Blog

  • สว.เมืองช้าง ลงพื้นที่รับฟังปัญหาชาวบ้านชายแดนหลังสู้รบ หวังนำสู่สภาช่วยเหลือแก้ไข | TOPNEWS

    สว.เมืองช้าง ลงพื้นที่รับฟังปัญหาชาวบ้านชายแดนหลังสู้รบ หวังนำสู่สภาช่วยเหลือแก้ไข | TOPNEWS

    สว.เมืองช้าง ลงพื้นที่รับฟังปัญหาชาวบ้านชายแดนหลังสู้รบ หวังนำสู่สภาช่วยเหลือแก้ไข

    • เผยแพร่ : 31/08/2025 21:52

    สุรินทร์ สว.เมืองช้าง ลงพื้นที่รับฟังปัญหาความเดือดร้อนชาวบ้านชายแดนไทย-กัมพูชา หลังสู้รบ หวังนำสู่สภาช่วยเหลือแก้ไข พ่อค้าแม่ค้าโอดรายได้ลดฮวบ จะอดตายกันแล้ว วอนนายกคนใหม่ เร่งแก้ปัญหาชายแดนและเศรษฐกิจ รวมทั้งเยียวยาให้ทั่วถึงคนต่างจังหวัดที่มาหากินชายแดนด้วย

    วันที่ 31 ส.ค.68 นานรุจิภาส มีกุศล สมาชิกวุฒิสภา จ.สุรินทร์ พร้อมด้วยนายปภพ ขอไชย ที่ปรึกษาฯนายพิรุณ อุ่นศรี และนายนพรัตน์ กิ่งแก้ว ทีมงานผู้ช่วยดำเนินงานสมาชิกวุฒิสภา ได้ลงพื้นที่ไปยังบริเวนย่านของตลาดการค้าชายแดนช่องจอม โดยเฉพาะร้านค้าริมทาง ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ร้านขายเนื้อหมูสด ร้านขายไก่ย่าง และร้านขายผลไม้ เพื่อรับฟังการสะท้อนปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา หลังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบที่ผ่านมา เพื่อนำปัญหาความเดือดร้อนต่างๆไปปรึกษาในที่ประชุมวุฒิสภา เพื่อหาทางช่วยเหลือและแก้ปัญหาให้ประชาชนต่อไป

    นายอุทัย สมสุข พ่อค้าขายไก่ย่างริมทาง ตรงข้ามตลาดช่องจอม กล่าวว่า เมื่อก่อนเคยขายไก่ย่างได้เงินวันละ7-8 พันบาท ปัจจุบัน วันละพันกว่าบาท รวมต้นทุน อยากให้รัฐบาลช่วยเหลือคนต่างจังหวัดที่มาหากินชายแดน ก็ควรได้เงินเยียวยาด้วย คนที่อื่นมาหากินชายแดนเยอะ อยากให้รัฐบาลใหม่เคลียร์กันให้จบๆจะได้สงบค้าขายกันปกติ ส่วนงวดรถก็ส่งปกติ ไม่มีการผ่อนผัน อยากธนาคารเอกชนช่วยผ่อนผันชาวบ้านที่มีงวดรถงวดราด้วย ไม่มีรายได้กันแล้ว ถ้ายังยืดเยื้อประชาชนชายแดนตายหมด

    แม่ค้าขายเนื้อหมูสด รายหนึ่งที่ย่านตลาดการค้าชายแดนช่องจอม (เสื้อสีน้ำเงิน) กล่าวว่า อยากให้สถานการณ์ชายแดนจบเร็วๆ เมื่อก่อนขายหมูได้วันละ 1-2 หมื่นกว่า ทุกวันนี้ได้วันละพันบาท ไม่ได้ค่าน้ำมันมาขาย ไม่พอค่ากิน ทั้งค่าลูกเรียนหนี้ ธกส.อีก งวดรถ อยากให้ช่วยผ่อนผันด้วย

    ด้านนางสาวอรุณ วรรณจีบสุข แม่ค้าขายผลไม้ที่ตลาดชายแดนช่องจอมกล่าวว่า เมื่อก่อนขายของได้วันละ 4 หมื่น ทุกวันนี้ได้สามพัน อยากให้รัฐบาลใหม่ช่วยแม่ค้าชายแดน ในเรื่องทุนที่จะมาค้าขายเพื่อเลี้ยงครอบครัว รถก็ถูกยึดหมดแล้ว เพราะเศรษฐกิจแบบนี้ ชายแดนเป็นแบบนี้ อยากให้ชายแดนกลับมาเหมือนเดิม ไม่มีเขมรก็ได้ คนไทยก็พอช่วยซื้อกันได้ อาจจะน้อยหน่อย ลดลงหน่อยเราก็ทำกินได้ ตี่ถ้ายังยิงกันแบบนี้ทำมาหากินอะไรไม่ได้เลย อยากให้นายกรัฐมนตรีใหม่ ช่วยแก้ปัญหาชายแดน เรื่องปากท้องประชาชน และให้ช่วยเยียวยาคาต่างจังหวัดที่มาหากินชายแดน ด้วยอาจจะไม่มากก็ให้เขาบ้าง อาจจะไม่มีทะเบียนบ้าน ที่มาเช่าบ้านมาหากินที่นี่ ให้ช่วยกันทุกคน ให้พ้นวิกฤติ.

    ภาพ-ข่าว นพรัตน์ กิ่งแก้ว ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสุรินทร์

    7

    51

    ชายแดนสงขลาเฝ้าระวังเข้ม รวบหนุ่มมาเลย์ซุก M16

    กรมพลศึกษาร่วมกับจังหวัดพัทลุง ส่งเสริม โครงการเด็กไทยว่ายน้ำได้

    แข่งขันชิงแชมป์ มอเตอร์ไซค์วิบาก เอ็นดูโร่ 14 จังหวัดภาคใต้ แจกทุเรียนกินฟรี

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) BYD ส่งออกรถ EV ผลิตจากโรงงานในไทยสู่ยุโรปครั้งแรก

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) ‘ประชุมสุดยอด SCO’ ที่เทียนจินใช้ไฟฟ้าพลังงานสีเขียว 100%

    สว.เมืองช้าง ลงพื้นที่รับฟังปัญหาชาวบ้านชายแดนหลังสู้รบ หวังนำสู่สภาช่วยเหลือแก้ไข

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1294925&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw18–a90vI-xUtlldSmDshY

  • สภาอุตฯ ห่วงเศรษฐกิจไทยทรุด โครงการใหญ่ค้างท่อ – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    สภาอุตฯ ห่วงเศรษฐกิจไทยทรุด โครงการใหญ่ค้างท่อ – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – ประธานสภาอุตฯ ชี้ เศรษฐกิจไทยน่าห่วง หลังการเมืองสะดุด กังวลโครงการขนาดใหญ่ไม่เดินหน้าต่อ ฉุดความเชื่อมั่นนักลงทุนหาย

    นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า หลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติให้นายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่ง ในเรื่องนี้ต้องยอมรับว่าเสถียรภาพทางการเมืองเปลี่ยนแปลง ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ และกระทบต่อการวางแผนนโยบายเศรษฐกิจระยะยาว

    กระทบโครงการลงทุน

    ทั้งนี้การเปลี่ยนแปลงของรัฐบาลที่เกิดขึ้น อาจทำให้การเบิกจ่ายงบประมาณประจำปี 2568 ซึ่งรวมถึงโครงการลงทุนต่างๆ หยุดชะงักลงได้ แต่เศรษฐกิจไทยยังมีโอกาสฟื้นตัว หากภาครัฐและเอกชนร่วมมือกันวางมาตรการรองรับ

    เร่งตั้งรัฐบาลใหม่ดึงเชื่อมั่น

    อย่างไรก็ตามหากการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ล่าช้า จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินนโยบายสำคัญ โดยเฉพาะโครงการที่ต้องการรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มในการตัดสินใจ ซึ่งในช่วงเวลาที่เสถียรภาพทางการเมืองยังไม่แน่นอนเช่นนี้ ภาครัฐต้องเร่งสร้างความมั่นใจแก่นักลงทุนและประชาชนโดยเร็ว

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/08/31/573941/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3aAgIldgBujG3nfyRWndqq

  • มันสำปะหลังเขมรไม่มาในไทยยังถูก เชื่อรัฐทำกลไกเพี้ยนเอื้อพวกพ้อง

    มันสำปะหลังเขมรไม่มาในไทยยังถูก เชื่อรัฐทำกลไกเพี้ยนเอื้อพวกพ้อง

    (31 ส.ค. 68) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคารับซื้อมันสำปะหลังสดของจุดรับซื้อมันยังราคาต่ำกว่าต้นทุนการผลิต คือรับซื้อเพียง กก.ละ 1.5 บาทหรือตันละ 1,500 บาทเท่านั้น ต่างจากรัฐบาลของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ราคามันสำปะหลังพุ่งถึง กก.ละ 3.5 บาทหรือตันละกว่า 3,500 บาท

    ราคามันสำปะหลังที่ตกต่ำในช่วงของรัฐบาลแพทองธาร เข้ามาบริหารประเทศสร้างความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังเป็นอย่างมาก เพราะประสบปัญหาขาดทุน 

    นางจันทรา อายุ 43 ปี เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง เล่าว่า ตอนนี้ปลูกมันสำปะหลังไว้แค่ 2 ไร่ เพราะต้องการหารายได้เสริม แต่ยังไม่มั่นใจเรื่องราคาว่าจะคุ้มกับต้นทุนหรือไม่ เพราะที่ผ่านมา โดยเฉพาะราคามันสำปะหลังตอนนี้เหลือเพียง กก.ละ 1.5 บาทคือไม่คุ้มกับการลงทุน แต่จำเป็นต้องปลูกเพื่อหวังราคาปรับขึ้นอย่างกะทันหัน

    ส่วนตัวคิดว่าถ้ารัฐบาลไม่เอามันฯจากประเทศเพื่อนบ้านเชื่อว่าราคาก็จะดีกว่านี้ และอยากฝากถึงรัฐบาลชุดใหม่ สนใจเกษตรกรบ้างให้มีการประกันราคามันสำปะหลังเหมือนการประกันราคาข้าวเปลือกเกษตรกรก็จะอยู่ได้

    ด้านนายณัฏฐชัย สวัสดี อายุ 53 ปี อยู่เลขที่ 51 หมู่ 9 ต.ทุ่งจังหัน อ.โนนนสุวรรณ จ.บุรีรัมย์ กล่าวว่า ตนเองปลูกมันมากกว่า 100 ไร่และเป็นอาชีพเดียวที่ตนทำมามากกว่า 30 ปี ราคาขึ้นลงของมันสำปะหลัง เป็นเรื่องปกติที่เกษตรกรรับได้

    แต่เริ่มมีความผิดปกติตั้งแต่รัฐบาลของแพทองธาร มาเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะระบบเปลี่ยนไปแบบไม่เคยปรากฏมาก่อน ตนเป็นเกษตรกรที่พยายามศึกษาตลาดมันฯและความเคลื่อนไหวของกลไกการตลาดมาโดยตลอด ตั้งข้อสังเกตว่า

    สมัยก่อนราคาหัวมันสำปะหลังสดคือเกษตรกรเก็บกู้แล้วขายให้จุดรับซื้อทันที จะขึ้นหรือลงอยู่กับราคามันเส้น(มันฯที่เกษตรกรเก็บกู้มาแล้วเอามาหั่นแล้วตากให้แห้งก่อนจะขายจุดรับซื้อ) และราคามันเส้นจะขึ้นหรือลงอยู่กับราคาแป้งมันสำปะหลังที่โรงงานผลิตออกมาแล้ว

    แต่เมื่อประมาณ 1 ปีที่ผ่านกลไกราคาได้เปลี่ยนไปหมด ราคามันเส้นที่เคยขึ้นหรือลง ตามราคาแป้งมัน แต่กลับสวนทางกัน ราคาแป้งมันปีนี้ประมาณ กก.ละ 13-14 บาท แต่ราคามันเส้นเพียง 6 บาทเศษเท่านั้น จริงแล้วราคาหัวมันสดจะต้องได้ไม่น้อยกว่า กก.ละ 3 บาท แต่กลับกดราคาลงเหลือเพียง 1.5 บาทต่อ กก.

    ส่วนตัวมองว่าสาเหตุที่กลไกการตลาดผิดเพี้ยนเป็นประวัติการณ์เพราะ”การเมือง”เนื่องจากรัฐบาลยุคแพทองธาร มีรัฐมนตรีที่มีญาติเป็นเจ้าของโรงแป้งที่ตั้งโรงงานติดแนวชายแดนหลายโรง มีความเป็นไปได้ที่จะพยายามหาแนวทางให้รับซื้อมันฯของเกษตรกรไทยในราคาถูกกว่าความเป็นจริง ถึงแม้จะไม่นำเข้ามันจากเขมรก็ตาม ราคามันสดที่เกษตรกรผลิตออกมาก็จะถูกกดแบบนี้ตลอดไป ฝากรัฐบาลชุดใหม่ให้”มองเห็นหัวเกษตรกร”บ้างเท่าที่ทราบรัฐบาลยุคแพทองธาร “ไม่เอาเกษตรกร”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://workpointnews.com/news/economy-livelihood/NMEB0zFCZ&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2nCdbGZzVZMdmv-_IXVNyt

  • “อนุสรณ์” เสนอ 7 มาตรการเร่งด่วนให้รัฐบาลขัดตาทัพ ก่อนคืนอำนาจให้ประชาชน : อินโฟเควสท์

    “อนุสรณ์” เสนอ 7 มาตรการเร่งด่วนให้รัฐบาลขัดตาทัพ ก่อนคืนอำนาจให้ประชาชน : อินโฟเควสท์

    นายอนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ และผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐกิจดิจิทัล การลงทุนและการค้าระหว่างประเทศ (DEIIT) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ระบบและสถาบันทางเศรษฐกิจ สถาบันทางด้านการลงทุนของไทย มีความมั่นคงและเข้มแข็งระดับหนึ่งในการรองรับการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง หรือการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลได้ อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงรัฐบาลย่อมนำมาสู่ความไม่แน่นอนของการดำเนินนโยบายและมาตรการต่าง ๆ ทางเศรษฐกิจ การชะลอตัวของการลงทุนทั้งภาครัฐและเอกชน ย่อมเกิดขึ้น การชะลอตัวของการลงทุนจะมากหรือน้อย อยู่ที่สามารถจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้รวดเร็วแค่ไหน และองค์ประกอบของคณะรัฐมนตรีประกอบไปด้วยคนดีมีความรู้ความสามารถหรือไม่

    ความเชื่อมั่นการลงทุนอาจสั่นคลอนมากขึ้น หากไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้โดยเร็ว แม้จัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้แล้ว แต่มีการคาดการณ์ว่า รัฐบาลใหม่อาจอยู่ไม่นาน ยิ่งทำให้การแก้ปัญหาเศรษฐกิจเชิงโครงสร้างและการปฏิรูปเศรษฐกิจไม่สามารถทำได้ในระยะนี้ รวมทั้งโครงการลงทุนขนาดใหญ่ ที่รอกระบวนการตัดสินใจต้องชะลอออกไปก่อน จนกว่าหลังการเลือกตั้งในอีก 4-6 เดือนข้างหน้า ซึ่งเราหวังว่าจะได้รัฐบาลเสียงข้างมากที่มีเสถียรภาพ

    นายอนุสรณ์ กล่าวว่า หากการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ยังเป็นไปตามวิถีทางแห่งกฎหมาย และครรลองของระบอบประชาธิปไตยตามกลไกรัฐสภา ผลกระทบทางเศรษฐกิจและการลงทุนจะอยู่ในระดับจำกัด และสามารถบริหารจัดการได้ อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปีนี้ที่ระดับ 2% ยังมีความเป็นไปได้

    โดยอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยครึ่งปีแรกอยู่ที่ 3% และคาดว่าเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลัง จะชะลอตัวลงอย่างชัดเจน ทั้งการขยายตัวของภาคส่งออก ที่อาจเริ่มติดลบตั้งแต่เดือนสิงหาคมเป็นต้นไป การชะลอตัวของภาคการลงทุนทั้งภาครัฐ และเอกชนเมื่อเทียบกับครึ่งปีแรกอาจติดลบ โดยการขยายตัวของภาคการลงทุนเป็นบวกในช่วงครึ่งปีแรก การลงทุนภาคเอกชนขยายตัว 1.4% ภาครัฐขยายตัว 17.5% หากรัฐสภาสามารถโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีได้ในวันที่ 3 กันยายน ตลาดการเงินและตลาดหุ้นไทยน่าจะตอบสนองในทางบวก

    นายอนุสรณ์ ได้เสนอมาตรการเร่งด่วน 7 ข้อต่อรัฐบาลใหม่ให้มีการดำเนินการ ก่อนคืนอำนาจให้ประชาชน ดังนี้

    • มาตรการแรก เจรจาหารือกับรัฐบาลกัมพูชาเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดการปะทะกับตามแนวชายแดนไทยกัมพูชารอบใหม่ เพื่อรักษาชีวิตของประชาชนและทหาร ป้องกันความเสียหายทางเศรษฐกิจและทรัพย์สิน
    • มาตรการที่สอง ฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างไทยกัมพูชาให้กลับสู่ภาวะปกติ และเปิดด่านชายแดนเพื่อให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจการค้าสามารถดำเนินการได้ตามปกติ
    • มาตรการที่สาม เร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2568 โดยเฉพาะงบลงทุน และเร่งรัดการดำเนินการโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ได้รับอนุมัติแล้ว
    • มาตรการที่สี่ สนับสนุนการขับเคลื่อนการลงทุนภาคเอกชนให้ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
    • มาตรการที่ห้า ออกมาตรการลดผลกระทบที่เกิดจากกำแพงภาษี และมาตรการกีดกันการค้าจากสหรัฐอเมริกาเพิ่มเติม โดยเฉพาะมาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอี และรักษาการจ้างงาน
    • มาตรการที่หก มาตรการดูแลผลกระทบจากความผันผวนของสภาพภูมิอากาศต่อภาคเกษตรกรรม และราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ
    • มาตรการที่เจ็ด มาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และผ่อนคลายการปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้น

    นายอนุสรณ์ กล่าวต่อว่า ส่วนนโยบายหรือมาตรการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ คงไม่สามารถดำเนินการอะไรได้มากนักในรัฐบาลใหม่ที่อายุ 4 เดือน การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและการปฏิรูปเศรษฐกิจในบางมิตินั้น ต้องอาศัยความมีเสถียรภาพทางการเมืองและรัฐบาลต้องอยู่ยาวนานพอ อาจจะเกิดขึ้นได้หลังการเลือกตั้งหากได้รัฐบาลเสียงข้างมากเด็ดขาด การถดถอยลงของภาคส่งออกจากการชะลอของเศรษฐกิจโลก เป็นสิ่งที่รัฐบาลใหม่ต้องหันมาเอาใจใส่อย่างจริงจังในเรื่องการยกระดับขีดความสามารถของสินค้าไทย และการยกระดับประสิทธิภาพการผลิตให้สูงขึ้น

    ประสิทธิภาพการผลิตโดยรวมของไทย (Total Factor Productivity of Thailand) นั้น ยังมีอัตราการเติบโตต่ำ ธุรกิจอุตสาหกรรมที่มีผลิตภาพสูงส่วนใหญ่ เป็นโรงงานการผลิตของบรรษัทข้ามชาติ ที่มีการใช้เทคโนโลยีและทุนเข้มข้น งานวิจัยหลายชิ้นที่ศึกษาเกี่ยวกับประสิทธิภาพการผลิตรวมของไทยขยายตัวต่ำกว่า 1.2-1.3% ในช่วงสามทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีระดับประสิทธิภาพในการผลิต (Productive Efficiency) อยู่กึ่งกลางระหว่างประเทศที่ใช้แรงงานเป็นหลัก และประเทศที่ใช้ทุนเป็นหลักจึงสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน การสูญเสียความสามารถในการแข่งขันนี้ จะยาวนานมากจนกว่าไทยสามารถพัฒนากิจการที่มูลค่าเพิ่มสูง การผลิตใช้ปัจจัยทุนหรือเทคโนโลยีเข้มข้น พร้อมกับสามารถพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีของตัวเอง

    นายอนุสรณ์ ชี้ว่า ปัจจัยประสิทธิภาพการผลิตนี้ เป็นสิ่งที่ส่งผลต่อพื้นฐานความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว ซึ่งแตกต่างจากปัจจัยค่าแรง นโยบายสาธารณะ และอำนาจตลาดที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็ว และใช้เวลาสั้นกว่ามาก ภาวะการตกต่ำของภาคส่งออกไทยโดยเฉพาะสินค้าอุตสาหกรรมบางตัว จะเกิดขึ้นอย่างยาวนาน หากไม่สามารถปรับปรุงผลิตภาพการผลิตได้

    จากประสบการณ์ของประเทศที่สามารถก้าวข้ามพ้นกับดักรายได้ระดับปานกลางได้ เช่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน สิงคโปร์ นั้น ภาครัฐจะต้องเข้ามามีบทบาทในการส่งเสริมและพัฒนาระดับความสามารถทางการผลิตของประเทศ เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันระดับโลก การกดค่าแรงไม่ใช่นโยบายที่ถูกต้อง เพื่อนร่วมชาติผู้ใช้แรงงานต้องได้รับผลประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจ การกำหนดค่าแรงขั้นต่ำและเงินเดือนแรกเข้าสูงขึ้น เป็นนโยบายที่จะช่วยบรรเทาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจได้ระดับหนึ่งเท่านั้น ต้องมีมาตรการเชิงรุกอื่น ๆ เพิ่มเติม จึงสามารถแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำเรื้อรังที่ต้นตอได้

    นายอนุสรณ์ กล่าว่า ภาคการผลิตของเศรษฐกิจไทย ไม่สามารถอาศัยแรงงานทักษะต่ำราคาถูกจากประเทศเพื่อนบ้านไปเรื่อย ๆโดยไม่คิดยกระดับทักษะแรงงานเหล่านี้ เราควรปฏิบัติต่อแรงงานต่างด้าวอย่างมีมาตรฐาน และสิ่งนี้เป็นการแสดงความมีศิวิไลซ์ของสังคมไทย การปฏิรูปเศรษฐกิจให้เกิดความเท่าเทียมจึ งต้องเกี่ยวข้องกับการจัดการเรื่องทุน โดยเฉพาะทุนขนาดใหญ่ที่มีลักษณะผูกขาด ให้กลายเป็นทุนที่แข่งขันกันอย่างเสรี

    “เราต้องมีกลุ่มทุนขนาดใหญ่ ที่อาศัยนวัตกรรมและขีดความสามารถในการแข่งขันเพิ่มขึ้น ไม่ใช่มีเพียงกลุ่มทุนขนาดใหญ่ที่อาศัยสัมปทานผูกขาดจากภาครัฐ ขณะเดียวกัน ต้องมีมาตรการทางภาษีในการแบ่งปันกำไรส่วนเกิน มากระจายให้กับสังคมผ่านระบบสวัสดิการ หรือการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจไปยังพื้นที่ยากจน” นายอนุสรณ์ ระบุ

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (31 ส.ค. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/news/2025-IR7U0IQ3ZW4EUS62LXXAFQIIRBEZWTC2&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1pyfPNbmYooqXeskAr8P2F

  • วช. สนับสนุนการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้นวัตกรรมโดรน ณ โรงเรียนพิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี พัฒนาเป็นศูนย์ขยายผลทักษะด้านเทคโนโลยีสำหรับสถาบันการศึกษาในพื้นที่

    วช. สนับสนุนการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้นวัตกรรมโดรน ณ โรงเรียนพิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี พัฒนาเป็นศูนย์ขยายผลทักษะด้านเทคโนโลยีสำหรับสถาบันการศึกษาในพื้นที่

    วช. สนับสนุนการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้นวัตกรรมโดรน ณ โรงเรียนพิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี พัฒนาเป็นศูนย์ขยายผลทักษะด้านเทคโนโลยีสำหรับสถาบันการศึกษาในพื้นที่

    วันที่ 30 สิงหาคม 2568 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ เปิดศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรมโดรน ต้นแบบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ประธานในพิธี พร้อมด้วย นายพุฒิเมธ พวงจันทึก ผู้อำนวยการโรงเรียนพิบูลมังสาหาร กล่าวขอบคุณ, นายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ กล่าวถึงที่มาการจัดตั้งศูนย์ฯ, ผู้ทรงคุณวุฒิ และคณะผู้บริหาร วช. เข้าร่วมพิธี ณ โรงเรียนพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี

    ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. เห็นถึงความสำคัญของเทคโนโลยีโดรน ซึ่งได้นำมาใช้ประโยชน์ทั้งด้านเกษตรกรรม ทรัพยากรธรรมชาติ การศึกษา และความมั่นคง โดยการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรมโดรน ต้นแบบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มุ่งหวังการพัฒนาทักษะของเยาวชนในสถาบันการศึกษาในจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมการส่งเสริมการเรียนรู้ของเยาวชนในด้าน STEM และเทคโนโลยีสมัยใหม่ ซึ่งทางโรงเรียนพิบูลมังสาหารมีศักยภาพและความสามารถจากการแข่งขันและการได้รับรางวัลในระดับประเทศมาอย่างต่อเนื่อง จึงมีความเหมาะสมที่จะเป็นแหล่งศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบต่อยอดสู่การสร้างถ่ายทอดความรู้ การพัฒนาทักษะ ให้กับพื้นที่

    นายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ กล่าวว่า ศูนย์การเรียนรู้นวัตกรรมโดรนต้นแบบมีวัตถุประสงค์เพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการถ่ายทอดองค์ความรู้และพัฒนาศักยภาพของเยาวชนในด้านการใช้เทคโนโลยีโดรนและปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับได้ให้การสนับสนุนด้านอุปกรณ์การเรียนรู้ เช่น โดรนสำหรับถ่ายภาพมุมสูง, ระบบ Flight Simulator และจัดตั้งหลักสูตรการเรียนการสอนเกี่ยวกับอากาศยานไร้คนขับ การจัดตั้งศูนย์ดังกล่าวถือเป็นก้าวสำคัญในการต่อยอดการพัฒนาทักษะของเยาวชน พร้อมทั้งสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างนวัตกรที่มีคุณภาพให้กับประเทศ

    ทั้งนี้ วช. และสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ พร้อมด้วยองค์กรภาคีเครือข่าย มีความมุ่งมั่นในการส่งเสริมและสนับสนุนการเรียนรู้ของเยาวชนไทยในด้านเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ผ่านการจัดอบรมที่เน้นการลงมือปฏิบัติ เพื่อให้สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้ในชีวิตประจำวันและเพื่อเสริมสร้างทักษะด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมให้กับเยาวชนไทย ตลอดจนเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศในด้านความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ การวิจัย และเทคโนโลยี อันจะนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/953178&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw04rXaeMZbsJvvTd6l6qfLR

  • “เพื่อไทย” เปิดคุณสมบัติ “ชัยเกษม” พร้อมนั่ง “นายกฯคนใหม่” แล้ว

    “เพื่อไทย” เปิดคุณสมบัติ “ชัยเกษม” พร้อมนั่ง “นายกฯคนใหม่” แล้ว

    วันที่ 31 ส.ค.68  เพจ พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความระบุว่า แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ศาสตราจารย์พิเศษ ชัยเกษม นิติสิริ   

    หนึ่งในบุคคลสำคัญในแวดวงกฎหมายและการเมืองของไทย ด้วยประสบการณ์ยาวนานทั้งในฐานะ อัยการสูงสุด และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เขาได้รับการยอมรับว่าเป็นนักกฎหมายที่ยึดมั่นในหลักนิติรัฐ และเคยมีบทบาทโดยตรงในหลายเหตุการณ์สำคัญของประเทศ

    ● ประวัติการศึกษาและเส้นทางการทำงาน
    – การศึกษา
    1. ปริญญาตรี แผนกนิติศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (เกียรตินิยมอันดับสอง)
    2. กฎหมายระหว่างประเทศ Columbia University, USA
    3. ได้รับประกาศนียบัตรเนติบัณฑิตไทย จากสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา ก่อนเข้าสู่เส้นทางสายกฎหมายเต็มตัว

    – งานอัยการ
    1.เริ่มรับราชการอัยการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2516
    2.ค่อยๆ ก้าวหน้าจนได้รับตำแหน่งสูงสุดคือ อัยการสูงสุด ระหว่างปี พ.ศ. 2550-2552

    – งานการเมือง
    1.หลังเกษียณราชการ ได้เข้าสู่การเมือง โดยได้รับตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในรัฐบาล น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556
    2. มีบทบาทสำคัญในการผลักดันนโยบายด้านกระบวนการยุติธรรม
    3. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย
    4. ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี (นายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน)
    5. ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี (นายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร)

    ประสบการณ์อื่นที่สำคัญ
    1. ประธานคณะกรรมการด้านประชาธิปไตย กระบวนการยุติธรรม และความเสมอภาคเท่าเทียม พรรคเพื่อไทย
    2. ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมือง พรรคเพื่อไทย
    3. อดีตประธานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)

    ● บทบาททางการเมืองและเหตุการณ์สำคัญ

    – กับพรรคเพื่อไทย
    ชัยเกษมเป็นบุคคลสำคัญที่พรรคให้ความไว้วางใจ และได้รับการเสนอชื่อเป็น แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ของพรรคในการเลือกตั้ง 2562-2566

    – การรัฐประหารปี พ.ศ. 2557
    ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เขาเป็นหัวหน้าคณะฝ่ายรัฐบาลในการเจรจากับคณะรัฐประหารที่สโมสรทหารบก เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ได้ยืนยันจุดยืนของรัฐบาลรักษาการว่าจะไม่ลาออกทั้งคณะและรายบุคคล หลังจากนั้นไม่นาน พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศยึดอำนาจ ถือเป็นเหตุการณ์ที่เขามีบทบาทเผชิญหน้าโดยตรง

    – บทบาทหลังรัฐประหาร
    ยังคงเคลื่อนไหวทางการเมืองในพรรคเพื่อไทย ได้รับแต่งตั้งเป็น ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองของพรรค

    ● จุดยืนทางการเมือง

    – หลักนิติรัฐ (Rule of Law)
    1. ย้ำมาตลอดว่าหลักนิติรัฐคือทางออกของความขัดแย้งทางการเมือง
    2. มองว่าการนำกฎหมายมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง ก่อให้เกิดความแตกแยกและบั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชน

    – การแก้ไขรัฐธรรมนูญ
    1. เห็นว่ารัฐธรรมนูญปี 2560 เป็นอุปสรรคต่อพัฒนาการประชาธิปไตย
    2. สนับสนุนการจัดตั้ง สภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้ง เพื่อให้ได้รัฐธรรมนูญที่เป็นของประชาชนอย่างแท้จริง
    3. เสนอให้เขียนไว้ชัดเจนว่า “การรัฐประหารเป็นความผิดอาญาฐานกบฏ และไม่มีอายุความ เพื่อป้องกันการยึดอำนาจในอนาคต”

    เส้นทางของ ชัยเกษม นิติสิริ เป็นการผสมผสานระหว่างประสบการณ์ด้านกฎหมายกับการเมือง เขายืนหยัดในหลักประชาธิปไตยและนิติรัฐ มุ่งหวังสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม และผลักดันให้ประเทศไทยเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคงบนเส้นทางประชาธิปไตย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/n/648025&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw31aW_DFyUWg7ANe6t7hvG3

  • ไม่แก่เกินเรียน! “หม่ำ-อ๊อฟ-ดี้” นำทัพดาราศิลปินรับพระราชทานปริญญาบัตร ม.กรุงเทพธนบุรี | เดลินิวส์

    ไม่แก่เกินเรียน! “หม่ำ-อ๊อฟ-ดี้” นำทัพดาราศิลปินรับพระราชทานปริญญาบัตร ม.กรุงเทพธนบุรี | เดลินิวส์

    ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา  สิริวัฒนาพรรณวดี  เสด็จพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี (มกธ.)  ประจำปีการศึกษา 2567 เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2568  โดยมีดุษฎีบัณฑิต  มหาบัณฑิต  และบัณฑิตเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร  จำนวน  2,600 คน 

    ในการนี้  ศ.ดร.บังอร  เบ็ญจาธิกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี  รศ.ดร.ดวงฤทธิ์  เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง  สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร  พล.อ.เชษฐา  ฐานะจาโร  นายกสภามหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี  พร้อมด้วยผู้บริหาร  คณาจารย์  บุคลากร  และนักศึกษาเฝ้ารับเสด็จ  ณ อาคาร Bangkok Thonburi Hall  มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี

    โอกาสนี้ มีบุคคลที่ทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติ  และสาธารณะ  สมควรได้รับปริญญาบัตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์  รวม  7 คน  โดยสภามหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีมีมติเอกฉันท์มอบปริญญาศิลปกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์  คณะศิลปกรรมศาสตร์แก่พระเทพวชิรวิทยานุสิฐ (วราห์ ปุญญวโร)  รัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์  คณะรัฐศาสตร์แก่พระครูยติธรรมานุยุต (สมทรง ธมมทินโน)  ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์  คณะนิเทศศาสตร์แก่  นายศุภชัย  ศรีวิจิตร (เอ)  และ นายพงษ์พัฒน์  วชิรบรรจง (อ๊อฟ)  บริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์  คณะบริหารธุรกิจแก่  นายไพศาล  เพริศวิวัฒนา  มหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์  คณะรัฐศาสตร์แก่นายจะเด็ด  มีหกวงค์  และมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์  คณะบริหารธุรกิจแก่  นางหยาง จิ่ง (Mrs.Yang Jing)  

    นอกจากนี้ ยังมีเหล่าดารา ศิลปิน นักร้อง นักแสดง และสื่อมวลชนที่เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร  ได้แก่   น.ส.ดวงพร  แน่งน้อย  ปริญญาโทศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต  สาขาวิชาการบริหารการศึกษา  น.ส.ทัศนียา รัตน์วงศ์  ปริญญาโทรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต  สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์  นายสถาพร ชุ่มจิตร  นายณัฐพล นิลดอนหวาย  น.ส.กัญกนิษฐ์  มั่งมี  และน.ส.สุธิรจน์ ศรีเพ็ชร  ปริญญาโทนิเทศศาสตรมหาบัณฑิต  สาขาวิชานิเทศศาสตร์  คุณปัทมา  ปานทอง  ปริญญาตรีนิเทศศาสตรบัณฑิต  สาขาวิชานวัตกรรมการออกแบบสื่อและการผลิตสื่อ  น.ส.ปิ่นทิพย์  อรชร  ปริญญาตรีนิติศาสตรบัณฑิต  สาขาวิชานิติศาสตร์  และ คุณเพ็ชรทาย  วงษ์คำเหลา  (หม่ำ จ๊กมก)  ปริญญาตรีคณะรัฐศาสตร์  สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์

    สำหรับ บุคลากรด้านการกีฬา  และนักกีฬาที่มีชื่อเสียงเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรในปีนี้ด้วย  เช่น  นางกมลา  ทองกร  (คุณแม่ปุ๊ก)  ปริญญาโทรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต  นายกุลวุฒิ  วิทิตศานต์  (น้องวิว)  นักกีฬาแบดมินตันชายเดี่ยวมือวางอันดับ 1 ของโลก  นายนฤเศรษฐ์  เหล่าเทิดพงษ์ (องศา)  นายวรภพ  ชื่นค้า (บีม)  นายสุรสิทธิ์  อริยะบารนีกุล (จ๊อบ)  และนายภรัณยู  ขาวสำอาง (ภีม)  ปริญญาตรีคณะรัฐศาสตร์

    ด้าน “อ๊อฟ พงษ์พัฒน์” ผู้กำกับและนักแสดงชื่อดัง เผยว่า “ความรู้สึกที่มารับปริญญาในวันนี้ก็เป็นเกียรติครับ ทางมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีก็ให้เกียรติ ซึ่งส่วนตัวไม่ได้มีการซักซ้อมเลย เพราะเมื่อวานก็ยังทำงานอยู่ แต่ว่าเราเตรียมตัวเตรียมใจมารับแล้ว ทราบข่าวนี้มานานแล้ว ซึ่งปริญญาใบนี้ก็สร้างความภาคภูมิใจให้กับเราและครอบครัวได้ เพราะว่าเราเรียนมาทั้งชีวิตแล้ว ซึ่งปริญญาที่ทางมหาวิทยาลัยมอบให้เราเป็นปริญญาที่ใช้เวลาเรียนทั้งชีวิต มันไม่ใช่แค่ว่าแป๊บเดียว ก็คงเห็นว่าเราใช้เวลาเรียนมาก เหนื่อยมากพอแล้ว (หัวเราะ) ส่วนคนในครอบครัวทุกคนก็แสดงความยินดี แต่บอกให้พ่อมาเองนะ (ยิ้ม)”

    สำหรับ “ดี้ ปัทมา” นักแสดงชื่อดังรุ่นใหญ่ เผยว่า “ความรู้สึกในวันนี้มันเป็นการรอคอยที่ยาวนานมากค่ะ เพราะว่าดี้เรียนจบอนุปริญญาตั้งแต่ปี 24 และก็เก็บวุฒิบัตรไว้เพื่อที่จะเรียนต่อ พอเข้าวงการงานก็เยอะเลยไม่ได้เรียน พอแต่งงานมีลูกก็ไม่ได้เรียนอีก พอลูกเรียนจบแล้วเราก็เลยมาสานฝันตัวเองด้วยการมาเรียนต่อ และในที่สุดก็ได้ใส่ชุดครุยนี่แหละค่ะ”

    “หม่ำ จ๊กมก” ผู้กำกับและนักแสดงตลกชื่อดัง เผยว่า “วันนี้ก็ดีใจและภูมิใจมากครับ เพราะเรียนมาหลายปี ที่จริงเรียนตั้งแต่ปี 52 แต่ช่วงนั้นหนังมันเยอะเลยไม่ได้เรียนต่อ ถ้าเรียนตั้งแต่ปีนั้นก็คงจบไปนานแล้ว ก็เลยหยุดไปยาว แล้วเพิ่งกลับมาเรียนตอนปี 65 โดยการเรียนครั้งนี้ลูกกับภรรยาก็ยังไม่รู้เลยครับ ผมซุ่มเรียนอยู่พักใหญ่ ส่วนสาเหตุที่เลือกเรียนเกี่ยวกับกฎหมาย การปกครอง รัฐศาสตร์ เพราะส่วนตัวชอบเรื่องการปกครองครับ ซึ่งการเรียนครั้งนี้ผมก็ภูมิใจที่ ม.กรุงเทพธนบุรีให้เกียรติผม ไม่มีใครแก่เกินเรียนหรอกครับ ผมจบ กศน. มาหลายปีแล้วก็กลับมาเรียนต่อในปี 65 นี่แหละครับ บางทีเราไม่ได้เขียนนาน เวลากลับมาเขียนนิ้วก็ล็อกเลย แล้วก็มีการอ่านเรื่องการปกครองบ้าง กฎหมายท้องถิ่นบ้าง เพราะเป็นคนชอบอ่านอยู่แล้ว จะว่ายากก็ยากนะ ซึ่งระหว่างทางก็มีพี่สิทธิโชคคอยดูแลอยู่ตลอด เขาเป็นอาจารย์ที่นี่ก็คอยชี้แนะ ผมก็ไปติวกับเขา ระยะเวลาการศึกษาก็สามปี ส่วนอนาคตก็อยากจะเรียนต่อโทสักหน่อย อาจจะเป็นสาขาใหม่ หรืออาจจะเรียนกฎหมายต่อ แต่คนก็ว่ายากนะ แต่ว่าจะลองดู ถ้าเหนื่อยก็อาจจะเลิก (ยิ้ม)”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5069607/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0vJBOX_48XY0ZNneZbDgmp

  • พรรคเพื่อไทยแพร่ประวัติ  “ชัยเกษม”  แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 

    พรรคเพื่อไทยแพร่ประวัติ  “ชัยเกษม”  แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 

    วันอาทิตย์ ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 20.20 น.

    เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2568   เพจเฟซบุ๊กพรรคเพื่อไทย โพสต์รูปพร้อมข้อความ ระบุว่า แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นายชัยเกษม นิติสิริ หนึ่งในบุคคลสำคัญในแวดวงกฎหมายและการเมืองของไทย ด้วยประสบการณ์ยาวนาน ทั้งในฐานะอัยการสูงสุด และรมว.ยุติธรรม ได้รับการยอมรับ ว่าเป็นนักกฎหมายที่ยึดมั่นในหลักนิติรัฐ และเคยมีบทบาทโดยตรงในหลายเหตุการณ์สำคัญของประเทศ

    ประวัติการศึกษาและเส้นทางการทำงาน การศึกษาปริญญาตรี แผนกนิติศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (เกียรตินิยมอันดับสอง), กฎหมายระหว่างประเทศ Columbia University, USA, ได้รับประกาศนียบัตรเนติบัณฑิตไทย จากสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา ก่อนเข้าสู่เส้นทางสายกฎหมายเต็มตัว

    งานอัยการ เริ่มรับราชการอัยการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2516 ค่อยๆก้าวหน้าจนได้รับตำแหน่งสูงสุดคือ อัยการสูงสุด ระหว่างปี 50-52 งานการเมือง หลังเกษียณราชการได้เข้าสู่การเมือง โดยได้รับตำแหน่ง รมว.ยุติธรรม ในรัฐบาล น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ตั้งแต่ปี 56, มีบทบาทสำคัญในการผลักดันนโยบายด้านกระบวนการยุติธรรม, สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย, ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี (นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกฯ) และที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี (น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ)

    ประสบการณ์อื่นที่สำคัญ ประธานคณะกรรมการด้านประชาธิปไตย กระบวนการยุติธรรม และความเสมอภาคเท่าเทียม พรรคเพื่อไทย, ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย และอดีตประธานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)

    บทบาททางการเมือง และเหตุการณ์สำคัญกับพรรคเพื่อไทย นายชัยเกษม เป็นบุคคลสำคัญที่พรรคให้ความไว้วางใจ และได้รับการเสนอชื่อเป็น แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ของพรรคในการเลือกตั้งปี 62-66 การรัฐประหารปี 57 ในฐานะรมว.ยุติธรรม เป็นหัวหน้าคณะฝ่ายรัฐบาลในการเจรจากับคณะรัฐประหารที่สโมสรทหารบก เมื่อวันที่ 22 พ.ค.57 ได้ยืนยันจุดยืนของรัฐบาลรักษาการว่าจะไม่ลาออกทั้งคณะและรายบุคคล หลังจากนั้นไม่นาน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศยึดอำนาจ ถือเป็นเหตุการณ์ที่มีบทบาทเผชิญหน้าโดยตรง

    บทบาทหลังรัฐประหาร ยังคงเคลื่อนไหวทางการเมืองในพรรคเพื่อไทย ได้รับแต่งตั้งเป็นประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองของพรรค ส่วนจุดยืนทางการเมือง หลักนิติรัฐ (Rule of Law) ย้ำมาตลอดว่าหลักนิติรัฐคือทางออกของความขัดแย้งทางการเมือง, มองว่าการนำกฎหมายมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง ก่อให้เกิดความแตกแยก และบั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชน การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เห็นว่ารัฐธรรมนูญปี 2560 เป็นอุปสรรคต่อพัฒนาการประชาธิปไตย, สนับสนุนการจัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้ง เพื่อให้ได้รัฐธรรมนูญที่เป็นของประชาชนอย่างแท้จริง และเสนอให้เขียนไว้ชัดเจนว่า “การรัฐประหารเป็นความผิดอาญาฐานกบฏ และไม่มีอายุความ เพื่อป้องกันการยึดอำนาจในอนาคต”

    ส่วนเส้นทางของนายชัยเกษม นิติสิริ เป็นการผสมผสานระหว่างประสบการณ์ด้านกฎหมายกับการเมือง ยืนหยัดในหลักประชาธิปไตยและนิติรัฐ มุ่งหวังสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม และผลักดันให้ประเทศไทยเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคงบนเส้นทางประชาธิปไตย
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/politic/444580&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3LUlM7Sm8LDVNBGo6P3Fr1

  • จริงหรือ? อยู่ในห้องแอร์ 6 ชั่วโมง ไม่ใช่แค่ “ปอดเสื่อม” ปัญหาผิวหนัง-ดวงตา ก็น่ากลัว!

    จริงหรือ? อยู่ในห้องแอร์ 6 ชั่วโมง ไม่ใช่แค่ “ปอดเสื่อม” ปัญหาผิวหนัง-ดวงตา ก็น่ากลัว!

    อยู่ห้องแอร์นาน เสี่ยงปอดเสื่อมจริงหรือ? แค่ 6 ชั่วโมงอาจเสียสุขภาพโดยไม่รู้ตัว

    คุณใช้เครื่องปรับอากาศวันละกี่ชั่วโมง? หลายคนอาจไม่เคยนึกว่า แค่การเปิดแอร์ต่อเนื่อง อาจส่งผลต่อสุขภาพได้อย่างรุนแรง ถึงขั้นทำให้ปอดเสื่อม และต้องเข้าโรงพยาบาล

    ตามรายงานจากสื่อประเทศจีน ชายคนหนึ่งจากเมืองเซินเจิ้นนามว่า คุณหวัง ได้เปิดเครื่องปรับอากาศภายในบ้านติดต่อกันถึง 3 วัน โดยไม่ได้ใช้งานเครื่องนี้มานานเกือบหนึ่งปี

    ไม่นานหลังจากเปิดใช้งาน เขาเริ่มมีไข้สูงและไอรุนแรง เมื่อตรวจ CT Scan พบว่าปอดขวาของเขามี เงาขาวขนาดใหญ่ พร้อมกับความเสียหายของอวัยวะอื่น เช่น ตับและไต

    แค่เปิดแอร์ ทำไมถึงส่งผลกระทบต่อปอดได้?

    มีข้อมูลระบุว่า การอยู่ในห้องแอร์เพียง 6 ชั่วโมง อาจทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของปอดลดลงถึง 30% ซึ่งเป็นประเด็นที่หลายคนอาจมองข้าม

    ผลการศึกษาในประเทศจีน ซึ่งมีอาสาสมัคร 100 คนที่ไม่สูบบุหรี่ แต่ใช้งานเครื่องปรับอากาศเป็นประจำ ถูกนำมาทดสอบสมรรถภาพปอดอย่างละเอียด ผลปรากฏว่า ปริมาณลมหายใจเข้าออก และการระบายอากาศในปอดลดลงอย่างชัดเจน โดยเฉพาะความสามารถในการหายใจลึก ลดลงมากกว่า 30%

    แม้ผลการศึกษานี้ยังไม่ถือเป็นข้อสรุปทางวิทยาศาสตร์ แต่สิ่งสำคัญคือ การตระหนักถึงผลกระทบระยะยาว ของการใช้แอร์เป็นเวลานานต่อสุขภาพ

    เสี่ยงติดเชื้อทางเดินหายใจ หรือปอดอักเสบ

    ผู้ที่อยู่ในห้องแอร์บ่อยๆ มีโอกาสสูงที่จะติดเชื้อทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัด น้ำมูกไหล คัดจมูก หรือในกรณีรุนแรง อาจกลายเป็นปอดอักเสบเช่นเดียวกับกรณีของคุณหวัง

    นอกจากนี้ ความแตกต่างของอุณหภูมิในและนอกบ้าน หากเกินกว่า 10 องศาเซลเซียส ร่างกายจะปรับตัวไม่ทัน ทำให้ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ และเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย

    ในขณะเดียวกัน เครื่องปรับอากาศจะดูดความชื้นในอากาศ ทำให้ภายในห้องแห้งผิดปกติ การปิดหน้าต่างตลอดเวลา ก็เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เชื้อโรคสะสมในอากาศได้ง่าย

    โรคอื่นที่อาจเกิดจากการอยู่ในห้องแอร์

    การใช้แอร์บ่อยๆ ยังอาจทำให้เกิด ปัญหาผิวหนัง เช่น ผิวแห้ง คัน เป็นผื่นแพ้ หรือกลาก รวมถึงปัญหาดวงตา อย่างแสบตา แห้งตา หรือระคายเคือง

    บางคนอาจมีอาการแพ้เรื้อรัง เช่น จาม คัดจมูก หายใจลำบาก หรือผื่นแพ้ผิวหนัง หากมีอาการเหล่านี้บ่อยครั้ง ควรระวังว่าอาจเกิดจากการอยู่ในห้องแอร์เป็นเวลานาน

    วิธีใช้เครื่องปรับอากาศให้ปลอดภัย

    เพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพจากการใช้แอร์ ควรปฏิบัติตามแนวทางดังนี้:

    • ล้างแอร์เป็นประจำ อย่างน้อยปีละครั้ง โดยเฉพาะก่อนเข้าสู่ฤดูร้อน และควรทำความสะอาดตัวกรองและแผงระบายความร้อนให้ดี
    • ตั้งอุณหภูมิให้เหมาะสม ควรตั้งไว้ที่ 26-28 องศาเซลเซียส และไม่ควรให้ต่างจากอุณหภูมิภายนอกเกิน 5-8 องศา
    • หลีกเลี่ยงการเป่าลมตรง โดยควรปรับให้แอร์เป่าขึ้นด้านบน เพื่อให้ความเย็นกระจายอย่างทั่วถึง และไม่โดนส่วนสำคัญของร่างกาย เช่น ศีรษะ ลำคอ หรือเอว
    • เปิดหน้าต่างระบายอากาศ เป็นระยะ เพื่อให้อากาศหมุนเวียนและลดความเสี่ยงของเชื้อโรคสะสม

    แม้เครื่องปรับอากาศจะช่วยให้เรารู้สึกสบายในช่วงอากาศร้อน แต่หากใช้งานไม่ถูกวิธี หรือไม่ดูแลรักษา ก็อาจกลายเป็นภัยเงียบที่ทำลายสุขภาพได้โดยไม่รู้ตัว

    อย่ามองข้ามสัญญาณเตือนของร่างกาย และอย่าลืมดูแลแอร์ให้สะอาดอยู่เสมอ เพื่อให้การใช้แอร์เป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพ ไม่ใช่ต้นตอของปัญหา

     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9837414/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Cj2hAZ6nAQu3mD5AqURDH

  • สภาพตลาดปักกิ่งช่วงปิดเทอมฤดูร้อน (จบ)

    สภาพตลาดปักกิ่งช่วงปิดเทอมฤดูร้อน (จบ)

    ผมขอนำท่านผู้อ่านกลับมาที่สภาพตลาดในกรุงปักกิ่งกันต่อเลยครับ … 

    โดยทั่วไปแล้ว ช่วงปิดเทอมฤดูร้อนของจีน ถือเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวที่มีชีวิตชีวาอยู่แล้ว การพาสมาชิกในครอบครัวออกเดินทางเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งในรูปของทริปพักผ่อน เยี่ยมญาติ และการศึกษา (เพื่อไปแอบส่องสถานศึกษาและการร่วมฉลองการจบการศึกษาของลูกหลาน) ทำให้การท่องเที่ยวไม่เพียงกลายเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจสำคัญที่มีประสิทธิภาพ แต่ยังกระตุ้นให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยในหัวเมืองที่เกี่ยวข้องอีกด้วย  

    รายงานของ LY.com แพลตฟอร์มท่องเที่ยวออนไลน์ของจีน ระบุว่า ในเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา การเดินทางของครอบครัว (ผู้เดินทางที่เดินทางพร้อมผู้เยาว์) นับเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของการขนส่งในภาพรวมของจีน โดยคิดเป็นราว 35% ของผู้โดยสารทางเครื่องบินภายในประเทศโดยรวม สอดคล้องกับข้อมูลของ Zhongxin Tourism 

    ทำนองเดียวกันก็เกิดขึ้นกับรูปแบบการขนส่งอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถไฟความเร็วสูง ข้อมูลจาก China Railway Group ระบุว่า ช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อน (กรกฎาคม-สิงหาคม) จำนวนผู้โดยสารคาดว่าจะแตะ 953 ล้านคน เพิ่มขึ้น 5.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือเฉลี่ยวันละเกือบ 15.4 ล้านคน โดยปักกิ่งถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยม

    ข้อมูลจาก Qunar Travel เปิดเผยว่า ยอดการจองโรงแรมในช่วงปิดเทอมฤดูร้อน สำหรับผู้เดินทางที่มีอายุระหว่าง 22-25 ปีเพิ่มขึ้นกว่า 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเมืองประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม อาทิ ปักกิ่ง ซีอาน และ หนานจิง นับเป็นตัวเลือกแรกๆ คิดเป็นสัดส่วนกว่า 70% ของทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

    ขณะเดียวกัน UTour ตัวแทนด้านการท่องเที่ยวในกรุงปักกิ่ง ยังเปิดเผยว่า จำนวนลูกค้าที่เดินทางในช่วงฤดูร้อน จะเพิ่มขึ้นถึง 70% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และคาดว่า มากกว่า 60% ของลูกค้าโดยรวมในช่วงฤดูร้อนนี้ จะอยู่ในรูปของการเดินทางเป็นครอบครัว

    นอกจากนี้ รายงานเกี่ยวกับ “พัฒนาการวันหยุดของครอบครัวในปี 2025” ที่จัดทำโดย Meituan แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชั้นนำของจีน และ สมาคมสวนสนุกและสถานที่ท่องเที่ยวแห่งประเทศจีน (China Association of Amusement Parks and Attractions: CAAPA) ที่เปิดเผยเมื่อเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา ยังมีข้อสังเกตที่น่าสนใจว่า สำหรับครอบครัวสมัยใหม่ของจีน วันหยุดพักผ่อนได้กลายเป็น “รูปแบบใหม่” ของการลงทุนในการบริโภค และมีแนวโน้มที่คนจีนจะให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์อันมีคุณค่า อาทิ การเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม แทนการซื้อสินค้าที่จับต้องได้ 

    เราจึงไม่น่าแปลกใจที่กิจกรรมพิเศษ อาทิ เวิร์กช็อปงานฝีมือแบบดั้งเดิม บนพื้นฐานของมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ อาทิ การทำตุ๊กตาแป้ง และ การตัดกระดาษ และสถานที่ท่องเที่ยวสมัยใหม่ที่เสริมสร้างความรู้และประสบการณ์ด้านวิทยาศาสตร์ อาทิ ท้องฟ้าจำลอง ที่ควรค่าแก่การถ่ายภาพและแชร์ในโลกออนไลน์ กำลังได้รับความสนใจ และเพิ่มสัดส่วนของการเดินทางมากขึ้น

    จุดหมายปลายทางที่มีทรัพย์สินทางปัญญา ก็เป็นอีกแห่งหนึ่งที่คนรุ่นใหม่ให้ความสนใจ รายงานของ Mafengwo แพลตฟอร์มการท่องเที่ยวออนไลน์ ระบุว่า การจองตั๋วเข้าเยี่ยมชมสวนสนุก Pop Land เพิ่มขึ้นอย่างมาก ส่วนสำคัญน่าจะได้แรงหนุนจาก Labubu, Molly, Dimoo และ SkullPanda ที่เป็น IP หลักของ Pop Mart นั่นเอง

    เมื่อพูดถึง Pop Land ผมก็ขอขยายความหน่อย เพราะสวนสนุกแห่งนี้ เต็มไปด้วยกร็ดที่น่าสนใจให้ติดตามมากมาย Pop Land ถือเป็นสวนสนุกแห่งแรก และแห่งเดียวของ Pop Mart ในกรุงปักกิ่ง ตั้งอยู่ประตูด้านซีกตะวันตกของสวนสาธารณะเฉาหยาง (Chaoyang) ซึ่งเป็นสวนสาธารณะที่ใหญ่ที่สุดในบริเวณกลางกรุงปักกิ่ง ทำให้ได้อีกชื่อหนึ่งว่า “Pop Mart City Park” 

    บนพื้นที่แนวยาวขนาดรวมราว 40,000 ตารางเมตร Pop Land ถูกจัดแบ่งเป็น 3 โซนหลัก อันได้แก่ Pop Street ที่เต็มไปด้วยจุดถ่ายภาพที่เก๋ไก่ ซุ้มขายขนม เครื่องดื่ม และไอสครีม รวมทั้งจุดเล่นเกมสนุกๆ มากมาย โดยผู้ซื้อบัตรผ่านประตูสามารถเล่นบางเกมได้ฟรี 1 ครั้ง และหากติดใจก็อาจซื้อตั๋วเล่นต่อได้ เล่นชนะก็รับโชคเป็น “กล่องสุ่ม” ให้ได้ลุ้นกัน

    ถัดมาคือ Labubu Forest Park ซึ่งเป็นพื้นที่พิเศษท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ที่รายล้อม อาทิ หมู่บ้านประมง (Fishing Village) และบ้านต้นไม้ (Tree House) รวมทั้งจุดเล่นแทรมโพลีนส์ (Trampolines) ชิงช้า และตาข่ายไต่ให้เด็กๆ ได้เล่นกันอย่างสนุกสนาน และที่พลาดไม่ได้ก็คือ การได้สัมผัสกับคนสวมใส่ชุดตาม IP ชื่อดังที่ออกมาแสดงและร่วมถ่ายรูปกับผู้เข้าเยี่ยมชมอย่างเป็นกันเอง ดังนั้น เราจะได้ยินเสียงกรี๊ดของ FC ในมุมต่างๆ ในพื้นที่นี้อยู่เป็นระยะ

    พื้นที่ส่วนสุดท้ายได้แก่ Molly’s Castle หรือ ปราสาทของมอลลี่ ซึ่งด้านล่างเป็นจุดจำหน่ายของที่ระลึกนานาประเภท จุดแสดง IP และร้านขายขนมและไอสครีมแบบเร็วๆ ขณะที่ชั้น 2-3 เป็นร้านอาหารขนาดใหญ่ที่นำเสนออาหาร ขนมหวาน และเครื่องดื่มภายใต้แนวคิดหลักของ IP ที่หลากหลาย           

                                        สภาพตลาดปักกิ่งช่วงปิดเทอมฤดูร้อน (จบ)

    นอกจากนี้ ในบริเวณด้านหน้าของปราสาทดังกล่าว ยังมีทะเลสาบใหญ่ ซึ่งตามหลักฮวงจุ้ยของจีน นี่คือแหล่งทรัพย์ที่ดี ที่นี่ท่านสามารถแวะไปรับประทานอาหารว่างและเครื่องดื่ม ชมวิวทะเลสาบบนเรือใน DIMOO Yacht Restaurant “The Yum Explorer” หรือเล่นเรือถีบได้ ส่วนหลังนี้ ทำให้ผมคิดถึงชีวิตในวัยเด็ก ที่เคยถีบเรือเล่นตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ อาทิ เขาดิน หรือ สวนสนุกของไทย

    ตอนที่ผมมีโอกาสเข้าไปส่อง Pop Land ในช่วงบ่ายของกลางเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา ซึ่งมีสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว ก็พบว่า มีวัยรุ่นและครอบครัวชาวจีนจำนวนมาก ที่หอบลูกจูงหลานเข้าไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ กับ IP ที่หลากหลายของ Pop Mart โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน Molly’s Castle เพราะนอกจากได้แวะไปส่องดูของที่ระลึก และ IP ที่แปลกตาแล้ว ยังได้หลบไอร้อนเข้าไปรับแอร์เย็นๆ และถ่ายรูปในมุมสวยๆ อีกด้วย

    ดังนั้น หากท่านผู้อ่านจะพาครอบครัวไปส่อง และหาซื้อของที่ระลึกที่สวนสนุกแห่งนี้ ผมก็ขอแนะนำให้เผื่อเวลาสำหรับการชำระเงินและลองลิ้มชิมรสอาหารที่ปราสาทดังกล่าว และสำหรับกล่องสุ่ม ก็ถูกจำกัดการซื้อไว้เพียงคนละ 2 ชิ้น

    ในด้านอื่นๆ ธุรกิจของรัฐและเอกชนจีน ต่างก็พยายามออกผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ มาตอบสนองต่อความต้องการในการเดินทางที่หลากหลาย และล่อใจผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง แม้กระทั่งบริการขนส่งสาธารณะที่รัฐผูกขาดอยู่ก็ตาม 

    ยกตัวอย่างเช่น การรถไฟของจีนก็ยังเตรียมเปิดตัวบริการที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใหม่ๆ เพื่อเอาใจนักเดินทาง อาทิ รถไฟ “เพดานกระจก” (Sky Mirror) และ รถไฟ “ศึกษาดูงาน” ที่หันมุมเก้าอี้ของผู้โดยสารออกด้านนอก เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้โดยสารได้มองเห็นวิวทิวทัศน์ในมุมกว้าง ประการสำคัญ บริการรถไฟพิเศษดังกล่าว มักมีเส้นทางผ่านหัวเมืองใหญ่อย่างปักกิ่ง

    สำหรับผมแล้ว แม้ว่าตัวเลขการบริโภคโดยรวมของจีน จะชะลอตัวลงในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา แต่ด้วยความมุ่งมั่นในการผลักดันการบริโภคในช่วงฤดูร้อน ผ่านกิจกรรมพิเศษมากมายของหน่วยงานภาครัฐ โมเดลธุรกิจ และ แคมเปญการตลาด ที่สร้างสรรค์ของกิจการเอกชน ที่ช่วยบูรณาการการท่องเที่ยว วัฒนธรรม การกีฬา การจับจ่ายใช้สอย และอื่นๆ เข้าด้วยกัน และแม้กระทั่งการขยายเวลาการพักผ่อนออกไปในยามค่ำคืนเพื่อหลบความร้อน สภาพตลาดช่วงปิดเทอมหนีร้อนในกรุงปักกิ่งก็ยังคึกคักในหลายส่วน 

    ท่านผู้อ่านว่างเมื่อไหร่ อย่าลืมแวะไปสัมผัสบรรยากาศที่ปักกิ่งกันบ้างนะครับ …

    คอลัมน์มังกรกระพือปีก โดย…ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4126 หน้า 4

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/blogs/columnist/Chinese-dragon/637583&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3XfB4z8dSYWGuOlNrWWKg3