Blog

  • นิด้าโพลชี้ เลือกตั้งใหม่ประชาชนไม่เอา

    นิด้าโพลชี้ เลือกตั้งใหม่ประชาชนไม่เอา

    วันอาทิตย์ ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 08.28 น.

    31 ส.ค. 68 ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “สนใจไหม นายกใหม่ พรรคการเมืองใหม่” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 25-26 สิงหาคม 2568 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับความต้องการของประชาชนในการได้นายกรัฐมนตรีจากการเลือกตั้งครั้งหน้า การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0

    จากการสำรวจเมื่อถามถึงอาชีพของบุคคลที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีที่ประชาชนต้องการ ในการเลือกตั้งครั้งหน้า พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 32.44 ระบุว่า นักธุรกิจ เจ้าของกิจการขนาดใหญ่ รองลงมา ร้อยละ 24.05 ระบุว่า ทหาร ร้อยละ 19.54 ระบุว่า นักการเมืองอาชีพระดับชาติ ร้อยละ 16.26 ระบุว่า นักกฎหมาย (เช่น ทนาย อัยการ ผู้พิพากษา เป็นต้น) ร้อยละ 16.11 ระบุว่า ข้าราชการ ร้อยละ 14.89 ระบุว่า ผู้บริหารองค์การภาคธุรกิจ (ที่ไม่ใช่เจ้าของ หรือ ผู้ถือหุ้นใหญ่ในกิจการ) และนักวิชาการ ในสัดส่วนที่เท่ากัน ร้อยละ 12.75 ระบุว่า นักธุรกิจ เจ้าของกิจการขนาดเล็กไปจนถึงขนาดกลาง (SME) ร้อยละ 11.83 ระบุว่า นักการเมืองอาชีพระดับท้องถิ่น ร้อยละ 7.18 ระบุว่า ผู้ทำอาชีพอิสระ (เช่น ฟรีแลนซ์ อินฟลูเอนเซอร์ เน็ตไอดอล นักเขียน เป็นต้น) ร้อยละ 6.18 ระบุว่า คนในวงการ NGO อาสาสมัครเพื่อสังคม ร้อยละ 4.81 ระบุว่า ตำรวจ ร้อยละ 3.21 ระบุว่า พ่อค้า แม่ค้าในตลาด ร้อยละ 3.13 ระบุว่า ไม่ตอบ ร้อยละ 3.05 ระบุว่า แพทย์ พยาบาล ร้อยละ 2.82 ระบุว่า กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ร้อยละ 1.98 ระบุว่า มนุษย์เงินเดือนในบริษัทเอกชน ร้อยละ 0.84 ระบุว่า คนในวงการบันเทิง ดารา นักร้อง นักแสดง และร้อยละ 0.61 ระบุว่า คนในวงการไฮโซ

    ด้านช่วงอายุ (เจเนอเรชัน) ของบุคคลที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีที่ประชาชนต้องการ ในการเลือกตั้งครั้งหน้า พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 65.57 ระบุว่า Gen X (อายุระหว่าง 45–60 ปี) รองลงมา ร้อยละ 24.96 ระบุว่า Millennials หรือ Gen Y (อายุระหว่าง 29–44 ปี) ร้อยละ 9.24 ระบุว่า Baby Boomers (อายุระหว่าง 61–79 ปี) และร้อยละ 0.23 ระบุว่า Silent Gen (อายุระหว่าง 80–100 ปี)

    สำหรับแนวโน้มในการเลือก สส. ระบบเขตเลือกตั้ง จากพรรคการเมืองใหม่ ที่ไม่มี สส. อยู่ในสภาผู้แทนราษฎรปัจจุบัน หากวันนี้เป็นวันเลือกตั้ง พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 32.21 ระบุว่า ไม่แน่ใจ แต่มีแนวโน้ม
    ที่จะเลือกผู้สมัคร สส. จากพรรคการเมืองใหม่ รองลงมา ร้อยละ 31.76 ระบุว่า เลือกผู้สมัคร สส. จากพรรคการเมืองใหม่แน่นอน ร้อยละ 17.48 ระบุว่า ไม่เลือกผู้สมัคร สส. จากพรรคการเมืองใหม่แน่นอน ร้อยละ 11.15 ระบุว่า ไม่แน่ใจอะไรเลย และร้อยละ 7.40 ระบุว่า ไม่แน่ใจ แต่มีแนวโน้มที่จะไม่เลือกผู้สมัคร สส. จากพรรคการเมืองใหม่

    ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงแนวโน้มในการเลือก สส. ระบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคการเมืองใหม่ ที่ไม่มี สส. อยู่ในสภาผู้แทนราษฎรปัจจุบัน หากวันนี้เป็นวันเลือกตั้ง พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 32.75 ระบุว่า เลือกพรรคการเมืองใหม่แน่นอน รองลงมา ร้อยละ 32.06 ระบุว่า ไม่แน่ใจ แต่มีแนวโน้มที่จะเลือกพรรคการเมืองใหม่ ร้อยละ 18.09 ระบุว่า ไม่เลือกพรรคการเมืองใหม่แน่นอน ร้อยละ 11.15 ระบุว่า ไม่แน่ใจอะไรเลย และร้อยละ 5.95 ระบุว่า ไม่แน่ใจ แต่มีแนวโน้มที่จะไม่เลือกพรรคการเมืองใหม่

    เมื่อพิจารณาลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 8.55 มีภูมิลำเนาอยู่กรุงเทพฯ ร้อยละ 18.70 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคกลาง ร้อยละ 17.79 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคเหนือ ร้อยละ 33.28 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 13.82 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคใต้ และร้อยละ 7.86 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคตะวันออก โดยตัวอย่าง ร้อยละ 47.94 เป็นเพศชาย และร้อยละ 52.06 เป็นเพศหญิง

    ตัวอย่าง ร้อยละ 12.13 อายุ 18-25 ปี ร้อยละ 17.79 อายุ 26-35 ปี ร้อยละ 17.94 อายุ 36-45 ปี ร้อยละ 26.34 อายุ 46-59 ปี และร้อยละ 25.80 อายุ 60 ปีขึ้นไป โดยตัวอย่าง ร้อยละ 95.57 นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 3.21 นับถือศาสนาอิสลาม และร้อยละ 1.22 นับถือศาสนาคริสต์ และศาสนาอื่น ๆ

    ตัวอย่าง ร้อยละ 35.57 สถานภาพโสด ร้อยละ 61.53 สมรส และร้อยละ 2.90 หม้าย หย่าร้าง แยกกันอยู่ โดยตัวอย่าง ร้อยละ 0.23 ไม่ได้รับการศึกษา ร้อยละ 15.80 จบการศึกษาประถมศึกษา ร้อยละ 31.99 จบการศึกษามัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 11.07 จบการศึกษาอนุปริญญาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 35.95 จบการศึกษาปริญญาตรีหรือเทียบเท่า และร้อยละ 4.96 จบการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรี

    ตัวอย่าง ร้อยละ 10.15 ประกอบอาชีพข้าราชการ/ลูกจ้าง/พนักงานรัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 18.70 ประกอบอาชีพพนักงานเอกชน ร้อยละ 22.60 ประกอบอาชีพเจ้าของธุรกิจ/อาชีพอิสระ ร้อยละ 10.31 ประกอบอาชีพเกษตรกร/ประมง ร้อยละ 13.51 ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป/ผู้ใช้แรงงาน ร้อยละ 18.78 เป็นพ่อบ้าน/แม่บ้าน/เกษียณอายุ/ว่างงาน และร้อยละ 5.95 เป็นนักเรียน/นักศึกษา

    ตัวอย่าง ร้อยละ 18.63 ไม่มีรายได้ ร้อยละ 2.98 รายได้เฉลี่ยต่อเดือนไม่เกิน 5,000 บาท ร้อยละ 13.44 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 5,001-10,000 บาท ร้อยละ 31.68 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 10,001-20,000 บาท ร้อยละ 12.36 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 20,001-30,000 บาท ร้อยละ 6.49 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 30,001-40,000 บาท ร้อยละ 2.75 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 40,001-50,000 บาท ร้อยละ 1.14 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 50,001-60,000 บาท ร้อยละ 0.46 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 60,001-70,000 บาท ร้อยละ 0.22 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 70,001-80,000 บาท ร้อยละ 0.92 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 80,001 บาทขึ้นไป และร้อยละ 8.93 ไม่ระบุรายได้

    .-008

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/910851&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2F7fKKJMR4O5PCwPHQzLxs

  • หลุดแชทลับ ครูวัย 40 กับนักเรียนหญิงวัย 16 พ่อแม่เห็นบทสนทนาถึงกับใจสลาย

    หลุดแชทลับ ครูวัย 40 กับนักเรียนหญิงวัย 16 พ่อแม่เห็นบทสนทนาถึงกับใจสลาย

    ชายวัย 40 ปี ครูประจำโรงเรียน มีสัมพันธ์ลับกับนักเรียนหญิงวัย 16 ปี บทสนทนาล่อแหลมถูกเผยแพร่ พ่อแม่ถึงกับช็อก

    โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในเมืองเผิงไหล มณฑลซานตง ประเทศจีน เกิดเรื่องอื้อฉาวขึ้น เมื่อครูชายนามสกุลหลิว วัย 40 กว่าปี ซึ่งแต่งงานแล้ว มีสัมพันธ์ลับกับนักเรียนหญิงวัย 16 ปีในชั้นเรียน ทั้งคู่คบหากันหลายเดือนและมีบทสนทนาล่อแหลมในโทรศัพท์

    จนกระทั่งผู้ปกครองของนักเรียนหญิงค้นพบโดยบังเอิญ และบุกไปโรงเรียนรวมถึงบ้านของครูเพื่อทวงความยุติธรรม ทำให้เรื่องแดงขึ้นมา 

    ตามรายงานของสื่อจีน ครูชายนามสกุลหลิวมีสัมพันธ์ลับกับนักเรียนหญิงในชั้นเรียน จากบทสนทนาล่อแหลมที่ถูกเปิดเผย นักเรียนหญิงยังแสดงความหึงหวงเมื่อครูชายคุยกับนักเรียนหญิงคนอื่น แต่ครูชายดูเหมือนจะสนุกกับสถานการณ์นี้

    พ่อแม่ของนักเรียนหญิงสังเกตเห็นพฤติกรรมของลูกผิดปกติ เมื่อตรวจโทรศัพท์ก็พบข้อความล่อแหลมชุดใหญ่ ทำให้ช็อกและรับไม่ได้ จึงรีบไปโรงเรียนและบ้านของครูชายเพื่อทวงความยุติธรรม คดีนี้จึงถูกเปิดโปง กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ของจีน

    ต่อมาโรงเรียนมัธยมออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 30 ส.ค. ระบุว่า หลังการตรวจสอบพบว่าครูหลิวบางคนละเมิดกฎระเบียบของโรงเรียน และจรรยาบรรณวิชาชีพครูอย่างร้ายแรง จึงได้สั่งปลดออกจากงาน เมื่อวันที่ 28 ส.ค.

    พร้อมระบุว่า “เรารู้สึกเสียใจและขอโทษอย่างยิ่งต่อผลกระทบที่ไม่ดีจากเหตุการณ์นี้” และจะเสริมสร้างการบริหารจัดการการศึกษา รวมถึงพัฒนากลไกยาวนานเพื่อยกระดับจรรยาบรรณและวินัยของครูต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9837158/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1v1qAYtVuRHDL3P1MxywNu

  • เปิดประวัติ “อุดมพร เอกเอี่ยม” ผอ.สำนักพุทธฯ คนใหม่

    เปิดประวัติ “อุดมพร เอกเอี่ยม” ผอ.สำนักพุทธฯ คนใหม่

    เปิดประวัติ “อุดมพร เอกเอี่ยม” ผอ.สำนักพุทธฯ คนใหม่

    ทำความรู้จัก “อุดมพร เอกเอี่ยม” ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติคนใหม่ ผู้หญิงคนที่ 2 ในประวัติศาสตร์ที่ดำรงตำแหน่งนี้

    จากกรณีเมื่อวันที่ 19 ส.ค. 68 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติแต่งตั้ง นางอุดมพร เอกเอี่ยม รองเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ แทนตำแหน่งที่ว่างลงนั้น ทำให้หลายคนอยากรู้จักว่า ผอ.สำนักพุทธฯ หญิงคนที่ 2 ในประวัติศาสตร์นี้เป็นใครกัน

    นางอุดมพรเกิดเมื่อปี 2512 ปัจจุบันอายุ 56 ปี สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี บัญชีบัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีปทุม และสำเร็จการศึกษาปริญญาโท บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต การจัดการองค์กร มหาวิทยาลัยศรีปทุม

    สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
    นางอุดมพร เอกเอี่ยม

    นางอุดมพรเป็นข้าราชการนโยบายกลาง มีประสบการณ์การทำงานในสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) โดยในปี 2557 ดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการสำนักบริหารกลาง

    จากนั้นในปี 2559 ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยเลขาธิการคณะรัฐมนตรี สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ก่อนที่ในปี 2560 จะได้ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เป็นตำแหน่งข้าราชการบริหารระดับสูง (ระดับ 10)

    นางอุดมพรในฐานะ ผอ.สำนักพุทธฯ ถือเป็น ผอ. คนนอก ทั้งนี้ เนื่องจากโครงสร้างการแต่งตั้งตำแหน่งดังกล่าวถือเป็นหัวหน้าส่วนราชการเทียบเท่าปลัดกระทรวง (ระดับ 11) แต่ผู้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการในปัจจุบันเป็นข้าราชการระดับ 9 ทำให้จำเป็นต้องคัดเลือกข้าราชการจากองค์กรภายนอกสำนักพุทธฯ ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนมาแทน

    จากการสำเร็จการศึกษาด้านบัญชีและการบริหาร ประกอบกับประสบการณ์ยาวนานในสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ทำให้นางอุดมพรมีทักษะแข็งแกร่งในงานด้านการเงิน การบริหาร และนโยบาย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการตรวจสอบการใช้เงินบริจาคของวัด และประเด็นต่าง ๆ ในวงการสงฆ์ที่กำลังเผชิญวิกฤตศรัทธา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/news/%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B7%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2587/255980&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2kD3e6VgnbMGnMPX1TBnk-

  • อินโดนีเซียจลาจลรุนแรง ประธานาธิบดีปราโบโว เผชิญวิกฤตใหญ่ที่สุด

    อินโดนีเซียจลาจลรุนแรง ประธานาธิบดีปราโบโว เผชิญวิกฤตใหญ่ที่สุด

    การประท้วงรุนแรงปะทุขึ้นทั่วประเทศอินโดนีเซีย กลายเป็นวิกฤตทางการเมืองของประธานาธิบดีปราโบโว ซูบิยันโต ในช่วง 10 เดือนที่ดำรงตำแหน่ง โดยมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 คนจากเหตุการณ์ความรุนแรงหลายครั้ง

    เศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นี้เผชิญกับความไม่พอใจที่สั่งสมมานานหลายสัปดาห์ เกี่ยวกับปัญหาเศรษฐกิจและสิทธิประโยชน์ทางการเงินของสมาชิกสภา แต่เหตุการณ์ที่คนขับมอเตอร์ไซค์รับส่งเสียชีวิตได้จุดชนวนให้เกิดการประท้วงในวันศุกร์ที่ผ่านมา

    ความโกรธแค้นที่สั่งสมมานาน

    ความไม่พอใจที่ฝังลึกปะทุขึ้นบนถนนในจาการ์ตา เมื่อผู้ประท้วงหลายร้อยคนชุมนุมหน้าสภาเมื่อวันจันทร์ โดยแสดงความโกรธเกี่ยวกับสวัสดิการฟุ่มเฟือยของสมาชิกสภา ซึ่งรวมถึงเบี้ยเลี้ยงที่อยู่อาศัยที่สูงกว่าค่าจ้างขั้นต่ำในเมืองหลวงเกือบ 10 เท่า

    การประท้วงใหม่เกิดขึ้นอีกครั้งในวันพฤหัสบดี โดยมีผู้ประท้วงหลายร้อยคนต่อต้านค่าจ้างที่ต่ำจนถึงเวลากลางคืน ตำรวจเข้าสลายฝูงชนด้วยแก๊สน้ำตาและปืนใหญ่ฉีดน้ำ

    ระหว่างการประท้วงครั้งนั้น รถตู้สีดำของกองพลเคลื่อนที่ได้ชนและฆ่าอัฟฟาน เคอร์นียาวาน คนขับวัย 21 ปี คลิปวิดีโอเหตุการณ์แพร่กระจายไปทั่วและกระตุ้นความโกรธเกี่ยวกับกลยุทธ์ของตำรวจ

    การประท้วงขยายวงกว้าง

    การประท้วงบานปลายหลังจากการเสียชีวิตของอัฟฟาน โดยมีการชุมนุมเริ่มขึ้นในเมืองต่างๆ ทั่วประเทศ คนขับมอเตอร์ไซค์รับส่งหรือ ‘โอเจ็ก’ เป็นจำนวนมากเหมือนกับอัฟฟาน ได้ออกมาประท้วงหน้าที่ทำการกองพลเคลื่อนที่ และสำนักงานตำรวจในจาการ์ตา

    ผู้ประท้วงขว้างประทัด ระเบิดขวดน้ำมัน และก้อนหิน ขณะที่บางส่วนจุดไฟเผา การประท้วงยังเริ่มขึ้นในเมืองต่างๆ เช่น ยอกยาการ์ตา บันดุง โซโล และเซมารัง ในเกาะชวา รวมถึงเมดานในสุมาตรา

    มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 คนและบาดเจ็บ 4 คนในมากัสซาร์ เมืองใหญ่ที่สุดในเกาะสุลาเวสีทางตะวันออก หลังจากผู้ประท้วงจุดไฟเผาอาคารสภาเมือง

    ปัญหาใต้ภูเขาน้ำแข็ง

    ชาวอินโดนีเซียหลายพันคนออกมาประท้วงในเดือนกุมภาพันธ์ต่อต้านการตัดงบประมาณอย่างกว้างขวางของปราโบโว เขากล่าวว่าได้ลดงบประมาณเพื่อให้เงินทุนแก่นโยบายประชานิยม รวมถึงโครงการอาหารฟรีมูลค่าพันล้านดอลลาร์สำหรับเด็กนักเรียนและหญิงตั้งครรภ์

    อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าชาวอินโดนีเซียผิดหวังกับสถานการณ์เศรษฐกิจของตน ภีมะ ยุทธิษฐิระ อาธิเนการะ ผู้อำนวยการบริหารศูนย์การศึกษาเศรษฐกิจและกฎหมาย กล่าวว่า ยังมีปัญหาเรื่องภาษีที่ไม่เป็นธรรม กำลังซื้อของประชาชนที่ลดลง และการขาดโอกาสในการทำงาน

    กระทรวงแรงงานระบุว่ามีคนถูกเลิกจ้างมากกว่า 42,000 คนระหว่างเดือนมกราคมถึงมิถุนายน เพิ่มขึ้น 32 เปอร์เซ็นต์จากปีที่แล้ว คนงานรับส่งเหมือนเคอร์นียาวานยังเผชิญกับการหักเงินที่มากขึ้นและชั่วโมงทำงานที่ยาวขึ้น

    ภีมะกล่าวว่าความไม่พอใจระเบิดขึ้นเพราะขาดความเห็นอกเห็นใจจากสมาชิกสภา ปัญหาสั่งสมเหมือนฟางแห้ง และสภาจุดไฟ นี่เป็นเพียงปลายเขาน้ำแข็ง

    การทดสอบปราโบโว

    การประท้วงเป็นการทดสอบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประโบโวนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งในเดือนตุลาคม ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าอดีตนายพลคนนี้ต้องดำเนินการเพื่อระงับความโกรธของประชาชน

    เมด ซูปรียัตมะ นักวิจัยเยือนที่สถาบัน ISEAS-Yusof Ishak ในสิงคโปร์ กล่าวว่า หากเขาเป็นประธานาธิบดี เขาจะถอดผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติออกจากตำแหน่ง ประชาชนต้องการท่าทีเชิงสัญลักษณ์ในการแก้ไข

    ปราโบโวและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติสัญญาว่าจะสอบสวนการเสียชีวิตของอัฟฟาน ตำรวจยังได้กักขังเจ้าหน้าที่บริโมบ 7 นาย โดยระบุว่าพวกเขาละเมิดจรรยาบรรณ

    การประท้วงเพิ่มเติม

    คาดว่าจะมีการประท้วงเพิ่มเติมขณะที่ความโกรธของประชาชนยังคงเดือด นักศึกษาหลายร้อยคนชุมนุมหน้าสำนักงานใหญ่ตำรวจจาวาตะวันออกในสุราบายาเมื่อวันเสาร์

    คนขับโอเจ็กบางคนกล่าวในสื่อสังคมออนไลน์ว่าพวกเขาจะกลับมาลงถนนเร็วๆ นี้เพื่อประท้วงต่อต้านสมาชิกสภา มีการเรียกร้องออนไลน์ให้มีการประท้วงเพิ่มเติมหน้าสภาสัปดาหน้าเพื่อเรียกร้องให้ยุบสภา

    เมดกล่าวว่า เชื่อว่าการประท้วงเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะดำเนินต่อไปในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/world/indonesia-violent-protests-prabowo-crisis&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3DVQ5oeAfhqBbpOQhIMZo4

  • อิชิบะ-โมดีเปิดวิสัยทัศน์ เสริมความร่วมมือเศรษฐกิจ-ความมั่นคง 10 ปี : อินโฟเควสท์

    อิชิบะ-โมดีเปิดวิสัยทัศน์ เสริมความร่วมมือเศรษฐกิจ-ความมั่นคง 10 ปี : อินโฟเควสท์

    ชิเงรุ อิชิบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น และนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย ตกลงกันในวันศุกร์ (29 ส.ค.) ที่จะเสริมสร้างความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในอีก 10 ปีข้างหน้า ขณะที่ญี่ปุ่นให้ความสำคัญมากขึ้นกับบทบาทที่เพิ่มขึ้นของอินเดียในเวทีโลกท่ามกลางความท้าทายต่าง ๆ

    สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า หลังการเจรจาที่กรุงโตเกียว อิชิบะและโมดีได้เปิดตัววิสัยทัศน์ร่วมที่ระบุเป้าหมายความร่วมมือของทั้งสองประเทศได้แก่ การเพิ่มการลงทุนของญี่ปุ่นในอินเดียให้ถึง 10 ล้านล้านเยน (6.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) และเพิ่มการแลกเปลี่ยนบุคลากรระหว่างกันให้ถึง 5 แสนคนภายใน 5 ปี

    ทั้งสองประเทศยังแสดงความกังวลอย่างจริงจังต่อทะเลจีนตะวันออกและทะเลจีนใต้ ตามแถลงการณ์ร่วมฉบับแยกต่างหาก ซึ่งชี้ให้เห็นถึงความเคลื่อนไหวทางทหารของจีนที่เพิ่มขึ้นในน่านน้ำเหล่านี้

    อิชิบะกล่าวในการแถลงข่าวร่วมหลังการเจรจาว่า ญี่ปุ่นและอินเดียมีความรับผิดชอบร่วมกันในการรักษาและเสริมสร้างระเบียบระหว่างประเทศที่เสรีและเปิดกว้างโดยยึดหลักนิติธรรม

    ทั้งสองประเทศได้ออกคำประกาศร่วมด้านความมั่นคง ซึ่งได้รับการปรับปรุงเพื่อสะท้อนถึงขั้นตอนใหม่ของความเป็นหุ้นส่วนกัน โดยให้คำมั่นว่าจะขยายการฝึกซ้อมระหว่างกองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่นและกองทัพอินเดีย ซึ่งเอกสารฉบับนี้เป็นการปรับปรุงครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มใช้ในปี 2551

    ทั้งนี้ ญี่ปุ่นยังมีความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงอย่างลึกซึ้งกับอินเดีย โดยทั้งสองเป็นสมาชิกกลุ่มควอด (Quad) ร่วมกับสหรัฐฯ และออสเตรเลียด้วย

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (30 ส.ค. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/525597&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ZK58iHkJsTnb2x8wbGZZ3

  • “พิชัย” เชื่อปัญหาเศรษฐกิจแก้ได้ เจรจาภาษีสหรัฐฯ ไม่สะดุด

    “พิชัย” เชื่อปัญหาเศรษฐกิจแก้ได้ เจรจาภาษีสหรัฐฯ ไม่สะดุด

    ทำเนียบ 30 ส.ค.-“พิชัย” เชื่อปัญหาเศรษฐกิจแก้ได้ หลัง “แพทองธาร” หลุดตำแหน่ง ชี้ใครรับผิดชอบก็ยังอยู่ มั่นใจเจรจาภาษีสหรัฐฯ ไม่สะดุด

    เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 30 สิงหาคม 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ จะมีผลกระทบหรือไม่ หลัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เกิดอุบัติเหตุทางการเมือง ว่า ตนว่าทุกอย่างก็น่าจะแก้ไขได้ในเรื่องเศรษฐกิจ ใครรับผิดชอบก็ยังต้องดูแลอยู่

    เมื่อถามว่า จะต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจอะไรหรือไม่ นายพิชัย กล่าวว่า ทุกอย่างตอบได้ในเรื่องเศรษฐกิจ ใครรับผิดชอบก็ยังต้องดูแลอยู่

    เมื่อถามย้ำว่า จะทำให้การเจรจาภาษีและการค้ากับสหรัฐอเมริกาสะดุดหรือไม่ นายพิชัย กล่าวว่า ไม่สะดุด.-316.-สำนักข่าวไทย

    ดูข่าวเพิ่มเติม

    Top Viewed • อ่านมากสุด


    ดูทั้งหมด

    26 ส.ค.- ตำรวจสอบสวนกลาง ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด “กรุงเทพฯ-ลพบุรี” บุกรวบ “หลวงพ่ออลงกต” หลังพฤติกรรมชัดทุจริตยักยอกเงินบริจาค ขณะที่ “หมอบี” โดนด้วย หิ้วตัวเค้นสอบ เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 26 ส.ค. มีรายงานว่าทางตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำโดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบช.ก. พล.ต.ต. วิทยา ศรีประเสิรฐภาพ ผบก.ป.พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปปพ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ผกก.1 บก.ป ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ลพบุรี เพื่อควบคุม หลวงพ่ออลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี และนายเสกสันน์ หรือหมอบี และพวก ตามหมายจับ ความผิด ม.147, 157 […]

    ศาล รธน. 25 ส.ค.-ศาลรัฐธรรมนูญ สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก” ชี้บิดเบือน-ทำเสียหาย ศาลรัฐธรรมนูญได้ออกเอกสารข่าว ระบุว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งพิจารณาคดี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม 2568 ไต่สวนพยานบุคคลที่ศาลรัฐธรรมนูญเรียกมาให้ถ้อยคำ จำนวน 2 ปาก ได้แก่ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกร้อง และนายฉัตรชัย บางขวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เรื่อง ประธานวุฒิสภา ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ เมื่อเสร็จสิ้นการไต่สวนแล้ว ศาลมีคำสั่งห้ามมิให้ผู้เข้าฟังการไต่สวนนำข้อมูลการไต่สวนไปเผยแพร่ และห้ามไม่ให้บิดเบือนข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายในลักษณะที่สร้างความเข้าใจผิดต่อสาธารณชน อันเป็นคำสั่งศาลตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 […]

    กรุงเทพฯ 25 ส.ค.- “แพทองธาร” รีโพสต์สตอรี่ไอจี โต้ดรามาคลิปบิดเบือน ยันศาล รธน. บอก “นั่งลงครับ” นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม รีโพสต์สตอรี่ในอินสตราแกรมของสำนักข่าว VOICE TV ยืนยันไม่เป็นความจริง ต่อกระแสดรามาปล่อยคลิปเสียงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พูดว่า “นั่งลงลูก” ภายหลัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวคําปฏิญาณ ในระหว่างที่ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนพยาน คดีคลิปสนทนากับ ฮุน เซน เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งในคลิปดังกล่าวมีข้อความระบุว่า ฟังชัดๆๆ ศาลบอกว่า “นั่งลงครับ” ไม่ใช่ “นั่งลงลูก” อย่างที่มีคนปั่น!! อย่ามั่ว อย่าบิดเบือนข่าว อย่างไรก็ตาม คาดว่าในช่วงเช้าวันนี้ (25 ส.ค.) นางสาวแพทองธาร จะดำเนินการเรื่องการส่งคำแถลงปิดคดีต่อศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากศาลนัดยื่นคำแถลงปิดคดีภายในวันนี้ ก่อนจะนัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 29 สิงหาคม เวลา 15.00 น.-316 -สำนักข่าวไทย

    ไอคอนสยาม 25 ส.ค.- ปลัด มท. เผยยังไม่ได้รับรายงานปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ สั่งกรมการปกครองสอบด่วน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานว่า มีกลุ่มบุคคลสแกนม่านตาประชาชนและชักชวนให้เข้าไปใช้แอปพลิเคชันเพื่อแลกกับเงินหรือเหรียญในระบบ ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน แต่หากเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง กระทรวงมหาดไทยจะสั่งการให้กรมการปกครองดำเนินการแก้ไขและจัดการอย่างถูกต้องทั่วประเทศอย่างไรก็ตาม หากประชาชนพบเห็นพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง สามารถแจ้งเรื่องมายังกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ทุกจังหวัดดำเนินการตรวจสอบตามข้อเท็จจริง ส่วนกรณีที่มีรายงานว่ายังมีการดำเนินการในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปลัดกระทรวงมหาดไทยยืนยันว่าจะเร่งตรวจสอบทั้งที่สุราษฎร์ธานีและทุกจังหวัดที่ได้รับเรื่องร้องเรียน ทั้งนี้ การตรวจสอบจะพิจารณาว่าความผิดปกติเกิดจากเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลอื่น หากพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ กระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการตามระเบียบอย่างเคร่งครัด โดยย้ำให้ประชาชนมั่นใจว่า กระทรวงพร้อมตรวจสอบอย่างโปร่งใส.-319 -สำนักข่าวไทย

    ข่าวแนะนำ


    กทม. 31 ส.ค.- กรมอุตุฯ เผยไทยมีฝนตกหนักบางแห่ง เตือน 20 จังหวัดรับมือฝนถล่ม-ลมแรง ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก กรมอุตุนิยมวิทยาเผยประเทศไทยมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่ กับมีลมแรง ในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนโดยเฉพาะบริเวณจังหวัดอุดรธานี หนองบัวลำภู เลย เพชรบูรณ์ พิจิตร พิษณุโลก อุตรดิตถ์ น่านตอนล่าง แพร่ ลำปาง สุโขทัย กำแพงเพชร ลำพูน เชียงใหม่ ตาก แม่ฮ่องสอน นครสวรรค์ ตราด ระนอง และพังงา ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ในขณะที่มีหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ทะเลอันดามันตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 2 […]

    กทม. 30 ส.ค.-“ณัฐพงษ์” หัวหน้าพรรคประชาชน ยันยังไม่ตัดสินใจเลือก “เพื่อไทย” หรือ “ภูมิใจไทย” แก้วิกฤตหาตัวนายกฯ คนใหม่ ย้ำจะรับพิจารณาเฉพาะพรรคที่มาพูดคุยด้วยตัวเองเท่านั้น รอลุ้นผลวันจันทร์นี้ พร้อมประกาศไม่เอา “พล.อ.ประยุทธ์” เป็นนายกฯ เมื่อเวลา 15.40 น. วันที่ 30 ส.ค.2568 ที่โรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงการแสข่าวการดีลพรรคประชาชนให้ยกมือ สนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยภูมิใจ ให้เป็นนายกรัฐมนตรี ที่ให้แลกตำแหน่งรัฐมนตรี 8 เก้าอี้ ว่า ยืนยันว่าไม่มีดีล ยืนยันว่าวัตถุประสงค์ของพรรคประชาชนคือต้องการใช้ 143 เสียง เพื่อผ่าทางตันทางการเมืองให้กับประเทศโดยที่เราไม่ร่วมรัฐบาล เราปฏิเสธไม่รับการเจรจาใต้โต๊ะ หรือหลังบ้านใดๆทั้งสิ้น หากไม่ได้ส่งกรรมการพรรคของพรรคเข้ามาพูดคุยกับตนหรือผู้บริหารพรรค เพื่อแสดงเจตจำนงหรือรับข้อเสนอรับไม่รับว่าเป็นข้อเสนอ ตอนนี้พรรคประชาชนยังไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกใครเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ต้องใช้กระบวนการตัดสินใจจากกรรมการบริหารพรรคและ สส. ซึ่งจะมีการจัดขึ้นในวันจันทร์ ที่ 1 ก.ย.ช่วงบ่าย TOR ที่เราเปิดออกไปเป็นข้อเสนอที่ทุกพรรคที่ไม่สามารถรวมเสียงข้างมากได้ และจำเป็นต้องใช้เสียงของพรรคประชาชน […]

    เชียงใหม่ 30 ส.ค. – เจ้าหน้าที่นำสุนัข K9 เร่งค้นหาผู้สูญหายจากดินถล่มบ้านปางอุ๋ง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ พบร่างเพิ่มอีก 2 ราย ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งเป็น 7 ราย และยังสูญหายอีก 2 คน กำลังทหารกรมรบพิเศษที่ 5 พร้อมด้วยทหารหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 32 พร้อมทีมกู้ภัยและอาสาสมัครนับร้อนาย รวมทั้งสุนัข K9 อีก 4 ตัวทั้ง นารี สีนวล ลิลลี่และซาฮาร่า ซึ่งผ่านการฝึกกู้ภัยและเคยผ่านการปฏิบัติงานค้นหาผู้สูญหายในช่วงอาคาร สตง. ถล่มมาแล้ว ออกค้นหาผู้สูญหายจากดินถล่ม ในหมู่บ้านปางอุ๋ง ซึ่งอยู่กลางหุบเขาในตำบลแม่ศึก อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ หลังดินโคลนถล่มเมื่อ 5 วันที่แล้ว ท่ามกลางความหวังของญาติพี่น้องผู้สูญหาย แต่ซากปรักหักพังดินโคลนที่ทับถมกันสูงกว่า 1 เมตร เป็นอุปสรรคสำหรับการค้นหา แต่ในที่สุดทีมค้นหาได้พบศพผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 2 ราย เป็นหญิงชาวไทใหญ่วัย 25 ปี และเด็กชายวัย 6 […]

    กทม. 30 ส.ค.-ชื่นมื่น เปิดภาพ “อนุทิน-ธรรมนัส” ที่พรรคภูมิใจไทย ก่อนร่อนแถลงการณ์ หนุน “อนุทิน” เป็นนายกฯ คนที่ 32 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงดึกที่ผ่านมา (29 ส.ค.) หลังนายอนุทิน แถลงจัดตั้งรัฐบาลเฉพาะกิจที่พรรคภูมิใจไทย ร่วมกับนายสันติ พร้อมพัฒน์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ นายสุชาติ ชมกลิ่น รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ นายศักดิ์ดา วิเชียรศรี สส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย นายสุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ และนายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรัฐมนตรีจากพรรคประชาธิปัตย์ ในเวลาต่อมา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานพรรคกล้าธรรม นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรค และนายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรคฯ ได้เดินทางมาพูดคุยเรื่องการร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย พร้อมสนับสนุนนายอนุทินเป็นนายกฯ และล่าสุดในวันนี้ (30 ส.ค.) เวลา 16.00 น. พรรคกล้าธรรม ได้ออกแถลงการณ์โดยมีมติเอกฉันท์ สนับสนุนนายอนุทิน […]

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://tna.mcot.net/politics-1578826&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0GIajYp4GNmKvFOWco_Kvh

  • นิด้าโพล เผย เลือกตั้งหน้า ปชช.ต้องการนักธุรกิจ-เจน X  เป็นนายกฯ

    นิด้าโพล เผย เลือกตั้งหน้า ปชช.ต้องการนักธุรกิจ-เจน X  เป็นนายกฯ


    นิด้าโพล เผย เลือกตั้งครั้งหน้า  ประชาชน 32.44% ต้องการ นักธุรกิจ เป็นนายกรัฐมนตรี 65.57% อยากได้ ช่วง Gen X  และ กว่า 30% จะเลือก ส.ส.จากพรรคการเมืองใหม่ 

    ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เผยผลการสำรวจ เรื่อง “สนใจไหม นายกใหม่ พรรคการเมืองใหม่” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 25-26 สิงหาคม 2568 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับความต้องการของประชาชนในการได้นายกรัฐมนตรีจากการเลือกตั้งครั้งหน้า การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0

    จากการสำรวจเมื่อถามถึงอาชีพของบุคคลที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีที่ประชาชนต้องการ ในการเลือกตั้งครั้งหน้า พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 32.44 ระบุว่า นักธุรกิจ เจ้าของกิจการขนาดใหญ่ รองลงมา ร้อยละ 24.05 ระบุว่า ทหาร ร้อยละ 19.54 ระบุว่า นักการเมืองอาชีพระดับชาติ ร้อยละ 16.26 ระบุว่า นักกฎหมาย (เช่น ทนาย อัยการ ผู้พิพากษา เป็นต้น) ร้อยละ 16.11 ระบุว่า ข้าราชการ ร้อยละ 14.89 ระบุว่า ผู้บริหารองค์การภาคธุรกิจ (ที่ไม่ใช่เจ้าของ หรือ ผู้ถือหุ้นใหญ่ในกิจการ) และนักวิชาการ ในสัดส่วนที่เท่ากัน ร้อยละ 12.75 ระบุว่า นักธุรกิจ เจ้าของกิจการขนาดเล็กไปจนถึงขนาดกลาง (SME) ร้อยละ 11.83 ระบุว่า นักการเมืองอาชีพระดับท้องถิ่น ร้อยละ 7.18 ระบุว่า ผู้ทำอาชีพอิสระ (เช่น ฟรีแลนซ์ อินฟลูเอนเซอร์ เน็ตไอดอล นักเขียน เป็นต้น) ร้อยละ 6.18 ระบุว่า คนในวงการ NGO อาสาสมัครเพื่อสังคม ร้อยละ 4.81 ระบุว่า ตำรวจ ร้อยละ 3.21 ระบุว่า พ่อค้า แม่ค้าในตลาด ร้อยละ 3.13 ระบุว่า ไม่ตอบ ร้อยละ 3.05 ระบุว่า แพทย์ พยาบาล ร้อยละ 2.82 ระบุว่า กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ร้อยละ 1.98 ระบุว่า มนุษย์เงินเดือนในบริษัทเอกชน ร้อยละ 0.84 ระบุว่า คนในวงการบันเทิง ดารา นักร้อง นักแสดง และร้อยละ 0.61 ระบุว่า คนในวงการไฮโซ

    ด้านช่วงอายุ (เจเนอเรชัน) ของบุคคลที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีที่ประชาชนต้องการ ในการเลือกตั้งครั้งหน้า พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 65.57 ระบุว่า Gen X (อายุระหว่าง 45–60 ปี) รองลงมา ร้อยละ 24.96 ระบุว่า Millennials หรือ Gen Y (อายุระหว่าง 29–44 ปี) ร้อยละ 9.24 ระบุว่า Baby Boomers (อายุระหว่าง 61–79 ปี) และร้อยละ 0.23 ระบุว่า Silent Gen (อายุระหว่าง 80–100 ปี)

    สำหรับแนวโน้มในการเลือก สส. ระบบเขตเลือกตั้ง จากพรรคการเมืองใหม่ ที่ไม่มี สส. อยู่ในสภาผู้แทนราษฎรปัจจุบัน หากวันนี้เป็นวันเลือกตั้ง พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 32.21 ระบุว่า ไม่แน่ใจ แต่มีแนวโน้ม ที่จะเลือกผู้สมัคร สส. จากพรรคการเมืองใหม่ รองลงมา ร้อยละ 31.76 ระบุว่า เลือกผู้สมัคร สส. จากพรรคการเมืองใหม่แน่นอน ร้อยละ 17.48 ระบุว่า ไม่เลือกผู้สมัคร สส. จากพรรคการเมืองใหม่แน่นอน ร้อยละ 11.15 ระบุว่า ไม่แน่ใจอะไรเลย และร้อยละ 7.40 ระบุว่า ไม่แน่ใจ แต่มีแนวโน้มที่จะไม่เลือกผู้สมัคร สส. จากพรรคการเมืองใหม่

    ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงแนวโน้มในการเลือก สส. ระบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคการเมืองใหม่ ที่ไม่มี สส. อยู่ในสภาผู้แทนราษฎรปัจจุบัน หากวันนี้เป็นวันเลือกตั้ง พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 32.75 ระบุว่า เลือกพรรคการเมืองใหม่แน่นอน รองลงมา ร้อยละ 32.06 ระบุว่า ไม่แน่ใจ แต่มีแนวโน้มที่จะเลือกพรรคการเมืองใหม่ ร้อยละ 18.09 ระบุว่า ไม่เลือกพรรคการเมืองใหม่แน่นอน ร้อยละ 11.15 ระบุว่า ไม่แน่ใจอะไรเลย และร้อยละ 5.95 ระบุว่า ไม่แน่ใจ แต่มีแนวโน้มที่จะไม่เลือกพรรคการเมืองใหม่

    เมื่อพิจารณาลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 8.55 มีภูมิลำเนาอยู่กรุงเทพฯ ร้อยละ 18.70 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคกลาง ร้อยละ 17.79 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคเหนือ ร้อยละ 33.28 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 13.82 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคใต้ และร้อยละ 7.86 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคตะวันออก โดยตัวอย่าง ร้อยละ 47.94 เป็นเพศชาย และร้อยละ 52.06 เป็นเพศหญิง

    ตัวอย่าง ร้อยละ 12.13 อายุ 18-25 ปี ร้อยละ 17.79 อายุ 26-35 ปี ร้อยละ 17.94 อายุ 36-45 ปี ร้อยละ 26.34 อายุ 46-59 ปี และร้อยละ 25.80 อายุ 60 ปีขึ้นไป โดยตัวอย่าง ร้อยละ 95.57 นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 3.21 นับถือศาสนาอิสลาม และร้อยละ 1.22 นับถือศาสนาคริสต์ และศาสนาอื่น ๆ

    ตัวอย่าง ร้อยละ 35.57 สถานภาพโสด ร้อยละ 61.53 สมรส และร้อยละ 2.90 หม้าย หย่าร้าง แยกกันอยู่ โดยตัวอย่าง ร้อยละ 0.23 ไม่ได้รับการศึกษา ร้อยละ 15.80 จบการศึกษาประถมศึกษา ร้อยละ 31.99 จบการศึกษามัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 11.07 จบการศึกษาอนุปริญญาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 35.95 จบการศึกษาปริญญาตรีหรือเทียบเท่า และร้อยละ 4.96 จบการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรี

    ตัวอย่าง ร้อยละ 10.15 ประกอบอาชีพข้าราชการ/ลูกจ้าง/พนักงานรัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 18.70 ประกอบอาชีพพนักงานเอกชน ร้อยละ 22.60 ประกอบอาชีพเจ้าของธุรกิจ/อาชีพอิสระ ร้อยละ 10.31 ประกอบอาชีพเกษตรกร/ประมง ร้อยละ 13.51 ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป/ผู้ใช้แรงงาน ร้อยละ 18.78 เป็นพ่อบ้าน/แม่บ้าน/เกษียณอายุ/ว่างงาน และร้อยละ 5.95 เป็นนักเรียน/นักศึกษา

    ตัวอย่าง ร้อยละ 18.63 ไม่มีรายได้ ร้อยละ 2.98 รายได้เฉลี่ยต่อเดือนไม่เกิน 5,000 บาท ร้อยละ 13.44 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 5,001-10,000 บาท ร้อยละ 31.68 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 10,001-20,000 บาท ร้อยละ 12.36 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 20,001-30,000 บาท ร้อยละ 6.49 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 30,001-40,000 บาท ร้อยละ 2.75 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 40,001-50,000 บาท ร้อยละ 1.14 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 50,001-60,000 บาท ร้อยละ 0.46 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 60,001-70,000 บาท ร้อยละ 0.22 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 70,001-80,000 บาท ร้อยละ 0.92 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 80,001 บาทขึ้นไป และร้อยละ 8.93 ไม่ระบุรายได้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/politics/34838&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3U_Me2pdig2SDveOKMyb1D

  • มิตซูบิชิ มอบชุดจำลองเทคโนโลยี PHEV พร้อมเครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง

    มิตซูบิชิ มอบชุดจำลองเทคโนโลยี PHEV พร้อมเครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง

    วันอาทิตย์ ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

    บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วย บริษัท มิตซูรุ่งเจริญ จำกัด ร่วมมอบชุดจำลองเทคโนโลยี PHEV ชุดเครื่องยนต์ และชุดส่งกำลัง รวมถึงการฝึกอบรม ให้แก่ วิทยาลัยเทคโนโลยีฐานเทคโนโลยี กรุงเทพฯ

    ภายในงานมีการฝึกอบรมภาคปฏิบัติโดยผู้เชี่ยวชาญจาก สถาบันการศึกษาและฝึกอบรม มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย และช่างเทคนิคจาก บริษัท มิตซูรุ่งเจริญ จำกัด โดยการฝึกอบรมครั้งนี้ มุ่งเน้นการมอบประสบการณ์ทำงานจริงให้นักเรียนได้สัมผัสเทคโนโลยียานยนต์ที่ล้ำสมัย ได้แก่ ชุดจำลองเทคโนโลยี PHEV เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ รหัส 4N16 รุ่นใหม่ ซึ่งเป็นขุมพลังขับเคลื่อนใน นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน เครื่องยนต์ 4A91 ชุดเกียร์ธรรมดา รุ่น R6M5A และเฟืองท้าย

    นายสาโรจน์ มะอาจเลิศ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ สายงานขายและบริการหลังการขาย บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคมไทยอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ด้านการศึกษา ซึ่งถือเป็นการพัฒนารากฐานที่สำคัญที่สุดในทุกอุตสาหกรรม

    “โดยครั้งนี้เราได้ส่งมอบเครื่องยนต์ พร้อมชุดส่งกำลังรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นชุดเดียวกับที่ติดตั้งอยู่ในรถรุ่นจำหน่ายจริง พร้อมทั้งยังเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้สัมผัสประสบการณ์การทำงานจริงจากผู้เชี่ยวชาญในสายงาน สิ่งนี้จะเป็นประโยชน์ในการยกระดับองค์ความรู้และต่อยอดทักษะ พร้อมทั้งเพิ่มโอกาสทางสายอาชีพ ให้กับนักศึกษาอีกด้วย มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทยยังคงเดินหน้าส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพควบคู่ไปกับการส่งเสริมการศึกษา เพื่อให้สังคมไทยเติบโตและก้าวไปข้างหน้าพร้อมกันอย่างยั่งยืน”

    โครงการมอบเครื่องยนต์ให้แก่ สถาบันการศึกษา ได้ริเริ่มมาตั้งแต่ปี 2558 โดยได้มอบเครื่องยนต์ ชุดส่งกำลัง และอุปกรณ์ประกอบการเรียนรู้ไปแล้วกว่า 260 ชุด ให้กับสถาบันการศึกษาด้านยานยนต์กว่า 100 แห่งทั่วประเทศไทย เพื่อเสริมสร้างทักษะและศักยภาพให้กับช่างเทคนิครุ่นใหม่ พร้อมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้เติบโตในอนาคตอย่างยั่งยืน

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/business/910818&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3eR_YyPotP66ZJWEcXvMom

  • Gen Z เรียนวิชาการเงินตอนนี้ เหมือนมีเงินติดตัวแล้ว 3 ล้าน

    Gen Z เรียนวิชาการเงินตอนนี้ เหมือนมีเงินติดตัวแล้ว 3 ล้าน

    มีเพียงวินัยออมเงินอย่างเดียว อาจไม่พอแล้วสำหรับโลกที่ต้องการความมั่นคงและมั่งคั่งทางการเงิน เพราะสิ่งที่คนรุ่นใหม่ต้องเรียนรู้คือ ความรู้การเงิน หรือ Financial Literacy ทั้งระบบ เพราะนี่คืออีกหนึ่งทักษะสำคัญของคนในศตวรรษนี้

    ทิม เรนเซตต้า ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Next Gen Personal Finance (NGPF) องค์กรไม่แสวงกำไรที่มุ่งเน้นให้ความรู้ด้านการเงินในสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า การขายหุ้นหนีเมื่อราคาลง แล้วพลาดโอกาสทำกำไรเมื่อราคากลับขึ้น คือหนึ่งในข้อผิดพลาดที่นักลงทุนมือใหม่มักเผชิญ เมื่อตลาดเกิดภาวะความผันผวนรุนแรง

    นั่นจึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมการมีความเข้าใจพื้นฐานด้านการเงินส่วนบุคคลจึงเป็นบทเรียนสำคัญ

    จากรายงานของบริษัทที่ปรึกษา Tyton Partners และ NGPF ในปี 2567 ให้ข้อมูลว่า การเรียนวิชาการเงินส่วนบุคคลใน 1 ภาคการศึกษา ให้มูลค่าทางเศรษฐกิจถึง 100,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อคน หรือกว่า 3 ล้านบาท

    และเมื่อมีจำนวนคนรุ่นใหม่เข้าใจเรื่องการเงินการลงทุนมากขึ้นเท่าไหร่ ตัวเลขนี้ก็จะทวีคูณขึ้นไปมากขึ้นเท่านั้น จากการเรียนรู้วิธีป้องกันหนี้บัตรเครดิต หรือการใช้บัตรเครดิตเพื่อสิทธิประโยชน์สูงสุด รวมไปถึงการลงทุนเพื่อการเกษียณ

    การมุ่งเน้นพัฒนาหลักสูตรการเงินส่วนบุคคลในระดับชั้นมัธยมศึกษากำลังเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ในสหรัฐอเมริกา

    ในรัฐเคนทักกีถือเป็นรัฐที่ 27 ที่กำหนดให้นักเรียนมัธยมฯ ต้องศึกษาวิชาการเงินส่วนบุคคลก่อนจบการศึกษา นอกจากนี้ ยังมีร่างกฎหมายการศึกษาการเงินส่วนบุคคลอีก 43 ฉบับ ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาใน 17 รัฐ

    ซึ่งหากไม่มีมาตรการดังกล่าวเข้ามากำหนด นักเรียนของสหรัฐฯ จะมีโอกาสในการเข้าถึงความรู้ด้านการเงินส่วนบุคคลน้อยมาก เปรียบเทียบได้ว่า ในนักเรียน 10 คน จะมีเพียง 1 คนที่มีความรู้ความเข้าใจเรื่องการเงิน

    จากการสำรวจของ Thairath Money ผ่านรายการ Pocket Diaries ในหัวข้อ “วิชาการเงินที่เด็ก Gen Z อยากเรียน” พบว่า จากการสัมภาษณ์กลุ่มคนอายุ 15 – 25 ปี ทั้งหมด 7 คน

    ทุกคนมีความสนใจเรียนรู้เกี่ยวกับการลงทุนมากกว่าการออมเงิน และเมื่อแยกย่อยประเด็นด้านประเภทสินทรัพย์การลงทุนพบว่า มีความสนใจลงทุนในหุ้นเป็นอันดับ 1 ตามมาด้วยสินทรัพย์จริง (Real Asset) เช่น ทอง และอื่น ๆ

    ส่งผลให้ “วิชาการลงทุน” เป็นวิชาที่ผู้ตอบแบบสอบถามอยากให้บรรจุอยู่ในหลักสูตรการศึกษาของไทยมากที่สุด โดยให้เหตุผลว่า การลงทุนมีรายละเอียดที่ซับซ้อน ทั้งเงื่อนไขผลตอบแทน และลักษณะการลงทุน ส่งผลให้การทำความเข้าใจด้วยตนเองเป็นเรื่องยาก การมีสถาบันการศึกษาเข้ามาสอนพื้นฐานจึงเป็นประโยชน์

    นอกจากเรื่องการลงทุน “วิชาภาษี” เป็นหัวข้อรองลงมาที่กลุ่มคนรุ่นใหม่สนใจเรียน โดยต้องการเรียนรู้ครอบคลุมประเด็นเกี่ยวกับระบบการเก็บภาษี และหน้าที่ของผู้เสียภาษี

    ในผลการสำรวจของทั้งไทยและต่างประเทศต่างชี้ให้เห็นถึงหมุดหมายการพัฒนาเรื่อง “การเงินส่วนบุคคลของคนรุ่นใหม่” ที่มีความสนใจเรียนรู้ประเด็นนี้ แต่ในภาพใหญ่ประเด็นเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาหลักสูตรการศึกษา

    เพราะการสอนเรื่องการเงิน คือ นวัตกรรมที่สร้างความมั่งคั่งได้ยืนยาวที่สุด ยาเนลี เอสปิแนล ผู้อำนวยการฝ่ายเผยแพร่การศึกษาของ NGPF กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/money/personal_finance/financial_planning/2879567&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1hTKK2cuCaLEpWXv3Say_D

  • ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา นำคณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมนักเรียนทุนพระราชทาน ม.ท.ศ.

    ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา นำคณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมนักเรียนทุนพระราชทาน ม.ท.ศ.

    ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา นำคณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมนักเรียนทุนพระราชทาน ม.ท.ศ.


    30/08/2568 | 61 |

    ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา นำคณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมนักเรียนทุนพระราชทาน ม.ท.ศ. 

          นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ในฐานะประธานกรรมการคัดเลือก คัดสรร นักเรียน เพื่อรับพระราชทานทุนการศึกษาโครงการทุนการศึกษาพระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร ระดับจังหวัด (ม.ท.ศ. ระดับจังหวัด) นำคณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมนักเรียนทุนพระราชทาน ม.ท.ศ. รุ่นที่ 15 – 17 ประจำปีงบประมาณ 2568 จำนวน 6 ราย ณ พื้นที่อำเภอเชียงม่วน อำเภอปง อำเภอจุน อำเภอดอกคำใต้ อำเภอภูกามยาว และอำเภอเมือง จังหวัดพะเยา เพื่อติดตามผลการเรียน ความเป็นอยู่ ตลอดจนรับฟังปัญหาและอุปสรรคด้านการศึกษา พร้อมทั้งมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ และบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของนักเรียนทุนฯ โดยมีคณะกรรมการคัดเลือก คัดสรร นักเรียน เพื่อรับพระราชทานทุนการศึกษา โครงการทุนการศึกษา ม.ท.ศ. ระดับจังหวัด นายอำเภอ สมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดพะเยา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่
         สำหรับนักเรียนทุนพระราชทาน ม.ท.ศ. ที่ได้รับการตรวจเยี่ยม มีจำนวน 6 คน ประกอบด้วย นางสาวมัลลิญา พนมเขต (รุ่นที่ 17) ระดับชั้น ม.4 โรงเรียนเชียงม่วนวิทยาคม , นางสาววิรัชยา ติ๊บหน่อ (รุ่นที่ 15) ระดับชั้น ม.6 โรงเรียนเชียงคำวิทยาคม , นางสาวสุชานาถ ทะจันทร์ (รุ่นที่ 15) ระดับชั้น ม.6 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 24 จังหวัดพะเยา , นางสาวดารุณี เจนใจ (รุ่นที่ 16) ระดับชั้น ม.5 โรงเรียนงำเมืองวิทยาคม , นางสาวเพชรลดา วาสอนใจ (รุ่นที่ 17) ระดับชั้น ม.4 โรงเรียนงำเมืองวิทยาคม , และนางสาวกมลฉัตร ก๋ามี (รุ่นที่ 16) ระดับชั้น ม.5 โรงเรียนพะเยาพิทยาคม
         ทั้งนี้จากการติดตามผลพบว่า นักเรียนทั้ง 6 คน มีผลการเรียนอยู่ในระดับดีมาก มีความมุ่งมั่นตั้งใจศึกษาเล่าเรียน และเป็นแบบอย่างที่ดีทั้งด้านการเรียนและการดำรงตนในฐานะพลเมืองที่มีความจงรักภักดีต่อสถาบัน อันสมกับการได้รับพระราชทานทุนการศึกษา

     


    image รูปภาพ


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://region3.prd.go.th/th/content/category/detail/id/1971/iid/419451&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0hLwc1nCZjeg9_hn1GISoV