Blog

  • สมุดภาพประวัติศาสตร์ ‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’ แรงบันดาลใจสร้างสรรค์ผ้าไทยสู่สากล

    สมุดภาพประวัติศาสตร์ ‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’ แรงบันดาลใจสร้างสรรค์ผ้าไทยสู่สากล

    สมุดภาพประวัติศาสตร์ ‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’ แรงบันดาลใจสร้างสรรค์ผ้าไทยสู่สากล

    ตลอดหลายปีที่ผ่านมา “สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา” ทรงสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชปณิธานอันยิ่งใหญ่ใน”สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” เพื่อธำรงไว้ซึ่งมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า ของ “ผ้าไทย” โดยทรงมีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟู และส่งเสริมชุดไทยพระราชนิยม ให้กลับมาเป็นที่นิยมในสังคมไทย และเวทีนานาชาติ

    พระองค์ทรงนำพระประสบการณ์ทางด้านการศึกษาและการทรงงาน ประกอบกับพระอัจฉริยภาพทางด้านแฟชั่น ศิลปะและการออกแบบ บูรณาการกับการศึกษาค้นคว้าภูมิปัญญาพื้นถิ่น นำมาซึ่งแนวพระดำริฯ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก เพื่อให้ผ้าไทยเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของประชาชนทุกเพศทุกวัย

    โดยเชิญชวนผู้เชี่ยวชาญ ด้านการพัฒนาผ้าไทย นักออกแบบแถวหน้าระดับประเทศ และผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาต่างๆ มาร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ และให้คำปรึกษาแก่กลุ่มช่างทอผ้า ผู้ผลิตและผู้ประกอบการ เพื่อยกระดับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าไทย และแนวพระดำริฯ “แฟชั่นแห่งความยั่งยืน” ที่สนับสนุนและส่งเสริมทุกกระบวนการสร้างสรรค์ผืนผ้าและหัตถกรรมไทย ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

    สมุดภาพประวัติศาสตร์ 'เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ' แรงบันดาลใจสร้างสรรค์ผ้าไทยสู่สากล

    พระองค์ทรงให้ความสำคัญกับการส่งเสริมผ้าไทยให้ทันสมัย และเป็นที่นิยมในระดับสากล ผ่านโครงการพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” โดยพระราชทานลายผ้าพระราชทานที่ทรงออกแบบเอง เช่น ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ และทรงสนับสนุนการย้อมสีธรรมชาติและการใช้เส้นใยธรรมชาติ เพื่อยกระดับผ้าไทยให้มีความยั่งยืน

    พระองค์ทรงมีบทบาทในการขับเคลื่อน “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” และแนวคิด “แฟชั่นแห่งความยั่งยืน” ซึ่งไม่เพียงต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่น แต่ยังเปิดตลาดใหม่ให้กับผ้าไทย ผ่านการออกแบบร่วมสมัยที่เข้ากับวิถีชีวิตคนรุ่นใหม่ และสอดคล้องกับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมโลกผลลัพธ์คือการสร้างรายได้ให้กับชุมชนผู้ทอผ้าและผู้ประกอบการรายย่อย กระจายผลประโยชน์สู่เศรษฐกิจฐานราก

    สมุดภาพประวัติศาสตร์ 'เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ' แรงบันดาลใจสร้างสรรค์ผ้าไทยสู่สากล

    นอกจากนี้พระองค์ยังทรงเชิญชวนประชาชนคนไทย ร่วมสวมใส่ชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน อันประกอบด้วยชุดไทยจิตรลดา, ดุสิต, อัมรินทร์, บรมพิมาน, ศิวาลัย, จามจุรี, รัชดา และชุดไทยประยุกต์ ถือเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมของแผ่นดินไทยที่สะท้อนถึงความงดงาม ความประณีต และภูมิปัญญาไทยที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน

    พระองค์ทรงเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสวมใส่ชุดไทยอย่างถูกต้องตามหลักที่ทรงพระราชทานและออกแบบ ทั้งในด้านการตัดเย็บ (คัตติ้ง), รูปแบบ, และความเข้าใจในบริบทวัฒนธรรมแรงขับเคลื่อนนี้ยังสะท้อนในระดับสากล เมื่อองค์การยูเนสโกประกาศเชิดชูพระเกียรติและถวายเหรียญสดุดีด้านการสงวนรักษามรดกทางวัฒนธรรม รวมถึงองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) ที่มอบรางวัล “WIPO Award for Creative Excellence 2025” ยกย่องพระอัจฉริยภาพด้านแฟชั่นและการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเครื่องมือพัฒนาชุมชน

    สมุดภาพประวัติศาสตร์ 'เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ' แรงบันดาลใจสร้างสรรค์ผ้าไทยสู่สากล

    ทั้งนี้เพื่อบันทึกและเผยแพร่พระวิสัยทัศน์ด้านการสืบสานผ้าไทยและงานหัตถกรรม เนื่องในโอกาสสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเจริญพระชนมายุ 39 พรรษาในวันที่ 8 มกราคม 2569 กระทรวงมหาดไทยจัดทำ สมุดภาพประวัติศาสตร์ “สิริวัณณวรีนารีรัตนราชพัสตราภรณ์ : แรงบันดาลใจแห่งการสร้างสรรค์ผืนผ้าและหัตถศิลป์ไทยร่วมสมัย”

    สมุดภาพเฉลิมพระเกียรติ 39 พรรษาฯ มีความหมายมากกว่าภาพประวัติศาสตร์ แต่เป็นสัญลักษณ์ของพระกรณียกิจที่วางรากฐานใหม่ให้ผ้าไทยก้าวข้ามจากการเป็นเพียงมรดกวัฒนธรรม สู่การเป็น Soft Power ที่สร้างทั้งคุณค่าเชิงสังคมและมูลค่าทางเศรษฐกิจ

    สมุดภาพประวัติศาสตร์ 'เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ' แรงบันดาลใจสร้างสรรค์ผ้าไทยสู่สากล

    นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า สิ่งที่พระองค์ทรงทำ ไม่ได้เป็นเพียงการอนุรักษ์ผ้าไทยให้อยู่ต่อไป แต่ยังต่อยอดสู่การสร้างรายได้และอาชีพใหม่ ๆ ให้กับพี่น้องประชาชนในท้องถิ่น การจัดทำสมุดภาพเฉลิมพระเกียรติครั้งนี้ จึงเป็นมากกว่าการรวบรวมพระกรณียกิจ หากแต่เป็นหลักฐานของการวางยุทธศาสตร์ทางวัฒนธรรม ที่นำผืนผ้าไทยขึ้นสู่เวทีโลก และเป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยผ่าน Soft Power

    สมุดภาพประวัติศาสตร์ 'เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ' แรงบันดาลใจสร้างสรรค์ผ้าไทยสู่สากล

    โครงการสมุดภาพประวัติศาสตร์เฉลิมพระเกียรติฯ นับเป็นอีกหนึ่งความตั้งใจของกระทรวงมหาดไทย ที่มุ่งเผยแพร่พระเกียรติคุณของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ให้เป็นที่ประจักษ์ ทั้งในมิติของการสืบสานมรดกวัฒนธรรมไทย และการสร้างพลังชุมชนให้เข้มแข็ง อันจะนำไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนของประเทศ

    ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลด หนังสือเฉลิมพระเกียรติ 39 พรรษา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา “สิริวัณณวรีนารีรัตนราชพัสตราภรณ์ : แรงบันดาลใจแห่งการสร้างสรรค์ผืนผ้าและหัตถศิลป์ไทยร่วมสมัย”  ฉบับดิจิทัล ได้ที่ https://thailandotop.org/39_years

    สมุดภาพประวัติศาสตร์ 'เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ' แรงบันดาลใจสร้างสรรค์ผ้าไทยสู่สากล

    อีกทั้งประเทศไทยกำลัง ยื่นเสนอ “ชุดไทยพระราชนิยม” เพื่อขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของยูเนสโก (UNESCO) ในปี 2569 นี้ ยิ่งทำให้ “ผ้าไทย” จากมรดกทางวัฒนธรรม สู่ Soft Power ระดับสากลอีกด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/lifestyle/638244&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ly14L-eyAmmMo0OIZNSWb

  • นิสิตบัญชี จุฬาฯ กวาดรางวัลการแข่งขันกรณีศึกษาทางบัญชี ครั้งที่ 9

    นิสิตบัญชี จุฬาฯ กวาดรางวัลการแข่งขันกรณีศึกษาทางบัญชี ครั้งที่ 9

    Skip to content

    ข่าวสารจุฬาฯ

    นิสิตคณะพาณิชยศาสประเทศ ครั้งที่ 9 ประจำปี 2568

    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยขอแสดงความยินดีเป็นอย่างยิ่งกับทีมนิสิตคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ คว้ารางวัลชนะเลิศ รองชนะเลิศ และรางวัลเหรียญเงินการแข่งขันกรณีศึกษาทางบัญชีระดับประเทศ ครั้งที่ 9 ประจำปี 2568 (Thailand Accounting Case Competition 2025) จัดโดยสภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ และคณะกรรมการวิชาชีพบัญชีด้านการศึกษาและเทคโนโลยีการบัญชี เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2568 เพื่อเปิดโอกาสให้นิสิตได้แสดงความสามารถและศักยภาพในการบูรณาการความรู้ทางบัญชีและศาสตร์อื่นที่เกี่ยวข้อง ในการวิเคราะห์และเสนอแนวทางการแก้ปัญหาการบริหารองค์กรอย่างเป็นระบบภายใต้สภาพแวดล้อมที่เป็นจริง โดยมีนิสิตนักศึกษากว่า 160 ทีมจากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศเข้าร่วมการแข่งขัน
    ทีมนิสิตคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ ที่สร้างชื่อเสียงให้คณะและมหาวิทยาลัยในครั้งนี้มีดังนี้

    รางวัลชนะเลิศ ทีม “เจี๋ยมเจี้ยม”
    สมาชิกในทีมจากหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต หลักสูตรนานาชาติ (BBA) ได้แก่ น.ส.ญณิดา หล่อกิติยะกุล น.ส.พิชชาภา เรืองเกศา น.ส.ธีร์จุฑา ทับเที่ยง น.ส.ลภัสรดา บุญญกนก น.ส.พิชยา หิรัญตันติสกุล โดยมี ผศ.ดร.จอมสุรางค์ เรืองประพันธ์ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา

    รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ทีม “ไม่มีชื่อแต่มีใจ”
    สมาชิกในทีมจากหลักสูตรบัญชีบัณฑิต ได้แก่ นายชินดนัย สุนทรเภสัช น.ส.มนัสนันท์ ภัสสรเรืองรอง น.ส.อัญญา อาภาเกียรติวงศ์ น.ส.พลอยปภัส พุฒิธนสวัสดิ์ นายโอบนิธิ จงอรุณรุ่งโรจน์ โดยมี อ.ดร.นิภัทร์ พวงจำปา เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา

    รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 ทีม “Big4+1”
    สมาชิกในทีมจากหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต หลักสูตรนานาชาติ (BBA) ได้แก่ น.ส.อันนา เบญจา ภิบาล น.ส.ณัฐธยาน์ วันทนียกุล น.ส.จิดาภา ภัทราดูลย์ น.ส.ปานวาด กษมาริยะธาดา นายเจตตภัทร์ ลีลาพรรณวุฒิ โดยมี ผศ.ดร.จิรดา เพทายบรรลือ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา
    รางวัลเหรียญเงิน ทีม “มดตะนอยมาต่อยต้นพริก”
    สมาชิกในทีมจากหลักสูตรบัญชีบัณฑิต ได้แก่ น.ส.ศุภิสรา แซ่เฮา น.ส.สุวิชญา เรืองเกียรติกุล น.ส.อริสรา สินโสมนัส น.ส.อาภานันท์ กูลพฤกษี น.ส.นิตินุช ก้องประเสริฐกุล โดยมี รศ.ดร.ธัญลักษณ์ วิจิตรสาระวงศ์ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา

    จุฬาฯ มีลักษณะของความเป็นพี่น้อง ความอบอุ่น เป็นสังคมที่อยากอนุรักษ์ไว้

    ศาสตราจารย์ เภสัชกรหญิง ดร.พรอนงค์ อร่ามวิทย์ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chula.ac.th/news/259084/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2dFVosZj7Y6mqjOdbu5hIY

  • หนุน 4 ภารกิจเร่งด่วนรัฐบาลใหม่พร้อมร่วมเดินหน้าฟื้นฟูประเทศ

    หนุน 4 ภารกิจเร่งด่วนรัฐบาลใหม่พร้อมร่วมเดินหน้าฟื้นฟูประเทศ


    หอการค้าฯหวังได้ครม.คุณภาพแก้ปัญหาเศรษฐกิจเฉพาะหน้าอย่างจริงจัง,เห็นด้วยโครงการคนละครึ่งช่วยกระตุ้นใช้จ่าย,พร้อมเร่งฟื้นภาคท่องเที่ยวส่งท้ายปี

    ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย เปิดเผยว่า หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ขอแสดงความยินดีอย่างยิ่งต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 32

    ทั้งนี้ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญความผันผวนและเปราะบาง จากทั้งภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว การค้าและการลงทุนที่มีข้อจำกัด ตลอดจนแรงกดดันจากหนี้ครัวเรือนและต้นทุนภาคธุรกิจที่สูงขึ้น หอการค้าฯ มีความคาดหวังว่ารัฐบาลชุดใหม่จะเร่งดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจเฉพาะหน้าอย่างจริงจัง

    รวมทั้งการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีที่ประกอบด้วยบุคลากรคุณภาพ มีความรู้ ความสามารถ เข้าใจโครงสร้างเศรษฐกิจ และยึดมั่นในประโยชน์ของประเทศและประชาชนเหนือผลประโยชน์ทางการเมือง เพื่อร่วมกันฟื้นฟูความเชื่อมั่นและสร้างโอกาสใหม่ให้กับประเทศไทย

    สำหรับทิศทางการบริหารประเทศ หอการค้าฯ เห็นด้วยและพร้อมสนับสนุนการขับเคลื่อนภารกิจเร่งด่วน 4 ด้านที่รัฐบาลได้ประกาศ ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นต่อการฟื้นฟูประเทศในช่วงเวลานี้ ได้แก่

     1. ด้านเศรษฐกิจ ดำเนินมาตรการลดภาระค่าครองชีพทั้งค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน การเดินทาง และค่าขนส่ง แก้ไขปัญหาหนี้สินของเกษตรกรและผู้มีรายได้น้อย ควบคู่กับการสร้างรายได้และโอกาสใหม่ให้กับประชาชน ผู้ประกอบการ และชุมชนฐานราก

     2. ด้านความมั่นคงชายแดน –จัดการปัญหาพิพาทชายแดนด้วยแนวทางสันติ ปกป้องผลประโยชน์ของชาติ และดูแลเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็วและทั่วถึง

     3. ด้านภัยธรรมชาติ พัฒนาระบบเตือนภัย การป้องกัน และกลไกเยียวยาฟื้นฟู เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้ได้รับการชดเชยอย่างเป็นธรรม ทันท่วงที และสามารถกลับมาดำเนินชีวิตได้อย่างมั่นคง

     4. ด้านภัยสังคม เร่งรัดมาตรการปราบปรามขบวนการค้ายาเสพติด การค้ามนุษย์ การหลอกลวงออนไลน์ รวมถึงปัญหาการพนันและการพนันออนไลน์ โดยสร้างความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านและมิตรประเทศอย่างจริงจัง

    นอกจากนี้ หอการค้าไทยและสภาหอการค้าฯ อยากให้เร่งแก้ไขปัญหาการส่งออก การเจรจาภาษีสหรัฐอเมริกา และ FTA เพื่อเสริมความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ทั้งนี้พร้อมสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลในมาตรการเชิงรุก โดยเฉพาะ โครงการ “คนละครึ่ง” ที่ช่วยกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ และการเร่งสร้างความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยวไทย ในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนในไตรมาสสุดท้ายของปี ซึ่งเป็นฤดูท่องเที่ยวสำคัญ เพื่อสร้างรายได้หมุนเวียน กระจายสู่ชุมชนและเศรษฐกิจฐานราก นอกจากนั้นการเร่งสร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของประเทศไทยกลับมาเป็นเรื่องจำเป็น

    ทั้งนี้หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย พร้อมสนับสนุนภารกิจเร่งด่วนทั้ง 4 ด้าน อย่างเต็มที่ ด้วยความมุ่งมั่นและจริงจัง เพื่อให้การดำเนินงานของรัฐบาลบรรลุผลอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนและนักลงทุน และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/business/35159&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2jWiiMJX2TrY6FATBHO6lJ

  • ประชาชนเห็นชอบโครงการ “คนละครึ่ง” ฝากถึงนายกฯแก้ปัญหาเศรษฐกิจ

    ประชาชนเห็นชอบโครงการ “คนละครึ่ง” ฝากถึงนายกฯแก้ปัญหาเศรษฐกิจ

    7 กันยายน 2568 13:33 น. ชาญวิทย์ คำนวนวุฒิ ภูมิภาค

    วันที่ 7 กันยายน 2568 ประชาชนชาวจังหวัดสระบุรีแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการที่รัฐบาลยุค นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการที่ทางพรรคภูมิใจไทย จะนำเรื่องของโครงการ “คนละครึ่ง”ขึ้นมาปัดฝุ่นใหม่เพื่อที่จะให้ประชาชนใช้ เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากในปัจจุบัน พร้อมฝากถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกคนใหม่ป้ายแดงว่าช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่ซบเซามาเป็นเวลานาน
             

    จากกรณีนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ ถึงกระแสข่าว เรื่องการฟื้นโครงการคนละครึ่งในรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่าในที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค รวมถึงทีมงาน ด้านนโยบาย มีการพูดถึงมาตรการที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น หนึ่งในนั้น คือโครงการ “คนละครึ่ง” ซึ่งถือเป็นนโยบายที่ได้รับการพิจารณา แต่หากนำกลับมาใช้ก็อาจไม่ใช่รูปแบบเดิมทั้งหมด อาจมีสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมให้ครอบคลุมและตอบโจทย์มากขึ้น          

    ทางด้านนายจตุรงค์ ศรีวัน พ่อค้าขายผักตลาดวงษ์ทอง เผยว่าตนเองเห็นว่าเป็นโครงการที่ดี เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจให้ประชาชนให้ดีขึ้น เนื่องจากว่าช่วงนี้บริเวณตลาดเงียบมาก มีคนเดินแต่ไม่ค่อยจะซื้อของ ตนเองอยากให้โครงการคนละครึ่งกลับมาใช้ใหม่ เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่วนในเรื่องนายกคนใหม่ ตนเองไม่ได้คาดหวังอะไรมาก แต่อยากที่จะให้ทำอะไรที่ใหม่ที่ดีขึ้นกว่าเดิม คิดว่านายกคนใหม่น่าจะทำอะไรที่ไม่เหมือนเดิมคิดว่าน่าจะทำอะไรที่มันใหม่ขึ้นมาคิดว่าเศรษฐกิจน่าจะดีขึ้นกว่าเดิม และขอให้นายกสู้ สู้ ช่วยทำทุกอย่างให้ประชาชนลืมตาอ้าปากได้
               

    ด้านนายอุทัย ไพรสนธิ์ อายุ 66 ปี พ่อค้าขายอาหารตามสั่ง เล่าว่า ตนเองคิดว่าเป็นสิ่งที่ดี เนื่องจากว่าช่วงนี้แต่ละวันขายของได้เพียง 600-700 บาท ซื้อของลงทุนก็หมดแล้ว โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจให้ดีขึ้น ซึ่งทุกวันนี้ขายของก็เงียบเหงาลงทุกวัน ส่วนความคาดหวังกับนายก คนใหม่ตนเองไม่ได้คาดหวังอะไรมากรู้สึกเฉยๆ เนื่องจากที่ผ่านๆมากี่คนๆ ก็เหมือนเดิมตนเองก็ยังคงจะต้องค้าขายอยู่เหมือนเดิม ตนเองอยากให้นายกคนใหม่ช่วยเข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจให้ดีขึ้น ช่วยประชาชนชาวรากหญ้าบ้างทุกวันนี้ลำบากกันเหลือเกิน ข้าวของก็แพง ซึ่งไม่มีการควบคุมสินค้าอะไรเลยทุกอย่างราคาสูงหมด ทุกวันนี้ขายองก็ได้พอซื้อกับข้าวกินไปวันๆ ทุกวันนี้จิตใจมันด้านไปแล้ว แต่ก็ดีกว่าอยู่บ้านเพราะอยู่บ้านก็ไม่มีอะไรจะกิน ซึ่งถ้ารัฐบาลช่วยได้ก็ดี
             

    ด้านนายปัญญา วารีริน อายุ 67 ปีชาวบ้านในพื้นที่ เล่าว่า ตนเองเห็นว่าการที่รัฐบาลจะนำโครงการ คนละครึ่ง มาใช้ตนเองเห็นว่าเป็นการที่ดี จะได้กระตุ้นเศรษฐกิจให้ดีขึ้น ประชาชนก็จะได้รับการช่วยเหลือครึ่งหนึ่ง และออกเองอีกครึ่งหนึ่ง และเป็นการลดค่าใช้จ่ายของประชาชนในครัวเรือน ตนเองก็ยังไม่มั่นใจว่ามันจะมีอีกเหรอ อยากให้เกิดขึ้นจริงๆจะได้เป็นการกระจายรายได้กันไปทั่ว ส่วนตัวอยากให้นายกคนใหม่เข้ามาช่วยเหลือประชาชน และดูแลประชาชนกันบ้าง เนื่องจากตอนนี้เศรษฐกิจมันแย่มาก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/n/649610&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2mQQ79OummEzR2ieM2jOec

  • โจทย์ท้าทายกระตุ้นเศรษฐกิจ “อนุทิน” ฟื้นคนละครึ่ง เดินหน้ารถไฟฟ้า 20 บาท

    โจทย์ท้าทายกระตุ้นเศรษฐกิจ “อนุทิน” ฟื้นคนละครึ่ง เดินหน้ารถไฟฟ้า 20 บาท

    นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ คนที่ 32 ประกาศเร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ และหนี้สิน โดยปัดฝุ่นโครงการคนละครึ่ง สานต่อนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาท และหวยเกษียณ หวังกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น พร้อมวางรากฐานระยะยาว ภายใต้งบประมาณจำกัด

    วันนี้ (7 ก.ย.2568) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของประเทศไทย กล่าวในคำแถลงเบื้องต้นหลังรับตำแหน่งว่า ลำดับแรกของรัฐบาลคือการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ พลังงาน การเดินทางขนส่ง หนี้สิน และรายได้ของประชาชน ซึ่งถือเป็นความท้าทายสำคัญของรัฐบาลเฉพาะกิจที่มีระยะเวลาดำเนินงานจำกัดเพียง 4 เดือน และต้องบริหารจัดการภายใต้งบประมาณที่จำกัด

    แกนนำพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่า รัฐบาลมีแผนนำโครงการคนละครึ่งกลับมาดำเนินการอีกครั้ง โดยสามารถเริ่มได้ภายใน 1 เดือน ด้วยการใช้โครงสร้างเดิมผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง ซึ่งปัจจุบันมียอดดาวน์โหลดมากกว่า 50 ล้านครั้ง และระบบถุงเงินสำหรับร้านค้าที่พร้อมใช้งานโดยไม่ต้องปรับปรุงใหม่ โครงการคนละครึ่ง ซึ่งเคยดำเนินการในช่วงปี 2563-2565 หลังวิกฤตโควิด-19 เป็นนโยบายที่ได้รับความนิยม ช่วยให้ประชาชนจ่ายเงินเพียงครึ่งเดียว โดยรัฐสนับสนุนส่วนที่เหลือ ส่งผลให้ร้านค้ารายย่อยมีรายได้เพิ่มขึ้น และประชาชนมีกำลังซื้อมากขึ้น

    ตัวแทนผู้ค้าแสดงความเห็นด้วยกับการนำโครงการนี้กลับมา เนื่องจากพิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพ โดยในระยะเวลา 4 เดือนของรัฐบาล อาจพิจารณาจ่ายวงเงินเดือนละ 1,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเห็นผล นายสมชาย ตัวแทนผู้ค้า กล่าวถึงความคาดหวังต่อนโยบายนี้ว่า ช่วยเพิ่มกำลังซื้อและกระตุ้นการค้าขายในชีวิตประจำวัน

    นอกจากนี้ รัฐบาลอาจสานต่อนโยบายที่วางรากฐานไว้ในสมัยรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร โดยเฉพาะโครงการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ซึ่งเพิ่งเริ่มลงทะเบียนก่อนที่รัฐบาลชุดก่อนจะสิ้นสุดอำนาจ ร่าง พ.ร.บ.ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางราง กฎหมายตั๋วร่วม และกฎหมายการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้ผ่านสภาผู้แทนราษฎรแล้ว และรอพิจารณาในวุฒิสภา หากได้รับการอนุมัติและประกาศในราชกิจจานุเบกษา จะสามารถเดินหน้าต่อได้ทันที โดยอาจใช้กองทุนตั๋วร่วมหรืองบประมาณกลางเป็นการชั่วคราว

    อย่างไรก็ตาม นักวิชาการด้านการขนส่งชี้ว่า การยึดติดกับค่าโดยสาร 20 บาทอาจต้องใช้เงินชดเชยจำนวนมากถึงหลักพันล้านถึงหมื่นล้านบาท ตามที่พรรคเพื่อไทยเคยประเมิน แต่หากปรับเป็นอัตราค่าโดยสารที่ถูกลงและเหมาะสมกับค่าครองชีพ นโยบายนี้ยังมีโอกาสดำเนินการได้ทันภายในกรอบเวลา

    อีกหนึ่งนโยบายที่อยู่ในความสนใจคือ “หวยเกษียณ” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกองทุนการออมแห่งชาติ โดยมีหลักการให้ประชาชนซื้อสลากใบละ 50 บาท เพื่อเสี่ยงโชค โดยรางวัลสูงสุด 1 ล้านบาท ออกรางวัลทุกวันศุกร์ จำกัดการซื้อเดือนละไม่เกิน 3,000 บาท เงินที่ซื้อสลากจะถูกเก็บไว้เป็นเงินออมสำหรับใช้หลังอายุ 60 ปี เพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ ปัจจุบันร่างกฎหมายหวยเกษียณผ่านสภาผู้แทนราษฎรด้วยคะแนนท่วมท้น และมีกำหนดเข้าพิจารณาในวุฒิสภาในวันที่ 8-9 ก.ย.2568 หากผ่านการพิจารณาจะสามารถเริ่มขายสลากได้ในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้

    ดร.นณริฎ พิศลยบุตร นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ เสนอว่า รัฐบาลควรดำเนินนโยบายระยะสั้นอย่างเหมาะสม แต่ต้องให้ความสำคัญกับการวางรากฐานเศรษฐกิจระยะยาวควบคู่กัน เพื่อพิสูจน์ว่ารัฐบาลภูมิใจไทยยึดผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก การสานต่อและปัดฝุ่นนโยบายที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว รวมถึงการนำนโยบายที่ผ่านกฎหมายแล้วมาทำให้เกิดผลเป็นรูปธรรม จะเป็นแนวทางที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน

    อ่านข่าวอื่น:

    “ฮุน มาเนต” ยินดี “อนุทิน” นั่งนายกฯ พร้อมฟื้นสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา

    ฝนตกต่อเนื่อง น้ำท่วมหนัก พิจิตร-อ่างทอง เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำเพิ่ม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/356275&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Jv7kAtPZD_fO5pypRXjSj

  • พ่อค้าแม่ค้าเฮ! หนุน”คนละครึ่ง”คืนชีพ หวังกระตุ้นกำลังซื้อช่วงเศรษฐกิจ | 7 ก.ย. 68 | ไทยรัฐนิวส์โชว์

    พ่อค้าแม่ค้าเฮ! หนุน”คนละครึ่ง”คืนชีพ หวังกระตุ้นกำลังซื้อช่วงเศรษฐกิจ | 7 ก.ย. 68 | ไทยรัฐนิวส์โชว์

    Sustainability

    ความยั่งยืน

    ขณะที่เราไปสำรวจความเห็นพ่อค้าแม่ค้าในตลาดในจังหวัดปราจีนบุรี หลังทราบว่ารัฐบาล นายอนุทิน จะเตรียมนำโครงการคนละครึ่งมาปัดฝุ่นใหม่ ซึ่งพบว่าส่วนใหญ่พ่อค้าแม่ค้าในตลาดเห็นว่าถ้านำโครงการกลับมาใช้อีกก็จะดีมาก เพราะช่วงนี้ เศรษฐกิจของประเทศซบเซา อยู่ในช่วงขาลง ประชาชนไม่มีกำลังซื้อ #คนละครึ่ง #คนละครึ่งล่าสุด #พรรคประชาชน #เท้งณัฐพงษ์ #อนุทิน #อนุทินชาญวีรกูล #ข่าวการเมือง #พรรคเพื่อไทย #พรรคภูมิใจไทย #แพทองธาร #พรรคกล้าธรรม #ทักษิณ #ภูมิธรรม #ชัยเกษม #ประยุทธ์ #บิ๊กตู่ #ลุงตู่ #ข่าวการเมือง #การเมืองไทย #ไอติมพริษฐ์ #ไอซ์รักชนก #ธนาธรจึงรุ่งเรืองกิจ #แพทองธารชินวัตร #นายกคนที่32 #ไทยรัฐนิวส์โชว์ —————————————————– 🔔 กด Subscribe ติดตาม & กดกระดิ่งได้ที่ : https://bit.ly/3J2YF7v 💚 สมัครสมาชิกเเฟนข่าวไทยรัฐ : https://bit.ly/4jhFaZ6 . ยินดีต้อนรับแฟนข่าวสู่ Thairath News – ข่าวไทยรัฐ สำนักข่าวอันดับ 1 ของไทย ช่องทางสำหรับแฟนข่าวเพื่อรับชมข่าวแบบสด ๆ เกาะติดสถานการณ์ปัจจุบันและติดตามประเด็นข่าวย้อนหลังได้ตลอด 24 ชม. รับชมสดและย้อนหลังได้ทุกที่ ทุกเวลา ทาง YouTube และแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของเรา #ไทยรัฐ #ข่าวไทยรัฐ #ไทยรัฐทีวี #Thairath #Thairathnews #THAIRATHTV

    ลือสนั่น! ลุ้น

    16:14

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/futureperfect/video/1167633&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0UsfFHollSNSc9XdqjBJEv

  • หยาดทิพย์ ตอบแล้ว ปมคดี Forex-3D และเว็บพนันออนไลน์ของสามี – Bright TV

    หยาดทิพย์ ตอบแล้ว ปมคดี Forex-3D และเว็บพนันออนไลน์ของสามี – Bright TV

    … ฟิล์ม รัฐภูมิ” ยังคงถูกจับตาอย่างต่อเนื่องสำหรับความสัม […].
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.brighttv.co.th/entertain/yard-thip&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2CK2FtWD8teZDEphEWyyrg

  • สวิตเซอร์แลนด์เจรจาสหรัฐฯ หวังลดภาษีนำเข้า 39% กระทบอุตสาหกรรมส่งออก

    สวิตเซอร์แลนด์เจรจาสหรัฐฯ หวังลดภาษีนำเข้า 39% กระทบอุตสาหกรรมส่งออก

    รัฐมนตรีเศรษฐกิจสวิตเซอร์แลนด์ กี ปาร์เมอแล็ง เผยว่าการเจรจากับเจ้าหน้าที่อาวุโสสหรัฐอเมริกาผลออกมาเชิงสร้างสรรค์ พร้อมมองเห็นโอกาสที่แท้จริง สำหรับทั้งสองประเทศ หลังจากประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศเก็บภาษีนำเข้าสินค้าสวิสสูงถึง 39%

    ปาร์เมอแล็ง ที่ดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีสวิตเซอร์แลนด์ระบุผ่านโซเชียลมีเดีย X ว่าได้พบปะกับรัฐมนตรีพาณิชย์ ฮาวเวิร์ด ลัทนิค  รัฐมนตรีการคลัง สก็อตต์ เบสเซนต์ และตัวแทนการค้า เจมิสัน กรีเออร์ ในการเยือนวอชิงตันครั้งล่าสุด

    ภาษีใหม่กระทบหนักอุตสาหกรรมสำคัญ

    ทรัมป์ ประกาศเก็บภาษี 39% กับสินค้านำเข้าจากสวิตเซอร์แลนด์เมื่อ 1 สิงหาคม ซึ่งถือเป็นหนึ่งในอัตราภาษีสูงสุดที่กำหนดให้กับหลายสิบประเทศ อัตราดังกล่าวเพิ่มขึ้นจากภาษีพื้นฐาน 10% ที่เริ่มเก็บในเดือนเมษายน

    ภาษีใหม่ส่งผลกระทบรุนแรงต่ออุตสาหกรรมส่งออกหลักของสวิตเซอร์แลนด์ โดยเฉพาะการผลิตนาฬิกา เครื่องจักรอุตสาหกรรม รวมถึงช็อกโกแลตและชีส

    ความกังวลด้านการแข่งขัน

    ผู้ประกอบการสวิสแสดงความกังวลว่าคู่แข่งในเศรษฐกิจประเทศร่ำรวยอื่นจะได้เปรียบ เนื่องจากสหภาพยุโรปและญี่ปุ่นเจรจาได้อัตราภาษี 15% ขณะที่อังกฤษได้อัตรา 10%

    รัฐบาลเบิร์นชี้ให้เห็นว่าสหรัฐอมริกามีดุลการค้าบริการส่วนเกินกับสวิตเซอร์แลนด์อย่างมีนัยสำคัญ และสินค้าอุตสาหกรรมสหรัฐส่วนใหญ่เข้าสวิตเซอร์แลนด์โดยปลอดภาษี

    สำนักเลขาธิการฝ่ายกิจการเศรษฐกิจเผยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า เศรษฐกิจสวิตเซอร์แลนด์มีแนวโน้มเติบโต 0.8% ในปีหน้า แทนที่จะเป็น 1.2% ตามที่คาดการณ์ไว้ อันเป็นผลจากภาษีนำเข้าสหรัฐที่สูงขึ้น

    ทรัมป์ทำให้สวิตเซอร์แลนด์ตกใจ เมื่อเขาประกาศเก็บภาษีในอัตรา 39% เมื่อวันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา

    ทรัมป์ทำให้สวิตเซอร์แลนด์ตกใจ เมื่อเขาประกาศเก็บภาษีในอัตรา 39% เมื่อวันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/switzerland-us-tariff-talks-progress-39-percent&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0KcnSarc1wBq-m3_MBq5T9

  • ประวัติ “ไชยชนก ชิดชอบ” จ่อนั่งรัฐมนตรีป้ายแดง อว. หลังมีชื่อติดโผ ครม.อนุทิน 1

    ประวัติ “ไชยชนก ชิดชอบ” จ่อนั่งรัฐมนตรีป้ายแดง อว. หลังมีชื่อติดโผ ครม.อนุทิน 1

    เปิดประวัติ “ไชยชนก ชิดชอบ” มีชื่อติดโผ “ครม.อนุทิน 1” จากเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย จ่อนั่งรัฐมนตรีป้ายแดง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

    ภายหลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ด้วยคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร

    โดยระหว่างนี้ นายอนุทิน ได้เดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลที่มีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำภายใต้ สส. 146 เสียง คาดว่า โผ ครม.อนุทิน 1 พบว่าหนึ่งในผู้ที่เป็นกระแสคือ นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ที่ครั้งนี้อาจจะได้รับโอกาสเป็นรัฐมนตรีป้ายแดง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

    ประวัติ ไชยชนก ชิดชอบ

    ไชยชนก ชิดชอบ หรือ นก เกิดเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2533 เป็นบุตรชายคนโตของ นายเนวิน ชิดชอบ และ นางกรุณา ชิดชอบ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ เขต 2 อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อีสปอร์ต

    การศึกษา

    ไชยชนก ชิดชอบ สำเร็จการศึกษาไฮสกูล ที่ Millfield Preparatory School, England และ เศรษฐศาสตร์การเงิน มหาวิทยาลัยในลอนดอน

    นอกจากนี้ นายไชยชนก ยังมีความสนใจในด้านกีฬา โดยเฉพาะฟุตบอล จึงเข้ามาช่วยบิดาดูแลสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด รวมทั้งสนามแข่งรถ ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต และยังก่อตั้งบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อีสปอร์ต พร้อมทั้งมีส่วนร่วมนำทีมดังกล่าวชนะเลิศการแข่งขันอารีนาออฟเวเลอร์ ทั้งโปรลีก 2 สมัย (ฤดูหนาว พ.ศ. 2562 และฤดูร้อน พ.ศ. 2563) และระดับนานาชาติในปี พ.ศ. 2564 โดยไชยชนกมีประวัติการทำงานด้านกีฬา ดังนี้

    • 16 เมษายน 2559 – 24 ตุลาคม 2562 ผู้จัดการโครงการ บริษัท บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต จำกัด
    • 25 ตุลาคม 2562 – 30 เมษายน 2566 ผู้จัดการงานอีเวนต์ บริษัท บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต จำกัด
    • 30 ตุลาคม 2560 – 15 สิงหาคม 2564 รองผู้อำนวยการสายงานการตลาดและการสื่อสาร บริษัท บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จำกัด
    • 16 ตุลาคม 2564 – 30 เมษายน 2566 ที่ปรึกษา บริษัท บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จำกัด
    • 1 มกราคม 2563 – 30 เมษายน 2566 ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บุรีรัมย์ อีสปอร์ต จำกัด

    เส้นทางการเมือง

    สำหรับเส้นทางการเมือง นายเนวินได้เปิดตัว “ไชยชนก” เป็นว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ของพรรคภูมิใจไทย ในพิธีทำบุญเปิดอาคารสำนักงานพรรคภูมิใจไทย อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2565

    จากนั้นนายไชยชนก ได้สมัครเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย โดยเป็นผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์รุ่นที่ 3 ของตระกูลชิดชอบ ต่อจากผู้เป็นปู่ คือ นายชัย ชิดชอบ และเนวินผู้เป็นบิดา ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป 2566 โดยนายไชยชนก ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ เขต 2 และได้รับเลือกตั้งเป็นสมัยแรก

    ต่อมาในปี 2567 ที่ประชุมใหญ่ของพรรคภูมิใจไทยได้เลือก นายไชยชนกเป็นเลขาธิการพรรค แทน นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ผู้เป็นอา ที่ลาออกจากตำแหน่ง

    ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี นายไชยชนกในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ได้เสนอชื่ออนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค และบุคคลที่ได้รับเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีคนเดียวในบัญชีที่พรรคภูมิใจไทยแจ้งไว้ในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อ 2 ปีก่อนหน้าเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2881297&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw37kZmVaPXbvwZtGEXxWYr2