โซเชียลจับตาหลังเห็นภาพ “ใบเตย สุธีวัน” นั่งเคียงข้าง “ฟิล์ม รัฐภูมิ” ชาวเน็ตแห่คอมเมนต์ถามรัวๆ โยงข่าวลือเลิก “ดีเจแมน” อดีตสามี แล้วซุ่มกิ๊กพระเอกดัง …
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5800139/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2h6bnEsKL-3MIB6Qq4f4eg
Blog
-

‘ใบเตย-ฟิล์ม รัฐภูมิ’ นั่งชิดร่วมเฟรม ชาวเน็ตแห่ถามรัวๆ ใช่ตามข่าวลือไหม? | เดลินิวส์
-

ฟิล์มรถยนต์ยี่ห้อไหนดีที่กันร้อนได้จริงและคุ้มค่าสำหรับทุกงบ | เดลินิวส์
ฟิล์มกรองแสงรถยนต์ถือเป็นอุปกรณ์เสริมที่เจ้าของรถหลายคนให้ความสำคัญ เพราะช่วยลดความร้อน ป้องกันรังสี UV และเพิ่มความเป็นส่วนตัวภายในห้องโดยสาร แต่ด้วยแบรนด์และรุ่นที่มีให้เลือกมากมายใน …
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5799880/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Xm-8rSzuc8Mt5AigduKc6 -

โซเชียลแตก! อี๊ด โปงลาง โพสต์คลิปรวมศิษย์RS ใบเตย-ฟิล์ม แย่งซีนเต็มๆ – แนวหน้า
ล่าสุด อี๊ด โปงลางสะออน ได้ปล่อยคลิปรวมตัวศิลปินยุคทองจากค่าย RS มาร่วมร้องเพลงอย่างสนุกสนาน ไม่ว่าจะเป็น ลูลู่ อาร์สยาม, ลาล่า อาร์สยาม, ใบเตย อาร์สยาม และ ฟิล์ม รัฐภูมิ พร้อมแคปชั่น …
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/entertain/959858&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1zCX_m_SMqC3Qi0R9Ek1wF -

รู้หรือไม่ เหลือ 6 จังหวัดเท่านั้น ในไทย “ไม่มีมหาวิทยาลัย” เช็กเลย ที่ไหนบ้าง?
เปิดรายชื่อจังหวัดที่ไม่มีมหาวิทยาลัย ปี 2569 เช็กชัดๆ มีจังหวัดอะไรบ้าง ไม่มีแม้แต่วิทยาเขต หรือสถาบันสอนระดับปริญญา
หลายคนอาจเข้าใจว่าปัจจุบันทุกจังหวัดของไทยมีมหาวิทยาลัยครบหมดแล้ว แต่เมื่อสำรวจข้อมูลล่าสุดในปี 2569 โดยไม่มีทั้ง มหาวิทยาลัยของรัฐ ไม่มีมหาวิทยาลัยเอกชน ไม่มีวิทยาเขตจากมหาวิทยาลัยอื่น และไม่มีศูนย์การศึกษาที่เปิดสอนระดับปริญญาอย่างเป็นทางการ พบว่ายังมีบางจังหวัดที่ยังไม่มีสถาบันอุดมศึกษาระดับมหาวิทยาลัยตั้งอยู่ภายในจังหวัด
อย่างไรก็ตาม จังหวัดเหล่านี้ยังมีโอกาสเข้าถึงการศึกษาระดับสูงผ่านจังหวัดใกล้เคียง วิทยาลัยชุมชน สถาบันอาชีวศึกษา หรือระบบการเรียนออนไลน์ที่ขยายตัวมากขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
6 จังหวัดที่ไม่มีมหาวิทยาลัย ปี 2569
- อ่างทอง
- ชัยนาท
- สิงห์บุรี
- สมุทรสงคราม
- ตราด
- บึงกาฬ
ทำไมบางจังหวัดยังไม่มีมหาวิทยาลัย
เหตุผลสำคัญมักเกี่ยวข้องกับจำนวนประชากร ขนาดพื้นที่ และความใกล้กับจังหวัดศูนย์กลางการศึกษา หลายจังหวัดสามารถเดินทางไปเรียนในจังหวัดข้างเคียงได้สะดวก จึงยังไม่มีการตั้งมหาวิทยาลัยประจำจังหวัดเพิ่มเติม
ตัวอย่างเช่น จังหวัดในภาคกลางอย่างอ่างทอง สิงห์บุรี และชัยนาท อยู่ไม่ไกลจากพระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สุพรรณบุรี หรือกรุงเทพฯ ทำให้ประชาชนมีทางเลือกด้านการศึกษาค่อนข้างมาก
ไม่มีมหาวิทยาลัย แต่ยังเรียนต่อได้
แม้ไม่มีมหาวิทยาลัยในจังหวัด แต่ไม่ได้หมายความว่าโอกาสทางการศึกษาจะหายไป เพราะปัจจุบันมีทางเลือกหลากหลาย ทั้งมหาวิทยาลัยเปิด การเรียนออนไลน์ หลักสูตรทางไกล รวมถึงการเดินทางไปเรียนต่างจังหวัดที่สะดวกขึ้นมาก
นอกจากนี้ หลายพื้นที่ยังมีวิทยาลัยชุมชน วิทยาลัยอาชีวศึกษา และศูนย์พัฒนาทักษะอาชีพ ที่ช่วยรองรับผู้เรียนในท้องถิ่นได้อีกทางหนึ่ง
ข้อมูลล่าสุดปี 2569 ระบุว่า ประเทศไทยยังมี 6 จังหวัดที่ไม่มีมหาวิทยาลัยและไม่มีการสอนระดับปริญญาในพื้นที่ ได้แก่ อ่างทอง ชัยนาท สิงห์บุรี สมุทรสงคราม ตราด และบึงกาฬ อย่างไรก็ตาม ในยุคที่การศึกษาไร้พรมแดน การไม่มีมหาวิทยาลัยในจังหวัดไม่ได้เป็นอุปสรรคเหมือนในอดีตอีกต่อไป
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9885058/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3CYznEUO2wi5cZ0mZI95C1 -

ทริป เที่ยวสมุทรสาคร 1 วัน 2569 ที่เที่ยวใกล้กรุงเทพฯ
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.trueid.net/detail/MkGem7XRzqXv&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Wyk6YPpAiW3AbY_22WkVO -

รีวิวเที่ยวโบสถ์ร้อยปี วัดสังกระต่าย จ.อ่างทอง
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.trueid.net/detail/lAJo0B1GneYy&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3U-TaSc9xdFFuwFOaNNu14 -

K
บริษัท KOKUYO Co., Ltd. (สำนักงานใหญ่: จังหวัดโอซาก้า ญี่ปุ่น / ประธานบริษัท: Hidekuni Kuroda) ประกาศเดินหน้าขยายธุรกิจในตลาดไทย พร้อมเดินหน้าโปรโมตแบรนด์เพื่อการเรียนรู้ “Campus (แคมปัส)” ในไทย เพื่อตอบรับความต้องการด้านการศึกษาที่เพิ่มสูงขึ้น ด้วยการส่งมอบผลิตภัณฑ์เครื่องเขียนที่มีคุณภาพ ควบคู่กับการนำเสนอแนวทางการเรียนที่ใช้ประโยชน์จากอุปกรณ์เครื่องเขียนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อยกระดับสภาพแวดล้อมทางการศึกษาในประเทศไทยให้ดียิ่งขึ้น

จากญี่ปุ่นสู่เอเชีย และก้าวสู่ระดับโลก
Campus เป็นแบรนด์สมุดโน้ตภายใต้ KOKUYO ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 1905 โดยในช่วงหลังได้พัฒนาภายใต้แนวคิด “Manabikata (การเรียนรู้)” เพื่อนำเสนอคุณค่าใหม่ด้านการเรียนรู้ โดยสินค้าหลักของแบรนด์อย่าง “Campus Notebook” มียอดจำหน่ายสะสมมากกว่า 3,700 ล้านเล่ม นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 1975 อีกทั้งยังมีอัตราการรับรู้แบรนด์ในกลุ่มนักเรียนระดับมัธยมศึกษาในญี่ปุ่นสูงถึง 95% และด้วยรากฐานที่แข็งแกร่งนี้ Campus ได้พัฒนาตัวเองสู่การเป็น “แบรนด์เพื่อการเรียนรู้ (Manabi-kata Brand)” ที่เคียงข้างทุกการเรียนรู้ของทุกคน ซึ่ง “แบรนด์เพื่อการเรียนรู้” นี้ตั้งอยู่บนแนวคิดที่มองการเรียนรู้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินชีวิต โดยมุ่งส่งเสริมให้แต่ละคนค้นพบรูปแบบการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับตนเอง และสามารถค้นหาคำตอบของชีวิตในแบบของตนเองได้ การผลักดันแนวทางการเรียนรู้รูปแบบใหม่นี้สู่ระดับโลก KOKUYO ได้วางตำแหน่งประเทศไทยให้เป็นหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์สำคัญในภูมิภาคอาเซียน เพื่อส่งมอบคุณค่าใหม่ที่มุ่งยกระดับและพัฒนาสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ของนักเรียนไทย
แนวคิด “สร้างความสุขในทุกการเรียนรู้ (Bringing Joy to Learning)”
แนวคิดของ Campus คือ “สร้างความสุขในทุกการเรียนรู้ (Bringing Joy to Learning)” โดยไม่ได้มองการเรียนรู้เป็นเพียงหนึ่งในกระบวนการ แต่ให้ความสำคัญกับการที่แต่ละคนได้ค้นพบ “การเรียนรู้ (Manabi-kata)” ที่เหมาะกับตัวเอง และด้วยการสั่งสมองค์ความรู้จากการศึกษาพฤติกรรมและรูปแบบการเรียนรู้มานานกว่า 50 ปี Campus จึงมุ่งสู่การเป็นพาร์ทเนอร์ที่อยู่เคียงข้างผู้เรียน ไม่เพียงแต่ในด้านการศึกษา แต่ยังรวมถึงการเติบโตของแต่ละบุคคลด้วย
เข้าถึงนักเรียนที่กำลังเผชิญความท้าทายด้าน “แรงจูงใจในการเรียน”
Campus ได้นำแนวคิดของแบรนด์มาถ่ายทอดสู่ผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นทั้งด้านคุณภาพและฟังก์ชันการใช้งาน โดยเฉพาะการมุ่งแก้ไขความท้าทายที่นักเรียนจำนวนมากเผชิญ เช่น “การรักษาแรงจูงใจในการเรียน (การขาดแรงจูงใจ)” ด้วยการออกแบบที่ผสานความสะดวกในการใช้งานและความเพลิดเพลินเข้าด้วยกัน ช่วยลดความเครียดระหว่างการเรียน พร้อมส่งเสริมให้นักเรียนมีความกระตือรือร้นและมีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น
กลุ่มสินค้ายุคใหม่ ผสานความสร้างสรรค์และฟังก์ชันอย่างลงตัว
Campus ได้นำเสนอชุดสินค้า “Study Booster” ในตลาดไทย ที่มีความโดดเด่นทั้งด้านดีไซน์และฟังก์ชันการใช้งาน เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพกิจกรรมพื้นฐานในการเรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็น “การเขียน” “บันทึก” หรือ “การลบ”
<สินค้าหลัก (ตัวอย่าง)>
- Campus Illustrator Limited Edition Notebook (A5 – B5): ใช้กระดาษ Campus แบบออริจินอลที่พัฒนามาจากการวิจัยกว่า 50 ปี มอบสัมผัสการเขียนที่นุ่มนวล พร้อมปกดีไซน์พิเศษที่วาดโดยนักวาดชาวญี่ปุ่น
- ANY LINER: หมึกไม่ซึมและไม่ทะลุแม้บนกระดาษบาง ออกแบบ 2-in-1 ในด้ามเดียว ลดความจำเป็นในการเปลี่ยนเครื่องเขียนระหว่างเรียน เพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้
- ปากกาเจลแบบแห้งเร็ว: สีหมึกสดใสที่ให้สัมผัสการเขียนที่ลื่นไหล พร้อมประสิทธิภาพการแห้งเร็ว
- NAVI LINE เทปลบคำผิด: ออกแบบพร้อม NAVI LINE เพื่อการแก้ไขที่แม่นยำ ลื่นไหล ไม่ต้องออกแรงมาก
- PAN! CASE: กล่องดินสอแบบบางในรูปทรงขนมปัง จุของได้เยอะและพกพาสะดวก พร้อมช่องเก็บของเล็กๆ ภายใน
- HACO?HACO: กล่องดินสอที่ออกแบบให้ตั้งเองได้ ทำให้มองเห็นและจัดเก็บของได้ทันที ลดความยุ่งยากในการหยิบและเก็บเครื่องเขียน มาพร้อมช่องเก็บภายใน
เร่งขยายสู่ตลาดโลก และวิสัยทัศน์มุ่งสู่ปี 2030
Campus เดินหน้าขยายธุรกิจไม่เพียงในญี่ปุ่น แต่ยังมุ่งสู่ตลาดอาเซียนและเอเชียตะวันออก โดยมีประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง มีเป้าหมายที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำระดับโลกด้าน “การเรียนรู้” ในเอเชีย ภายในปี 2030 เพื่อยกระดับการมีบทบาทในตลาดเครื่องเขียนระดับโลกให้โดดเด่นยิ่งขึ้น
บนรากฐานของผลงานที่ได้รับความไว้วางใจในญี่ปุ่นมากว่า 50 ปี Campus พร้อมนำเสนอคุณค่าใหม่ของ “การเรียนรู้” ที่ก้าวข้ามขอบเขตผลิตภัณฑ์เครื่องเขียนในประเทศไทยและกลุ่มประเทศอาเซียน ภายใต้แนวคิด “Bringing Joy to Learning” เพื่อมุ่งสร้างอนาคตที่แต่ละคนจะได้พบกับ “วิธีการเรียนรู้” ในแบบของตัวเอง และได้สัมผัสประสบการณ์การเรียนรู้ที่มีความหมายและสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
ข้อมูลเพิ่มเติม
ข้อมูลกิจกรรมและกำหนดการ POP-UP
Dek-D’s TCAS Fair: งานการศึกษาและแนะแนวการศึกษาต่อขนาดใหญ่สำหรับนักเรียน KOKUYO จะออกบูธในงานเพื่อมอบโอกาสให้ได้ทดลองใช้สินค้าจริง
- วันที่: วันเสาร์ที่ 25 – วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน 2026 เวลา 9:00 – 17:00 น.
- สถานที่: BITEC Bangna
B2S event: จัดกิจกรรมพิเศษเฉพาะที่ร้านเครื่องเขียน B2S
- วันที่: วันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม – วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม 2026
- สถานที่: B2S Central Ladprao / B2S Mega Bangna
POP-UP Store:
- วันที่: วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม – วันพุธที่ 27 พฤษภาคม 2026
- สถานที่: Central Ladprao ชั้น 1
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.newswit.com/th/ieobs2rqtjf7yxwpapfjn4t8oy3f8hje&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2jS5RFRA1XIsTdns8Jd-Zw -

เจาะชีวิต “หมอเสริฐ” ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นผู้ทรงอิทธิพลในวงการขุดเจาะน้ำมันของเมืองไทย
เนื้อหาน่าอ่าน
แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/news/142733&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2R_MFIogYpEWCy8bDv6R9u -

เนชั่น กรุ๊ป ตั้ง ‘กมลภพ วีระพละ’ นั่งประธานบอร์ดคนใหม่ มีผล 21 เม.ย.นี้
เนชั่น กรุ๊ป ตั้ง ‘กมลภพ วีระพละ’ นั่งประธานบอร์ดคนใหม่ เสริมความแข็งแกร่งในการกำหนดนโยบาย ขับเคลื่อนองค์กร มีผลตั้งแต่วันที่ 21 เมษายน 2569 เป็นต้นไป
บริษัท เนชั่น กรุ๊ป (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) จัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 โดยที่ประชุมมีมติอนุมัติให้ ฉาย บุนนาค และ อภิวุฒิ ทองคำ กลับเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการต่ออีกวาระ ขณะเดียวกันได้แต่งตั้ง กมลภพ วีระพละ เป็นกรรมการใหม่ แทนกรรมการที่ไม่ประสงค์ดำรงตำแหน่งต่อ
นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทมีมติคัดเลือก “กมลภพ วีระพละ” ขึ้นดำรงตำแหน่ง “ประธานกรรมการบริษัท” มีผลตั้งแต่วันที่ 21 เมษายน 2569 เป็นต้นไป
สำหรับ ‘กมลภพ วีระพละ’ ปัจจุบันอายุ 60 ปี เป็นผู้บริหารที่มีคุณสมบัติและประสบการณ์ยาวนานด้านการบริหารองค์กร มีความเชี่ยวชาญด้านการวางกลยุทธ์ธุรกิจและการพัฒนาองค์กร โดยเคยดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และตำแหน่งสำคัญในภาคธุรกิจกลุ่มงานการเงินและบัญชี รวมถึงมีบทบาทในองค์กรสำคัญทั้งภาครัฐและเอกชน
ด้านการศึกษา สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาการบัญชี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ ระดับปริญญาโท Master of Business Administration จาก Indiana University ประเทศสหรัฐอเมริกา
การปรับโครงสร้างบอร์ดในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อเสริมความแข็งแกร่งในการกำหนดนโยบาย และเพิ่มประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนองค์กร รองรับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมสื่อต่อไป
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/741234&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1BGeEh4NL-_0U0PTGrUPXd -

สัญญายุคดิจิทัล บีบผู้บริโภคติดกับดัก เร่งปฏิรูปกฎหมาย – สภาองค์กรของผู้บริโภค

เปิดปัญหาสัญญาไม่เป็นธรรม ผู้บริโภคไม่มีอำนาจต่อรอง ชงข้อเสนอปฏิรูปกฎหมายให้รองรับสัญญาดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว
ในยุคออนไลน์ที่ทำให้การทำสัญญาต่าง ๆ ของผู้บริโภค ต้องเปลี่ยนจากการทำสัญญาบนกระดาษไปสู่หน้าจอคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์ ที่มักจะมีเนื้อหาจำนวนมาก หรือมีไฮเปอร์ลิงก์เชื่อมโยงไปสู่เนื้อหาในส่วนอื่น ๆ ของสัญญา ทำให้ผู้บริโภคอาจไม่ได้อ่านรายละเอียดอย่างรอบคอบ และไม่สามารถเจรจาต่อรองได้หากไม่เห็นชอบบางเงื่อนไข ขณะที่พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ได้ออกมาเป็นระยะเวลาเกือบ 30 ปี และมุ่งคุ้มครองสัญญาแบบกระดาษ จึงมีช่องว่างที่ไม่ได้คุ้มครองสัญญาดิจิทัลอย่างเต็มที่ ผู้เชี่ยวชาญเสนอเร่งปฏิรูปกฎหมายให้ครอบคุมสัญญาดิจิทัล ที่มีการนำมาใช้กันอย่างแพร่หลาย แต่ปราศจากการควบคุมด้านกฎหมาย
ดร. กฤษฎา แสงเจริญทรัพย์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต และคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษากฎหมายด้านการคุ้มครองผู้บริโภค สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 เป็นกฎหมายที่ใช้มานานเกือบ 30 ปี และออกแบบมาในยุคที่ใช้ “สัญญากระดาษ” แต่ปัจจุบันมีการเปลี่ยนไปเป็น “สัญญาดิจิทัล” ในหลายรูปแบบ โดยเฉพาะสัญญาทางการเงินที่ทำผ่านแอพพลิเคชั่น ทำให้ผู้บริโภคมีความเสียเปรียบหลายด้าน โดยเมื่อผู้บริโภคสมัครใช้บริการและทำสัญญาผ่านโทรศัพท์มือถือหรือคอมพิวเตอร์ จะไม่ได้รับสัญญาในรูปแบบกระดาษ แต่ได้รับในรูปแบบดิจิทัลเท่านั้น ซึ่งค่อนข้างยากต่อการตรวจสอบเนื้อหา และค่าธรรมเนียมต่างๆ อย่างละเอียด รวมถึงส่วนใหญ่ใช้ภาษาที่เข้าใจได้ยาก
อีกทั้งสัญญารูปแบบใหม่มักมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดและเงื่อนไขต่างๆ เป็นระยะ โดยใช้วิธีแจ้งเตือนบนแอปพลิเคชัน และสัญญามักมีการเปลี่ยนบ่อยครั้ง ทำให้ผู้บริโภคต้องผูกพันตามสัญญาฉบับใหม่ที่ส่งมาแทนสัญญาฉบับเดิม รวมถึงการแจ้งเปลี่ยนแปลงสัญญามักเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ผู้บริโภคกำลังใช้แอพพลิเคชั่นดำเนินการทำธุรกรรม ทำให้เกิดความเสียเปรียบที่ไม่ได้ตรวจสอบรายละเอียดของเนื้อหา อีกทั้งบางครั้งธนาคารได้มีการส่งรายละเอียดของสัญญาฉบับใหม่มาทางอีเมล หลังจากผู้บริโภคได้กดยอมรับเงื่อนสัญญาใหม่ไปแล้ว ทำให้ไม่มีโอกาสในการอ่านข้อสัญญาก่อน และไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้เมื่อให้ความยินยอมไปแล้ว
“การทำสัญญาในรูปแบบดิจิทัลผู้บริโภคจะไม่มีอำนาจในการต่อรองได้เลย เนื่องจากเมื่อทำธุรกรรมผ่านระบบออนไลน์และถึงขั้นตอนกดยอมรับเงื่อนไขในการให้บริการ (Terms of Service) ต่างๆ จะไม่มีช่องทางในการเจรจาหรือเปลี่ยนแปลงรายละเอียดเพิ่มได้ ซึ่งหากอ่านข้อสัญญาแล้วพอใจก็จะกดยินยอม แต่หากไม่พอใจจะต้องยกเลิกทำธุรกรรมนั้นไปทันที แตกต่างจากสัญญารูปแบบกระดาษที่ยังมีช่องทางในการเจรจาเงื่อนไขต่างๆ ได้ ขณะเดียวกันสัญญาดิจิทัลส่วนใหญ่จะมีรายละเอียดของสัญญาหลายหน้า ทำให้ในบางครั้งผู้บริโภคอาจไม่ได้มีเวลาอ่านรายละเอียดของสัญญาอย่างรอบคอบ” ดร. กฤษฎา กล่าว
ยกตัวอย่าง เฟซบุ๊ก (Facebook) หรือแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอื่น ๆ ที่ผู้ใช้บริการ ต้องกดยอมรับเงื่อนไขในการให้บริการ (Terms of Service) ต่างๆ ที่มีรายละเอียดของเนื้อหาจำนวนมาก และบางส่วนก็เขียนเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งยากต่อผู้บริโภคในการอ่านทำความเข้าใจ
ยกระดับการดูแลไปสู่สัญญาดิจิทัล
ดร. กฤษฎา กล่าวต่อว่า เมื่อผู้บริโภคเผชิญปัญหาในเรื่องสัญญาที่ไม่เป็นธรรม จะมีการเข้าไปร้องเรียนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ซึ่งมีหน้าที่กำกับและออกประกาศในเรื่องสัญญาและการคุ้มครองผู้บริโภคตามสัญญาของพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 และตามพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 แต่ก็จะมีข้อจำกัดอยู่ว่า จะต้องเป็นสัญญาที่มีกฎหมายกำหนดให้ทำเป็นลายลักษณ์อักษร หรือโดยปกติประเพณีต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น จึงอาจไม่ครอบคลุมถึงสัญญาดิจิทัลบางลักษณะ
นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงานอื่นๆ ที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องสัญญา เช่น “กระทรวงยุติธรรม” ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ให้ความคุ้มครองแก่ผู้บริโภค ตาม พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 หรือ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) เข้ามาดูแลเรื่องแพลตฟอร์ม ดังนั้น จึงอาจเกิดปัญหาความไม่ชัดเจนในเรื่องอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานกำกับดูแลขึ้นได้ หากว่าข้อสัญญาที่มีความไม่เป็นธรรมนั้นเป็นสัญญาดิจิทัล
สำหรับข้อเสนอแนะเพื่อการปฏิรูปสัญญาให้เป็นธรรมนั้น ดร. กฤษฎา มีความเห็นว่า กระทรวงยุติธรรม สคบ. และ ETDA ควรมาหารือร่วมกันอย่างจริงจังในการดูแลสัญญาโดยเฉพาะสัญญาดิจิทัล ซึ่ง สคบ. สามารถเป็นหน่วยงานหลักในการดูแลเรื่องนี้ เนื่องจากมีอำนาจหน้าที่ดูแลเรื่องสัญญากับผู้บริโภคโดยตรงอยู่แล้ว รวมถึงควรมีการแก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ให้ครอบคลุมถึงสัญญาดิจิทัล พร้อมปรับกฎหมายให้ สคบ. สามารถทำงานเชิงรุกเพิ่มขึ้น และขยายขอบเขตอำนาจให้ครอบคลุมสัญญาที่ไม่ใช่แค่รูปแบบหนังสือ อีกทั้งควรหาแนวทางกำกับดูแลสัญญาให้ใช้ถ้อยคำที่ผู้บริโภคทุกคนเข้าใจได้ง่าย
นอกจากนี้การทำสัญญากับสถาบันการเงินและแพลตฟอร์มต่างๆ ที่มีเนื้อหาจำนวนมาก ผู้ประกอบการควรสรุปสาระสำคัญของสัญญา พร้อมไฮไลท์จุดที่ผู้บริโภคอาจเสียประโยชน์ เช่น ดอกเบี้ยหรือค่าปรับ และต้องส่งให้ผู้บริโภคอ่านก่อน ที่จะกดยอมรับในการให้บริการ (Terms of Service) ต่างๆ ไม่ใช่ส่งให้ภายหลัง อีกทั้งควรมีระบบสืบค้นสัญญาย้อนหลัง หรือ ควรมีช่องทางให้ผู้บริโภคสามารถย้อนกลับไปดูสัญญาฉบับก่อนหน้า หรือฉบับแรกสุดที่เคยทำไว้ได้ เพื่อใช้เป็นหลักฐานหากเกิดปัญหาขึ้นในอนาคต ทั้งหมดหากมีการปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์และกฎหมายต่างๆ ก็น่าจะช่วยทำให้กลไกการคุ้มครองผู้บริโภคมีความก้าวหน้ามากขึ้น
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.tcc.or.th/unfair-digital-contracts-exposed/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3NgG8pKfPwXVdI5t409NY3












