Blog

  • ​สิงห์บุรีเปิดยิ่งใหญ่ “ตำนานเตาเผาแม่น้ำน้อย” ดันดินเผา 700 ปี สู่เส้นทางท่องเที่ยววัฒนธรรม ​

    ​สิงห์บุรีเปิดยิ่งใหญ่ “ตำนานเตาเผาแม่น้ำน้อย” ดันดินเผา 700 ปี สู่เส้นทางท่องเที่ยววัฒนธรรม ​

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/145032&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1vRLNCxI_MKuKHtJ9Lmkhp

  • สมุทรสงคราม///ถนนคนเดิน’ ชู Street Food แลนด์มาร์คใหม่ กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก | TOPNEWS

    สมุทรสงคราม///ถนนคนเดิน’ ชู Street Food แลนด์มาร์คใหม่ กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก | TOPNEWS

    นายกมิ้น’ ปลุกแม่กลองคึก! คิกออฟ ‘ถนนคนเดิน’ ชู Street Food แลนด์มาร์คใหม่ กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก


    นายอานนท์ ตันติดำรงกุล หรือ “นายกมิ้น” นายกเทศมนตรีเมืองสมุทรสงคราม เป็นประธานในพิธีเปิด “โครงการร้านค้าชุมชนถนนคนเดิน เทศบาลเมืองสมุทรสงคราม” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ท่ามกลางบรรยากาศการเปิดตัววันแรกที่คึกคักไปด้วยพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่มาเฝ้ารอแลนด์มาร์คการค้าแห่งใหม่ของเมืองแม่กลอง


    —นายอานนท์ ตันติดำรงกุล เปิดเผยว่า โครงการถนนคนเดินแม่กลองเกิดขึ้นจากความตั้งใจที่จะเข้าช่วยเหลือนักลงทุนและกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าในตลาดที่ประสบปัญหาการค้าขายซบเซา อีกทั้งเห็นว่านักท่องเที่ยวที่เดินทางมาส่วนใหญ่จะพำนักอยู่ในพื้นที่ช่วงวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ แต่ที่ผ่านมาอาจจะยังไม่มีจุดเช็คอินหรือพื้นที่สำหรับจับจ่ายใช้สอยที่ชัดเจนนัก

    ถนนคนเดินแห่งนี้จึงเป็นคำตอบที่จะดึงดูดให้นักท่องเที่ยวออกมา ช้อป ชิม ใช้ และใช้เวลาอยู่ในแม่กลองได้นานยิ่งขึ้นโดย ดังนั้นเทศบาลเมืองสมุทรสงครามมุ่งหวังที่จะสร้างพื้นที่แห่งนี้ให้เป็นศูนย์รวม “Street Food” ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของจังหวัดสมุทรสงครามบนเส้นทางถนนเพชรสมุทรและถนนศรีจำปา เริ่มตั้งแต่แยกศรีจำปาต่อเนื่องไปจนถึงแยกศรีสุวรรณ

    ซึ่งเป็นเส้นทางเดินรถทางเดียวเพื่อไม่ให้กระทบการจราจรในภาพรวม และยังเชื่อมต่อกับสถานที่สำคัญอย่างวัดเพชรสมุทรวรวิหารและวิถีชีวิตรถไฟแม่กลองได้อย่างสะดวกสบาย

    สำหรับการจัดสรรพื้นที่โครงการ มีการเตรียมไว้ทั้งหมด 120 ล็อก ขนาด 2 x 2 เมตร บริเวณกึ่งกลางถนน โดยแบ่งเป็นพื้นที่สำหรับผู้ค้าตัวจริง 110 ล็อก และพื้นที่สำรอง 10 ล็อก ซึ่งจะเปิดให้บริการทุกวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 15.00 น. ถึง 23.00 น.

    นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับมิติด้านสิ่งแวดล้อม โดยรณรงค์ให้เป็นถนนคนเดินรักษ์โลก ลดการใช้พลาสติกและงดใช้โฟมบรรจุอาหาร เพื่อสุขอนามัยที่ดีของทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย

    นายอานนท์กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของกิจกรรมสร้างสีสัน ช่วงแรกได้เปิดพื้นที่เวทีสร้างสรรค์ให้นักเรียนและเยาวชนในเขตเทศบาลได้มาแสดงความสามารถ แต่ในอนาคตหากโครงการได้รับการตอบรับที่ดีและมีความลงตัวมากขึ้น ทางเทศบาลฯ มีแผนที่จะเชิญศิลปินดารามีชื่อเสียงมาร่วมสร้างความคึกคักให้กับถนนคนเดินแห่งนี้

    รวมทั้งจะขยายพื้นที่ถนนคนเดินให้ครอบคลุมไปถึงบริเวณเขื่อนวัดเพชรสมุทรวรวิหาร เพื่อเชื่อมต่อกับสถานีรถไฟแม่กลอง และลากยาวไปจนถึงสะพานแขวนวัดใหญ่ ซึ่งจะช่วยยกระดับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและวิถีชีวิตชุมชนแม่กลองให้เป็นโครงข่ายที่เข้มแข็ง กระจายรายได้สู่ชุมชนได้อย่างทั่วถึงและยั่งยืนต่อไป

    นพพร  บุญทนาวงศ์  ผู้สื่อข่าว Top news ทั่วไทย จ.สมุทรสงคราม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1563543&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3XFi3n3MTffrLwlj3m4y6u

  • แบงค์ ศรราม เปิดใจเศรษฐกิจทำพิษ แย้มปรับราคาค่าจ้าง หากน้ำมันยังไม่ลด

    แบงค์ ศรราม เปิดใจเศรษฐกิจทำพิษ แย้มปรับราคาค่าจ้าง หากน้ำมันยังไม่ลด

    ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน แบงค์ ศรราม ยอมรับว่าส่งผลกระทบต่อต้นทุนการทำคณะลิเกเช่นกัน โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น ทำให้เริ่มมีการขยับปรับราคาค่าจ้างสำหรับงานใหม่ ๆ ที่เพิ่งติดต่อเข้ามา เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น แต่สำหรับงานที่เซ็นสัญญาไว้ล่วงหน้าแล้ว แบงค์ยืนยันว่าจะยังคงราคาเดิมตามที่ตกลงกันไว้เพื่อความสบายใจของเจ้าภาพและคนดู

    เราต้องยอมรับความเป็นจริงครับ งานเก่าเราขึ้นไม่ได้เพราะเป็นสัญญาที่ตกลงกันไว้แล้ว แต่งานใหม่ต้องขยับตามราคาน้ำมัน ซึ่งทางเจ้าภาพส่วนใหญ่เข้าใจดี 

    แบงค์กล่าวเสริมถึงคิวงานที่ปัจจุบันจองยาวเหยียดไปถึง 2-3 ปี โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสำคัญที่หาคิวลงยากมาก พร้อมทิ้งท้ายว่าแม้จะเหนื่อยแค่ไหนแต่ตนเองเป็นคนชอบทำงาน เพราะการทำงานคือการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ในทุกวัน

    คลิกอ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/entertain/news/2930116&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1uuWQ35BuwU0Fqjh4xa249

  • ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (2 พ.ค. 69) บางจาก ปตท.อัปเดตราคาล่าสุด

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (2 พ.ค. 69) บางจาก ปตท.อัปเดตราคาล่าสุด

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (2 พ.ค. 69) บางจาก ปตท. อัปเดตราคาล่าสุด “ฐานเศรษฐกิจ” มีคำตอบ

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 ไม่มีการเปลี่ยนแปลง หลังบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือโออาร์ (OR) และบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP ประกาศขึ้นราคาน้ำมันดีเซล B7 ,น้ำมันดีเซล B20 ลิตรละ 60 สตางค์

    ขณะที่ดีเซลพรีเมี่ยมไม่มีการเปลี่ยนแปลงราคา

    ส่วนราคาน้ำมันเบนซิน  แก๊สโซฮอล์95 ,91 ,E85 และ E20 ขึ้น 85 สตางค์ต่อลิตร เมื่อวันที่ 2 พ.ค. 69

    ส่งผลให้ราคาน้ำมันขายปลีกในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องถิ่นพรุ่งนี้ เป็นดังนี้

    กลุ่มน้ำมันดีเซล

    • ซุปเปอร์พาวเวอร์ดีเซล ลิตรละ 62.10 บาท (โออาร์)
    • ดีเซล ลิตรละ 40.80 บาท (โออาร์)
    • ดีเซล B20 ลิตรละ 33.80 บาท (โออาร์)
    • ไฮพรีเมี่ยมดีเซลพลัส ลิตรละ 62.10 บาท (บางจาก)
    • ไฮดีเซล S ลิตรละ 40.80 บาท (บางจาก)
    • ดีเซล B20 ลิตรละ 33.80 บาท (บางจาก)

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (2 พ.ค. 69) บางจาก ปตท.อัปเดตราคาล่าสุด

    ตรวจสอบราคาขายปลีกน้ำมัน กทม. และปริมณฑล ประจำปี พ.ศ. 2569 ของบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) ที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/energy/658020&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2x2Ja0scOsQVPOwVP-uOvW

  • ไทยช่วยไทยพลัส-บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คลังยังไม่ชงเข้า ครม. 5 พ.ค. 69

    ไทยช่วยไทยพลัส-บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คลังยังไม่ชงเข้า ครม. 5 พ.ค. 69

    รอหน่อยนะ! ไทยช่วยไทยพลัส หรือคนละครึ่งพลัส บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คลังยังไม่ชงเข้า ที่ประชุม ครม. 5 พ.ค. 69

    นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการไทยช่วยไทยพลัส หรือคนละครึ่งพลัส และการเติมเงินเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ยังไม่เสนอเข้าที่ประชุม ครม. ในวันที่ 5 พ.ค. 69

    ทำไมถึงยังไม่เข้า ครม. วันที่ 5 พ.ค. 69?

    เหตุผลหลักคือกระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณอยู่ระหว่างการ “สรุปตัวเลขงบประมาณ” ที่ชัดเจน โดยมีประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณาดังนี้:

    1. สรุปงบฯ ค้างจ่ายปี 69: ตรวจสอบงบประมาณจากส่วนราชการที่ไม่สามารถจัดซื้อจัดจ้างได้ทันตามกำหนด (30 เม.ย. 69) เพื่อนำมาทำ พ.ร.บ.โอนงบประมาณ กลับมาใช้ในโครงการ

    2. ประเมินวงเงินกู้ (พ.ร.ก. กู้เงิน): หากงบประมาณที่โอนมาไม่เพียงพอ คลังเตรียมพิจารณาออก พ.ร.ก. กู้เงินเพิ่มเติม โดยเบื้องต้นคาดว่าจะมีกรอบวงเงินสูงถึง 400,000 – 500,000 ล้านบาท

    3. รอประชุม ครม. เศรษฐกิจ: ต้องรอการหารือร่วมกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เพื่อกำหนดวันประชุม ครม. เศรษฐกิจ (ซึ่งเดิมติดวันหยุดราชการ 4 พ.ค.) เพื่อพิจารณารายละเอียดทั้งหมดก่อน

    ไทม์ไลน์ที่คาดการณ์

    • 5 พฤษภาคม 2569: กระทรวงการคลังจะเสนอ ครม. เพื่อขออนุมัติใน 2 หลักการสำคัญคือ พ.ร.บ.โอนงบประมาณ 2569 และ กรอบ พ.ร.ก. กู้เงิน

    • สัปดาห์ถัดไป: หากได้ข้อสรุปเรื่องวงเงินที่ชัดเจนแล้ว จะเร่งนำโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส (คนละครึ่ง พลัส / เติมเงินบัตรคนจน) เสนอให้ ครม. เศรษฐกิจ และ ครม. ชุดใหญ่พิจารณาเห็นชอบทันที

    “เราต้องเห็นภาพชัดเจนก่อนว่ามีงบประมาณเหลือเท่าไหร่ และจำเป็นต้องกู้เพิ่มอีกเท่าไหร่ เพื่อเตรียมความพร้อมในการดูแลวิกฤตฉุกเฉินที่เกิดขึ้นในขณะนี้” นายเอกนิติ กล่าว

    อ่านเพิ่มเติม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/money/950323/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw20sOUCm7h7ealv8Ih7hYim

  • รอไปก่อน! ‘เอกนิติ’ ยัน ‘คนละครึ่ง’ วืดครม.วันที่5พ.ค. เร่งถกสรุปพ.ร.บ.โอนงบก่อนเคาะออกพ.ร.ก.กู้เงิน

    รอไปก่อน! ‘เอกนิติ’ ยัน ‘คนละครึ่ง’ วืดครม.วันที่5พ.ค. เร่งถกสรุปพ.ร.บ.โอนงบก่อนเคาะออกพ.ร.ก.กู้เงิน

    รอไปก่อน! ‘เอกนิติ’ ยืนยันวันที่ 5 พ.ค. นี้ ยังไม่ชง ครม. เคาะคนละครึ่ง-เติมเงินบัตรคนจน แจงเร่งหารือ ‘สำนักงบฯ’ สรุปตัวเลขงบประมาณเบิกจ่ายล่าช้า ก่อนพับเข้า พ.ร.บ.โอนงบประมาณ พร้อมตัดสินใจเคาะวงเงินออก พ.ร.ก. กู้เงิน ก่อนชง ครม. เศรษฐกิจพิจารณา

    1 พ.ค. 69 – นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง เปิดเผยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 5 พ.ค. 2569 จะยังไม่มีการเสนอโครงการไทยช่วยไทย พลัส ซึ่งจะครอบคลุมถึงโครงการคนละครึ่ง พลัส และโครงการเติมเงินผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้ ครม. พิจารณา เนื่องจากยังต้องรอสรุปความชัดเจนเกี่ยวกับตัวเลขงบประมาณที่จะนำมาใช้ในการดำเนินการทั้งหมด ซึ่งขณะนี้กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อยู่ระหว่างการเร่งดำเนินงาน

    ทั้งนี้ ในส่วนของรายละเอียดของโครงการทั้งคนละครึ่ง พลัส และโครงการเติมเงินผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนั้น กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างเร่งจัดเตรียมความพร้อม ซึ่งหากได้ข้อสรุปเรื่องเม็ดเงินงบประมาณที่ใช้ดำเนินการ ก็จะเร่งเสนอให้ ครม. พิจารณาทันที

    โดยเบื้องต้น วันนี้ (1 พ.ค.) จะมีการประชุมร่วมกับสำนักงบประมาณซึ่งจะมีการสรุปรายละเอียดเกี่ยวกับตัวเลขงบประมาณที่ส่วนราชการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างและทำสัญญาผูกพันงบประมาณ 2569 ไม่ทันตามกำหนดวันที่ 30 เม.ย. 2569 ว่ามีอยู่เท่าไหร่ เพื่อโอนไปใส่ไว้ในพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โอนงบประมาณ โดยจะต้องเอาส่วนนี้มาคำนวณก่อนจึงจะมาตัดสินใจอีกครั้งว่าจะดำเนินการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงินในวงเงินเท่าไหร่ และจะมีการนำรายละเอียดทั้งหมดนี้เข้าหารือในที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างหารือกับนายอนุทิน ชาญวีรกููล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เพื่อกำหนดวันอีกครั้ง หลังจากนั้นจะนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. ในวันที่ 5 พ.ค. ต่อไป

    “คาดว่าในการประชุม ครม. วันที่ 5 พ.ค. นี้จะมีการสรุปตัวเลขงบประมาณที่ส่วนราชการเบิกจ่ายล่าช้าไม่ทันเดตไลน์ให้พิจารณาได้ รวมถึงรายละเอียดเกี่ยวกับ พ.ร.ก. เงินกู้ ภายหลังจากนำตัวเลขงบประมาณที่เบิกจ่ายล่าช้ามาคำนวณแล้วก็น่าจะเห็นภาพที่ชัดเจนมากขึ้นว่าจะต้องดำเนินการกู้เงินเท่าไหร่ ซึ่งตรงนี้เป็นการเตรียมพร้อมไว้เพื่อดูแลวิกฤตที่เกิดขึ้นฉุกเฉินในขณะนี้” รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง ระบุ

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/economy-news/989071/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0wAAO53rE0AakIlGWvwIqS

  • ‘ยศชนัน’ เปิดงานวันแรงงานแห่งชาติ รับ 8 ข้อเรียกร้อง ย้ำ รัฐบาลตั้งเป้าสร้างเศรษฐกิจงานดี ใน 4 ปี ด้าน ‘จุลพันธ์’ วาง 5 ยุทธศาสตร์ ยกระดับคุณภาพชีวิต ดูแลสิทธิแรงงานทุกกลุ่ม

    ‘ยศชนัน’ เปิดงานวันแรงงานแห่งชาติ รับ 8 ข้อเรียกร้อง ย้ำ รัฐบาลตั้งเป้าสร้างเศรษฐกิจงานดี ใน 4 ปี ด้าน ‘จุลพันธ์’ วาง 5 ยุทธศาสตร์ ยกระดับคุณภาพชีวิต ดูแลสิทธิแรงงานทุกกลุ่ม

    วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 – นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานพิธีเปิดงานวันแรงงานแห่งชาติ ประจำปี 2569 โดยมี นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวรายงาน นายทศพร คูณศรี ประธานคณะกรรมการจัดงานวันแรงงานแห่งชาติ ปี 2569 ยื่นข้อเรียกร้องวันแรงงาน 8 ข้อต่อรองนายกรัฐมนตรี พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ผู้บริหารกระทรวงแรงงาน เข้าร่วมด้วย ณ ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร

    ทั้งนี้ ในช่วงเช้า เวลา 07.00 น. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธีทำบุญพระสงฆ์ จำนวน 10 รูป เนื่องในวันแรงงานแห่งชาติ ณ บริเวณโถงชั้นล่าง อาคารกระทรวงแรงงาน ก่อนจะนำผู้บริหาร คณะกรรมการจัดงาน ข้าราชการ เจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงาน เครือข่ายด้านแรงงาน และพี่น้องแรงงาน ร่วมเดินริ้วขบวนวันแรงงานแห่งชาติ โดยเคลื่อนแถวจากแยก จปร. ผ่านสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ไปตามถนนราชดำเนินนอก ผ่านอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จนกระทั่งไปสิ้นสุดที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร

    จากนั้น นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานกล่าวเปิดงาน โดยกล่าวว่า วันแรงงานแห่งชาติเป็นวันที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับพี่น้องแรงงาน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ความท้าทายที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้มี 2 มิติ คือ มิติแรก ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลต่อต้นทุนการผลิตและภาระค่าครองชีพ มิติที่ 2 คือการปรับเปลี่ยนรูปแบบการจ้างงาน การเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ และการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว ดังนั้นรัฐบาลจะทำงานข้ามกระทรวงโดยมีทุนมนุษย์เป็นแกนกลาง ทั้งกระทรวงแรงงาน ศึกษาธิการ พม. และ อว.จะทำงานบนเป้าหมายเดียวกัน จากฐานข้อมูลชุดเดียวกันเป็นครั้งแรก หัวใจของการปฏิรูปครั้งนี้คือ “ฐานข้อมูลทักษะแห่งชาติ” ซึ่งเชื่อมโยงข้อมูลความต้องการทักษะจากฝั่งนายจ้างเข้ากับศักยภาพของกำลังแรงงานในระบบ ภายใต้นโยบาย “เรียนได้งบ จบได้งาน” รัฐบาลจะสนับสนุนงบประมาณการพัฒนาทักษะอย่างเป็นระบบ เพื่อเปลี่ยนแรงงานไทยจากผู้ใช้เทคโนโลยีให้กลายเป็นผู้สร้างมูลค่าในระบบเศรษฐกิจดิจิทัล ขณะเดียวกัน กระทรวงเกษตรฯ จะยกระดับเกษตรกรสู่ Smart Farmer และกระทรวง พม. จะดูแลให้การคุ้มครองสิทธิแรงงานทุกกลุ่ม โดยเฉพาะแรงงานแพลตฟอร์มและแรงงานนอกระบบที่เป็นกำลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจสมัยใหม่แต่ยังขาดหลักประกันที่เพียงพอ เป้าหมายสูงสุดของรัฐบาลในช่วง 4 ปีข้างหน้าคือการสร้าง “เศรษฐกิจงานดี” (Good Job Economy) ซึ่งวัดผลจากคุณภาพของการจ้างงาน ความมั่นคงของรายได้ และศักดิ์ศรีการประกอบอาชีพของแรงงานทุกคน

    ด้าน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ในวันนี้ ซึ่งเป็นวันที่พี่น้องแรงงานทุกคนได้ร่วมกันยืนยันถึงพลังและคุณค่าของผู้ใช้แรงงาน ซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และสังคมไทยให้เดินหน้าอย่างมั่นคง ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกที่พี่น้องแรงงานต้องเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งความไม่สงบในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบถึงวิกฤตพลังงานและภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้น ตลอดจนคลื่นเทคโนโลยีและ AI disruption ที่กำลังพลิกโฉมโลกของการทำงาน

    นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า กระทรวงแรงงานตระหนักดีว่าเราจะหยุดนิ่งไม่ได้ แต่ต้องรุกไปข้างหน้าเพื่อยกระดับทักษะและคุณภาพชีวิตของแรงงานทุกกลุ่ม ทั้งแรงงานในระบบ แรงงานนอกระบบ และแรงงานกึ่งอิสระ หรือแรงงานแพลตฟอร์ม ให้เติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจมูลค่าสูงอย่างเท่าเทียมและยั่งยืนเพื่อให้สอดรับกับวิสัยทัศน์ดังกล่าว รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล โดยกระทรวงแรงงานจึงมุ่งมั่นขับเคลื่อนผ่าน “5 ยุทธศาสตร์เร่งด่วน” เพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้แก่พี่น้องแรงงาน ดังนี้

    1. ปฏิรูประบบประกันสังคมยุคใหม่ มุ่งเน้นการบริหารจัดการอย่างเป็นมืออาชีพ โดยมีการศึกษาแนวทางการคำนวณบำนาญชราภาพ หรือ สูตร CARE ให้เหมาะสมสอดคล้องกับค่าจ้างตลอดช่วงชีวิต เพื่อสวัสดิการที่มั่นคงของผู้ประกันตน
    2. พัฒนาทักษะแห่งอนาคต ภายใต้แนวคิด “เรียนได้งบ จบได้งาน” เพื่อสร้างสมดุลระหว่าง Demand และ Supply ในตลาดแรงงานอย่างแท้จริง
    3. คุ้มครองสิทธิเชิงรุก ขับเคลื่อนโครงการ Reskill และ Upskill เพื่อสร้างทางเลือกให้นายจ้างมุ่งเน้นการพัฒนาบุคลากรแทนการเลิกจ้าง
    4. บริหารจัดการโครงสร้างตลาดแรงงาน เร่งขยายโอกาสและเปิดตลาดแรงงานฝีมือในต่างประเทศที่ให้ผลตอบแทนสูง ควบคู่ไปกับการจัดระบบแรงงานข้ามชาติให้มีประสิทธิภาพ
    5. ยกระดับแรงงานกึ่งอิสระและแรงงานแพลตฟอร์ม พัฒนาฐานข้อมูลและสร้างระบบประกันสังคมที่ยืดหยุ่น เพื่อให้พี่น้องแรงงานได้รับการคุ้มครองและเข้าถึงสวัสดิการอย่างครอบคลุม

    สำหรับข้อเรียกร้องวันแรงงานแห่งชาติในปีนี้มี 8 ข้อ ที่พี่น้องแรงงานยื่นต่อรัฐบาลนั้น ซึ่งครอบคลุมประเด็นสำคัญ อาทิ การรับรองอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ การจัดตั้งกองทุนประกันความเสี่ยงเพื่อเป็นหลักประกันในการทำงาน การยกเว้นภาษีเงินได้จากเงินก้อนสุดท้าย ให้พนักงานรัฐวิสาหกิจสามารถสมัครเป็นผู้ประกันตนได้ การปรับปรุงสิทธิประกันสังคม ตรวจสอบสถานประกอบการที่มีลูกจ้างเหมาค่าแรง รวมถึงการขยายความคุ้มครองให้ครอบคลุมแรงงานทุกกลุ่ม และการแต่งตั้งคณะทำงานติดตามข้อเรียกร้องอย่างต่อเนื่อง

    ทั้งนี้ ภายในงานมีการจัดกิจกรรมจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน อาทิ มีบริการจัดหางานกว่า 48,000 อัตรา ผ่านแพลตฟอร์ม “ไทยมีงานทำ” และการฝึกอาชีพอิสระ ให้บริการตรวจสุขภาพเบื้องต้น ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ฟรี และให้คำปรึกษาด้านสิทธิประกันสังคม กิจกรรมบันเทิงการแสดงดนตรี พร้อมอาหารและเครื่องดื่มฟรีสำหรับผู้ร่วมงาน เพื่อสร้างขวัญกำลังใจแก่พี่น้องผู้ใช้แรงงานที่เข้าร่วมงานกว่า 1,500 คนด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/1016339&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0DANJK4KJY9qwvb4Zm59w5

  • น้ำมัน WTI ปิดลดลง $1.81 หลังซื้อขายผันผวน นลท.ยังจับตาตึงเครียดตอ.กลาง : อินโฟเควสท์

    น้ำมัน WTI ปิดลดลง $1.81 หลังซื้อขายผันผวน นลท.ยังจับตาตึงเครียดตอ.กลาง : อินโฟเควสท์

    สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวลงในวันพฤหัสบดี (30 เม.ย.) เช่นเดียวกับน้ำมันดิบเบรนท์ โดยนักลงทุนพากันขายทำกำไร หลังจากที่ราคาพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 4 ปีในการซื้อขายช่วงแรก นอกจากนี้ ราคาน้ำมันปรับตัวลงจากความกังวลที่ว่า ราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและกดดันอุปสงค์ในตลาด

    สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมิ.ย. ลดลง 1.81 ดอลลาร์ หรือ 1.69% ปิดที่ 105.07 ดอลลาร์/บาร์เรล

    สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนมิ.ย. ลดลง 4.02 ดอลลาร์ หรือ 3.41% ปิดที่ 114.01 ดอลลาร์/บาร์เรล

    ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์และ WTI ทะยานขึ้นราว 60% นับตั้งแต่สหรัฐและอิสราเอลทำการโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ.

    Axios รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวระบุว่า กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) เตรียมนำเสนอแผนปฏิบัติการทางทหารที่อาจใช้กับอิหร่าน ต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ

    ก่อนหน้านี้ ปธน.ทรัมป์ได้ปฏิเสธข้อเสนอของอิหร่านในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซและยุติสงครามเพื่อแลกกับการเลื่อนการเจรจานิวเคลียร์กับอิหร่าน ขณะที่ปธน.ทรัมป์ยืนยันว่าสหรัฐจะยังคงปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่านต่อไป จนกว่าจะมีการบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์

    โกลด์แมน แซคส์ประเมินว่าการส่งออกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดลงเหลือเพียง 4% ของระดับปกติ และหากสหรัฐยังคงทำการปิดล้อมต่อไป อาจส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันมากขึ้น

    โกลด์แมน แซคส์เสริมว่า การเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) หลังออกจากกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) น่าจะเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปในระยะกลาง มากกว่าจะสามารถชดเชยภาวะตึงตัวในระยะสั้น

    ขณะเดียวกัน รัสเซียยืนยันโอเปกพลัสจัดประชุมวันอาทิตย์นี้ (3 พ.ค.) ตามกำหนด แม้ UAE ประกาศถอนตัว โดยอเล็กซานเดอร์ โนวัค รองนายกรัฐมนตรีรัสเซีย กล่าวว่า “การประชุมจะมีขึ้น ทุกอย่างจะเป็นไปตามแผน โดยสมาชิกจะประเมินศักยภาพของโอเปกพลัสในการจัดหาน้ำมันให้กับตลาดโลก”

    อย่างไรก็ดี รองนายกฯ รัสเซียกล่าวว่า เขาไม่ทราบว่า UAE จะเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้หรือไม่ และเขาจะไม่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนแปลงโควตาการผลิตล่วงหน้า

    ทั้งนี้ UAE ตัดสินใจถอนตัวออกจากโอเปกและโอเปกพลัส โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. อย่างไรก็ดี UAE ยืนยันว่ามีความมุ่งมั่นในการรักษาเสถียรภาพของตลาดพลังงานโลก โดยนโยบายการผลิตน้ำมันของประเทศจะคำนึงถึงอุปสงค์และอุปทานในตลาดโลก

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (01 พ.ค. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/589423&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2NE1maZU2v9i7NzJTlKo4S

  • สั่งเบรก! งบ 180 ล้าน โครงการแก้มลิงบ้านไร่ใหญ่ เซ่นปมสร้างก่อนซื้อที่ดิน | เดลินิวส์

    สั่งเบรก! งบ 180 ล้าน โครงการแก้มลิงบ้านไร่ใหญ่ เซ่นปมสร้างก่อนซื้อที่ดิน | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าโครงการก่อสร้างแก้มลิงบ้านไร่ใหญ่ หมู่ 8 ต.ควนเมา อ.รัษฎา จ.ตรัง ซึ่งเป็นโครงการงบผูกพัน 4 ปี วงเงินรวม 380 ล้านบาท ล่าสุดมีคำสั่งระงับการจัดสรรงบประมาณส่วนที่เหลือกว่า 180 ล้านบาท พร้อมให้หยุดดำเนินโครงการไว้ก่อนชั่วคราว จนกว่าจะดำเนินการเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดินให้ถูกต้อง

    ป.ป.ช. จับตาแก้มลิงบ้านไร่ใหญ่ 350 ล้าน สร้างบนที่ดินเอกชน-เสี่ยงงบสูญ

    โดยนายบัณฑิต คณะสุวรรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดตรัง มอบหมายให้นายยุทธนา วิมลเมือง หัวหน้ากลุ่มงานป้องกันการทุจริต เข้าร่วมประชุมหารือที่สำนักงาน ป.ป.ช. (สนามบินน้ำ) เพื่อหาข้อสรุปกรณีโครงการดังกล่าว ซึ่งก่อสร้างบนที่ดินเอกชน โดยมีผู้แทนจากหลายหน่วยงานเข้าร่วม อาทิ รองเลขาธิการ ป.ป.ช. สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) สำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง กรมชลประทาน และผู้แทนจากชมรมตรังต้านโกง

    ที่ประชุมโดยสำนักงบประมาณ ระบุว่า แม้ในทางปฏิบัติ การใช้งบประมาณสามารถดำเนินการได้ในกรณีมีหนังสือยินยอมให้ใช้ประโยชน์ในที่ดินเอกชน แต่เพื่อความรอบคอบและลดความเสี่ยง จึงมีมติให้ระงับการจัดสรรงบประมาณในช่วงปี 2570-2571 รวมกว่า 180 ล้านบาทไว้ก่อน จนกว่ากรมชลประทานจะดำเนินการจัดซื้อที่ดินให้แล้วเสร็จอย่างถูกต้อง

    ปัจจุบันกรมชลประทานได้หยุดดำเนินการขุดดินในพื้นที่ชั่วคราวแล้ว ตามข้อห่วงใยของประชาชนและ ป.ป.ช. พร้อมเร่งดำเนินการแก้ไขสถานะที่ดินให้เป็นกรรมสิทธิ์ของรัฐโดยสมบูรณ์

    ด้าน สตง. ตั้งข้อสังเกตว่า หากโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จ แต่ที่ดินยังไม่ตกเป็นของรัฐ อาจเกิดความเสี่ยงในกรณีเจ้าของที่ดินยกเลิกสัญญาหรือเรียกร้องให้คืนสภาพพื้นที่ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการบริหารงบประมาณที่ได้ใช้ไปแล้ว

    ขณะที่ ป.ป.ช. จังหวัดตรัง ยืนยันว่า การใช้งบประมาณแผ่นดินต้องคุ้มค่าและโปร่งใส โดยต้องดำเนินการให้กรรมสิทธิ์ที่ดินมีความชัดเจนก่อน จึงจะสามารถเดินหน้าโครงการต่อไปได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

    สำหรับโครงการดังกล่าว ถูกเฝ้าจับตาอย่างใกล้ชิดตั้งแต่ช่วงเดือน ม.ค. 2569 ที่ผ่านมา สำนักงาน ป.ป.ช.ประจำ จ.ตรัง ชมรมตรังต้านโกง และสื่อมวลชน ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบ พร้อมกับประชุมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนกลายเป็นที่น่าสังเกตว่า พบการขุดอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่จริง แต่ไม่ปรากฏป้ายโครงการ ไม่มีสำนักงานสนาม ไม่มีการจ้างแรงงานในพื้นที่ ซึ่งถือเป็นข้อสังเกตสำคัญในโครงการขนาดใหญ่ระดับร้อยล้านบาท

    พื้นที่โครงการรวมประมาณ 300-400 ไร่ จำนวน 22 แปลง ส่วนใหญ่จะเป็นของบริษัทแห่งหนึ่งประมาณ 325 ไร่ โดยกรมชลประทานมีแผนจะใช้วิธีซื้อที่ดินจากเอกชนและนิติบุคคล โดยได้เริ่มก่อสร้างแล้ว และใช้งบประมาณไปแล้วกว่า 106 ล้านบาท แต่รัฐยังไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดิน ซึ่งกรมชลประทานอ้างอิง “หนังสือยินยอมจากบริษัทเจ้าของที่ดิน ลงวันที่ 15 สิงหาคม 2566 อนุญาตให้เข้าทำประโยชน์และก่อสร้างโครงการได้ โดยมีเงื่อนไขว่า หากกรมชลประทานไม่ดำเนินการเวนคืนภายใน 3 ปี เจ้าของที่ดินมีสิทธิยกเลิกการยินยอม” เพียงเท่านั้น

    ทั้งนี้ทำเลโครงการดังกล่าวถูกตั้งคำถาม แม้โครงการจะมีวัตถุประสงค์เพื่อบรรเทาอุทกภัยและจัดหาน้ำต้นทุนด้านการเกษตร แต่ข้อสังเกตสำคัญ ชาวบ้านมีการตั้งคำถามคือ แก้มลิงแห่งนี้ไม่ได้อยู่ติดหรือใกล้แม่น้ำตรัง ทำให้เกิดคำถามถึงความเหมาะสมของพื้นที่และประสิทธิภาพของโครงการในระยะยาว.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5827386/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2YuTGmu74ck-JLkUMe_8T3

  • รมช.ศธ. สั่ง!เช็กยิบ สกร. ขีดเส้น 5 พ.ค. นี้ หลังมีข้อร้องเรียน “แบบเรียนล้าสมัย”

    รมช.ศธ. สั่ง!เช็กยิบ สกร. ขีดเส้น 5 พ.ค. นี้ หลังมีข้อร้องเรียน “แบบเรียนล้าสมัย”

    รมช.ศธ. สั่ง!เช็กยิบ สกร. ขีดเส้น 5 พ.ค. นี้ หลังมีข้อร้องเรียน “แบบเรียนล้าสมัย”

    รมช.ศธ. สั่ง!เช็กยิบ สกร. ขีดเส้น 5 พ.ค. นี้ หลังมีข้อร้องเรียน “แบบเรียนล้าสมัย”

    กลายเป็นประเด็นร้อนในแวดวงการศึกษาและกลุ่มการเมือง เมื่อ นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะผู้กำกับดูแลกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการทำงานในภาคอีสานแบบสายฟ้าแลบ ก่อนจะพบข้อมูลชวนอึ้งว่า แบบเรียนที่ใช้สอนในห้องสมุดยังเป็นหลักสูตรล้าสมัยตั้งแต่ปี 2551 ซึ่งขัดต่อภาพลักษณ์การศึกษาไทยที่ต้องก้าวไปข้างหน้า

    รมช.ศธ. สั่ง!เช็กยิบ สกร. ขีดเส้น 5 พ.ค. นี้ หลังมีข้อร้องเรียน “แบบเรียนล้าสมัย”

    จากกรณีที่ สส.พรรคประชาชน (ฝ่ายค้าน) ออกมาเรียกร้องให้ตรวจสอบมาตรฐานแบบเรียนดังกล่าวว่าไร้คุณภาพและเนื้อหาน้อยเกินไป นายอัครนันท์ยันชัด “ไม่ได้นิ่งนอนใจ” โดยใช้อำนาจรัฐมนตรีสั่งการด่วนให้ อธิบดี สกร. รวบรวมข้อมูลทั้งหมดมาชี้แจงภายในวันที่ 5 พฤษภาคมนี้ เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่ากระบวนการจัดทำมีความผิดพลาดตรงไหน

    รมช.ศธ. สั่ง!เช็กยิบ สกร. ขีดเส้น 5 พ.ค. นี้ หลังมีข้อร้องเรียน “แบบเรียนล้าสมัย”

    รมช.อัครนันท์ ย้ำว่าการตรวจสอบครั้งนี้จะทำอย่างละเอียดในทุกมิติ ไม่ใช่แค่เนื้อหาทางวิชาการเท่านั้น แต่จะขุดลึกไปถึงกระบวนการจัดทำงบประมาณหนังสือเรียน รวมถึงการนำไปใช้จริงในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและโปร่งใสที่สุด

    “หากพบข้อบกพร่องจริง ผมจะสั่งดำเนินการปรับปรุงหลักสูตรทันที หนังสือเรียนต้องทันสมัย สอดรับกับความต้องการของผู้เรียนและโลกที่เปลี่ยนไป เราจะปล่อยให้เด็กไทยเรียนตามหลังโลกไม่ได้” นายอัครนันท์ระบุ

    รมช.ศธ. สั่ง!เช็กยิบ สกร. ขีดเส้น 5 พ.ค. นี้ หลังมีข้อร้องเรียน “แบบเรียนล้าสมัย”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.komchadluek.net/news/politics/616610&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0A4aXCYmshL76p_BiTnarJ