Blog

  • ประเด็นร้อนเศรษฐกิจรอบวัน26 ส.ค.68

    ประเด็นร้อนเศรษฐกิจรอบวัน26 ส.ค.68

    28 สิงหาคม 2568 17:30 น. สยามรัฐออนไลน์ เศรษฐกิจ

    ประเด็นร้อนเศรษฐกิจรอบวัน26 ส.ค.68

    – นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เตือนคนหางานไทยเพิ่มความระมัดระวังในการหางานไปทำงานต่างประเทศ เนื่องจากอาจเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพที่ใช้ช่องทางออนไลน์ และสื่อสังคมต่าง ๆ ในการโฆษณาชักชวนให้เดินทางไปทำงานต่างประเทศ โดยอ้างว่า เป็นงานที่มีรายได้สูง สวัสดิการดี  แต่เมื่อถึงวันเดินทางจริงกลับถูกลอยแพ สูญเสียเงินทอง และอาจเสี่ยงต่อการถูกบังคับใช้แรงงาน หรือตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์

    – สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เผยสถานการณ์เศรษฐกิจไทยในเดือนกรกฎาคม 2568 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการส่งออกสินค้าที่ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 13 สอดคล้องกับการบริโภคในหมวดสินค้าคงทนที่ปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ดีการลงทุนภาคเอกชนและการท่องเที่ยวต่างชาติ ส่งสัญญาณชะลอตัวจากเดือนก่อน ทั้งนี้จำเป็นต้องติดตามทิศทางการส่งออกสินค้าครึ่งปีหลังและการผลิตอุตสาหกรรม ภายหลังมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) ของสหรัฐฯ เริ่มมีผลบังคับใช้ในเดือนสิงหาคม 2568  

    – รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) เมื่อวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 จำนวน 3 โครงการแล้ว วงเงินรวม 104,465.94 ล้านบาท จากทั้งหมด 6 เส้นทาง ระยะทางรวม 1,312 กิโลเมตร (กม.) มูลค่ารวมประมาณ 297,926.68 ล้านบาท

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/n/647365&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3S48IP1PUqdE1Tr91Q1buf

  • ดัชนีอุตฯ ก.ค.ดิ่ง 3.98% รถ-น้ำมันซบ กำลังซื้อหด

    ดัชนีอุตฯ ก.ค.ดิ่ง 3.98% รถ-น้ำมันซบ กำลังซื้อหด

    ภาสกร ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) รายงานว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนกรกฎาคม 2568 อยู่ที่ 93.34 หดตัว 3.98% จากปีก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากการผลิตรถยนต์ที่ลดลงอีกครั้ง ทั้งรถยนต์นั่งขนาดใหญ่ รถยนต์ไฮบริดต่ำกว่า 1,800 ซีซี และรถยนต์ขนาดเล็ก หลังมีผู้ผลิตบางรายหยุดสายการผลิตเพื่อย้ายโรงงาน และปรับลดกำลังผลิตตามคำสั่งซื้อลดลง ขณะที่โรงกลั่นน้ำมันรายใหญ่ก็หยุดซ่อมบำรุงตามแผน ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมหดตัวแรง

    หนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง ทำให้ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่าย ประกอบกับสถาบันการเงินเข้มงวดปล่อยกู้มากขึ้น กดดันยอดขายสินค้าภาคอุตสาหกรรมและทำให้ความเชื่อมั่นผู้ประกอบการลดลง อีกทั้งการท่องเที่ยวต่างชาติชะลอตัว ฉุดอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง เช่น อาหารแช่แข็ง ไส้กรอก กระเป๋าเดินทาง และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

    อย่างไรก็ตาม ยังมีบางอุตสาหกรรมเติบโต เช่น หม้อแปลงไฟฟ้า (+54.7%) จากการเร่งผลิตตามสัญญาจ้าง, ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (+8.4%) หนุนจากตลาด AI และ Data Center และ เหล็กกล้า (+7.7%) จากคำสั่งซื้อสหรัฐฯ

    สศอ. คงคาดการณ์ทั้งปี 2568 ว่า MPI จะขยายตัวเพียง 0-0.5% และ GDP อุตสาหกรรมโต 0.5-1.5% โดยยังต้องจับตาความเสี่ยงจากมาตรการภาษีสหรัฐฯ ปัญหาหนี้ครัวเรือน และการท่องเที่ยวที่ชะลอตัว แม้จะมีปัจจัยบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐและการค้าระหว่างประเทศ

    mpi-july-plunges-cars-oil-purchasing-power-shrinks-SPACEBAR-Photo01.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/mpi-july-plunges-cars-oil-purchasing-power-shrinks&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw16vNgxKVoYVKZ3r2c1PyNX

  • ส่องรายละเอียด ภาวะเศรษฐกิจไทย เดือน ก.ค. 68 – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    ส่องรายละเอียด ภาวะเศรษฐกิจไทย เดือน ก.ค. 68 – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    1. พัชรนันท์ สิงหรา (พี่เรย์) 064-954-9826

    2. ปวิตรา วงศ์สวาสดิ์ (โอ๊ย) 082-550-0253

    3. มลฤดี สิงหรา (หนูเล็ก) 081-9923266

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/08/28/573496/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1MlnCEqGHnn11cBnDO95A_

  • รัฐบาลเปิดช่องหน่วยงาน ของบกลางปี 68 ‘กระตุ้นเศรษฐกิจ’ ได้ แต่มีเงื่อนไข

    รัฐบาลเปิดช่องหน่วยงาน ของบกลางปี 68 ‘กระตุ้นเศรษฐกิจ’ ได้ แต่มีเงื่อนไข

    กรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติมติรับทราบการใช้วงเงินงบกลาง รายการค่าใช้จ่ายเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจ หรือ ‘งบกระตุ้นเศรษฐกิจ‘ ส่วนที่เหลือ วงเงิน 26,000 ล้านบาท โดยโอนไปเพิ่มในรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น แทน เพราะไม่สามารถใช้ได้ทันตามกำหนดนั้น 

    แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่า แม้ว่ามติครม.จะให้โอนงบกลางก้อนดังกล่าวไปเพิ่มในรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น แทนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่จะสามารถนำเงินดังกล่าวไปใช้เฉพาะเรื่องที่มีความฉุกเฉินเท่านั้น เช่น การช่วยเหลือน้ำท่วม การบรรเทาผลกระทบจากความเดือดร้อนของประชาชน 

    แต่ครั้งนี้ กระทรวงการคลัง ในฐานะฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการนโนบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ได้นำเสนอรายละเอียดต่อครม. เพื่อรับทราบมติคณะกรรมการฯ ซึ่งประชุมไปเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยการใช้จ่ายงบกลางส่วนที่เหลือ 26,000 ล้านบาท เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีข้อเสนอโครงการเพื่อขอรับจัดสรรงบกลางนี้

    ประกอบกับเมื่อพิจารณาจากระยะเวลาที่เหลืออยู่ซึ่งเป็นช่วงใกล้สิ้นปีงบประมาณการจัดทำโครงการโดยใช้จ่ายจากงบกลาง รายการดังกล่าว มีขั้นตอนการพิจารณาหลายขั้นตอน รวมไปถึงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและการก่อหนี้ผูกพันที่อาจจะไม่สามารถดำเนินการได้ทันภายในวันที่ 30 กันยายน 2568 ซึ่งจะส่งผลให้งบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการค่าใช้จ่ายเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจฯ ที่เหลืออยู่พับไปโดยผลของกฎหมาย

    ดังนั้น เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการดังกล่าวที่เหลืออยู่เกิดประสิทธิภาพสูงสุด สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว คล่องตัว และมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับสถานการณ์ ผู้อำนวยการงบประมาณสามารถโอนงบกลาง รายการค่าใช้จ่ายเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจฯ ไปเพิ่มในรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น โดยเสนอขออนุมัติต่อนายกรัฐมนตรีตามมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 

    ทั้งนี้ในกรณีที่หน่วยรับงบประมาณมีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วน ก็สามารถขอรับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสำรองจ่าย เพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ตามระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการ เงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น พ.ศ. 2562 เพื่อไปดำเนินโครงการได้

    ปัจจุบัน งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ตามพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 มีจำนวน 96,556 ล้านบาท และหากมีการโอนงบกลาง รายการค่าใช้จ่ายเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจฯ มาสมทบอีกจำนวน 26,000 ล้านบาท จะทำให้งบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินและจำเป็น มีจำนวน 122,556 ล้านบาท

    ทั้งนี้ ด้วยเงินงบกลางที่เพิ่มขึ้นจะทำให้เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการค่าใช้จ่ายเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจฯ ส่วนที่เหลืออยู่เกิดประสิทธิภาพสูงสุด สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว คล่องตัว และมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับสถานการณ์ของประเทศต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/637281&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3DGN3DoiHs-32s6eQ05bFp

  • จ.ราชบุรีลงพื้นที่ติดตามนักเรียนโครงการทุนการศึกษาพระราชทาน ม.ท.ศ. รุ่นที่ 14-16

    จ.ราชบุรีลงพื้นที่ติดตามนักเรียนโครงการทุนการศึกษาพระราชทาน ม.ท.ศ. รุ่นที่ 14-16

    จ.ราชบุรีลงพื้นที่ติดตามนักเรียนโครงการทุนการศึกษาพระราชทาน ม.ท.ศ. รุ่นที่ 14-16


    28/08/2568 | 7 |

    จ.ราชบุรีลงพื้นที่ติดตามนักเรียนโครงการทุนการศึกษาพระราชทาน ม.ท.ศ. รุ่นที่ 14-16

    วันที่ 28 ส.ค. 2568 นางสาวฐิติลักษณ์ คำพา ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี พร้อมส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามนักเรียนโครงการทุนการศึกษาพระราชทาน ภายใต้ “มูลนิธิทุนการศึกษาพระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร (ม.ท.ศ.)” ปีการศึกษา 2568 รุ่นที่ 14 – 16 จำนวน 7 ราย ประกอบด้วยนางสาวณัฐริการ์ สุโข โรงเรียนเบญจมราชูทิศ ราชบุรี ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4, นางสาวอาทิตย์ตยา แก้วอยู่ โรงเรียนธรรมจารินีวิทยา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 นางสาวสุริศา ทาแกง วิทยาลัยเทคนิคราชบุรี ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ 3 นางสาวพัชรินทร์ นิลบรรพต โรงเรียนราชโบริกานุเคราะห์ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 นายเมธาวัฒน์ เก่งวงษ์ โรงเรียนกรับใหญ่ว่องกุศลกิจพิทยาคม ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 นายศุภรักษ์ เขียวสุขศรี ศึกษาอยู่ที่โรงเรียนท่ามะขามวิทยา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 และนางสาวพิชญานันท์ เกตุเตียน มหาวิทยาลัยมหิดล ระดับปริญญาตรี ชั้นปีที่ 1 ซึ่งทั้งหมดมีความประพฤติดี ผลการเรียนเฉลี่ยระดับดีมาก

    ทุนการศึกษาพระราชทาน ม.ท.ศ. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาบุคลากรให้มีคุณภาพ จึงมีพระราชดำริให้ดำเนินโครงการทุนการศึกษาสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เมื่อปี 2552 และจัดตั้ง “มูลนิธิทุนการศึกษาพระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร” (ม.ท.ศ.) ในปี 2553 โดยทรงรับเป็นองค์ประธานกรรมการ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นำโครงการทุนการศึกษาสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารมาอยู่ภายใต้การดำเนินงานของมูลนิธิฯ เพื่อส่งเสริมสนับสนุนเด็กและเยาวชนไทย รวมถึงสามเณรทั่วประเทศที่มีผลการเรียนดี ประพฤติดี มีคุณธรรม แต่ขาดโอกาสให้ได้รับการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือ ปวช./ปวส. จนจบการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่า ในสาขาที่เป็นความต้องการของประเทศ สาขาขาดแคลน สาขาด้านความมั่นคง ตามความสามารถของแต่ละคน

    การดำเนินงานโครงการทุนการศึกษาพระราชทาน ม.ท.ศ. นับตั้งแต่ปี 2552 จนถึงปัจจุบัน มีนักเรียนผู้ได้รับทุนพระราชทาน ม.ท.ศ. จากทุกจังหวัด ได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างต่อเนื่องไปแล้ว รวม 16 รุ่น

    /////////////////////////////////////////////////////////////////////


    image รูปภาพ


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://ratchaburi.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/418932&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0zku7uhi1UMJ2-0SNOvWeV

  • สถาปัตย์ จุฬาฯ เจ้าภาพ ICRP2025

    สถาปัตย์ จุฬาฯ เจ้าภาพ ICRP2025

    Skip to content

    คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ CU-D4S  ด้วยความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำจากประเทศมาเลเซียและประเทศอินโดนีเซียจัดการประชุมวิชาการนานาชาติ The 7th International Conference on Rebuilding Place (ICRP2025) หัวข้อ “Rebuilding Built Environment Towards Sustainable Cities and Communities” ระหว่างวันที่ 27 – 28 กันยายน 2568 ณ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ

    การประชุมวิชาการครั้งนี้เป็นเวทีของนักวิจัย นักวิชาการ และผู้ปฏิบัติงานจากทั่วเอเชีย เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน โดยมีเครือข่ายสถาบันชั้นนำร่วมจัดการประชุม อาทิ Syiah Kuala University, Institut Teknologi Sumatera, Institut Teknologi Bandung (ITB), Universitas Indonesia และ Universiti Sains Malaysia (USM)

    บทความที่ผ่านการพิจารณาจะได้รับการตีพิมพ์ใน IOP Proceedings (Scopus) และบทความที่โดดเด่นจะได้รับเชิญเพื่อตีพิมพ์ใน Nakhara: Journal of Environmental Design and Planning (Scopus Q1)

    กำหนดการสำคัญ

    • ส่งบทคัดย่อภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2568
    • ส่งบทความฉบับเต็มวันที่ 5 กันยายน 2568
    • ลงทะเบียน ระหว่างวันที่ 1–31 สิงหาคม 2568
    • ลงทะเบียนล่าช้า ระหว่างวันที่ 5–20 กันยายน 2568

    ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดได้ที่ https://icrp2025.chula.ac.th/

    ลงทะเบียนเข้าร่วมประชุมได้ที่ https://icrp2025.meeting.in.th/
    สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ E-mail : icrp2025bkk@gmail.com

    จุฬาฯ สนับสนุนให้อาจารย์ทำงานวิจัย นับว่าเป็นสิ่งที่ดีมากต่อทั้งอาจารย์ นิสิต รวมถึงภาคประชาสังคม

    รองศาสตราจารย์ ดร.สุชนา ชวนิชย์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chula.ac.th/news/256990/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw05ghIgN1Y29dsvVPRWMvIo

  • ทน.เชียงรายเจ๋ง! ‘คว้าถ้วยพระราชทานฯ’ ครองแชมป์อันดับ 1 การศึกษาท้องถิ่น

    ทน.เชียงรายเจ๋ง! ‘คว้าถ้วยพระราชทานฯ’ ครองแชมป์อันดับ 1 การศึกษาท้องถิ่น

    วันพฤหัสบดี ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 16.44 น.

    Tag :

    เทศบาลนครเชียงรายเจ๋ง! คว้าถ้วยพระราชทานฯ หลังทำผลงานยอดเยี่ยม ครองแชมป์อันดับ 1 การศึกษาท้องถิ่นระดับประเทศ

    วันที่ 28 สิงหาคม 2568 นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย เป็นผู้แทนรับมอบถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ จังหวัดสกลนคร หลังจากเทศบาลนครเชียงรายทำผลงานโดดเด่น คว้าอันดับ 1 ของประเทศ ในการแข่งขันทักษะวิชาการและงานมหกรรมการจัดการศึกษาท้องถิ่นระดับประเทศ ครั้งที่ 14 ประจำปี 2568

    เทศบาลนครเชียงรายส่งคณะครูและนักเรียนเข้าร่วมการแข่งขันระหว่างวันที่ 25-28 สิงหาคม 2568 และสามารถคว้าคะแนนสูงสุดจากการประกวดและการแข่งขันในหลากหลายสาขา แสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่แข็งแกร่งในการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ของท้องถิ่น

    ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นความภาคภูมิใจครั้งสำคัญของชาวเชียงราย และเป็นกำลังใจให้ทุกภาคส่วน ทั้งครู นักเรียน และชุมชน ร่วมกันพัฒนาคุณภาพการศึกษาท้องถิ่นให้ดียิ่งขึ้น เพื่อยกระดับสู่มาตรฐานระดับประเทศและนานาชาติในอนาคต ///-026

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/910321&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw17anDHY1tyXV38L28lQxQ9

  • เบื้องหลัง World ID โปรเจคสแกนม่านตา ยืนยันความเป็นมนุษย์

    เบื้องหลัง World ID โปรเจคสแกนม่านตา ยืนยันความเป็นมนุษย์

    [เปิดเบื้องหลัง] หลากหลายคำถามเกี่ยวกับ World หรือ World ID ระบบยืนยันความเป็นมนุษย์ ว่าแท้จริงแล้วมัน ‘ปลอดภัย’ หรือไม่ จะโดนเอาข้อมูลชีวมาตร (Biometrics) ไปใช้ในทางมิชอบหรือไม่ และ Worldcoin (WLD) สกุลเงินดิจิทัลที่ได้มา ก็มี ‘ข้อแลกเปลี่ยน’ อะไรให้น่ากังวลไหม ล่าสุดทาง World Thailand ได้ส่งรายงานชี้แจ้งถึงเบื้องหลังของระบบยืนยันตัวตนดังกล่าว โดยยืนยันถึงมาตรการด้านความปลอดภัยไว้ตามนี้

    รหัสตัวเลข “Iris Code”

    อย่างแรกคือการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล ทาง World ระบุเลยว่า ‘ไม่รวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล’ อาทิ ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ เลขบัตรประชาชน และไม่มีการซื้อ เก็บ หรือขายข้อมูลชีวมิติ อย่างไรก็ตาม World ID ก็มีการขอสแกนม่านตาผ่านเครื่องกลม ๆ ที่เรียกว่า Orb ซึ่งถือได้ว่าเป็นข้อมูล Biometrics ที่สำคัญมาก ในจุดนี้ทาง World เผยมีการใช้ Iris Code คือเปลี่ยนภาพม่านตาให้เป็นรหัสตัวเลขแทน ซึ่งเป็นรหัสตัวเลขที่ไม่สามารถย้อนกลับไปเป็นภาพต้นฉบับได้ ข้อมูลดังกล่าวจะถูกส่งเข้าไปในอุปกรณ์ของผู้ใช้งานเท่านั้น หลังจากนั้น Orb จะลบภาพทั้งหมดออกทันที

    ส่วนประกอบตัว Orb ทั้งหมด

    เพื่อเป็นการยืนยันว่า ‘ลบจริง’ กับข้อมูลถูกแปลงแบบ ‘ย้อนกลับไม่ได้’ จริง ทาง World ก็มีการเปิดเผยซอร์สโค้ดสาธารณะ ผ่านเว็บ Github ที่สามารถเข้าดูได้อย่างละเอียด และตรวจสอบได้ พร้อมระบุว่าผ่านการตรวจสอบด้านความปลอดภัยแล้ว ซึ่งตรวจสอบโดยบุคคลที่สามที่เป็นบริษัทผู้เชี่ยวชาญชั้นนำระดับโลก ซึ่งจริงแท้แค้ไหนนั้น ก็ลองดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://world.org/th-th/open-source

    Worldcoin โทเคนแจกฟรี

    สำหรับผู้ที่ไปสแกนม่านตาผ่านเครื่อง Orb ที่ประจำอยู่ตามห้างดังหรือร้านค้าไอทีมากมายในไทยนั้น หลายคนก็ทราบกันดีว่า “สแกนแล้วได้เงิน” แต่การในเงินในที่นี้คือ Cryptocurrency หรือสกุลเงินดิจิตอลในชื่อว่า Worldcoin ซึ่งหากได้มาแล้ว ก็ต้องเอาไปแปลงเป็นเงินสดเอาเอง แปลงเป็นเงินบาทได้เฉพาะผ่านผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น ทาง World จึงยืนยันเลยว่าไม่มีการแจกเงินสด

    อย่างไรก็ตาม สกุลเงินดิจิตอลก็ถือเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่า (ตามแต่สกุลเงินดิจิตอลนั้น ๆ) สามารถซื้อขายแลกเปลี่ยนได้ แม้จะกล่าวว่า “ไม่แจกเงินสด” แต่ก็มีผลตอบแทนจริง ๆ ใครที่มีแอปฯ แลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิตอล ก็สามารถรับเงินสดได้ในภาย 1 – 2 วัน โดย ณ ปัจจุบัน (28/08/68) ก็มี Worldcoin ถูกแจกไปแล้วถึง 1,885,777,242 WLD และคงเหลือที่ 8,114,222,758 WLD ผ่านผู้ใช้ที่ยืนยันตัวตนถึง 33,337,696 ราย เท่ากับว่าทาง World มีการกำหนดจำนวนเงินดิจิตอลไว้ล่วงหน้าแล้ว จึงมองได้ว่านี่คือการ “ซื้อผู้ใช้” ด้วย WLD ส่วนผู้ใช้ก็ให้ข้อมูลที่ถูกแปลงเป็น Iris Code กลับมา หวังว่าข้อมูลที่ถูกแปลงนี้ จะไม่ถูกเอาไปขายต่อหรือแสวงกำไร และยืนยันความปลอดภัยได้จริง

    ตัวอย่างการใช้งาน World ID

    สุดท้ายนี้คือการนำ World ID มาใช้กับบริการเด่น ๆ ในไทย ซึ่งนับตั้งแต่เปิดตัวในประเทศไทยเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ก็มีการใช้งานแล้วตามนี้

    • Pantip.com ที่จะช่วยให้การถาม-ตอบข้อมูลภายในอินเทอร์เน็ตน่าเชื่อถือได้มากยิ่งขึ้น
    • แอปฯ Whoscall (Gogolook) เพื่อป้องกันมิจฉาชีพ และยืนยันว่าเบอร์โทรศัพท์เป็นบุคคลจริงๆ ช่วยลดปัญหามิจฉาชีพและการหลอกลวงต่างๆ
    • ระบบจองตั๋ว Eventpop ป้องกันบอทในจองตั๋ว เช่น การกดบัตรคอนเสิร์ต , แฟนมีตติ้ง , เวิร์กช็อป , งานสัมมนา และคอร์สเรียน
    • เกม (ที่เรารัก…) Ragnarok (Zentry) ทำให้การเล่นเกมกลับมาสนุกอีกครั้ง ขจัดการใช้บอทโกงในการเล่นเกมให้หมดไป แข่งขันกับมนุษย์จริง

    และยังมีอีกหลายบริการในอนาคต ที่อยู่ระหว่างดำเนินการนำ World ไปร่วมใช้งาน กับขอยืนยันว่าไม่มีนโยบายขอข้อมูลส่วนบุคคล เช่น หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ (แต่ในแอปฯ มีการใช้นะเออ) ข้อมูลบัตรเครดิต หรือรหัส OTP และไม่มีการว่าจ้างบุคคลที่สาม เพื่อจัดเก็บข้อมูลดังกล่าว พร้อมขอให้ระวังกลุ่มมิจฉาชีพที่อาจแอบอ้างชื่อของ World ด้วย

    แม้ทาง World จะมีการชี้แจงมาตรการด้านความปลอดภัย แต่สุดท้ายนี้ก็ขอให้ทุกคนใช้ ‘วิจารณญาณ’ ด้วยตนเอง โดยบทความนี้ไม่ได้ต้องการชี้นำหรือแนะนำ หากใครอยากยืนยันหรือไม่ยืนยัน ก็สุดแต่วิจารณญาณเลย เพราะอย่างไรก็ตามข้อมูลชีวมาตร (Biometrics) ก็เป็นข้อมูลส่วนตัวที่สำคัญยิ่ง

    ที่มา : World ID Thailand

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.techhub.in.th/world-id-in-sign/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0vlUkN7krjwTesJq8l0OTB

  • เจ้าภาพวอลเลย์บอลโลก มากกว่ากีฬา ไทยปั้นเศรษฐกิจทะลุ 8.4 พันล้าน

    เจ้าภาพวอลเลย์บอลโลก มากกว่ากีฬา ไทยปั้นเศรษฐกิจทะลุ 8.4 พันล้าน

    เป็นที่ทราบกันดีว่าการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาระดับโลกมักมาพร้อมความเสี่ยงด้านการลงทุน เนื่องจากต้นทุนที่สูงลิ่วแต่ผลตอบแทนไม่คุ้มค่า ซึ่งเป็นสาเหตุให้หลายประเทศลังเลที่จะรับเป็นเจ้าภาพ ทว่าประเทศไทยได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถในการพลิกวิกฤตเป็นโอกาส จากความสำเร็จในการจัดการแข่งขัน วอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก FIVB Women’s World Championship 2025 ซึ่งจัดขึ้นใน 4 จังหวัดหลัก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, เชียงใหม่, นครราชสีมา และภูเก็ต
     

    เจ้าภาพวอลเลย์บอลโลก มากกว่ากีฬา ไทยปั้นเศรษฐกิจทะลุ 8.4 พันล้าน

    วอลเลย์บอล: กีฬาที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาล

    แม้ก่อนหน้านี้หลายฝ่ายจะแสดงความกังวลต่อกระแสวอลเลย์บอลหญิงไทยที่อาจซบเซาลงจากผลงานใน Volleyball Nations League (VNL) ที่ไม่เป็นไปตามคาด แต่ความสำเร็จของการเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ได้ลบล้างความกังวลเหล่านั้น เมื่อกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเปิดเผยว่า การแข่งขันนี้สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้สูงถึง 8,435 ล้านบาท จากต้นทุนการจัดงานเพียง 1,124 ล้านบาท แม้การแข่งขันจะยังไม่สิ้นสุดลง

    มูลค่าทางเศรษฐกิจดังกล่าวมาจากหลายส่วน ได้แก่

    • ด้านการประชาสัมพันธ์: สร้างมูลค่าสูงถึง 5,596.5 ล้านบาท จากยอดผู้ชมการถ่ายทอดสดและย้อนหลังทั่วโลกกว่า 1,300 ล้านคน
    • ด้านการท่องเที่ยว: สามารถสร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติกว่า 768.3 ล้านบาท
    • ด้านเศรษฐกิจโดยรวม: กิจกรรมทางเศรษฐกิจและการใช้จ่ายในพื้นที่การจัดงานสร้างรายได้หมุนเวียนกว่า 2,070.9 ล้านบาท

    เจ้าภาพวอลเลย์บอลโลก มากกว่ากีฬา ไทยปั้นเศรษฐกิจทะลุ 8.4 พันล้าน

    นอกจากนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดทำแคมเปญ “Sport Tourism” โดยมอบสิทธิพิเศษให้แก่ผู้ถือบัตรเข้าชม สามารถใช้เป็นส่วนลดหรือเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวที่เข้าร่วมโครงการได้ ซึ่งเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
     

    เจ้าภาพวอลเลย์บอลโลก มากกว่ากีฬา ไทยปั้นเศรษฐกิจทะลุ 8.4 พันล้าน

    “หัวใจสีเขียว” สู่การจัดงานอย่างยั่งยืน

    นอกเหนือจากผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ การเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ยังสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของประเทศไทยในการยกระดับมาตรฐานการจัดงานกีฬาให้เป็นแบบ “Green & Sustainable” หรือ “เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและยั่งยืน” ตามนโยบายของ นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่มุ่งเน้นแนวคิดนี้ให้เป็นหัวใจหลักของการจัดงาน

    การแข่งขันจึงยึดตามหลักการ Green Heart Event Criteria ซึ่งครอบคลุมทุกมิติของการจัดงานอย่างยั่งยืน ตั้งแต่การบริหารจัดการขยะ การใช้พลังงานและน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ไปจนถึงการเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และการสร้างความตระหนักรู้แก่ผู้มีส่วนร่วม การนำแนวคิดนี้มาใช้ไม่เพียงช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นการส่งเสริมธุรกิจสีเขียวและยกระดับมาตรฐานการจัดงานของไทยให้ทัดเทียมนานาชาติอีกด้วย

    เจ้าภาพวอลเลย์บอลโลก มากกว่ากีฬา ไทยปั้นเศรษฐกิจทะลุ 8.4 พันล้าน

    เสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์: พลังของกองเชียร์ชาวไทย

    สิ่งที่ทำให้การเป็นเจ้าภาพของประเทศไทยแตกต่างและโดดเด่นจากที่อื่น คือพลังของ “กองเชียร์ชาวไทย” ซึ่งมีชื่อเสียงในเรื่องความกระตือรือร้นและพลังบวก นักกีฬาระดับโลกหลายคนต่างกล่าวว่าการแข่งขันในประเทศไทยให้ความรู้สึกเหมือนเป็นซูเปอร์สตาร์ เพราะไม่ว่าจะเป็นทีมใดก็ได้รับเสียงเชียร์อย่างกึกก้อง ยิ่งในแมตช์ที่ทีมไทยลงแข่งขัน บัตรเข้าชมถูกจองเต็มทุกที่นั่ง และแม้ในเกมที่ไม่มีทีมไทย กองเชียร์ก็ยังคงเข้าชมอย่างคับคั่ง แสดงให้เห็นถึงความหลงใหลในกีฬาวอลเลย์บอลอย่างแท้จริง

    เจ้าภาพวอลเลย์บอลโลก มากกว่ากีฬา ไทยปั้นเศรษฐกิจทะลุ 8.4 พันล้าน

    พลังของกองเชียร์ไทยไม่เพียงสร้างบรรยากาศที่น่าประทับใจ แต่ยังเป็น “เสน่ห์” ที่ดึงดูดนักกีฬา แฟนคลับจากทั่วโลก และสร้างความเชื่อมั่นให้กับสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ (FIVB) ให้มอบความไว้วางใจให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพอยู่เสมอ เพราะไม่ว่าทีมใดที่ได้แข่งขันในประเทศไทย ก็จะรู้สึกราวกับได้เล่นอยู่ในบ้านของตนเอง

    ความสำเร็จทั้งหมดที่เกิดขึ้น ทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และกีฬา ได้ยืนยันสถานะของประเทศไทยในฐานะ “เมืองหลวงแห่งวอลเลย์บอล” และลูกรัก FIVB (สหพันธ์วอลเลย์บอลนานานชาติ) แห่งศตวรรษนี้อย่างสมศักดิ์ศรี เจ้าภาพวอลเลย์บอลโลก มากกว่ากีฬา ไทยปั้นเศรษฐกิจทะลุ 8.4 พันล้าน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-city/729521&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1g1ewvs2GRHXSyAAScndsf

  • หนุนคนไทยเข้าถึง ‘สินเชื่อรถมือสอง’ ง่ายขึ้น หลังเศรษฐกิจไทยฝืด

    หนุนคนไทยเข้าถึง ‘สินเชื่อรถมือสอง’ ง่ายขึ้น หลังเศรษฐกิจไทยฝืด

    ดังนั้นการขอสินเชื่อต่างๆมีโอกาสถูกปฏิเสธได้มากขึ้น โดยเฉพาะสินเชื่อรถมือ1 สำหรับใครที่อยากมีรถสักคันท่ามกลางเศรษฐกิจชะลอตัวแบบนี้อาจต้องปรับแผนมายังขอสินเชื่อรถมือ2 แทน โดย นายคงสิน คงคา ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงทำให้คนไทยเข้าถึงสินเชื่อรถมือ1 ได้ยากขึ้น และกรุงศรี ออโต้ ต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยให้คนไทยได้เข้าถึงสินเชื่อรถมือสองได้ง่ายขึ้นผ่าน GO Auto Station ซึ่งเป็นโซลูชันเรื่องเงิน เรื่องรถ ครบจบในที่เดียว จะเป็นการเพิ่มโอกาสเข้าถึงบริการทางการเงินเพื่อผู้ใช้รถทั่วไทย

    หนุนคนไทยเข้าถึง ‘สินเชื่อรถมือสอง’ ง่ายขึ้น หลังเศรษฐกิจไทยฝืด

    ทั้งนี้คาดการณ์มูลค่าตลาดสินเชื่อรถมือสองในปี2568จะอยู่ที่ประมาณ 60,000 ล้านบาท และตลาดรถมือสองโดยรวมประมาณ 600,000 – 700,000 คัน โดยกรุงศรี ออโต้มีพอร์ตสินเชื่อรถมือสองคิดเป็น 15% ของสินเชื่อใหม่ทั้งหมด ในส่วนของมูลค่าตลาดสินเชื่อยานยนต์รวมคาดว่าจะอยู่ที่ 377,000 ล้านบาท และคาดว่าจะลดลง 5% ในปีนี้  สำหรับรถมือสองใน GO Auto Station ปี2567 ที่ผ่านมามีรถมือสองทั้งสิ้น 130,000 คัน โดยปีนี้เติบโตเป็น 218,000 คัน และได้รับความสนใจจากดีลเลอร์ เนื่องจากไม่ต้องลงทุนด้าน Online Marketplace และสามารถเข้าถึงฐานผู้ใช้รถในแอป โก บาย กรุงศรี ออโต้ กว่า 5 ล้านคน

    นอกจากนี้ยังพบว่า ราคารถยนต์มือสองยังมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้น เพราะ Supply ต่ำและ Demand ยังคงมีอยู่โดยในปีนี้รถมือสองรุ่นใหม่ๆ หรือรถขนาดใหญ่ราคาปรับตัวขึ้นประมาณ 3-5% ในขณะเดียวกันสัดส่วนยอดสินเชื่อรถมือสองดิจิทัลอยู่ที่ 45% และคาดว่ามีโอกาสเพิ่มขึ้นเกิน 50% ภายในสิ้นปีนี้ โดย Approval rate ของสินเชื่อรถมือสองปัจจุบันอยู่ที่ 80%

    นายคงสิน กล่าวอีกว่า กรุงศรี ออโต้ มุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยพลิกฟื้นตลาดรถยนต์มือสอง เนื่องจากในครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ยอดขายรถยนต์มือสองลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้าราว 5% โดยมีสาเหตุหลักมาจากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันกรุงศรี ออโต้ ยังครองตำแหน่งผู้นำตลาดสินเชื่อรถยนต์มือสองมาอย่างยาวนาน ด้วยส่วนแบ่งการตลาดในปัจจุบันมากถึง 1 ใน 3 ของสินเชื่อรถยนต์มือสองทั้งหมดในประเทศไทย ซึ่งในฐานะผู้กำหนดทิศทางตลาด (Market Shaper)

    โดย กรุงศรี ออโต้ พร้อมที่จะเข้ามาสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรม ผ่าน ‘GO Auto Station ตลาดรถมือสอง’ ซึ่งเป็นแหล่งซื้อขายรถยนต์มือสองในรูปแบบ One-Stop Solution แห่งแรกของประเทศไทย ที่เชื่อมต่อผู้ซื้อ ผู้ขาย และผู้ให้บริการสินเชื่อไว้ในที่เดียว ซึ่งจะทำให้ลูกค้าได้รับความสะดวก รวดเร็ว และได้เลือกซื้อรถยนต์มือสองที่มีคุณภาพ ขณะที่พันธมิตรดีลเลอร์จะมีโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าที่มีศักยภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้จะส่งผลให้ตลาดรถยนต์มือสองและเศรษฐกิจไทยเติบโตไปข้างหน้าต่อไป” นายคงสิน กล่าวเพิ่มเติม

    หนุนคนไทยเข้าถึง ‘สินเชื่อรถมือสอง’ ง่ายขึ้น หลังเศรษฐกิจไทยฝืด

    สำหรับใครที่อยากทราบว่า GO Auto Station ตลาดรถมือสอง บนแอป โก บาย กรุงศรี ออโต้ ดีอย่างไร คำตอบ คือ

    • สะดวก ด้วยระบบการค้นหาข้อมูลรถที่ครบถ้วน ฟังก์ชันตัวกรองที่หลากหลาย และการเปรียบเทียบ ข้อเสนอต่างๆ ได้อย่างแม่นยำ พร้อมรองรับพฤติกรรมผู้ใช้รถยุคใหม่ที่นิยมซื้อรถมือสองผ่านช่องทางออนไลน์เป็นหลัก
    • รวดเร็ว เช็กวงเงินหรือขอสินเชื่อยานยนต์จากนวัตกรรม ‘พร้อมสตาร์ท’  ผ่าน ‘GO Auto Station ตลาดรถมือสอง’ จากกรุงศรี ยูสด์ คาร์ (Krungsri Used Car) บนแอป โก บาย กรุงศรี ออโต้ คำนวณค่างวด และรับการอนุมัติสินเชื่อได้ภายใน 30 นาที ครบทุกขั้นตอนแบบดิจิทัล
    • ครบจบ ด้วยการเป็นแหล่งซื้อขายรถยนต์มือสองที่มีจำนวนรถหมุนเวียนมากที่สุดในตลาดกว่า218,000 คัน ซึ่งผ่านการคัดสรรมาจากอีโคซิสเต็มของกรุงศรี ออโต้ ทั่วประเทศ โดยมีรถที่ผ่านการตรวจสภาพและจัดเกรดรถยนต์ (Car Grading) จากพันธมิตรมืออาชีพ พร้อมยังเชื่อมต่อกับบริการสินเชื่อ ประกันภัย การดูแลรักษารถ ไปจนถึงบริการสำหรับลูกค้าปัจจุบัน เช่น การชำระค่างวดรถต่อ พ.ร.บ. และสิทธิพิเศษด้านไลฟ์สไตล์ผู้ใช้รถ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ครบวงจรในแอปเดียว

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/news/hot-issue/859518&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw37KzwaxhvIdwT7BoB9AYr-