Blog

  • รมว.ท่องเที่ยวเผยจ่อเสนอ ครม. ยกเลิกฟรีวีซ่า 60 วัน ลดปัญหานักท่องเที่ยวไม่พึงประสงค์

    รมว.ท่องเที่ยวเผยจ่อเสนอ ครม. ยกเลิกฟรีวีซ่า 60 วัน ลดปัญหานักท่องเที่ยวไม่พึงประสงค์

    วันนี้ (26 เมษายน) สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลอยู่ระหว่างการทบทวน และมีแนวโน้มที่จะยกเลิกมาตรการฟรีวีซ่า ประเภท ผ. 60 วัน (แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติจาก 93 ประเทศ/ดินแดน) ในแต่ละประเทศให้มีความเหมาะสม หลังจากทดลองใช้มาระยะหนึ่งแล้ว โดยรวบรวมข้อมูลจากทุกภาคส่วนมาหารือกันว่าควรปรับอย่างไร เพื่อลดปัญหาที่เกิดจากนักท่องเที่ยวไม่พึงประสงค์

    “ยืนยันว่าการยกเลิกฟรีวีซ่า ผ.60 จะไม่มีการเลือกปฏิบัติ โดยจะกลับไปทบทวนการให้ฟรีวีซ่าแก่ชาวต่างชาติแต่ละประเทศให้เหมาะสมยิ่งขึ้นเพื่อคัดกรองนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยจะนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เร็วๆ นี้ เนื่องจากต้องมีการแก้ไขมติ ครม.เดิมที่อนุมัติมาตรการผ่อนผันไว้ในรอบแรก” สุรศักดิ์ กล่าว

    สุรศักดิ์ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมานักท่องเที่ยวที่เที่ยวในประเทศไทยมีจำนวนวันพำนักตั้งแต่ 1-30 วัน คิดเป็นสัดส่วนกว่า 90% ส่วนกลุ่มที่พักนานเกิน 30 วันมีเพียง 10% เท่านั้น จึงต้องพิจารณาลดจำนวนวันพำนักในประเทศลงเพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการท่องเที่ยวที่แท้จริง โดยการเปิดให้นักท่องเที่ยวอยู่ในประเทศได้นานเกินไป อาจไม่ใช่นักท่องเที่ยวจริงๆ แต่บางกลุ่มเข้ามาแย่งงานคนไทย หรือกลายเป็นนอมินีในบางกลุ่มธุรกิจได้ รวมถึงการเข้ามาทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง จึงต้องศึกษาเพื่อปรับลดวันพำนักให้เหมาะสมต่อไป

    ทั้งนี้ ส่วนตัวสนับสนุนให้เดินหน้าการเก็บค่าธรรมเนียมเข้าประเทศ เพราะเชื่อว่าจะมีผลดีต่อประเทศมากกว่าผลเสีย ยกตัวอย่างในหลายประเทศ การจัดเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวเป็นแนวทางที่ใช้กันตามปกติ อาทิ ญี่ปุ่นที่มีการเก็บ Sayonara Tax ซึ่งมีแผนจะปรับเพิ่มอัตราค่าธรรมเนียมนี้จาก 1,000 เยน เป็น 3,000 เยน ไม่ได้ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง กลับมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นด้วยซ้ำ นโยบายนี้จึงมีเป้าหมายเพื่อคัดกรองนักท่องเที่ยวเชิงคุณภาพที่มีศักยภาพ มากกว่าการเน้นเพียงจำนวนคน เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย

    สำหรับมาตรการยกเว้นการตรวจลงตรา (Visa Exemption) หรือ ฟรีวีซ่า เพื่อการท่องเที่ยว ทำงาน หรือติดต่อธุรกิจระยะสั้นไม่เกิน 60 วัน (ผ.60) ให้ชาวต่างชาติจาก 93 ประเทศ/ดินแดน สามารถเดินทางเข้าประเทศไทยเพื่อการท่องเที่ยวหรือติดต่อธุรกิจระยะสั้นได้ โดยไม่ต้องขอวีซ่า พำนักได้นานไม่เกิน 60 วันต่อครั้ง และสามารถยื่นขอต่ออายุพำนักเพิ่มได้อีก 30 วัน ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

    TAGS:  


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/tourism-minister-cancel-free-visa/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3szfhM6P6mG1EovBkq9JnN

  • ประกาศเป็นทางการ! วันหยุด เดือนพฤษภาคม 2569 วางแผนดีมีสิทธิ์ได้หยุดยาวๆ

    ประกาศเป็นทางการ! วันหยุด เดือนพฤษภาคม 2569 วางแผนดีมีสิทธิ์ได้หยุดยาวๆ

    ใกล้เข้ามาแล้วกับช่วงเวลาที่หลายคนรอคอย สำหรับเดือนพฤษภาคม 2569 ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งเดือนแห่งการพักผ่อน หลังจากผ่านช่วงเวลาการทำงานและกิจกรรมต่าง ๆ มาอย่างต่อเนื่อง โดยเดือนนี้มาพร้อมวันหยุดสำคัญที่เปิดโอกาสให้ประชาชนได้ผ่อนคลาย ใช้เวลากับครอบครัว หรือวางแผนท่องเที่ยวระยะสั้นเพื่อเติมพลังให้กับชีวิต

    ล่าสุด ได้มีการประกาศปฏิทินวันหยุดประจำเดือนพฤษภาคม 2569 อย่างเป็นทางการแล้ว ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่มีวันหยุดสำคัญทางราชการหลายวัน ทำให้หลายคนเริ่มมองหาโอกาสจัดทริปท่องเที่ยว หรือวางแผนลาพักร้อนเพื่อให้ได้หยุดยาวต่อเนื่องอย่างคุ้มค่า

    โดยวันหยุดใน เดือนพฤษภาคม 2569 มีดังนี้

    วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม 2569

    วันแรงงาน (หยุดเฉพาะภาคเอกชน, ธนาคาร ส่วนข้าราชการไม่หยุด)

    วันจันทร์ที่ 4 พฤษภาคม 2569

    วันฉัตรมงคล (หยุดทั้งข้าราชการ, ภาคเอกชน, ธนาคาร)

    วันพุธที่ 13 พฤษภาคม 2569

    วันพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ (หยุดเฉพาะข้าราชการ, ส่วนภาคเอกชน และธนาคารไม่หยุด)

    วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2569

    วันวิสาขบูชา (หยุดทั้งข้าราชการ, ภาคเอกชน, ธนาคาร)

    สำหรับใครที่กำลังวางแผนจะพักผ่อนในช่วงวันหยุดเดือนพฤษภาคม 2569 ทั้งการท่องเที่ยว การเดินทางกลับภูมิลำเนา และกิจกรรมพักผ่อนในรูปแบบต่าง ๆ สามารถนำปฏิทินวันหยุดดังกล่าวที่เราได้รวบรวมมาให้ไปประกอบการตัดสินใจได้ เพื่อให้ทุกท่านได้ชาร์จพลังก่อนเดินหน้าสู่ช่วงกลางปีอย่างเต็มที่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.siamnews.com/news/economy/43536&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1-BteIJDYExJUbqRYLao5q

  • เปิดประวัติมือปืน กราดยิง ‘ทรัมป์’ ดีกรีการศึกษา หน้าที่การทำงานไม่ธรรมดา

    เปิดประวัติมือปืน กราดยิง ‘ทรัมป์’ ดีกรีการศึกษา หน้าที่การทำงานไม่ธรรมดา

    วันนี้ (วันที่ 26 เมษายน 2569)  ประธานาธิบดี โดนัลด์ เจ. ทรัมป์ ถูกกราดยิง ในงานเลี้ยงอาหารค่ำของสมาคมผู้สื่อข่าวทำเนียบขาว White House Correspondents’ Dinner ที่โรงแรมวอชิงตัน ฮิลตัน ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. โดยหน่วยสืบราชการลับของสหรัฐฯ ร่วมกับกรมตำรวจนครบาล เร่งสอบสวนเหตุการณ์

    ล่าสุดสามารถควบคุมตัวชายผู้ต้องสงสัย 1 ราย ขณะที่ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และภริยา ปลอดภัย

    ทั้งนี้สำนักงานนิวยอร์คไทม์ รายงานว่า “โคล โทมัส อัลเลน” เป็นผู้ต้องสงสัยก่อเหตุยิงงานเลี้ยงสื่อทำเนียบขาว เป็น ชายวัย 31 ปี จากเมืองทอร์แรนซ์ รัฐแคลิฟอร์เนีย 

    มือปืนกราดยิง ทรัมป์

    รายงานข่าวเชื่อว่ามือปืนเป็นแขกที่เข้าพักในโรงแรม Washington Hilton มีอาวุธเป็นปืนลูกซอง ปืนพก และมีดหลายเล่ม ตอนพุ่งเข้าใส่จุดตรวจ เชื่อว่าเป็นผู้ก่อเหตุเพียงคนเดียว และไม่มีภัยคุกคามต่อสาธารณะต่อเนื่อง

    อัยการสหรัฐฯ ประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. Jeanine Pirro ประกาศว่าได้ตั้งข้อหาของรัฐบาลกลางแล้ว 3 กระทง

    ข้อกล่าวหา ได้แก่

    • 2 กระทง: ใช้อาวุธปืนระหว่างก่ออาชญากรรมที่มีความรุนแรง
    •  1 กระทง: ทำร้ายเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางด้วยอาวุธอันตราย

    ทั้งนี้จำเลยจะถูกนำตัวขึ้นศาลรัฐบาลกลางเพื่อไต่สวนเบื้องต้นในวันจันทร์

    ผู้ก่อเหตุได้เช็คอินเข้าพักเป็นแขก อยู่ภายในอาคารเดียวกัน ก่อนจะวิ่งลงมาพร้อมปืน 2 กระบอก และมีดหลายเล่ม เพื่อดักโจมตีงานของประธานาธิบดี

    เปิดประวัติมือปืนกราดยิง ประธานาธิบดี ทรัมป์

    • โคล อัลเลน อายุ 31 ปี มาจากเมืองทอร์แรนซ์ รัฐแคลิฟอร์เนีย
    • สำเร็จการศึกษาจากสถาบันเทคโนโลยีแคลิฟอร์เนีย (California Institute of Technology) ในปี 2017 ด้วยปริญญาตรีสาขาวิศวกรรมเครื่องกล 
    • ปริญญาโทสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์จากมหาวิทยาลัยรัฐแคลิฟอร์เนีย-โดมิงเกซฮิลส์ (California State University-Dominguez Hills) เมื่อปีที่แล้ว
    • ทำงานพาร์ตไทม์เป็นครูที่ C2 Education ตั้งแต่ปี 2020 
    • ทั้งยังพัฒนาเกมอินดี้ของตัวเองชื่อ “Bohrdrom” ซึ่งวางจำหน่ายบน Steam
    •  ระหว่างเรียนมหาวิทยาลัย เขายังเคยทำงานวิจัยกับ NASA Jet Propulsion Laboratory 
    • เคยทำงานเป็นวิศวกรเครื่องกลให้กับบริษัทไอเจเค คอนโทรลส์ ในเมืองเซาท์พาซาดีนา 
    • เคยเป็นผู้ช่วยสอนในสถาบันเทคโนโลยีแคลิฟอร์เนีย

    นอกจากนี้ ยังมีการอ้างถึงบุทความหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น เกี่ยวกับการแข่งขันหุ่นยนต์ที่ทีมของเขา ได้รับรางวัลในปี 2559 และในหมวดความสนใจ
    เพื่อสังคม ระบุเพียง “วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/world/657569&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0TYmbUPFLKYUs5j4MuCrTv

  • ข่าวในพระราชสำนัก ประจำวันที่ 25 เมษายน 2569

    ข่าวในพระราชสำนัก ประจำวันที่ 25 เมษายน 2569

    ข่าวในพระราชสำนัก ประจำวันที่ 25 เมษายน 2569

    – พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ 

    – สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานเพลิงศพ นายอาษา เมฆสวรรค์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

    – สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงเยี่ยมการปฎิบัติงานของหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ มูลนิธิแพทย์อาสา สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ประจำจังหวัดเชียงใหม่

    – องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ วางพวงมาลาถวายราชสักการะ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เนื่องในรัฐพิธี วันที่ระลึกวันคล้ายวันสวรรคต ประจำปี 2569

    – องคมนตรี เป็นประธานมอบรางวัล การแข่งขันคณิตคิดเร็วและคณิตศาสตร์ ระดับประเทศ ครั้งที่ 21 ประจำปี 2569

    – องคมนตรี เป็นประธานในพิธีปิดกิจกรรมค่ายนักเรียนทุนการศึกษาพระราชทานมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมในพระบรมราชูปถัมภ์

    – สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีพระบัญชาโปรดให้ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ปฎิบัติหน้าที่แทนพระองค์

    – ราชสกุล และหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน เป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://ch3plus.com/news/exclusive/royalnews/461751&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3XJPIxY73CjIhnzMZuoIKx

  • เปิดโฉมหน้ามือปืนยิง ทรัมป์ เป็นอดีตครูดีเด่น อัยการตั้งข้อหาแล้ว 3 กระทง

    เปิดโฉมหน้ามือปืนยิง ทรัมป์ เป็นอดีตครูดีเด่น อัยการตั้งข้อหาแล้ว 3 กระทง

    วันอาทิตย์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2569, 12.03 น.

    26 เมษายน 2569 ความคืบหน้าจากเหตุการณ์เสียงปืนดังสนั่นกลางงานเลี้ยงอาหารค่ำสมาคมผู้สื่อข่าวทำเนียบขาว ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งอารักขาประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกจากพื้นที่โดยด่วนนั้น ล่าสุดเจ้าหน้าที่สามารถคุมตัวผู้ก่อเหตุได้แล้ว

    โดยผู้ก่อเหตุในงานเลี้ยงได้รับการระบุตัวตนแล้ว คือ โคล อัลเลน (Cole Allen) วัย 31 ปี จากเมืองทอร์แรนซ์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งประวัติเบื้องต้น ผู้ก่อเหตุทำงานเป็นครู และเพิ่งได้รับรางวัล “ครูดีเด่นประจำเดือนของเขตลอสแอนเจลิส” เมื่อไม่นานมานี้ และเป็นผู้บริจาคเงินให้พรรคเดโมแครตที่ได้รับการยืนยันแล้ว

    สำเร็จการศึกษาจาก California Institute of Technology (Caltech) ในปี 2017 สาขาวิศวกรรมเครื่องกล และต่อมาได้รับปริญญาโทด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์จาก California State University Dominguez Hills

    อัลเลน ทำงานพาร์ตไทม์เป็นครูที่ C2 Education ตั้งแต่ปี 2020 อีกทั้งยังพัฒนาเกมอินดี้ของตัวเองชื่อ “Bohrdrom” ซึ่งวางจำหน่ายบน Steam นอกจากนี้ ระหว่างเรียนมหาวิทยาลัย เขายังเคยทำงานวิจัยกับ NASA Jet Propulsion Laboratory อีกด้วย

    รายละเอียดสำคัญใหม่เกี่ยวกับเหตุกราดยิงในงานเลี้ยงทำเนียบขาว White House Correspondents’ Dinner ดังนี้

    มือปืนถูกระบุว่าเป็นครูวัย 31 ปี ชื่อโคล อัลเลน จากเมืองทอร์แรนซ์ รัฐแคลิฟอร์เนีย

    * มือปืนเชื่อว่าเป็นแขกที่เข้าพักในโรงแรม Washington Hilton
    * มีอาวุธเป็นปืนลูกซอง ปืนพก และมีดหลายเล่ม ตอนพุ่งเข้าใส่จุดตรวจ
    * เชื่อว่าเป็นผู้ก่อเหตุเพียงคนเดียว และไม่มีภัยคุกคามต่อสาธารณะต่อเนื่อง
    * อัยการสหรัฐฯ ประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. Jeanine Pirro ประกาศว่าได้ตั้งข้อหาของรัฐบาลกลางแล้ว 3 กระทง

    ข้อกล่าวหา ได้แก่
    * 2 กระทง: ใช้อาวุธปืนระหว่างก่ออาชญากรรมที่มีความรุนแรง
    * 1 กระทง: ทำร้ายเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางด้วยอาวุธอันตราย
    * จำเลยจะถูกนำตัวขึ้นศาลรัฐบาลกลางเพื่อไต่สวนเบื้องต้นในวันจันทร์

    ผู้ก่อเหตุได้เช็คอินเข้าพักเป็นแขก อยู่ภายในอาคารเดียวกันก่อนจะวิ่งลงมาพร้อมปืน 2 กระบอก และมีดหลายเล่ม เพื่อดักโจมตีงานของประธานาธิบดี.

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/likesara/960744&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0unABqR9wfPCbIbU7LVWrT

  • กกต.ประกาศคุณสมบัติผู้สมัคร สก.-ผู้ว่าฯ กทม.-นายกเมืองพัทยา เลือกตั้ง 28 มิ.ย.

    กกต.ประกาศคุณสมบัติผู้สมัคร สก.-ผู้ว่าฯ กทม.-นายกเมืองพัทยา เลือกตั้ง 28 มิ.ย.

    วันนี้ (25 เม.ย.2569) สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้ง สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สมาชิกสภาเมืองพัทยา และนายกเมืองพัทยา กรณีดำรงตำแหน่งครบวาระ กรณีดำรงตำแหน่งครบวาระ (วันที่ 21 พฤษภาคม 2569) หลังประกาศวันรับสมัครรับเลือกตั้งระหว่างวันที่ 28 พ.ค.-1 มิ.ย.2569 และกำหนดวันเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย.2569

    เพื่อให้การดำเนินการเกี่ยวกับการพิจารณาคุณสมบัติ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและถูกต้อง ตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ดังนี้

    1. คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง

    1.1 มีสัญชาติไทยโดยการเกิด

    1.2 ผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร หรือสมาชิกสภาเมืองพัทยา ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี นับถึงวันเลือกตั้ง สำหรับผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือนายกเมืองพัทยา ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 35 ปี นับถึงวันเลือกตั้ง

    1.3 มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่สมัครรับเลือกตั้งในวันสมัครรับเลือกตั้ง เป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 1 ปี นับถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง

    1.4 วุฒิการศึกษา

    • สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภาเมืองพัทยา ไม่ได้กำหนดวุฒิการศึกษา

    • ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และนายกเมืองพัทยาต้องสำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า

    2. บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง

    2.1 ติดยาเสพติดให้โทษ

    2.2 เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต

    2.3 เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด ๆ

    2.4 เป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 มาตรา 39 (1) เป็นภิกษุ สามเณร นักพรตหรือนักบวช (2) อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ไม่ว่าคดีนั้นจะถึงที่สุดแล้วหรือไม่ หรือ (4) วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ

    2.5 อยู่ระหว่างถูกระงับการใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นการชั่วคราว หรือถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง

    2.6 ต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาล

    2.7 เคยได้รับโทษจำคุกโดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึง 5 ปี นับถึงวันเลือกตั้ง เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

    2.8 เคยถูกสั่งให้พ้นจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ เพราะทุจริตต่อหน้าที่หรือถือว่ากระทำการทุจริตหรือประพฤติมิชอบในวงราชการ

    2.9 เคยต้องคำพิพากษา หรือคำสั่งของศาลอันถึงที่สุดให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน เพราะร่ำรวยผิดปกติ หรือเคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก เพราะกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

    2.10 เคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม หรือกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ หรือความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน กฎหมายว่าด้วยยาเสพติดในความผิดฐานเป็นผู้ผลิต นำเข้า ส่งออก หรือผู้ค้า กฎหมายว่าด้วยการพนันในความผิดฐานเป็นเจ้ามือหรือเจ้าสำนัก กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ หรือกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินในความผิดฐานฟอกเงิน

    2.11 เคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่า กระทำการอันเป็นการทุจริตในการเลือกตั้ง

    2.12 เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ

    2.13 เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น

    2.14 เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่น หรือเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ

    2.15 เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หรือผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ

    2.16 อยู่ในระหว่างต้องห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

    2.17 เคยพ้นจากตำแหน่งเพราะศาลฎีกาหรือศาลฎีกาแผนกคดีอาญา ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษาว่าเป็นผู้มีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ หรือกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่ หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง

    2.18 ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 ไม่ว่าจะได้รับโทษหรือไม่ โดยได้พ้นโทษหรือต้องคำพิพากษามายังไม่ถึง 5 ปีนับถึงวันเลือกตั้ง แล้วแต่กรณี

    2.19 เคยถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หรือกฎหมายว่าด้วยการลงคะแนนเสียงเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น แล้วแต่กรณี มายังไม่ถึง 5 ปีนับถึงวันเลือกตั้ง

    2.20 อยู่ในระหว่างถูกจำกัดสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ตามมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้ง สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 หรือตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

    2.22 เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา หรือเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเดียวกันหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น

    2.23 เคยพ้นจากตำแหน่งใด ๆ ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะเหตุมีส่วนได้เสียไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม ในสัญญาหรือกิจการที่กระทำหรือจะกระทำกับหรือให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น หรือมีส่วนได้เสียไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม ในสัญญาหรือกิจการที่กระทำกับหรือจะกระทำกับหรือให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น โดยมีพฤติการณ์แสดงให้เห็นว่าเป็นการต่างตอบแทน หรือเอื้อประโยชน์ส่วนตนระหว่างกัน และยังไม่พ้น 5 ปีนับแต่วันที่พ้นจากตำแหน่งจนถึงวันเลือกตั้ง

    2.24 เคยถูกสั่งให้พ้นจากตำแหน่งใด ๆ ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพราะจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบของทางราชการ หรือมติคณะรัฐมนตรี อันเป็นเหตุให้เสียหาย

    แก่ราชการอย่างร้ายแรง และยังไม่พ้น 5 ปีนับแต่วันที่พ้นจากตำแหน่งจนถึงวันเลือกตั้ง

    2.25 เคยถูกสั่งให้พ้นจากตำแหน่งใด ๆ ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

    เพราะทอดทิ้งหรือละเลยไม่ปฏิบัติการตามหน้าที่และอำนาจ หรือปฏิบัติการไม่ชอบด้วยหน้าที่

    และอำนาจ หรือประพฤติตนฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อยหรือสวัสดิภาพของประชาชน

    หรือมีความประพฤติในทางที่จะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียแก่ศักดิ์ตำแหน่ง หรือแก่องค์กรปกครอง

    ส่วนท้องถิ่น หรือแก่ราชการ และยังไม่พ้น 5 ปีนับแต่วันที่พ้นจากตำแหน่งจนถึงวันเลือกตั้ง

    2.26 ลักษณะอื่นตามที่กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นกำหนด

    หมายเหตุ ข้อ 2.21 มีผลบังคับใช้มิได้ ตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 5/2566 ลงวันที่ 3 พฤษภาคม 2566 ว่าพระราชบัญญัติการเลือกตั้งท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 มาตรา 50 (21) “เคยถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งและยังไม่พ้น 5 ปีนับแต่วันที่พ้นจากการถูกเพิกถอน

    สิทธิเลือกตั้ง” ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 26 วรรคหนึ่ง

    ทั้งนี้ ผู้ใดลงสมัครรับเลือกตั้ง โดยรู้อยู่แล้วว่าตนเป็นผู้ขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้าม ในการสมัครรับเลือกตั้ง ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 – 10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 – 200,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 20 ปี ตามมาตรา 120 แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

    ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม ได้จากพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม หรือทางเว็บไซต์ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง

    พิษน้ำมันแพง การบินไทยปรับตารางบิน 46 เที่ยว-แอร์เอเชีย เอ็กซ์ ยกเลิกบางเส้นทาง

    “พงศ์พีระ” คว้าดับเบิลแชมป์ ศึกเสือภูเขาชิงแชมป์ประเทศไทยที่โป่งน้ำร้อน

    “อภิสิทธิ์” หนุนยกเลิก MOU 44 มองตั้งคณะพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้เป็นเรื่องดี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/505098&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2zK3g_0HG4DVNtmXqrr1qQ

  • สส.ส้มไม่เห็นด้วยกู้เงินกระตุ้นศก. แนะใช้วิธีทำงบประมาณรวมยอดแทน

    สส.ส้มไม่เห็นด้วยกู้เงินกระตุ้นศก. แนะใช้วิธีทำงบประมาณรวมยอดแทน

    26 เมษายน 2569  นายอนุสรณ์ ธรรมใจ  ส.ส. กรุงเทพฯ พรรคประชาชน กล่าวว่า ฐานะทางการคลังของประเทศจะมีความเสี่ยงมากขึ้น เรื่อยๆ จากการไม่สามารถเก็บภาษีได้ตามเป้า อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ จะมีการขาดดุลการค้าเพิ่มขึ้นจากการนำเข้าพุ่งสูงจากวิกฤตการณ์พลังงาน รัฐบาลควรจัดทำงบประมาณแบบรวมยอด (Consolidated Budget) เพื่อนำเอาเงินนอกงบประมาณและกองทุนหมุนเวียนทั้งหลายเข้าสู่กระบวนการจัดทำงบประมาณและการพิจารณาของรัฐสภา

    เราสามารถมีมาตการหรือนโยบายที่ไม่ต้องใช้งบประมาณหรือต้องกู้เงินก่อหนี้สาธารณะเพิ่มเพื่อดูแลเศรษฐกิจได้ คือ การลดการใช้ดุลยพินิจเพื่อลดการทุจริตรั่วไหล ลดและยกเลิกกฎระเบียบที่ไม่จำเป็น ปัจจัยสำคัญที่สุดซึ่งนำไปสู่ความสำเร็จของการดำเนินการดังกล่าว คือ เจตจำนงทางการเมืองที่แข็งแกร่งพอของภาคการเมืองที่จะต้องเผชิญหน้ากับแรงต้านจากระบบราชการ การยกเลิกและลดกฎระเบียบที่ไม่จำเป็นต้องนำไปสู่การวางรากฐานการกำกับดูแลที่ดีของภาครัฐซึ่งจะเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญของการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน การผ่องถ่ายอำนาจบางส่วนจากรัฐสู่กลไกตลาดและภาคเอกชนจะทำให้ขีดความสามารถในการแข่งขันดีขึ้น การทบทวนและยกเลิกกฎระเบียบล้าสมัยจะช่วยลดขั้นตอนยุ่งยากและต้นทุนต่อภาคธุรกิจและการดำเนินชีวิตของประชาชน จะช่วยเพิ่มศักยภาพของเศรษฐกิจไทยและลดค่าใช้จ่ายให้ประชาชน หากกิจกรรมใดของเอกชนมีความเสี่ยงต่ำก็อาจเลือกใช้วิธีจดแจ้งแทนที่การขออนุญาต ใช้การอนุมัติหรืออนุญาตแบบอัตโนมัติในกรณีกิจกรรมที่มีความเสี่ยงปานกลาง ส่วนการขออนุญาตอย่างเต็มรูปแบบจะจำกัดไว้ใช้เฉพาะกับกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูง

    นายอนุสรณ์ กล่าวต่อว่า อีกเรื่องหนึ่งที่มีความสำคัญในภาวะที่เศรษฐกิจขับเคลื่อนตัวสู่เศรษฐกิจดิจิทัลมากขึ้นตามลำดับภายใต้วิกฤตการณ์พลังงาน มีการขยายตัวของกลุ่มแรงงานอิสระแพลตฟอร์มหรือแรงงานนอกระบบและได้เกิดความเหลื่อมล้ำด้านสิทธิและสวัสดิการเมื่อเทียบกับแรงงานในระบบกรอบกฎหมายและมาตรการคุ้มครองที่มีอยู่ยังไม่ครอบคลุมเพียงพอ สิทธิที่แรงงานอิสระขาดหายไปเมื่อเทียบกับแรงงานในระบบ ได้แก่ แรงงานอิสระสามารถเข้าร่วมเป็นผู้ประกันตนในกองทุนประกันสังคมได้เฉพาะแบบสมัครใจ (มาตรา 40) ซึ่งสิทธิประโยชน์ไม่ครอบคลุมและหลุดออกจากระบบได้ง่าย ไม่มีสวัสดิการครอบคลุมค่าชดเชยกรณีทุพพลภาพ ตาย หรือค่าชดเชยรายได้ระหว่างเจ็บป่วย ไม่มีสิทธิได้รับ ค่าตอบแทนในการทำงานล่วงเวลา วันหยุด ลาป่วย ลาคลอด ค่าชดเชยจากการเลิกจ้าง การรวมกลุ่มเพื่อจัดตั้งสหภาพแรงงานก็ยังไม่ได้รับการรับรองทางกฎหมาย ทำให้ขาดอำนาจต่อรอง

    พร้อมกันนี้ ประเทศไทยควรศึกษาระบบคุ้มครองแรงงานอิสระจากสเปน โดยมีกฎหมาย กฎหมาย Rider’s Law ที่บังคับให้แรงงานแพลตฟอร์ม เช่น คนส่งอาหาร ถือเป็น “ลูกจ้าง” โดยชอบด้วยกฎหมาย จึงได้รับสิทธิเต็มรูปแบบทั้งประกันสังคมภาคบังคับ ค่าแรงขั้นต่ำ สิทธิการลา และการคุ้มครองจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม    กรณีของไทย อาจผลักดัน ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและคุ้มครองแรงงานอิสระร่างกฎหมายเพื่อมุ่งแก้ปัญหา 5 ประการที่แรงงานอิสระเผชิญ ได้แก่  1 ค่าตอบแทนไม่เป็นธรรม 2 เข้าไม่ถึงสินเชื่อในระบบ 3 ความไม่ปลอดภัยในการทำงาน 4 ขาดสวัสดิการพื้นฐาน และ 5  ขาดการสนับสนุนการรวมกลุ่ม หรือ อาจใช้วิธีแก้ไขคำนิยาม “แรงงาน” ในกฎหมายคุ้มครองแรงงานให้ครอบคลุม “แรงงานอิสระแพลตฟอร์ม” และ “แรงงานนอกระบบ” ทั้งหมด ส่วนจะเลือกนโยบายไหนก็ควรมีการศึกษาเปรียบเทียบดูว่าใช้แนวทางแบบไหนจะดีกว่ากัน

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/politics-news/985944/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3rfmENFpIxpGM4g0DN2VPD

  • ปชน.ชี้แต่งตั้ง ‘ครม.เงา’ สิ้นเดือนนี้ ลุยแบ่งงาน 4 ด้านหลัก

    ปชน.ชี้แต่งตั้ง ‘ครม.เงา’ สิ้นเดือนนี้ ลุยแบ่งงาน 4 ด้านหลัก

    พรรคประชาชน ฟอร์มทีมครม.เงา สิ้นเดือนนี้ พร้อมแบ่งงาน 4 ด้านหลัก ‘ความมั่นคง- เศรษฐกิจ-คุณภาพชีวิต-การปฏิรูปกฎหมาย” เดินหน้าทำงานให้คนไทยเห็นประเทศดีกว่านี้ได้

    26 เม.ย. 69 เมื่อเวลา 11.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โรงแรมเมเปิ้ล บางนา กรุงเทพมหานคร นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึง กรณีที่พรรคประชาชนเตรียมจัดตั้งครมเงาว่า ในส่วนของครม.เงานั้น จะมีการแถลงลงลึกในรายละเอียด ภายในสิ้นเดือนเม.ย.นี้

    ด้าน นายศรายุทธิ์ ใจหลัก อดีตเลขาธิการพรรคประชาชน กล่าวว่า ครม.เงา เป็นความตั้งใจของพรรคประชาชนที่จะมีกลไกขึ้นมาเป็นหัวหอกในการทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล และทำงาน เพื่อให้ประชาชนรู้สึกว่าประเทศไทยดีกว่านี้ได้ ไม่อยากให้คนหมดความคาดหวังกับการเมือง เศรษฐกิจไทย โดยเราอยากเสนอว่าถ้าเราเป็นรัฐบาล จะเสนอสิ่งที่ดีกว่าให้กับประเทศไทยอย่างไร 

    ทั้งนี้ จะมีการแบ่งการทำงานเป็น 4 ด้าน คือ ฝ่ายความมั่นคง เศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต และการปฏิรูปกฎหมายไปพร้อมๆ กัน เป็นการทำงานเชื่อมทุกองค์กรของพรรค ตั้งแต่คนในพรรค ประธานกรรมาธิการ สส. รวมถึงงานพื้นที่และเครือข่าย จะทำให้เห็นว่าในระดับพื้นที่ถ้ามีนโยบายที่ดีจะทำให้ ไขปัญหาได้อย่างไร สส.จะขับเคลื่อนพื้นที่อย่างไร เรียกว่า เป็นหัวหอกในการทำงานตรวจสอบและเสนอสิ่งที่ดีกว่าให้กับสังคมไทยได้เห็น

    เมื่อถามว่า ครม. เราจะครบตามจำนวนครม.จริง หรือไม่ แล้วการคัดเลือกจะมีการเปิดออดิชั่นหรือมอบหมายอย่างไร นายศรายุทธิ์ กล่าวว่า เราคิดว่าการทำงานในโครงสร้างรัฐไทยที่เป็นอยู่นั้น หากมีการแบ่ง 4 ด้านนี้จะเป็นประโยชน์ มากกว่าแยกระดับกระทรวง 

    ดังนั้นการทำงานจะเชื่อมโยงสส.พรรคและแกนนำพรรค ไม่ได้กำหนดตายตัว ทั้งนี้เราจะแบ่งเป็นทีม ยกตัวอย่าง เรื่องเศรษฐกิจบางเรื่องที่เป็นเรื่องสำคัญแต่ถูกทอดทิ้งไม่มีกระทรวงดูแล เช่น SME เราก็จะมีทีมครม.เงาด้าน SME ดูแล ดังนั้นเราจะเลือกประเด็นที่มันสอดคล้องกับการบริหารรัฐในยุคใหม่ สอดคล้องกับสภาพปัญหาหน้างานในปัจจุบัน

    เมื่อถามว่าไม่ได้เป็นเงาสะท้อนครม. จริงใช่หรือไม่นั้น นายสรายุทธิ์ กล่าวว่า เราคิดว่าการแยกเป็นรายกระทรวง จะทำให้ บางประเด็นถูกรวมหรือแยกไปโดยไม่จำเป็นหรือบางประเด็นถูกทิ้งขว้าง เช่น SME เป็นอย่างไรเกษตรกรบางกลุ่มเป็นอย่างไร ซึ่งเราอยากให้มีความชัดเจนขึ้นดังนั้นจึงจะแบ่งเป็น 4 โครงใหญ่และแบ่งเป็นทีมย่อย

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/politics-news/986011/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3dqnOIpYi7120aIm2n69-V

  • เปิดฉากวอลเลย์บอลชายหาดพัทยาโอเพ่น ดึงดูดนักท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น

    เปิดฉากวอลเลย์บอลชายหาดพัทยาโอเพ่น ดึงดูดนักท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น

    ภูมิภาค

    เปิดฉากวอลเลย์บอลชายหาดพัทยาโอเพ่น ดึงดูดนักท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น

    วันอาทิตย์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.01 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    วันที่ 24 เม.ย.69 ได้มีพิธีเปิดการแข่งขันวอลเลย์บอลชายหาดพัทยาโอเพ่น ประจำปี 2569 โดยมีนายไพรวัลย์ อารมณ์ชื่น รองประธานสภาเมืองพัทยา เป็นประธานในพิธี และนายวิสิฐศักดิ์ วงศ์วรชาติ ผู้อำนวยการส่วนพัฒนาการท่องเที่ยว กล่าวรายงาน  ร่วมด้วยสมาชิกสภาเมืองพัทยา นักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขัน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ที่ชายหาดจอมเทียน เมืองพัทยา จ.ชลบุรี 

    เมืองพัทยา โดยสำนักการท่องเที่ยวและกีฬา จัดการแข่งขันกีฬาวอลเลย์บอลชายหาดพัทยาโอเพ่น ประจำปี 2569 ระหว่างวันที่ 24 – 26 เมษายน 2569 ณ ชายหาดจอมเทียน บริเวณหน้าโรงแรมดีวารี เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาท่องเที่ยวในเมืองพัทยาเพิ่มมากขึ้น ก่อให้เกิดรายได้ทางเศรษฐกิจแก่ประชาชนชาวพัทยา ส่งเสริมเยาวชน และประชาชนให้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ด้วยการเล่นกีฬา พัฒนาทักษะ ประสบการณ์ให้กับนักกีฬา วอลเลย์บอลชายหาดของเมืองพัทยา 

    อีกทั้งยังเป็นการยกระดับมาตรฐานการจัดการแข่งขันสู่ระดับสากล สร้างชื่อเสียงให้กับเมืองพัทยาในด้านการเป็นเมืองกีฬา (Sports City) และการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sports Tourism) โดยการแข่งขันแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ประชาชนทั่วไป หญิง, ประชาชนทั่วไป ชาย และประชาชนทั่วไป ทีมผสม (4 คน) โดยทีมผู้ชนะจะได้รับถ้วยรางวัลเกียรติยศและเงินรางวัลจากเมืองพัทยา 
     

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/473940&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0nhvHRs49od6vehsq9TxPP

  • ‘พรรคประชาชน’ฟอร์มทีมครม.เงา แบ่งงาน 4 ด้านหลัก ‘ความมั่นคง-เศรษฐกิจ-คุณภาพชีวิต-การปฏิรูปกฎหมาย’ | เดลินิวส์

    ‘พรรคประชาชน’ฟอร์มทีมครม.เงา แบ่งงาน 4 ด้านหลัก ‘ความมั่นคง-เศรษฐกิจ-คุณภาพชีวิต-การปฏิรูปกฎหมาย’ | เดลินิวส์

    เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 26 เม.ย. ที่โรงแรมเมเปิล นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึง กรณีที่พรรคประชาชนเตรียมจัดตั้ง ครม.เงา ว่า ในส่วนของ ครม.เงานั้นจะมีการแถลงลงลึกในรายละเอียด ภายในสิ้นเดือน เม.ย.นี้

    ด้าน นายศรายุทธิ์ ใจหลัก อดีตเลขาธิการพรรคประชาชน กล่าวว่า ครม.เงา เป็นความตั้งใจของพรรคประชาชนที่จะมีกลไกขึ้นมาเป็นหัวหอกในการทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล และทำงาน เพื่อให้ประชาชนรู้สึกว่า ประเทศไทยดีกว่านี้ได้ ไม่อยากให้คนหมดความคาดหวังกับการเมือง เศรษฐกิจไทย โดยเราอยากเสนอว่าถ้าเราเป็นรัฐบาล จะเสนอสิ่งที่ดีกว่าให้กับประเทศไทยอย่างไร

    ทั้งนี้ จะมีการแบ่งการทำงานเป็น 4 ด้าน คือฝ่ายความมั่นคง เศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต และการปฏิรูปกฎหมายไปพร้อมๆ กัน เป็นการทำงานเชื่อมทุกองคาพยพของพรรค ตั้งแต่คนในพรรค ประธานกรรมาธิการ สส. รวมถึงงานพื้นที่และเครือข่าย จะทำให้เห็นว่าในระดับพื้นที่ถ้ามีนโยบายที่ดีจะทำให้ไขปัญหาได้อย่างไร สส.จะขับเคลื่อนพื้นที่อย่างไร เรียกว่า เป็นหัวหอกในการทำงานตรวจสอบและเสนอสิ่งที่ดีกว่าให้กับสังคมไทยได้เห็น

    เมื่อถามว่า ครม. เราจะครบตามจำนวน ครม.จริง หรือไม่ แล้วการคัดเลือกจะมีการเปิดออดิชั่นหรือมอบหมายอย่างไร นายศรายุทธิ์ กล่าวว่า เราคิดว่าการทำงานในโครงสร้างรัฐไทยที่เป็นอยู่นั้น หากมีการแบ่ง 4 ด้านนี้จะเป็นประโยชน์มากกว่าแยกระดับกระทรวง ดังนั้นการทำงานจะเชื่อมโยง สส.พรรคและแกนนำพรรค ไม่ได้กำหนดตายตัว ทั้งนี้เราจะแบ่งเป็นทีม ยกตัวอย่าง เรื่องเศรษฐกิจบางเรื่องที่เป็นเรื่องสำคัญแต่ถูกทอดทิ้งไม่มีกระทรวงดูแล เช่น SME เราก็จะมีทีม ครม.เงาด้าน SME ดูแล ดังนั้นเราจะเลือกประเด็นที่มันสอดคล้องกับการบริหารรัฐในยุคใหม่ สอดคล้องกับสภาพปัญหาหน้างานในปัจจุบัน

    เมื่อถามว่าไม่ได้เป็นเงาสะท้อน ครม. จริงใช่หรือไม่ นายสรายุทธิ์ กล่าวว่า เราคิดว่าการแยกเป็นรายกระทรวง จะทำให้บางประเด็นถูกรวมหรือแยกไปโดยไม่จำเป็น หรือบางประเด็นถูกทิ้งขว้าง เช่น SME เป็นอย่างไร เกษตรกรบางกลุ่มเป็นอย่างไร ซึ่งเราอยากให้มีความชัดเจนขึ้น ดังนั้นจึงจะแบ่งเป็น 4 โครงใหญ่และแบ่งเป็นทีมย่อย.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5813110/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw323tCwiibrFD13plznVFBl