Blog

  • ​อว.-สธ. ระดมสมองรื้อสถาปัตยกรรมการศึกษาไทย เลิกยึดติดตำรา-คืนเวลาให้ครู-สร้างโรงเรียนปลอดภัย ผลักดันสู่ประเทศรายได้สูง

    ​อว.-สธ. ระดมสมองรื้อสถาปัตยกรรมการศึกษาไทย เลิกยึดติดตำรา-คืนเวลาให้ครู-สร้างโรงเรียนปลอดภัย ผลักดันสู่ประเทศรายได้สูง

    วันนี้ (27 เมษายน) ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดเวที ‘MOE Human Capital Blueprint Workshop’ ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อระดมสมองออกแบบสถาปัตยกรรมทุนมนุษย์ยุคใหม่

    ศ.ดร.ยศชนันระบุว่า โลกปัจจุบันเปลี่ยนเร็วเกินกว่าที่หลักสูตรเดิมจะตามทัน สิ่งสำคัญในวันนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยี แต่คือการให้คุณค่ากับคนผ่านการ Reskill และ Upskill อย่างต่อเนื่อง เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่การเป็นประเทศที่มีรายได้สูง

    ​ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า การปรับปรุงหลักสูตรแบบเดิมที่ใช้เวลา 3-5 ปี อาจช้าเกินไปสำหรับเด็กยุคนี้ เวทีครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนพื้นที่กลางในการสร้างฉันทามติร่วมกัน โดยมุ่งเน้นผลลัพธ์ที่ตัวผู้เรียนมากกว่าชื่อเสียงของสถาบัน เพื่อให้เด็กไทยสามารถเริ่มทำตามความฝันได้โดยไม่ต้องยึดติดกับกรอบเดิม วางรากฐานตั้งแต่ปฐมวัยทั้งด้านภาษาและการคิดวิเคราะห์ เพื่อสร้างพลเมืองที่พร้อมรับมือกับทุกการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

    ​ด้าน ประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ชี้ให้เห็นถึงวิกฤตจากผลประเมิน PISA ที่สะท้อนว่าสถาปัตยกรรมการศึกษาไทยในปัจจุบันยังไม่สามารถปลดล็อกศักยภาพผู้เรียนได้จริง อีกทั้งครูไทยยังต้องเสียเวลาเกือบครึ่งหนึ่งไปกับงานเอกสารและการประเมิน ขณะที่ระบบ Credit Bank หรือการสะสมหน่วยกิตที่คุยกันมานาน ก็ยังไม่สามารถเกิดขึ้นได้อย่างไร้รอยต่อ จนทำให้ผู้เรียนที่มีทักษะการทำงานจริงเสียโอกาสในการได้รับรองคุณวุฒิ ปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่ความผิดของใคร แต่เป็นข้อจำกัดของระบบที่ต้องร่วมกันแก้ไข

    ประเสริฐ ยังกล่าวถึง 5 ภารกิจยุทธศาสตร์ที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงปฏิบัติ ได้แก่ การกระจายอำนาจให้สถานศึกษา, การสร้างระบบการเรียนรู้ไร้รอยต่อ, การคืนเวลาสอนให้ครูโดยตัดงานเอกสารและบริการออก, การสร้างกลไกคุ้มครองสิทธิที่เป็นอิสระ และการปฏิรูประบบวิชาชีพครูเพื่อดึงคนเก่งเข้ามาเป็นโค้ชให้เด็กไทย

    ขณะที่ อัครนันท์ กัณณ์กิตตินัน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ระบุถึงฐานรากความปลอดภัย ว่า หลักสูตรที่ล้ำหน้าจะไร้ความหมาย หากเด็กยังเดินเข้าโรงเรียนด้วยความหวาดกลัวจากการถูกบูลลี่หรือละเมิดสิทธิ โรงเรียนต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยและมีกลไกคุ้มครองที่เป็นที่พึ่งได้จริง โดยจะมีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในระบบร้องเรียนเพื่อปกป้องสิทธิของทั้งเด็กและครูโดยไม่ต้องเกรงกลัวอิทธิพลใดๆ

    ​ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการเลือกใช้แนวทาง ‘All for Education’ ในการขับเคลื่อนนโยบายจากล่างขึ้นบน โดยเปิดรับฟังเสียงสะท้อนจากครู นักเรียน ผู้ปกครอง และภาคีเครือข่ายอย่าง Inskru และ TEP เพื่อเปลี่ยนเสียงสะท้อนจากหน้างานให้เป็นกฎหมายและนโยบายที่ใช้งานได้จริง มุ่งหวังให้เด็กไทยเติบโตได้อย่างสง่างาม มีศักดิ์ศรี และเป็นทุนมนุษย์ที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง

    ​อว.-สธ. ระดมสมองรื้อสถาปัตยกรรมการศึกษาไทย เลิกยึดติดตำรา-คืนเวลาให้ครู-สร้างโรงเรียนปลอดภัย ผลักดันสู่ประเทศรายได้สูง 1​อว.-สธ. ระดมสมองรื้อสถาปัตยกรรมการศึกษาไทย เลิกยึดติดตำรา-คืนเวลาให้ครู-สร้างโรงเรียนปลอดภัย ผลักดันสู่ประเทศรายได้สูง 2​อว.-สธ. ระดมสมองรื้อสถาปัตยกรรมการศึกษาไทย เลิกยึดติดตำรา-คืนเวลาให้ครู-สร้างโรงเรียนปลอดภัย ผลักดันสู่ประเทศรายได้สูง 3​อว.-สธ. ระดมสมองรื้อสถาปัตยกรรมการศึกษาไทย เลิกยึดติดตำรา-คืนเวลาให้ครู-สร้างโรงเรียนปลอดภัย ผลักดันสู่ประเทศรายได้สูง 4​อว.-สธ. ระดมสมองรื้อสถาปัตยกรรมการศึกษาไทย เลิกยึดติดตำรา-คืนเวลาให้ครู-สร้างโรงเรียนปลอดภัย ผลักดันสู่ประเทศรายได้สูง 5​อว.-สธ. ระดมสมองรื้อสถาปัตยกรรมการศึกษาไทย เลิกยึดติดตำรา-คืนเวลาให้ครู-สร้างโรงเรียนปลอดภัย ผลักดันสู่ประเทศรายได้สูง 6

    TAGS:  


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/the-ministry-of-higher-education-science-research-and/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0nr1Odw0bb0XQMQtjAK2N9

  • ‘คณะสงฆ์ไทย’ จารึกประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญ จัดสอบ ‘ธรรมศึกษา’ ที่ ‘อินโดนีเซีย’ | เดลินิวส์

    ‘คณะสงฆ์ไทย’ จารึกประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญ จัดสอบ ‘ธรรมศึกษา’ ที่ ‘อินโดนีเซีย’ | เดลินิวส์

    พระครูสมุห์สนิทวงศ์ วุฑฺฒิวํโส ผอ.สำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย ที่ปรึกษาสมัชชาพระธรรมทูตไทยในอินโดนีเซีย กล่าวว่า เมื่อเร็วๆนี้คณะสงฆ์ไทยและพุทธศาสนิกชนชาวอินโดนีเซียได้ร่วมกันจารึกหน้าประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญ ผ่านการจัดสอบธรรมศึกษา ประจำปี 2569 ณ สองเมืองสำคัญ ได้แก่ กรุงจาการ์ตา และเมืองจามบี เกาะสุมาตรา เพื่อสืบสานปณิธานงานพระธรรมทูตและฟื้นฟูจิตวิญญาณแห่งชาวพุทธ โดยการจัดสอบธรรมศึกษาในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการวัดความรู้เชิงวิชาการ แต่คือการฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในดินแดนที่เคยเป็นศูนย์กลางการศึกษาพุทธศาสนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกในอดีต โดยที่ประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) นำเสนอโดย สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ กรรมการมส. แม่กองธรรมสนามหลวง อนุมัติให้จัดสนามสอบธรรมสนามหลวงขึ้นอย่างเป็นทางการ เพื่อเพาะบ่มเมล็ดพันธุ์แห่งปัญญาให้เติบใหญ่ในใจชาวอินโดนีเซียอย่างเป็นระบบ

    พระครูสมุห์สนิทวงศ์ กล่าวอีกว่า สำหรับสนามสอบกรุงจาการ์ตา จัดสอบในวันที่ 25 เม.ย.2569 ที่วิทยาลัยศรีวิจายา (STIAB Sriwijaya) มีผู้เข้าสอบจำนวน 157 คน แบ่งเป็น ธรรมศึกษาชั้นตรี 150 คน ธรรมศึกษาชั้นโท 5 คน ธรรมศึกษาชั้นเอก 2 คน ส่วนสนามสอบเมืองจามบี จัดสอบวันที่ 26 เม.ย. 2569 จัดขึ้น ณ วัดพุทธจามบี (Maha Cetiya Oenang Hermawan) บนเกาะสุมาตรา ท่ามกลางอารยธรรมศรีวิชัยอายุกว่า 1,300 ปี มีผู้เข้าสอบจำนวน 117 คน แบ่งเป็นธรรมศึกษาชั้นตรี 91 คน ธรรมศึกษาชั้นโท 21 คน ธรรมศึกษาชั้นเอก 5 คน สะท้อนถึงศรัทธาอันแรงกล้าของเยาวชน ครูอาจารย์ และประชาชนในท้องถิ่น โดยการสอบใช้มาตรฐานเดียวกับสนามสอบธรรมสนามหลวงในประเทศไทย ครอบคลุม 4 วิชาหลัก ประกอบด้วย วิชากระทู้ธรรม วิชาธรรมวิภาค วิชาพุทธประวัติ วิชาเบญจศีลและเบญจธรรม การจัดสอบครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายฐานการศึกษาพระพุทธศาสนาสู่ระดับสากล และเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างสถาบันการศึกษาในอินโดนีเซียกับคณะสงฆ์ไทย เพื่อร่วมกันเผยแผ่หลักธรรมนำสันติสุขมาสู่สังคม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5815890/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1RNmE9nRXZcat8zvvMBxeC

  • เลขาฯพิพัฒน์ ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทำเนียบ ยันเดินหน้าแลนด์บริดจ์ เชื่อคนไทยได้ประโยชน์ แย้มเล็งลดค่าทางด่วน

    เลขาฯพิพัฒน์ ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทำเนียบ ยันเดินหน้าแลนด์บริดจ์ เชื่อคนไทยได้ประโยชน์ แย้มเล็งลดค่าทางด่วน


    เลขา “พิพัฒน์” ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบ ยันเดินหน้าแลนด์บริดจ์รองรับสู้รบตะวันออกกลาง เชื่อคนไทยได้ประโยชน์ แย้มมีข่าวดี ลดค่าทางด่วน รอรายละเอียดในเร็วๆ นี้ 

    นายสาโรจน์ สามารถ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ประจำรองนายกฯ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ได้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล    โดยมีการวางพวงมาลัยดอกดาวเรือง ที่ศาลตาศาลยาย หลังได้รับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ 

    นายสาโรจน์ เปิดเผยความคืบหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ ภายหลังนายพิพัฒน์ เตรียมผลักดันโครงการนี้ให้เกิดขึ้นในรัฐบาล ว่า เป็นความตั้งใจที่จะทำ ให้โครงการนี้เกิดขึ้น เพราะศึกษามาอย่างยาวนานแล้ว ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็มีนโยบายที่จะผลักดัน ในช่วงที่ไม่รู้ว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น เมื่อรัฐบาลเข้ามาก็เจอเหตุการณ์สงครามตะวันออกกลางที่หลายฝ่ายไม่คาดคิด ถ้าโครงการนี้เกิดขึ้น ก็จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน และเกิดประโยชน์กับประเทศในวันนี้และอนาคต แม้จะใช้งบประมาณมาก แต่สิ่งที่จะได้รับและเป็นการไม่ประมาทจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดในอนาคต แต่สิ่งที่จะได้รับก็สามารถที่จะเชื่อมทะเลทั้งสองฟากฝั่ง ดังนั้นจำเป็นต้องคิดศึกษา ดำเนินการ และริเริ่ม ดังนั้นส่วนตัวคิดว่านายพิพัฒน์ จะผลักดันเรื่องนี้ให้เกิดผลสำเร็จ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราคาดการณ์ไว้ และตั้งใจว่าหากทำเสร็จทุกอย่างจะเกิดประโยชน์ต่อประชาชน 

    ส่วนกระแสต่อต้านในพื้นที่ เรื่องนี้ต้องว่าตามความจริง เพราะความต่างย่อมมีในสังคมอยู่แล้ว แต่ต้องเอาเหตุเอาผลมาฟังกัน ซึ่งเรื่องนี้นายพิพัฒน์ได้กำชับและพร้อมที่จะรับฟัง และต้องยึดความคิดเห็นของประชาชน 

    ส่วนที่นายพิพัฒน์ เคยมีแนวคิดลดค่าทางด่วน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน โครงการนี้คืบหน้าอย่างไร    นายสาโรจน์ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเป้าหมายที่ต้องการลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชน ส่วนตัวเห็นว่านายพิพัฒน์ ในฐานะนั่งในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มีการพูดจาตรงไปตรงมา และสิ่งสำคัญคือเป็นคนคิดดี และมองประชาชนเป็นที่ตั้ง เชื่อว่าโครงการนี้จะเกิด จบ และเสร็จอย่างแน่นอน ซึ่งมีในแผนของทีมงานเรียบร้อยแล้ว ส่วนรายละเอียดด้านนายพิพัฒน์ จะเป็นคนเปิดเผย และส่วนตัวเชื่อว่าจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/news/42266&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1viBZ9bj72VcxC2irbbGUj

  • คุก 27 ปี! อดีต ผอ.เตรียมอุดมฯ เซ่นปมทุจริตเรียกรับ “แป๊ะเจี๊ยะ” : อินโฟเควสท์

    คุก 27 ปี! อดีต ผอ.เตรียมอุดมฯ เซ่นปมทุจริตเรียกรับ “แป๊ะเจี๊ยะ” : อินโฟเควสท์

    ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง มีคำพิพากษาลงโทษจำคุก อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา พร้อมพวก รวม 3 ราย หลังพบมีความผิดในคดีทุจริตรับนักเรียนในปีการศึกษา 2559-2561 โดยมิชอบด้วยกฎหมาย

    สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ผลคำพิพากษาของศาล ที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด ครั้งที่ 78 ระหว่าง วันที่ 1 – 31 มีนาคม 2569 โดยมีคดีที่น่าสนใจ ได้แก่ คดีพิพากษาลงโทษจำคุกนายปรเมษฐ์ โมลี อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา พร้อมพวกอีก 2 คน ในการกำหนดหลักเกณฑ์รับนักเรียนปี 2559-2561 ไม่เป็นไปตามที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 1 และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานา (สพฐ.) กำหนด

    โดยศาลชั้นต้น พิพากษาว่า การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดทางอาญา ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ฐานเป็นเจ้าพนักงานเรียก รับ หรือยอมรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดโดยมิชอบ โดยให้จำคุกรวม 27 ปี ส่วนพวกอีก 2 คน ให้จำคุกคนละ 18 ปี

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (27 เม.ย. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/588221&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0E5ctAdVvMxGL1I3unOaU9

  • กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงพระราชทานปริญญาบัตรผู้สำเร็จการศึกษา ม.มหาสารคาม วันแรก

    กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงพระราชทานปริญญาบัตรผู้สำเร็จการศึกษา ม.มหาสารคาม วันแรก

    กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงพระราชทานปริญญาบัตรผู้สำเร็จการศึกษา ม.มหาสารคาม วันแรก

    เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

    วันนี้ (27 เม.ย. 69) เวลา 10.40 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปยังอาคารเฉลิมพระเกียรติ ในโอกาสฉลองพระชนมายุ 5 รอบ 2 เมษายน 2558 มหาวิทยาลัยมหาสารคาม อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม ในการพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ประจำปีการศึกษา 2567 เป็นวันแรก

    การนี้ พระราชทานปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ แก่ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 2 คน , พระราชทานรางวัลพระธาตุนาดูนทองคำ แก่ผู้ทำคุณประโยชน์ จำนวน 4 คน, พระราชทานรางวัลเชิดชูเกียรตินักวิจัยดีเด่น จำนวน 1 คน, พระราชทานรางวัลเชิดชูเกียรตินักประดิษฐ์นวัตกรรมคิดค้นดีเด่น จำนวน 1 คน, พระราชทานรางวัลอาจารย์ผู้สอนดีเด่น จำนวน 1 คน และพระราชทานรางวัลภูมิพล แก่นิสิตเรียนดี จำนวน 30 คน โดยวันนี้ มีผู้สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาเอก ปริญญาโท และปริญญาตรี รวมทั้งสิ้น 3,691 คน

    โอกาสนี้ พระราชทานพระราโชวาทใจความสำคัญตอนหนึ่งว่า “สังคมในยุคปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วเทคโนโลยีและนวัตกรรมก็ก้าวหน้าไปอย่างไม่หยุดยั้งการที่บัณฑิตจะสามารถดำเนินชีวิตและประกอบกิจการงานให้บรรลุถึงความเจริญมั่นคงได้ จะต้องสร้างเสริมเพิ่มพูนความรู้ที่ได้รับจากมหาวิทยาลัย ให้สูงขึ้นกว้างขวางลึกซึ้งขึ้น และทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกอยู่เสมอ ในขณะเดียวกัน ก็ควรจะได้ศึกษารากฐานความเป็นไทยและภูมิปัญญาดั้งเดิม ให้เข้าใจซาบซึ้งและกระจ่างชัดด้วย เพราะสิ่งเหล่านี้เมื่อนำมาผสมผสานกับองค์ความรู้และวิทยาการสมัยใหม่อย่างเหมาะสมแล้ว ก็สามารถบังเกิดเป็นนวัตกรรมที่มีคุณค่า มีความสร้างสรรค์ และสอดคล้องต้องกันกับบริบทของสังคมไทยได้เป็นอย่างดี จึงขอให้บัณฑิตทุกคนนำสิ่งที่พูดนี้ไปพิจารณาปรับใช้ และไม่ว่าจะประพฤติปฏิบัติการใดก็ตาม ขอให้มีความศรัทธาในงานที่ทำ มีความเพียรอันกล้าแข็ง และมีสติปัญญาที่จะไตร่ตรองอย่างรอบคอบ ให้งานที่ทำนั้นเป็นประโยชน์แท้จริง คือเป็นทั้งการเสริมสร้างความเจริญก้าวหน้าในด้านต่างๆ เป็นทั้งการต่อยอดองค์ความรู้ ตลอดจนธำรงรักษาวัฒนธรรมอันดีงามและคุณค่าของสังคมให้ดำรงมั่นคงสืบต่อไปไม่มีวันเสื่อมสูญ”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://mgronline.com/uptodate/detail/9690000039496&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0OT7jZfXLzS-rXOO9OOtd2

  • คณะสงฆ์ไทย-พุทธศาสนิกชนอินโดฯ ร่วมจารึกประวัติศาสต์จัดสอบธรรมศึกษาปี 69

    คณะสงฆ์ไทย-พุทธศาสนิกชนอินโดฯ ร่วมจารึกประวัติศาสต์จัดสอบธรรมศึกษาปี 69

    เผยแพร่:   ปรับปรุง:

    พระครูสมุห์สนิทวงศ์ วุฑฺฒิวํโส ผอ.สำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย ที่ปรึกษาสมัชชาพระธรรมทูตไทยในอินโดนีเซีย กล่าวว่า คณะสงฆ์ไทยและพุทธศาสนิกชนชาวอินโดนีเซียได้ร่วมกันจารึกหน้าประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญ ผ่านการจัดสอบธรรมศึกษา ประจำปี 2569 ที่สองเมืองสำคัญ ได้แก่ กรุงจาการ์ตา และเมืองจามบี เกาะสุมาตรา เพื่อสืบสานปณิธานงานพระธรรมทูตและฟื้นฟูจิตวิญญาณแห่งชาวพุทธ โดยการจัดสอบธรรมศึกษาในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการวัดความรู้เชิงวิชาการ แต่คือการฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในดินแดนที่เคยเป็นศูนย์กลางการศึกษาพุทธศาสนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกในอดีต โดยที่ประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) นำเสนอโดย สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ กรรมการมส. แม่กองธรรมสนามหลวง อนุมัติให้จัดสนามสอบธรรมสนามหลวงขึ้นอย่างเป็นทางการ เพื่อเพาะบ่มเมล็ดพันธุ์แห่งปัญญาให้เติบใหญ่ในใจชาวอินโดนีเซียอย่างเป็นระบบ

    สำหรับสนามสอบกรุงจาการ์ตา จัดสอบในวันที่ 25 เม.ย.2569 ที่วิทยาลัยศรีวิจายา (STIAB Sriwijaya) มีผู้เข้าสอบจำนวน 157 คน แบ่งเป็น ธรรมศึกษาชั้นตรี 150 คน ธรรมศึกษาชั้นโท 5 คน ธรรมศึกษาชั้นเอก 2 คน ส่วนสนามสอบเมืองจามบี จัดสอบวันที่ 26 เม.ย. 2569 จัดขึ้น ณ วัดพุทธจามบี (Maha Cetiya Oenang Hermawan) บนเกาะสุมาตรา ท่ามกลางอารยธรรมศรีวิชัยอายุกว่า 1,300 ปี มีผู้เข้าสอบจำนวน 117 คน แบ่งเป็นธรรมศึกษาชั้นตรี 91 คน ธรรมศึกษาชั้นโท 21 คน ธรรมศึกษาชั้นเอก 5 คน สะท้อนถึงศรัทธาอันแรงกล้าของเยาวชน ครูอาจารย์ และประชาชนในท้องถิ่น โดยการสอบใช้มาตรฐานเดียวกับสนามสอบธรรมสนามหลวงในประเทศไทย ครอบคลุม 4 วิชาหลัก ประกอบด้วย วิชากระทู้ธรรม วิชาธรรมวิภาค วิชาพุทธประวัติ วิชาเบญจศีลและเบญจธรรม การจัดสอบครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายฐานการศึกษาพระพุทธศาสนาสู่ระดับสากล และเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างสถาบันการศึกษาในอินโดนีเซียกับคณะสงฆ์ไทย เพื่อร่วมกันเผยแผ่หลักธรรมนำสันติสุขมาสู่สังคม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://sondhitalk.com/detail/9690000039484&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1or-yCRGCt75kExSMVnHmW

  • “ธฤตา” ถล่มมือวางขาดลอย “จิรัฏฐ์” หืดขึ้นคอ คว้าตั๋วเมนดรอว์หวด ศึกไอทีเอฟ ที่นครปฐม | เดลินิวส์

    “ธฤตา” ถล่มมือวางขาดลอย “จิรัฏฐ์” หืดขึ้นคอ คว้าตั๋วเมนดรอว์หวด ศึกไอทีเอฟ ที่นครปฐม | เดลินิวส์

    สหพันธ์เทนนิสนานาชาติ (ไอทีเอฟ) ร่วมกับ สมาคมกีฬาลอนเทนนิสแห่งประเทศไทย ฯ และ ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จ.นครปฐม จัดการแข่งขันเทนนิสอาชีพ ไอทีเอฟ เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ ชายและหญิง สัปดาห์แรก ที่สนามเทนนิส ภายใน ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน

    เมื่อวันที่ 27 เม.ย.69 ศึกเทนนิสหญิง ดับเบิลยู 15 รายการ “ไอทีเอฟ วีเมนส์ เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ (1)” ชิงเงินรางวัลรวม 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 487,800 บาท ประเภทหญิงเดี่ยว “อิ๊ก” ธฤตา หงษ์หยก ดาวรุ่งไทย วัย 16 ปี ที่ยังไม่มีอันดับโลก สามารถล้มมือวางได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งวันแรกเอาชนะมือวางอันดับ 6 ล่าสุด ในรอบคัดเลือก รอบสุดท้าย “น้องอิ๊ก” ระเบิดฟอร์มเก่ง ใช้การหวดที่เฉียบขาด เอาชนะ เจมมา คาร์บิส จากออสเตรเลีย มือ 1773 ไอทีเอฟ แรงกิ้ง และมือวางอันดับ 16 ไปแบบขาดลอย 6-0, 6-1 ส่งผลให้ “น้องอิ๊ก” คว้าโควตาเข้ารอบเมนดรอว์ต่อไป

    ทางด้านศึกเทนนิสชาย เอ็ม 25 รายการ “ไอทีเอฟ เมนส์ เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ (1)” ชิงเงินรางวัลรวม 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 975,600 บาท ประเภทชายเดี่ยว รอบคัดเลือก รอบสุดท้าย “เมฆ” จิรัฏฐ์ นวสิริสมบูรณ์ นักเทนนิสไทย มือ 1483 ของโลก ซึ่งเป็นมือวางอันดับ 16 ออกแรงถึง 3 เซต ก่อนปราบ โช ซองวู จากเกาหลีใต้ มือ 1121 ของโลก และมือวางอันดับ 8 หลังจากเอาชนะในการดวลซูเปอร์ไทเบรก 2-1 เซต 6-7 ไทเบรก 2-7, 6-2 และซูเปอร์ไทเบรก 10-3 ได้ผ่านเข้ารอบเมนดรอว์ ทันที

    ผลคู่อื่น ๆ ประเภทหญิงเดี่ยว รอบคัดเลือก รอบสุดท้าย ธนัชพร ยังโหมด แพ้ คิม อึนแช (เกาหลีใต้), 5-7, 2-6 ภัทรวดี ชนะวงศ์ แพ้ เอคาเทรินา คุซเนตโซวา 3-6, 3-6, อมิตตาลัย ประสูตรนาวิน แพ้ ลูเซีย เกล (นิวซีแลนด์) 0-6, 2-6, โนเอลานี ซาระ เทโซะ (ญี่ปุ่น) ชนะ มาร์ฟา โซโลเวอี (ออสเตรเลีย) 6-2, 2-6 และซูเปอร์ไทเบรก 10-7, โอ จียอน (เกาหลีใต้) ชนะ เคย์ เหยา เฉิง (ฮ่องกง) 6-2, 6-1

    ประเภทชายเดี่ยว รอบคัดเลือก รอบสุดท้าย เจมส์ วันแฮร์เซเลอ แพ้ โอจิ มาโกโตะ (ญี่ปุ่น) 6-4, 6-7(4-7) และซูเปอร์ไทเบรก 3-10, ภูชิสส์ สุขใจ แพ้ ไทเซ อิจิคาวะ (ญี่ปุ่น) 2-6, 1-6, ไอแซค เบครอฟต์ (นิวซีแลนด์) ชนะ บาร์นีย์ ฟิตซ์แพทริก (สหราชอาณาจักร) 6-1, 6-3

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5816696/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3iphkTWeS_VnMk-2zEEA10

  • V

    V

    บริษัท วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) จำกัด หรือ VST ECS (Thailand) ในเครือวีเอสที อีซีเอส กรุ๊ป ผู้นำด้านการจัดจำหน่ายสินค้าไอทีในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ประกาศเป็น “ผู้จัดจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย” ของโซลูชันจาก LT ZERO ผู้ให้บริการเทคโนโลยีด้านการจัดการข้อมูลในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งพัฒนาร่วมกับ BDT Media Automation GmbH ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบจัดเก็บข้อมูล (Data Storage System) เพื่อตอบโจทย์องค์กรที่ต้องการระบบจัดเก็บข้อมูลระยะยาวและงานเก็บถาวร (Archive) ในยุคที่ปริมาณข้อมูลเติบโตอย่างก้าวกระโดดจากการใช้งาน AI

    VST ECS (Thailand) เสริมพอร์ตโซลูชันจัดการข้อมูลรับยุค AI จับมือ LT ZERO เป็นผู้จัดจำหน่ายรายเดียวในไทย

    ความร่วมมือครั้งนี้ตอกย้ำบทบาทของ VST ECS ในฐานะผู้จัดจำหน่ายหลักในประเทศไทย โดยมุ่งขยายโอกาสให้กับลูกค้าองค์กรและกลุ่มไฮเปอร์สเกลที่ต้องการยกระดับขีดความสามารถด้านข้อมูล ทั้งในด้านการขยายระบบ (Scalability) ความปลอดภัย และการบริหารต้นทุน เพื่อรองรับเวิร์กโหลดที่เกี่ยวข้องกับ AI และการจัดเก็บข้อมูลระยะยาวในระดับองค์กร

    ภายใต้ความร่วมมือดังกล่าว VST ECS จะดำเนินการทำตลาดและการพัฒนาช่องทางจัดจำหน่ายโซลูชันของ LT ZERO ในประเทศไทย ครอบคลุมกลุ่มองค์กรที่มีปริมาณข้อมูลเติบโตต่อเนื่อง และต้องการโซลูชันที่ตอบโจทย์ทั้งด้านประสิทธิภาพ ความคุ้มค่า และความปลอดภัย

    หนึ่งในโซลูชันหลักคือ Orion MC6 ระบบจัดเก็บข้อมูลความหนาแน่นสูง ที่ทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์ขั้นสูง เหมาะสำหรับผู้ให้บริการไฮเปอร์สเกลคลาวด์และองค์กรที่มีข้อมูลขนาดใหญ่ในหลายพื้นที่ (Multi-geography) รองรับการจัดเก็บและปกป้องข้อมูลในระดับหลายร้อยเพตะไบต์ โดยมีจุดเด่นด้านต้นทุนต่อเทราไบต์ การป้องกันแรนซัมแวร์ และการลดคาร์บอนฟุตพรินต์ ทั้งนี้ โซลูชัน Orion MC6 พร้อมให้บริการในประเทศไทยแล้ว

    Mr. Kelver Choo ผู้อำนวยการภูมิภาคอาเซียนของ LT ZERO กล่าวว่า “ความร่วมมือกับ VST ECS จะช่วยขยายการเข้าถึงโซลูชันของเราไปยังลูกค้าองค์กรในประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านเครือข่ายดิสทริบิวชันที่แข็งแกร่งและความเชี่ยวชาญด้านระบบไอทีองค์กร เพื่อสนับสนุนให้องค์กรสามารถยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล และรองรับการใช้งาน AI ได้อย่างมั่นคง”

    คุณสมศักดิ์ เพ็ชรทวีพรเดช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “องค์กรธุรกิจในปัจจุบันต้องการโซลูชันโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลที่สามารถปรับขยายได้ตามการเติบโตของข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการรักษาสมดุลด้านประสิทธิภาพ ความคุ้มค่า และความพร้อมใช้งาน

    การร่วมมือกับ LT ZERO จะช่วยให้ VST ECS สามารถนำเสนอโซลูชันการจัดการข้อมูลที่ตอบโจทย์องค์กรไทยได้อย่างครบถ้วน ทั้งด้านความปลอดภัย ประสิทธิภาพ และความคุ้มค่า รองรับทั้งงานจัดเก็บข้อมูลระยะยาว และเวิร์กโหลดที่เกี่ยวข้องกับ AI ได้”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.newswit.com/th/ieo8ajv6ycenemkmd0ic18rq9lkn60lz&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Fch4VsfhkrNUjWqx9LISL

  • ดีป้า เปิด 30+ หลักสูตรอัปสกิล ปั้นกำลังคนดิจิทัลสู่อนาคต

    ดีป้า เปิด 30+ หลักสูตรอัปสกิล ปั้นกำลังคนดิจิทัลสู่อนาคต

    วันจันทร์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.10 น.

    ดีป้า เปิด 30+ หลักสูตรอัปสกิล ปั้นกำลังคนดิจิทัลสู่อนาคต

    สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า ขอเชิญชวนเยาวชนตั้งแต่ระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาและอาชีวศึกษา รวมถึงครู บุคลากรทางการศึกษา และผู้ที่สนใจทั่วประเทศ ร่วมเติมทักษะดิจิทัล ภายใต้ โครงการ Coding Thailand 2026: AI Inspires the Future ผ่านหลักสูตรออนไลน์ด้าน Coding และ AI กว่า 30 หลักสูตร รวม 57 ชั่วโมง ที่เหมาะสมกับกลุ่มผู้เรียนและสอดคล้องกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ มุ่งเสริมสร้างทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และการสร้างนวัตกรรม ผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่ครอบคลุมตั้งแต่พื้นฐานการเขียนโค้ด การเรียนรู้ AI, IoT และ Robotics ไปจนถึงการพัฒนานวัตกรรม พร้อมโอกาสต่อยอดสู่การแข่งขัน การศึกษาต่อ และเส้นทางอาชีพในอนาคต

    โดยมีหลักสูตรครอบคลุมทั้งระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และหลักสูตรสำหรับครู พร้อมรับประกาศนียบัตรหลังจบหลักสูตร ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย

    -ระดับประถมศึกษา ปูพื้นฐานด้านการคิดเป็นขั้นตอน การเขียนโค้ดแบบ Block และ การผสาน AI เข้ากับ IoT ผ่านกิจกรรมลงมือทำจริง พร้อมเสริมทักษะการแก้ปัญหา การใช้ข้อมูล และความคิดสร้างสรรค์ รวมถึงหลักสูตรเสริมด้านทักษะแห่งอนาคต การคิดเชิงนวัตกรรม และการทดลองใช้เครื่องมือ AI สำหรับเด็กผ่านห้องเรียน AIoT with Cyber Pi และห้องเรียน Coding STEM AIoT with Micro:bit อาทิ Computational Thinking for kids, AI Literacy for Primary Students, Lean Canvas, Basic Coding with Scratch/mBlock5, AI + IoT with Scratch/mBlock5, Micro:bit พื้นฐาน Micro:bit AI และ AI Tools for Kids & Problem Statements

    -ระดับมัธยมศึกษาและอาชีวศึกษา ส่งเสริมทักษะเชิงลึกด้านการเขียนโปรแกรมวิศวกรรม และ AI พร้อมเลือกเรียนสาย AIoT, Edge AI หรือ Robotics พร้อมลงมือสร้างระบบอัจฉริยะ ใช้ข้อมูลในการวิเคราะห์และทำนายผลลัพธ์ผ่านโครงงานจริง และสร้างสรรค์ผลงานที่สามารถนำไปใช้งาน อีกทั้งต่อยอดสู่สายอาชีพดิจิทัล อาทิ Programming with C/C++, Python Programming for AI & Data, Microcontroller (Arduino UNO Q AIoT & Edge AI), Idea Canvas, AI & Data Analytics (Machine Learning), Edge AI with Edge Impulse, Basic ROS Robotics, Innovation & Hackathon Mindset รวมทั้ง Web Application Fundamentals และ Vibe Coding & AI Assisted Development

    -ครูและบุคลากรทางการศึกษา พัฒนาครูสู่บทบาทโค้ชและผู้นำด้านนวัตกรรม (Innovation Mentor) ฝึกการใช้เครื่องมือ AI เพื่อออกแบบการสอน การสร้างสื่อ การประเมินผล รวมถึงการโค้ชนักเรียนทำโครงงานและวางกลยุทธ์ขับเคลื่อน AI ในโรงเรียนอย่างเป็นระบบ อาทิ Digital Coding & AI School Leader, AI Literacy for Educator, Workshop: AI Tools for Educator, Maker Lab Education, Workshop: Technology & Maker Tools และ Innovation Facilitator

    พิเศษ! สำหรับผู้เข้าร่วมอบรมที่ผ่านการเรียนรู้หลักสูตรบังคับรวม 8 ชั่วโมง พร้อมทำแบบทดสอบตามเกณฑ์ที่กำหนด ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ทั้ง 3 ระดับชั้น สามารถต่อยอดสมัครเข้าร่วมการแข่งขัน Coding & AI ระดับประเทศ เพื่อชิงทุนการศึกษาและทุนพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ทักษะดิจิทัล รวมมูลค่ากว่า 27 ล้านบาทพร้อมประสบการณ์สำคัญที่ช่วยต่อยอดเส้นทางการศึกษาและอาชีพดิจิทัลในอนาคต

    อย่ารอช้า! เรียนออนไลน์ได้ฟรี ผ่านเว็บไซต์ codingthailand.co สำหรับน้อง ๆ เยาวชนที่สนใจเข้าเวิร์คช็อปและเวทีแข่งขัน Coding & AI สุดยิ่งใหญ่ ภายใต้โครงการ Coding Thailand 2026: AI Inspires the Future จะต้องผ่านหลักสูตรบังคับตามเกณฑ์ที่กำหนด และสมัครเข้าร่วมเป็นทีม (นักเรียน 3 คน , ครู 1 คน) ตั้งแต่วันนี้–5 มิถุนายน 2569 โดยปิดรับสมัครตามภูมิภาค ดังนี้ ภาคกลาง ภาคตะวันตก และภาคตะวันออก (8 พฤษภาคม 2569) ภาคเหนือตอนบนและภาคอีสานตอนล่าง (15 พฤษภาคม 2569) ภาคเหนือตอนล่างและภาคอีสานตอนกลาง (29 พฤษภาคม 2569) ภาคใต้ตอนบนและภาคใต้ตอนล่าง (5 มิถุนายน 2569)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/it/474023&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0bWg8LQvW93bpDB1dpoDoz

  • “ศุภมาส” จี้ สคบ. เร่งติดตามคดี “ทัวร์ล่ม” ซ้ำซาก ยอดเสียหายพุ่งกว่า 100 ลบ. : อินโฟเควสท์

    “ศุภมาส” จี้ สคบ. เร่งติดตามคดี “ทัวร์ล่ม” ซ้ำซาก ยอดเสียหายพุ่งกว่า 100 ลบ. : อินโฟเควสท์

    นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยถึง สถานการณ์ปัญหาการให้บริการธุรกิจนำเที่ยวที่ไม่เป็นไปตามสัญญา หรือ กรณี “ทัวร์ล่ม” ซึ่งยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่อง และสร้างความเสียหายแก่ผู้บริโภคในวงกว้าง ทั้งด้านทรัพย์สินและแผนการเดินทาง โดยได้สั่งการให้ สคบ. คุมเข้มการดำเนินงานในทุกมิติ ทั้งการป้องกันความเสียหาย การให้ความช่วยเหลือผู้บริโภค และการติดตามความคืบหน้าคดีอย่างใกล้ชิด

    นางสาวศุภมาส ระบุว่า ได้กำชับให้ สคบ. เร่งประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมการท่องเที่ยว ในการตรวจสอบใบอนุญาตและพฤติการณ์ของผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว ควบคู่กับการเร่งให้ความช่วยเหลือผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหายให้ได้รับการเยียวยาอย่างเป็นธรรมและทันท่วงที พร้อมติดตามความคืบหน้าทางคดีอย่างใกล้ชิด

    พร้อมกับย้ำให้ สคบ. ยกระดับการแจ้งเตือนภัยผู้บริโภคอย่างทั่วถึงและรวดเร็ว โดยเผยแพร่ข้อมูล ข้อควรระวังในการเลือกซื้อแพ็กเกจทัวร์ โดยเฉพาะการตรวจสอบใบอนุญาตจากกรมการท่องเที่ยว และการหลีกเลี่ยงข้อเสนอราคาต่ำผิดปกติ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการหลอกลวง

    ทั้งนี้ นางสาวศุภมาส กล่าวว่า จากข้อมูลในช่วงปี 67 – 68 คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ได้มีมติให้ดำเนินคดีแพ่งแทนผู้บริโภคในกรณีซื้อบริการทัวร์ท่องเที่ยวหลายราย รวมมูลค่าความเสียหายเกือบ 100,000,000 บาท

    สำหรับปัญหาที่พบส่วนใหญ่ยังเกี่ยวข้องกับการโฆษณาขายแพ็กเกจทัวร์ในราคาต่ำผิดปกติ การไม่ดำเนินการตามโปรแกรมที่ตกลงไว้ การยกเลิกการเดินทางโดยไม่แจ้งล่วงหน้า รวมถึงการไม่คืนเงินให้แก่ผู้บริโภค ซึ่งล้วนส่งผลกระทบในวงกว้าง และบั่นทอนความเชื่อมั่นต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวโดยรวม

    อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนใช้ความรอบคอบในการตัดสินใจเลือกใช้บริการธุรกิจนำเที่ยว ตรวจสอบข้อมูลให้ครบถ้วนก่อนทำสัญญา และไม่หลงเชื่อโฆษณาที่เสนอราคาต่ำเกินจริง หากพบพฤติการณ์ต้องสงสัยหรือถูกเอารัดเอาเปรียบ สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 หรือผ่านแอปพลิเคชัน OCPB Connect ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (27 เม.ย. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/news/2026-IRFQ0IQ2TZ7RLW6PNV4R1C0N25EABG0V&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0XwezQ7IrWKQeCLumLyA2i