Blog

  • How to เที่ยวญี่ปุ่น 2026 อัปเดตกฎใหม่ เที่ยวสนุก ไม่มีพลาด

    How to เที่ยวญี่ปุ่น 2026 อัปเดตกฎใหม่ เที่ยวสนุก ไม่มีพลาด

              ใครกำลังวางแผนเที่ยวญี่ปุ่น 2026 บอกเลยว่าทริปนี้ต้องเตรียมให้พร้อมกว่าเดิม รวม How to เที่ยวญี่ปุ่นแบบเข้าใจง่าย เที่ยวสนุก มือใหม่ก็ไปได้ มือโปรก็อัปเดตทริคใหม่ ๆ ได้ครบในที่เดียว

              เที่ยวญี่ปุ่น 2026 ต้องรู้อะไรบ้าง ? ทั้งเรื่องการเข้าประเทศ กฎใหม่ ๆ ภาษีท่องเที่ยว รวมถึงข้อควรรู้เล็ก ๆ ที่หลายคนอาจมองข้าม มีอะไรเปลี่ยนไปจากเดิมไหม และต้องเตรียมตัวยังไงให้ทริปไหลลื่น วันนี้รวม How to เที่ยวญี่ปุ่น ฉบับอ่านง่าย เข้าใจไว อัปเดตข้อมูลสำคัญแบบครบ ๆ เพื่อให้คุณวางแผนเที่ยวได้มั่นใจ สนุกได้เต็มที่ตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง

    เที่ยวญี่ปุ่น 2026 ฉบับอัปเดต

    การเข้าประเทศญี่ปุ่น 2026

    คนไทยต้องขอวีซ่าไปญี่ปุ่น 2026 ไหม ?

              ในปี 2026 คนไทยยังคงเข้าญี่ปุ่นได้แบบ Visa-Free พักได้สูงสุด 15 วัน ต่อครั้ง ถ้าใครจะไปเที่ยวก็แค่เตรียม พาสปอร์ตที่มีอายุเหลือไม่ตำกว่า 6 เดือน, ตั๋วกลับ และหลักฐานทางการเงิน (บางครั้งอาจถูกถามที่ Immigration) 

             *** แนะนำใช้ Visit Japan Web ลงทะเบียนล่วงหน้า เพื่อรับ QR Code ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองแบบ Digital แทนการกรอกกระดาษ จะช่วยประหยัดเวลาในสนามบินได้มาก

    เที่ยวญี่ปุ่น 2026 ฉบับอัปเดต

    JESTA คืออะไร ? ต้องสมัครเลยไหม ?

              JESTA (Japan Electronic System for Travel Authorization) คือระบบลงทะเบียนล่วงหน้าก่อนเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่น คล้ายกับระบบ ESTA ของสหรัฐฯ มีขึ้นเพื่อเพิ่มความปลอดภัยและคัดกรองผู้เดินทางก่อนเข้าประเทศ นักท่องเที่ยวบางประเทศที่ “ไม่ต้องขอวีซ่า” อาจต้องลงทะเบียนผ่านระบบนี้ก่อนบินไปญี่ปุ่นในอนาคต

              แล้วเราต้องสมัครเลยไหม ? ตอนนี้ยังอยู่ในช่วงเตรียมการและทยอยประกาศใช้ (คาดกันว่าจะเริ่มใช้จริงในปีงบประมาณ 2028 ของญี่ปุ่น การเดินทางปีนี้ยังใช้ระบบเดิม ไม่ต้องกังวล) เมื่อเปิดใช้งาน จะครอบคลุมนักท่องเที่ยวจาก 71 ประเทศที่ได้รับยกเว้นวีซ่า รวมถึงไทย โดขจะต้องกรอกข้อมูลออนไลน์และจ่ายค่าธรรมเนียม (คาดว่าประมาณ 1,500-3,000 เยน) ก่อนเดินทาง

              +++ ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ jestajapan.com

    Visit Japan Web คืออะไร ? ต้องสมัครไหม ?

              Visit Japan Web เป็นระบบเสริมของรัฐบาลญี่ปุ่น ให้กรอกข้อมูลเข้าประเทศและศุลกากรล่วงหน้าทางออนไลน์ ได้ QR Code สำหรับสแกนที่ด่านแทนการกรอกกระดาษ ปัจจุบันสนามบินหลัก 7 แห่งมีเกต Electronic Customs Declaration ที่ใช้ระบบ Face Recognition และ QR Code เข้าได้เลย รวดเร็วกว่าช่องปกติมาก

             +++ ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ Visit Japan Web

    ภาษีนักท่องเที่ยว 2026

    เที่ยวญี่ปุ่น 2026 ฉบับอัปเดต

    ภาษีขาออก 2026 ขึ้นราคาไหม

              ข้อมูลจากเว็บไซต์ mlit.go.jp โดย “ภาษีออกนอกประเทศ (International Tourist Tax) แจ้งว่ามีการปรับภาษีขาออก โดยจะเพิ่มขึ้นประมาณ 3 เท่า เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2026 เป็นต้นไป

    เที่ยวญี่ปุ่น 2026 ฉบับอัปเดต

    ภาพจาก : เว็บไซต์ mlit.go.jp

    • ก่อนวันที่ 1 กรกฎาคม 2026 : 1,000 เยน/คน (ประมาณ 250 บาท)

    • ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2026 : 3,000 เยน/คน (ประมาณ 750 บาท)

              ภาษีนี้จะถูกรวมอยู่ในราคาตั๋วเครื่องบินเรียบร้อยแล้ว ผู้เดินทางไม่ต้องจ่ายเพิ่มที่สนามบิน แต่ราคาตั๋วอาจสูงขึ้นตามอัตราใหม่ โดยจะมีผลกับผู้เดินทางเกือบทั้งหมด ยกเว้นเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี และผู้โดยสารที่เป็น Transit ภายใน 24 ชั่วโมง

    สัมภาระถือขึ้นเครื่อง 2026

             กระแสที่บอกว่า “ญี่ปุ่นออกกฎใหม่ จำกัดสัมภาระขึ้นเครื่อง 2 ชิ้น ไม่เกิน 10 กก.” นั้น จริง ๆ แล้ว ไม่ใช่กฎใหม่ของประเทศญี่ปุ่น แต่เป็นกฎมาตรฐานของ “สายการบิน” ที่ใช้กันมานานอยู่แล้ว เพียงแต่ช่วงหลังมีการตรวจเข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะในไฟลต์ที่ผู้โดยสารเยอะหรือใกล้เต็มลำ

             โดยทั่วไป สายการบินหลักอย่าง Japan Airlines และ All Nippon Airways จะอนุญาตให้นำสัมภาระขึ้นเครื่องได้ 2 ชิ้น คือ กระเป๋าเดินทางขนาดเล็ก 1 ใบ และของใช้ส่วนตัว เช่น กระเป๋าถือหรือเป้ อีก 1 ใบ โดยน้ำหนักรวมต้องไม่เกิน 10 กิโลกรัม ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ใช้มานาน ไม่ได้เพิ่งประกาศใหม่แต่อย่างใด

             สิ่งที่เปลี่ยนไปจริง ๆ คือการ “ตรวจเข้มขึ้น” เจ้าหน้าที่สามารถเรียกชั่งน้ำหนักสัมภาระบริเวณหน้าเกตได้ หากพบว่าน้ำหนักเกินหรือจำนวนเกิน อาจต้องนำไปโหลดใต้เครื่องและเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม ซึ่งอาจทำให้เสียเวลาและค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น

    ภาษีโรงแรม 2026 เก็บเท่าไหร่บ้าง

              ภาษีที่พักในญี่ปุ่น (Accommodation Tax) เป็นค่าธรรมเนียมที่แต่ละเมือง/จังหวัดกำหนดเอง โดยจะคิด “ต่อคน ต่อคืน” และอัตราจะขึ้นอยู่กับราคาห้องพักเป็นหลัก ซึ่งในปี 2026 มีหลายพื้นที่ที่เริ่มปรับหรือเตรียมจัดเก็บเพิ่มเติม ดังนี้

    เที่ยวญี่ปุ่น 2026 ฉบับอัปเดต

    ภาพจาก : Gil Meshulam / shutterstock.com

    • เกียวโต (เริ่มอัตราใหม่ 1 มีนาคม 2026) : ประมาณ 200-10,000 เยน/คน/คืน (ขึ้นอยู่กับราคาห้อง)

    • ฮอกไกโด : ประมาณ 100-500 เยน

    • กิฟุ / โทบะ : 200 เยน (อัตราเดียว)

    • ยูกาวาระ : ประมาณ 300-500 เยน

    • นาโงยา, คุมาโมโตะ และ มิยาซากิ : ได้รับอนุมัติให้เริ่มเก็บภาษีช่วงมิถุนายน 2026 แต่ยังไม่ประกาศอัตราอย่างเป็นทางการ

             *** โดยทั่วไป ที่พักราคาต่ำกว่า 6,000 เยน/คืน มักได้รับการยกเว้น หรือเสียในอัตราขั้นต่ำ

             *** ภาษีนี้คิดเฉพาะผู้เข้าพักค้างคืนเท่านั้น (Day trip ไม่เสีย) และส่วนใหญ่มักเรียกเก็บ ณ ที่พักโดยตรง หรือรวมอยู่ในค่าห้อง

    ช้อปปิ้ง และ Tax-Free

    ระบบ Tax-Free 2026

              ญี่ปุ่นเตรียมปรับระบบ Tax-Free Shopping ครั้งใหญ่ โดยจะเปลี่ยนจากระบบเดิมที่ “ลดภาษีทันทีตอนซื้อ” ไปเป็นระบบใหม่ที่ต้อง “จ่ายเต็มก่อน แล้วค่อยขอคืนภาษี (Refund)” หลังเดินทางออกประเทศ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มใช้ประมาณช่วงเดือนพฤศจิกายน 2026 เป็นต้นไป

    เที่ยวญี่ปุ่น 2026 ฉบับอัปเดต

    ภาพจาก : slyellow / shutterstock.com

    เที่ยวญี่ปุ่น 2026 ฉบับอัปเดต

    ภาพจาก : เว็บไซต์ mlit.go.jp

    ระบบเดิม (ใช้ถึงตุลาคม 2026)

    • ลดภาษี 10% ทันทีที่หน้าร้าน เวลาซื้อของในร้านที่เข้าร่วม Tax-Free พนักงานจะคำนวณราคาที่ “หักภาษีแล้ว” ให้เลย 

    • แยกสินค้าเป็นของใช้สิ้นเปลือง / ของใช้ทั่วไป ระบบจะต้องแบ่งประเภทสินค้าอย่างชัดเจน เช่น ของใช้สิ้นเปลือง เช่น อาหาร ขนม เครื่องสำอาง และของใช้ทั่วไป เช่น เสื้อผ้า กระเป๋า อุปกรณ์ต่าง ๆ เพราะแต่ละประเภทมีกฎการใช้งาน Tax-Free ไม่เหมือนกัน

    • สินค้าของใช้สิ้นเปลืองต้องซีลถุงพิเศษ ห้ามเปิดใช้ก่อนออกจากประเทศ ใช้เพื่อยืนยันว่า “ซื้อเพื่อเอาออกนอกญี่ปุ่นจริง”

    • ซื้อแล้วจบ ไม่ต้องขอคืนภายหลัง ไม่ต้องไปทำเรื่อง Refund ที่สนามบิน และไม่ต้องยื่นเอกสารเพิ่ม

    เที่ยวญี่ปุ่น 2026 ฉบับอัปเดต

    ภาพจาก : awstoys / shutterstock.com

    ระบบใหม่ (เริ่มเดือนพฤศจิกายน 2026 เป็นต้นไป)

    • ต้องจ่ายราคาเต็มก่อนทุกครั้ง

    • ค่อยไปยื่นขอ Refund ที่สนามบิน

    • ยกเลิกการแบ่งประเภทสินค้า (ง่ายขึ้น)

    • ยกเลิกการซีลถุงสินค้า

    • ต้องเก็บใบเสร็จทุกใบ และยื่นขอคืนภายใน 90 วันหลังซื้อ

             *** โดยทั่วไป เงินจะคืนผ่าน บัตรเครดิต ประมาณ 1-2 สัปดาห์ และการโอนเงินระหว่างประเทศ: ประมาณ 2-4 สัปดาห์

             *** ระบบใหม่จะ “สะดวกขึ้นในเรื่องกฎสินค้า” แต่เพิ่มขั้นตอนตอนออกประเทศ ดังนั้นควรวางแผนเวลาเผื่อที่สนามบิน และเก็บใบเสร็จให้ครบทุกใบ

             *** ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ mlit.go.jp

    ใครมีสิทธิ์ได้ Tax-Free 2026 บ้าง

              สิทธิ์ Tax-Free ในญี่ปุ่นยังคงให้กับนักท่องเที่ยวที่มีสถานะตามที่กำหนด โดยหลักสำคัญคือ “ต้องเป็นผู้พำนักชั่วคราว” และมีเงื่อนไขการแสดงตัวตนชัดเจนเมื่อซื้อสินค้า

    • ต้องเป็นนักท่องเที่ยวสถานะ Temporary Visitor ผู้ที่สามารถใช้สิทธิ์ได้คือคนที่มีวีซ่าหรือสถานะ Temporary Visitor เท่านั้น เช่น นักท่องเที่ยวทั่วไป, ต้องพำนักอยู่ในญี่ปุ่นไม่เกิน 6 เดือน และใช้พาสปอร์ตเป็นหลักฐานยืนยันตัวตนตอนซื้อสินค้า

    • ต้องซื้อสินค้าจากร้าน Tax-Free ที่ร่วมรายการ สิทธิ์จะใช้ได้เฉพาะร้านค้าที่เข้าร่วมระบบ Tax-Free เท่านั้น

    • ต้องนำสินค้าออกจากญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ตั้งแต่เดือนเมษายน 2025 เป็นต้นไป มีการปรับเงื่อนไขสำคัญคือ ไม่สามารถใช้ Tax-Free กับสินค้าที่ “ส่งไปรษณีย์ออกนอกประเทศ” ได้ และต้องพกสินค้าออกจากญี่ปุ่นด้วยตัวเองเท่านั้นจึงจะถือว่าใช้สิทธิ์ได้

              สรุปง่าย ๆ คือ Tax-Free ใช้ได้เฉพาะนักท่องเที่ยวระยะสั้น (ไม่เกิน 6 เดือน) ต้องซื้อจากร้านที่ร่วมรายการ ใช้พาสปอร์ตยืนยัน และต้องนำของออกนอกประเทศด้วยตัวเองเท่านั้น

    ราคา Dual Pricing สำหรับนักท่องเที่ยว

              ในช่วงหลัง หลายสถานที่ท่องเที่ยวในญี่ปุ่นเริ่มใช้ระบบ “Dual Pricing” หรือการตั้ง ราคาสองระดับ ระหว่างคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งกลายเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่นักเดินทางควรรู้ก่อนวางแผนเที่ยว โดยระบบนี้มักพบในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม เช่น สวนสนุก, รีสอร์ตสกี, ศาลเจ้าและวัดบางแห่ง, ปราสาทหรือแหล่งประวัติศาสตร์ และสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตที่มีนักท่องเที่ยวหนาแน่น

    การเดินทางและชินคันเซ็น

    กฏกระเป๋าบนชินคันเซ็น 2026

              สำหรับเส้นทางชินคันเซ็นสายหลักของญี่ปุ่น เช่น Tokaido / Sanyo / Kyushu / Nishi-Kyushu Shinkansen มีการกำหนดกฎเรื่องกระเป๋าเดินทางชัดเจนมากขึ้น เพื่อความสะดวกและความปลอดภัยของผู้โดยสาร โดยเฉพาะกระเป๋าขนาดใหญ่ที่ต้องมีการจองที่นั่งล่วงหน้า

    เที่ยวญี่ปุ่น 2026 ฉบับอัปเดต

    ภาพจาก : Atiwat Witthayanurut / shutterstock.com

    • ขนาดกระเป๋าน้อยกว่า 160 เซนติเมตร วางในช่องเก็บของบนหัวได้เลย ไม่ต้องจอง

    • ขนาดกระเป๋า 160-250 เซนติเมตร ต้องจองที่นั่งแบบ Oversized Luggage Area ล่วงหน้า (ฟรี ถ้าจองก่อน)

    • ขนาดกระเป๋ามากกว่า 250 เซนติเมตร ห้ามนำขึ้น ใช้บริการส่งกระเป๋า (Takkyubin) แทน

             *** ถ้าขึ้นโดยไม่จองและมีกระเป๋าเกิน 160 เซนติเมตร โดนปรับ 1,000 เยน ที่นั่งแบบนี้มีจำนวนจำกัด ช่วง Cherry Blossom และ Golden Week จองหมดเร็วมาก

             *** ดูข้อมูลเพื่มเติมได้ที่เว็บไซต์ global.jr-central.co.jp

    JR Pass ยังคุ้มค่าอยู่ไหม

              ในปี 2026 ความคุ้มค่าของ JR Pass เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน หลังจากมีการปรับราคาครั้งใหญ่ก่อนหน้านี้ และมีแผนจะปรับขึ้นอีกประมาณในวันที่ 1 ตุลาคม 2026 โดยราคาปัจจุบัน (ก่อนปรับขึ้น) อยู่ที่ 7 วัน ¥50,000, 14 วัน ¥80,000 และ 21 วัน ¥100,000 และด้วยราคาที่เพิ่มขึ้น ทำให้ JR Pass ไม่ได้คุ้มสำหรับทุกแผนการเดินทางเหมือนในอดีต โดยเฉพาะทริปยอดนิยมอย่าง โตเกียว-เกียวโต-โอซาก้า ที่แม้จะมีการนั่งชินคันเซ็นไป-กลับ แต่เมื่อคำนวณรวมแล้ว มักพบว่าการซื้อตั๋วแยกเป็นเที่ยว ๆ จะมีค่าใช้จ่ายถูกกว่า

    เที่ยวญี่ปุ่น 2026 ฉบับอัปเดต

    ภาพจาก : fernando Monet / shutterstock.com

              อย่างไรก็ตาม JR Pass ยังคงคุ้มค่าในกรณีที่มีการเดินทางระยะไกลหลายเมือง และใช้งานรถไฟความเร็วสูงบ่อยครั้ง เช่น การเพิ่มเส้นทางไปยังฮิโรชิมา คานาซาวะ ฟุกุโอกะ หรือแม้แต่ฮอกไกโดในทริปเดียว ซึ่งจะช่วยเฉลี่ยค่าเดินทางต่อเที่ยวให้ถูกลงอย่างเห็นได้ชัด สำหรับผู้ที่วางแผนเที่ยวเป็นภูมิภาคเดียว ปัจจุบันยังมีตัวเลือกอย่าง Regional Pass ที่ตอบโจทย์และประหยัดมากกว่า เช่น JR Kansai Wide Pass หรือ JR Tokyo Wide Pass ซึ่งออกแบบมาให้เหมาะกับการเดินทางเฉพาะโซน

    บัตร IC (Suica/Pasmo) ยังใช้ได้ไหม

              ตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคม 2026 JR East ได้ปรับขึ้นค่าโดยสารรถไฟในโตเกียว เช่น สาย Yamanote Line จากเดิม ¥150 เป็น ¥160 ต่อเที่ยว แม้ราคาจะขยับขึ้นเล็กน้อย แต่เมื่อเทียบกับความสะดวกและความครอบคลุมของระบบขนส่ง ก็ยังถือว่าคุ้มค่าสำหรับนักท่องเที่ยว

    เที่ยวญี่ปุ่น 2026 ฉบับอัปเดต

    ภาพจาก : Terence Toh Chin Eng / shutterstock.com

              ในส่วนของบัตรโดยสาร บัตร IC อย่าง Suica และ PASMO ยังคงใช้งานได้ตามปกติ และค่าโดยสารจะถูกกว่าการซื้อตั๋วกระดาษเล็กน้อย แนะนำให้เติมเงินติดไว้ จะช่วยให้เดินทางได้สะดวกและรวดเร็วมากขึ้น

             *** ตอนนี้สามารถเพิ่ม Suica เข้า Apple Wallet หรือ Google Pay ได้แล้ว

    เกร็ดอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
    เที่ยวญี่ปุ่น 2026

    พาวเวอร์แบงก์ไปญี่ปุ่น 2026

              ญี่ปุ่นออกกฎใหม่เกี่ยวกับพาวเวอร์แบงก์บนเครื่องบิน (มีผล 24 เมษายน 2026) ซึ่งถือว่าเข้มงวดขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเรื่อง “ความปลอดภัยจากแบตเตอรี่ลิเธียม”

    เที่ยวญี่ปุ่น 2026 ฉบับอัปเดต

    • ห้ามโหลดใต้เครื่อง (Checked baggage) พาวเวอร์แบงก์ต้องใส่ในกระเป๋าถือขึ้นเครื่องเท่านั้น ห้ามใส่กระเป๋าโหลดเด็ดขาด

    • จำกัดจำนวน ไม่เกิน 2 ก้อน/คน และแต่ละก้อนต้องมีความจุไม่เกิน 160Wh

    • ห้ามใช้บนเครื่องบิน ได้แก่ ห้ามใช้พาวเวอร์แบงก์ชาร์จมือถือ, ห้ามเสียบชาร์จพาวเวอร์แบงก์กับปลั๊กบนเครื่อง

    • ต้องเก็บไว้ใกล้ตัว ไม่ควรเก็บในช่องเหนือศีรษะ เพื่อให้ตรวจสอบได้ง่ายหากเกิดปัญหา

    โดรนถ่ายภาพยังทำได้ไหม

              ในปี 2026 ญี่ปุ่นได้เดินหน้าปรับกฎหมายโดรนให้เข้มงวดขึ้น โดยเฉพาะการ ขยายพื้นที่ No-Fly Zone ครอบคลุมพื้นที่สำคัญมากขึ้น เช่น สถานที่สำคัญของรัฐและโครงสร้างพื้นฐาน, พื้นที่จัดงานหรือมีคนจำนวนมาก, เขตเมืองและย่านที่อยู่อาศัยหนาแน่น โดยมีการเสนอให้ขยายรัศมีพื้นที่ห้ามบินจากเดิมประมาณ 300 เมตร เป็นสูงสุดถึง 1 กิโลเมตรรอบสถานที่สำคัญ และในบางพื้นที่ (โดยเฉพาะเมืองใหญ่หรือแลนด์มาร์กดัง) แทบ ไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวบินโดรนเลย เนื่องจากติดข้อจำกัดด้านความปลอดภัยและกฎหมายท้องถิ่น

    เช่า Airbnb ในญี่ปุ่นยังได้ไหม มีเรื่องอะไรที่ควรระวัง

              ในปี 2026 การจองที่พักในญี่ปุ่น โดยเฉพาะแบบ Short-term Rental เช่น Airbnb ต้องระมัดระวังมากขึ้น เนื่องจากมีการบังคับใช้กฎหมายเข้มงวดขึ้นอย่างต่อเนื่อง กฎหมายหลักคือ Minpaku Law ซึ่งกำหนดให้ที่พักต้องจดทะเบียนกับภาครัฐ และสามารถปล่อยเช่าได้ไม่เกิน 180 วันต่อปี หากไม่ปฏิบัติตามถือว่าผิดกฎหมาย และมีโอกาสถูกสั่งปิดทันที

    เที่ยวญี่ปุ่น 2026 ฉบับอัปเดต

    ภาพจาก : POM POM / shutterstock.com

              ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวคือ การถูกยกเลิกการจองแบบกะทันหัน หากที่พักถูกตรวจพบว่าไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย แนะนำให้เลือกพักโรงแรม เกสต์เฮาส์ หรือที่พักที่มีเลขทะเบียนชัดเจน ซึ่งเป็นตัวเลือกที่มั่นใจกว่า

    ไปญี่ปุ่นยังต้องพกเงินสดอยู่ไหม

              ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ญี่ปุ่นพัฒนาระบบชำระเงินแบบ Cashless อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ เช่น โตเกียวหรือโอซาก้า ปัจจุบันร้านค้า โรงแรม และระบบขนส่งส่วนใหญ่รองรับบัตรเครดิต/เดบิต รวมถึง QR Payment อย่าง PayPay และบัตร IC อย่าง Suica ทำให้การใช้จ่ายสะดวกขึ้นมากสำหรับนักท่องเที่ยว

    เที่ยวญี่ปุ่น 2026 ฉบับอัปเดต

              อย่างไรก็ตาม “เงินสด” ยังคงมีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบท ร้านอาหารขนาดเล็ก หรือสถานที่อย่างวัดและศาลเจ้า ที่บางแห่งยังรับเฉพาะเงินสด ดังนั้นแนะนำให้พกเงินสดติดตัวประมาณ ¥10,000-20,000 ไว้เสมอ เพื่อความสะดวกและไม่พลาดการใช้จ่ายในจุดที่ไม่รองรับระบบดิจิทัล

    ซิมการ์ด หรือ eSIM 2026 ใช้อะไรดี

              ในปี 2026 การใช้อินเทอร์เน็ตสำหรับนักท่องเที่ยวในญี่ปุ่นเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน โดย eSIM กลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมอันดับต้น ๆ เพราะสะดวกมาก ไม่ต้องรอซื้อหรือรับของที่สนามบิน เพียงดาวน์โหลดแพ็กเกจและเปิดใช้งานก่อนเดินทาง ก็สามารถใช้งานได้ทันทีเมื่อถึงญี่ปุ่น

    เที่ยวญี่ปุ่น 2026 ฉบับอัปเดต

    • eSIM เหมาะกับสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ สะดวกที่สุดในตอนนี้ ราคาเริ่มต้นประมาณ $1/วันขึ้นไป และสามารถเปิดใช้งานได้ทันทีหลังตั้งค่า

    • Pocket WiFi เหมาะสำหรับการเดินทางเป็นกลุ่ม เพราะสามารถแชร์อินเทอร์เน็ตได้หลายอุปกรณ์ แต่ต้องพกเครื่องและชาร์จแบตเพิ่ม

    • SIM Card ท้องถิ่น สามารถหาซื้อได้ที่สนามบินหรือร้านสะดวกซื้อ ราคาไม่สูงมาก แต่ส่วนใหญ่เป็นแพ็กเกจเน็ตอย่างเดียว ไม่มีเบอร์โทรสำหรับโทรออก

    คำนวณค่าใช้จ่ายเที่ยวญี่ปุ่น 2026

              โดยรวมญี่ปุ่นยังคงเป็นจุดหมายที่ “เที่ยวคุ้ม” เมื่อเทียบกับหลายประเทศในยุโรป โดยเฉพาะจากค่าเงินเยนที่ยังอ่อน แต่ก็มีค่าใช้จ่ายใหม่หลายรายการที่ถูกปรับเพิ่มและควรวางแผนล่วงหน้า เช่น ภาษีออกนอกประเทศที่เพิ่มจาก ¥1,000 เป็น ¥3,000 ต่อคน (เริ่มเดือนกรกฎาคม 2026), ภาษีที่พักในเกี่ยวโต ที่ขยายเพดานสูงขึ้นตามระดับโรงแรม, รวมถึงค่าโดยสารรถไฟของ JR East อย่างสาย Yamanote Line ที่ขยับขึ้นเล็กน้อย และค่าเข้าชมปราสาทฮิเมจิที่ปรับเพิ่มสำหรับนักท่องเที่ยว

    เที่ยวญี่ปุ่น 2026 ฉบับอัปเดต

              อย่างไรก็ตาม ผลกระทบของค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจะเห็นชัดในกรณีที่พักหรูหรือเดินทางหลายเมือง แต่สำหรับทริปทั่วไปประมาณ 7-10 วัน ค่าใช้จ่ายรวมมักเพิ่มขึ้นเพียงหลักพันบาทเท่านั้น เมื่อเทียบกับประสบการณ์ที่ได้รับแล้ว ญี่ปุ่นยังถือว่าเป็นประเทศที่เดินทางได้คุ้มค่า เพียงแค่วางแผนงบประมาณล่วงหน้า ก็สามารถเที่ยวได้อย่างสบายใจและไม่เกินงบได้

              ญี่ปุ่นปี 2026 ยังน่าเที่ยวไม่เปลี่ยน แค่รู้กฎใหม่และวางแผนให้ดี เตรียมตัวให้พร้อม แล้วออกไปเก็บทุกโมเมนต์ให้คุ้มที่สุด ทริปนี้…สนุกได้แบบไม่มีสะดุดแน่นอน ^ ^ 

    หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง

    บทความ เที่ยวญี่ปุ่น ที่เที่ยวญี่ปุ่น เที่ยวต่างประเทศ อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

    ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : เว็บไซต์ jestajapan.com, เว็บไซต์ Visit Japan Webเว็บไซต์ mlit.go.jpเว็บไซต์ livejapan.comเว็บไซต์ kyoto.travelเว็บไซต์ japan.travelเว็บไซต์ global.jr-central.co.jp, เว็บไซต์ japan-experience.com, เว็บไซต์ jal.co.jp, เว็บไซต์ ossportal.dips.mlit.go.jp, เว็บไซต์ mlit.go.jp, เว็บไซต์ jal.co.jp, เว็บไซต์ 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.kapook.com/view300488.html&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw29t80EGFs8Hxc-4W79-Nl_

  • รีวิวโรงแรมราคาหลักร้อย กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์

    รีวิวโรงแรมราคาหลักร้อย กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์

    TrueID

    Follow us

    TrueID Line Official

    Copyright © True Digital Group Company Limited.
    All rights reserved

    TrueID APP

    Unbox Yourself with TrueID

    ทรูไอดี โลกความสุขในทุกตัวตนของคุณ

    Download on App StoreDownload on Google Play StoreDownload on Huawei AppGallery

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.trueid.net/detail/ZaV35eXg5pxJ&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3lcgyp-zpvgxlkFEpLFjWV

  • DSI สรุปสำนวนส่งพนักงานอัยการ เสนอความเห็นควรฟ้องบริษัทนอมินีต่างชาติ ตั้งเพื่อซื้อขายที่ดินในจังหวัดท่องเที่ยวภาคใต้

    DSI สรุปสำนวนส่งพนักงานอัยการ เสนอความเห็นควรฟ้องบริษัทนอมินีต่างชาติ ตั้งเพื่อซื้อขายที่ดินในจังหวัดท่องเที่ยวภาคใต้

    DSI สรุปสำนวนส่งพนักงานอัยการ เสนอความเห็นควรฟ้องบริษัทนอมินีต่างชาติ

    ตั้งเพื่อซื้อขายที่ดินในจังหวัดท่องเที่ยวภาคใต้


                วันนี้ (วันพุธที่ 22 เมษายน 2569) คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีความมั่นคง ได้นำสำนวนการสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมตัวผู้ต้องหา ส่งพนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุดดำเนินการพิจารณา จำนวน 2 คดี ประกอบด้วย

                1. คดีพิเศษที่ 7/2567 กรณี กล่าวหาว่า บริษัท วิลล่า อันดามัน จำกัด กับพวก รวม 31 ราย กระทำความผิดฐาน “เป็นคนต่างด้าวร่วมกันประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นคนต่างด้าวร่วมกันยินยอมให้ผู้มีสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่มิใช่คนต่างด้าวช่วยเหลือสนับสนุนในการกระทำความผิดเพื่อให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจโดยหลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ และเป็นกรรมการรู้เห็นเป็นใจกับการกระทำความผิดของนิติบุคคล” ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ประกอบประมวลกฎหมาย โดยส่งสำนวนการสอบสวนคดีพร้อมผู้ต้องหา รวมจำนวน 28 ราย  และพร้อมผู้ต้องหาอีก 3 ราย ซึ่งเป็นกลุ่มบุคคลและนิติบุคคลที่มีการกระทำความผิดเกี่ยวเนื่องเกี่ยวพันกัน จึงขอแยกส่งสำนวนการสอบสวนคดีพิเศษในภายหลัง เมื่อได้รับผลการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหาครบถ้วนแล้ว 

                2. คดีพิเศษที่ 8/2567 กรณี กล่าวหาว่า บริษัท สมุย ร็อคเก็ท จำกัด กับพวก รวม 7 ราย กระทำความผิดฐาน “เป็นคนต่างด้าวร่วมกันประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นคนต่างด้าวร่วมกันยินยอมให้ผู้มีสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่มิใช่คนต่างด้าวช่วยเหลือสนับสนุนในการกระทำความผิดเพื่อให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจ โดยหลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ และเป็นกรรมการ รู้เห็นเป็นใจกับการกระทำความผิดของนิติบุคคล” ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา 

                คดีดังกล่าวสืบเนื่องมาจาก กองคดีความมั่นคง มีการสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษที่ 7/2561 กรณีมีบริษัทที่ปรึกษากฎหมายสำนักงานตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดภูเก็ต โดยมีนายมาคัส (สงวนนามสกุล) สัญชาติอังกฤษ และนายพอล (สงวนนามสกุล) สัญชาติสหรัฐอเมริกา เป็นผู้บริหาร มีพฤติการณ์จัดให้ลูกจ้าง ซึ่งเป็นคนไทยเป็นตัวแทนอำพราง ก่อตั้งบริษัท ซันนี่ ชอร์ส พร๊อพเพอร์ตี้ จำกัด แล้วนำบริษัทดังกล่าวเข้าไปถือครองหุ้นในบริษัทต่าง ๆ ในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดภูเก็ต ในฐานะสัดส่วนของผู้ถือหุ้นที่เป็นสัญชาติไทย เพื่อประกอบธุรกิจการค้าที่ดินให้กับชาวต่างชาติ และเมื่อมีชาวต่างชาติเข้ามาซื้อที่ดินของบริษัทเหล่านั้นถือครองอยู่ก็จะดำเนินการจำหน่ายหรือขายหุ้นของตนเองหรือปิดบริษัทเดิม เพื่อให้ลูกค้าซึ่งเป็นชาวต่างชาติเข้ามายึดถือและครอบครองต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dsi.go.th/en/Detail/a31b47d528562eeb4668b32cfa1f3637&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0UC4kVlliIgyGb5gtvtbqC

  • ผศ.ดร.เอกก์ ภทรธนกุล ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย

    ผศ.ดร.เอกก์ ภทรธนกุล ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย

    Skip to content

    ข่าวสารจุฬาฯ

    ผศ.ดร.เอกก์ ภทรธนกุล ที่ปรึกษาด้านแบรนด์จุฬาฯ และหัวหน้าภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย ประจำปี 2569–2571

    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยขอแสดงความยินดีเป็นอย่างยิ่งแด่ ผศ.ดร.เอกก์ ภทรธนกุล ที่ปรึกษาด้านแบรนด์จุฬาฯ และหัวหน้าภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ ในโอกาสได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย ประจำปี 2569–2571

    ผศ.ดร.เอกก์ ภทรธนกุล เป็นนักการตลาดที่ได้รับการยอมรับทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ (University of Cambridge) และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้วยผลการเรียนเป็นอันดับหนึ่งจากมหาวิทยาลัยคอร์เนล (Cornell University) และเกียรตินิยมอันดับหนึ่งด้านการตลาด จากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    ในด้านการบริหารและภาคอุตสาหกรรม ผศ.ดร.เอกก์ ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารบริษัทไปรษณีย์ไทย พร้อมทั้งเคยมีบทบาทเป็นกรรมการในองค์กรชั้นนำหลายแห่ง อาทิ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ และ ส.ขอนแก่น รวมถึงเป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดและแบรนด์ให้กับองค์กรชั้นนำ เช่น SCG, SCGP, Betagro และ AirAsia ควบคู่ไปกับบทบาทในฐานะหัวหน้าภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ

    จุฬาฯ เป็นที่ที่เราได้มาพบตัวเองจริงๆ และเป็นช่วงเวลาที่สนุกที่สุด

    คุณรสสุคนธ์ กองเกตุ (ครูเงาะ) นิสิตเก่า คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chula.ac.th/news/300100/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw23ocGHSEh9qkzIhCbeAsBD

  • ไทยอัดไต้หวัน 3-0 คู่ ทะลุ 8 ทีมเทนนิส ยู-14 ไอทีเอฟ เวิลด์ฯ 2026

    ไทยอัดไต้หวัน 3-0 คู่ ทะลุ 8 ทีมเทนนิส ยู-14 ไอทีเอฟ เวิลด์ฯ 2026

    ทีมนักหวดเยาวชนหญิงไทย รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี ฟอร์มดุไล่ต้อน ไต้หวัน ขาดลอย 3-0 คู่ การันตีตั๋วรอบ 8 ทีมสุดท้ายศึก ไอทีเอฟ เวิลด์ จูเนียร์ เทนนิส พร้อมดวล คาซัคสถาน ชิงแชมป์กลุ่ม

    ทีมนักหวด ยู-14 หญิงทีมชาติไทย เดินหน้าคว้าชัยแมตช์ที่ 2 ได้สำเร็จ ในการแข่งขันเทนนิสเยาวชนชิงแชมป์โลก ประเภททีมหญิง รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี รอบคัดเลือกตัวแทนโซนเอเชีย/โอเชียเนีย รายการ “2026 ไอทีเอฟ เวิลด์ จูเนียร์ เทนนิส, เอเชีย/โอเชียเนีย ไฟนอลส์ ควอลิฟายอิ้ง อีเวนท์” ณ เมืองกูชิง รัฐซาราวัก ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 22 เม.ย. 2569

    การแข่งขันในรอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม 2 แมตช์ที่ 2 ทีมชาติไทย ลงสนามพบกับ ทีมชาติไต้หวัน โดยผลการแข่งขันมีดังนี้ เดี่ยวมือสอง: อัญวีณ์ ไพศาลภาณุวงศ์ ประเดิมแต้มแรกให้ไทยหลังเอาชนะ หยาง กวง 2-0 เซต (6-0, 6-1)

    เดี่ยวมือหนึ่ง: พลอยเพชร ด้วงเขียว เอาชนะ ชี เหมิง ตุง 2-0 เซต (7-5, 7-5) ช่วยให้ไทยนำห่าง 2-0 คู่

    ประเภทคู่: อัญวีณ์ ไพศาลภาณุวงศ์ จับคู่กับ ศรุดา สุดตา เอาชนะ กวง หยาง และ เฉิน หยู่ เฟย 2-0 เซต (6-0, 7-5)

    สรุปผลการแข่งขัน ทีมชาติไทย เอาชนะ ทีมชาติไต้หวัน ไปอย่างขาดลอย 3-0 คู่ ทำสถิติชนะ 2 แมตช์รวด ส่งผลให้ผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ หรือรอบ 8 ทีมสุดท้ายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยจะลงสนามแมตช์สุดท้ายของกลุ่มพบกับ ทีมชาติคาซัคสถาน เพื่อแย่งชิงตำแหน่งแชมป์กลุ่ม

    ทางด้าน “โค้ชจิม” จ่าสิบเอก สหทัศน์ ศุภกิจ ผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย เปิดเผยว่า “ขณะนี้ทั้งไทยและคาซัคสถานผ่านเข้ารอบ 8 ทีมแน่นอนแล้ว โดยแมตช์สุดท้ายจะเป็นการชิงอันดับ 1 ของกลุ่ม ยอมรับว่าเป็นงานหนักและไทยเป็นรองเล็กน้อย แต่เชื่อว่าโอกาสอยู่ที่ 50-50 ซึ่งนักกีฬาทุกคนพร้อมสู้เต็มที่เพื่อผลงานที่ดีที่สุดครับ

    ที่มาของภาพ :

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.siamsport.co.th/other-sports/tennis/102763/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1gugyA-eO38_AXVQ9HKKcA

  • MSI เปิดตัว GeForce RTX 5070 Ti 16G FRIEREN EDITION OC การ์ดจอระดับไฮเอนด์

    MSI เปิดตัว GeForce RTX 5070 Ti 16G FRIEREN EDITION OC การ์ดจอระดับไฮเอนด์

    บอกเลยว่างานนี้สำหรับแฟน ๆ สายสะสมหรือแฟน ๆ อนิเมะเป็นต้องชื่นชอบแน่นอน เพราะในคราวนี้ทาง MSI แบรนด์ไอทีชั้นนำได้เปิดตัว GeForce RTX 5070 Ti 16G FRIEREN EDITION OC การ์ดจอลิมิเต็ดในธีม Frieren: Beyond Journey’s End ที่มาพร้อมกับการดีไซน์โดนใจและสเป็คระดับไฮเอนด์ รองรับการเล่นเกมคมชัดในระดับ 4K  

    GeForce RTX 5070 Ti 16G FRIEREN EDITION OC
    GeForce RTX 5070 Ti 16G FRIEREN EDITION OC

    GeForce RTX 5070 Ti 16G FRIEREN EDITION OC มาพร้อมชิป RTX 5070 Ti ที่อยู่ในกลุ่มการ์ดจอระดับสูง รองรับการเล่นเกม AAA รองรับการเล่นเกมคมชัดในระดับ 4K, เทคโนโลยีใหม่อย่าง DLSS และ Ray Tracing ตัวการ์ดมีระบบระบายความร้อนด้วย TRI FROZR 4 ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสินค้าไอทีที่เหล่านักสะสมและแฟนอนิเมะควรต้องมี!

    GeForce RTX 5070 Ti 16G FRIEREN EDITION OC
    GeForce RTX 5070 Ti 16G FRIEREN EDITION OC
    GeForce RTX 5070 Ti 16G FRIEREN EDITION OC

    เพื่อน ๆ ที่สนใจสามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://th.msi.com

    อ้างอิงข้อมูลจาก
    https://www.facebook.com/MSIGamingSG
    https://th.msi.com/Graphics-Card


    ติดตามข่าวสารวงการเกมและความบันเทิงอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่ Online Station

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.online-station.net/gaminggear/997424&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3AXx9RSalkuYov9kskgrmS

  • “พรรคเศรษฐกิจ” เสนอเก็บภาษีแรงงานต่างด้าว-ปราบคอร์รัปชันอย่างจริงจัง

    “พรรคเศรษฐกิจ” เสนอเก็บภาษีแรงงานต่างด้าว-ปราบคอร์รัปชันอย่างจริงจัง

    “พรรคเศรษฐกิจ” เสนอเก็บภาษีแรงงานต่างด้าว-ปราบคอร์รัปชันแทนขึ้น VAT 10% ชี้ของทุกอย่างจะแพงขึ้นซ้ำเติมคนไทยทั้งประเทศ

    วันที่ 22 เมษายน 2569 ที่รัฐสภา นายคริส โปตระนันทน์ ประธานพรรคเศรษฐกิจ พร้อมด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของพรรคคือนายพีรพล กนกวลัย และ นางสาวอังสณา เนียมวณิชกุล และสมาชิกพรรค ร่วมกันแถลงจุดยืนคัดค้านแนวคิดการปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จากร้อยละ 7 เป็นร้อยละ 10 โดยยืนยันว่าเป็นมาตรการที่มีมูล และไม่ใช่เพียงกระแสข่าวทางการเมืองเท่านั้น หากแต่ปรากฏอยู่ในเอกสารราชการที่เกี่ยวข้องกับแผนการคลังของรัฐด้วย

    นายคริสกล่าวว่า แม้ก่อนหน้านี้จะมีความพยายามชี้แจงว่า ข้อเสนอเรื่องการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นเพียงผลการศึกษาของกรรมาธิการวุฒิสภา และได้มีการถอนรายงานดังกล่าวออกไปแล้ว แต่พรรคเศรษฐกิจได้ตรวจสอบเพิ่มเติมและพบเอกสาร “แผนการคลังระยะปานกลาง” หรือ Medium-Term Fiscal Framework ซึ่งลงวันที่ 20 พฤศจิกายน 2568 ออกโดยสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี และมีเนื้อหาที่กล่าวถึงแนวทางการปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นร้อยละ 10 อย่างชัดเจน

    สส.คริส ระบุว่า ประเด็นดังกล่าวจึงไม่ใช่เรื่องเล็ก และไม่ควรถูกทำให้สังคมเข้าใจว่าเป็นเพียงข่าวลือ เพราะหากรัฐบาลเดินหน้าในแนวทางนี้จริง จะส่งผลกระทบต่อประชาชนทุกครัวเรือนทันที โดยเฉพาะในภาวะที่เศรษฐกิจไทยยังอ่อนแรง และประชาชนกำลังเผชิญค่าครองชีพสูงอยู่แล้ว

    ในการแถลงข่าว นายคริสยกตัวอย่างสินค้าจากร้านสะดวกซื้อ มูลค่า 100 บาท เพื่ออธิบายให้เห็นภาพว่า ภายใต้อัตรา VAT ร้อยละ 7 ผู้บริโภคจ่ายภาษีอยู่ราว 7 บาท แต่หากปรับขึ้นเป็นร้อยละ 10 ราคาสินค้าจำนวนเดียวกันจะขยับเป็น 103 บาททันที แม้ดูเหมือนเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย แต่ในความเป็นจริงหมายถึงต้นทุนการดำรงชีวิตที่เพิ่มขึ้นในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าอุปโภคบริโภค การบริการ ตลอดจนค่าน้ำมัน

    นายคริสกล่าวว่า เมื่อ VAT เพิ่มขึ้น เท่ากับทุกอย่างในประเทศแพงขึ้นอีกร้อยละ 3 ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ซึ่งพรรคเศรษฐกิจประเมินว่า หากมีการขึ้นภาษีจริง อาจทำให้เศรษฐกิจไทยหดตัวลงประมาณร้อยละ 1 จากเดิมที่ปี 2568 ขยายตัวเพียงร้อยละ 2.4 และอาจเหลือการเติบโตเพียงร้อยละ 1.4 ในปีนี้ ส่งผลให้กำลังซื้อของประชาชนลดลง การผลิตลดลง การจ้างงานลดลง และท้ายที่สุดอาจทำให้รัฐจัดเก็บภาษีได้ต่ำกว่าที่คาดหวังไว้เสียด้วยซ้ำ

    นายคริสยังยกข้อมูลเปรียบเทียบว่า ในปี 2557 ซึ่งไทยยังเก็บ VAT ที่ร้อยละ 7 รัฐจัดเก็บภาษีประเภทนี้ได้ประมาณ 700,000 ล้านบาท ขณะที่ปี 2568 ซึ่งอัตราภาษียังคงเดิม รัฐกลับจัดเก็บได้เพิ่มเป็น 950,000 ล้านบาท สะท้อนว่า รัฐสามารถเพิ่มรายได้ภาษีได้โดยไม่จำเป็นต้องขึ้นอัตราภาษี หากทำให้เศรษฐกิจเติบโตและประชาชนมีรายได้มากขึ้น

    พร้อมกันนี้ นายคริสยังตั้งข้อสังเกตว่า ขณะนี้รัฐกำลังหารือถึงการขยายเพดานหนี้สาธารณะจากร้อยละ 70 เป็นร้อยละ 75 เพื่อเปิดทางให้กู้เงินเพิ่มได้อีกประมาณ 500,000 ล้านบาท จึงยิ่งสะท้อนว่าประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงเปราะบาง และไม่ควรใช้นโยบายขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มมาซ้ำเติมประชาชน

    สำหรับข้ออ้างที่ว่า การขึ้น VAT ร้อยละ 1 จะทำให้รัฐมีรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 100,000 ล้านบาท หรือหากขึ้นจากร้อยละ 7 เป็นร้อยละ 10 จะมีรายได้เพิ่มขึ้นปีละ 300,000 ล้านบาทนั้น นายคริสเห็นว่า แม้ตัวเลขดังกล่าวจะดูน่าสนใจ แต่รัฐไม่ควรเริ่มจากการรีดภาษีเพิ่มจากประชาชน หากยังไม่จัดการปัญหาการใช้จ่ายภาครัฐที่ไม่มีประสิทธิภาพและการรั่วไหลจากการทุจริต

    นายคริสระบุว่า จากงบประมาณรายจ่ายประจำปีที่ใช้อยู่ในระดับ 3.78 ล้านล้านบาท และมีแนวโน้มจะขยับเป็น 4.1 ล้านล้านบาทในปีหน้า ประเทศไทยยังมีปัญหาคอร์รัปชันและการรั่วไหลของงบประมาณอยู่ในระดับไม่ต่ำกว่า 500,000 ล้านบาทต่อปี ดังนั้น หากรัฐบาลต้องการหารายได้เพิ่ม สิ่งแรกที่ควรทำคือประหยัดรายจ่ายและปิดช่องรั่วไหลของงบประมาณก่อน ไม่ใช่ผลักภาระไปยังประชาชนผู้เสียภาษี

    ทั้งนี้ พรรคเศรษฐกิจได้เสนอทางออก 2 ข้อแทนการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ได้แก่

    1. ให้รัฐบาลเริ่มจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากแรงงานต่างด้าวที่ทำงานอยู่ในประเทศไทย โดยนายคริสระบุว่า ปัจจุบันมีแรงงานต่างด้าวถูกกฎหมายประมาณ 4 ล้านคน และเมื่อรวมผู้ที่อยู่ผิดกฎหมายอาจมีจำนวนสูงถึง 10 ล้านคน โดยมีรายได้เฉลี่ยประมาณ 12,000 บาทต่อเดือน หรือ 144,000 บาทต่อปี ซึ่งยังไม่ถึงเกณฑ์ยกเว้นภาษี 150,000 บาท ทำให้คนกลุ่มนี้จำนวนมากไม่ต้องเสียภาษีเงินได้เลย ทั้งที่ใช้ถนน โรงพยาบาล โรงเรียน และบริการสาธารณะในไทยเช่นเดียวกับคนไทย พรรคเศรษฐกิจจึงเสนอให้ยกเลิกเกณฑ์ยกเว้น 150,000 บาทแรกสำหรับแรงงานต่างด้าว และเริ่มเก็บภาษีตั้งแต่บาทแรก ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มรายได้รัฐได้ราว 30,000 ล้านบาทต่อปี

    2. เร่งปราบปรามคอร์รัปชันอย่างจริงจัง โดยนายคริสระบุว่า หากสามารถลดการรั่วไหลจากการทุจริตได้เพียงครึ่งเดียวจาก 500,000 ล้านบาท ก็จะทำให้รัฐมีรายได้หรือประหยัดงบประมาณได้ทันที 250,000 ล้านบาท เมื่อนำมารวมกับรายได้จากการจัดเก็บภาษีแรงงานต่างด้าวอีก 30,000 ล้านบาท ก็แทบจะเท่ากับรายได้ที่รัฐคาดว่าจะได้จากการขึ้น VAT 3% เต็ม

    “พรรคเศรษฐกิจเห็นว่า หากรัฐบาลต้องการความเป็นธรรมทางภาษี ก็ต้องเริ่มจากความเป็นธรรมในแผ่นดินก่อน ถ้าจะเก็บภาษีคนไทยเพิ่ม ต้องเริ่มเก็บจากคนต่างด้าวที่เข้ามาทำงานและใช้สาธารณูปโภคในประเทศไทยก่อน และถ้ารัฐอยากมีรายได้มากขึ้น ก็ต้องกลับไปดูรายจ่ายของตัวเองก่อนว่ารั่วไหลไปเท่าไร” นายคริสกล่าว

    พรรคเศรษฐกิจ ยืนยันว่า ประเทศไทยยังไม่พร้อมสำหรับการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มในเวลานี้ เพราะจะยิ่งซ้ำเติมค่าครองชีพของประชาชน ลดการบริโภค ฉุดการจ้างงาน และทำให้เศรษฐกิจอ่อนแอลงกว่าเดิม พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลยุติแนวคิดดังกล่าว และหันไปจัดเก็บรายได้จากแหล่งที่เป็นธรรมกว่า รวมถึงปฏิรูปการใช้จ่ายภาครัฐให้มีประสิทธิภาพแทน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2928152&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0wB0wj4Gcxe5zjpxKLjyOS

  • คลังจ่อกู้ 5 แสนล้าน อุ้มเศรษฐกิจ รับมือวิกฤติตะวันออกกลาง

    คลังจ่อกู้ 5 แสนล้าน อุ้มเศรษฐกิจ รับมือวิกฤติตะวันออกกลาง

    “เอกนิติ” รับจ่อออก พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท อัดฉีดดูแลค่าครองชีพ และปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ย้ำเพดานหนี้ยังมีช่องว่างเหลือเฟือ เดินหน้าตรึงแวต 7% ยาวถึง ก.ย.2570

    นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลัง เตรียมความพร้อมรับมือวิกฤติเศรษฐกิจจากปัญหาความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่อาจลากยาว ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตราเงินเฟ้อ และการเติบโตของจีดีพี โดยได้จัดเตรียมหน้าตักทางการเงินไว้หลายส่วน ประกอบด้วย งบกลางวงเงิน 25,000 ล้านบาท การจัดทำ พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ซึ่งคาดว่าจะเห็นตัวเลขที่ชัดเจนหลังวันที่ 30 เม.ย.69 นี้ โดยเบื้องต้นประเมินไว้ที่ 80,000 ถึง 100,000 ล้านบาท รวมไปถึงการเตรียมทางเลือกในการดึงทุนสำรองเบิกจ่ายฉุกเฉินอีก 50,000 ล้านบาท มาใช้หากเกิดกรณีจำเป็นเร่งด่วน

    นอกจากนี้ รัฐบาลจะพิจารณาความเหมาะสมในการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน ในช่วงเดือนเม.ย. ถึง ก.ย. นี้ ภายใต้กรอบวงเงินสูงสุดไม่เกิน 500,000 ล้านบาท โดยเม็ดเงินดังกล่าวจะถูกแบ่งการใช้จ่ายออกเป็นสองส่วนหลักคือ การดูแลลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชน และการนำไปใช้ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจทั้งในด้านพลังงาน และภาคแรงงาน เพื่อผลักดันให้เศรษฐกิจไทยยังสามารถเติบโตได้ตามเป้าหมาย 

    นายเอกนิติ ย้ำว่า การเตรียมความพร้อมเรื่องการกู้เงินไว้ล่วงหน้าถือเป็นแนวทางที่ถูกต้อง และเหมาะสม เพราะหากไม่ดำเนินการกู้เงินแล้วปล่อยให้จีดีพีของประเทศหดตัว ย่อมจะส่งผลเสียต่อระบบเศรษฐกิจรุนแรงกว่าอย่างแน่นอน

    ขณะเดียวกัน แผนการบริหารจัดการหนี้สาธารณะยังคงอยู่ภายใต้กรอบวินัยการคลัง โดยจะไม่มีการปรับขยายเพดานหนี้สาธารณะที่ตั้งไว้ 70% ภายในสิ้นปีงบประมาณ 2569 เนื่องจากปัจจุบันยังคงมีช่องว่างเหลืออยู่อีกเกือบ 800,000 ล้านบาท ซึ่งเพียงพอต่อการรองรับ พ.ร.ก.กู้เงิน วงเงิน 500,000 ล้านบาทดังกล่าว 

    ส่วนกรณีการค้ำประกันหนี้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงวงเงิน 150,000 ล้านบาทนั้น กระทรวงการคลัง จะยังไม่อนุมัติการค้ำประกันในระยะนี้ เนื่องจากทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลกเริ่มมีแนวโน้มปรับตัวลดลงแล้ว

    นอกจากนี้ ผลการประชุมร่วม 4 หน่วยงานเศรษฐกิจเพื่อจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ที่ประชุมมีมติยืนยันการตั้งงบรายจ่าย รายรับ และการขาดดุลไว้ในระดับเท่าเดิมไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่จะเพิ่มการตั้งงบชำระเงินคงคลังจำนวน 70,000 ล้านบาท ผูกไว้ในงบปี 2570 ด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสภาพคล่องจากกรณี พ.ร.บ.โอนงบปี 2569 

    พร้อมกันนี้ กระทรวงการคลังยังยืนยันจุดยืนที่จะไม่มีการปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) โดยจะตรึงไว้ที่ระดับ 7% ต่อไปอย่างน้อย 1 ปี จนถึงเดือนก.ย.2570 เพื่อประคับประคอง และให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน

    พิสูจน์อักษร….สุรีย์  ศิลาวงษ์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/economics/1230746&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0aGFNaEywwbFNOzHbDtWgS

  • ‘อนุทิน’ สั่งผู้ว่าฯ รับมือลงทะเบียน ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ กระตุ้นเศรษฐกิจ

    ‘อนุทิน’ สั่งผู้ว่าฯ รับมือลงทะเบียน ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ กระตุ้นเศรษฐกิจ

    22 เมษายน 2569 ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญกระทรวงมหาดไทยพร้อมมอบนโยบายและข้อสั่งการให้กับผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ 

    นายอนุทิน กล่าวว่า ในเรื่องมาตรการด้านเศรษฐกิจ ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะ “รัฐบาลของจังหวัด” ได้เตรียมการอำนวยความสะดวกพี่น้องประชาชนในการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ตามที่รัฐบาลจะได้มีมาตรการในระยะใกล้นี้ รวมถึงบัตรสวัสดิการ เพื่อส่งเสริมการกระตุ้นเศรษฐกิจ เสริมสภาพคล่องหมุนเวียนในเศรษฐกิจ การพัฒนาประเทศ ให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนสูงสุด 

    ส่วนเรื่องการใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2570 ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ได้ดำเนินตามนโยบายและแนวทางที่รัฐบาลได้ให้ไว้อย่างเคร่งครัด เนื่องจากเรามีความจำเป็นต้องปรับรูปแบบการใช้งบประมาณ ให้การบริหารราชการแผ่นดินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และให้มีความสอดคล้องกับสถานการณ์ของโลก

    ตัวอย่างเช่นแนวทาง “Zero-Based Budgeting” อิงสถานการณ์ปัจจุบันและวางแผนการใช้งบประมาณ ไม่คำนึงถึงฐานงบประมาณที่ผ่านมา รวมถึงลดงบประมาณในการศึกษาดูงาน การจัดประชุม การสร้างอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ ขอให้ใช้วิธีการเช่าแทน การเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไฟฟ้า EV มากขึ้น

    “ทุกครั้งเมื่อเกิดสถานการณ์เรามักจะตรงไปที่การดูแลเยียวยาพี่น้องประชาชน แต่หากมองในภาพรวมงบประมาณที่ใช้ไปกับการเยียวยาเหล่านั้นแทบจะไม่ได้แก้ไขปัญหาให้กับประชาชน ดังนั้นการจ่ายเงินเยียวยาจึงไม่ใช่วิธีการแก้ไขปัญหา แต่ต้องหาแนวทางวิธีการป้องกัน ทั้งการพัฒนาสาธารณูปโภคในจังหวัด การบังคับใช้กฎหมาย กำกับควบคุมดูแลไม่ให้คนในพื้นที่กระทำการผิดกฎหมาย โดยขอให้ผู้ว่าฯ Grouping จัดกลุ่มงานตามนโยบายรัฐบาล ให้ปฏิบัติงานได้อย่างเต็มที่” นายอนุทิน กล่าว 

    ‘อนุทิน’ สั่งผู้ว่าฯ รับมือลงทะเบียน ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ กระตุ้นเศรษฐกิจ

    ส่วนเรื่องการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง PM 2.5 ถือเป็นนโยบายที่ได้มอบให้ทุกจังหวัดได้ถือปฏิบัติโดยเร่งด่วน จึงขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทำหน้าที่เป็น “Single Command” ในการสั่งการควบคุมสถานการณ์บริหารจัดการแบบเบ็ดเสร็จ ทันท่วงที และมีประสิทธิภาพสูง ท่านสามารถบูรณาการการปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน รวมไปถึงฝ่ายทหาร พลเรือน และความมั่นคง ในด้านการป้องกันปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง PM 2.5 ตลอดจนภัยพิบัติอื่น ๆ 

    ดังนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดจะต้องมีการวางแผนอย่างดีในการที่จะควบคุมสถานการณ์ให้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของท่านอย่างเต็มที่ สามารถบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดกับผู้กระทำผิด ประสานกับตำรวจ เจ้าพนักงานตามกฎหมาย อาทิ กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ ซึ่งการลักลอบจุดไฟเผาป่าต้องไม่เกิดขึ้นและต้องดำเนินคดีอย่างเฉียบขาด ในการปฏิบัติการควบคุมไฟป่า ขอให้ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่จัดทำแนวกันไฟ ประสานขอความร่วมมือกับหน่วยงานที่มีอุปกรณ์และสรรพกำลังในการดับไฟป่า เพื่อสนับสนุนภารกิจในพื้นที่เสี่ยงหรือเข้าถึงยาก เรามีอากาศยานกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยที่พร้อมเข้าถึงพื้นที่

    นอกจากนี้ได้ร่วมกับ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงกองทัพ พร้อมที่จะสนับสนุนยวดยานพาหนะปฏิบัติการในพื้นที่เสี่ยง นอกจากนี้ ให้ประสานร่วมกับกระทรวง อว. หรือ DES ในการใช้ข้อมูลเทคโนโลยี ติดตามหาจุดความร้อน “Hotspot” เพื่อวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาอย่างแม่นยำ และสามารถเข้าไปดับไฟได้อย่างทันท่วงที 

    ‘อนุทิน’ สั่งผู้ว่าฯ รับมือลงทะเบียน ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ กระตุ้นเศรษฐกิจ

    นายอนุทิน กล่าวต่อไปอีกว่า ขอให้นำองค์ความรู้และเทคโนโลยีมาประยุกต์ในการป้องกันไฟป่า โดยยกตัวอย่างแนวทางภูมิปัญญาชาวบ้าน ตามแนวคิดป่าเปียก ที่มีแหล่งน้ำคลองไส้ไก่ สูบน้ำขึ้นไปยังที่สูงแล้วปล่อยลงมาให้ป่าเปียกชุ่มน้ำ ซึ่งจะช่วยให้ใบไม้แห้งเกิดความชื้นเปียก ลดโอกาสเกิดไฟป่าหมอกควันได้

    ทั้งนี้ยังทราบมาว่ากระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมกับกระทรวง อว. และ DES นำระบบ Gistda มาใช้ในการติดตามระบุพื้นที่มีการปลูกพืชผลทางการเกษตรในประเทศเพื่อนบ้าน หากผลผลิตที่ได้มานั้นเกิดจากการเผาป่าหรือส่งผลต่อสิ่งแวดล้อม เราก็พร้อมที่จะไม่อนุญาตให้มีการนำเข้าไม่ว่าจะเป็นผลผลิตทางการเกษตรเหล่านั้น 

    หากมีการลักลอบนำเข้ามา ต้องดำเนินการทางกฎหมายอย่างเต็มที่ ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ตรวจสอบตรวจตราบูรณาการความร่วมมือดำเนินการอย่างเต็มที่ คำนึงถึงความถูกต้องตามระเบียบกฎหมาย โดยไม่มีประโยชน์แอบแฝงเอื้อประโยชน์ต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ส่งผลถึงชาวบ้านและประเทศชาติสูงสุด 

    เรื่องการป้องกันและแก้ไขปัญหาวาตะภัย และพายุฤดูร้อน ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดได้เตรียมการวางแผนให้พร้อม ร่วมกับกรมโยธาธิการและผังเมือง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กำกับดูแลการสร้างแนวกันดิน ในการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ จัดการไม่ให้มีสิ่งกีดขวาง ขยะมูลฝอย ซากพืช กีดขวางทางน้ำ ทำให้น้ำไหลลงไปแหล่งกักเก็บน้ำขนาดใหญ่หรือแม่น้ำสายหลักได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่จะต้องวางแผนจะช่วยลดผลกระทบจากภัยพิบัติที่จะเกิดในพื้นที่ได้ 

    ‘อนุทิน’ สั่งผู้ว่าฯ รับมือลงทะเบียน ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ กระตุ้นเศรษฐกิจ

    พร้อมขอให้ผู้บริหารรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย การไฟฟ้า การประปา องค์การตลาด องค์การจัดการน้ำเสีย หากมีเรื่องจำเป็นที่ส่งผลกระทบต่อการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและภัยพิบัติ เกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ขอให้ท่านได้ดำเนินการทันทีไม่รีรอ ถือว่าเป็น “CSR” โดยไม่ต้องคำนึงถึงผลกำไรหรือ “KPI” ขององค์กร สิ่งเหล่านี้ถือเป็นเครดิตที่จะทำประโยชน์ บรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนหลัก ช่วยเหลือประเทศชาติเป็นอันดับแรก

    เรื่องการแก้ไขและพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยยึดหลัก “เข้าใจ เข้าถึงและพัฒนา” เป็นในการดำเนินงานในพื้นที่ บูรณาการความมั่นคงควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจคุณภาพชีวิตของประชาชน ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด เน้นการสื่อสารในเชิงสร้างสรรค์ บูรณาการทำงานร่วมกับตำรวจ ทหาร เป็นหนึ่งเดียวกัน มุ่งเน้นสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นและความเป็นธรรมแก่ประชาชน ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ใช้อำนาจหน้าที่ที่มีอยู่บริหารจัดการอย่างเต็มที่ 

    เรื่องการรับมือสถานการณ์วิกฤตพลังงาน อันเนื่องมาจากสถานการณ์สู้รบในประเทศตะวันออกกลาง การเข้าถึงแหล่งพลังงาน ประเทศไทยเรามีความสามารถในการนำเข้าน้ำมันเพื่อให้บริการประชาชน ต้องขอขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศทุกท่านที่ได้ปฏิบัติการให้บรรลุตามเป้าหมายของเราในการช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยให้พี่น้องประชาชนได้เดินทางสัญจรกลับได้อย่างสะดวก การอำนวยความสะดวกผ่อนปรนเวลาเดินรถขนส่งน้ำมัน ช่วยลดปัญหาที่เกิดขึ้น 

    รวมถึงการป้องกันการกักตุนน้ำมัน ซึ่งท่านได้บูรณาการบริหารบริหารจัดการการ ควบคุมดูแลสถานการณ์บริการน้ำมันในแต่ละจังหวัดได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ขอให้หน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย  โดยเฉพาะ การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ร่วมกับกรุงเทพมหานคร ได้ศึกษาเรื่องการมาตรการประหยัดไฟฟ้า เปิดปิดไฟในโซนพื้นที่จำเป็น รวมถึงมาตรการพลังงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบรรเทาภาวะวิกฤตพลังงานในอนาคต

    ขณะที่เรื่องการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Net Zero ที่กระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลักร่วมกับองค์การสหประชาชาติ UN ผลักดันขับเคลื่อนทำให้ประเทศไทยมีจุดยืนบนเวทีโลก จึงขอให้ทุกท่านได้ตระหนักและให้ความสำคัญ รวมถึงการแลกเปลี่ยนแนวคิดเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยในเวทีสากลต่อไปได้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/657201&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3pw7ZEfu4tbZ1XPpzQoKy_

  • ‘คริส’ ขนพรรคเศรษฐกิจค้านขึ้นแวต 10%

    ‘คริส’ ขนพรรคเศรษฐกิจค้านขึ้นแวต 10%

    พรรคเศรษฐกิจ แถลงจุดยืนคัดค้านการขึ้น VAT จากร้อยละ 7 เป็นร้อยละ 10 พร้อมเสนอ 2 แนวทางในการเพิ่มรายได้ให้รัฐโดยการเก็บภาษีจากคนต่างด้าวและปราบปรามการคอร์รัปชันให้ลดลง

    22 เม.ย.2569 – ที่รัฐสภา นายคริส โปตระนันท์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ แถลงจุดยืนในการต่อต้านการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มจาก 7% เป็น 10% ว่า จากกระแสข่าวการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มโดยเสนอผ่านวุฒิสภา เมื่อมีกระแสออกมาไม่ดีทางกรรมาธิการวุฒิสภา จึงบอกว่าเป็นแค่รายงานผลผลการศึกษาซึ่งได้มีการถอนรายงาน พร้อมยืนยันว่ากระแสนี้ไม่จริง แต่พรรคเศรษฐกิจได้เข้าไปตรวจสอบ และพบเอกสารที่เขียนว่าแผนการคลังระยะปานกลาง โดยลงวันที่ 20 พ.ย. 68 จากเลขาธิการคณะรัฐมนตรี จึงอยากบอกว่าเรื่องนี้มีมูล ไม่ใช่แค่สว. แต่รัฐบาลก่อนก็พูดเรื่องนี้

    ทั้งนี้ นายคริส ยกตัวอย่างสินค้าจากร้านสะดวกซื้อ ที่ซื้อราคา 100 บาท แต่หากขึ้นภาษี จะต้องจ่ายเป็น103 บาท โดยอาจดูไม่เยอะ แต่ความจริงแล้วคือต้นทุนในการใช้ชีวิตทุกมิติในเมืองไทย ดังนั้นไม่ว่าจะใช้บริการใด ๆ ทุกอย่างจะแพงขึ้น 3% คาดว่าหากมีการขึ้นภาษีในสถานการณ์แบบ นี้ทำให้เศรษฐกิจหดตัวลง 1% เรื่องนี้กระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชนทุกคนในไทย บริโภคน้อยลง แรงงานผลิตน้อยลง จ้างงานน้อยลง คนตกงานเพิ่มขึ้น และบางครั้งภาษีอาจเก็บไม่ได้ด้วย

    นายคริส กล่าวต่อว่า สิ่งที่รัฐบางต้องทำคือให้ไทยมีรายได้เพิ่มขึ้น ภาษีมูลค่าเพิ่มจะเก็บได้มากขึ้นอัตโนมัติ สิ่งที่เรานำเสนอคือวันนี้ไทยไม่พร้อมการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม หากทำลงไปจะซ้ำเติมประชาชนมากขึ้นไปอีก หากเราขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม เป็น 10% จะได้เงินปีละ 3 แสนล้านบาท แต่หากดูในงบประมาณประจำปี วันนี้มีเงินรั่วไหลกว่า 5 แสนล้านบาทในเรื่องการคอร์รัปชัน ดังนั้น รัฐบาลควรเริ่มประหยัดก่อนดีกว่าไหม จึงขอเสนอมาตรการ 2 ข้อ ได้แก่ เริ่มเก็บภาษีจากคนต่างด้าว เพื่อความเป็นธรรมให้กับประชาชนคนไทยทุกคน นำงบประมาณส่วนนี้มาเพิ่มรายได้ให้รัฐ และภาครัฐควรปราบปรามการคอร์รัปชั่นให้ลดลง หากนำเงินที่สามารถเก็บได้ทั้งสองข้อนี้มารวมกัน จะทำให้สถานการณ์การเงินการคลังของประเทศดีขึ้น โดยไม่เดือดร้อนประชาชนคนไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/x-cite-news/983861/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1I0MaTi89M0eXAoQ_8VT15