Blog

  • โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ: สหรัฐฯ และระบอบไซออนิสต์เป็นที่รู้จักในเรื่องการผิดคำมั่นสัญญา

    โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ: สหรัฐฯ และระบอบไซออนิสต์เป็นที่รู้จักในเรื่องการผิดคำมั่นสัญญา

    โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ: สหรัฐฯ และระบอบไซออนิสต์เป็นที่รู้จักในเรื่องการผิดคำมั่นสัญญา / การรับประกันที่สำคัญที่สุดเพื่อไม่ให้สงครามเกิดขึ้นอีกคือพลังของอิหร่าน

    โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ:
    🔹 เรารู้อย่างชัดเจนตั้งแต่แรกว่าระบอบไซออนิสต์จะไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง และที่ผ่านมาได้ผิดคำมั่นสัญญามาโดยตลอด
    🔹 ฝ่ายอเมริกันก็เช่นกัน แต่ไม่ว่าอย่างไร นี่ก็เป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงที่ได้ตกลงกันตั้งแต่วันแรก และมีผู้ไกล่เกลี่ยจากปากีสถานรับรองไว้ ไม่ใช่ว่ามีเพียงฝ่ายเราเท่านั้นที่กล่าวเช่นนี้ แต่เหตุการณ์ก็ไม่ได้เป็นไปตามนั้น และด้วยเหตุนี้เราจึงมาถึงจุดนี้
    🔹 เมื่อฝ่ายตรงข้ามไม่สามารถปฏิบัติตามพันธกรณีในช่วงหยุดยิง ซึ่งโดยสมมติเป็นเพียงชั่วคราว แล้วจะสามารถมีความเชื่อมั่นขั้นต่ำได้อย่างไรว่าจะปฏิบัติตามพันธกรณีที่ยาวนานและซับซ้อนกว่านี้ได้

  • คนไทยกระอักพิษ ‘ค่าครองชีพพุ่ง’ ชะลอเดินทาง หยุดยาววันแรงงาน ‘ท่องเที่ยว’ สะพัดหมื่นล้าน

    คนไทยกระอักพิษ ‘ค่าครองชีพพุ่ง’ ชะลอเดินทาง หยุดยาววันแรงงาน ‘ท่องเที่ยว’ สะพัดหมื่นล้าน

    “การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย” (ททท.) คาดการณ์สถานการณ์เดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศของคนไทยช่วงหยุดยาว “วันแรงงานแห่งชาติ” ต่อเนื่อง “วันฉัตรมงคล” ปี 2569 ระหว่างวันที่ 1-4 พ.ค. มีแนวโน้มชะลอตัวจากวิกฤติราคาน้ำมันกดดันค่าครองชีพพุ่ง

    ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า จากแรงกดดันราคาพลังงานและค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้คนไทยต้องระมัดระวังการใช้จ่ายและปรับพฤติกรรมการท่องเที่ยว คำนึงถึงงบประมาณมากขึ้น ประกอบกับเพิ่งผ่านการเดินทางท่องเที่ยวและการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลสงกรานต์

    ททท.จึงประเมินว่าช่วงหยุดยาววันแรงงานแห่งชาติและวันฉัตรมงคลปีนี้จะมีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 2.83 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้หมุนเวียนประมาณ 10,050 ล้านบาท และมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยของสถานพักแรมอยู่ที่ 64% แบ่งเป็นอัตราการเข้าพักเฉลี่ยที่เกิดจากนักท่องเที่ยวไทย 39%

    ภูมิภาคที่มี “จำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย” เดินทางเข้ามากที่สุด 3 อันดับแรก คือ ภาคกลาง 843,700 คน-ครั้ง รองลงมาคือ ภาคตะวันออก 619,500 คน-ครั้ง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 558,300 คน-ครั้ง ส่วน ภูมิภาคที่มี “รายได้จากผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย” มากที่สุด 3 อันดับแรก คือภาคตะวันออก 2,710 ล้านบาท รองลงมาคือ ภาคกลาง 1,930 ล้านบาท และภาคใต้ 1,690 ล้านบาท

    สำหรับ “จุดหมายปลายทาง” ที่ได้รับความนิยมในช่วงหยุดยาวนี้ พบว่า 5 อันดับเมืองหลักที่มีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยเดินทางเข้าพื้นที่มากที่สุด ได้แก่ กาญจนบุรี ชลบุรี กรุงเทพฯ นครราชสีมา และฉะเชิงเทรา ขณะที่ 5 อันดับเมืองน่าเที่ยว (เมืองรอง) ที่มีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยเดินทางเข้าพื้นที่มากที่สุด ได้แก่ สุพรรณบุรี อุดรธานี จันทบุรี ราชบุรี และเชียงราย

    “พฤติกรรมการเดินทางในช่วงวันหยุดยาว ส่วนใหญ่เดินทางระยะใกล้เพื่อพาครอบครัวไปท่องเที่ยวพักผ่อนก่อนเปิดภาคเรียน เน้นจุดหมายปลายทางที่เดินทางสะดวก ใช้เวลาไม่นาน และค่าใช้จ่ายไม่สูง”

    คนไทยกระอักพิษ ‘ค่าครองชีพพุ่ง’ ชะลอเดินทาง หยุดยาววันแรงงาน ‘ท่องเที่ยว’ สะพัดหมื่นล้าน

    ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์

    สอดคล้องกับข้อมูลผลการสำรวจของภาคเอกชน อาทิ ผลการสำรวจ “แผนการเดินทางท่องเที่ยวของคนไทยในไตรมาส 1/2569” ของสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) พบว่าคนไทย 16-28% มีแผนเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดเนื่องในวันแรงงานแห่งชาติต่อเนื่องวันฉัตรมงคลปี 2569 ส่วนใหญ่เลือกที่จะเดินทางท่องเที่ยวในจังหวัดตัวเองและจังหวัดใกล้เคียงมากกว่าการเดินทางข้ามภูมิภาค โดยเป็นการเที่ยวจังหวัดตัวเองและจังหวัดใกล้เคียงแบบไม่พักค้าง 12-20% และท่องเที่ยวจังหวัดใกล้เคียงมีการพักค้างคืน 2-6% ขณะที่การเดินทางข้ามภาคมีเพียง 2%

    ด้านข้อมูลจาก “อโกด้า” (Agoda) แพลตฟอร์มท่องเที่ยวออนไลน์ ระบุว่า ช่วงหยุดยาววันแรงงานและวันฉัตรมงคล ระหว่างวันที่ 30 เม.ย. – 4 พ.ค. 2569 คนไทยให้ความสนใจค้นหาจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวระยะใกล้ที่สามารถขับรถได้จากกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้น เช่น ระยอง 44%, พัทยา 40%, ชลบุรี 29%, เกาะเสม็ด 22% และหัวหิน-ชะอำ 19%

    คนไทยกระอักพิษ ‘ค่าครองชีพพุ่ง’ ชะลอเดินทาง หยุดยาววันแรงงาน ‘ท่องเที่ยว’ สะพัดหมื่นล้าน

    สำหรับ “ปัจจัยสนับสนุน” มาจาก 1.เป็นวันหยุดต่อเนื่อง เอื้อให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวที่นิยมพาบุตรหลานท่องเที่ยวช่วงปิดภาคเรียน กลุ่มนักท่องเที่ยวบางส่วนที่เลื่อนการเดินทางจากช่วงสงกรานต์ และกลุ่มวัยทำงานที่ต้องการหาที่พักผ่อนคลายร้อน

    และ 2.การจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว ทั้งที่จัดโดย ททท. และพันธมิตร รวมถึงหน่วยงานภาครัฐและเอกชน อาทิ

    • เทศกาลอาหารริมเขื่อนอัมพวา @วัดนางวัง จ.สมุทรสงคราม (1-3 พ.ค.)
    • งานเทศกาลผลไม้และของดี อำเภอเขาชะเมา จ.ระยอง (1-5 พ.ค.)
    • เทศกาลเล่นว่าวนานาชาติประจำจังหวัดฉะเชิงเทรา (1-3 พ.ค.)
    • Koh Chang Tai Charity Trail 2026 จ.ตราด (1-3 พ.ค.)
    • Ramayana Run 2026 จ.ชลบุรี (3 พ.ค.)
    • Amazing Thailand GI Tour & Trail Running 2026 (3 พ.ค.)
    • งานประเพณีสรงน้ำพระบรมธาตุเจ้าหริภุญชัย จ.ลำพูน (25 เม.ย.-1 พ.ค.)
    • ปรากฏการณ์แสง เดอะซีรีส์ ปี 2 จ.นครสวรรค์ (1-3 พ.ค.)
    • เทศกาลท่องเที่ยวเสม็ดนางชี ชมวิถีอ่าวพังงา 2026 จ.พังงา (2 พ.ค.)
    • Spotlight Koh Tao จ.สุราษฎร์ธานี 2026 (1-3 พ.ค.)
    • งานอาหารสองทะเล จ.สงขลา (24 เม.ย.-8 พ.ค.)
    • งานสีสันเมืองเลย หรือ The Colors of LOEI (1-4 พ.ค.)

    คนไทยกระอักพิษ ‘ค่าครองชีพพุ่ง’ ชะลอเดินทาง หยุดยาววันแรงงาน ‘ท่องเที่ยว’ สะพัดหมื่นล้าน

    ส่วน “ปัจจัยอุปสรรค” มาจาก 1.ราคาน้ำมันและค่าครองชีพปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อการใช้จ่ายในการเดินทางท่องเที่ยว สะท้อนได้จากข้อมูลผลการสำรวจภาวะการใช้จ่ายของผู้บริโภคประจำเดือน มี.ค. 2569 ของศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ที่พบว่าดัชนีความเหมาะสมในการใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยวในเดือน มี.ค. เริ่มกลับมาลดลง และอยู่ในระดับต่ำที่ 77.0 แสดงว่าผู้บริโภคมีความเห็นว่ายังเป็นช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสมในการใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยว

    2.การเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศของคนไทย ในช่วงวันหยุดยาวนี้คาดว่ายังคงมีการเดินทางต่อเนื่อง เพราะส่วนใหญ่วางแผนการจองไว้ล่วงหน้าแล้ว ขณะที่กลุ่มที่ยังมีกำลังซื้ออาจเลือกเดินทางระยะใกล้ขึ้น ทั้งนี้จากข้อมูลอโกด้า พบว่าในช่วงหยุดยาววันแรงงานและวันฉัตรมงคลนี้ “โฮจิมินห์” มีอัตราการค้นหาเพิ่มขึ้นสูงสุดที่ 134% รองลงมาคือดานัง 58% และฮ่องกง 2% ตามลำดับ

    คนไทยกระอักพิษ ‘ค่าครองชีพพุ่ง’ ชะลอเดินทาง หยุดยาววันแรงงาน ‘ท่องเที่ยว’ สะพัดหมื่นล้าน

    และ 3.สภาพอากาศร้อนจัดและอาจเกิดพายุฤดูร้อนในบางพื้นที่ ไม่เอื้อต่อการต่อการท่องเที่ยวหรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง นักท่องเที่ยวบางส่วนโดยเฉพาะกลุ่มผู้มีปัญหาสุขภาพอาจหลีกเลี่ยงการเดินทาง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/1231804&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3fMixyxGySBHfR2CB63Hit

  • กรมพลศึกษา จัดกิจกรรมคิกออฟ ชวนคนไทยประกวดไลน์แดนซ์ ชิงถ้วยพระราชทานฯ สนองพระบรมราโชบายพัฒนาคนไทยสู่สังคมสุขภาวะยั่งยืน

    กรมพลศึกษา จัดกิจกรรมคิกออฟ ชวนคนไทยประกวดไลน์แดนซ์ ชิงถ้วยพระราชทานฯ สนองพระบรมราโชบายพัฒนาคนไทยสู่สังคมสุขภาวะยั่งยืน

    โดย เจษฎา บุญประสม

    เขียนเมื่อ 30/04/2026 17:10 | อัพเดทล่าสุด 30/04/2026 17:10 148

    เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 ณ ลานพระพลบดี สนามกีฬาแห่งชาติ นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานเปิดกิจกรรม “KICK OFF MOVE TOGETHER แข็งแรงถ้วนหน้า สุขภาพดีทั่วไทย” ประจำปี 2569  โดยมีพลตรีสายน้ำ พินิจอักษร อนุกรรมการด้านการส่งเสริมการเล่นกีฬาฯ ผู้บริหารกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายมงคล วิมลรัตน์ อธิบดีกรมพลศึกษา พร้อมด้วยผู้บริหารกรมพลศึกษา และผู้บริหารของหน่วยงานภาคีเครือข่าย ร่วมงาน

    กรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรม “KICK OFF MOVE TOGETHER แข็งแรงถ้วนหน้า สุขภาพดีทั่วไทย” มีการออกกำลังกายเป็นวิถีชีวิต สนองพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ตามโครงการส่งเสริมการกีฬาเพื่อพัฒนาชาติไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ณ ลานพระพลบดี สนามกีฬาแห่งชาติ และออนไลน์ทั่วประเทศ  นำร่องรณรงค์ออกกำลังกายแบบ ไลน์แดนซ์ (Line Dance) ที่เข้าถึงได้ง่าย สร้างความสนุกสนานจากดนตรีผสมผสานการเต้นจังหวะที่มีแรงกระแทกน้อย เหมาะกับผู้คนทั่วไป ช่วยพัฒนาร่างกายจิตใจควบคู่ทุกระบบ 

    กิจกรรมในครั้งนี้ ถือเป็นการนำร่องรณรงค์ เนื่องจากประชาชนทั่วไปสามารถเต้นตามได้ง่าย ลดความเสี่ยงจากอาการบาดเจ็บ เป็นการเต้นประกอบดนตรีช่วยพัฒนาการทรงตัว สร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ระบบหัวใจและการไหลเวียนเลือด ควบคู่กับด้านจิตใจ ช่วยลดความเครียด และด้านสังคมกระชับความสัมพันธ์ในกลุ่มชมรม โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรม ณ ลานพระพลบดี สนามกีฬาแห่งชาติ จำนวนกว่า 1,000 คน รวมถึงยังมีการร่วมกิจกรรมของประชาชนจาก 76 จังหวัด ทั่วประเทศ ที่ร่วมเต้นไลน์แดนซ์และทำกิจกรรมไปพร้อมกันด้วย

    ทั้งนี้ กรมพลศึกษาได้จัดให้มีการประกวดไลน์แดนซ์ ประจำปี 2569 ประเภททีมประชาชนทั่วไป อายุ 25 ปี ขึ้นไป รางวัลชนะเลิศจะได้รับถ้วยรางวัลพระราชทานพร้อมเกียรติบัตรและเงินรางวัล จำนวน 25,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศ อันดับที่ 1 รับโล่รางวัลพร้อมเกียรติบัตรและเงินรางวัล จำนวน 15,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศ อันดับที่ 2 โล่รางวัลพร้อมเกียรติบัตรและเงินรางวัล จำนวน 10,000 บาท และรางวัลชมเชย เกียรติบัตรและเงินรางวัล จำนวน 5,000 บาท จำนวน 2 รางวัล 

    กิจกรรมประกวดไลน์แดนซ์ ภายใต้โครงการส่งเสริมการออกกำลังกายและกีฬาเพื่อมวลชน 4 ภาค รับสมัคร ถึงวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ประกาศผลตัวแทนภาคละ 5 ทีม ภายในวันที่ 26 มิถุนายน 2569 รอบชิงชนะเลิศ จะแข่งขันเพื่อหาผู้ชนะของแต่ละภาคประกวดวันที่ 23 และ 24 กรกฎาคม 2569 ณ อาคารกีฬานิมิบุตร กรมพลศึกษา

    นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า กิจกรรมนี้มุ่งเป้าขับเคลื่อนนโยบายส่งเสริมการออกกำลังกายและเล่นกีฬาของประชาชนทุกช่วงวัยในชุมชน ตามโครงการส่งเสริมการกีฬาเพื่อพัฒนาชาติไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อปลูกฝังให้เยาวชน และประชาชนทุกเพศทุกวัยมีนิสัยรักการออกกำลังกายและเล่นกีฬา อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาคุณภาพชีวิต สร้างสังคมที่เข้มแข็ง สุขภาพดี ห่างไกลยาเสพติดและอบายมุข คาดหวังว่าวัน KICK OFF MOVE TOGETHER จะเป็นการจุดประกายสร้าง “กิจกรรมเชิงรณรงค์” ไปสู่ “ระบบการมีส่วนร่วมในชุมชน” สามารถสร้างความแข็งแรงถ้วนหน้า สุขภาพดีทั่วไทย  ป้องกันและลดความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ลดค่ารักษาค่าใช้จ่ายของประเทศโดยรวมได้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการพัฒนาคนในชาติทุกช่วงวัยด้วยการส่งเสริมสุขภาพของประชาชน (Sport Health) คาดหวังความสำเร็จขับเคลื่อนนโยบายที่สามารถสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้อย่างเป็นรูปธรรม

    นายมงคล วิมลรัตน์ อธิบดีกรมพลศึกษา กล่าวว่า กรมพลศึกษาร่วมสนองพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตามโครงการส่งเสริมการกีฬาเพื่อพัฒนาชาติไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมรณรงค์ส่งเสริมให้ประชาชนคนไทยทุกกลุ่มวัยออกกำลังกาย เล่นกีฬาและนันทนาการอย่างสม่ำเสมอจนเป็นวิถีชีวิตเพื่อสุขภาวะที่ยั่งยืน โดยสร้างช่องทางให้มีการออกกำลังกายร่วมกันในชุมชนที่สนุกสนานเสริมสร้างความสัมพันธ์ทุกช่วงวัยสามารถเข้าถึงการออกกำลังกายและเล่นกีฬาในระดับพื้นที่ได้ ซึ่งได้เริ่มดำเนินงานทั้งการพัฒนา “จิตอาสากีฬา” แล้ว 5 รุ่น รวมกว่า 700 คน จัดตั้งชมรมส่งเสริมการออกกำลังกายและเล่นกีฬาระดับหมู่บ้านรองรับเป็นเครือข่ายนำรองแล้วรวมกว่า 2,600 ชมรม รวมทั้งการบูรณาการร่วมกับเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน เพื่อให้ดำเนินงานระดับพื้นที่ได้อย่างต่อเนื่อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://mainstand.co.th/th/news/9/article/25084&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2VvofkVRE5EgiAmBWRMTZQ

  • ธปท.ระบุเศรษฐกิจไตรมาส 1 ขยายตัวจากไตรมาสก่อนหน้า ส่งออกฟื้นตัว

    ธปท.ระบุเศรษฐกิจไตรมาส 1 ขยายตัวจากไตรมาสก่อนหน้า ส่งออกฟื้นตัว

    วันนี้, 06:15น.

              ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานการวิเคราะห์เศรษฐกิจและการเงินเดือนมีนาคม และไตรมาสที่ 1 ปี 2569 โดยระบุว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 1 ขยายตัวจากไตรมาสก่อน ทั้งด้านอุปสงค์และอุปทาน สะท้อนภาพเศรษฐกิจในช่วงก่อนสงครามในตะวันออกกลางที่ฟื้นตัว

              ขณะที่เศรษฐกิจในเดือนมีนาคมทรงตัวจากเดือนก่อน การส่งออกสินค้าและการผลิตภาคอุตสาหกรรมปรับดีขึ้น ประกอบกับการใช้จ่ายภาครัฐยังขยายตัว

              การส่งออกสินค้าโดยรวม และการผลิตภาคอุตสาหกรรมยังเพิ่มขึ้น ประกอบกับการใช้จ่ายภาครัฐที่ยังขยายตัว

    แต่เริ่มเห็นผลกระทบจากสงคราม จากการที่จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงทั้งในกลุ่มตะวันออกกลางและยุโรป การส่งออกไปตะวันออกกลางลดลงมาก การนำเข้าเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นตามการเร่งนำเข้าจากแหล่งอื่น และการบริโภคภาคเอกชนลดลงในหมวดโรงแรมและร้านอาหาร แม้มีการเร่งซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงจากความกังวลต่อการปรับขึ้นราคา

              อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนมีนาคม ปรับมาอยู่ใกล้ศูนย์จากที่ติดลบในเดือนก่อนจากหมวดพลังงานเป็นหลัก ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเป็นบวกใกล้เคียงกับเดือนก่อน สะท้อนการส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาผู้บริโภคที่ยังจำกัด

              ประเด็นที่ต้องติดตาม

    1)พัฒนาการของสงครามในตะวันออกกลาง

    2)ความสามารถในการปรับตัวของภาคธุรกิจและประชาชน

    3)มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ และ

    4)การเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าของสหรัฐฯ

    #ธนาคารแห่งประเทศไทย

    #เศรษฐกิจ

    ข่าวทั้งหมด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.js100.com/en/site/news/view/161125&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3WdfWAq9vPhqggrhPrLhyG

  • วราวุธชี้ ‘แลนด์บริดจ์’ ต้องชั่งคุ้มค่าเศรษฐกิจ-สิ่งแวดล้อม ก่อนเดินหน้า

    วราวุธชี้ ‘แลนด์บริดจ์’ ต้องชั่งคุ้มค่าเศรษฐกิจ-สิ่งแวดล้อม ก่อนเดินหน้า

    วราวุธชี้ ‘แลนด์บริดจ์’ ต้องชั่งคุ้มค่าเศรษฐกิจ-สิ่งแวดล้อม ก่อนเดินหน้า

    วราวุธชี้ ‘แลนด์บริดจ์’ ต้องชั่งคุ้มค่าเศรษฐกิจ-สิ่งแวดล้อม ก่อนเดินหน้า

    นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) และรับฟังคำบรรยายสรุปและดูศักยภาพการทำงานจริง ว่าโครงการแลนด์บริดจ์ (Landbridge) แม้จะยังไม่ได้หารือกันอย่างเป็นทางการในคณะรัฐมนตรี(ครม.) 

    แต่ส่วนตัวมองว่าหัวใจสำคัญคือการบริหารจัดการท่าเรือน้ำลึกที่จังหวัดชุมพรและระนองให้มีประสิทธิภาพ ทั้งการขนถ่ายสินค้าและการเชื่อมต่อระหว่างกัน ไม่ว่าจะเป็นทางรถไฟ ทางถนน หรือระบบท่อส่ง ซึ่งต้องพิจารณาอย่างรอบคอบว่าควรอยู่บนพื้นราบหรือทางยกระดับ 

    ทั้งนี้ ต้องเรียนว่าพื้นที่แถวนั้นอุดมสมบูรณ์มาก การดำเนินการจะต้องประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและเปรียบเทียบต้นทุนกับเวลาที่ประหยัด และเมื่อเทียบกับการผ่านช่องแคบมะละกา ท่ามกลางสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกที่เปลี่ยนไป ต้องชั่งน้ำหนักให้ดีว่าประเทศไทยจะยืนอยู่ตรงไหนในระบบเศรษฐกิจโลกยุคใหม่

    วราวุธชี้ ‘แลนด์บริดจ์’ ต้องชั่งคุ้มค่าเศรษฐกิจ-สิ่งแวดล้อม ก่อนเดินหน้า

    และที่สำคัญที่สุดคือต้องฟังเสียงของพี่น้องชาวชุมพรและระนองในฐานะเจ้าของพื้นที่ด้วย ในฐานะที่เคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทุกคนคงทราบดีว่าให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์มากแค่ไหน

    ​นอกจากนี้ประเด็นเรื่องการจะขยายพื้นที่นิคมฯ ในบริเวณดังกล่าวนั้นก็เป็นเรื่องละเอียดอ่อน เพราะมีเขตอุทยานแห่งชาติอยู่มาก

    แต่การพัฒนาประเทศต้องอาศัยความสมดุล เปรียบเหมือนรถยนต์ที่กระทรวงอุตสาหกรรมคือคันเร่ง ถ้าเหยียบอย่างเดียวโดยไม่แตะเบรกเลยก็จะเกิดอุบัติเหตุ แต่ถ้าเหยียบแต่เบรกประเทศก็ไม่พัฒนา จึงต้องมาชั่งน้ำหนักว่าสิ่งที่ได้กับสิ่งที่ต้องเสียไปนั้นคุ้มค่าหรือไม่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/657983&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1VlfPaD9vlfzPMiDG3TTcj

  • “ฟิล์ม-เทศน์” ประชันฝีมือชิงหัวใจ “เพิร์ธ” ลุ้นความลับที่ต้องซ่อนเร้น ในซีรีส์ “สกุณาซ่อนรัก”

    “ฟิล์ม-เทศน์” ประชันฝีมือชิงหัวใจ “เพิร์ธ” ลุ้นความลับที่ต้องซ่อนเร้น ในซีรีส์ “สกุณาซ่อนรัก”

    ช่องวัน 31 ส่งซีรีส์โรแมนซ์สุดเข้มข้น “สกุณาซ่อนรัก” ดึง ฟิล์ม-เทศน์-เพิร์ธ ประชันฝีมือ ลุ้นรักซ่อนเร้นและความลับในกรงขังหัวใจ เริ่มตอนแรก 27 เม.ย.นี้.
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/novel/news/2929818&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1VVOZRaXLJ5Rk6AqnDbGP2

  • ปชน.แฉยับหนังสือ สกร. “ห่วย-แพง-ตกยุค” จี้ รมต. สางปมก่อนเก้าอี้กระเด็น

    ปชน.แฉยับหนังสือ สกร. “ห่วย-แพง-ตกยุค” จี้ รมต. สางปมก่อนเก้าอี้กระเด็น

    “พรรคประชาชน” ชำแหละการศึกษาไทยหอบหลักฐานหนังสือเรียน สกร. แฉยับเนื้อหาล้าสมัยแต่แพงหูฉี่ จี้รัฐมนตรีเร่งสอบทุจริตก่อนเก้าอี้หาย

    วันที่ 30 เมษายน 2569 สส. พรรคประชาชน นำโดย นายธีรศักดิ์ จิระตราชู, นางสาวปวิตรา จิตตกิจ, นางสาวพิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ และ นายณพัฎน์ จิตตภินันท์กัณตา ร่วมแถลงข่าวกรณีความผิดปกติในการดำเนินงานของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) และปัญหาเด็กหลุดจากระบบการศึกษา โดย สส.ปวิตรา ได้นำหนังสือแบบเรียนที่จัดซื้อโดยกรม สกร. มาแสดงพร้อมระบุว่า หนังสือเหล่านี้มีคุณภาพต่ำอย่างน่าตกใจ ทั้งรูปแบบ หน้าปก และสันหนังสือดูเก่าล้าสมัย ภาพประกอบไม่ชัดเจน ที่น่าสังเกตคือปกพิมพ์ 4 สีสวยงาม แต่เนื้อหาข้างในกลับเป็นขาวดำ และที่สำคัญคือ “ราคาแพงเกินจริง” “บางเล่มมีเนื้อหาเพียง 90 หน้า แต่ตั้งราคาขายสูงถึง 300 กว่าบาท หรือบางวิชามีราคาพุ่งไปถึง 800 บาท ทั้งที่เป็นหลักสูตรเก่าปี 2551 ซึ่งใช้มานานกว่า 10 ปี ไม่สอดคล้องกับโลกยุค AI ในปัจจุบันเลย” สส.ปวิตรา กล่าว

    เมื่อเปรียบเทียบกับหนังสือของ สพฐ. ที่มีการควบคุมราคาและใช้กระดาษปอนด์พิมพ์ 4 สีคุณภาพดีกว่ามาก ทำให้เกิดคำถามว่าเหตุใดหนังสือ สกร. ที่คุณภาพด้อยกว่ากลับมีราคาสูงลิ่ว เป็นการบังคับให้ผู้เรียนที่ส่วนใหญ่เป็นผู้ขาดโอกาส ต้องมาแบกรับภาระกับตำราที่ไร้ประสิทธิภาพ

    สส.ปวิตรา ยังกล่าวไปยังรัฐมนตรีที่กำกับดูแลว่า ปัญหานี้ส่อแววไม่ชอบมาพากลและอาจมีการทุจริตในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ขอให้เข้ามาตรวจสอบอย่างโปร่งใส อย่าปล่อยให้งบประมาณแผ่นดินถูกใช้อย่างละเลยจนทำร้ายอนาคตของเด็กไทย ถ้ากระบวนการจัดซื้อไม่โปร่งใส ตรวจสอบไม่ได้ นอกจากความศรัทธาต่อการศึกษาไทยจะเสื่อมถอยแล้ว ท่านรัฐมนตรีก็อาจจะเสียเก้าอี้ของท่านด้วย อย่าให้ใครมองว่าท่านเกรงกลัวอิทธิพลบางอย่างในกระทรวงจนต้องปิดตาข้างเดียว

    ด้านนายธีรศักดิ์ย้ำว่า พรรคประชาชนจะเกาะติดเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง ทั้งการตั้งกระทู้ถามในสภา และการติดตามผ่านราชกิจจานุเบกษา โดยจะบีบให้รัฐบาลทำแผนแก้ไขให้เห็นผลเป็นรูปธรรมภายในปี 2569 เพื่อให้ทันการใช้งานในปี 2570 พร้อมทิ้งท้ายถึงปัญหาโครงสร้างพื้นฐานของ สกร. ในหลายพื้นที่ เช่น ฝั่งธนบุรี ที่ยังต้องเช่าที่เอกชนหรืออาศัยวัดเรียน สะท้อนถึงการจัดการที่ล้มเหลวทั้งระบบ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2929857&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Lo2xUt4yovUZIGlTfIpyF

  • เศรษฐกิจยูโรโซนชะลอตัวเกือบหยุดนิ่งไตรมาสแรก 2026 เงินเฟ้อพุ่งจากวิกฤตตะวันออกกลาง

    เศรษฐกิจยูโรโซนชะลอตัวเกือบหยุดนิ่งไตรมาสแรก 2026 เงินเฟ้อพุ่งจากวิกฤตตะวันออกกลาง

    เศรษฐกิจยูโรโซนประสบความชะลอตัวรุนแรงในไตรมาสแรกของปี 2026 โดยเติบโตเพียง 0.1% เท่านั้น ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นถึง 3% ในเดือนเมษายน จากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลางที่ทำให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก

    สำนักงานสถิติของสหภาพยุโรป (Eurostat) รายงานข้อมูลเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ชี้ให้เห็นว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศที่ใช้เงินยูโร 21 ประเทศลดลงจาก 0.2% ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2025 และต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้

    ภาวะเงินเฟ้อสูงฉุดเศรษฐกิจ

    อัตราเงินเฟ้อของยูโรโซนเพิ่มขึ้นจาก 2.6% ในเดือนมีนาคม มาอยู่ที่ 3% ในเดือนเมษายน ซึ่งสูงกว่าเป้าหมาย 2% ที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) กำหนดไว้อย่างชัดเจน สาเหตุหลักมาจากราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น 10.9% ในเดือนเมษายน เมื่อเทียบกับ 5.1% ในเดือนมีนาคม

    การเพิ่มขึ้นของราคาพลังงานนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เนื่องจากก่อนหน้านี้ราคาพลังงานมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องจนถึงเดือนมีนาคม โดยในเดือนกุมภาพันธ์ราคาพลังงานลดลง 3.1%

    นักเศรษฐศาสตร์เตือนภัยสเตกเฟลชั่น

    ข้อมูลดังกล่าวเป็นสัญญาณเตือนถึงความเป็นไปได้ของภาวะสเตกเฟลชั่นในยูโรโซน ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่เงินเฟ้อสูงแต่การเติบโตทางเศรษฐกิจต่ำ อันเป็นผลจากความขิดแย้งในตะวันออกกลางที่เริ่มต้นหลังการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่าน

    นิโคลา โนบิเล จากบริษัท Oxford Economics เตือนว่าไม่ควรเชื่อมโยงข้อมูลการเติบโตในครั้งนี้กับสงครามมากเกินไป โดยระบุว่าตัวเลข GDP สะท้อนการลดลงอย่างรุนแรงในไอร์แลนด์และปัจจัยตามฤดูกาลมากกว่า

    เยอรมนีเติบโตเกินคาดการณ์

    ในแง่บวก เยอรมนี เศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดของสหภาพยุโรปมีการเติบโต 0.3% ในไตรมาสแรก สูงกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ 0.2% ขณะที่ฝรั่งเศสประสบภาวะเศรษฐกิจซบเซา

    ธนาคารกลางยุโรปคาดว่าจะคงอัตราดอกเบียยไว้ในระดับเดิมอีกครั้งในการประชุมเมื่อวันพฤหัสบดี เนื่องจากผู้กำหนดนโยบายต้องชั่งน้ำหนักระหว่างความกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่สูงขึ้นกับความวิตกต่อการเติบโตที่อ่อนแอลง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/eurozone-economy-slowdown-inflation-middle-east-crisis-2026&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw257EFT0PRE9xrGBYh-k7qN

  • ภาครัฐและภาคเอกชนไทย พบหารือหน่วยงานเศรษฐกิจเมียนมา

    ภาครัฐและภาคเอกชนไทย พบหารือหน่วยงานเศรษฐกิจเมียนมา

    ภาครัฐและภาคเอกชนไทยพบหารือหน่วยงานเศรษฐกิจเมียนมา ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์เมียนมา (MOC : Ministry of Commerce) กระทรวงวางแผนแห่งชาติ การลงทุนและความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับต่างประเทศของเมียนมา (MNPIFER : Ministry of National Planning, Investment and Foreign Economic Relations) และธนาคารกลางเมียนมา (CBM : Central Bank of Myanmar) โดยคณะฝ่ายไทยนำโดยอุปทูตไทย สถานเอกอัครราชทูตไทย กรุงย่างกุ้ง โดยมี สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประทศ กรุงย่างกุ้ง (สคต.ย่างกุ้ง) และสมาคมนักธุรกิจไทยในเมียนมา (TBAM : Thai Business Association of Myanmar) เข้าร่วมพบหารือด้วย ซึ่งได้เข้าพบหารือกับผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานเศรษฐกิจเมียนมา ได้แก่ รมว.กระทรวงพาณิชย์เมียนมา รมว.กระทรวงวางแผนและการลงทุนฯ เมียนมา และผู้ว่าธนาคารกลางเมียนมา เพื่อแสดงความยินดี ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งในรัฐบาลชุดใหม่ของเมียนมา แสดงความเชื่อมั่นและพร้อมไปต่อของภาคเอกชนไทยในเมียนมา และหารือประเด็นด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การเงิน การขนส่ง  เพื่อสนับสนุนการค้าไทย-เมียนมา การลงทุนและทำธุรกิจในเมียนมา การผ่อนคลายและอำนวยความสะดวกทางธุรกิจ ซึ่งได้รับสัญญาณที่ดีว่ารัฐบาลเมียนมาชุดใหม่มีแนวโน้มที่ดีในการผ่อนคลายกฎระเบียบด้านการค้า การลงทุน การเงิน ตามลำดับตามความเหมาะสมต่อไป โดยมีหลักการสำคัญคือ การรักษาเสถียรภาพและความมั่นคงในเมียนมา ควบคู่ไปกับการพัฒนาประเทศและส่งเสริมเศรษฐกิจเมียนมา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ภาคธุรกิจและเป็นประโยชน์กับทุกภาคส่วน

    ผลกระทบ/โอกาส การเยี่ยมคารวะและการเข้าพบหารือหน่วยงานเศรษฐกิจเมียนมาเป็น “โอกาสที่ดี” ในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ของไทยและเมียนมาที่ดีอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้น ส่งเสริมความเป็นมิตรประเทศและความร่วมมือการพัฒนาเรื่องต่างๆ รวมทั้งแสดงความเชื่อมั่นและพร้อมไปต่อของภาคเอกชนไทยในเมียนมา โดยขอให้เมียนมาพิจารณาผ่อนคลายและอำนวยความสะดวกทางธุรกิจในเมียนมา ซึ่งเป็นผลดีต่อธุรกิจประเทศต่างๆ ในเมียนมา รวมถึงธุรกิจไทยด้วย โดยได้รับสัญญาณที่ดีว่ารัฐบาลเมียนมาชุดใหม่มีแนวโน้มที่ดีในการผ่อนคลายกฎระเบียบด้านการค้า การลงทุน การเงิน ตามลำดับและตามความเหมาะสมต่อไป ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ภาคธุรกิจทั้งการค้าและการลงทุนในเมียนมา

    ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ ขอให้ภาคเอกชนติดตามสถานการณ์และเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางแผนธุรกิจและปรับใช้ในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยเฉพาะ นโยบายและมาตรการทางเศรษฐกิจ การค้า การเงิน และเรื่องต่างๆ ของรัฐบาลเมียนมาชุดใหม่ ซึ่งหากการเมืองเมียนมาเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตย มีเสถียรภาพและได้รับการยอมรับมากขึ้น รวมทั้งหากผ่อนคลายนโยบายหรือมาตรการทางเศรษฐกิจมากขึ้น ก็จะส่งผลดีกับภาคธุรกิจ การค้า การลงทุน ทั้งธุรกิจเมียนมาและประเทศต่างๆ โดย สคต.ย่างกุ้ง ยินดีสนับสนุนธุรกิจไทยคว้าโอกาสและก้าวข้ามความท้าทายต่างๆ เพื่อประโยชน์ร่วมกันของไทยและเมียนมาต่อไป

    ********************************************

    สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงย่างกุ้ง (สคต.ย่างกุ้ง)

    นสพ.Global New Light of Myanmar

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/pryaa4xknpe2mjdlls3lm36c&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1S0nzegiAyWjRcHLxpgqI9

  • “เสมา 1” ลุยอุบลฯ ย้ำปฏิรูปการศึกษา ดันเด็กไทยสู่ศตวรรษที่ 21

    “เสมา 1” ลุยอุบลฯ ย้ำปฏิรูปการศึกษา ดันเด็กไทยสู่ศตวรรษที่ 21

    ภูมิภาค

    “เสมา 1” ลุยอุบลฯ ย้ำปฏิรูปการศึกษา ดันเด็กไทยสู่ศตวรรษที่ 21

    วันพฤหัสบดี ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2569, 16.58 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 เวลา 08.30 น. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมคณะ ลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 10 ติดตามการจัดการศึกษาและพัฒนาศักยภาพผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ

    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงาน ซึ่งมุ่งพัฒนาเด็กพิเศษอย่างรอบด้าน ทั้งด้านการเรียนรู้ ทักษะชีวิต และการอยู่ร่วมในสังคม พร้อมเยี่ยมชมกิจกรรมการเรียนการสอน และให้กำลังใจครู บุคลากรทางการศึกษา ผู้ปกครอง และนักเรียน
    โดยเน้นย้ำให้ผู้เรียนกลุ่มนี้ได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม มีคุณภาพ และสามารถพัฒนาศักยภาพได้เต็มที่ ผ่านความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน

    ต่อมาเวลา 09.30 น. ได้เดินทางไปยังโรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช อำเภอเมืองอุบลราชธานี เพื่อเยี่ยมชมนิทรรศการผลงานทางการศึกษาจากสถานศึกษา 11 แห่ง พร้อมรับชมการแสดง “สรวงสักการ์” ที่สะท้อนเอกลักษณ์ประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษา

    จากนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้ตรวจราชการและติดตามภาพรวมการจัดการศึกษาในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ ยโสธร และอำนาจเจริญ โดยมีผู้บริหารด้านการศึกษาในพื้นที่ร่วมให้ข้อมูล

    ในการมอบนโยบาย ได้เน้นย้ำการยกระดับผู้เรียนให้มีสมรรถนะในศตวรรษที่ 21 ส่งเสริมการเรียนรู้ที่หลากหลาย ลดความเหลื่อมล้ำ พัฒนาทักษะอาชีพควบคู่การเรียนในระบบ และสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนการสอน

    นอกจากนี้ ยังเน้นให้สถานศึกษายึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง เปิดโอกาสเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง พร้อมพัฒนาครูและบุคลากรให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่

    ช่วงเวลา 12.40 น. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาทางวิชาการและการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 ของสมาคมกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานแห่งประเทศไทย ณ โรงแรมสุนีย์แกรนด์ พร้อมบรรยายพิเศษด้านนโยบายการศึกษา และมอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่ผู้มีผลงานดีเด่น เพื่อสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้มีส่วนร่วมในการพัฒนาการศึกษาไทย

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/474555&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0QjEoFKEz0bg3uOMKYxtYK