Blog

  • ท่องเที่ยวจี้เร่งตั้งนายกรัฐมนตรี-ครม.ใหม่ ใครเป็นรัฐบาลไม่สำคัญเท่าเสถียรภาพนโยบาย

    ท่องเที่ยวจี้เร่งตั้งนายกรัฐมนตรี-ครม.ใหม่ ใครเป็นรัฐบาลไม่สำคัญเท่าเสถียรภาพนโยบาย

    ท่องเที่ยวจี้เร่งตั้งนายกรัฐมนตรี-ครม.ใหม่ ใครเป็นรัฐบาลไม่สำคัญเท่าเสถียรภาพนโยบาย

    ล่าสุดวันนี้ (วันที่ 29 สิงหาคม 2568) มติศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่า นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีคนที่ 31 ของไทย ขาดคุณสมบัติและผิดจริยธรรมร้ายแรง กรณีคลิปเสียงสนทนากับสมเด็จฮุน เซน ทางโทรศัพท์ เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2568 ผิดจริยธรรมร้ายแรง พ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรีทันที และครม.พ้นทั้งคณะขาดคุณสมบัติและผิดจริยธรรมร้ายแรง

    นายธนพล ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวว่า หลังจากศาลรัฐธรรมนูญ “แพทองธาร ชินวัตร” พ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไปแล้ว ทางผู้ประกอบการท่องเที่ยวอยากให้มีการตั้งครม.ชุดใหม่โดยเร็ว เพื่อให้ดำเนินการทางนโยบายได้อย่างต่อเนื่อง

    โดยการท่องเที่ยวเป็นสิ่งที่อยากให้โฟกัส เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ที่ผ่านมารัฐบาลชุดที่ผ่านมา ก็ออกโครงการต่างๆกระตุ้นท่องเที่ยว ก็อยากให้เดินต่อ และอยากให้มีการบังคับใช้กฏหมายอย่างจริงจัง

    ธนพล ชีวรัตนพร

    ด้านนายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวว่า จากนี้ทางผู้ประกอบการท่องเที่ยวอยากให้แต่งตั้งนายกรัฐมนตรี และครม.ใหม่โดยเร็ว เพื่อมาบริหารประเทศให้เกิดความต่อเนื่อง ผู้นำรัฐบาลที่จะต้องมีความคิดในการเสียสละเพื่อส่วนรวมช่วงการเปลี่ยนผ่านอำนาจรัฐ เพื่อให้เกิดเสถียรภาพและความเชื่อมั่นของประชาชนต่อรัฐ

    อดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์

    เบื้องต้นต้องยอมรับว่าประเทศไทยต้องกลับมาเผชิญกับสุญญากาศทางการเมืองอีกครั้ง นโยบายของรัฐบาลขาดความต่อเนื่อง การมีรัฐบาลใหม่คงใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือน ทำให้เศรษฐกิจที่อ่อนแอมากอยู่แล้ว การเติบโตในช่วงครึ่งหลังของปีที่มีการคาดว่าจะโตเพียง 1% อาจโตต่ำกว่าระดับดังกล่าวได้ โดยคาดหวังว่าการตั้งรัฐบาลใหม่ภายใน 1-2 เดือนควรมี ครม.เข้ามาบริหารงานได้เต็มอำนาจแล้ว เพื่อไม่ให้ทุกอย่างซึมตัวลง เหมือนช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งทุกอย่างซึมลงจากการที่นายกฯ ถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว

    เมื่อเศรษฐกิจไม่ดี การท่องเที่ยวในประเทศที่คาดหวังว่าจะเข้ามาช่วยสนับสนุนการหมุนเวียนของเศรษฐกิจ เกิดการจับจ่ายใช้สอยในช่วงสุดท้ายของปี 2568 ที่ปกติมักเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) แต่ปีนี้อาจมีการเดินทางลดน้อยลง ส่วนตลาดต่างประเทศ นโยบายการกระตุ้นตลาด หรือการพัฒนาภาคการท่องเที่ยวที่ต้องใช้งบประมาณ

    อาทิ โครงสร้างพื้นฐาน การอำนวยความสะดวกในเมืองรอง หรือโครงการใหญ่ๆ ที่ต้องอาศัยการตัดสินใจของรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มคงต้องหยุดชะงัก หรือมีการเปลี่ยนแปลงไปในอนาคต ผลกระทบจึงมีในส่วนของการตัดสินใจลงทุนจากเอกชนแน่นอน เพื่อรอดูโฉมหน้าของรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาก่อน

    ทั้งการค้าที่มีผลกระทบจากภาษีสหรัฐ รวมถึงการลงทุนเอกชนที่ความเชื่อมั่นหายไปจากสุญญากาศทางการเมือง ที่ต้องรอรัฐบาลเต็มอำนาจใหม่อีกครั้ง รวมถึงการเดินทางท่องเที่ยวที่อาจชะลอตัวลง ทั้งไทยเที่ยวช่วงที่เหลือของปีนี้ และตลาดต่างชาติที่ชะลอตัวอยู่แล้ว จึงมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจรวมสูงมาก โดยช่วงไตรมาส 4 ถือเป็นไฮซีซั่น สิ่งที่ทำไปแล้ว การกระตุ้นท่องเที่ยวต่างๆ ยังสามารถไปได้ แต่อาจไม่ได้ดีเท่าที่คาดไว้

    เพราะหากมีรัฐบาลที่ทำหน้าที่ได้ตามปกติ จะสามารถออกมาตรการเติมส่วนที่ขาดไปได้ จากการพิจารณาทั้งปี 2568 นี้ เป้าหมายนักท่องเที่ยวต่างชาติรวมคงได้เห็นที่ 34.5 ล้านคน ไม่น่าจะต่ำกว่านี้แล้ว เพราะตัวเลขดังกล่าวถือว่าต่ำสุดแล้ว

    สำหรับการขับเคลื่อนการท่องเที่ยว ประเทศไทยควรใช้โอกาสภายในสองหรือสามปีนี้ เพื่อปรับตัวให้เข้ากับความต้องการของนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะในด้านโครงสร้างพื้นฐานและสถานที่ท่องเที่ยว เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนที่เลือกเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางอื่นๆ แทน อาทิ ญี่ปุ่นและเวียดนาม นอกจากนี้ ต้องอาศัยเป็นจังหวะในการแก้ไขปัญหาค่าเงินบาทแข็งค่า ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้นักท่องเที่ยวไม่ใช้จ่าย เพราะไทยยังมีจุดแข็งด้านการต้อนรับและการเดินทางระยะสั้นจากจีนและประเทศอื่นๆ ในเอเชีย

    นโยบายการขับเคลื่อนภาคการท่องเที่ยวต้องได้รับการให้ความสำคัญมากที่สุดเพราะเหลือเครื่องยนต์เศรษฐกิจหลักเครื่องเดียวที่ดันเศรษฐกิจของประเทศที่เดินหน้าได้ การปรับโครงสร้างการพัฒนาในทุกมิติในการรองรับ การแข่งขันของโลกในยุค AI รัฐบาลต้องให้ความสำคัญในการพัฒนาคน และ เทคโนโลยี ไปพร้อมเศรษฐกิจมากยิ่งขึ้น

    นายวรเนติ หล้าพระบาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เวียตเจ็ทไทยแลนด์ (ไทยเวียตเจ็ท) กล่าวว่า ภาคเอกชนสนใจเรื่องเสถียรภาพทางการเมืองมากกว่า ใครมาเป็นรัฐบาล เราก็พร้อมสนับสนุนนโยบายภาครัฐตลอด แต่เรื่องใครจะมาเป็นรัฐบาลนั้น ไม่สำคัญเท่ากับความมีเสถียรภาพของนโยบาย เราไม่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงมากนัก เพราะในมุมนักลงทุนต่างชาติอาจขาดความมั่นใจในการเข้ามาลงทุนและทำธุรกิจ

    วรเนติ หล้าพระบาง

    สิ่งที่เราสนใจมากที่สุดคือเรื่องของความมั่นคง ความมีเสถียรภาพ และการไม่เปลี่ยนแปลงในเชิงนโยบายที่บ่อยครั้งจนเกินไป สำหรับสถานการณ์การเมืองในตอนนี้ เราคงเอาใจช่วยทุกพรรคการเมือง โดยอยากให้มองภาพรวมของประเทศเป็นหลัก เมื่อพรรคการเมืองนั้นๆ เข้ามาบริหารประเทศแล้วก็อยากให้ดูแลเรื่องเศรษฐกิจ

    ที่สำคัญที่สุดคือการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศในระยะยาว เพราะตอนนี้เราต้องดูคู่แข่งรอบด้าน ยกตัวอย่าง เวียดนาม ซึ่งเป็นประเทศที่มีเสถียรภาพด้านการเมือง และมีนโยบายผลักดันการลงทุนอย่างต่อเนื่อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/637411&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2o5nSCzwZ3iH6ierESbdFB

  • “พัชรินทร์-อัญชิสา” ยังแรง! ลิ่วตัดเชือกหญิงเดี่ยวเทนนิส ITF นครปฐม

    “พัชรินทร์-อัญชิสา” ยังแรง! ลิ่วตัดเชือกหญิงเดี่ยวเทนนิส ITF นครปฐม

    “อีฟ” พัชรินทร์ ชีพชาญเดช และ “ออมสิน” อัญชิสา ฉันทะ ยังคงอยู่ในเส้นลุ้นแชมป์หญิงเดี่ยว เทนนิสไอทีเอฟ จี เฮช แบงก์ ไอทีเอฟ เวิล์ด เทนนิส ทัวร์ 2025 สัปดาห์ที่ 2 ที่นครปฐม หลังทุบคู่แข่งจากญี่ปุ่น และจีน ตามลำดับ ในการลงสนามรอบ 8 คนสุดท้าย

    การแข่งขันเทนนิสนานาชาติ ไอทีเอฟ เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ 2025 ที่ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จ.นครปฐม สัปดาห์ที่ 2 รายการ จี เฮช แบงก์ ไอทีเอฟ เวิล์ด เทนนิส ทัวร์ 2025 (2) ซึ่งมีเทนนิสหญิง W35 ชิงเงินรางวัลรวม 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ และชาย M15 ชิงเงินรางวัลรวม 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ รวม 2 รายการ เป็นเงินไทยประมาณ 1,525,050 บาท เมื่อวันที่ 29 ส.ค. 2568 ในประเภทเดี่ยวเป็นรอบก่อนรองชนะเลิศ

    รอบนี้สองนักหวดสาวไทย “อีฟ” พัชรินทร์ ชีพชาญเดช และ “ออมสิน” อัญชิสา ฉันทะ ยังอยู่ในเส้นทางการแข่งขันของประเภทหญิงเดี่ยว ดับเบิลยู 35 หลังจากคว้าชัยได้ทั้งคู่ โดย พัชรินทร์ มือ 475 โลก และแชมป์สัปดาห์ที่แล้ว ออกแรงหวดถึง 3 เซต กว่าจะปราบ ฮิคารุ ซาโตะ สาวญี่ปุ่น มือ 426 โลก ด้วยการเฉือนชนะ 2-1 เซต 6-1, 4-6 และ 6-4 ในเวลา 2.29 ชั่วโมง พัชรินทร์ ทะลุรอบรองชนะเลิศ พบ เอริ ชิมิสึ จากญี่ปุ่น มือ 392 โลก ที่ชนะ ลี อึนฮเย มือวาง 7 จากเกาหลีใต้ และมือ 366 โลก 2-0 เซต 7-5, 6-2

     ด้าน อัญชิสา มือ 745 โลก พบ เทียน ฟรางหราน สาวจีน มือ 593 โลก โดยเซตแรก อัญชิสา พลิกจากที่ตามถึง 2-5 เกม กลับมาเป็นฝ่ายชนะ 7-5 เซตสอง สถานการณ์เหมือนเซตแรก อัญชิสา ตาม 1-4 ก่อนฮึดสู้จนทำได้ 5 เกมรวด แซงเอาชนะอีกครั้ง สรุป อัญชิสา ชนะ 2-0 เซต 7-5, 6-4 ทะลุตัดเชือกกับ จาง กาอึล จากเกาหลีใต้ มือ 965 โลก ที่ชนะ ชิโฮะ อาคิตะ จากญี่ปุ่น มือ 498 โลก 2-0 เซต 6-0, 6-3

     ส่วนผลการแข่งขันคู่อื่น ๆ มีดังนี้ ชายเดี่ยว รอบก่อนรองชนะเลิศ จิรัฏฐ์ นวสิริสมบูรณ์ แพ้ โดมินิค ปาแลน (วาง 3-เช็ก) 1-6, 1-6 และ ภวิชญ์ สอนหลักทรัพย์ (วาง 5) แพ้ ศศิกุมาร์ มุกุนด์ (วาง 1-อินเดีย) 3-6, 0-6

    ที่มาของภาพ :

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.siamsport.co.th/other-sports/tennis/88998/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Qkgvf-aYMcJKyYZsfpmlN

  • ไบโอเทค สวทช.-TSP และพันธมิตรภาคเอกชน จัดยิ่งใหญ่ครั้งแรกในพื้นที่อุทยานวิทย์ฯ

    ไบโอเทค สวทช.-TSP และพันธมิตรภาคเอกชน จัดยิ่งใหญ่ครั้งแรกในพื้นที่อุทยานวิทย์ฯ

    ไอที

    ไบโอเทค สวทช.-TSP และพันธมิตรภาคเอกชน จัดยิ่งใหญ่ครั้งแรกในพื้นที่อุทยานวิทย์ฯ

    วันศุกร์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.24 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ไบโอเทค สวทช.-TSP และพันธมิตรภาคเอกชน จัดยิ่งใหญ่ครั้งแรกในพื้นที่อุทยานวิทย์ฯ

    ที่อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศ ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี: กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค-สวทช.) จัดงาน “Smart Agi Days 2025: นวัตกรรมการเกษตรอัจฉริยะเพื่ออนาคต” เพื่อส่งเสริมและเชื่อมโยงทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมสมุนไพรไทยและพืชศักยภาพสูง ผ่านกิจกรรมที่หลากหลากหลาย อาทิ การเสวนาเชิงวิชาการ กิจกรรมเชิงปฏิบัติการ (Work shop) เช่น การสร้างสรรค์เมนูจากสมุนไพรพรีเมียมูลค่าสูง งานแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์นวัตกรรมด้านการเกษตรและสมุนไพร เครื่องมือและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการให้คำปรึกษาด้านการวิจัยและพัฒนาเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจและยกระดับอุตสาหกรรมด้วยเทคโนโลยีการเกษตรอัจฉริยะ กลุ่มเป้าหมายของงาน ทั้งเกษตรกรผู้ผลิต สมุนไพร ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมพืชและสมุนไพร หน่วยงานรัฐและเอกชน ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้สนับสนุนการจัดงานตลอดจนผู้สนใจเข้าร่วมงานจำนวนมาก

    ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. เชาวรีย์ อรรถลังรอง ผู้อำนวยการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า มีความยินดีอย่างยิ่ง ที่งาน Smart Agri Days 2025: นวัตกรรมการเกษตรอัจฉริยะเพื่ออนาคต” จัดขึ้นมาเพื่อเป็นเวทีสำคัญที่จะแสดงให้เห็นถึงศักยภาพ

    ของผู้ประกอบการไทย ในการขับเคลื่อนภาคเกษตรกรรมให้ก้าวทันยุคสมัย โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมสมุนไพรไทยและพืชเศรษฐกิจ ที่กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดโลกอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่เทคโนโลยีคือหัวใจสำคัญ การเกษตรอัจฉริยะ (Smart Agriculture) จึงไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่คือ ยุทธศาสตร์ที่จะสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันได้อย่างยั่งยืน การนำเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่างโรงงานผลิตพืช (Plant Factory) AI และหุ่นยนต์การเกษตรมาใช้ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยง รวมทั้งที่สำคัญคือ ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตจากฝีมือคนไทย

    “ในนามหน่วยงานงานวิจัย ไบโอเทค สวทช. เชื่อมั่นว่า ผู้ประกอบการไทยมีความสามารถในการนำองค์ความรู้และนวัตกรรมไปต่อยอดในธุรกิจได้อย่างสร้างสรรค์ การมีบทบาทร่วมกันในงานนี้ จะเป็นการผนึกกำลังที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนได้ ทั้งนี้ งาน Smart Agri Days 2025 ซึ่งจัดขึ้นโดยความร่วมมือของหน่วยงานวิจัยและหน่วยงานพันธมิตรอย่างยิ่งใหญ่ ในพื้นที่อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ซึ่งเป็นประชาคมวิจัยที่มีระบบนิเวศวิจัยที่ครบครัน หวังว่างานทั้ง 2 วันที่จัดขึ้น จะเป็นพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจ การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ และการต่อยอดโอกาสทางธุรกิจ เพื่อให้ทุกท่านสามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้ไปใช้พัฒนาและยกระดับการผลิตได้อย่างเป็นรูปธรรม”  

    ภายในงานยังมีการจัดแสดง Tech Hi-light: หุ่นยนต์อัจฉริยะเพื่อการเกษตร “PhenoRobot” ฟีโน-โรบอท หุ่นยนต์สำหรับวิเคราะห์ลักษณะทางฟีโนไทป์ของพืช และ “Herbotron” หุ่นยนต์เก็บเกี่ยวสมุนไพรในโรงเรือน การแสดงและจำหน่ายสินค้าด้านการเกษตรอัจฉริยะ และผลิตผลด้านการเกษตร บริการให้คำปรึกษาด้านการวิจัยและพัฒนา รวมทั้งเวทีพบปะเพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางธุรกิจที่ครบวงจร ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมงานได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ระหว่างวันที่ 28-29 สิงหาคม 2568 เวลา 09.00 – 16.00 น. ณ อาคารศูนย์ประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ณ ลานกิจกรรม (Event Square) ชั้น 2 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/it/444346&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2zkl4qhO6oSCejY8CHcrEJ

  • ธปท.เผยเศรษฐกิจไทย ก.ค.ชะลอจากเดือนก่อนตามท่องเที่ยว-ภาคการผลิต แม้ส่งออกขยายตัว

    ธปท.เผยเศรษฐกิจไทย ก.ค.ชะลอจากเดือนก่อนตามท่องเที่ยว-ภาคการผลิต แม้ส่งออกขยายตัว

    สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (29 ส.ค. 68)

    น.ส.ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า เศรษฐกิจไทยในเดือนก.ค.68 ชะลอลงจากเดือนก่อน โดยกิจกรรมในภาคบริการลดลงจากภาคการท่องเที่ยว ทั้งในประเทศและจากต่างประเทศ สอดคล้องกับรายรับภาคการท่องเที่ยวที่ปรับลดลง ขณะที่การผลิตภาคอุตสาหกรรม ลดลงจากการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่น และการหยุดผลิตรถยนต์ชั่วคราวเพื่อปรับกระบวนการผลิต แต่หากไม่รวมผลของปัจจัยดังกล่าว การผลิตภาคอุตสาหกรรมปรับดีขึ้น สอดคล้องกับการส่งออกสินค้าที่เพิ่มขึ้น

    ด้านการลงทุนภาคเอกชน ลดลงจากหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ ส่วนการบริโภคภาคเอกชนทรงตัว แต่แนวโน้มข้างหน้า ยังถูกกดดันจากความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ลดลง อย่างไรก็ดี การใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวได้จากรายจ่ายประจำของรัฐบาลกลางและรายจ่ายลงทุนของรัฐวิสาหกิจ

    ในด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบมากขึ้นจากเดือนก่อน จากอัตราเงินเฟ้อหมวดอาหารสด ตามราคาผลไม้และเนื้อสัตว์ที่ลดลง และอัตราเงินเฟ้อหมวดพลังงาน ตามราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศ สอดคล้องกับราคาน้ำมันในตลาดโลก ประกอบกับอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานชะลอลงจากราคาอาหารสำเร็จรูปที่ฐานสูงในปีก่อน และราคาของใช้ส่วนตัวที่ปรับลดลงจากการทำโปรโมชัน

    สำหรับดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลลดลงเล็กน้อย ตามดุลการค้าที่ลดลงเป็นสำคัญ ด้านการจ้างงานโดยรวมทรงตัวจากเดือนก่อน แต่ยังต้องติดตามแนวโน้มการจ้างงานในระยะข้างหน้า และสัดส่วนผู้ขอรับสิทธิว่างงานต่อผู้ประกันตนที่เพิ่มขึ้น

    โดยมีรายละเอียดที่สำคัญ ดังนี้

    – การบริโภคภาคเอกชน : เครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชนที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลทรงตัวจากเดือนก่อน โดยการใช้จ่ายในหมวดสินค้าคงทนเพิ่มขึ้นจากทุกองค์ประกอบย่อย ทั้งยอดจำหน่ายรถยนต์นั่งส่วนบุคคล รถกระบะ และยอดจดทะเบียนรถจักรยานยนต์ ด้านหมวดสินค้ากึ่งคงทนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะหมวดสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม อย่างไรก็ตาม การใช้จ่ายในหมวดสินค้าไม่คงทน และหมวดบริการปรับลดลง สอดคล้องกับรายรับนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติที่ลดลง

    สำหรับความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลงต่อเนื่อง จากความกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนทางการเมือง นโยบายการค้าโลกเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวช้า และสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา

    – การลงทุนภาคเอกชน : เครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชนที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลลดลงจากเดือนก่อน จากหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ตามการนำเข้าสินค้าทุนสุทธิที่ปรับลดลง จากหมวดคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์สำนักงาน และหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้ในงานเฉพาะทาง ขณะที่ยอดจำหน่ายเครื่องจักรในประเทศทรงตัว

    สำหรับหมวดยานพาหนะทรงตัว โดยยอดจดทะเบียนรถยนต์นั่ง และรถบรรทุกปรับเพิ่มขึ้น ขณะที่การนำเข้าเรือปรับลดลง หลังเร่งไปมากในเดือนก่อน อย่างไรก็ดี หมวดก่อสร้างเพิ่มขึ้น จากทั้งการก่อสร้างที่มิใช่ที่อยู่อาศัยและที่อยู่อาศัย ตามพื้นที่ได้รับอนุญาตก่อสร้างโรงแรม และบ้านเดี่ยวเป็นสำคัญ

    – จำนวนและรายรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ : จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน ตามการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวกลุ่มเอเชีย โดยเฉพาะเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และไต้หวัน รวมถึงนักท่องเที่ยวจีนที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง แม้ยังต่ำกว่าปีก่อนมาก ขณะที่นักท่องเที่ยวในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะเวียดนาม กัมพูชา และลาว ลดลงต่อเนื่องจากความกังวลต่อสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา

    อย่างไรก็ตาม รายรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลลดลง ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการทำโปรโมชันของผู้ประกอบการเพื่อดึงดูดลูกค้า ประกอบกับจำนวนนักท่องเที่ยวคงค้างลดลง หลังสิ้นสุดฤดูกาลท่องเที่ยว

    – การส่งออกสินค้า : มูลค่าการส่งออกสินค้าไม่รวมทองคำที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยหมวดที่ส่งออกเพิ่มขึ้น ได้แก่ (1) อิเล็กทรอนิกส์ ตามการส่งออกอุปกรณ์สื่อสาร และคอมพิวเตอร์ไปสหรัฐฯ รวมถึงเซมิคอนดักเตอร์ไปไต้หวัน และฮ่องกง (2) สินค้าเกษตร ตามการส่งออกทุเรียนไปจีน และ (3) เครื่องใช้ไฟฟ้า ตามการส่งออกชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้า ตู้เย็น และเครื่องปรับอากาศ ไปยังหลายประเทศ เช่น เวียดนาม ญี่ปุ่น สหรัฐฯ และออสเตรเลีย

    อย่างไรก็ดี การส่งออกหมวดปิโตรเลียมลดลงมาก จากการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่น และราคาพลังงานโลกที่ลดลง สำหรับการส่งออกผ่านชายแดนไทยกัมพูชาลดลงต่อเนื่อง จากสถานการณ์ที่ยืดเยื้อ แม้เห็นการส่งออกทางเรือ และทางอากาศเพิ่มขึ้นบ้าง

    – การนำเข้า : มูลค่าการนำเข้าสินค้าไม่รวมทองคำที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลลดลงจากเดือนก่อนในทุกหมวดสินค้าจาก 1) สินค้าทุนไม่รวมเครื่องบิน ตามการนำเข้าคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์โทรคมนาคม จากไต้หวัน 2) หมวดสินค้าอุปโภคและบริโภค ตามการนำเข้าสินค้าไม่คงทนจากทั้งจีน ออสเตรเลีย และเกาหลีใต้ 3) หมวดเชื้อเพลิง ตามการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่น และ 4) หมวดวัตถุดิบและสินค้าขั้นกลาง ตามการนำเข้าโลหะ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าจากไต้หวันเป็นสำคัญ

    – การผลิตภาคอุตสาหกรรม : ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลลดลงจากเดือนก่อน โดยส่วนใหญ่มาจากปัจจัยชั่วคราวจากทั้งกลุ่มที่ผลิตเพื่อส่งออก น้อยกว่า 30% ที่ลดลงตามหมวดปิโตรเลียมที่มีการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นรายใหญ่ ซึ่งจะทยอยกลับมาผลิตในเดือน ส.ค. และกลุ่มที่ผลิตเพื่อส่งออกในสัดส่วน 30-60% ที่ลดลงจากหมวดยานยนต์ ตามการหยุดผลิตชั่วคราวของโรงงานบางแห่ง เพื่อย้ายโรงงานและปรับลดกำลังการผลิต

    อย่างไรก็ดี หากไม่รวมผลของปัจจัยชั่วคราวในหมวดปิโตรเลียม และยานยนต์ดังกล่าว การผลิตภาคอุตสาหกรรมปรับเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน โดยเฉพาะในกลุ่มที่ผลิตเพื่อส่งออกมากกว่า 60% ที่เพิ่มขึ้นจากการผลิตเครื่องปรับอากาศ และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เป็นสำคัญ สอดคล้องกับการส่งออกที่เพิ่มขึ้น

    – ภาคบริการ : เครื่องชี้ภาคบริการที่ไม่รวมการซื้อขายทองคำ และขจัดปัจจัย ฤดูกาลลดลงจากเดือนก่อนในทุกหมวด โดยกิจกรรมในภาคการค้าลดลงสอดคล้องกับการผลิตภาคอุตสาหกรรม และการนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภค ส่งผลให้ภาคการขนส่งสินค้าลดลงตาม แม้ว่ายอดขายรถยนต์จะขยายตัว ด้านกิจกรรมที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวลดลงจากทั้งธุรกิจโรงแรมและภัตตาคาร และการขนส่งผู้โดยสาร สอดคล้องกับรายรับนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ

    – รายได้เกษตร : รายได้เกษตรกรหดตัวจากระยะเดียวกันปีก่อน ตามราคาสินค้าเกษตรหลายชนิด ส่วนหนึ่งจากผลผลิตสินค้าเกษตรที่ขยายตัวจากสภาพอากาศที่เอื้ออำนวย โดยราคาข้าวขาว ยางพารา และมันสำปะหลัง ลดลงจากทั้งผลผลิตของไทยและโลกที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ราคาผลไม้ เช่น ทุเรียน และลำไย ลดลงจากผลผลิตที่ขยายตัวเช่นกัน ประกอบกับราคาทุเรียน ได้รับผลเพิ่มเติมจากอุปสงค์รับซื้อที่ลดลงตามความกังวลต่อการตรวจสอบสารตกค้างที่อาจล่าช้าของจีน

    – การใช้จ่ายภาครัฐ : การใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวเมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน ทั้งจากรายจ่ายประจำของรัฐบาลกลางที่ไม่รวมเงินโอน และรายจ่ายลงทุนของรัฐวิสาหกิจ โดยรายจ่ายประจำของรัฐบาลกลาง ขยายตัวตามการเบิกจ่ายงบบุคลากร บำเหน็จบำนาญ และค่ารักษาพยาบาลข้าราชการ ส่วนรายจ่ายลงทุนของรัฐวิสาหกิจ ขยายตัวตามการเบิกจ่ายในโครงการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและด้านสาธารณูปโภค อย่างไรก็ตาม รายจ่ายลงทุนของรัฐบาลกลางที่ไม่รวมเงินโอนหดตัวจากผลฐานสูงในปีก่อน ที่มีการเร่งเบิกจ่ายหลัง พ.ร.บ. งบประมาณปี 2567 มีผลบังคับใช้

    – ภาวะการเงิน : การระดมทุนของภาคธุรกิจโดยรวมปรับลดลงจากช่องทางตลาดตราสารหนี้และสินเชื่อ โดยการระดมทุนผ่านตลาดตราสารหนี้ปรับลดลงในเกือบทุกสาขา โดยเฉพาะสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ อสังหาริมทรัพย์ และพลังงาน โดยเป็นผลจากปริมาณการออกหุ้นกู้ใหม่ที่ต่ำกว่าปริมาณหุ้นกู้ที่ครบกำหนด

    ทั้งนี้ การออกหุ้นกู้ใหม่ส่วนใหญ่มีวัตถุประสงค์เพื่อทดแทนหุ้นกู้ที่ครบกำหนด (rollover) ด้านการระดมทุนผ่านสินเชื่อสุทธิลดลงเล็กน้อยในสาขาธุรกิจการผลิตในสาขาเคมีภัณฑ์ วัสดุก่อสร้าง อาหารและเครื่องดื่ม และปิโตรเลียม อย่างไรก็ดี การระดมทุนผ่านตลาดทุน เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการขายหุ้นเพิ่มทุนของธุรกิจในภาคบริการ โดยเฉพาะธุรกิจให้บริการโฆษณาเป็นสำคัญ สำหรับต้นทุนการระดมทุนผ่านตราสารหนี้ ตั้งแต่ 1 ก.ค. ถึง 25 ส.ค. อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย ทั้งระยะสั้นและระยะยาว เฉลี่ยปรับลดลงตามการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทย จากตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) และเงินเฟ้อของไทยที่อยู่ในระดับต่ำ

    – อัตราแลกเปลี่ยน : อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทเทียบกับดอลลาร์ สรอ. เดือนกรกฎาคม ถึง 25 สิงหาคม 2568 เงินบาทเฉลี่ยปรับแข็งค่าขึ้นจากความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ส่งผลให้ตลาดปรับเพิ่มคาดการณ์การลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ รวมทั้งผลการเจรจาอัตราภาษีการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ที่ออกมาดีกว่าตลาดคาด

    ด้านดัชนีค่าเงินบาท (NEER) เดือนกรกฎาคม 2568 เฉลี่ยปรับแข็งค่าจากเดือนมิถุนายน ตามเงินบาทที่เคลื่อนไหวนำสกุลคู่ค้าคู่แข่ง ภายหลังผู้ร่วมตลาดคลายความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากมาตรการภาษีการค้าของสหรัฐฯ ต่อไทย ขณะที่เดือนสิงหาคม (ข้อมูลถึง 25 สิงหาคม 2568) ดัชนีค่าเงินบาทเฉลี่ยทรงตัวใกล้เคียงกับเดือนก่อน

    – เสถียรภาพเศรษฐกิจ : อัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบมากขึ้นจากเดือนก่อนในทุกหมวด โดยอัตราเงินเฟ้อหมวดอาหารสด ลดลงตามราคาผลไม้และเนื้อสัตว์ที่ผลผลิตออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้นตามสภาพอากาศที่เอื้ออำนวย อัตราเงินเฟ้อหมวดพลังงานลดลง ตามราคาน้ำมันในประเทศที่ปรับลดลงตามราคาน้ำมันในตลาดโลก และอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน ชะลอลงจากผลฐานสูงของราคาอาหารสำเร็จรูปในปีก่อน และราคาของใช้ส่วนตัวที่ลดลงจากการทำโปรโมชัน

    สำหรับภาวะตลาดแรงงาน การจ้างงานทรงตัวจากเดือนก่อน สะท้อนจากจำนวนผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ใกล้เคียงเดือนก่อนทั้งภาคการผลิต และภาคบริการ อย่างไรก็ดี ยังต้องติดตามการจ้างงานในระยะข้างหน้าและการกลับมามีงานทำของผู้ว่างงานเดิม เนื่องจากสัดส่วนผู้ขอสิทธิว่างงานรวมและรายใหม่ต่อผู้ประกันตนรวมปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากเดือนก่อน

    สำหรับดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลลดลงเล็กน้อย ตามดุลการค้าที่เกินดุลลดลง ขณะที่ดุลบริการ รายได้ และเงินโอนขาดดุลลดลงจากเดือนก่อน ตามการส่งกลับกำไรไปต่างประเทศที่น้อยลง หลังพ้นช่วงฤดูกาลจ่ายปันผล

    – ภาคอสังหาริมทรัพย์ ไตรมาส 2/2568 : ตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยรวมหดตัวต่อเนื่องเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน โดยอุปสงค์ที่อยู่อาศัยทั่วประเทศหดตัวจากทั้งที่อยู่อาศัยแนวราบ และอาคารชุด สะท้อนจากจำนวนที่อยู่อาศัยที่ได้รับอนุมัติสินเชื่อปล่อยใหม่ที่หดตัวต่อเนื่อง ทั้งนี้ อุปสงค์ที่ซบเซา และอุปทานคงค้างที่ยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้อุปทานเปิดขายใหม่หดตัวทั้งที่อยู่อาศัยแนวราบและอาคารชุด

    สำหรับราคาที่อยู่อาศัยในภาพรวมหดตัวจากไตรมาสก่อนเล็กน้อย จากอาคารชุดและบ้านเดี่ยว โดยราคาอาคารชุดปรับลดลงโดยเฉพาะอาคารชุดแนวสูง ส่วนหนึ่งจากความกังวลด้านความปลอดภัย หลังเหตุการณ์แผ่นดินไหว ขณะที่ราคาบ้านเดี่ยวลดลงตามอุปสงค์ที่ชะลอตัว

    โดย กษมาพร กิตติสัมพันธ์/รัชดา คงขุนเทียน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/news/2025-IR7S0IQE3BU5FYRFLVZOGBZ68IKIOOUL&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2siyEpysJIA6mx6OBMDvlk

  • แนะนำ 10 ที่พักนครนายก 2568 วิวสวย อากาศดี อยู่กลางธรรมชาติ

    แนะนำ 10 ที่พักนครนายก 2568 วิวสวย อากาศดี อยู่กลางธรรมชาติ

    นครนายกเป็นอีกหนึ่งจังหวัดยอดนิยมที่ผู้คนมักไปท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อน เพราะเต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติชื่อดังหลายแห่ง เช่น น้ำตกสาริกา น้ำตกวังตะไคร้ เขาช่องลม อีกทั้งมีกิจกรรมแอดเวนเจอร์ และวัดวาอารามให้แวะไหว้พระ เสริมสิริมงคลอีกด้วย ที่สำคัญอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพมากนัก ใช้เวลาเดินทางไม่นาน เหมาะแก่การเดินทางมาพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติในช่วงวันหยุดสั้นๆ 

    สำหรับใครที่กำลังจะแพลนทริปไปเที่ยวนครนายก บทความนี้ได้คัดเลือกที่พักนครนายก ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ มองเห็นวิวทิวทัศน์สวยๆ มาแนะนำ มีให้เลือกหลายสไตล์ ไม่ว่าจะเป็น เตนท์โดม, บ้านพักส่วนตัว บ้านพักพูลวิลล่าพร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว มีที่ไหนน่าสนใจบ้าง ติดตามได้ที่นี่

    แนะนำ 10 ที่พักนครนายก 2568 วิวสวย อากาศดี อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ

    1. เดอะ ชะมวง ฟอเรสต์

    ขอบคุณภาพจาก : เดอะ ชะมวง ฟอเรสต์

    เดอะ ชะมวง ฟอเรสต์ ที่พักนครนายกระดับ 4 ดาว อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ บรรยากาศดี และยังตั้งอยู่ใกล้กับแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่ง เช่น แก่งสามชั้น น้ำตกบ้านตายาย และวัดถ้ำสาริกา เป็นต้น เดอะ ชะมวง ฟอเรสต์ มีห้องพักให้เลือกหลายประเภท ทั้งบ้านพักสำหรับ 2 คน, บ้านพักสำหรับครอบครัว, บ้านพักริมน้ำ, The Chamuang Dome เต็นท์โดมติดแอร์, และ Pool Villa พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน นอกจากห้องพักสะดวกสบายแล้ว ที่นี้ยังมีร้านอาหาร คาเฟ่ โซนถ่ายรูป และหอคอยสำหรับชมวิวที่พักได้ 360 องศาอีกด้วย

    2. วิลล่าพนาลัย 

    ขอบคุณภาพจาก : วิลล่าพนาลัย นครนายก

    วิลล่าพนาลัย อีกหนึ่งที่พักในนครนายกที่มีบรรยากาศสงบ ร่มรื่น และยังเป็น Pet Friendly สามารถนำสัตว์เลี้ยงเข้าพักได้ ภายในโรงแรมมีกิจกรรมให้ทำมากมาย เช่น ปิงปอง พายซับบอร์ด ปั่นจักรยาน สปาผ่อนคลายความเครียด พร้อมมุมถ่ายรูปสวยๆ มากมาย มีห้องพักให้เลือกหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น ห้องพักวิวสวน, ห้องพักสไตล์ญี่ปุ่น พร้อมอ่างจากุชชี่ส่วนตัว, ห้องพักสำหรับครอบครัว, ห้องพักพร้อมสระน้ำส่วนตัว และพูลวิลล่า

    3. อีโค่อายส์ วิลเลจ

    ขอบคุณภาพจาก : อีโค่อายส์ วิลเลจ

    อีโค่อายส์ วิลเลจ เป็นทั้งที่พักท่ามกลางธรรมชาติและเป็นศูนย์ศึกษาธรรมชาติบรรยากาศดี โอบล้อมด้วยภูเขา เหมาะแก่การพักผ่อน ที่นี่โดดเด่นด้วยอาคารรับรองแขกที่ทำจากดิน และหลังคาจากไม้ไผ่ที่มีความสวยงาม เข้ากับธรรมชาติได้เป็นอย่างดี ห้องพักเป็นทรงกระโจมแยกเป็นหลังๆ ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัว ภายในตกแต่งอย่างสวยงามด้วยเฟอร์นิเจอร์โทนสีน้ำตาลอ่อน ให้ความรู้สึกผ่อนคลายและสบายตา

    นอกจากนี้ภายในบริเวณโรงแรมยังมีกิจกรรมทัวร์ศึกษาระบบนิเวศน์เกษตร ปั่นจักรยาน ร้านกาแฟ ลานสำหรับเช่าพื้นที่กางเตนท์ ที่สำคัญเป็น Pet-Friendly นำสัตว์เลี้ยงเข้าพักได้

    4. แอท ไรซ์ รีสอร์ท

    ขอบคุณภาพจาก : แอท ไรซ์ รีสอร์ท

    แอท ไรซ์ รีสอร์ท เป็นอีกหนึ่งที่พักตั้งอยู่ท่ามกลางภูเขา รายล้อมไปด้วยป่าไม้ ให้ความสงบและเป็นส่วนตัว ห้องพักของที่นี่มีความสวยงาม ทันสมัย และมีให้เลือกหลากหลายแบบ เช่น ห้องพักแบบบังกะโลสไตล์บาหลี ห้องพักวิวสระว่ายน้ำ ห้องพักวิลล่า พร้อมสระส่วนตัว บ้านพักหลังเล็กตกแต่งสไตล์ยุโรป และยังมีบ้านพักพูลวิลล่า สำหรับครอบครัวและแก๊งเพื่อนอีกด้วย

    5. บ้านนาย บ้านนอก Baannai Baannok Villa & Cafe Nakhonnayok

    ขอบคุณภาพจาก : บ้านนาย บ้านนอก

    บ้านนาย บ้านนอก อีกหนึ่งที่พักนครนายกที่มีบรรยากาศร่มรื่น อากาศดี บ้านพักที่นี่เน้นความเงียบสงบและเป็นส่วนตัว ตกแต่งสไตล์มินิมอล ให้ความรู้สึกอบอุ่นและสบายตา ถ้าหากใครอยากได้ที่พักฟีลตั้งแคมป์ ขอแนะนำบ้านพักแบบเตนท์โดม ด้านในมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน มีระเบียงและห้องน้ำส่วนตัว หรือถ้าหากต้องการแช่น้ำผ่อนคลายความเมื่อยล้า สามารถเลือกพักห้องสวีทพร้อมอ่างจากุชชี่หรืออ่างสปาได้ นอกจากนี้ยังมีห้องสวีทสำหรับครอบครัว พร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัวอีกด้วย

    บ้านนาย บ้านนอก Baannai Baannok Villa & Cafe Nakhonnayok
    ที่ตั้ง : 193 หมู่ที่ 11 ซอยเขาลำดวน 6 ตำบลเขาพระ อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก 26000
    https://maps.app.goo.gl/QGBujBZq3q7jznkv8  
    ดูรายละเอียดและจองห้องพักได้ที่นี่ : Trip.com  

    6. ภูมนตรา รีสอร์ท

    ขอบคุณภาพจาก : ภูมนตรา รีสอร์ท

    ภูมนตรา รีสอร์ท ที่พักนครนายกติดริมน้ำ ตั้งอยู่บริเวณแก่งสามชั้น จุดล่องแก่งยอดนิยมของจังหวัดนครนายก มีพื้นที่กว้างขวาง บรรยากาศเงียบสงบ และรายล้อมไปด้วยภูเขาเขียวขจี มีห้องพักหลากหลายแบบ ได้แก่ ห้องพัก Superior พร้อมระเบียงและวิวสวน, ห้อง Family Suite สำหรับ 3 คน และ Family Villa บ้านพักส่วนตัว ท่ามกลางต้นไม้นานาชนิด สามารถเข้าพักได้สูงสุด 6 คน 

    7. มิรายามา วิลล่า

    ขอบคุณภาพจาก : มิรายามา วิลล่า

    ถ้าหากกำลังมองหาที่พักนครนายกที่เป็นบ้านพูลวิลล่า เข้าพักได้หลายคน มีสระว่ายน้ำ บรรยากาศเงียบสงบ มีความเป็นส่วนตัว ขอแนะนำมิรายามา วิลล่า โดดเด่นด้วยบ้านพักสีขาวสะอาดตา ในบ้านมีพื้นที่กว้างขวาง มี 4 ห้องนอนพร้อมเตียงควีนไซส์ถึง 6 เตียง มีอุปกรณ์ครัวและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน พร้อมสระว่ายน้ำระบบเกลือ เหมาะสำหรับมาพักผ่อนกับเพื่อนและครอบครัวเป็นอย่างมาก โดยสามารถเข้าพักได้สูงสุด 12-15 คน 

    นอกจากนี้ที่พักยังอยู่ใกล้กับสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติมากมาย เช่น เขาช่องลม น้ำตกนางรอง อ่างเก็บน้ำห้วยปรือ 

    8. Uncle Jo Valley

    ขอบคุณภาพจาก : Uncle Jo Valley

    Uncle Jo Valley บ้านพักที่โดดเด่นด้วยการตกแต่งสไตล์โฮมมี่ รายล้อมไปด้วยต้นไม้ ลำธาร และวิวทิวทัศน์ของภูเขา บรรยากาศร่มรื่น เงียบสงบ เหมาะกับการพักผ่อนหย่อนใจและหลีกหนีจากความวุ่นวายในเมือง ภายในบ้านพักมี 5 ห้อง และ 5 ห้องน้ำ พร้อมอุปกรณ์ทำครัวและเตาปิ้งย่างครบเซต สำหรับทำบาร์บีคิว เมนูปิ้งย่างปาร์ตี้ในยามค่ำคืน

    9. Villa Paramount 2

    ขอบคุณภาพจาก : Villa Paramount 2

    Villa Paramount 2 อีกหนึ่งที่พักพูลวิลล่าขนาดใหญ่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ ที่ไทยรัฐช็อปปิ้งคัดเลือกมาแนะนำ ภายในบ้านพักตกแต่งสวยงาม มีห้องนอน 3 ห้อง พร้อมเครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ครัว และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ด้านนอกมีสระว่ายน้ำพร้อมสไลเดอร์ ช่วยสร้างความเพลิดเพลินได้เป็นอย่างดี บรรยากาศโดยรอบมีความเงียบสงบและเป็นส่วนตัว เหมาะสำหรับมาพักผ่อนกับแก๊งเพื่อนและครอบครัว

    10. ภูไอยรา รีสอร์ท

    ขอบคุณภาพจาก : ภูไอยรา รีสอร์ท

    ภูไอยรา รีสอร์ท ที่พักนครนายกตกแต่งสไตล์ยุโรป ตั้งอยู่ใกล้กับเขื่อนขุนดาลปราการชล และแหล่งท่องเที่ยวมากมาย มีห้องพักหลากหลายแบบให้เลือก ทั้งห้องพักสำหรับ 2 คน ห้องพักสำหรับครอบครัว หัองพักแบบ Duplex เป็นต้น ยังมีลานสำหรับกางเตนท์ สำหรับคนชื่นชอบแคมป์ปิ้งอีกด้วย

    ทั้งหมดนี้เป็นที่พักนครนายกที่ไทยรัฐช็อปปิ้งคัดเลือกมาแนะนำ แต่ละแห่งตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ วิวสวย อากาศดี มีห้องพักให้เลือกหลากแบบ และมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เหมาะสำหรับไปเที่ยวพักผ่อนช่วงวันหยุดกับเพื่อน คนรัก และครอบครัวเป็นอย่างมาก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/shopping/travel/1000782&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0zAZbPQmPjC7ClnFz5VT5m

  • กรมการท่องเที่ยว ครบรอบ 23 ปี ก้าวสู่การทรานส์ฟอร์ม ‘ราชการดิจิทัล’

    กรมการท่องเที่ยว ครบรอบ 23 ปี ก้าวสู่การทรานส์ฟอร์ม ‘ราชการดิจิทัล’

    ประชาสัมพันธ์

    29 ส.ค. 2025 เวลา 12:50 น.

    กรมการท่องเที่ยว ครบรอบ 23 ปี ก้าวสู่การทรานส์ฟอร์ม “ราชการดิจิทัล” พร้อมให้บริการประชาชนเต็มรูปแบบ

    28 ส.ค. 68 กรมการท่องเที่ยว จัดงานวันคล้ายวันสถาปนาครบรอบ 23 ปี พร้อมประกาศความคืบหน้าสำคัญของการพัฒนาระบบบริการดิจิทัล เพื่อยกระดับการทำงานและการให้บริการประชาชนตามนโยบายรัฐบาลดิจิทัล โดยได้รับเกียรติจาก นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมแสดงความยินดีในโอกาส “ครบรอบ 23 ปี สถาปนากรมการท่องเที่ยว” มีคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของกรมการท่องเที่ยว พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสื่อมวลชน เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ณ กรมการท่องเที่ยว ห้องประชุม 1 ชั้น 3 อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคารบี) ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร

    นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กล่าวว่า ตลอด 23 ปีที่ผ่านมา กรมการท่องเที่ยวได้วางรากฐานให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยมาอย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมและพัฒนาสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยว ยกระดับผู้ประกอบการให้มีคุณภาพได้มาตรฐาน และพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยวให้มีประสิทธิภาพ และวันนี้เราได้เดินทางมาถึงจุดที่ใกล้กับความสำเร็จของการทรานส์ฟอร์มสู่ระบบราชการดิจิทัลเต็มรูปแบบ ควบคู่กับการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนตามมาตรฐานสากล

    กรมการท่องเที่ยว ครบรอบ 23 ปี ก้าวสู่การทรานส์ฟอร์ม 'ราชการดิจิทัล'

    นายจาตุรนต์ กล่าวเพิ่มว่า โครงการหลักที่ดำเนินการอยู่ คือการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศกลางเพื่อพัฒนา e-Service และฐานข้อมูลด้านการท่องเที่ยวของประเทศ ซึ่งบูรณาการระบบงานสำคัญของ กรมการท่องเที่ยว ครอบคลุมฐานข้อมูลสำคัญตั้งแต่แหล่งท่องเที่ยว แผนที่ด้านการท่องเที่ยว การประเมินและการยื่นขอรับรองมาตรฐาน การอนุญาตถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในไทย ไปจนถึงระบบให้บริการงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ (e-Service) ระบบการทดสอบเพื่อเป็นมัคคุเทศก์ (e-Exam) ระบบการอบรมเพื่อต่ออายุใบอนุญาต เป็นมัคคุเทศก์ (e-Learning) และระบบ Thailand Smart Tour (TST) ระบบที่ช่วยยกระดับการจัดการของบริษัทนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ให้เป็นเรื่องง่าย ซึ่งเมื่อเชื่อมโยงกันอย่างสมบูรณ์ จะทำให้การให้บริการประชาชนและผู้ประกอบการมีความสะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเริ่มเปิดใช้งานไปแล้วบางส่วน และตั้งเป้าพร้อมใช้งานเต็มระบบในปลายปีนี้ เพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทย

    “ปีนี้ จึงไม่เพียงเป็นปีแห่งการเฉลิมฉลอง 23 ปีของกรมการท่องเที่ยว แต่ยังเป็นปีแห่งความหวัง ที่ใกล้จะเห็นผลลัพธ์ของการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญสู่ระบบการให้บริการดิจิทัลเต็มรูปแบบ” นายจาตุรนต์ กล่าว

    กรมการท่องเที่ยว ครบรอบ 23 ปี ก้าวสู่การทรานส์ฟอร์ม 'ราชการดิจิทัล' กรมการท่องเที่ยว ครบรอบ 23 ปี ก้าวสู่การทรานส์ฟอร์ม 'ราชการดิจิทัล'

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/pr-news/news/prnews/1196411&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0p1SfppMmZp1q-rlFcQzAu

  • สุดปัง! ภาคตะวันออกฮอตไม่หยุด โกยรายได้ 5.3 แสนล้าน ดันเศรษฐกิจคึกคัก

    สุดปัง! ภาคตะวันออกฮอตไม่หยุด โกยรายได้ 5.3 แสนล้าน ดันเศรษฐกิจคึกคัก

    วันศุกร์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.42 น.

    สุดปัง! ภาคตะวันออกฮอตไม่หยุด โกยรายได้ 5.3 แสนล้าน ดันเศรษฐกิจคึกคัก

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางกนกกิตติกา กฤตย์วุฒิกร ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยถึงสถานการณ์ท่องเที่ยวในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคตะวันออกว่า ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2568 (ม.ค.-ก.ค.) มีแนวโน้มการเติบโตอย่างน่าพอใจ ภาพรวมการท่องเที่ยวในภาคตะวันออกสามารถสร้างรายได้หมุนเวียนรวมกว่า 534,053.85 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 58.87% โดยมีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนรวมทั้งสิ้น 51 ล้านคน เพิ่มขึ้น 10.08%

    ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอัจฉริยะการท่องเที่ยว ระบุว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติ เป็นปัจจัยหลักที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยสร้างรายได้สูงถึง 405,904.87 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 105.82% ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวไทยสร้างรายได้ 128,148.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.77%

    นางกนกกิตติกา ระบุอีกว่า จังหวัดชลบุรีครองแชมป์ทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้ เนื่องจากมีพัทยาเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม สำหรับจังหวัดที่นักท่องเที่ยวชาวไทยนิยมเดินทางไปรองลงมาคือ ระยอง สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา และนครนายก ขณะที่ 5 จังหวัดที่ชาวต่างชาตินิยมเดินทางไปเยือนมากที่สุด ได้แก่ ชลบุรี สมุทรปราการ ระยอง ตราด และจันทบุรี

    ด้าน ว่าที่ร้อยตรีกรกฎ โอภาส ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานตราด เปิดเผยว่า สถานการณ์ท่องเที่ยวของจังหวัดตราดในช่วงครึ่งปีแรกยังคงคึกคัก โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลอย่างเกาะช้าง เกาะกูด และเกาะหมาก ทำให้มีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนและอัตราการเข้าพักเพิ่มขึ้นจากปีก่อนอย่างต่อเนื่อง โดยนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 5 อันดับแรกที่มาเยือนจังหวัดตราด ได้แก่ เยอรมนี ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร รัสเซีย และสวิตเซอร์แลนด์

    สำหรับปี 2568 จังหวัดตราดตั้งเป้าจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยไว้ที่ 1.89 ล้านคน และในช่วง 6 เดือนแรกมีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนแล้วกว่า 1,279,470 คน-ครั้ง (เป็นชาวไทย 1,074,077 คน-ครั้ง และชาวต่างชาติ 205,393 คน-ครั้ง) ซึ่งสร้างรายได้รวมกว่า 18,820.89 ล้านบาท และคาดว่าเมื่อสิ้นปีจะสามารถทำยอดนักท่องเที่ยวและรายได้เกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้อย่างแน่นอน ///-026

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/910542&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3OhcXJdPxWLOc06oGZHmqL

  • การท่องเที่ยวไต้หวัน เตรียมจัด

    การท่องเที่ยวไต้หวัน เตรียมจัด

    วันศุกร์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 09.30 น.

    Taiwan Travel Fair 2025 งานท่องเที่ยวไต้หวันที่ใหญ่ที่สุดแห่งปี ครั้งที่ 3 เตรียมเปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่วันที่ 12-14 กันยายน 2568 ณ EMSPHERE – Sphere Gallery 1 ชั้น M ในธีม “ไต้หวันมะ Taiwan(na) go with me?” โดยภายในงานจัดเต็มกิจกรรมหลากหลาย ทั้งกิจกรรม DIY ระบายสีพินเข็มกลัด ชิมขนมล้อรถ (เชอหลุนปิ่ง) และวุ้นกบ (Aiyu Jelly) สัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวไต้หวันในทุกมิติ นอกจากนี้ อาเล็ก-ธีรเดช เมธาวรายุทธ นักแสดงชื่อดัง ก็จะมาพบกับทุกคนในวันที่ 13 กันยายนนี้ โดยอาเล็กจะมาร่วมแนะนำมนต์เสน่ห์การท่องเที่ยวไต้หวันให้ทุกคนได้รู้จัก และอุ่นเครื่องก่อนงานแฟนมีตติ้งครั้งสำคัญที่ไทเป ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 25 ตุลาคมนี้

    งานท่องเที่ยวไต้หวันครั้งนี้ได้ขนทัพผู้ออกบูธถึง 28 ราย นอกจากคณะตัวแทนของไต้หวันแล้ว ยังมีสายการบินต่าง ๆ รวมถึงบริษัททัวร์ที่เป็นพันธมิตรกับสำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวัน เปิดตัวแพ็กเกจท่องเที่ยวสุดพิเศษ “Meet & Greet อาเล็กที่ไต้หวัน” โดยเสนอแพ็กเกจท่องเที่ยวไต้หวันสุดคุ้มภายในงาน เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวออกมาสำรวจเสน่ห์แห่งเกาะไต้หวัน

    แบรนด์แอมบาสเดอร์การท่องเที่ยวไต้หวัน อาเล็ก ธีรเดช จะเข้าร่วมงาน Taiwan Travel Fair วันที่ 13 กันยายน เพื่อร่วมกิจกรรมและสร้างความสนุกสนานกับผู้ร่วมงาน รวมถึงอุ่นเครื่องก่อนงานแฟนมีตติ้งครั้งแรกในต่างประเทศที่จะมีขึ้นในวันที่ 25 ตุลาคม ณ กรุงไทเป ทั้งนี้มีรายงานว่า อาเล็กกำลังทุ่มฝึกซ้อมร้องเพลงภาษาจีนอย่างหนัก เพื่อเตรียมขึ้นร้องเพลงดังในตำนาน “Meteor Rain” ของวง F4 เป็นครั้งแรกบนเวที เพื่อพาแฟน ๆ ย้อนรำลึกบรรยากาศแห่งความทรงจำ ส่วนในวันที่ 14 ก.ย. พบกับวงดนตรีชื่อดัง “No One Else” ที่จะมามอบการแสดงสุดพิเศษ พร้อมแบ่งปันประสบการณ์ท่องเที่ยวไต้หวัน ซึ่งคาดว่ากิจกรรมความบันเทิงต่อเนื่องตลอด 3 วันนี้จะดึงดูดชาวไทยจำนวนมากเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก

    ภายในงานแบ่งออกเป็น 3 โซนกิจกรรม ได้แก่ โซนงานฝีมือ DIY ที่มีกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การระบายสีพินเข็มกลัดและที่รองแก้ว โซนอาหารที่มีการสาธิตและให้ลองชิมลิ้มรสอาหาร เช่น กาแฟอาหลี่ซาน วุ้นกบ และขนมล้อรถ (เชอหลุนปิ่ง) ส่วนโซนการแสดงบนเวทีมีการแสดงกายกรรมสุดตื่นตา ซึ่งผู้ร่วมงานจะได้สัมผัสเสน่ห์ของวัฒนธรรมไต้หวันอย่างรอบด้าน

    เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย ผู้จัดงานได้มอบสิทธิพิเศษถึง 3 ต่อ ได้แก่ ต่อที่หนึ่ง “รับส่วนลดทุกการใช้จ่าย” โดยมอบส่วนลดอย่างน้อย 500 บาทสำหรับแพ็กเกจท่องเที่ยวทุกประเภท ต่อที่สอง “แลกรับของกำนัล” ได้แก่ ผู้ที่มีตั๋วเครื่องบินไปไต้หวัน เดินทางก่อนวันที่ 31 ธันวาคม 2568 (ไม่จำเป็นต้องซื้อภายในงาน) รับฟรี E-sim หรือบัตรเข้าพิพิธภัณฑ์แห่งชาติกู้กง ส่วนผู้ที่ซื้อตั๋วเครื่องบินภายในงานจะได้รับเซ็ตของขวัญกระเป๋าจัดระเบียบ หมวกปีนเขา และ E-sim นอกจากนี้ ผู้ที่ซื้อแพ็กเกจท่องเที่ยวไต้หวันภายในงาน สามารถแลกรับเซ็ตของขวัญกระเป๋าพับ หมวกปีนเขา และบัตร Easy Card มูลค่า 50 NTD และผู้ที่ซื้อสินค้าเกี่ยวกับไต้หวันผ่าน OTA, บัตรเครดิต หรือบริษัทประกันภัย รับฟรี ที่ชั่งน้ำหนักกระเป๋าสุดเก๋ และต่อที่สาม “ช้อปครบ ลุ้นโชคใหญ่” ทุกการใช้จ่ายครบ 8,000 บาท มีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลมากมาย อาทิ ตั๋วเครื่องบินและบัตรกำนัลที่พักในไต้หวัน รวมมูลค่ากว่า 300,000 บาท ให้นักท่องเที่ยวได้มีโอกาสกลับไปเที่ยวไต้หวันฟรีอีกครั้ง!  

    นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมอื่น ๆ ให้ผู้ร่วมงานได้ร่วมสนุก โดยผู้ที่ลงทะเบียนออนไลน์ล่วงหน้าและเข้าร่วมงานจะได้รับสายคล้องโทรศัพท์มือถือหรือสติกเกอร์ OhBear, ทำภารกิจบิงโกครบถ้วนรับไปเลยพวงกุญแจ OhBear หรือพวงกุญแจ HiBear, ผู้ที่กรอกแบบสอบถามจะได้เข้าร่วมกิจกรรม DIY และแลกพินรับเข็มกลัดไต้หวัน และเมื่อกดไลก์แฟนเพจก็จะได้รับโคมไฟกระดาษปีมะเส็งด้วย

    และไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้คือ ผู้ที่ซื้อแพ็กเกจที่กำหนดกับบริษัททัวร์พันธมิตร หรือซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์ม KKday จะได้รับบัตรร่วมงานแฟนมีตติ้งของอาเล็กที่ไทเป ฟรี! งานแฟนมีตติ้งครั้งนี้จะจัดขึ้นที่ไทเปในวันที่ 25 ตุลาคม 2568 ถือเป็นงานแฟนมีตติ้งต่างประเทศครั้งแรกของอาเล็ก ที่จะได้ร่วมกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟกับแฟน ๆ อย่างใกล้ชิด ทั้งร้องเพลงภาษาจีนที่ได้ซุ่มซ้อมมาอย่างยาวนาน รวมถึงกิจกรรมถ่ายภาพร่วมกันและเล่นเกมสุดสนุก ให้แฟนคลับได้เก็บความทรงจำแสนประทับใจ ผู้ที่ซื้อแพ็กเกจท่องเที่ยวไต้หวันจะได้สัมผัสเสน่ห์ของไต้หวัน และยังมีโอกาสได้ใกล้ชิดกับศิลปินขวัญใจไปพร้อมกัน เรียกได้ว่าเป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่าอย่างแท้จริง!

    ไต้หวันเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงด้านธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ มรดกทางวัฒนธรรมล้ำค่า และอาหารรสเลิศที่หลากหลาย ยังคงดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้มาเยือนอย่างต่อเนื่อง เราขอเชิญทุกท่านอย่าพลาดโอกาสสำคัญที่จะได้สัมผัสเสน่ห์ของไต้หวัน ตั้งแต่วันที่ 12-14 กันยายน 2568 เวลา 10.00-20.00 น. ณ EMSPHERE มาร่วมออกเดินทางไปกับ “อาเล็ก” แบรนด์แอมบาสเดอร์การท่องเที่ยวไต้หวัน เพื่อค้นพบมนต์เสน่ห์แห่งเกาะไต้หวันที่คุณอาจคาดไม่ถึง

    ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม: https://www.taiwantourism.org/th/taiwan-travel-fair-2025

    -(016)

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/lady/910266&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0klRVTcsO0x9ovB450rZif

  • วอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก 2025 กระตุ้นท่องเที่ยวไทย 4 ภูมิภาค สร้างเงินสะพัดกว่า 8.4 พันล้านบาท

    วอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก 2025 กระตุ้นท่องเที่ยวไทย 4 ภูมิภาค สร้างเงินสะพัดกว่า 8.4 พันล้านบาท

    วอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก 2025 กระตุ้นท่องเที่ยวไทย 4 ภูมิภาค สร้างเงินสะพัดกว่า 8.4 พันล้านบาท


    29/08/2568 | 127 |

    ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน

    💥วอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก 2025 (FIVB Women’s World Championship)

    ระหว่างวันที่ 22 ส.ค. – 7 ก.ย. 2568 ใน 4 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ, ภูเก็ต, เชียงใหม่ และนครราชสีมา คาดว่าจะสร้าง มูลค่าเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจรวมกว่า 8,435.7 ล้านบาท

    🏨 ผลจากการแข่งขันทำให้ ยอดจองโรงแรมคึกคัก ในเมืองที่มีการแข่งขัน และสร้างโอกาสทองในการ ส่งเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทย พร้อม กระตุ้นการท่องเที่ยวในภูมิภาคเหนือ กลาง ใต้ และอีสาน

    🎟️ นอกจากนี้ ผู้ชมการแข่งขันสามารถใช้ บัตรเข้าชมการแข่งขัน เข้าชม พิพิธภัณฑ์ และสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ที่ร่วมกับ ททท. ฟรี เป็นการส่งเสริม Sport Tourism และสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวที่ครบวงจร

    การเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ไม่ใช่เพียงศึกกีฬา แต่ยังเป็น “พลังมิตรภาพและความร่วมมือระหว่างประเทศ” และเป็นโอกาสสำคัญในการผลักดันการท่องเที่ยวไทยสู่เวทีโลก


    image รูปภาพ

    image


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/419001&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3gnGYGq1engDIyJ8oXc94s

  • ผู้อำนวยการ ททท.ภาคตะวันออก เผย ท่องเที่ยวภาคตะวันออก ช่วง 7 เดือนแรกของปี 68 นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 58% | TOPNEWS

    ผู้อำนวยการ ททท.ภาคตะวันออก เผย ท่องเที่ยวภาคตะวันออก ช่วง 7 เดือนแรกของปี 68 นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 58% | TOPNEWS

    • เผยแพร่ : 29/08/2025 14:50

    ผู้อำนวยการ ททท.ภาคตะวันออก เผย ช่วง 7 เดือนแรกของปี 2568 นักท่องเที่ยวมากถึง 51 ล้านคน เพิ่ม 10% รายได้สูงถึง 5.3 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 58%

    จ.ตราด/นางกนกกิตติกา กฤตย์วุฒิกร ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึง สถานการณ์ท่องเที่ยวของภูมิภาคตะวันออกที่ดูและรับผิดชอบใน 9 จังหวัด พบว่า ภาพรวมสถานการณ์ท่องเที่ยวภายในประเทศของภาคตะวันออกในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2568 (มกราคม-กรกฎาคม) มีการเติบโตอย่างน่าประทับใจ โดยสามารถสร้างรายได้หมุนเวียนกว่า 534,053.85 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 58.87% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า ขณะที่จำนวนผู้เยี่ยมเยือนรวมอยู่ที่ 51,029,590 คน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 10.08%

    ทั้งนี้,ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอัจฉริยะการท่องเที่ยว (TAT Intelligence Center) ระบุว่านักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาค โดยสร้างรายได้สูงถึง 405,904.87 ล้านบาท ซึ่งเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 105.82% ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวไทยสร้างรายได้ 128,148.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.77% จำนวนผู้เยี่ยมเยือนประกอบด้วยชาวไทย 34,021,111 คน-ครั้ง และชาวต่างชาติ 17,008,479 คน-ครั้ง โดยภาคตะวันออกมีจำนวนห้องพักพร้อมให้บริการนักท่องเที่ยวทั้งหมด 137,394 ห้อง และมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ 70.90%

    “หากพิจารณาทั้งเรื่องรายได้ และจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวในแต่ละจังหวัดแล้ว ชลบุรีครองแชมป์ทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้ เนื่องจากมีพัทยาที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ส่วนจังหวัดที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวไทยรองลงมาคือ ระยอง,สมุทรปราการ,ฉะเชิงเทราและนครนายกส่วน 5 จังหวัดที่ชาวต่างชาตินิยมเดินทางไปเยือนมากที่สุด คือ:สมุทรปราการ,ระยอง,ตราด และจันทบุรี ซึ่งจังหวัดเหล่านี้มีกิจกรรมทั้งงานเทศกาลประจำปี แหล่งท่องเที่ยวที่เป็นแหล่งดึงดูด เช่น จังหวัดตราดที่มีหมู่เกาะช้างและเกาะกูดที่กำลังได้รับความนิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ และมีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้นอีก“นางกนกกิตติกา กล่าว

    ขณะที่ว่าที่ร้อยตรีกรกฎ โอภาส ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตราด เปิดเผยว่า สถานการณ์ท่องเที่ยวจังหวัดตราดในปี 2568 (ตลอดช่วงเดือนมกราคม-มิถุนายน 2568)ยังคงคึกคัก โดยเฉพาะใน ช่วงเทศกาลต่างๆ นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้ความสนใจเดินทางมาเยือน โดยเฉพาะเกาะต่างๆ เช่น เกาะช้าง, เกาะกูด, และเกาะหมาก โดยมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยของโรงแรมและรีสอร์ทในจังหวัดเพิ่มขึ้นและมีจำนวนผู้เยี่ยมเยื่อนโดยรวมเพิ่มขึ้นจากปีก่อนตราดยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมโดยเฉพาะในช่วงวันหยุดยาว และเทศกาลต่างๆ จังหวัดตราดมีความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยว ทั้งในด้านความปลอดภัย การอำนวยความสะดวก และการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว

    ผู้เยี่ยมเยือนชาวต่างชาติ ประกอบด้วย อันดับ 1 คือ เยอรมนี รองลงมา ฝรั่งเศส,สหราชอาณาจักร,รัสเซีย และสวิตเซอร์แลนด์ ส่วนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย อันดับ 1 จันทบุรี รองลงมา คือ กรุงเทพมหานคร,ชลบุรี,ระยอง,และสมุทรปราการ ซึ่งเป้าหมายปี 2568 จำนวนผู้เยี่ยมเยือน ชาวไทย
    1,890,000 (คน-ครั้ง) แต่ในช่วง 6 เดือนแรก มีจำนวนผู้เยี่ยมเยือน 1,279,470 คน-ครั้งชาวไทย(คน) 1,074,077 คน-ครั้งชาวต่างชาติ 205,393 คน-ครั้ง รายได้จากผู้เยี่ยมเยือน ชาวไทย 15,750 ล้านบาท รายได้จากผู้เยี่ยมเยือน ชาวไทย 8,333.00 บาท/คน ส่วนชาวต่างชาติ จำนวน 205,393 คน/ครั้ง และสร้างรายได้ จำนวน 3,070.89 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าเมื่อจบสิ้นปี 2568 ยอดนักท่องเที่ยวและรายได้จะเกินเป้าหมาย

    ภาพ/ข่าว จักรกฤชณ์ แววคล้ายหงษ์ ญาณี แววคล้ายหงษ์ ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.ตราด

    777

    002_7

    “แพทองธาร” น้อมรับวินิจฉัยศาลรธน.ให้พ้นนายกฯ ยันบริสุทธิ์ใจโทรหา “ฮุน เซน” ภูมิใจเกือบ 1 ปีเต็ม ได้ทำงานเพื่อประเทศชาติ

    ปทุมธานี-หนุ่มคลั่งขับรถชนพลิกคว่ำก่อนวิ่งหนีไปทำร้ายจนท.ตร.

    รวบหนุ่มต่างชาติหลบหนีคดีปล้นเงินสกุลคริปโต

    สว. ภมร เชาว์ศิริกุล บริจาคเงิน ข้าวสาร และอาหารแห้ง งานประเพณีทิ้งกระจาด พร้อมทั้งลงมือช่วยปรุงอาหาร เพื่อมอบให้แก่ประชาชน

    มติศาลรธน. 6 ต่อ 3 วินิจฉัย ‘แพทองธาร’ พ้นนายกฯ พร้อมครม.ทั้งคณะ ข้ออ้างเทคนิคเจรจาฟังไม่ขึ้น คลิปเจรจาอังเคิล ชี้ผิดจริยธรรมร้ายแรง

    “บิ๊กเต่า” เผยความคืบหน้าคดีวัดพระบาทน้ำพุ ลั่นไม่มีข้อยกเว้นอินฟลูฯ รับเงินวัดไม่เหมาะสม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1292748&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1FykCsLer8udkdfP8QRy-g