Blog

  • เปิดประวัติ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ลูกหม้อคลัง สู่ว่าที่รัฐมนตรีคลัง รัฐบาลอนุทิน

    เปิดประวัติ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ลูกหม้อคลัง สู่ว่าที่รัฐมนตรีคลัง รัฐบาลอนุทิน

    เปิดประวัติ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ จากโบรกเกอร์ ที่เปลี่ยนเส้นทางมารับราชการจนเป็นลูกหม้อคลัง สู่ว่าที่ขุนคลังคนใหม่ ในรัฐบาลอนุทิน

    นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ถือเป็นคนที่น่าจับตามองเป็นอย่างมากเพราะเติบโตในครอบครัวที่มีพื้นฐานทางวิชาการอันแข็งแกร่ง เคยเริ่มต้นชีวิตจากการทำงานด้วยการเป็นเจ้าหน้าที่วิเคราะห์หลักทรัพย์ที่บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ภัทรธนกิจ ก่อนจะเปลี่ยนเส้นทางมารับราชการอย่างเต็มตัว และด้วยการวิเคราะห์ และพยากรณ์เศรษฐกิจได้แม่นยำ ประกอบกับบุคลิกที่อัธยาศัยดี มีความสามารถในการสื่อสารเรื่องเศรษฐกิจที่ซับซ้อนให้คนดูเข้าใจง่าย ทำให้เขากลายเป็นดาวรุ่งของกระทรวงการคลัง และกว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆ Sanook Money จะพามาเปิดประวัติ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เพื่อทำความรู้จักกันให้มากขึ้น

    เปิดประวัติ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ

    • นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อายุ 54 ปี
    • บิดาชื่อ ดร.อิสสระ นิติทัณฑ์ประภาศ อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ
    • มารดาชื่อ นางผาณิต นิติทัณฑ์ประภาศ อดีตประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ปลัดสำนักนายกฯ และปลัดกระทรวงพัฒนาสังคม
    • คู่สมรสชื่อ นางร้อยแก้ว นิติทัณฑ์ประกาศ

    ประวัติการศึกษา

    • จบการศึกษาปริญญาเอกด้านเศรษฐศาสตร์ จาก Claremont Graduate University ประเทศสหรัฐอเมริกา (ทุนรัฐบาลไทย ก.พ.)
    • ปริญญาโทด้านเศรษฐศาสตร์ จาก University ofIllinois at Urbana-Champaign ประเทศสหรัฐอเมริกา (ทุนรัฐบาลไทย ก.พ.)
    • ปริญญาตรีเศรษฐศาสตร์ (เกียรตินิยม) จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
    • จบการศึกษามัธยมศึกษาจากวชิราวุธวิทยาลัย

    ประสบการณ์ทำงาน

    • อธิบดีกรมสรรพสามิต ในช่วงปี 2565-2567
    • อธิบดีกรมสรรพากร ในช่วงปี 2561-2565
    • ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ในปี 2558-2561
    • ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริษัทการบินไทย จำกัด
    • ประธานกรรมการธนาคารกรุงไทย จำกัด
    • ประธานกรรมการบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด
    • กรรมการธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด
    • ประธานกรรมการบริหารของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย
    • ยังเคยดำรงตำแหน่งอัครราชทูต (ฝ่ายเศรษฐกิจการคลัง) ประจำสหราชอาณาจักรและยุโรป
    • ตำแหน่ง Senior Advisor ของธนาคารโลก ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.

    ปัจจุบัน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ดำรงตำแหน่งดังนี้

    • อธิบดีกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง
    • ประธานกรรมการธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน)
    • กรรมการและประธานกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน บริษัทปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)
    • ประธานกรรมการบริษัทธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด
    • กรรมการวชิราวุธวิทยาลัย นอกจากนั้นยังได้รับเลือกให้เป็นกรรมการบริหารของ Tax Inspectors Without Borders (TIWB) ของ OECD & UNDP

    ผลงานโดดเด่น นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ มีดังนี้

    นายเอกนิติ เป็นผู้นำระบบดิจิทัลมายกระดับกรมสรรพากรและกรมสรรพสามิตในการบริการประชาชน เช่น การนำ ระบบ Blockchain มาคืนภาษีให้นักท่องเที่ยวเป็นที่แรกของโลก จนได้รับรางวัลระดับนานาชาติ

    • Digital Government Award in Asia & Oceania จาก ASOCIO ในปี2565
    • รางวัล Thailand Digital Transformation Award ในปี 2564
    • รางวัลนวัตกรรมดีเด่นแห่งชาติ
    • รางวัลผู้นำองค์กรดิจิทัลดีเด่นจากรัฐบาล ประจำปี 2566

    นอกจากนี้ ยังเป็นผู้ริเริ่มจัดตั้งกองทุน Thailand Future Fund ซึ่งเป็นแหล่งระดมทุนใหม่ของภาครัฐ ช่วยลดภาระหนี้ของประเทศ เป็นผู้นำในการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจโดยการนำระบบสรรหาและคัดเลือกกรรมการ โดยนำสมรรถนะ Skill Matrix มาใช้ รวมถึงยังเป็นผู้ร่วมก่อตั้งและออกแบบระบบการวิเคราะห์เศรษฐกิจมหภาค และประมาณการเศรษฐกิจ ให้แก่ กระทรวงการคลัง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/money/942879/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0aJQgSVFMfq2Vm4l3adCVR

  • อนุทินดึง “วรภัค” อดีตบิ๊กกรุงไทย-ที่ปรึกษาพิชัย นั่ง รมช.คลัง เสริมทัพทีมเศรษฐกิจ

    อนุทินดึง “วรภัค” อดีตบิ๊กกรุงไทย-ที่ปรึกษาพิชัย นั่ง รมช.คลัง เสริมทัพทีมเศรษฐกิจ

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (7 กันยายน 2568) ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ต้อนรับ นายวรภัค ธันยาวงษ์ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงไทย พร้อมประกาศแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง โดยชี้ว่าเป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสม เคยเป็นประธานที่ปรึกษาของ นายพิชัย ชุณหวชิร อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และมีประสบการณ์เจรจาภาษีกับสหรัฐอเมริกา รวมถึงรู้จักกลไกการทำงานของกระทรวงการคลังเป็นอย่างดี

    โดย นายอนุทิน กล่าวว่า การเชิญนายวรภัคเข้ามาร่วมงาน ไม่ได้มองว่าเป็นคนของรัฐบาลเก่า แต่ถือเป็นเรื่องดี เพราะจะช่วยสานต่องานที่สำคัญโดยไม่ต้องเริ่มต้นใหม่ ทั้งนี้ นายวรภัคยังเป็นผู้ที่รู้จักกันมากว่า 30 ปี ซึ่งเพิ่มความมั่นใจในการทำงานร่วมกัน

    ด้าน นายวรภัค กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับการชวนเข้ามาร่วมงานครั้งนี้ แม้ไม่เคยก้าวเข้าสู่พรรคการเมืองใดมาก่อน แต่ด้วยความศรัทธาในความตั้งใจของนายกรัฐมนตรี จึงพร้อมเข้ามาช่วยงาน โดยยอมรับว่ากระทรวงการคลังมีความท้าทายหลายด้าน ทั้งหนี้สาธารณะ หนี้ครัวเรือน รายรับ และรายจ่ายของประเทศ แต่เชื่อว่าการมีบุคลากรที่มีความรู้และมุ่งมั่น จะสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างแท้จริง

    นอกจากนี้ นายอนุทิน ยังเปิดเผยถึงความคืบหน้าการจัดทำรายชื่อคณะรัฐมนตรีว่า ขณะนี้ลงตัวแล้วกว่า 99.9725% เหลือเพียงการปรับเล็กน้อย และย้ำว่าการคัดเลือกบุคคลจะยึดตามคุณสมบัติ ความพร้อม ความเสียสละ และเป็นไปตามกฎหมายรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัด โดยบางคนต้องสละอาชีพราชการเพื่อมาร่วมงาน เช่น นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

    สำหรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายอนุทิน ระบุว่า ผู้ที่จะดำรงตำแหน่งต้องเป็นบุคคลที่ยึดถือความยุติธรรมเป็นที่ตั้ง และยืนยันว่าไม่มีการปิดบังรายชื่อ เมื่อมีความชัดเจนจะเปิดเผยต่อสาธารณชนต่อไป

    Back to top button

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/news/780748&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1k3-yrnsIklO9syyEAOfTk

  • เอกชน มองรัฐบาลอนุทิน 4 เดือน เป็น “โอกาส” ฟื้นความเชื่อมั่น

    เอกชน มองรัฐบาลอนุทิน 4 เดือน เป็น “โอกาส” ฟื้นความเชื่อมั่น

    นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) แสดงความเห็นต่อสถานการณ์ปัจจุบัน หลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลเฉพาะกิจ มีวาระการทำงาน 4 เดือนว่า ทำให้ประเทศไทยมีความชัดเจนด้านผู้นำรัฐบาล ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจแก่นักลงทุนและภาคธุรกิจ หลังจากที่การเมืองมีความไม่แน่นอนมาระยะหนึ่ง

    และหวังว่ารัฐบาลชุดใหม่จะคัดเลือกบุคลากรที่มีคุณภาพ มีความรู้ความสามารถ และกล้าตัดสินใจ โดยเฉพาะในทีมเศรษฐกิจหลัก

    ส.อ.ท.
    นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)

    เช่น กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงอุตสาหกรรม เพราะสิ่งนี้จะเป็นสัญญาณสำคัญที่ช่วยฟื้นความเชื่อมั่นให้ทั้งนักลงทุนในประเทศและต่างประเทศ แม้จะเป็นรัฐบาลระยะสั้น ก็ควรรีบเร่งทำงานอย่างเต็มที่ทันที

    ต้องยอมรับว่า ระยะเวลา 4 เดือนนับว่าสั้นมาก สำหรับการขับเคลื่อนการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง ไม่ว่าจะเป็นการปรับระบบภาษี การพัฒนาทักษะแรงงาน หรือการวางยุทธศาสตร์ด้านพลังงาน ซึ่งต้องใช้ความต่อเนื่องหลายปีจึงเห็นผลชัดเจน ในระยะเวลาจำกัดนี้ รัฐบาลจึงควรเน้นมาตรการเฉพาะหน้าเพื่อบรรเทาปัญหาเร่งด่วนและสร้างบรรยากาศทางเศรษฐกิจที่ดี

    สำหรับนโยบายเร่งด่วนที่ต้องการเห็นภายใน 4 เดือน ส.อ.ท. เสนอว่ารัฐบาลใหม่ควรเร่งดำเนินการ ดังนี้

    • บรรเทาค่าครองชีพและต้นทุนพลังงาน ที่ส่งผลโดยตรงต่อประชาชนและผู้ประกอบการ
    • ช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ผ่านการเพิ่มสภาพคล่อง ลดภาษี และมาตรการแก้ไขปัญหาหนี้เสีย
    • เร่งรัดการเจรจาการค้าต่างประเทศ โดยเฉพาะกับสหรัฐฯ และตลาดสำคัญ เพื่อไม่ให้การเจรจาสะดุดจากการเปลี่ยนผ่านทางการเมือง
    • ปรับปรุงระบบธุรกิจและภาษี ให้ทันสมัย ลดความซ้ำซ้อน และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุน

    นายเกรียงไกร กล่าวเพิ่มเติมว่า ความไม่แน่นอนทางการเมืองยังเป็นประเด็นหลักที่กระทบต่อการตัดสินใจลงทุน ภาคธุรกิจและหน่วยงานราชการหลายแห่งอยู่ในภาวะ “wait and see” ทำให้การเบิกจ่ายงบประมาณปี 2568 ทำได้เพียงประมาณ 50% ของเป้าหมาย ซึ่งกระทบต่อการหมุนเวียนเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจ

    นอกจากนี้ หากรัฐบาลไม่สามารถดำเนินมาตรการได้อย่างชัดเจน การเจรจาการค้าระหว่างประเทศอาจหยุดชะงัก และการลงทุนใหม่ๆ อาจล่าช้าออกไป ซึ่งจะเป็นความท้าทายสำคัญของรัฐบาลเฉพาะกิจในช่วงเวลาเพียง 4 เดือนนี้

    แม้รัฐบาลจะมีเวลาจำกัด แต่ก็เป็นช่วงเวลาสำคัญที่จะสร้างแรงกระตุ้นต่อเศรษฐกิจ และสร้างบรรยากาศเชิงบวกให้รัฐบาลถาวรในอนาคตมาสานต่อ ภาคเอกชนพร้อมสนับสนุนและร่วมมือกับรัฐบาลอย่างเต็มที่ เพื่อให้มาตรการเหล่านี้เกิดผลจริง

    หอการค้าไทย
    นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย

    หอการค้า พร้อมหนุนภารกิจเร่งด่วน 4 ด้าน

    นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญความผันผวนและเปราะบาง จากทั้งภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว การค้าและการลงทุนที่มีข้อจำกัด ตลอดจนแรงกดดันจากหนี้ครัวเรือนและต้นทุนภาคธุรกิจที่สูงขึ้น

    หอการค้าฯ มีความคาดหวังว่ารัฐบาลชุดใหม่จะเร่งดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจเฉพาะหน้าอย่างจริงจัง และจัดตั้งคณะรัฐมนตรีที่ประกอบด้วยบุคลากรคุณภาพ มีความรู้ ความสามารถ เข้าใจโครงสร้างเศรษฐกิจ และยึดมั่นในประโยชน์ของประเทศและประชาชนเหนือผลประโยชน์ทางการเมือง เพื่อร่วมกันฟื้นฟูความเชื่อมั่นและสร้างโอกาสใหม่ให้กับประเทศไทย

    สำหรับทิศทางการบริหารประเทศ หอการค้าฯ เห็นด้วยและพร้อมสนับสนุนการขับเคลื่อนภารกิจเร่งด่วน 4 ด้านที่รัฐบาลได้ประกาศ ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นต่อการฟื้นฟูประเทศในช่วงเวลานี้ ได้แก่

    1. ด้านเศรษฐกิจ ดำเนินมาตรการลดภาระค่าครองชีพทั้งค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน การเดินทาง และค่าขนส่ง แก้ไขปัญหาหนี้สินของเกษตรกรและผู้มีรายได้น้อย ควบคู่กับการสร้างรายได้และโอกาสใหม่ให้กับประชาชน ผู้ประกอบการ และชุมชนฐานราก

    2. ด้านความมั่นคงชายแดน จัดการปัญหาพิพาทชายแดนด้วยแนวทางสันติ ปกป้องผลประโยชน์ของชาติ และดูแลเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็วและทั่วถึง

    3. ด้านภัยธรรมชาติ พัฒนาระบบเตือนภัย การป้องกัน และกลไกเยียวยาฟื้นฟู เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้ได้รับการชดเชยอย่างเป็นธรรม ทันท่วงที และสามารถกลับมาดำเนินชีวิตได้อย่างมั่นคง

    4. ด้านภัยสังคม เร่งรัดมาตรการปราบปรามขบวนการค้ายาเสพติด การค้ามนุษย์ การหลอกลวงออนไลน์ รวมถึงปัญหาการพนันและการพนันออนไลน์ โดยสร้างความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านและมิตรประเทศอย่างจริงจัง

    นอกจากนี้ หอการค้าไทยและสภาหอการค้าฯ อยากให้เร่งแก้ไขปัญหาการส่งออก การเจรจาภาษีสหรัฐอเมริกา และ FTA เพื่อเสริมความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ทั้งนี้พร้อมสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลในมาตรการเชิงรุก

    มอง “คนละครึ่ง” คืนชีพกระตุ้นเศรษฐกิจ การบริโภคมในประเทศ

    โดยเฉพาะ โครงการ “คนละครึ่ง” ที่ช่วยกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ และการ เร่งสร้างความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยวไทย ในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนในไตรมาสสุดท้ายของปี ซึ่งเป็นฤดูท่องเที่ยวสำคัญ เพื่อสร้างรายได้หมุนเวียน กระจายสู่ชุมชนและเศรษฐกิจฐานราก นอกจากนั้นการเร่งสร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของประเทศไทยกลับมาเป็นเรื่องจำเป็น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/wealth/economic/256546&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1FP5rMnd-jIHaUYscsDNtg

  • เงื่อนไขโครงการ “คนละครึ่ง” เช็กคุณสมบัติก่อนลงทะเบียน วิธีการใช้สิทธิ

    เงื่อนไขโครงการ “คนละครึ่ง” เช็กคุณสมบัติก่อนลงทะเบียน วิธีการใช้สิทธิ

    คนละครึ่ง 2568 : เช็กคุณสมบัติที่กำหนดของผู้ร่วมโครงการ “คนละครึ่ง” ขั้นตอนและวิธีการใช้สิทธิ ซื้อสินค้า-บริการอะไรได้บ้าง

    ภายหลังจาก นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวที่รัฐบาลอนุทิน ต้องการฟื้นคืน โครงการคนละครึ่ง โดยอาจมีสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมให้ครอบคลุมและตอบโจทย์มากขึ้น นั้น ก็กลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ และจับตามองเป็นอย่างมาก สำหรับนโยบายการพัฒนาโครงการ “คนละครึ่ง 2568 “

    เพราะที่ผ่านมามาตรการ “คนละครึ่ง” ถือเป็นหนึ่งในโครงการที่ได้รับเสียงตอบรับอย่างมากจากประชาชน ซึ่งริเริ่มขึ้นในปี พ.ศ. 2563 ในช่วงที่เศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 (COVID-19) โดยมีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศ ด้วยการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน และช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้แก่ร้านค้ารายย่อยทั่วประเทศ เป็นการสนับสนุนเศรษฐกิจฐานราก และฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศทั้งระบบ 

    คุณสมบัติของผู้ร่วมโครงการ “คนละครึ่ง”

    สำหรับคุณสมบัติของผู้จะต้องลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ คือ

    1. มีบัตรประจำตัวประชาชน และเป็นบุคคลสัญชาติไทย

    2. มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน

    3. ไม่เป็นผู้ได้รับสิทธิโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ (ผ่านบัตรประชาชน) และโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้

    เงื่อนไขการใช้สิทธิ “โครงการคนละครึ่ง”

    • รัฐร่วมจ่าย 50% : รัฐบาลจะช่วยออกค่าใช้จ่ายให้ 50% และประชาชนต้องจ่ายเองอีก 50%
    • การใช้จ่ายครั้งแรก : ผู้ที่ได้รับสิทธิ์จะต้องใช้จ่ายครั้งแรกภายในระยะเวลาที่กำหนด
    • ใช้จ่ายได้กับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการเท่านั้น โดยต้องชำระเงินผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” และร้านค้าใช้แอปพลิเคชัน “ถุงเงิน”
    • ไม่หักสิทธิ หากใช้ไม่หมดในแต่ละวัน โดยระบบจะคืนสิทธิที่ไม่ได้ใช้เข้ายอดรวมของผู้ได้รับสิทธิ และจะคำนวณสิทธิใหม่ในเวลา 06.00 น. ของทุกวัน
    • สามารถใช้สิทธิ “คนละครึ่ง” ได้เวลา 06.00-23.00 น. ไม่สามารถใช้สิทธินอกเวลาดังกล่าวได้
    • กำหนดวงเงินใช้จ่ายสูงสุดต่อวัน โดยในเฟสล่าสุด (เฟส 5) ไม่เกิน 150 บาทต่อคนต่อวัน

    “สิทธิคนละครึ่ง” ใช้กับอะไรได้บ้าง

    ประเภทสินค้า 

    • ได้แก่ อาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไป
    • ยกเว้น สลากกินแบ่ง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ บัตรกำนัล (gift voucher/gift card) บัตรเงินสด (cash card) และสินค้ารูปแบบอื่น ๆ ที่เป็นการชำระค่าสินค้าหรือบริการล่วงหน้า (prepaid)

    ประเภทบริการ

    • บริการนวด สปา ทำผม และทำเล็บ
    • บริการประเภทรถโดยสารสาธารณะที่มีสัญชาติไทยและไม่ใช่นิติบุคคล ได้แก่ รถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกิน 7 คน (TAXI-METER) รถตู้โดยสารประจำทางที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย รถยนต์สามล้อสาธารณะ รถสองแถวรับจ้างและรถจักรยานยนต์สาธารณะ ทั้งนี้ ผู้ขับขี่ต้องมีใบขับขี่รถสาธารณะที่ถูกต้องตามกฎหมาย (ผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะ)
    • บริการด้านขนส่งสาธารณะที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย 
    • บริการด้านขนส่งมวลชนสาธารณะ ได้แก่ รถไฟฟ้าในเขตเมือง รถไฟ รถโดยสารประจำทางสาธารณะ และเรือโดยสารสาธารณะ (ผู้ประกอบการขนส่งมวลชนสาธารณะ)
    • ทั้งนี้ ไม่รวมถึง บัตรกำนัล (gift voucher/gift card) บัตรเงินสด (cash card) และบริการรูปแบบอื่น ๆ ที่เป็นการชำระค่าสินค้าหรือบริการล่วงหน้า (prepaid)

    วิธีสมัครใช้งานแอปฯ “เป๋าตัง”

    1. เปิดแอปฯ App Store หรือ Google Play หรือ Play Store รองรับโทรศัพท์ที่ใช้ Android 9.0 ขึ้นไป หรือ iPhone ที่มี iOS 15.0 ขึ้นไป

    • สำหรับผู้ใช้โทรศัพท์ ระบบปฏิบัติการ iOS – คลิกที่นี่
    • สำหรับผู้ใช้โทรศัพท์ ระบบปฏิบัติการ Android – คลิกที่นี่

    2. พิมพ์ค้นหา “เป๋าตัง” ในช่องค้นหา

    3. เลือก “GET” หรือ เลือก “ติดตั้ง”

    4. เมื่อติดตั้งเสร็จ เปิดแอปฯ เป๋าตัง

    5. ให้ความยินยอมจัดการข้อมูลยืนยันตัวตน

    6. เตรียมบัตรประชาชน

    7. ถ่ายรูปหน้าบัตรประชาชน เพื่อยืนยันตัวตน

    8. ตรวจสอบเลขบัตรประชาชน และกรอกเบอร์โทรศัพท์เพื่อรับรหัส OTP

    9. ใส่รหัส OTP 6 หลักที่ได้รับจากโทรศัพท์มือถือ

    10. กรอกข้อมูล บัตรประชาชน

    11. เลือกวิธียืนยันตัวตน

    อย่างไรก็ตาม หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติม เกี่ยวกับโครงการคนละครึ่งล่าสุด 2568 หรือ คนละครึ่งเวอร์ชันใหม่ จะรายงานให้ทราบต่อไป.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/society/2881273&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0nwRvFUU9s7DovocIDkMMP

  • นักวิชาการมองศาลมะกันช่วยฟื้นการค้าเสรี “คนละครึ่ง”กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก : อินโฟเควสท์

    นักวิชาการมองศาลมะกันช่วยฟื้นการค้าเสรี “คนละครึ่ง”กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก : อินโฟเควสท์

    นายอนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ และผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐกิจดิจิทัล การลงทุนและการค้าระหว่างประเทศ (DEIIT) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ทิศทางสงครามการค้าและภาษีทรัมป์กำลังเปลี่ยนแปลงไปด้วยอำนาจถ่วงดุลของกลไกตุลาการของสหรัฐฯ โดยศาลอุทธรณ์กลางแห่งสหรัฐฯ มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 29 ส.ค.68 โดยผู้พิพากษาเสียงข้างมาก 7 คนจากองค์คณะ 11 คน มีคำตัดสินว่า การออกคำสั่งขึ้นภาษีนำเข้าของประธานาธิบดีเป็นการใช้อำนาจเกินกว่าที่กฎหมายให้ไว้ และไม่ชอบด้วยหลักการแบ่งแยกอำนาจ เท่ากับฝ่ายบริหารไปก้าวล่วงอำนาจนิติบัญญัติในการตรากฎหมายเกี่ยวกับภาษีอากร ถ้าศาลสูงสุดมีคำพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ผลที่ตามมา คือ คำสั่งของประธานาธิบดีทรัมป์ในการตั้งกำแพงภาษีตอบโต้ทางการค้าในอัตราสูงต่อสินค้านำเข้าจากประเทศต่าง ๆ จะถูกยกเลิกหมด

    การอ้างอำนาจจากกฎหมาย International Emergency Economic Power Act of 1977 ทุกมาตรการตามคำสั่งประธานาธิบดีในการขึ้นภาษีจะถูกยกเลิกทั้งหมด ผู้นำเข้าที่เสียภาษีตามมาตรการขึ้นภาษีก่อนหน้านี้สามารถเรียกคืนภาษีจากรัฐบาลได้ มาตรการกีดกันการค้าผ่านการตั้งกำแพงภาษีสหรัฐฯเมื่อถูกยกเลิกไปจะส่งผลดีต่ออัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก การค้าโลกส่งผลบวกต่อภาคส่งออกและเศรษฐกิจไทย ขณะเดียวกันจะสร้างความไม่แน่นอนต่อการเจรจาต่อรองทางด้านการค้าและภาษีที่สหรัฐฯกำลังดำเนินการอยู่กับประเทศต่าง ๆ ความไม่แน่นอนและไม่ชัดเจนเหล่านี้ย่อมส่งผลต่อธุรกรรมการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

    อย่างไรก็ตาม คาดว่า มาตรการกีดกันการค้า การขึ้นกำแพงภาษีจะยังไปต่อผ่านกลไกรัฐสภาสหรัฐฯ เพื่อแก้ปัญหาการขาดดุลการค้าและฐานะการคลังของสหรัฐฯ แต่ประเมินว่าอัตราภาษีในการจัดเก็บอาจจะไม่สูงมากและกระบวนการในรัฐสภาต้องใช้เวลา หากจะมีการปรับเพิ่มอัตราภาษีศุลกากรจริง ๆ ผ่านการออกกฎหมายโดยรัฐสภาน่าจะเป็นปีหน้า นอกจากนี้ความพยายามของรัฐบาลทรัมป์ในการเปลี่ยนแปลงระบบการค้าเสรีของโลกจากระบบ Rule-Based เป็น Deal-based อาจมีอุปสรรค ระบบการค้าเสรีแบบพหุภาคีอาจฟื้นตัวขึ้นจากกลไกการถ่วงดุลของศาลต่อฝ่ายบริหารของสหรัฐฯ

    ผลของการยกเลิกกำแพงภาษีนำเข้าจะทำให้บริษัทนำเข้าสหรัฐฯ สามารถเรียกคืนภาษีได้ โดยยอดภาษีศุลากรที่เก็บได้จนถึงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาอยู่ที่ประมาณ 75,000 ล้านดอลลาร์ ส่วนผู้บริโภคที่ต้องจ่ายซื้อสินค้าต่าง ๆ แพงจากอัตราภาษีที่ขึ้นมาก่อนหน้านี้ก็อาจไม่ได้รับการชดเชยแต่อย่างใด แต่น่าจะทำให้อัตราเงินเฟ้อและค่าครองชีพต่ำลงในระยะต่อไป

    กรณีที่รัฐบาลใหม่มีแนวคิดนำมาตรการคนละครึ่งมาใช้งานจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและช่วยบรรเทาความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจได้ระดับหนึ่ง สำรวจงานวิจัยที่เคยศึกษาและประเมินมาตรการคนละครึ่ง พบว่า ทุกๆ 1 บาทที่รัฐบาลจ่ายช่วยกระตุ้นหรือสร้างการบริโภคใหม่ได้ประมาณ 0.4 บาท ผลต่อการกระตุ้นภาคการบริโภคโดยภาพรวมไม่สูงนัก แต่ช่วยทำให้ยอดขายของร้านค้ารายย่อยที่เข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญและพื้นที่ที่มีรายได้ต่ำได้ประโยชน์สูงสุด

    สำรวจจากข้อมูลวิจัยจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่เคยทำไว้ช่วงรัฐบาลประยุทธ์ Digital Fiscal Stimulus and SMEs:difference-indifference evidence from Thailand’s half-and-half Program โดย อธิภัทร มุทิตาเจริญ พบว่า ข้อมูลเชิงประจักษ์บ่งชี้ว่า มาตรการคนละครึ่งช่วยดันยอดขายร้านค้ารายย่อยพุ่ง 174% และสร้างฐานลูกค้าใหม่ ร้านค้าขนาดเล็กได้ประโยชน์สูงสุด โดยยอดขายเพิ่มขึ้นมากกว่า 4 เท่า แต่ผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยภาพรวมไม่สูงนัก เพราะคนส่วนใหญ่เพียงเปลี่ยนที่จ่าย ไม่ได้ใช้จ่ายเพิ่ม และลดการใช้จ่ายนอกโครงการ

    มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้นจะได้ผลดีก็ต่อเมื่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคดีขึ้น ความเชื่อมั่นต่อรายได้ในอนาคตดีขึ้น ความมั่นคงในงานดีขึ้น ปัจจัยความเชื่อมั่นเหล่านี้จะส่งผลให้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นมีประสิทธิผลสูงขึ้นตามไปด้วย แม้รัฐบาลจะอยู่สั้นเพียง 4 เดือนแต่หากสามารถฟื้นฟูความเชื่อมั่นได้ก็จะเป็นผลบวกต่อเศรษฐกิจ โดยเริ่มต้นจากการสรรหาคณะรัฐมนตรีที่มีความรู้ความสามารถ มีความเป็นมืออาชีพ มีความเชี่ยวชาญในกระทรวงหรือหน่วยงานที่บริหาร มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (07 ก.ย. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/527564&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1hdYtalzy-SVFmXxt9JTzC

  • นักวิชาการ หอการค้าไทย แนะมาตรการคนละครึ่งช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก

    นักวิชาการ หอการค้าไทย แนะมาตรการคนละครึ่งช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก

     กรุงเทพฯ 7 ก.ย.- นักวิชาการ หอการค้าไทย แนะมาตรการคนละครึ่งช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ชี้ศาลสหรัฐฯ ช่วยฟื้นระบบการค้าเสรี ภาษีทรัมป์สะดุดส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจโลกและไทย        

     รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ และ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐกิจดิจิทัล การลงทุนและการค้าระหว่างประเทศ(DEIIT) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า มาตรการคนละครึ่งช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและช่วยบรรเทาความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจได้ระดับหนึ่ง จากงานวิจัยที่เคยศึกษาและประเมิน “มาตรการคนละครึ่ง” พบว่า ทุกๆ 1 บาทที่รัฐบาลจ่ายช่วยกระตุ้นหรือสร้างการบริโภคใหม่ได้ประมาณ 0.4 บาท ฉะนั้น ผลต่อการกระตุ้นภาคการบริโภคโดยภาพรวมไม่สูงนัก แต่ช่วยทำให้ยอดขายของร้านค้ารายย่อยที่เข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยสำคัญและพื้นที่ที่มีรายได้ต่ำได้ประโยชน์สูงสุด

    จากข้อมูลวิจัยจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่เคยทำไว้ช่วงรัฐบาลประยุทธ์Digital Fiscal Stimulus and SMEs: difference-indifference evidence from Thailand’s half-and-half Program โดย อธิภัทร มุทิตาเจริญ พบว่า ข้อมูลเชิงประจักษ์บ่งชี้ว่า “มาตรการคนละครึ่ง” ช่วยดันยอดขายร้านค้ารายย่อยพุ่ง 174% และสร้างฐานลูกค้าใหม่ ร้านค้าขนาดเล็กได้ประโยชน์สูงสุด โดยยอดขายเพิ่มขึ้นมากกว่า 4 เท่า แต่ผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยภาพรวมไม่สูงนัก เพราะคนส่วนใหญ่เพียงเปลี่ยนที่จ่าย ไม่ได้ใช้จ่ายเพิ่ม และลดการใช้จ่ายนอกโครงการ

    มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้นจะได้ผลดีก็ต่อเมื่อ ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคดีขึ้น ความเชื่อมั่นต่อรายได้ในอนาคตดีขึ้น ความมั่นคงในงานดีขึ้น ปัจจัยความเชื่อมั่นเหล่านี้จะส่งผลให้มาตรกการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นมีประสิทธิผลสูงขึ้นตามไปด้วย แม้นรัฐบาลจะอยู่สั้นเพียง 4 เดือนแต่หากสามารถฟื้นฟูความเชื่อมั่นได้ก็จะเป็นผลบวกต่อเศรษฐกิจ โดยเริ่มต้นจากการสรรหาคณะรัฐมนตรีที่มีความรู้ความสามารถ มีความเป็นมืออาชีพ มีความเชี่ยวชาญในกระทรวงหรือหน่วยงานที่บริหาร มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์

    ดร.อนุสรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ทิศทางสงครามการค้าและภาษีทรัมป์กำลังเปลี่ยนแปลง หลังศาลอุทธรณ์กลางสหรัฐ มีคำพิพากษาเมื่อ 29 สิงหาคม 68 โดยผู้พิพากษาว่า การออกคำสั่งขึ้นภาษีนำเข้าของประธานาธิบดีเป็นการใช้อำนาจเกินกว่าที่กฎหมายให้ไว้ และ ไม่ชอบด้วยหลักการแบ่งแยกอำนาจ หากศาลสูงสุดมีคำพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ผลที่ตามมา คือ คำสั่งของประธานาธิบดีทรัมป์ในการตั้งกำแพงภาษีตอบโต้ทางการค้าในอัตราสูงต่อสินค้านำเข้าจากประเทศต่างๆจะถูกยกเลิกหมด

    ผู้นำเข้าที่เสียภาษีตามมาตรการขึ้นภาษีก่อนหน้านี้ สามารถเรียกคืนภาษีจากรัฐบาลได้ มาตรการกีดกันการค้าผ่านการตั้งกำแพงภาษีสหรัฐฯเมื่อถูกยกเลิกไปจะส่งผลดีต่ออัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก การค้าโลก ส่งผลบวกต่อภาคส่งออกและเศรษฐกิจไทย ขณะเดียวกัน จะสร้างความไม่แน่นอนต่อการเจรจาต่อรองทางด้านการค้าและภาษีที่สหรัฐฯกำลังดำเนินการอยู่กับประเทศต่างๆ ความไม่แน่นอนและไม่ชัดเจนเหล่านี้ย่อมส่งผลต่อธุรกรรมการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

    อย่างไรก็ตาม คาดว่า มาตรการกีดกันการค้า การขึ้นกำแพงภาษีจะยังไปต่อผ่านกลไกรัฐสภาสหรัฐอเมริกาเพื่อแก้ปัญหาการขาดดุลการค้าและฐานะการคลังของสหรัฐฯ แต่ประเมินว่า อัตราภาษีในการจัดเก็บอาจจะไม่สูงมากและกระบวนการในรัฐสภาต้องใช้เวลา หากจะมีการปรับเพิ่มอัตราภาษีศุลกากรจริงๆผ่านการออกกฎหมายโดยรัฐสภาน่าจะเป็นปีหน้า นอกจากนี้ ความพยายามของรัฐบาลทรัมป์ในการเปลี่ยนแปลงระบบการค้าเสรีของโลกจากระบบ Rule-Based เป็น Deal-based อาจมีอุปสรรค ระบบการค้าเสรีแบบพหุภาคีอาจฟื้นตัวขึ้นจากกลไกการถ่วงดุลของศาลต่อฝ่ายบริหารของสหรัฐฯ.-515 -สำนักข่าวไทย

    ดูข่าวเพิ่มเติม

    Top Viewed • อ่านมากสุด


    ดูทั้งหมด

    พรรคภูมิใจไทย 6 ก.ย.- “อนุทิน” โชว์ตัว ว่าที่ 3 รมต.ทีมเศรษฐกิจป้ายแดง ล้อมวงกินเค้กส้ม “เอกนิติ” นั่งขุนคลัง เตรียมนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ชี้ปล่อยฟื้นคนละครึ่งกระแสเต็มฟีด ขณะ “สีหศักดิ์” เตรียมนั่ง รมว.กต. มั่นใจชื่อนี้นานาชาติยอมรับ รับเผือกร้อนแก้ปมชายแดนไทย-กัมพูชา ขณะ “อรรถพล” อดีต CEO ปตท. นั่ง รมว.พลังงาน ทำงานได้เลยไม่ต้องรำมวย ยอมรับเก้าอี้กลาโหม ต้องมีความรู้ในวิชาชีพ ปัดตอบชิงดำ “บิ๊กป้อม-ธรรมนัส” นายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่าที่นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว อดีต ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงลอนดอน และอดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รวมถึงนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง และนายสันติ พร้อมพัฒน์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ดื่มกาแฟร่วมกันที่ร้านจานิสตาร์ ชั้น 1 ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ภายหลังหารือร่วมกันที่บริเวณชั้นบน ทั้งนี้ คาดว่านายสีหศักดิ์ ถูกทาบทาม […]

    พรรคภูมิใจไทย 6 ก.ย.- “ธรรมนัส” ปัดแย่งเก้าอี้กลาโหม “บิ๊กป้อม” อุบตอบ “กล้าธรรม” ได้กระทรวงอะไรเพิ่ม ไม่กังวลปมคุณสมบัติ เหตุตัวเองเป็น “รมต.” มา 2 รอบแล้ว แย้ม เลขาฯ พรรค ต้องได้เก้าอี้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา และประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม เดินทางมายังที่ทำการพรรคภูมิใจไทย เพื่อพบกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในฐานะว่าที่นายกรัฐมนตรี เพื่อหารือเป็นการส่วนตัว จากนั้นเวลา 16.50 น. นายอนุทิน และ ร.อ.ธรรมนัส เดินลงจากที่ทำการพรรคมายังร้านกาแฟจาริสต้าร์ ซึ่งมี น.ส.ธนพร ศรีวิราช ภรรยาของ ร.อ.ธรรมนัส รออยู่ ซึ่ง ร.อ.ธรรมนัส สั่งเครื่องดื่มอเมริกาโน่ร้อน ไม่หวาน ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่า มาซื้อกาแฟวันนี้ หมายความว่าได้ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมแล้วใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่ทราบ ตนมารับภรรยา เมื่อถามว่า พรรคกล้าธรรมมีการพูดคุยตำแหน่งรัฐมนตรีลงตัวแล้วหรือไม่ […]

    โตเกียว 6 พ.ย. – พายุไต้ฝุ่น “เผ่ย์ผ่า” (Peipah) ได้สร้างความเสียหายอย่างหนักในจังหวัดชิซูโอกะ ประเทศญี่ปุ่น ในวันศุกร์ โดยมีรายงานว่าลมกระโชกแรงจากพายุลูกนี้ทำลายอาคารไปอย่างน้อย 220 หลัง และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 23 คน เอ็นเอชเค สื่อสาธารณะของญี่ปุ่นรายงานว่า ตรวจพบกระแสลมแรงใน เขตเทศบาล 4 แห่งของจังหวัดชิซูโอกะ ซึ่งรวมถึงเมืองโยชิดะและเมืองมากิโนะฮาระ เจ้าหน้าที่เมืองมากิโนะฮาระระบุว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 3 ราย และบาดเจ็บเล็กน้อย 20 ราย ณ เวลา 21:30 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือ ตรงกับ 19.30 น. ตามเวลาในประเทศไทย นอกจากนี้ เอ็นเอชเค ยังรายงานด้วยว่า มีอาคารอย่างน้อย 43 หลังในเมืองมากิโนะฮาระถูกทำลายทั้งหมดหรือเสียหายครึ่งหนึ่งและอีก 184 หลังได้รับความเสียหายบางส่วน พายุ “เผ่ย์ผ่า” ได้ลดระดับลงเป็นพายุโซนร้อนเมื่อเวลาประมาณ 21:00 น. ของวันศุกร์ ตามเวลาท้องถิ่น […]

    ปทุมธานี 3 ก.ย. – เขยปืนโหด ถูกจับได้ว่าแอบคบกับน้องเมียวัย 13 ปี บุกยิงยกครัวเมียที่บ้านพัก ย่านปทุมธานี แม่ยาย-น้องเมีย-น้า เสียชีวิต ก่อนจบชีวิตตัวเองหนีความผิด เหตุดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อเวลา 23.10 น. ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวน สภ.คลองห้า จ.ปทุมธานี ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู ร่วมตรวจสอบบ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่หมู่ 7 ต.คลองเจ็ด อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จุดเกิดเหตุอยู่ด้านหลังบ้าน ซึ่งเป็นพื้นที่เปิดโล่ง พบร่างนางทัศนี อายุ 46 ปี นอนเสียชีวิตอยู่ด้านข้างโต๊ะกินข้าว ตามร่างกาย มีบาดแผลถูกยิงเข้าที่ศีรษะ ข้างกันพบปลอกกระสุนปืนขนาด.380 ตกอยู่จำนวนหนึ่ง นอกจากนี้ ยังพบร่างนายชัยวัฒน์ อายุ 43 ปี น้องชายนางทัศนีย์ ได้รับบาดเจ็บ ส่วนในบ้านพบ ด.ญ.วันเพ็ญ อายุ 13 ปี ลูกสาวนางทัศนีย์ ได้รับบาดเจ็บอีกราย เจ้าหน้าที่กู้ชีพและกู้ภัยฯ […]

    ข่าวแนะนำ


    อยุธยา 7 ก.ย.- สถานการณ์น้ำหลายพื้นที่เริ่มวิกฤติ โดยที่อยุธยา ชาวบ้าน อ.บางบาล ย้ายรถยนต์ขึ้นมาจอดหนีน้ำ ขณะที่โคราช ฝนถล่มทั้งคืน น้ำท่วมถนนสาย 304 ด้านชาวบ้าน ต.โผงเผง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง เร่งซ่อมแซมเรือ รับมือน้ำหลาก สถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลังจากเขื่อนเจ้าพระยา มีการปรับการระบายน้ำลงสู่ท้ายเขื่อนอยู่ที่ 1,600 ลบ.ม ต่อวินาที ส่งผลกระทบกับพื้นที่ อำเภอเสนา อำเภอผักไห่ อำเภอบางบาล และอำเภอบางไทร โดยผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังชุมชน หมู่ที่ 7 ตำบลวัดตะกู อำเภอบางบาล พบว่าสถานการณ์ตอนนี้ระดับน้ำในคลองบางหลวง มีระดับน้ำสูงล้นตลิ่งเข้าท่วมแล้วหลายจุด บางจุดน้ำหลากเข้าท่วมถนนภายในชุมชน ส่งผลให้ตอนนี้พี่น้องประชาชนไม่สามารถจอดรถในพื้นที่บ้านได้ ด้าน นายสมศักดิ์ อายุ 74 ปี ชาวบ้านในพื้นที่เปิดเผยว่า ตอนนี้ระดับน้ำเริ่มขึ้นเรื่อยๆ บางจุดท่วมสูง บางจุดก็เริ่มท่วมตามแล้ว ตอนนี้เร่งกางเต้นท์ เพื่อนำรถยนต์ รถจักรยานยนต์ มาจอด เพราะข้างในท่วมหมด ขณะที่นครราชสีมา ภาพจากกล้องหน้ารถเผยให้เห็นสภาพถนนสาย 304 […]

    สระแก้ว 7 ก.ย. – ชาวกัมพูชากว่า 50 คน รวมตัวท่ามกลางสายฝน กดดันทหารไทย เกณฑ์เด็ก-ผู้หญิง เข้ามาในพื้นที่บ้านหนองจาน สร้างเพิงพักชั่วคราวใกล้แนวชายแดน ชาวกัมพูชากว่า 50 คน รวมตัวท่ามกลางสายฝน กดดันทหารไทย โดยเกณฑ์เด็กและผู้หญิงเข้ามาในพื้นที่บ้านหนองจาน ใกล้หลักเขต 46 ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ทั้งสร้างเพิงพักชั่วคราวบริเวณใกล้แนวชายแดน สถานการณ์โดยรวมยังเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่ปรากฏเหตุการณ์ความวุ่นวาย หรือการกระทบกระทั่งแต่อย่างใด ส่วนบริเวณจุดตรวจ 40 บ้านหนองจาน ผู้กำกับ สภ.โคกสูง ได้จัดกำลังตำรวจเข้าดูแลพื้นที่รักษาความปลอดภัย ช่วงเวลา 11.00 น. มีกลุ่มมวลชนเดินทางเข้ามาในพื้นที่ประมาณ 20 คน เหตุการณ์ทั่วไปยังปกติ.-สำนักข่าวไทย

    พรรคภูมิใจไทย 7 ก.ย.- “อนุทิน” ลั่นไม่ติดหนี้บุญคุณใคร นอกจากประชาชน โพล่งนั่งนายกฯ ควบ มท.1 ประกาศเร่งแก้ปัญหา 4 ด้าน ยันไม่มีแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ปมเขากระโดง-ฮั้ว สว. ทุกอย่างกางบนโต๊ะโปร่งใส ไม่ยัดเยียดปรุงแต่ง หรือกลั่นแกล้งใคร เหมือนที่เคยโดน สั่งล่วงหน้า ครม.หนู เวลาน้อยแค่ 4 เดือน ต้องไม่เหนื่อย-ไม่ป่วย-ไม่ลา-ทำงานไม่มีวันหยุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีว่า นับเป็นพระมหากรุณากรุณาธิคุณ แก่ตัวกระผมอันหาที่สุดมิได้ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ผมดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในวันนี้ ผมยืนยันด้วยความตระหนักดีว่าการเข้าสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในวันนี้ อาจมีข้อจำกัดหลายประการหลายด้าน ในการปฏิบัติหน้าที่บริหารราชการแผ่นดิน อย่างไรก็ตาม ผมให้ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชนที่เคารพรักทุกท่าน ว่า ตนและคณะรัฐมนตรีของผมทุกคน จะมุ่งมั่นทุ่มเททำงานด้วยความไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย จะใช้ทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเรามีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นกำลังกาย กำลังสมอง เพื่อให้ประเทศไทยของเราได้หลุดพ้นจากสถานการณ์วิกฤตต่าง ๆ โดยเร็วที่สุด ต้องขอขอบพระคุณพี่น้องประชาชนที่ได้ให้ความมั่นใจโดยผ่านความไว้วางใจและการลงคะแนนเสียงของบรรดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาชนที่ได้ให้การสนับสนุนตนให้เข้ามาแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า และได้เสียสละให้ประเทศไทยมีทางออกและหลังจากลงคะแนนเสียงเรียบร้อยแล้ว ได้กลับไปอยู่ในเจตนารมณ์เดิมของพรรคประชาชนคือการเป็นฝ่ายตรวจสอบ ตนได้ขอขอบคุณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากพรรคร่วมรัฐบาล เช่น พรรรกล้าธรรม […]

    พรรคภูมิใจไทย 7 ก.ย. – “อนุทิน ชาญวีรกูล” รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 32 ถวายสัตย์จะมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่ของตนอย่างเต็มกําลังความสามารถ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และมีคุณธรรม ขณะที่พรรคร่วมฯ เข้ายินดีพร้อมเพรียง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (7 กันยายน 2568) เวลา 11.30 น. ณ ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์ สุขะนันท์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร อัญเชิญพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 32 เดินทางมาถึงที่ทำการพรรคภูมิใจไทย โดยได้อัญเชิญไปยังสถานที่ในการรับสนองพระบรมราชโองการฯ ซึ่งพรรคจัดไว้ที่ชั้น 4 ของอาคารที่ทำการพรรคภูมิใจไทย จากนั้น เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้อ่านพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกรัฐมนตรี คนที่ 32 ความว่า “พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า ด้วยความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี […]

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://tna.mcot.net/business-1582513&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2_BApvFI1yAzdKb21QP9LP

  • โพล 68.26%  อยากให้นายกฯคนใหม่เร่งแก้ปัญหาค่าครองชีพ-ปากท้อง 

    โพล 68.26%  อยากให้นายกฯคนใหม่เร่งแก้ปัญหาค่าครองชีพ-ปากท้อง 


    “สวนดุสิตโพล” เผยผลสำรวจ “ความคาดหวังต่อนายกรัฐมนตรีคนที่ 32”  พบ 68.26% อยากให้เร่งแก้ปัญหาค่าครองชีพ ปากท้อง ขณะที่ 76.66% เห็นด้วยยุบสภาใน4 เดือนเพื่อเลือกตั้งใหม่

    “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “ความคาดหวังต่อนายกรัฐมนตรีคนที่ 32” กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 1,191 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 2-5 กันยายน 2568  พบว่า ภารกิจเร่งด่วนที่อยากให้นายกรัฐมนตรีคนใหม่ดำเนินการมากที่สุด คือ การแก้ปัญหาค่าครองชีพและปากท้อง ร้อยละ 68.26 ในขณะที่ความเชื่อมั่นว่านายกรัฐมนตรีคนที่ 32 จะสามารถแก้ปัญหาของประเทศได้ อยู่ในระดับปานกลางร้อยละ 56.09 นอกจากนี้ กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 76.66 เห็นด้วยหากรัฐบาลใหม่ประกาศยุบสภาภายใน 4 เดือน เพื่อเลือกตั้งใหม่ และสิ่งที่อยากฝากถึงนายกรัฐมนตรีคนใหม่มากที่สุดคือ ให้ความสำคัญกับปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ ร้อยละ 53.81

    ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ไม่ว่านายกฯ คนใหม่จะเป็นใคร ประชาชนก็ยังคงกังวลกับปัญหาเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ และปากท้อง จนมีเสียงเรียกร้องให้คืนอำนาจผ่านการยุบสภาในเวลาอันสั้น สะท้อนภาวะ “วิกฤตความศรัทธาต่อวาจาของนักการเมือง” การทำหน้าที่ของนายกฯ ใหม่จึงเต็มไปด้วยความท้าทายทั้งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ บริหารงานอย่างโปร่งใส และทำตามสัญญาที่ให้ไว้เพื่อกอบกู้ความไว้วางใจจากประชาชน

    ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เบญจพร พึงไชย อาจารย์หลักสูตรรัฐศาสตรบัณฑิต โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต อธิบายว่า ผลสำรวจสะท้อนถึงปัญหาปากท้องซึ่งยังเป็นปัญหาที่ประชาชนต้องการให้นายกรัฐมนตรี คนใหม่นายอนุทิน ชาญวีรกูล เข้ามาแก้ไขมากที่สุด นอกจากนี้ ความเชื่อมั่นว่านายกรัฐมนตรีจะสามารถแก้ไขปัญหาของประเทศได้อยู่ในระดับปานกลาง ก็เป็นสัญญาณว่าประชาชนให้โอกาสนายกรัฐมนตรีในการนำพาประเทศ เท่ากับว่าจากนี้ นายกรัฐมนตรีจะต้องเร่งสร้างผลงานเพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นจากประชาชน ดังนั้น สิ่งที่นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐบาลควรดำเนินการ คือ การวางยุทธศาสตร์ และสิ่งสำคัญที่สุดคือการแสดงออกถึงความจริงใจในการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา  ซึ่งผลสำรวจนี้ประชาชนต้องการให้เร่งแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมและโปร่งใส รวมถึงส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการยุบสภาเพื่อคืนอำนาจให้กับประชาชนและจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่เพื่อหวังให้มีรัฐบาลที่มีความชอบธรรม และให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาเศรษฐกิจในระยะยาวด้วย เพราะปัญหาเศรษฐกิจไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ควรเป็นสิ่งที่จับต้องได้ และที่สำคัญภายใต้ ครม.อนุทิน 1 จะเป็นอย่างไรคงต้องติดตาม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/news/35136&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Q0dmUNaP_MnGrBpskv1Z5

  • โค้งสุดท้าย! รื้อโผ ‘ครม.อนุทิน’ หลัง ‘ธรรมนัส’ คุมท่องเที่ยว ทำ ‘ภูมิใจไทย’ เกลี่ยใหม่ | เดลินิวส์

    โค้งสุดท้าย! รื้อโผ ‘ครม.อนุทิน’ หลัง ‘ธรรมนัส’ คุมท่องเที่ยว ทำ ‘ภูมิใจไทย’ เกลี่ยใหม่ | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 7 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับความคืบหน้าของการจัดทำรายชื่อผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีนั้น ล่าสุด พรรคภูมิใจไทยจะได้เก้าอี้รัฐมนตรีส่วนใหญ่ประมาณ 12 ที่นั่ง โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ควบตำแหน่งรมว.มหาดไทย ขณะที่ นายทรงศักดิ์ ทองศรี จะรับตำแหน่ง รมช.มหาดไทย และน.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ จะเป็น รมว.วัฒนธรรม ส่วนนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค จะดำรงตำแหน่ง รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

    ขณะที่ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล จะได้ตำแหน่ง รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ส่วนรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คือ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี และนายภราดร ปริศนานันทกุล ด้านนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ จะดำรงตำแหน่ง รมว.คมนาคม และนายนภินทร ศรีสรรพางค์ จะเป็น รมช.คมนาคม

    สำหรับโควตารัฐมนตรีคนนอกที่ชัดเจนแล้ว ประกอบด้วย นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ที่จะได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่ง รมว.การต่างประเทศ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมธนารักษ์ ที่จะได้ดำรงตำแหน่ง รมว.คลัง นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) จะได้รับการเสนอชื่อเป็น รมว.พลังงาน อีกทั้งนายวรภัค ธันยาวงษ์ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงไทย จะมาดำรงตำแหน่ง รมช.คลัง ขณะที่ตำแหน่ง รมว.ยุติธรรม ยังเป็นโควตาคนนอก ซึ่งมีกระแสข่าวว่าเป็นนายตำรวจ ระดับอดีตรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3

    ส่วนโควตารัฐมนตรีของพรรคกล้าธรรม​ 7 ที่นั่ง มีการขยับ โดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรค ซึ่งก่อนหน้านี้มีชื่อว่าจะรับตำแหน่ง รมว.กลาโหมนั้น ขณะนี้เปลี่ยนแปลงเป็น รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ด้านนายอรรถกร ศิริลัทธยากร จะดำรงตำแหน่งรมว.เกษตรและสหกรณ์ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ จะดำรงตำแหน่ง รมว.ศึกษา​ธิการ​ และนายอัครา พรหมเผ่า จะรับตำแหน่ง รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ​ขณะที่นายไผ่ ลิกค์ และนายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ จะได้ตำแหน่ง รมช.เกษตรและสหกรณ์ นอกจากนี้ ยังมีชื่อของนายองอาจ วงษ์ประยูร​ สส.สระบุรี​ ที่คาดว่าจะได้เป็น รมช.ศึกษาธิการ 

    ส่วนพรรคพลังประชารัฐ​ได้​ 4 เก้าอี้​ ซึ่งตอนนี้มีรายชื่อปรากฏ คือ นายสันติ​ พร้อมพัฒน์ เลขาธิการพรรค จะดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข​ ขณะที่ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง จะดำรงตำแหน่ง รมว.แรงงาน ส่วนโควตารัฐมนตรีช่วย อีก 2 ที่นั่ง ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปเรื่องกระทรวงและชื่อบุคคล

    สำหรับโควตารัฐมนตรีของกลุ่มนายสุชาติ​ ชมกลิ่น​ ชัดเจนแล้วว่าได้ 3 เก้าอี้ โดยนายสุชาติ จะดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม​ ขณะที่จ่าเอก ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ ที่เป็นคนสนิทของนายสุชาติ จะได้รับตำแหน่ง รมว.อุตสาหกรรม​ นอกจากนี้ ยังมีชื่อของนายธนกร วังบุญคงชนะ จะไปดำรงตำแหน่ง รมช.มหาดไทย

    ส่วนกลุ่มของนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ สส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย จะได้โควตารัฐมนตรีว่าการ 1 ตำแหน่ง และรัฐมนตรีช่วยว่าการ ซึ่งนายศักดิ์ดาจะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการเอง ส่วนตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการ 1 ตำแหน่ง มีชื่อของนายนริศ ขำนุรักษ์ แต่ยังไม่ระบุว่าจะได้ตำแหน่งไหน 

    ขณะที่กลุ่มของนายนิพนธ์ บุญญามณี จะได้รับโควตาตำแหน่ง รมช.พาณิชย์ ซึ่งคาดว่าจะเสนอชื่อของ น.ส.นิธิยา บุญญามณี ลูกสาวของนายนิพนธ์

    อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีเดิมของพรรคภูมิใจไทยได้ตำแหน่งใน “ครม.อนุทิน” ทั้งหมด ส่วนที่โผขยับในครั้งนี้เนื่องจาก ร.อ.ธรรมนัส ไม่ได้คุมกระทรวงกลาโหม ทำให้อยากได้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จึงต้องมีการขยับเก้าอี้รัฐมนตรีทั้งหมด.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5091853/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Zcwjw8eJIJKBkDaDE-v5M

  • อีเดน โปรเจ็กต์ มอร์คัมบ์ เมื่อธรรมชาติและศิลปะปลุกเมืองชายทะเล

    อีเดน โปรเจ็กต์ มอร์คัมบ์ เมื่อธรรมชาติและศิลปะปลุกเมืองชายทะเล

    อีเดน โปรเจ็กต์ มอร์คัมบ์ เมื่อธรรมชาติและศิลปะปลุกเมืองชายทะเล

    เมือง Morecambe (มอร์คัมบ์) ที่ตั้งอยู่ริมอ่าว Lancashire ประเทศอังกฤษ เคยเป็นดั่งอัญมณีแห่งการท่องเที่ยวชายทะเลในศตวรรษที่ 20

    นักท่องเที่ยวหลั่งไหลมาเพื่อพักผ่อน เดินเล่นริมชายหาด และชมพระอาทิตย์ตกดินที่งดงาม แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไป เมืองแห่งนี้ค่อย ๆ เงียบเหงา อาคารหลายแห่งปิดตัวลง บรรยากาศเศรษฐกิจก็ซบเซา อย่างไรก็ตาม ชะตากรรมของ Morecambe กำลังจะเปลี่ยนไปอีกครั้งด้วยโครงการที่ทั่วโลกกำลังจับตามอง “Eden Project Morecambe” (อีเดน โปรเจ็กต์ มอร์คัมบ์) เวนเจอร์ขนาดยักษ์ที่จะหลอมรวมธรรมชาติ ศิลปะ และชุมชนให้กลายเป็นหนึ่งเดียว

    Credit: Eden Project

    สถาปัตยกรรมจากเปลือกหอย แลนด์มาร์กแห่งศตวรรษที่ 21

    ภาพร่างของ Eden Project Morecambe เป็นโครงสร้างอาคารได้รับแรงบันดาลใจจาก รูปทรงของเปลือกหอยและคลื่นทะเล ทำให้ดูเสมือนว่าอาคารกำลังงอกออกจากผืนทรายริมอ่าว Morecambe Bay เมื่อมองจากมุมสูง จะเห็นโดมโค้งที่เรียงตัวเป็นแพทเทิร์นธรรมชาติ เป็นการออกแบบที่สะท้อนทั้งความงามและพลังชีวิต

    ภายในเปลือกหอยแห่งอนาคตนี้ถูกแบ่งเป็นสองอาณาจักรสำคัญคือ

    Realm of the Sun โลกที่เต็มไปด้วยแสงและสีสัน ต้นไม้ Elder Tree ขนาดยักษ์สูงกว่า 20 เมตรตั้งตระหง่านอยู่กลางไบโอม เป็นสัญลักษณ์ของพลังชีวิตและความอุดมสมบูรณ์ นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสประสบการณ์เชิงศิลป์ นิทรรศการ และกิจกรรมที่พาให้เชื่อมโยงกับธรรมชาติ

    Realm of the Moon โลกที่เงียบสงบและเต็มไปด้วยความลึกลับ ที่นี่มี สระหินเสมือนจริง ซึ่งจำลองการขึ้น–ลงของน้ำทะเลแบบเร่งเวลา ผสมผสานแสง สี เสียง และการเล่าเรื่อง immersive จนกลายเป็นการแสดงที่ดึงดูดให้ผู้เข้าชมรู้สึกเหมือนเดินอยู่ในใต้สมุทร

    Credit: Eden Project

    นอกเหนือจากพื้นที่ในร่ม Eden Project Morecambe ยังออกแบบสวนกลางแจ้ง 3 แห่ง แต่ละแห่งมีบทบาทเป็น “ตัวละคร” ที่ถ่ายทอดเรื่องราวธรรมชาติในแบบของตนเอง

    All Seasons Garden แสดงวงจรของฤดูกาลทั้งสี่

    Rhythm Gardens ถ่ายทอดจังหวะและการเคลื่อนไหวของชีวิต

    Bring Me Sunshine Garden คือพื้นที่แห่งความอบอุ่นและความหวัง สะท้อนชื่อเสียงเพลงอมตะที่เกี่ยวโยงกับเมือง Morecambe

    การเดินผ่านสวนเหล่านี้จึงไม่ใช่เพียงการชมดอกไม้แต่เป็นการดื่มด่ำเรื่องราวที่ธรรมชาติและศิลปะเล่าร่วมกัน

    เศรษฐกิจชุมชนและความหวังใหม่

    โครงการนี้ไม่ได้หยุดอยู่ที่ความงามทางสถาปัตยกรรม แต่ยังเป็น เครื่องยนต์ฟื้นฟูเศรษฐกิจของเมือง คาดว่าจะดึงดูดผู้เข้าชมมากถึง 750,000 คนต่อปี และสร้างงานใหม่กว่า 1,250 ตำแหน่ง เงินหมุนเวียนที่เกิดขึ้นจะช่วยยกระดับมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า £150 ล้านต่อปี

    รัฐบาลอังกฤษมองเห็นศักยภาพนี้อย่างจริงจัง จึงสนับสนุนด้วย เงินทุน £50 ล้านจากโครงการ Levelling Up Fund และผลักดันให้ Eden Project Morecambe เป็นตัวอย่างของการใช้ วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมเป็นเครื่องมือฟื้นฟูเมือง

    การก่อสร้างจะเริ่มขึ้นใน ฤดูร้อนปี 2026 และคาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ใน ปลายปี 2028 เวลาสามปีนี้จะเป็นช่วงแห่งความคาดหวังและความตื่นเต้นสำหรับชาว Morecambe และผู้ที่เฝ้าดูจากทั่วโลก วันที่โดมเปลือกหอยเปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวครั้งแรก อาจกลายเป็นวันแห่งการเปลี่ยนโฉมประวัติศาสตร์ของเมืองนี้ก็เป็นได้…

    FACT:

    – การก่อสร้าง Eden Project Morecambe ได้เริ่มอย่างเป็นทางการแล้ว โดยเริ่มด้วยการสำรวจพื้นที่ เช่น การตรวจสอบแนวกำแพงทะเลและซากของอาคารเดิม เช่น Bubbles Leisure หรือ Super Swimming Stadium

    – โครงการนี้มีมูลค่า 100 ล้านปอนด์ ได้รับการออกแบบให้เปลี่ยนโฉมเมืองชายทะเล Morecambe ให้กลายเป็นรีสอร์ทร่วมสมัยแห่งศตวรรษที่ 21

    – การก่อสร้างหลักจะเริ่มใน ช่วงฤดูร้อนปี 2026 และมีกำหนดแล้วเสร็จใน ปลายปี 2028

    – โครงสร้างจะถูกออกแบบให้ได้รับแรงบันดาลใจจาก ธรรมชาติ โดยเฉพาะโครงของเปลือกหอย มีการจัดสรรภายในเป็นหลายโซน เช่น Realm of the Sun และ Realm of the Moon รวมถึงสวนกลางแจ้งอีก 3 แห่ง ได้แก่ All Seasons Garden, Rhythm Gardens และ Bring Me Sunshine Garden

    ที่มา: The Sun

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-city/730014&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3m9uMZzKtrksqY4tEC5mfu

  • Log in or sign up to view

    Log in or sign up to view

    This page isn’t available

    The link you followed may be broken, or the page may have been removed.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.facebook.com/thestandardth/posts/key-messages-thai-festival-%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B0%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2592%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2598%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25A1%25E0%25B9%2584%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25A2%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B5-%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%258B%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%259F%25E0%25B8%2595%25E0%25B9%258C%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A7%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%258C%25E0%25B9%2581%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B0%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25A8%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25A9%25E0%25B8%2590/1129904525935556/%3Flocale%3Dth_TH&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw26ubu9oT3JNiGwCXOE0VfZ