่างๆ ได้อย่างมีเหตุผลรองรับ แม้จะผิดแค่ไหนก็ตาม แต่ในทางกลับกัน ‘ผู้ชาย’ เองก็ตกเป็นเหยื่อจากโครงสร้างดังกล่าว จากการถูกลวนลาม โดยผู้หญิงและผู้มีความหลากหลายทางเพศเช่นกัน

    ด้วยโครงสร้างสังคมชายเป็นใหญ่ และมุมมองในเชิงอำนาจ ได้ส่งเสริมกันให้ ‘การลวนลาม’ เป็นเรื่องปกติ จากการมองว่าไม่เกิดความเสียหายในเชิงกายภาพ หรือ อาการบาดเจ็บ ไปจนถึงความยินยอม จากการเลือกมาเล่นสงกรานต์ในพื้นที่นั้นๆ โดยมักนำไปสู่ ‘การกล่าวโทษเหยื่อ’ (Victim-Blaming) 

    การกล่าวโทษเหยื่อ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมไทยอย่างเป็นประจำ ไม่แม้แต่ช่วงสงกรานต์ เพราะโครงสร้างสังคมชายเป็นใหญ่ และมุมมองในเชิงอำนาจ ได้พยายามคงไว้ซึ่งอำนาจ จึงสร้างแนวคิดในการกล่าวโทษผู้ถูกกระทำ ว่าเป็นต้นเหตุของเหตุอันตรายนั้นๆ เช่น พฤติกรรมที่แสดงถึงการยินยอมให้เกิดเหตุ และการแต่งกายเปิดเผยเรือนร่างเหมือนเป็นการเชื้อเชิญ ซึ่งเป็นการเบี่ยงเบนความผิดของผู้กระทำผิดให้มีความชอบธรรม อันส่งผลให้เหยื่อถูกซ้ำเติมทางจิตใจและไม่กล้าร้องเรียนความยุติธรรม ซึ่งมักฝังรากอยู่ในอุดมการณ์ ‘สมมุติฐานที่เที่ยงธรรม’ (Just World Hypothesis) ที่เชื่อว่าคนดีจะไม่ได้รับผลกรรมไม่ดี

    แม้ว่าประเทศไทยจะมีการพัฒนากฎหมายที่ครอบคลุมการคุกคาม และความรุนแรงทางเพศมากขึ้นแล้ว แต่การมีอยู่ของกฎหมายเพียงอย่างเดียว อาจไม่เพียงพอ หากปราศจากการบังคับใช้อย่างจริงจังและมีประสิทธิภาพ 

    การสร้างพื้นที่ปลอดภัยในเทศกาลสงกรานต์ ไม่ใช่เพียงหน้าที่ของตัวบทกฎหมาย แต่คือความรับผิดชอบร่วมกันของสังคม ตั้งแต่ผู้มีอำนาจในการบังคับใช้กฎหมาย ผู้จัดงาน ไปจนถึงประชาชนทุกคน ในการยืนยันว่า ‘ความสนุกสนาน’ จะต้องไม่ตั้งอยู่บนการละเมิดสิทธิของผู้อื่น เพราะในท้ายที่สุดแล้ว สงกรานต์ไม่ควรเป็น ‘ข้อยกเว้น’ ของความยินยอม และไม่ควรถูกใช้เป็น ‘ใบอนุญาต’ ในการถูกลวนลาม และการล่วงละเมิดทางเพศผู้อื่น

    แม้ว่าประเพณีสงกรานต์ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ในฐานะมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ที่ได้พัฒนาสู่การเป็นวัฒนธรรมร่วมสมัย และต่อยอดไปสู่อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ก็ย่อมนำมาซึ่งทั้งโอกาสและความท้าทายควบคู่กันไป เพราะในขณะที่เทศกาลถูกผลิตซ้ำให้กลายเป็นสินค้า และประสบการณ์เพื่อการบริโภคแล้ว ภาพของ ‘ความสนุกแบบไร้ขอบเขต’ ก็เปิดช่องให้พฤติกรรมการล่วงละเมิดทางเพศ ถูกทำให้เป็นเรื่องปกติ จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของภาพจำเชิงลบ ที่เป็นเนื้อเดียวกันกับเทศกาลสงกรานต์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
    คำถามที่ตามมาคือ สงกรานต์กลายเป็นภาพจำของการยินยอมให้ถูกล่วงละเมิดทางเพศ หรือ ความจริงแล้วปัญหาไม่ใช่การเล่นน้ำ-ประแป้ง แต่อาจเป็นสังคมที่ไม่เคยเรียนรู้ถึงสิทธิในเรือนร่างของผู้อื่น ที่อาจกำลังผลิตซ้ำ ‘วัฒนธรรมแห่งความไม่ปลอดภัย’ ให้เกิดขึ้นในสังคมไทย

    ที่มา:  

    https://theactive.thaipbs.or.th/news/safety-20260410-2
    https://www.mfa.go.th/th/content/songkran-ich?cate=5d5bcb4e15e39c306000683d
    https://www.psy.chula.ac.th/th/feature-articles/article-victimblame/

    Tags: , , , ,

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://themomentum.co/gender-songkranandharassment/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2REgPKX_Dijep0tKtaGpJY

  • ทหารอิสราเอลยิงแก๊สน้ำตาใส่เด็กนักเรียนปาเลสไตน์ | TOPNEWS

    ทหารอิสราเอลยิงแก๊สน้ำตาใส่เด็กนักเรียนปาเลสไตน์ | TOPNEWS

    ทหารอิสราเอลยิงแก๊สน้ำตาสลายการชุมนุมเด็กนักเรียนปาเลสไตน์ ในเขตเวสต์แบงก์ หลังเด็กๆ รวมตัวกันนั่งประท้วง เพราะถูกปิดทางเข้าโรงเรียน และต้องหยุดเรียนไปแล้วนานกว่า 40 วัน
    .
    สำนักข่าว AFP รายงานว่า เกิดเหตุทหารอิสราเอลใช้แก๊สน้ำตาสลายการชุมนุมเด็กนักเรียนปาเลสไตน์ในเวสต์แบงก์ โดยเหตุเกิดขึ้นเมื่อเด็กนักเรียนในพื้นที่อุมม์ อัล-ไคร์ หมู่บ้านเล็กๆ ในเขตมาซาเฟอร์ ยัตตา ทางตอนใต้ของเวสต์แบงก์ ได้รวมตัวจัดการเรียนกลางแจ้งในรูปแบบการนั่งประท้วง เพื่อเรียกร้องให้สามารถเข้าถึงโรงเรียนได้ หลังเส้นทางดังกล่าว ถูกปิดกั้นด้วยรั้วลวดหนาม ที่ผู้ตั้งถิ่นฐานจากนิคมคาร์เมลสร้างขึ้น เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในวันเปิดเรียนวันแรก หลังการหยุดเรียนไปนานกว่า 40 วัน จากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาค ที่ปะทุขึ้นก่อนหน้านี้
    .
    พยานในพื้นที่ระบุว่า ขณะที่มีการชุมนุม เจ้าหน้าที่ทหารจากกองกำลังป้องกันอิสราเอล (หรือ IDF) ได้เข้ามาในพื้นที่ และสลายการรวมตัว โดยมีการยิงแก๊สน้ำตาใส่กลุ่มเด็กนักเรียน ทำให้เกิดความตื่นตระหนก เด็กหลายคนร้องไห้และวิ่งหนีออกจากพื้นที่ เด็กหญิงวัย 12 ปีรายหนึ่งเล่าว่า เธอถูกแก๊สน้ำตาและรู้สึกหวาดกลัวอย่างมากกับเหตุการณ์ดังกล่าว
    .
    ด้าน IDF ชี้แจงกับ AFP ว่า ได้ส่งกำลังเข้าพื้นที่อุมม์ อัล-ไคร์ เนื่องจากมีรายงานการรวมตัวที่ผิดปกติของชาวปาเลสไตน์ และได้สลายการชุมนุมดังกล่าว ซึ่งก็ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด อย่างไรก็ดี ทาง IDF ไม่ได้ยืนยันรายละเอียดเรื่องการใช้แก๊สน้ำตา ขณะที่ภาพจาก AFP แสดงให้เห็นการยิงแก๊สน้ำตา และกลุ่มเด็กที่กำลังแตกตื่น จนต้องพยายามหลบหนีออกจากพื้นที่
    .
    ในส่วนทางด้านเจ้าหน้าที่การศึกษาท้องถิ่น ก็ได้เปิดเผยว่า การรวมตัวของเด็กนักเรียน เป็นการประท้วงเชิงสัญลักษณ์ เพื่อเรียกร้องสิทธิในการเข้าถึงโรงเรียน เพราะในอิสราเอลและสหรัฐ มีการเรียนการสอนทางไกล แต่ในพื้นที่นี้ไม่มีอุปกรณ์และไม่มีอินเทอร์เน็ต ดังนั้น การเรียนการสอนทางไกลจึงแทบไม่มีผลอะไรเลย เราต้องมีการสอนแบบตัวต่อตัวที่โรงเรียน แต่เนื่องจากผู้ตั้งถิ่นฐานพยายามที่จะบีบคั้นเราในทุกวิถีทาง ทั้งพยายามเพิ่มข้อจำกัดต่อชุมชน ทั้งการปิดเส้นทาง และขยายพื้นที่นิคมฯ น่าเศร้าที่ไม่มีทางออก เราจะประท้วงนั่งลงต่อไปในวันนี้และพรุ่งนี้ จนกว่าเราจะหาทางออก เพื่อให้เด็กนักเรียนสามารถกลับไปโรงเรียนได้
    .
    สำหรับเหตุการณ์ในพื้นที่มาซาเฟอร์ ยัตตา ซึ่งเป็นจุดตึงเครียดมาอย่างต่อเนื่อง ก็ได้เคยมีรายงานความรุนแรงและการทำลายบ้านเรือนซ้ำๆมาแล้วหลายครั้ง นอกจากนี้ ในเดือนสิงหาคม 2568 นักเคลื่อนไหวชาวปาเลสไตน์คนหนึ่ง ได้ถูกผู้ตั้งถิ่นฐานยิงเสียชีวิต ในหมู่บ้านอุมม์ อัล-ไคร์
    .
    ทั้งนี้ ความรุนแรงจากผู้ตั้งถิ่นฐานในเขตเวสต์แบงก์ เพิ่มสูงขึ้น นับตั้งแต่ความขัดแย้งในภูมิภาคขยายตัว โดยปัจจุบันมีชาวอิสราเอลมากกว่า 500,000 คน อาศัยอยู่ในนิคมในเขตเวสต์แบงก์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ถูกยึดครองมาตั้งแต่ปี 2510 ขณะที่มีชาวปาเลสไตน์อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวรวมกว่า 3 ล้านคน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news-clip/1547018&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3GIK12vKgdJYNRzrhcqhfc

  • ศึกษาดูงานแลกเปลี่ยนเรียนรู้ยกระดับการบริหารงานมหาวิทยาลัยกรุงเทพ

    ศึกษาดูงานแลกเปลี่ยนเรียนรู้ยกระดับการบริหารงานมหาวิทยาลัยกรุงเทพ

    การศึกษา

    ศึกษาดูงานแลกเปลี่ยนเรียนรู้ยกระดับการบริหารงานมหาวิทยาลัยกรุงเทพ

    วันอังคาร ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2569, 07.31 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ศึกษาดูงานแลกเปลี่ยนเรียนรู้ยกระดับการบริหารงานมหาวิทยาลัยกรุงเทพ

    ดร.สุนทรี รัตภาสกร รองอธิการบดีสายบริหารและบริการการศึกษา, ผศ.ชนัญชี ภังคานนท์ ผู้ช่วยอธิการบดีสายบริหารและบริการการศึกษา และรักษาการผู้อำนวยการสำนักงานอธิการบดีและสื่อสารองค์กร และอ.นวลรัตน์ คุณศรีรักษ์สกุล ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ให้การต้อนรับ ผศ.พจนารถ ฤทธิเดช ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายบริหาร คณะผู้บริหารและคณาจารย์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตตรัง โดยได้มีการบรรยายเรื่องการบริหารจัดการงานเพื่อพัฒนาระบบการทำงานและเสริมสร้างศักยภาพบุคลากร พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวปฏิบัติที่ดี (Best Practices) นำมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนางานและสนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัย ณ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ

    ส่งข่าวได้ที่  email : saowaporn12345@gmail.com   และ  bat_mamsao@yahoo.com

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/education/472708&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3qiFnwglDhRZKuKHgDzQzW

  • “ทำบุญออนไลน์-ทัวร์สายบุญ” โตรับไลฟ์สไตล์ใหม่ ธุรกิจแห่จับกระแส

    “ทำบุญออนไลน์-ทัวร์สายบุญ” โตรับไลฟ์สไตล์ใหม่ ธุรกิจแห่จับกระแส

    “ทำบุญออนไลน์-ทัวร์สายบุญ” โตรับไลฟ์สไตล์ใหม่ ธุรกิจแห่จับกระแส

    กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผยธุรกิจทำบุญออนไลน์-ท่องเที่ยวสายบุญ มีแนวโน้มเติบโต หลังคนรุ่นใหม่นิยมทำบุญผ่านช่องทางออนไลน์ และประชาชนนิยมเดินทางท่องเที่ยวสายบุญกันมากขึ้น แนะธุรกิจปรับตัว ตอบสนองความต้องการ มีโอกาสทำเงินเพิ่มขึ้นแน่

    นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ พุทธศานิกชนนิยมเข้าวัดทำบุญในช่วงวันพระหรือวันหยุดยาวโดยเฉพาะช่วงเทศกาลต่าง ๆ เช่น สงกรานต์ เป็นต้น และยังมีเทศกาลอื่น ๆ ที่ชาวพุทธนิยมไปทำบุญ เช่น ทำบุญวันคล้ายวันเกิด การขอพรพระให้หายจากอาการเจ็บป่วย การสอบแข่งขัน งานบวช การทำบุญขึ้นบ้านใหม่ ไปจนถึงการจัดงานศพ

    ซึ่งปัจจุบันการจัดกิจกรรมทางศาสนามีรูปแบบที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยเพื่อให้เข้ากับวิถีชีวิตมากขึ้น จากการทำบุญแบบเดิมที่ต้องซื้อของใช้ทำบุญถวายสังฆทาน การเดินทางไปที่วัดหรือศาสนสถานต่าง ๆ เพื่อบริจาคเงิน หรือปล่อยสัตว์ตามความเชื่อ เปลี่ยนเป็นการทำบุญรูปแบบใหม่ที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะการทำบุญผ่านช่องทางออนไลน์ที่สอดรับกับพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่

    ทั้งนี้ ชาวพุทธส่วนใหญ่นิยมทำบุญโดยการถวายสังฆภัณฑ์ หรือเครื่องสังฆทาน ประกอบไปด้วย ข้าวสาร อาหารแห้ง ยา เครื่องอัฐบริขาร ผ้าไตร จีวร ของใช้ที่จำเป็น สบู่ ยาสีฟัน รองเท้า มีดโกน หลอดไฟ และอื่น ๆ อีกมากมาย ทำให้ธุรกิจในหมวดหมู่ธุรกิจร้านขายปลีกสินค้าใหม่อื่น ๆ ซึ่งมิได้จัดประเภทไว้ในที่อื่น ได้รับอานิสงส์จากการทำบุญในเทศกาลต่าง ๆ ของชาวพุทธด้วย

    โดยปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 มี.ค.2569) ธุรกิจดังกล่าวที่จดทะเบียนนิติบุคคลและดำเนินกิจการอยู่มีจำนวน 2,736 ราย ทุนจดทะเบียน 8,282.76 ล้านบาท ในจำนวนนี้หากวิเคราะห์ตามวัตถุประสงค์ของนิติบุคคล พบว่า มีธุรกิจที่ระบุถึงการจำหน่ายสังฆทานจำนวน 42 ราย ทุนจดทะเบียน 99.32 ล้านบาท

    แม้ตัวเลขอาจดูไม่สูงนักเป็น เพราะธุรกิจจำหน่ายสังฆทาน ส่วนใหญ่จัดตั้งในรูปแบบร้านค้าทั่วไปและไม่นิยมมาจดทะเบียนจัดตั้งเป็นนิติบุคคล หากธุรกิจกลุ่มนี้สามารถพัฒนาและจัดระบบการบริหารให้เข้าสู่การดำเนินธุรกิจในรูปแบบนิติบุคคลได้ ก็จะทำให้ธุรกิจมีความน่าเชื่อถือและมีโอกาสที่จะต่อยอดขยายธุรกิจให้เติบโตต่อไปอีกได้

    ธุรกิจจับกระแสทำบุญออนไลน์​

    อย่างไรก็ตาม การทำบุญในรูปแบบออนไลน์ได้เข้ามาเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้คนในยุคปัจจุบัน ธุรกิจหลายรายปรับตัวให้ผู้บริโภคมีช่องทางการทำบุญแบบออนไลน์ โดยเฉพาะผู้บริโภคยุคใหม่ที่มีภารกิจมากหรือไม่สะดวกไปทำบุญด้วยตนเอง ก็อาจใช้บริการให้ผู้อื่นทำแทน

    ตั้งแต่การเลือกชุดสังฆทานที่มีสินค้าหลากหลายผ่านทางออนไลน์ ไปจนถึงการนำชุดสังฆทานไปถวายวัดโดยใช้บริการของร้าน การบริการปล่อยปลา หรือแม้กระทั่งธุรกิจการทำบุญเลี้ยงพระก็มีบริการให้เลือกหลากหลายขนาดตามกำลังทรัพย์ของแต่ละบุคคล การทำบุญออนไลน์ถือเป็นช่องทางการขายประเภทหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยม และยังเป็นโอกาสให้ผู้ประกอบธุรกิจสามารถเสนอขายสินค้าของตนเองในรูปแบบที่แตกต่าง เช่น การจัดแพกเกจสินค้าให้มีความน่าสนใจ เช่น ชุดสังฆทานอุปกรณ์ห้องน้ำของบริษัทผลิตอุปกรณ์ในห้องน้ำ ชุดสังฆทานเครื่องมือแพทย์ของบริษัทเครื่องมือแพทย์ เป็นต้น

    เที่ยวสายบุญโต

    นอกจากนี้ ยังพบว่า ธุรกิจทัวร์แพกเกจท่องเที่ยวสายบุญ ก็มีแนวโน้มเติบโต จากการที่ชาวพุทธใช้เวลานี้ไปกับการเดินทางไปทำบุญ ไหว้พระ ในโอกาสต่าง ๆ โดยปัจจุบันมีธุรกิจจัดนำเที่ยว ที่ดำเนินกิจการอยู่ 10,305 ราย ทุนจดทะเบียน 37,482.76 ล้านบาท หากมีการจัดทัวร์สายบุญ ก็จะเป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มรายได้ให้กับบริษัท ทำให้ผู้ท่องเที่ยวอิ่มบุญ และยังเป็นการกระจายรายได้ไปยังธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ลงลึกไปยังธุรกิจท้องถิ่นทั้งการจำหน่ายสินค้าที่ระลึกประจำท้องถิ่น โรงแรม ร้านอาหาร การขนส่ง ซึ่งช่วยกระตุ้นรายได้ให้แก่ชุมชน สร้างงานในพื้นที่ รวมทั้งเป็นการเผยแพร่วัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง

    “ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการทำบุญ ทั้งการทำบุญออนไลน์ และการท่องเที่ยวสายบุญ สามารถใช้โอกาสนี้ ปรับตัวให้เข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภค และปรับรูปแบบการนำเสนอสินค้าให้ตรงความต้องการของผู้บริโภคที่ถือว่าเป็นกลุ่มผู้บริโภคขนาดใหญ่ ก็จะสามารถสร้างความมั่นคงให้แก่ธุรกิจในระยะยาวได้เพิ่มขึ้น” นายพูนพงษ์กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-sme/740928&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1u6jy-NtVk7pYDZMYQ-n15

  • เบตงคึกคัก วันครอบครัว แห่ชมหมอก-ลงออนเซ็น | TOPNEWS

    เบตงคึกคัก วันครอบครัว แห่ชมหมอก-ลงออนเซ็น | TOPNEWS

    เบตงคึกคัก วันครอบครัว แห่ชมหมอก-ลงออนเซ็น

    • เผยแพร่ : 14/04/2026 21:49

    วันที่ 14 เม.ย. 2569 บรรยากาศการท่องเที่ยวในวันหยุดวันแห่งครอบครัวช่วงเทศกาล สงกรานต์ ในพื้นที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวที่ต่างพาครอบครัวมาเที่ยวพักผ่อนตามแหล่งธรรมชาติ โดยเฉพาะ ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม สามารถชมหมอกได้แบบ 360 องศา พร้อมสัมผัสอากาศเย็นสบาย ท่ามกลางผืนป่าฮาลา-บาลา และยังมี สกายวอล์กอัยเยอร์เวง ตั้งอยู่บนเขาไมโครเวฟ สูงจากระดับน้ำทะเล 2,038 ฟุต โครงสร้างสูง 45 เมตร มีทั้งบันไดและลิฟต์บริการ ไฮไลต์อยู่ที่ระเบียงกระจกใสยื่นออกไปยาว 63 เมตร สามารถมองเห็นวิวหุบเหวด้านล่างได้อย่างตื่นตา โดยในช่วงเช้านักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและมาเลเซียต่างขึ้นชมวิวกันอย่างคึกคัก ขณะเดียวกัน นายสรธร เพชรแก้วเพชร หัวหน้าป่านันทนาการทะเลหมอกอัยเยอร์เวง ได้มอบตั๋วเข้าชมฟรีพร้อมแจกน้ำดื่มให้แก่นักท่องเที่ยวเพื่อคลายร้อน

    จากนั้นนักท่องเที่ยวจำนวนมากได้เดินทางต่อไปยัง บ่อน้ำพุร้อนเบตง ในพื้นที่ตำบลตาเนาะแมเราะ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพยอดนิยม มีพื้นที่ประมาณ 3 ไร่ เป็นบ่อน้ำร้อนธรรมชาติที่มีน้ำผุดขึ้นจากใต้ดิน อุดมด้วยแร่ธาตุสำคัญ โดยมีอุณหภูมิประมาณ 80 องศาเซลเซียส นักท่องเที่ยวนิยมนำไข่ไก่และไข่นกกระทาไปต้มจนสุกภายใน 10 นาที รวมถึงแช่เท้าและอาบน้ำแร่ ซึ่งเชื่อว่าสามารถช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อย เหน็บชา และโรคผิวหนังได้เป็นอย่างดี อีกทั้งบริเวณโดยรอบยังได้รับการปรับปรุงภูมิทัศน์ให้สวยงาม มีสระน้ำหลายขนาดรองรับนักท่องเที่ยวอย่างเป็นสัดส่วนและได้มาตรฐาน

    ทั้งนี้ บรรยากาศโดยรวมตลอดทั้งวันเต็มไปด้วยความคึกคัก นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวมาเลเซียต่างใช้ช่วงเวลาวันครอบครัวพาครอบครัวมาสัมผัสธรรมชาติ สูดอากาศบริสุทธิ์ และพักผ่อนอย่างเต็มที่ ก่อนทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนาหลังสิ้นสุดช่วงวันหยุดยาว ส่งผลให้แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของอำเภอเบตงมีสีสันและสร้างรายได้ให้กับพื้นที่อย่างต่อเนื่องในช่วงเทศกาลนี้

    เจษฎา สิริโยทัย ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.ยะลา

    7

    669053495_988907770234005_5837879547689367149_n

    เปิดงานสงกรานต์ “อยุธยามหาสงกรานต์ สนุก สุข ศักดิ์สิทธิ์” อย่างยิ่งใหญ่ ขบวนแห่สุดตระการตา

    รองอธิบดีกรมเจ้าท่าลงพังงา ตรวจเข้มท่องเที่ยวทางน้ำ

    พล.ต.อ.ธัชชัยฯ รอง ผบ.ตร. ลุยตรวจความเรียบร้อย “ข้าวสาร–สีลม” ยืนยันสงกรานต์ปลอดภัย เที่ยวได้อย่างมั่นใจ

    บรรยากาศสงกรานต์หาดใหญ่คึกคัก! วัยรุ่นแห่เล่นน้ำแน่นเมือง คาดดึกยิ่งพีค

    กลุ่มออมทรัพย์บ้านหอมศีล บางพลีน้อย สมุทรปราการ รดน้ำขอพรผู้สูงอายุ เนื่องในเทศกาลวันสงกรานต์

    ร้อนทะลุ 40 องศา! ชาวนครสวรรค์แห่ลงเล่นน้ำคลองโพธิ์ คลายร้อนวันครอบครัว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1547489&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Ucsfou9SRUTofDtX0G6NF

  • คึกคักวันสุดท้ายสงกรานต์สีลม  ‘ยศชนัน’ จ่อชู Soft Power ดันท่องเที่ยวแม้เจอวิกฤตพลังงาน

    คึกคักวันสุดท้ายสงกรานต์สีลม ‘ยศชนัน’ จ่อชู Soft Power ดันท่องเที่ยวแม้เจอวิกฤตพลังงาน

    14 เมษายน 2569 บรรยากาศวันสุดท้ายของเทศกาลสงกรานต์ที่ถนนสีลมเต็มไปด้วยความคึกคัก ศ.ดร. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. พร้อมคณะทำงานพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่พบปะประชาชนและนักท่องเที่ยว โดยได้ร่วมกิจกรรมกับพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนอย่างเป็นกันเอง  

    รองนายกรัฐมนตรีได้ร่วมเล่นน้ำกับประชาชนและกลุ่ม LGBTQIA+ พร้อมระบุว่าความหลากหลายคือจุดแข็งของ Soft Power และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยที่ควรได้รับการส่งเสริม เพื่อสร้างรายได้และภาพลักษณ์ที่ดีต่อประเทศ  

    ด้านนโยบาย ศ.ดร. ยศชนัน ย้ำว่าแม้สถานการณ์พลังงานโลกยังมีความไม่แน่นอน แต่เศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ต้องเดินหน้าต่อเพื่อสร้างรายได้หมุนเวียนและช่วยประชาชนปรับตัวในภาวะที่มีข้อจำกัด  

    ก่อนจบกิจกรรม คณะทำงานได้ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ดูแลความเรียบร้อยและความปลอดภัยในพื้นที่ พร้อมขอบคุณที่ทำงานเบื้องหลังเพื่อให้เทศกาลสงกรานต์ดำเนินไปอย่างราบรื่นและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กรุงเทพมหานคร  

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://workpointnews.com/news/politics/NyQRKiMBN&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw14nJkrHK6KfZVcOM3yEjII

  • เช็กก่อนเติม! ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ (15 เม.ย. 69) อัปเดตล่าสุดลิตรละเท่าไหร่?

    เช็กก่อนเติม! ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ (15 เม.ย. 69) อัปเดตล่าสุดลิตรละเท่าไหร่?

    เช็กก่อนเติม! ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ (15 เม.ย. 69) อัปเดตล่าสุดลิตรละเท่าไหร่?

    เช็กก่อนเติม! ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ (15 เม.ย. 69) อัปเดตล่าสุดลิตรละเท่าไหร่?

    เดินทางสงกรานต์ต้องเช็ก! “คมชัดลึก” เปิดข้อมูลราคาน้ำมันขายปลีกในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ประจำวันที่ 15 เมษายน 2569 อ้างอิงข้อมูลล่าสุดจากผู้ค้าปลีกน้ำมันรายใหญ่ ทั้ง ปตท. (OR), บางจาก, เชลล์ และคาลเท็กซ์ พบราคายังคงทรงตัวในระดับสูงท่ามกลางการเดินทางท่องเที่ยวและกลับภูมิลำเนาของประชาชน โดยจะมีผลตั้งแต่เวลา 05.00 น. เป็นต้นไป

    เช็กก่อนเติม! ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ (15 เม.ย. 69) อัปเดตล่าสุดลิตรละเท่าไหร่?

    ราคาน้ำมัน ปตท. (OR) และ บางจาก (มีผล 15 เม.ย. 69) สำหรับสองค่ายใหญ่ ราคายังคงเป็นไปตามราคากลางดังนี้ 

    กลุ่มดีเซล

    • ดีเซล B20: 37.40 บาท/ลิตร
    • ดีเซล (พื้นฐาน): 44.40 บาท/ลิตร
    • พรีเมียมดีเซล: 66.30 – 66.80 บาท/ลิตร

    กลุ่มเบนซิน/แก๊สโซฮอล์

    • เบนซิน (เพียว): 52.54 บาท/ลิตร
    • แก๊สโซฮอล์ 95: 42.95 บาท/ลิตร
    • แก๊สโซฮอล์ 91: 42.58 บาท/ลิตร
    • แก๊สโซฮอล์ E20: 33.95 – 35.95 บาท/ลิตร
    • แก๊สโซฮอล์ E85: 31.89 บาท/ลิตร
    • ซูเปอร์พาวเวอร์/ไฮพรีเมียม 95-97: 55.04 – 56.54 บาท/ลิตร

    ราคาน้ำมัน “เชลล์” (Shell)

    • เชลล์ ฟิวเซฟ ดีเซล: 50.54 บาท/ลิตร
    • เชลล์ วี-เพาเวอร์ ดีเซล: 73.84 บาท/ลิตร
    • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 95: 44.45 บาท/ลิตร
    • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 91: 43.83 บาท/ลิตร
    • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ E20: 39.45 บาท/ลิตร
    • เชลล์ วี-เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95: 49.84 บาท/ลิตร

    ราคาน้ำมัน “คาลเท็กซ์” (Caltex)

    • ดีเซล เทครอน: 50.54 บาท/ลิตร
    • พาวเวอร์ ดีเซล เทครอน: 70.94 บาท/ลิตร
    • โกลด์ 95 เทครอน: 57.51 บาท/ลิตร
    • แก๊สโซฮอล์ 95 เทครอน: 43.95 บาท/ลิตร
    • แก๊สโซฮอล์ 91 เทครอน: 43.58 บาท/ลิตร
    • แก๊สโซฮอล์ E20: 38.95 บาท/ลิตร

     ราคาน้ำมันดังกล่าวเป็นราคากลางที่ยังไม่รวมภาษีท้องถิ่น ซึ่งราคาหน้าสถานีบริการ (ปั๊ม) ในแต่ละพื้นที่อาจมีความแตกต่างกันเล็กน้อยตามค่าขนส่ง แนะนำผู้ใช้รถวางแผนการเดินทางและเช็กราคาก่อนเข้าเติมเพื่อความคุ้มค่าสูงสุดในช่วงเทศกาลปีใหม่ไทย

    เช็กก่อนเติม! ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ (15 เม.ย. 69) อัปเดตล่าสุดลิตรละเท่าไหร่?

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.komchadluek.net/news/economic/615884&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0uiidPX6gBz84aAzuD_1gb