Blog

  • เมื่อ ‘ความต่าง’ กลายเป็นจังหวะที่ ‘ลงตัว’ ของน้ำตาล ทิพนารี และ ฟิล์ม รชานันท์ พาร์ตเนอร์สุดฮอตจาก GMMTV

    เมื่อ ‘ความต่าง’ กลายเป็นจังหวะที่ ‘ลงตัว’ ของน้ำตาล ทิพนารี และ ฟิล์ม รชานันท์ พาร์ตเนอร์สุดฮอตจาก GMMTV

    พูดคุยกับ น้ำตาล-ฟิล์ม ถึงบทบาทใหม่ๆ จากซีรี่ส์ Girl Rules พร้อมอัพเดตชีวิต รวมถึงเจาะลึกถึงเสน่ห์ของการเป็นพาร์ตเนอร์.
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://ellethailand.com/namtan-film-girl-rules-elle-crush-interview/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1lPREi-avIlFzATcUEGcR5

  • สส.ส้มไม่เห็นด้วยกู้เงินกระตุ้นศก. แนะใช้วิธีทำงบประมาณรวมยอดแทน

    สส.ส้มไม่เห็นด้วยกู้เงินกระตุ้นศก. แนะใช้วิธีทำงบประมาณรวมยอดแทน

    26 เมษายน 2569  นายอนุสรณ์ ธรรมใจ  ส.ส. กรุงเทพฯ พรรคประชาชน กล่าวว่า ฐานะทางการคลังของประเทศจะมีความเสี่ยงมากขึ้น เรื่อยๆ จากการไม่สามารถเก็บภาษีได้ตามเป้า อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ จะมีการขาดดุลการค้าเพิ่มขึ้นจากการนำเข้าพุ่งสูงจากวิกฤตการณ์พลังงาน รัฐบาลควรจัดทำงบประมาณแบบรวมยอด (Consolidated Budget) เพื่อนำเอาเงินนอกงบประมาณและกองทุนหมุนเวียนทั้งหลายเข้าสู่กระบวนการจัดทำงบประมาณและการพิจารณาของรัฐสภา

    เราสามารถมีมาตการหรือนโยบายที่ไม่ต้องใช้งบประมาณหรือต้องกู้เงินก่อหนี้สาธารณะเพิ่มเพื่อดูแลเศรษฐกิจได้ คือ การลดการใช้ดุลยพินิจเพื่อลดการทุจริตรั่วไหล ลดและยกเลิกกฎระเบียบที่ไม่จำเป็น ปัจจัยสำคัญที่สุดซึ่งนำไปสู่ความสำเร็จของการดำเนินการดังกล่าว คือ เจตจำนงทางการเมืองที่แข็งแกร่งพอของภาคการเมืองที่จะต้องเผชิญหน้ากับแรงต้านจากระบบราชการ การยกเลิกและลดกฎระเบียบที่ไม่จำเป็นต้องนำไปสู่การวางรากฐานการกำกับดูแลที่ดีของภาครัฐซึ่งจะเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญของการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน การผ่องถ่ายอำนาจบางส่วนจากรัฐสู่กลไกตลาดและภาคเอกชนจะทำให้ขีดความสามารถในการแข่งขันดีขึ้น การทบทวนและยกเลิกกฎระเบียบล้าสมัยจะช่วยลดขั้นตอนยุ่งยากและต้นทุนต่อภาคธุรกิจและการดำเนินชีวิตของประชาชน จะช่วยเพิ่มศักยภาพของเศรษฐกิจไทยและลดค่าใช้จ่ายให้ประชาชน หากกิจกรรมใดของเอกชนมีความเสี่ยงต่ำก็อาจเลือกใช้วิธีจดแจ้งแทนที่การขออนุญาต ใช้การอนุมัติหรืออนุญาตแบบอัตโนมัติในกรณีกิจกรรมที่มีความเสี่ยงปานกลาง ส่วนการขออนุญาตอย่างเต็มรูปแบบจะจำกัดไว้ใช้เฉพาะกับกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูง

    นายอนุสรณ์ กล่าวต่อว่า อีกเรื่องหนึ่งที่มีความสำคัญในภาวะที่เศรษฐกิจขับเคลื่อนตัวสู่เศรษฐกิจดิจิทัลมากขึ้นตามลำดับภายใต้วิกฤตการณ์พลังงาน มีการขยายตัวของกลุ่มแรงงานอิสระแพลตฟอร์มหรือแรงงานนอกระบบและได้เกิดความเหลื่อมล้ำด้านสิทธิและสวัสดิการเมื่อเทียบกับแรงงานในระบบกรอบกฎหมายและมาตรการคุ้มครองที่มีอยู่ยังไม่ครอบคลุมเพียงพอ สิทธิที่แรงงานอิสระขาดหายไปเมื่อเทียบกับแรงงานในระบบ ได้แก่ แรงงานอิสระสามารถเข้าร่วมเป็นผู้ประกันตนในกองทุนประกันสังคมได้เฉพาะแบบสมัครใจ (มาตรา 40) ซึ่งสิทธิประโยชน์ไม่ครอบคลุมและหลุดออกจากระบบได้ง่าย ไม่มีสวัสดิการครอบคลุมค่าชดเชยกรณีทุพพลภาพ ตาย หรือค่าชดเชยรายได้ระหว่างเจ็บป่วย ไม่มีสิทธิได้รับ ค่าตอบแทนในการทำงานล่วงเวลา วันหยุด ลาป่วย ลาคลอด ค่าชดเชยจากการเลิกจ้าง การรวมกลุ่มเพื่อจัดตั้งสหภาพแรงงานก็ยังไม่ได้รับการรับรองทางกฎหมาย ทำให้ขาดอำนาจต่อรอง

    พร้อมกันนี้ ประเทศไทยควรศึกษาระบบคุ้มครองแรงงานอิสระจากสเปน โดยมีกฎหมาย กฎหมาย Rider’s Law ที่บังคับให้แรงงานแพลตฟอร์ม เช่น คนส่งอาหาร ถือเป็น “ลูกจ้าง” โดยชอบด้วยกฎหมาย จึงได้รับสิทธิเต็มรูปแบบทั้งประกันสังคมภาคบังคับ ค่าแรงขั้นต่ำ สิทธิการลา และการคุ้มครองจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม    กรณีของไทย อาจผลักดัน ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและคุ้มครองแรงงานอิสระร่างกฎหมายเพื่อมุ่งแก้ปัญหา 5 ประการที่แรงงานอิสระเผชิญ ได้แก่  1 ค่าตอบแทนไม่เป็นธรรม 2 เข้าไม่ถึงสินเชื่อในระบบ 3 ความไม่ปลอดภัยในการทำงาน 4 ขาดสวัสดิการพื้นฐาน และ 5  ขาดการสนับสนุนการรวมกลุ่ม หรือ อาจใช้วิธีแก้ไขคำนิยาม “แรงงาน” ในกฎหมายคุ้มครองแรงงานให้ครอบคลุม “แรงงานอิสระแพลตฟอร์ม” และ “แรงงานนอกระบบ” ทั้งหมด ส่วนจะเลือกนโยบายไหนก็ควรมีการศึกษาเปรียบเทียบดูว่าใช้แนวทางแบบไหนจะดีกว่ากัน

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/politics-news/985944/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3rfmENFpIxpGM4g0DN2VPD

  • พาณิชย์คุมเข้ม “วัดความชื้นข้าวโพด” บังคับใช้ 8 พ.ค. โปร่งใส ลดกดราคารับซื้อ

    พาณิชย์คุมเข้ม “วัดความชื้นข้าวโพด” บังคับใช้ 8 พ.ค. โปร่งใส ลดกดราคารับซื้อ

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/news/143717&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw343txozIlOYlNf2UDn2usf

  • “ศุภจี” เอาจริง! ยกระดับปราบนอมินีขั้นสุด จ่อเซ็น MOU 21 หน่วยงาน ลุยสกัดตั้งแต่ต้นทาง : อินโฟเควสท์

    “ศุภจี” เอาจริง! ยกระดับปราบนอมินีขั้นสุด จ่อเซ็น MOU 21 หน่วยงาน ลุยสกัดตั้งแต่ต้นทาง : อินโฟเควสท์

    รมว.พาณิชย์ สั่งการ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เร่งปราบปรามธุรกิจนอมินีเชิงรุก ภายใต้นโยบาย Quick Big Win เน้นสกัดตั้งแต่ขั้นตอนจดทะเบียน ควบคู่กับการตรวจสอบเชิงลึกและบูรณาการข้อมูลกับหน่วยงานหลักด้านการปราบนอมินี ส่งผลให้นิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงกระทำผิดลดลงจากปีก่อนอย่างมีนัยสำคัญง 75% จากปีก่อน เดินหน้าขยายผล จ่อเซ็น MOU 21 หน่วยงานทั่ว 29 เม.ย.นี้

    นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ได้สั่งการให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เร่งดำเนินงานป้องกันและปราบปรามธุรกิจนอมินี ตามนโยบาย Quick Big Win เพื่อสกัดกั้นการใช้คนไทยถือหุ้นแทนชาวต่างชาติ (นอมินี) และป้องกันการนำนิติบุคคลไปใช้ในทางมิชอบ อาทิ การฟอกเงิน และการประกอบธุรกิจที่ผิดกฎหมาย เป็นต้น

    ที่ผ่านมา กรมฯ ได้เร่งบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร คัดกรองนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงที่มีคนต่างด้าวร่วมถือหุ้น การลงพื้นที่ตรวจสอบเชิงลึก รวมถึงการเพิ่มมาตรการตรวจสอบ 5 คำสั่ง 2 ประกาศ สำหรับกลุ่มเสี่ยงที่ใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (นอมินี) ก่อนการรับจดทะเบียนนิติบุคคล ซึ่งหลังจากที่กรมฯ ได้บังคับใช้คำสั่งให้กลุ่มเสี่ยงต้องส่งหลักฐานทางการเงินเพิ่มเติม ตั้งแต่ 1 ม.ค. 69 ส่งผลให้ไตรมาสแรกของปี 2569 (1 ม.ค. – 31 มี.ค. 69) พบการจัดตั้งบริษัทกลุ่มเสี่ยงนอมินีลดลงอย่างก้าวกระโดดถึง 60% (พบบริษัทกลุ่มเสี่ยง 1,373 บริษัท) เมื่อเทียบกับสถิติช่วงเดียวกันของปี 2568 (3,511 บริษัท)

    ทั้งนี้ กรมฯ ยังได้เพิ่มมาตรการยืนยันการลงทุน และบังคับใช้เมื่อ 1 เม.ย. 69 ส่งผลให้ช่วง 1 เม.ย. – 23 เม.ย. 69 พบบริษัทกลุ่มเสี่ยงลดลงถึง 75% (175 บริษัท) เมื่อเทียบกับสถิติช่วงเดียวกันของปี 2568 (658 บริษัท) สะท้อนให้เห็นว่ามาตรการต่างๆ ที่กรมฯ ได้ออกมาก่อนหน้านี้ช่วยป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดในธุรกิจนอมินีได้จริง และเห็นผลเป็นรูปธรรม

    นายพูนพงษ์ กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.68 – 23 เม.ย.69 กรมฯ และหน่วยงานพันธมิตร ได้ดำเนินการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดธุรกิจใน 3 ด้าน คือ

    1. ดำเนินการเร่งด่วนตามนโยบาย Quick Big Win เพื่อแก้ไขปัญหานอมินี โดยตรวจสอบนิติบุคคลไทยที่มีคนต่างด้าวร่วมถือหุ้นที่อาจมีลักษณะนอมินี พร้อมกับนำส่งข้อมูลให้กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) จำนวน 11 ราย ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับนิติบุคคลกว่า 300 ราย โดยเป็นธุรกิจที่อยู่ในกลุ่มเหล็ก สำนักงานบัญชี/ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจขนส่ง ตรวจพบในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ สุราษฎร์ธานี ชลบุรี กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล
    2. การลงพื้นที่ตรวจสอบเชิงลึกกลุ่มเสี่ยงใน 27 พื้นที่ 10 จังหวัด อาทิ เช่น ธุรกิจท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ โลจิสติกส์ และล้งมะพร้าว และส่งต่อข้อมูลนิติบุคคลที่เข้าข่ายนอมินี ไปยัง 9 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบเชิงลึกและดำเนินคดีทางกฎหมายให้ถึงที่สุด อาทิ
    • สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) จำนวน 534 ราย ตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้ถือหุ้นคนไทยที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับนิติบุคคลที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายเป็นนอมินี
    • กรมสรรพากร จำนวน 6,709 ราย เพื่อตรวจสอบบัญชี และงบการเงินของนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยง
    • สำนักงานประกันสังคม จำนวน 137 ราย เพื่อตรวจสอบผู้ประกันตน หรือลูกจ้างของสำนักงานบัญชีที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย
    • กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) จำนวน 117 ราย เพื่อตรวจสอบนิติบุคคลที่เข้าข่ายกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ประกอบด้วย สำนักงานบัญชี 92 ราย ล้งมะพร้าวนิติบุคคล 15 ราย และบุคคลธรรมดา 10 ราย
    • กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) จำนวน 25 ราย
    • สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า จำนวน 15 ราย

    3. การตรวจสอบนิติบุคคลต่างด้าวที่อาจประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือฝ่าฝืน พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 พบมีธุรกิจต่างด้าวที่เข้าข่ายการประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต จำนวน 4,372 ราย ประกอบไปด้วย ธุรกิจบัญชี 1 ซึ่งต้องห้ามมิให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจโดยเด็ดขาด จำนวน 256 ราย ธุรกิจบัญชี 2 และธุรกิจบัญชี 3 ที่ต้องได้รับอนุญาตก่อนจึงจะประกอบธุรกิจได้ จำนวน 4,116 ราย

    ทั้งนี้ กรมฯ จะรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน เพื่อตรวจสอบเชิงลึกต่อไป หากพบว่าประกอบธุรกิจโดยฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวจริง จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายโดยเด็ดขาด

    นายพูนพงษ์ กล่าวด้วยว่า รมว.พาณิชย์ ได้สั่งการให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เร่งเดินหน้าป้องกันและปราบปรามธุรกิจนอมินีอย่างจริงจัง โดยมีกำหนดจะลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการป้องกันและปราบปรามการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (นอมินี) ร่วมกัน 21 หน่วยงาน ในวันพุธที่ 29 เม.ย.69 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน

    ทั้งนี้ เพื่อยกระดับการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดโดยการใช้คนไทยเป็นนอมินี สร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน และนานาชาติ ในการปราบปรามผู้กระทำความผิดอย่างจริงจัง รวมทั้งบูรณาการความร่วมมือ เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานด้านการป้องกันและปราบปรามการนอมินี ประกอบกับบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

    “ขอย้ำว่า จะเดินหน้ามาตรการสกัดนอมินีตั้งแต่ต้นทาง ปิดประตูตั้งแต่หน้าบ้าน ป้องกันไม่ให้นอมินีเล็ดรอดเข้ามาได้ ควบคู่กับการติดตามตรวจสอบภายหลังการจดทะเบียนอย่างเข้มข้น เพื่อป้องกันไม่ให้ระบบนิติบุคคลไทย ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการกระทำผิดกฎหมาย ขณะเดียวกัน พร้อมยกระดับความโปร่งใสดูแลอำนวยความสะดวกให้ชาวต่างชาติที่เข้ามาแบบถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน และภาคธุรกิจ อันจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว” นายพูนพงษ์ กล่าว

    สำหรับ 21 หน่วยงานที่จะลงนามร่วมกัน ประกอบด้วย กระทรวงมหาดไทย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมสรรพากร กรมศุลกากร

    กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมที่ดิน กรมการท่องเที่ยว กรมการจัดหางาน กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมวิชาการเกษตร สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และสมาคมธนาคารไทย

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 เม.ย. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/587991&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2F8ScZH-U1PhETngqEegSA

  • เกาะประเด็นการเมือง จับตา ‘เดินหน้าแลนด์บริดจ์’ | เดลินิวส์

    เกาะประเด็นการเมือง จับตา ‘เดินหน้าแลนด์บริดจ์’ | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 25 เม.ย. ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นประธานการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 หลังประชุม ผู้สื่อข่าวถามกรณีมีภาพปรากฏบนสื่อออนไลน์ว่า มีโมเดลผลไม้ส้มขนาดใหญ่ 2 ลูก ตั้งโชว์ไว้ในตู้กระจกใสภายในห้องทำงานนายกฯ ซึ่งมีคนไปตีความว่าแปลว่าขังส้มหรือไม่  

    นายกฯ หัวเราะ ส่ายศีรษะ และกล่าวว่า “ไร้สาระจริงๆ เลย โอ๊ยตายแล้ว” เมื่อถามว่า เป็นส้มอะไร ส้มมงคลหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “ไม่บอก ไม่เกี่ยว มันไม่ใช่เรื่องที่ต้องมาเผยแพร่ หากส้มไม่อยู่ในกล่องแล้วจะไปอยู่ที่ไหน อย่ามาถามเรื่องแบบนี้ ประชาชนได้อะไร ประเทศชาติได้อะไร มันเป็นอุปสรรคการทำงานของรัฐบาลไหม ไม่ใช่ก็ไม่ควรจะต้องถาม” เลยไม่ทราบว่า ส้มนั้นเพื่อประดับ เพื่อมู สะกดพลัง หรือตัดไม้ข่มหนามอะไรหรือไม่

    “โกเกี๊ยะ” พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม กล่าวว่า โครงการแลนด์บริดจ์ หรือท่าเรือสองฝั่ง ฝั่งอันดามันที่ระนอง และฝั่งอ่าวไทยที่ชุมพร โดยใช้ระบบรางเชื่อม จะต้องเดินหน้าต่อ เหตุการณ์ช่องแคบฮอร์มุซอาจจะมีปัญหาในอนาคต ดังนั้นควรเป็นโอกาสของประเทศไทย สร้างท่าเรือสองฝั่งทะเล ทั้งฝั่งอันดามันและอ่าวไทย เพื่อเป็นการเชื่อมโลกทั้งสองฝั่งมหาสมุทร ที่มีผู้วิจารณ์ว่าเราจะไม่ได้ประโยชน์ เพราะการขนถ่ายคอนเทนเนอร์ขึ้นๆ ลงๆ ทำให้เสียเวลา ก็ขอให้ไปช่วยกันหาข้อมูลว่าจริงหรือไม่

    “แลนด์บริดจ์จะเริ่มปีนี้ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) สำรวจเสร็จเรียบร้อยแล้ว ขอมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) น่าจะช่วงเดือน มิ.ย. จนถึงเดือน ก.ค. จะเร่งนับหนึ่งให้ได้ในปีนี้ ก่อสร้างโดยเรียกประมูลทั้งต่างประเทศและในประเทศ ซึ่งเราจะให้โอกาสเท่ากัน แต่ก็อยู่ที่เขาจะไปลงทุนในจุดใดก่อน งบประมาณตั้งไว้ 1 ล้านล้านบาท แต่ประเทศไทยไม่ได้ลงทุน เราจะให้แค่สัมปทานจัดสรรที่ดินอย่างเดียวแล้วให้เอกชนมาลงทุน

    เรื่องการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ก็ต้องทำ ซึ่งก็มีปัญหาอยู่ ก็ต้องไปเจรจากับคนในพื้นที่ ว่าสิ่งที่เขาต่อต้านเป็นข้อมูลที่แท้จริงกี่เปอร์เซ็นต์ เราก็ต้องไปชี้แจงว่าข้อมูลที่เขาได้รับอาจจะไม่ใช่ข้อเท็จจริงทั้งหมด เอ็นจีโอก็ตั้งท่าอยู่แล้ว” พิพัฒน์ กล่าว และว่า เขาจะลงพื้นที่เพื่อดูโครงการแลนด์บริดจ์ช่วงเดือน พ.ค. นี้ และจะเปิดให้นักลงทุนเริ่มลงทุนในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้

    พิพัฒน์ กล่าวด้วยว่า การประชุม ครม.นอกสถานที่อย่างเป็นทางการ (ครม.สัญจร) ตนได้เสนอ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา คาดว่าจะจัดประชุม ครม.สัญจรได้ช่วงปลายเดือน พ.ค. นี้ ยุทธศาสตร์ทางภาคใต้ได้มีการวางไว้แล้วในการพัฒนาพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นการพัฒนาในเรื่องอาชีพ โดยโครงการที่เป็นเรือธงในการพัฒนาพื้นที่ภาคใต้จะเป็นเรื่องนิคมอุตสาหกรรมจะนะ ในส่วนของสามจังหวัดชายแดนภาคใต้จะทำเรื่องพืชพลังงาน ในการขอให้มีโรงไฟฟ้าชีวมวลลงในพื้นที่ ซึ่งมีนักลงทุนที่ให้การสนับสนุน จะเป็นการสร้างอาชีพ

    นายกฯ หนู ให้สัมภาษณ์เรื่องแลนด์บริดจ์ว่า เราศึกษาและปรับให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันมากที่สุด ทั้งเรื่องเทคโนโลยี ต้นทุนการก่อสร้างรูปแบบที่ทำให้เกิดขึ้น และวันนี้มีเหตุผลต้องนำขึ้นมาพิจารณาอย่างจริงจังเพิ่มมากขึ้น เพราะมีการพูดถึงกันว่าใครจะแสดงความเป็นผู้ครอบครองช่องทางขนส่ง หากไทยมีสิ่งที่สามารถพึ่งพาได้เกิดประโยชน์และรายได้เกิดความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจเราก็ต้องเร่งพิจารณา 

    เมื่อถามว่าจะทำความเข้าใจกับคนในพื้นที่ได้ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “มันเป็นเรื่องของส่วนรวม”

    อนุทิน ให้สัมภาษณ์ถึงโครงการคนละครึ่งพลัส ว่า เขาวางไทม์ไลน์ว่าจะเดินหน้าเดือน มิ.ย. ก็ต้องเข้า ครม. ตั้งแต่ช่วงนี้ถึงช่วงเดือน พ.ค. เมื่อไม่ใช่คนละครึ่ง (รัฐจ่าย 60 ประชาชนจ่าย 40) แล้ว ก็ใช่คำว่าไทยช่วยไทยพลัส พยายามจัดสรรเพื่อมาแบ่งเบาภาระประชาชน และกระตุ้นเศรษฐกิจช่วยเหลือประชาชนทำให้มีเม็ดเงินไหลเข้ามาในระบบ จากเดิมโครงการ 2 เดือน ก็เพิ่มเป็นเดือนละ 1,000 จำนวน 4 เดือน รวมเป็น 4,000 บาท

    “ผมเห็นชอบในหลักการ หรือยังคุยกับเรา หรือยังพร้อมสนับสนุนไหม แต่รายละเอียดขอความกรุณาถาม รมต.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง ถ้าผมตอบไปคนอื่นไม่กล้าทำงานพอดี” เมื่อถามต่อว่าจะสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของสภาของพรรคใด นายอนุทิน กล่าวว่า “ของพรรคภูมิใจไทย”

    ที่พรรคประชาธิปัตย์ จัดประชุมใหญ่สามัญ ประจำปี 2569 โดยมีบรรดากรรมการบริหารพรรคและสมาชิกเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียงกัน บางส่วนประชุมผ่านระบบออนไลน์ “หัวหน้ามาร์ค” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค กล่าวว่า การทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านซึ่งพรรคมีเพียงแค่ 21 เสียง แต่เสียงของเราดังพอสมควร สส. ทุกคนตั้งใจในการใช้ทุกโอกาสในสภา ไม่ว่าจะเป็นการเสนอญัตติ เสนอกฎหมายควบคู่กับการอภิปรายเช่นการอภิปรายนโยบายรัฐบาล ให้เห็นถึงการทำงานของเราในฐานะฝ่ายตรวจสอบที่เข้มแข็งมีเหตุและผล มีความพร้อมความสร้างสรรค์ มีข้อเสนอแนะ รวมไปถึงฉายภาพให้เห็นถึงแนวคิดของพรรคประชาธิปัตย์เกี่ยวกับประเด็นต่างๆ ของสังคมเศรษฐกิจการเมืองในทุกๆ เรื่อง

    ทำงานให้เป็นระบบมากยิ่งขึ้นนอกสภา จะเห็นเป็นรูปธรรมชัดเจนขึ้นในช่วงปิดสมัยประชุมเป็นต้นไปคือช่วงเดือน ก.ค. จะพยายามประสานกับทุก กมธ.สามัญของสภา ว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่เราจะขอให้มีตำแหน่งใน กมธ. เป็นที่ปรึกษาอย่างเป็นทางการหรือไม่เป็นทางการ ผู้ชำนาญการหรือเลขาฯ อะไรก็แล้วแต่ ตามระเบียบของสภา อยากให้ผู้ที่มีประสบการณ์ อดีตรัฐมนตรี อดีต สส. ที่ประสงค์จะเข้ามาทำงาน กมธ. เร่งแจ้งเข้ามาถึงความสนใจ  

    ที่ ธ.ก.ส.อุดรธานี “ดร.เชน” ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และรัฐมนตรีจากเพื่อไทย เป็นประธานในพิธีเปิดตัวโครงการ “ปุ๋ยสั่งตัดเพื่อ (เกษตรกร) ไทย” นายยศชนัน กล่าวว่า นี่คือการนำองค์ความรู้มาผสมผสานกับเทคโนโลยี เปลี่ยนจากการใช้ปุ๋ยแบบเหมาจ่าย มาเป็นการใช้ปุ๋ยที่ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อสภาพดินในพื้นที่นั้นๆ ให้ช่วยลดต้นทุนลงได้ถึง 40-60% นำร่องที่สหกรณ์ใน จ.อุดรธานี

    ตั้งเป้าขยายไปยังสหกรณ์ต้นแบบ เพื่อพิสูจน์ประสิทธิภาพก่อนขยายผลทั่วประเทศ ให้เกษตรกรเข้าถึง “แม่ปุ๋ย” ที่เหมาะสมกับดินและพืชของตนเอง ผ่านเครื่องมือที่จับต้องได้ง่าย เช่น แอปพลิเคชันจากกระทรวงเกษตรฯ  

    วัชระพล ขาวขำ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ปุ๋ยอินทรีย์เคมีสั่งตัด ผสมผสานระหว่างปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดิน เป็นทางออกสำคัญในการลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมีเพียงอย่างเดียว และช่วยแก้ปัญหาดินเสื่อมโทรมจากการใช้สารเคมีต่อเนื่องยาวนาน ด้วยการเติมอินทรียวัตถุกลับคืนสู่ดินอย่างน้อย 10% สำหรับโครงการ “ปุ๋ยสั่งตัดเพื่อ (เกษตรกร) ไทย” ถือเป็นโมเดลต้นแบบในการแก้ปัญหาปากท้องอย่างตรงจุด โดยในระยะแรกมีแผนดำเนินงาน 6 เดือน สิ้นสุดเดือน ก.ย. มุ่งเน้นการติดตั้งชุดเครื่องผสมปุ๋ย และแพลตฟอร์มอัจฉริยะให้แก่สหกรณ์การเกษตรส่งต่อเกษตรกร  

    ที่สวนสมพงษ์ (ทุเรียน 100 ล้าน) ต.จันทเขลม อ.เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี “รมต.แต๋ม” ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ลงพื้นที่ตรวจราชการและรับฟังปัญหาทุเรียน ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีรายงานว่า ทุเรียนมีผลผลิตเพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 30% ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวก รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ไปเตรียมการทำตลาดและเดินหน้าโฆษณาที่ประเทศจีนแล้ว ทั้งนี้ รัฐบาลตั้งเป้าหมายที่จะผลักดันมูลค่าการส่งออกทุเรียนไทยในปีนี้ให้สูงกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งทำยอดไว้ได้กว่า 140,000 ล้านบาท  

    จากนั้น รมว.พาณิชย์ เป็นประธานสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ด้านการส่งเสริมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ระหว่างกรมการค้าภายในกับแพลตฟอร์ม TIKTOK โดยมีระยะเวลาความร่วมมือ 2 ปี เพื่อบูรณาการการทำงานในการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพเกษตรกร ผู้ประกอบการค้าผลไม้ และวิสาหกิจชุมชนของไทย ให้สามารถขยายช่องทางธุรกิจผ่านการทำไลฟ์สตรีมมิง ซึ่งภายในงานมีการเชิญครีเอเตอร์มาร่วมไลฟ์สดขายสินค้า

    ที่โรงแรมดุสิตธานี กระบี่ บีช รีสอร์ท จ.กระบี่ “รมต.อ้วน” สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และรมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงการพบหารือกับ นายหวัง อี้  รมว.ต่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 24 เม.ย. ว่า ไม่ได้หารือเรื่อง MOU44 เรื่องนี้ต้องแจ้งฝ่ายกัมพูชา และดูท่าทีเขาว่าเป็นอย่างไร หากเขาไม่เห็นด้วย ก็คงต้องเจรจากันต่อไป การยกเลิกนั้นเรารู้ว่าจะเดินหน้าอย่างไรต่อไป อาจจะมีกรอบความร่วมมือใหม่ที่ดีกว่า

    ถ้ากัมพูชาต้องการให้ไทยใช้กลไกทวิภาคี ประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (เจบีซี) ไทย-กัมพูชา เป็นสิ่งที่ดี แต่เขายังไปพูดเรื่องที่ไม่ดีต่อประเทศไทยในเวทีต่างๆ จึงอยากจะให้สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ หลีกเลี่ยงการกล่าวอะไรที่กระทบกระทั่ง และหลีกเลี่ยงการใช้วิธีกดดันทั้งที่เรายังไม่พร้อม จีนพร้อมอำนวยความสะดวกให้ทั้งสองประเทศได้เจอกัน แต่จีนไม่ต้องการที่จะแทรกแซง  

    สีหศักดิ์ ยังกล่าวถึงเรื่องเอ็มโอยูปี 2543 ว่า อยากให้การหารือเป็นไปอย่างกว้างขวาง และอยากจะฟังเสียงของทุกฝ่าย มองกันด้วยข้อเท็จจริงว่าเอ็มโอยูปี 2543 มีความคืบหน้า และมีการปักปันเขตแดนไปพอสมควรแล้ว แต่พอมีการปะทะกันการทำงานของคณะเจบีซีต้องหยุดชะงัก ข้อกังวลเรื่องอัตราส่วนแผนที่ 1:200,000 นั้น ก็ต้องมาดูเนื้อหาที่เขียนในสนธิสัญญาสยาม-ฝรั่งเศส ขณะเดียวกันเราสามารถนำแผนที่อัตราส่วน 1:50,000 ขึ้นมาเจรจาได้ ไม่ใช่ว่ามีเอ็มโอยูปี 2543 แล้วไทยจะเสียเปรียบ เพราะตรงไหนที่เจรจาแล้วรู้สึกว่าไม่ใช่ผลประโยชน์ของไทย เราก็ยังไม่ต้องไปตกลงแล้วไปจุดอื่น 

    “ทีมข่าวการเมือง”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5811895/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1f8rHaxXdAtvfB-U355sUF

  • มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จัดพิธีซ้อมใหญ่พิธีพระราชทานปริญญาบัตร

    มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จัดพิธีซ้อมใหญ่พิธีพระราชทานปริญญาบัตร

    การศึกษา

    มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จัดพิธีซ้อมใหญ่พิธีพระราชทานปริญญาบัตร

    วันจันทร์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2569, 00.20 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จัดพิธีซ้อมใหญ่พิธีพระราชทานปริญญาบัตร

    มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จัดพิธีซ้อมใหญ่พิธีพระราชทานปริญญาบัตร ประจำปีการศึกษา 2567 ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ ในโอกาสฉลองพระชนมายุ 5 รอบ 2 เมษายน 2558 โดยมีบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาเข้าร่วมเตรียมความพร้อมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อให้การดำเนินพิธีการในวันจริงเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ

    บรรยากาศการรายงานตัวที่บริเวณถนนหน้าอาคารวัฒนธรรมสถาบันขงจื่อ โดยบัณฑิตที่มีกำหนดเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรในวันที่ 27 เมษายน เริ่มรายงานตัวเวลา 06.00 น. และกลุ่มวันที่ 28 เมษายน รายงานตัวเวลา 09.00 น. ซึ่งทางมหาวิทยาลัยได้นำเทคโนโลยีระบบ RFID มาใช้ในการตรวจสอบข้อมูลและยืนยันตัวตน พร้อมทั้งมีการตรวจวัดอุณหภูมิและตรวจความเรียบร้อยของเครื่องแต่งกายอย่างละเอียด ก่อนที่คณะกรรมการควบคุมแถวจะนำบัณฑิตผ่านระบบ Gateway เพื่อเข้าสู่พื้นที่ประกอบพิธีภายในอาคารเฉลิมพระเกียรติฯ

    ในโอกาสนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.ประยุกต์ ศรีวิไล อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้กล่าวต้อนรับและให้โอวาทแก่ผู้สำเร็จการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2567 จำนวนรวมทั้งสิ้น 7,297 คน ประกอบด้วย บัณฑิตระดับปริญญาเอก 119 คน ปริญญาโท 261 คน และปริญญาตรี 6,917 คน จากนั้นได้เข้าสู่ขั้นตอนการฝึกซ้อมพิธีการและการบันทึกภาพหมู่ร่วมกันตามคณะต่าง ๆ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความภาคภูมิใจ โดยมีครอบครัวและญาติมิตรเดินทางมาร่วมแสดงความยินดีและถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ในพื้นที่มหาวิทยาลัยที่ได้รับการประดับตกแต่งอย่างสวยงาม

    ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปในการพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ประจำปีการศึกษา 2567 ในวันที่ 27 และ 28 เมษายน 2569 ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ ในโอกาสฉลองพระชนมายุ 5 รอบ 2 เมษายน 2558 มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ตำบลตลาด อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม

    ส่งข่าวได้ที่  email : saowaporn12345@gmail.com   และ  bat_mamsao@yahoo.com

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/education/473966&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw11h4-hq6KOv98NvIEiKoQm

  • อนุทิน ควงภริยา เปิดสงกรานต์พระประแดง โดน วัยรุ่นแซว

    อนุทิน ควงภริยา เปิดสงกรานต์พระประแดง โดน วัยรุ่นแซว

    อนุทิน ควงภริยา เปิดสงกรานต์พระประแดง โดน วัยรุ่นแซว’รวยไม่ไหวแล้ว’

    วันอาทิตย์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.37 น.

    อนุทิน ควงภริยา เปิดสงกรานต์พระประแดง สืบสานประเพณีชาวไทยเชื้อสายมอญ ฝาก อย่าลืมหัวใจสงกรานต์ ยึดประเพณี-เชื่อมความสามัคคี แซวตัวเอง นอกสคริปต์ หลังสื่อจับจ้อง ด้าน วัยรุ่นแซว ‘รวยไม่ไหวแล้ว’ ลั่นฆ้อง อวยพรให้มีความสุขวันสงกรานต์ 

    เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 26 เม.ย. ที่โรงเรียนเทศบาลป้อมแผลงไฟฟ้า ต.ตลาด อ.พระประแดง จ. สมุทรปราการ นายอนุทิน ชาญวีรกูลนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย พร้อม น.ส.ธนนนท์ ชาญวีรกูล ภริยา เป็นประธานในพิธีเปิดงานประเพณีสงกรานต์พระประแดง ประจำปี 2569 ซึ่งนายกฯได้สวมชุดลอยชาย ขณะที่น.ส.ธนนนท์ สวมชุดไทยรามัญ นุ่งผ้าถุงป้าย สวมเสื้อแขนกระบอก ห่มสไบมอญ ร่วมงาน โดยมี นายทรงศักดิ์ ทองศรีรองนายกรัฐมนตรี น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ รมว.วัฒนธรรม นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา นายฐาปกรณ์ กุลเจริญ สส.สมุทรปราการ พรรคภูมิใจไทย นายศุภมิตร ชิณศรี ผู้ว่าฯสมุทรปราการ นางจิระพร วชิรเขื่อนขันธ์ นายกเทศมนตรีเมืองพระประแดง ในฐานะประธานจัดงานสงกรานต์พระประแดง ประชาชน ต้อนรับ 

    โดยประเพณีสงกรานต์พระประแดง จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ช่วงปลายเดือนเม.ย.ถือเป็นกิจกรรมส่งท้ายเทศกาลสงกรานต์ของไทย เพื่อสืบสานประเพณีและวัฒนธรรมของชาวไทยเชื้อสายมอญ และส่งเสริมการท่องเที่ยวท้องถิ่น รวมถึงกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ โดยการจัดงานปีนี้ ยังเฉลิมฉลองครบรอบ 211 ปี เมืองนครเขื่อนขันธ์อีกด้วย

    นายกฯ กล่าวเปิดงานว่า รู้สึกยินดีที่ได้มาร่วมงานครั้งนี้ และได้มาพบกันด้วยรอยยิ้มทุกคน ถ้าตนไปยืนข้างบนเวทีนอกจากร้อนแล้ว ก็ต้องหันหน้าออกไปข้างนอก ก็ไม่รู้จะไปคุยกับใคร เพราะว่าคนที่มาร่วมงานส่วนใหญ่อยู่ในปะรำพิธีแห่งนี้ ตนมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาร่วมงานในวันนี้ ต้องกราบเรียนว่า ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้มีโอกาสมาเปิดงาน เพราะอดีต สส. พรรคภูมิใจไทยเคยชวนตนมา แต่ไม่ได้มาหลายปีแล้ว วันนี้ตนมีวาสนาอีกครั้งที่ได้มาที่นี่ มาพบกับพวกเรา วันนี้แทบจะปิดเมืองพระประแดงเลยทีเดียว ตั้งแต่ลงทางด่วนถนนสุขสวัสดิ์มาก็เห็นประชาชนมีความสุข เล่นน้ำ ประแป้งด้วยความสนุกสนานรื่นเริง 

    นายกฯ กล่าวว่า ตนในฐานะหัวหน้ารัฐบาลก็รู้สึกปลาบปลื้มปิติยินดีที่เห็นประชาชนมีความสุข ดังนั้นงานประเพณีดีๆ เช่นนี้ รัฐบาลพร้อมที่จะให้การสนับสนุน และพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ท้องถิ่นมีวัฒนธรรมที่สวยงาม ประเพณีที่งดงาม มีความเป็นเอกลักษณ์ต่อไป เป็นที่หมายปองของผู้คนจากท้องถิ่นอื่น อีกมากมายที่อยากจะมาร่วมสนุกสนานที่พระประแดงแห่งนี้ ปีนี้ถือว่าเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยเพราะองค์การยูเนสโกที่ดูแลในเรื่องของวัฒนธรรมของโลก ได้ประกาศให้สงกรานต์ในประเทศไทย ยกระดับขึ้นเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ

    นายกฯ กล่าวว่า ประเพณีสงกรานต์ที่พระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ถือว่าเป็น 1 ใน 5 ที่เป็นตัวแทนประเพณีสงกรานต์ในประเทศไทย ซึ่งเขาหยิบยกไปพิจารณาจนได้รับการประกาศเป็นมรดกโลก ก็ต้องขอบคุณรัฐมนตรีทั้งสองท่าน ทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ทั้งนี้สงกรานต์พระประแดง เป็นหนึ่งในมหาสงกรานต์ 4 ภาค ซึ่งรัฐบาลจะมีการจัดท่องเที่ยวทั่วไทย จัดโปรแกรมให้ประชาชนได้ท่องเที่ยวทั่วไทยทุกเดือนเป็นเฟสติวัล ต้องขอขอบคุณชาวพระประแดง โดยเฉพาะนายกเทศมนตรี ที่ทุ่มเทเพื่อความเจริญของพระประแดงอย่างเต็มที่ ในฐานะที่เป็นหัวหน้าต้องให้การสนับสนุนจึงมาร่วมงานในวันนี้ 

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงหนึ่งนายกฯ ระบุว่า “ผมอ่านสคริปต์ไป อ่านสคริปต์มา เดี๋ยวผู้สื่อข่าวก็จะเอาไปเป็นข่าวอีก เรื่องถุย ที่บอกว่าผมไม่ให้เกียรติคนเขียนสคริปต์ เรื่องนี้ไม่ใช่ แต่ผมมาพบพี่น้องประชาชน ผมก็อยากมาพูดจากใจ ลองพี่น้องร้องเฮกันขึ้นมา ผมก็ถุยเลยครับ ถือว่าเราอยู่ในบ้านเดียวกัน พูดคุยกันสนุกสนานกัน ไม่ได้มีเจตนาอื่นใด เป็นประเพณีของเรา ที่เราจะสนุกสนานกัน พูดคุยกันความเปิดใจไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน เรามีลูกมีหลานก็ฝากคนรุ่นก็ฝากคนรุ่นใหม่ อย่าลืมหัวใจของประเพณีสงกรานต์ ที่ไม่ได้มีแต่ความสนุกสนาน แต่เป็นการเชื่อมความรักความสามัคคี ของชุมชนและคนในครอบครัวอีกด้วย” จากนั้นนายก ฯ ได้อ่านตามสคริปต์ช่วงหนึ่ง ก่อนที่จะกลับมาพูดโดยไม่อ่านสคริปต์อีกครั้ง ว่า ขอเปิดงานตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สนุกสนานกันให้เต็มที่ นั่งกันอยู่ตรงนี้ทำไมเล่า ไปสาดน้ำกัน“

    ต่อมานายกฯและภริยา ร่วมกิจกรรมปล่อยนก ปล่อยปลา สรงน้ำพระ รดน้ำดำหัวขอพรผู้สูงอายุ และร่วมเล่นสะบ้ากับน.ส.ธนนนท์ การละเล่นพื้นบ้านของชาวมอญ กวนกาละแม ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของชาวมอญ อย่างสนุกสนาน จังหวะหนึ่งระหว่างเดินไปเปิดงานที่เวทีกลาง ริมน้ำเจ้าพระยา มีคุณป้ามอบมะม่วงน้ำดอกไม้ให้เป็นที่ระลึกพร้อมอวยพรให้นายกฯ บริหารประเทศให้มีเศรษฐกิจดี ซึ่งฯนายกฯรับพรบอกให้สมพรปาก และในระหว่างเดินมาตามถนนได้โบกมือทักทายประชาชน ที่ใช้ปืนฉีดน้ำเล่นสงกรานต์ โดยทีมรักษาความปลอดภัย ได้ขอความร่วมมือประชาชนไม่สาดน้ำ ขณะที่นักท่องเที่ยวบางส่วนได้ส่งมินิฮาร์ทให้นายกฯ พร้อมบอกว่ารักตลอด ภูมิใจไทยเท่านั้น โดยนายกฯสอบถามว่าเป็นคนที่นี่ใช่หรือไม่ ก่อนที่ชาวบ้านจะตอบว่าใช่สส. ก็เลือกมาเอง  แต่ก่อนถึงเวทีงาน มีวัยรุ่นกลุ่มใหญ่ตะโกนแซวขึ้นว่า “รวย รวย รวย รวยไม่ไหวแล้ว“

    เมื่อถึงเวทีกลาง นายอนุทิน กล่าวว่า ดีใจยินดีที่ได้มาพบท่าน เห็นทุกคนมีความสุข ก็ดีใจมีความสุขไปด้วย ขอให้พวกเราเต็มที่ ก่อนถึงเวลางานปิด 20.00 น.ขอให้เต็มที่สุดซอยขอให้สนุกสนานกันอย่างเต็มที่มีกำลังวงชาเพราะพรุ่งนี้พวกเราต้องไปทำงานทุกอย่างต้องดีขึ้นดีขึ้น ขอให้พวกเรามั่นใจพวกตนบนนี้ไม่ทิ้งอยู่แล้ว ไม่สามารถทนเห็นพี่น้องไม่มีความสุขได้ต้องทำให้พวกเราทุกคนรักษารอยยิ้มตรงนี้ไปตลอดกาล และเนื่องในโอกาสนี้ตนไม่อยากรบกวนเวลาพวกท่าน ในการสนุกสนานในโอกาสปีใหม่ไทยขอให้มีแต่ความสุขความสำเร็จร่ำรวยเงินทองสุขภาพแข็งแรงคิดอะไรสมหวังไปทุกสิ่งอายุยืนยาว และขอให้พวกเรารักกันนานนานแบบนี้ตลอดไป จากนั้นนายกได้ตีฆ้องเปิดงานสงกรานต์ให้ทุกคนได้เล่นน้ำอย่างสนุกสนาน

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/960791&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1C12xPE-jCuvsOea0vlr_W

  • ทุนน้ำเมารุกหนักกดดันจังหวัดให้ออกประกาศสวนสาธารณะเป็นพื้นที่ขายเหล้าได้

    ทุนน้ำเมารุกหนักกดดันจังหวัดให้ออกประกาศสวนสาธารณะเป็นพื้นที่ขายเหล้าได้

    วันอาทิตย์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.45 น.

    ทุนน้ำเมารุกหนักกดดันจังหวัดให้ออกประกาศสวนสาธารณะเป็นพื้นที่ขายเหล้าได้ บุกเชียงใหม่ ระนอง อ้างกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ด้านภาคประชาสังคมออก โรงต้าน ยืนยันสวนสาธารณะไม่มีข้อยกเว้นใดให้ทำได้ ด้วยเจตนารมณ์รักษาพื้นที่กลางให้เป็น พื้นที่ปลอดภัยกับคนทุกเพศทุกวัย  เตรียมเดินหน้าฟ้องเอาผิดหากยังดึงดัน

     เมื่อวันที่  26 เมษายน 2569  นายธีรภัทร์ คหะวงศ์ อดีตกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ฉบับที่ 2 พ.ศ.2568 ในฐานะภาคีป้องกันและลดผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ภปค.) กล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมา ภปค.ได้รับแจ้งจากประชาชนและเครือข่ายในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่  และจังหวัดระนอง ถึงกรณีที่องค์กรปกครองท้องถิ่นขนาดใหญ่ของทั้งสองจังหวัด มีความพยายามที่จะจัดให้มีการขาย และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภายในสวนสาธารณะ ผ่านการจัดงานที่ให้เหตุผลว่าจะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว และกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยกรณีแรกที่จังหวัดเชียงใหม่ที่มีข่าวว่ามีการจัดตั้งให้พื้นที่ทั้งหมดเป็นสโมสร และมีการจัดกิจกรรม “พิธี “สระเกล้าดำหัว”เนื่องในประเพณีปี๋ใหม่เมืองเพื่อแสดงความเคารพขอขมา และขอพรผู้ใหญ่ เสริมสิริมงคลรับปีใหม่ไทยอบจ.เชียงใหม่ ” โดยจัดให้มีการให้ขายและให้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา และอีกกรณีคือที่จังหวัดระนอง โดยมีความพยายามที่จะใช้ “ภูเขาหญ้า” สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเมืองระนอง ที่มีสภาพเป็นสวนสาธารณะและยังเป็นพื้นที่ที่อยู่ในกำกับดูแลและใช้ประโยชน์ของราชการ  เป็นสถานที่จัดงานที่สามารถให้ขายและดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ตลอดทั้งปี

    “เครือข่ายฯ เข้าใจเจตนาดีของหน่วยงาน ที่อยากส่งเสริมการท่องเที่ยว หรือกระตุ้นเศรษฐกิจ หากแต่เราไม่เชื่อว่าการใช้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว หรือช่วยสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างทั่วถึงและยั่งยืน ซ้ำร้ายอาจสร้างปัญหาทั้งทางด้านสุขภาพของตัวผู้ดื่ม ภาระทางการแพทย์ ปัญหาสังคมและครอบครัว ฯลฯ และหากพิจารณากรณีเชียงใหม่สถานที่ดังกล่าวถือว่าเป็นสวนสาธารณะของทางราชการ ที่จัดไว้เพื่อการพักผ่อนของประชาชนโดยทั่วไป ต้องห้ามมิให้มีการขายและบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่ดังกล่าวโดยเด็ดขาด ตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 27 (7) และมาตรา 31 (6) โดยการห้ามขาย ห้ามดื่ม ในสวนสาธารณะของทางราชการ ที่จัดไว้เพื่อการพักผ่อนของประชาชนโดยทั่วไป ถือเป็นกฎหมายแม่บท เป็นบทบัญญัติที่ไม่มีข้อยกเว้นใด ๆ ทั้งสิ้น การจัดตั้งเป็นสโมสรหรือการผลักภาระให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะประธานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จังหวัดพิจารณาออกข้อยกเว้นจึงอาจเป็นวิธีการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย  ส่วนในจังหวัดระนอง  ภูเขาหญ้านั้นโดยสภาพเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของคนทุกเพศทุกวัยอยู่แล้ว  มีการสร้างถนน อำนวยความสะดวกโดยรัฐและยังเป็นพื้นที่ในกำกับดูแลของรัฐ  ซึ่งมีประกาศสำนักนายกห้ามไว้เช่นเดียวกันตั้งแต่ 8 กุมภา 2558  เรื่องนี้เครือข่ายได้ตั้งทีมศึกษาข้อกฏหมายและเตรียมการฟ้องศาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเด็นนี้อย่างแน่นอน”

    นายสุชีพ พัฒน์ทอง ประธานประชาคมเครือข่างองค์กรงดเหล้าจังหวัดระนอง กล่าวว่า หลายสิบปีที่ผ่านมาเครือข่ายร่วมกับภาคีสุขภาพในจังหวัดระนอง รณรงค์และประสานขับเคลื่อน ขอให้หน่วยงานรัฐหรือ เอกชนเปิดพื้นที่เป็นพื้นที่ปลอดเหล้า-ปลอดบุหรี่-ยาเสพติด เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้เด็กเยาวชนและครอบครัว มาอย่างต่อเนื่อง ก่อนมี พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปี 2551 และเมื่อมี พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก็ประสานงานง่ายขึ้น ด้วยหน่วยงานราชการ และ ผู้บริหารจังหวัดมีแนวคิดการ ปกป้องเด็กเยาวชนให้ห่างไกลจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แทบทุกสมัย ในจังหวัดระนอง จึงมีหลายพื้นที่ ประกาศปลอดเหล้า-ปลอดปัจจัยเสี่ยง ในช่วงเทศกาล หรือ ในพื้นที่ เช่น งานอาบน้ำแร่แลระนอง , บ่อน้ำร้อนรักษะวาริน รวมถึง ภูเขาหญ้า ที่มีความสวยงามและเป็นท่องท่องเที่ยวพักผ่อนของ เด็ก-เยาวชนและครอบครัว ทั้งคนในจังหวัดระนองและนักท่องเที่ยวทั่วไป แต่การที่ใช้กลไกช่องทางกฎหมายเพื่อให้ ภูเขาหญ้าขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้นั้นเป็นเพียงการหาประโยชน์เฉพาะกลุ่มเฉพาะตัว  เครือข่ายองค์กรงดเหล้าและภาคีเครือข่ายรวมถึงกลุ่มเด็กเยาวชนในจังหวัดระนองจึงไม่เห็นด้วยและขอสนับสนุน ผู้ว่าฯให้ยึดมั่นในหลักการเดิมที่เป็นมา  ไม่อมุมัติให้ใช้พื้นที่ภูเขาหญ้า ในการจัดงานที่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงบุหรี่และ สารเสพติดอื่นทุกรูปแบบ

    ด้านนางกัญญานันท์  ตาทิพย์  ผู้จัดการเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ภาคเหนือตอนบน กล่าวว่า กว่า 20 ปีที่ผ่านมาเครือข่ายร่วมกับภาคีสุขภาพใน 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน มีการรณรงค์ ขับเคลื่อนงานลด ละ เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อลดผลกระทบและยังเน้นบูรณาการความร่วมมือ ขอให้หน่วยงานรัฐที่เป็นกลไกบูรณาการให้มีการให้ความรู้ การประชาสัมพันธ์ ออกตรวจเตือน และบังคับใช้กฎหมายภายใต้พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ปี 2551 เพื่อเกิดพื้นที่ เทศกาลและงานบุญประเพณีที่ปลอดภัยให้เด็กเยาวชนและครอบครัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีหลายพื้นที่ ประกาศปลอดเหล้า-ปลอดปัจจัยเสี่ยง ในช่วงเทศกาล หรือ ในพื้นที่ เช่น งานปี๋ใหม่เมืองเชียงใหม่ โซนนิ่งบริเวณรอบคูเมืองเชียงใหม่ (ท่าแพ) ,เทศกาลยี่เป็งเชียงใหม่ ,สงกรานต์ถนนข้าวแต๋น จังหวัดน่าน, การแข่งเรือปลอดเหล้าจังหวัดน่าน

    กรณี สวนองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ถือเป็นแลนด์มาร์คที่สวยงาม เป็นจุดเช็คอินสุดฮิต เพราะ บรรยากาศ เหมาะในการเดินเล่น หรือนั่งพักผ่อนสบายๆ จนเป็นที่รับความสนใจของประชาชน นักท่องเที่ยวทั้งในประเทศ และต่างประเทศ นอกจากนั้นยังเป็นสถานที่พักผ่อนของเด็ก- เยาวชนและครอบครัว แต่การที่ใช้ผู้รับผิดชอบสถานที่ทำปบบนี้  เป็นการจงใจปล่อยให้มีกิจกรรมที่ขัดต่อกฎหมาย ท้าทายเจตนารมณ์ของกฎหมายที่ต้องการสร้าง “พื้นที่ปลอดภัย” (Safe Zone) ให้กับเด็ก-เยาวชนและครอบครัว  ซึ่งสวนสาธารณะ ควรเป็นที่พักผ่อน การมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มความเสี่ยงในทุกมิติอยู่แล้ว รวมถึง เจ้าหน้าที่ ฝ่ายปฏิบัติบังคับใช้กฎหมาย ก็จะทำงานได้ยากลำบาก

    อีกกรณีคือสวนสาธารณะหนองน้ำครก ตำบลม่วงตึ๊ด อำเภอภูเพียง  จังหวัดน่าน ที่มีการจัดกิจกรรม “งานเย็นทั่วหล้ามหาสงกรานต์ตำบลม่วงตึ๊ด ซี่งการเขียนข้อความ “สโมสร” จัดบู๊ธ งานรำวง ขบวนแห่และจัดให้มีการขาย – การดื่มในสวนสาธารณะ ทั้งๆที่ควรเป็นพักผ่อน ออกกำลังกายและจัดให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก เยาวชน ครอบครัวและประชาชน นั้น  เครือข่ายองค์กรงดเหล้า ภาคเหนือตอนบน และภาคีเครือข่ายสุขภาพในพื้นที่ ภาคเหนือตอนบน จึงไม่เห็นด้วยและขอสนับสนุนหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบ  ยึดมั่นในหลักการเดิมที่เป็นมาไม่อมุมัติให้ใช้สวนสาธารณะ จัดงานหรือกิจกรรม ที่มีการส่งเสริมการขาย การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่-บุหรี่ไฟฟ้าและ สารเสพติดอื่นในทุกกรณี
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/politic/473954&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw37nMFB_M7GF_o870O8G7FR

  • ว้าวุ่น!ฟิล์ม-นนท์ ควงไลฟ์สดโชว์โมเมนต์ หลังยันจูบสงกรานต์แค่ฟิล – บันเทิง ดารา – Teenee.com

    ว้าวุ่น!ฟิล์ม-นนท์ ควงไลฟ์สดโชว์โมเมนต์ หลังยันจูบสงกรานต์แค่ฟิล – บันเทิง ดารา – Teenee.com

    ฟิล์ม-นนท์ อินทนนท์” รับบทพ่อแม่หมากลางไลฟ์ หลังเคลียร์ดราม่าจูบเย้ยสงกรานต์แค่ขำๆ กระแสยังไม่แผ่ว! สำหรับคู่ซี้ ฟิล์ม ธนภัทร และ นนท์ อินทนนท์ ที่ล่าสุดควงคู่มาโชว์ความมุ้งมิ้งสวมบท …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://entertain.teenee.com/thaistar/319515.html&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3bCm1WE-fPmfnUuVYM9U-S

  • ผู้บริหารจุฬาฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเงินรายได้การออกร้านและจำหน่ายสลากกาชาดจุฬาฯ

    ผู้บริหารจุฬาฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเงินรายได้การออกร้านและจำหน่ายสลากกาชาดจุฬาฯ

    Skip to content

    ข่าวสารจุฬาฯ

    สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีพระราชทานพระราชวโรกาสให้ผู้บริหารจุฬาฯ เฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเงินรายได้จากการออกร้านและจำหน่ายสลากกาชาดจุฬาฯ ปี 2565-2567

    เมื่อวันพุธที่ 22 เมษายน 2569 เวลา 15.00 น. ณ วังสระปทุม สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีพระราชทานพระราชวโรกาสให้ รศ.ดร.ศิริเดช สุชีวะ รองอธิการบดีจุฬาฯ ประธานคณะกรรมการดำเนินงานออกร้านกาชาด จุฬาฯ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะกรรมการดำเนินงานออกร้านกาชาด และคณะกรรมการจัดหารายได้โดยเสด็จพระราชกุศลสมทบทุนสภากาชาดไทย ประจำปี 2565-2567 เฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเงินรายได้จากการออกร้านและจำหน่ายสลากกาชาดจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในงานกาชาด ประจำปี 2565-2567 เพื่อบำรุงสภากาชาดไทย

    ในปี 2565, 2566, 2567 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ออกร้านกาชาดจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อหารายได้สมทบทุนสภากาชาดไทย โดยพระราชทานทูลเกล้าฯ ถวายเงินจำนวน 6,005,194.75 บาท 7,703,315.41 บาท และ 5,358,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 19,066,510.16 บาท

    (ภาพพระราชทาน)

    จุฬาฯ เป็นที่ที่เราได้มาพบตัวเองจริงๆ และเป็นช่วงเวลาที่สนุกที่สุด

    คุณรสสุคนธ์ กองเกตุ (ครูเงาะ) นิสิตเก่า คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chula.ac.th/news/300640/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2s0GHPzvPbAdXgEuysH64g