Blog

  • อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ยันไม่สามารถยกเลิกหลักสูตรเก่าได้ทันที

    อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ยันไม่สามารถยกเลิกหลักสูตรเก่าได้ทันที

    อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้นำคณะเข้ารายงาน รมช.ศึกษาธิการ ยืนยันยังไม่สามารถยกเลิกหลักสูตรเก่าได้ทันที เหตุติดข้อจำกัดด้านระเบียบการถ่ายโอนและจำหน่ายรายชื่อผู้เรียน

    วันที่ 4 พ.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ หรือ สกร. ได้เข้าพบเพื่อชี้แจงรายงานข้อเท็จจริงต่อ นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ก่อนถึงวันนัดหมาย โดยเน้นการดำเนินงานใน 3 ประเด็นสำคัญ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและขับเคลื่อนการพัฒนาระบบการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

    โดยในประเด็นด้านหลักสูตรการเรียน สกร. ชี้แจงว่า หลักสูตรการเรียนปี 2551 ยังไม่สามารถยกเลิกได้ในทันที เนื่องจากติดข้อจำกัดด้านระเบียบการถ่ายโอนและการจำหน่ายรายชื่อผู้เรียน อีกทั้งลักษณะของการเรียนรู้เป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิต ทำให้ยังมีผู้เรียนมากกว่า 60% ที่ยังศึกษาในหลักสูตรปี 2551 และยังไม่จบการศึกษา โดยผู้เรียนสามารถกลับเข้ามาเรียนต่อเพื่อให้จบได้ทุกเวลา ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำรายชื่อเพื่อถ่ายโอนและจำหน่ายให้ครบถ้วนทั่วประเทศ เพื่อเตรียมเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรปี 2567 ซึ่งเป็นหลักสูตรล่าสุด โดยมีการนำร่องแล้ว 10 จังหวัด และได้ขยายเพิ่มอีก 12 จังหวัด รวมเป็น 22 จังหวัด เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนใช้ทั่วประเทศ โดยกำหนดให้ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2570 เป็นต้นไป จะไม่มีการรับผู้เรียนใหม่ในหลักสูตรปี 2551 และเปลี่ยนเป็นหลักสูตรปี 2567 อย่างเต็มรูปแบบ

    ในประเด็นด้านคุณภาพหนังสือเรียน สกร. ชี้แจงว่า ที่ผ่านมาไม่มีคณะกรรมการตรวจรับด้านคุณภาพหนังสือในลักษณะเดียวกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จึงได้ปรับระบบการกำกับดูแลใหม่ โดยจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการ 2 ชุด ได้แก่ คณะกรรมการตรวจรับหนังสือเรียนที่ดูแลด้านคุณภาพกระดาษ หน้าปก การออกแบบ และราคา และคณะกรรมการตรวจสอบคุณภาพเนื้อหาซึ่งมีอยู่เดิม พร้อมทั้งรับนโยบายจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในการตั้งคณะกรรมการเพิ่มเติมอีก 1 ชุด เพื่อกำหนดเกณฑ์มาตรฐานด้านคุณภาพหนังสือและราคา เพื่อใช้เป็นแนวทางให้ผู้ผลิตหนังสือเรียนดำเนินการได้อย่างมีมาตรฐานเดียวกัน

    ในประเด็นด้านสถานที่และอุปกรณ์การเรียน สกร. ระบุว่า จากข้อจำกัดด้านงบประมาณ และหลักการเดิม ของ สกร. ที่ใช้การบูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ทำให้บางพื้นที่ยังไม่มีอาคารเป็นของตนเอง จำเป็นต้องใช้สถานที่จากหน่วยงานภายนอก เช่น อบจ. เทศบาล วัด รร.สพฐ.ที่ยุบเลิกหรือยุบรวม หรือสถานที่เช่า โดยในกรุงเทพมหานครมีการเช่าพื้นที่ถึง 45 เขต จากทั้งหมด 50 เขต ส่วนที่เหลือใช้ความร่วมมือจากภาคีเครือข่าย โดยแนวทางแก้ไขจะดำเนินการสำรวจพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อประสานขอใช้พื้นที่จากกรมธนารักษ์ หรือหน่วยงานราชการที่ไม่ได้ใช้งาน รวมถึงที่ผ่านมาได้มีหนังสือถึงสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เพื่อขอใช้พื้นที่โรงเรียนขนาดเล็กที่มีการยุบรวมแล้ว ซึ่งปัจจุบันมีจำนวน 153 แห่ง ทั้งนี้ การขยายเพิ่มเติมจะขึ้นอยู่กับการพิจารณาให้ใช้ รร.ที่ถูกยุบเลิก ยุบรวมของ สพฐ. และงบประมาณในอนาคต

    ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการเรียนรู้จะเดินหน้าขับเคลื่อนทั้ง 3 ประเด็นอย่างต่อเนื่อง พร้อมรายงานความคืบหน้าต่อรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้การจัดการเรียนรู้ของประเทศมีคุณภาพ เข้าถึงได้ และตอบโจทย์การเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างแท้จริงต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2930559&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw26Plf9qDrbQVEAlEItYWhJ

  • นายกฯ ตั้ง ‘เอกนิติ’ ศึกษาแลนด์บริดจ์ ชี้โหวตเตอร์ภูมิใจไทยยังรู้เป็นเรื่องเก่า พูดมาตั้งแต่ปี 62

    นายกฯ ตั้ง ‘เอกนิติ’ ศึกษาแลนด์บริดจ์ ชี้โหวตเตอร์ภูมิใจไทยยังรู้เป็นเรื่องเก่า พูดมาตั้งแต่ปี 62

    นายกฯ ตั้ง “เอกนิติ” ปธ.คกก.ศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ ขีดกรอบ 90 วัน ยันเคยใช้หาเสียงตั้งแต่ปี 62 ชี้ภูมิรัฐศาสตร์โลกเปลี่ยน ต้องสร้างความสอดคล้องบริบทโลก จะได้ไม่กินน้ำใต้ศอกใคร ย้ำดูความคุ้มค่า

    4 พฤษภาคม 2569 – เมื่อเวลา 16.20 น. ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมพรรคถึงโครงการแลนด์บริดจ์ ได้มีการเคลียร์กันหมดแล้วหรือไม่ เนื่องจากก่อนหน้านี้มีความเห็นไม่ตรงกันระหว่าง นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม กับนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม ว่า ไม่มีอะไร พูดกันคนละที ไม่มีปัญหา เรื่องแลนด์บริดจ์ ตนจะตั้งนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เป็นประธานคณะกรรมการในการศึกษา และเร่งสรุปผลการศึกษา ให้กลับมาภายใน 90 วัน เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของโลกในปัจจุบัน

    ผลการศึกษาฉบับเก่าที่เคยทํามาสมัยก่อนนั้นก็อยู่บนสถานการณ์ของโลกอีกบทหนึ่ง แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนแล้ว ความมั่นคงทางพลังงาน ความมั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์ เราจะสามารถทําให้ประเทศไทยไม่ต้องมีผลกระทบใดๆ หรือมีให้น้อยที่สุด หากเกิดความขัดแย้ง หากเกิดสถานการณ์อะไรต่าง ๆ ที่เป็นเรื่องของคนอื่น แล้วประเทศไทยเราต้องมาได้รับผลกระทบด้วย ก็ต้องหาจุด หายุทธศาสตร์อะไรต่าง ๆ ที่ทําให้ยืนอยู่บนลําแข้งของตัวเองได้ และถ้าจะมีผลกระทบให้มีน้อยที่สุด

    เมื่อถามว่า การตั้งนายเอกนิติเพื่อให้ไปศึกษา จะเป็นรูปแบบการลงทุนร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) ใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ก็ต้องดูทุกรูปแบบ ดูทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งเรื่องการคุ้มค่าของการลงทุน เรื่องรูปแบบของโลจิสติกส์ ดูทั้งเรื่องของสิ่งที่จะมาผูกกับแลนด์บริดจ์ ถ้าจะไปเอาเฉพาะเรื่องของคาร์โก้ เรื่องคอนเทนเนอร์ เรื่องของการขนส่ง อาจจะไม่คุ้มทุน แต่ว่าจะไปดูทุนอย่างเดียวก็ไม่ได้ ต้องดูในเรื่องความสะดวกมันอาจจะไม่คุ้มทุนตรงนี้ แต่มีเรื่องอื่นเข้ามาที่จะทําให้ภาพรวมทั้งหลายเกิดความคุ้มค่า ตรงนี้เป็นสิ่งที่นายเอกนิติจะไปศึกษา ตนให้ท่านเป็นคนเลือกหน่วยงานต่าง ๆ ที่จะมาร่วมศึกษากับท่าน

    เมื่อถามว่า ภายใน 90 วัน จะไฟนอลแล้วหรือไม่ จะไม่มีการศึกษาอะไรเพิ่มเติมจากนี้ นายกฯ ตอบว่า เดี๋ยวดูผลการศึกษาก่อน ขอให้ใจเย็นๆ แลนด์บริดจ์ไม่ใช่ว่าจะเกิดขึ้นวันพรุ่งนี้ มันเป็นนโยบาย ซึ่งจริงๆเรื่องนี้สําหรับพรรคภูมิใจไทยหรือสําหรับแฟนๆพรรคภูมิใจไทยต้องถือว่าเป็นเรื่องเก่าด้วยซ้ำ เราพูดมาตั้งแต่ปี 2562 อยู่ในแผนการหาเสียงปี 2562 และสมัย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นรมว.คมนาคม ในรัฐบาลที่แล้วท่านก็ได้หยิบเรื่องนี้ขึ้นมาและตั้งใจที่จะทําให้ได้เกิดขึ้น ก็เป็นงานที่ต่อเนื่องกัน

    เมื่อถามว่า ล่าสุดผลการสํารวจของนิด้าโพลระบุว่าประชาชนในพื้นที่ภาคใต้เห็นด้วยแต่ยังไม่เข้าใจแลนด์บริดจ์เท่าไหร่ นายกฯ กล่าวว่า เราก็ต้องสื่อสารให้เห็นคุณประโยชน์ รัฐบาลจะทําอะไรต้องเกิดคุณประโยชน์กับประชาชน ต่อส่วนรวม ของประเทศ

    เมื่อถามว่า ประชาชนในพื้นที่ 14 จังหวัด จะยื่นหนังสือคัดค้านกับสส.ในพื้นที่ว่าไม่เห็นด้วยกับโครงการแลนด์บริดจ์ นายกฯ กล่าวว่า “ครับ ก็มีคนเห็นด้วยครับ ทุกอย่างอยู่ที่ข้อมูล อยู่ที่ผลการศึกษา อยู่ที่การคุ้มทุน อยู่ที่จะหาพาร์ตเนอร์มาเป็นลักษณะการลงทุนแบบไหน อยู่ที่รูปแบบ ประโยชน์ใช้สอยของโครงการแลนด์บริดจ์ จะมีประโยชน์ใช้สอยทําอย่างไรให้ได้มากที่สุด อย่างที่ผมเคยพูด เราไม่มีน้ํามันแต่เรามีอาหาร ทุกๆวันนี้ประเทศไทยก็ต้องเริ่มที่จะหันไปขายความมั่นคงทางอาหารให้กับทั่วโลก เพราะฉะนั้นโครงการแบบนี้จะทําให้ระบบการขนส่ง ถ้าอาหารของเราเป็นอาหารสด เป็นผลไม้ เป็นพืชผลทางการเกษตร ถ้ามีโครงการแลนด์บริดจ์ สิ่งเหล่านี้จะทําให้ไปถึงที่หมายปลายทางได้เร็วกว่าเส้นทางเดิมหรือเปล่า“ นายกฯกล่าว

    นายกฯ กล่าวอีกว่า ตอนนั้นที่เราพูดกันตอนปี2562 ไม่เคยมีใครมาขู่ว่าช่องแคบฮอร์มุซจะปิด ช่องแคบมะละกาจะมีการเก็บค่าผ่านทาง ไม่เคยมีใครมาแสดงความเป็นเจ้าของอย่างนี้ เพราะฉะนั้นในเมื่อสิ่งเหล่านั้นมันเกิดขึ้นแล้วในปัจจุบันนี้ เราก็ต้องมาดูว่าเราจะมีกลไกอันไหน มีทรัพยากรอันไหนที่จะทําให้เราไม่ต้องไปพึ่งพาคนที่ไม่พอใจ อะไรก็จะมาขู่ ไม่พอใจอะไรก็จะมาขึ้นนู่นขึ้นนั่น ประเทศไทยเราก็จะกินน้ําใต้ศอกอยู่ตลอด เราก็ต้องเปลี่ยนรูปแบบของเราบ้าง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/hi-light/990319/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2x6gzfCM9qgbcC1ZXWhBLF

  • ‘อนุทิน’ ตั้ง ‘เอกนิติ’คุมทีมศึกษา‘แลนด์บริดจ์’ ขีดเส้น90วัน

    ‘อนุทิน’ ตั้ง ‘เอกนิติ’คุมทีมศึกษา‘แลนด์บริดจ์’ ขีดเส้น90วัน

    “อนุทิน” เผย ตั้ง “เอกนิติ” ปธ.คกก.ศึกษา “แลนด์บริดจ์” ขีดเส้น90วัน ชี้ ฉบับเก่าไม่สอดคล้องสถานการณ์โลก ยัน เป็นนโยบายหาเสียงตั้งแต่ปี62 ปัดเอื้อประโยชน์ใคร

    ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ หลังเกิดกรณีนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม และนายพิพัฒน์ รัชกิจปราการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม เห็นไม่ตรงกันว่า ไม่มีอะไร พูดกันคนละที ไม่มีปัญหา เรื่องแลนด์บริดจ์ ตนจะตั้งนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เป็นประธานคณะกรรมการในการศึกษา และเร่งสรุปผลการศึกษา ให้กลับมาภายใน 90 วัน เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของโลกในปัจจุบัน ซึ่งผลการศึกษาฉบับเก่าที่เคยทํามาสมัยก่อนนั้น ก็อยู่บนสถานการณ์ของโลกอีกบทหนึ่ง แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนแล้ว ความมั่นคงทางพลังงาน ความมั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์ เราจะสามารถทําให้ประเทศไทยไม่ต้องมีผลกระทบใดๆ หรือมีให้น้อยที่สุด หากเกิดความขัดแย้ง หากเกิดสถานการณ์อะไรต่าง ๆ ที่เป็นเรื่องของคนอื่น แล้วประเทศไทยเราต้องมาได้รับผลกระทบด้วย ก็ต้องหาจุดหายุทธศาสตร์อะไรต่างๆ ที่ทําให้ยืนอยู่บนลําแข้งของตัวเองได้ และถ้าจะมีผลกระทบให้มีน้อยที่สุด 

    เมื่อถามว่า การตั้งนายเอกนิติ เพื่อให้ไปศึกษา จะเป็นรูปแบบการลงทุนร่วม

    ภาครัฐและเอกชน (PPP) ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ก็ต้องดูทุกรูปแบบ ดูทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ ความคุ้มค่าการลงทุน เรื่องรูปแบบของโลจิสติกส์ ดูเรื่องของสิ่งที่จะมาผูกกับแลนด์บริดจ์ ถ้าจะไปเอาเฉพาะเรื่องของคาร์โก้ เรื่องคอนเทนเนอร์ เรื่องของการขนส่ง อาจจะไม่คุ้มทุน จะไปดูทุนอย่างเดียวก็ไม่ได้ ต้องดูในเรื่องความสะดวกมันอาจจะไม่คุ้มทุนตรงนี้ แต่มีเรื่องอื่นเข้ามาที่จะทําให้ภาพรวมทั้งหลายเกิดความคุ้มค่า ตรงนี้เป็นสิ่งที่นายเอกนิติ จะไปศึกษา ตนให้นายเอกนิติเป็นคนเลือกหน่วยงานต่างๆ ที่จะมาร่วมศึกษากับท่าน

    เมื่อถามว่า ภายใน 90 วัน จะเป็นฉบับไฟนอลแล้วใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เดี๋ยวดูผลการศึกษาก่อน ขอให้ใจเย็นๆ แลนด์บริดจ์ไม่ใช่ว่าจะเกิดขึ้นวันพรุ่งนี้ มันเป็นนโยบาย จริงๆ เรื่องนี้สําหรับพรรคภูมิใจไทย หรือสําหรับแฟนๆพรรคภูมิใจไทย ต้องถือว่าเป็นเรื่องเก่าด้วยซ้ำ เราพูดมาตั้งแต่ ปี62 อยู่ในแผนการหาเสียง ปี62 และสมัยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นรมว.คมนาคม ในรัฐบาลที่แล้ว ก็ได้หยิบเรื่องนี้ขึ้นมา และตั้งใจที่จะทําให้ได้เกิดขึ้น ก็เป็นงานที่ต่อเนื่องกัน 

    เมื่อถามว่า ล่าสุดผลการสํารวจของนิด้าโพล ระบุว่าประชาชนในพื้นที่ภาคใต้เห็นด้วยแต่ยังไม่เข้าใจแลนด์บริดจ์ นายอนุทิน กล่าวว่า เราก็ต้องสื่อสารให้เห็นคุณประโยชน์ รัฐบาลจะทําอะไรต้องเกิดคุณประโยชน์กับประชาชน ต่อส่วนรวม ของประเทศ

    เมื่อถามว่า ประชาชนในพื้นที่ 14 จังหวัด จะยื่นหนังสือคัดค้านกับสส.ในพื้นที่ว่า ไม่เห็นด้วยกับโครงการแลนด์บริดจ์ นายอนุทิน กล่าวว่า ก็มีคนเห็นด้วย ทุกอย่างอยู่ที่ข้อมูล อยู่ที่ผลการศึกษา อยู่ที่การคุ้มทุน อยู่ที่จะหาพาร์ตเนอร์ มาเป็นลักษณะการลงทุนแบบไหน อยู่ที่รูปแบบ ประโยชน์ใช้สอยของโครงการแลนด์บริดจ์ จะทําอย่างไรให้ได้มากที่สุด อย่างที่ตนเคยพูด เราไม่มีน้ํามัน แต่เรามีอาหาร ทุกวันนี้ประเทศไทยก็ต้องเริ่มที่จะหันไปขายความมั่นคงทางอาหารให้กับทั่วโลก เพราะฉะนั้นโครงการแบบนี้จะทําให้ระบบการขนส่ง ถ้าอาหารของเราเป็นอาหารสด เป็นผลไม้ เป็นพืชผลทางการเกษตร ถ้ามีโครงการแลนด์บริดจ์ สิ่งเหล่านี้จะทําให้ไปถึงที่หมายปลายทางได้เร็วกว่า เส้นทางเดิมหรือไม่

    นายอนุทิน กล่าวว่า ตอนที่เราพูดกันตอนปี62 ไม่เคยมีใครมาขู่ว่าช่องแคบฮอร์มุซ จะปิด ช่องแคบมะละกาจะมีการเก็บค่าผ่านทาง ไม่เคยมีใครมาแสดงความเป็นเจ้าของอย่างนี้ เพราะฉะนั้นในเมื่อสิ่งเหล่านั้นมันเกิดขึ้นแล้วในปัจจุบันนี้ เราก็ต้องมาดูว่า เราจะมีกลไกอันไหน มีทรัพยากรอันไหนที่จะทําให้เราไม่ต้องไปพึ่งพาคนที่ไม่พอใจ อะไรก็จะมาขู่ ไม่พอใจอะไรก็จะมาขึ้นนู่นขึ้นนั่น ประเทศไทยเราก็จะกินน้ําใต้ศอกอยู่ตลอด เราก็ต้องเปลี่ยนรูปแบบของเราบ้าง 

    เมื่อถามว่า มีข้อห่วงใยในเรื่องของการดําเนินการว่าอาจจะไปเอื้อประโยชน์ให้คนในหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ผมว่าเอาแค่ตรงนี้ก่อนดีกว่า เรื่องเอื้อพูดจนเบื่อแล้ว ไม่เคยเคยเห็นเอื้อใครสักที เข้ามา7-8 ปีก็ไม่เคยเอื้อใคร มีแต่คนเกลียดเอาเกลียดเอาทุกวัน มีแต่ขัดใจเขา ทําให้เขาโกรธ เพราะไม่ไปตามใจกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ถ้าประเทศไม่ได้ประโยชน์ เพราะฉะนั้นเรื่องเอื้อ เอาพวกเอาพ้อง เอาเพื่อนฝูง เราพิสูจน์ให้เห็นแล้ว จนตอนนี้จะเหลือแต่ สส.แล้ว เพื่อนข้างนอกไม่เหลือแล้ว 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/politics/1232362&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ANoJm8cUY2EagGFSlI3ZN

  • นครปฐม///รฟท. จัดขบวนรถจักรไอน้ำพิเศษ “กรุงเทพฯ-นครปฐม” เฉลิมพระเกียรติฯ วันฉัตรมงคล 2569 | TOPNEWS

    นครปฐม///รฟท. จัดขบวนรถจักรไอน้ำพิเศษ “กรุงเทพฯ-นครปฐม” เฉลิมพระเกียรติฯ วันฉัตรมงคล 2569 | TOPNEWS

    การรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดประสบการณ์ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสการเดินทางย้อนวันวานสุดคลาสสิก  จัดขบวนรถจักรไอน้ำพิเศษ เส้นทางกรุงเทพฯ – นครปฐม เนื่องในวันฉัตรมงคล ประจำปี 2569 เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

    วันที่ 4 พฤษภาคม 2569 การรถไฟแห่งประเทศไทย จัดขบวนรถพิเศษนำเที่ยวด้วย “รถจักรไอน้ำ” เส้นทางกรุงเทพฯ – นครปฐม – กรุงเทพฯ เนื่องในโอกาสวันฉัตรมงคล 4 พฤษภาคม 2569 เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมสัมผัสประสบการณ์การเดินทางย้อนวันวานที่ทรงคุณค่า โดยขบวนรถพิเศษที่ 907/908 ออกเดินทางจากสถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) เวลา 08.10 น. และถึงจังหวัดนครปฐม เวลา 10.10 น. โดยมีนักท่องเที่ยวร่วมเดินทางกว่า 500 คน

    โดยมี นายยงยุทธ สวนทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วยรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม นายกเทศมนตรีนครนครปฐม ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานราชบุรี ผู้แทนสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวนครปฐม หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และประชาชนชาวจังหวัดนครปฐม ร่วมให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างอบอุ่น ณ สถานีรถไฟนครปฐม ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักและเป็นกันเอง

    ซึ่งผู้โดยสารที่มากับขบวนรถจักรไอน้ำ จะได้ท่องเที่ยวในจังหวัดนครปฐมกว่า 6 ชั่วโมง โดยนิยมเดินทางไปสักการะ พระปฐมเจดีย์ เพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมเดินชมบรรยากาศโดยรอบ และลิ้มลองอาหารขึ้นชื่อของท้องถิ่น อาทิ ข้าวหมูแดง ก๋วยเตี๋ยว เป็ดพะโล้ และขนมหวานไทย  ขบวนรถออกเดินทางกลับจากสถานีนครปฐม เวลา 16.30 น. และถึงกรุงเทพฯ เวลา 18.30 น.

    ทั้งนี้ ขบวนรถจักรไอน้ำที่นำมาให้บริการ ได้แก่ หัวรถจักรไอน้ำแปซิฟิก หมายเลข 824 และ 850 ซึ่งเป็นรถจักรประวัติศาสตร์ที่ผลิตหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 และยังคงได้รับการอนุรักษ์ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน เพื่อนำมาให้บริการในโอกาสสำคัญของประเทศ

    นอกจากนี้ การรถไฟแห่งประเทศไทยยังจัดโปรแกรมท่องเที่ยวเสริมสำหรับผู้โดยสารขบวนพิเศษ ในราคา 599 บาทต่อท่าน (เฉพาะผู้ถือบัตรโดยสารขบวน 907/908) โดยมีให้เลือก 2 เส้นทาง ได้แก่ การท่องเที่ยว ตลาดน้ำวัดลำพญา และ ตลาดบางหลวง ร.ศ.122 หรือการท่องเที่ยว ตลาดในสวน บ้านหัวอ่าว และ วัดธรรมปัญญาราม ซึ่งล้วนเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดนครปฐม ซึ่งการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และสร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติอย่างยั่งยืน

    จำรัส ตุ้มท่าไม้ ผู้สื่อข่าว ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.นครปฐม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1565240&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0LgdhDBW3Od3bZX2Af_r03

  • นายกฯตั้ง “เอกนิติ” ปธ.ศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ ขีดกรอบ 90 วัน ลั่นไม่เอื้อประโยชน์ใคร

    นายกฯตั้ง “เอกนิติ” ปธ.ศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ ขีดกรอบ 90 วัน ลั่นไม่เอื้อประโยชน์ใคร

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/politics/national-politics/145432&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw36pLKL2eDKpkcdF_6aOyMB

  • สพป. สุโขทัย เขต 2  นิเทศติดตาม นศ.ฝึกประสบการณ์

    สพป. สุโขทัย เขต 2  นิเทศติดตาม นศ.ฝึกประสบการณ์

    การศึกษา

    สพป. สุโขทัย เขต 2  นิเทศติดตาม นศ.ฝึกประสบการณ์

    วันจันทร์ ที่ 04 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 17.17 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    สพป. สุโขทัย เขต 2  นิเทศติดตาม นศ.ฝึกประสบการณ์

     นายชัชวาลย์  อ่ำเทศ   รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา(สพป.) สุโขทัย เขต 2 พร้อมด้วย นางจินดา  จิระพงษ์สุวรรณ ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา ร่วมเป็นเกียรติและร่วมนำเสนอข้อมูลในการนิเทศนักศึกษาฝึกปฏิบัติวิชาชีพการบริหารการศึกษา หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต  สาขาวิชกาารบริหารการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยพิษณุโลก ซึ่งมี อาจารย์ ดร.ประชุม  ปิ่นสกุล เป็นผู้ดำเนินการนิเทศและสรุปผลการปฏิบัติงานเพื่อติดตาม ประเมินผลการปฏิบัติงานในการฝึกประสบการณ์ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางการศึกษาระหว่างการฝึกปฏิบัติการวิชาชีพทางการบริหารการศึกษาของนักศึกษา ณ ห้องประชุมศรีสัชนาลัย สพป.สุโขทัย เขต 2

    ส่งข่าวได้ที่  email : saowaporn12345@gmail.com   และ  bat_mamsao@yahoo.com

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/education/474825&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0l5M34CVzfqq9B71APsyW5

  • อว.แจงหลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิต ม.เนชั่น ผ่านเกณฑ์ แต่ “การรับรองวิชาชีพ“ เป็นอำนาจสภาวิชาชีพ | เดลินิวส์

    อว.แจงหลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิต ม.เนชั่น ผ่านเกณฑ์ แต่ “การรับรองวิชาชีพ“ เป็นอำนาจสภาวิชาชีพ | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 4 พ.ค. ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยกรณีหลักสูตรทันตแพทย์ของมหาวิทยาลัยเนชั่นที่ถูกเพิกถอนการรับรองจากสภาวิชาชีพ ว่า หลักสูตรดังกล่าวเป็นหลักสูตรใหม่ พ.ศ.2562 โดย ม.เนชั่นได้เริ่มรับนักศึกษารุ่นแรกในปี 2563 ซึ่งในส่วนของกระทรวง อว.ได้ดำเนินการพิจารณาตามกรอบกฎหมายและมาตรฐานหลักสูตรที่กำหนด ซึ่งหลักสูตรดังกล่าวถือว่าเป็นไปตามมาตรฐานของกระทรวง อว. แต่ในส่วนการรับรองในระดับ “วิชาชีพ” เป็นอีกกระบวนการหนึ่งที่อยู่ในอำนาจของสภาวิชาชีพโดยเฉพาะ ซึ่งต้องเป็นผู้พิจารณาว่าหลักสูตรดังกล่าวเป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพหรือไม่ โดยรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 43 กำหนดให้สภาวิชาชีพไม่เข้ามาก้าวก่ายการจัดการศึกษา ส่งผลให้มาตรฐานหลักสูตรของกระทรวง อว. และมาตรฐานของสภาวิชาชีพเป็นคนละส่วนกัน

    ปลัดกระทรวง อว. กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา กระทรวง อว. ตระหนักถึงช่องว่างดังกล่าว โดยเฉพาะในหลักสูตรสายวิชาชีพ จึงได้ส่งเสริมให้มหาวิทยาลัยนำหลักสูตรไปผ่านการรับรองจากสภาวิชาชีพก่อนยื่นขอรับรองมาตรฐานหลักสูตรจากกระทรวง อว. เพื่อป้องกันปัญหาในภายหลัง อย่างไรก็ดี มีบางกรณีที่มหาวิทยาลัยอ้างข้อกฎหมายตามรัฐธรรมนูญ ทำให้กระทรวง อว. ต้องพิจารณารับรองตามเกณฑ์ของตนก่อน แม้หลักสูตรนั้นอาจยังไม่ได้รับการรับรองจากสภาวิชาชีพก็ตาม โดยกระทรวง อว.ได้กำชับให้มหาวิทยาลัยต้องแจ้งข้อมูลดังกล่าวแก่นักศึกษาล่วงหน้า เพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้เรียน

    “สำหรับกรณีมหาวิทยาลัยเนชั่น ในช่วงปี 2563 มหาวิทยาลัยได้แจ้งว่าหลักสูตรดังกล่าวได้รับการรับรองจากทั้งกระทรวง อว.และสภาวิชาชีพแล้ว จึงไม่มีข้อกังวลในขณะนั้น กระทั่งต่อมาสภาวิชาชีพมีคำสั่งเพิกถอนการรับรองย้อนหลังถึงปี 2563 ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ต้องเร่งหาทางแก้ไขร่วมกัน อย่างไรก็ตาม แม้ขณะนี้หลักสูตรจะไม่ได้รับการรับรองจากสภาวิชาชีพ แต่นักศึกษายังสามารถเข้าสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเป็นรายบุคคลกับสภาวิชาชีพได้“ ศ.ดร.ศุภชัย กล่าว

    ปลัดกระทรวง อว.กล่าวด้วยว่า กระทรวง อว.จะเร่งประสานงานกับสภาวิชาชีพ เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน รวมถึงป้องกันไม่ให้เกิดกรณีลักษณะเดียวกันในสาขาวิชาชีพอื่น นอกจากนี้ จะตรวจสอบข้อเท็จจริงกับมหาวิทยาลัยเนชั่นเพิ่มเติม ว่าได้มีการแจ้งนักศึกษาอย่างชัดเจนตั้งแต่ต้นหรือไม่ว่าหลักสูตรยังไม่ได้รับการรับรองจากสภาวิชาชีพ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและคุ้มครองสิทธิของผู้เรียนอย่างสูงสุดต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5833861/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw251-MpM_smPvl_FRjbCWtb

  • โฆษกรัฐบาล รายงานการขับเคลื่อนจังหวัดชายแดนใต้ 1 เดือนแรกของรัฐบาล ทั้งการศึกษาถึงพูดคุยสันติสุข

    โฆษกรัฐบาล รายงานการขับเคลื่อนจังหวัดชายแดนใต้ 1 เดือนแรกของรัฐบาล ทั้งการศึกษาถึงพูดคุยสันติสุข

    นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในช่วงเวลา 1 เดือนหลังจากรัฐบาลเข้าบริหารประเทศ รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เร่งเดินหน้าดูแลและแก้ไขปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างจริงจัง ครอบคลุมทั้งด้านความปลอดภัย เศรษฐกิจ สังคม การศึกษา และกระบวนการสันติภาพ โดยยึดประชาชนเป็นหัวใจสำคัญ มุ่งสร้างความเข้าใจ ความไว้วางใจ และความสงบสุขที่ยั่งยืนในพื้นที่

    ในช่วงสัปดาห์แรกหลังเข้ารับตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีได้ลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ยะลา และปัตตานี เมื่อวันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมมอบนโยบายให้ทุกหน่วยงานทั้งฝ่ายพลเรือนและฝ่ายความมั่นคง ทำงานโดยยึดหลัก “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” เพื่อให้การแก้ไขปัญหาตรงจุดและตอบโจทย์ประชาชนมากที่สุด

    ในด้านการพัฒนา นายกฯได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกมิติ ทั้งด้านรายได้ โอกาสทางเศรษฐกิจ การศึกษา และการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างเข้าใจ โดยมุ่งลดความเปราะบางในระดับชุมชน และสร้างความเชื่อมั่นระหว่างรัฐกับประชาชน ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของความสงบในระยะยาว

    ขณะเดียวกัน ที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ได้กำหนดทิศทางการทำงานที่ชัดเจนใน 5 เรื่องสำคัญ ได้แก่

    1)การพัฒนาระบบการศึกษาให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ 2)การเพิ่มศักยภาพอาสาสมัคร 3)การยกระดับความร่วมมือไทย–มาเลเซีย 4)การแต่งตั้งหัวหน้าคณะพูดคุย และ 5)การแต่งตั้งผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้

    สำหรับการเดินหน้ากระบวนการสันติภาพ ได้มีการแต่งตั้งหัวหน้าคณะพูดคุยคนใหม่จากฝ่ายพลเรือน คือ นายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ซึ่งมีประสบการณ์ทำงานด้านนี้มาอย่างยาวนาน เพื่อสานต่อการพูดคุยกับทุกฝ่ายอย่างสร้างสรรค์และครอบคลุม โดยเปิดโอกาสให้ทุกความคิดเห็นมีส่วนร่วมในการหาทางออก

    “รัฐบาลตั้งใจอย่างยิ่งที่จะเห็นพี่น้องประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้มีชีวิตที่ปลอดภัย มีโอกาส และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม การรับฟังเสียงของประชาชนและการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด จะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความสงบสุขและความไว้วางใจให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน” โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/293310&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3LO1fSdFXRlqOjV5nCDgRg

  • ยันแลนด์บริดจ์คุ้มทุน!  ปรับแผนลงทุน PPP  เล็งให้เอกชนเช่า 50 ปี ไม่ใช่ 99 ปี – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    ยันแลนด์บริดจ์คุ้มทุน! ปรับแผนลงทุน PPP เล็งให้เอกชนเช่า 50 ปี ไม่ใช่ 99 ปี – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://bhumjaithai.com/news/115086&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw11dtiO9GZJJmudxRfORNiV

  • สงครามอิหร่านที่ยังค้างคาอาจทำให้สีจิ้นผิงได้เปรียบในการเจรจากับทรัมป์กลางเดือนนี้

    สงครามอิหร่านที่ยังค้างคาอาจทำให้สีจิ้นผิงได้เปรียบในการเจรจากับทรัมป์กลางเดือนนี้

    แหล่งข่าวจากจีนที่คุ้นเคยกับเรื่องนี้ระบุว่า จีนยังคงมุ่งมั่นที่จะจัดการประชุมระหว่าง สีจิ้นผิง และประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ที่กำลังจะเกิดขึ้น ไม่ว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางจะเป็นอย่างไร และมองอย่างระมัดระวังว่า ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมาหลายเดือนระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านอาจเสริมตำแหน่งการเจรจาของจีนให้แข็งแกร่งขึ้น

    ตามข้อมูลจากทำเนียบขาว การประชุมแบบพบปะกันต่อหน้าซึ่งเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก และเคยถูกเลื่อนออกไปครั้งหนึ่งเนื่องจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่าน ขณะนี้กำหนดไว้ในวันที่ 14-15 พฤษภาคม แหล่งข่าวหลายแห่งระบุว่า จีนมองว่าการประชุมสุดยอดครั้งสำคัญนี้เป็นโอกาสพิเศษที่จะสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวที่มั่นคงยิ่งขึ้นกับคู่แข่งทางเศรษฐกิจและการทหารที่ใหญ่ที่สุดของตัวเอง

    แหล่งข่าวเผยว่า ถึงแม้จะมีข้อได้เปรียบที่รับรู้ได้ แต่จีนยังคงระมัดระวังอย่างยิ่ง โดยความคิดเห็นในหมู่คนวงในของรัฐบาลยังไม่ตรงกันเกี่ยวกับวิธีการจัดการกับความซับซ้อนมากมายที่เกิดจากความขัดแย้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเป็นไปได้ที่ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางนำเข้าน้ำมันและก๊าซประมาณ 1 ใน 3 ของจีน จะยังคงปิดอยู่เมื่อทรัมป์เดินทางมาถึงกรุงปักกิ่ง

    แหล่งข่าวชาวจีนที่ไม่ประสงค์ออกนามเนื่องจากเป็นเรื่องละเอียดอ่อนเผยว่า การเยือนของทรัมป์ “ไม่เหมือนกับการเยือนของผู้นำประเทศอื่นๆ” “วาระการดำรงตำแหน่งของทรัมป์น่าจะมีผลกระทบอย่างยั่งยืนต่อระเบียบโลก และได้เปลี่ยนแปลงมุมมองของสหรัฐฯ ต่อผลประโยชน์ของตัวเองไปแล้วอย่างสิ้นเชิง”

    “ไม่ว่าการเยือนของเขาจะประสบความสำเร็จหรือไม่นั้น จะส่งผลกระทบในระยะยาวต่อข้อตกลงในอนาคตระหว่างจีนและสหรัฐฯ ไม่ว่าพรรคเดโมแครตหรือพรรครีพับลิกันจะขึ้นมามีอำนาจก็ตาม” แหล่งข่าวเผย

    เดิมทีการเยือนครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อยืนยันข้อตกลงสำคัญระหว่างสองฝ่ายในหลายภาคส่วน แต่ ชุยหงเจี้ยน อดีตนักการทูตและนักวิชาการด้านกิจการระหว่างประเทศจากมหาวิทยาลัยการศึกษาต่างประเทศปักกิ่งเผยว่า วิกฤตการณ์ในอิหร่าน “รบกวน” แผนการและความคาดหวังโดยรวมของจีนอย่างร้ายแรง

    “นโยบายต่างประเทศของจีนมีจุดยืนพื้นฐานคือ ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและสหรัฐฯ เป็นสิ่งสำคัญที่สุด เมื่อความสัมพันธ์ระหว่างจีนและสหรัฐฯ มีเสถียรภาพแล้ว ก็จะช่วยให้ความสัมพันธ์ของจีนกับประเทศอื่นๆ มีเสถียรภาพและดีขึ้นได้” ชุยเผยกับ CNN

    ชุยเผยอีกว่า การที่อิหร่าน ซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดของจีน เข้ามามีบทบาทสำคัญในความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และจีนอย่างกะทันหัน ทำให้ “ฝ่ายจีนเผชิญกับความยากลำบาก”

    ทางการจีนยังไม่ได้ยืนยันวันประชุมสุดยอดอย่างเป็นทางการ แต่ด้วยการประชุมที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอีกไม่ถึง 2 สัปดาห์ข้างหน้า โอกาสที่จะบรรลุข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงห่างไกล โดยมีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดการสู้รบขึ้นอีกครั้ง แหล่งข่าวชาวจีนอีกรายหนึ่งซึ่งขอไม่เปิดเผยชื่อกล่าวว่า ทั้งสองสถานการณ์ล้วนมีความเสี่ยงสำหรับจีน

    “แน่นอนว่าทรัมป์ต้องการเยือนจีนหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจกับอิหร่าน เพื่อแสดงแสนยานุภาพ…แต่ถ้าเขาโจมตีอิหร่านหลังจากเยือนจีน มันจะดูเหมือนว่าจีนละทิ้งอิหร่าน” แหล่งข่าวเผย

    “ทรัมป์ฉลาดมาก เขาไม่ได้โจมตีจีนโดยตรง แต่เขาโจมตีเวเนซุเอลาก่อน จากนั้นก็โจมตีอิหร่าน โดยพื้นฐานแล้วเป็นการตัดปีกของจีนในภูมิภาคเหล่านี้”

    — แหล่งข่าวชาวจีนซึ่งขอไม่เปิดเผยชื่อรายหนึ่ง

    แต่สงครามอิหร่านไม่ได้เป็นไปตามแผนที่สหรัฐฯ วางไว้ แทนที่จะแสดงแสนยานุภาพของสหรัฐฯ ความขัดแย้งนี้กลับดึงสหรัฐฯ เข้าสู่การเผชิญหน้าที่ดูเหมือนจะแก้ไขไม่ได้และเป็นที่ต่อต้านอย่างมาก ทั้งยังส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจโลกอย่างรุนแรง

    “ตอนนี้ทรัมป์คงอยากปิดฉากเรื่องอิหร่านให้เร็วที่สุด” อู๋ซินป๋อ สมาชิกคณะกรรมการที่ปรึกษานโยบายต่างประเทศของกระทรวงการต่างประเทศจีนเผย “หากสหรัฐฯ ได้เปรียบ ทรัมป์จะมีอำนาจต่อรองที่แข็งแกร่งกว่ามาก แต่ตอนนี้ชัดเจนแล้วว่า สหรัฐฯ ไม่สามารถจัดการกับอิหร่านได้ ดังนั้นในแง่หนึ่ง เมื่อพูดถึงการเจรจากับจีน ตำแหน่งการต่อรองของสหรัฐฯ จึงอ่อนแอลง”

    เชื่อกันว่าเจ้าหน้าที่จีนมีบทบาทในการนำอิหร่านเข้าสู่โต๊ะเจรจา แต่ถึงแม้ว่าการหยุดยิงในเวลาต่อมาจะยุติการสู้รบในอิหร่านไปได้มากแล้ว แต่ทั้งสหรัฐฯ และอิหร่านก็ยังไม่สามารถตกลงกันได้ถึงสันติภาพที่มั่นคงกว่านี้

    แหล่งข่าวระบุว่า สถานการณ์ในขณะนี้อาจเป็นโอกาสพิเศษสำหรับจีนที่จะใช้ประโยชน์จากความขัดแย้งนี้ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมที่คาดว่าจะดุเดือดสำหรับทรัมป์ โดยทรัมป์ดูเหมือนจะกระตือรือร้นที่จะแสดงให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวอเมริกันเห็นถึงชัยชนะที่เป็นรูปธรรม เช่น การที่จีนซื้อสินค้าเกษตรและเครื่องบินโบอิงจากสหรัฐฯ จำนวนมาก

    จีนพร้อมที่จะใช้ประโยชน์จากตลาดภายในประเทศขนาดใหญ่และความได้เปรียบในห่วงโซ่อุปทานแร่หายาก เพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ นั่นคือ การที่สหรัฐฯ แสดง “การคัดค้าน” (แทนที่จะเป็นการไม่สนับสนุน) การแยกตัวเป็นอิสระของไต้หวัน การลดข้อจำกัดในการส่งออกเทคโนโลยีระดับสูง และการถอนบริษัทจีนออกจากรายชื่อมาตรการคว่ำบาตร

    แหล่งข่าวที่สามกล่าวว่า “ทรัมป์เลื่อนการเยือนจีนออกไป อาจเป็นเพราะเขารู้สึกว่ายังไม่ได้รับอำนาจต่อรองมากพอ” ซึ่งบ่งชี้ว่าทรัมป์ต้องการใช้ชัยชนะอย่างรวดเร็วในอิหร่านเป็นอำนาจต่อรองทางการเมืองในการประชุมกับจีน

    “แต่ดูเขาตอนนี้สิ การเผชิญหน้าในอิหร่านยืดเยื้อมานานโดยไม่มีความคืบหน้าใดๆ” แหล่งข่าวกล่าวเสริม โดยขอไม่เปิดเผยชื่อ

    “เรากังวลมากเมื่อสงครามปะทุขึ้นครั้งแรก ไม่ใช่แค่เรื่องผลประโยชน์ด้านน้ำมันและธุรกิจในตะวันออกกลางเท่านั้น แต่เรากังวลว่า หากอิหร่านไม่สามารถต้านทานได้ รัฐบาลที่สนับสนุนตะวันตกอาจเกิดขึ้น และนั่นจะไม่เป็นผลดีต่อผลประโยชน์ของจีน” อู๋ ที่ปรึกษากระทรวงการต่างประเทศ และผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาอเมริกันศึกษา มหาวิทยาลัยฟู่ตั้นในเซี่ยงไฮ้เผย “แต่สถานการณ์ปัจจุบันกลับกลายเป็นผลดีต่อจีน”

    เรือบรรทุกสินค้าเทียบท่าที่ท่าเรือชิงเต่า มณฑลซานตง ทางตะวันออกของจีน เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2026 (Photo by CN-STR / AFP) / CHINA OUT

    เรือบรรทุกสินค้าเทียบท่าที่ท่าเรือชิงเต่า มณฑลซานตง ทางตะวันออกของจีน เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2026 (Photo by CN-STR / AFP) / CHINA OUT

    สงครามครั้งนี้ถูกมองว่า เสริมสร้างสถานะของจีนในเวทีโลก ทำให้จีนเป็นเสาหลักแห่งความมั่นคง ตลอดความขัดแย้ง สีจิ้นผิง ได้เรียกร้องสันติภาพหลายครั้ง และให้คำมั่นว่าจะช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนาให้ผ่านพ้นวิกฤตการขาดแคลนพลังงานที่เกิดจากความขัดแย้ง ในขณะเดียวกัน ผู้นำตะวันตกก็ดูเหมือนจะกระชับความสัมพันธ์กับจีน

    “สหรัฐฯ กำลังต่อสู้โดยไม่ชนะ จีนกำลังชนะโดยไม่ต้องต่อสู้” ยอร์ก วุตต์เกอ อดีตประธานหอการค้าสหภาพยุโรปในจีน และหุ้นส่วนของ DGA Albright Stonebridge Group เผย “ชาวจีนได้รับผลกระทบในทางลบอย่างแน่นอนจากต้นทุนพลังงาน แต่ในขณะเดียวกัน จีนก็ได้รับประโยชน์มากมายจากสถานการณ์นี้”

    ระบบการเมืองของจีน ซึ่งเน้นการวางแผนระยะยาวและการพึ่งพาตนเอง ได้มอบความได้เปรียบในการรับมือกับวิกฤตเศรษฐกิจโลกให้กับจีน

    “นโยบายพลังงานหมุนเวียนของพวกเขานั้นถูกต้องแล้ว จีนอาจเป็นประเทศที่เตรียมพร้อมที่สุด ในทางการเมือง พวกเขาคือผู้ชนะ เพราะพวกเขาดูเหมือนผู้ใหญ่ในห้อง” วุตต์เกอเผยกับ CNN

    ทรัมป์ได้รับการต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ด้วยพรมแดงระหว่างการเยือนปักกิ่งครั้งสุดท้ายในฐานะประธานาธิบดีเมื่อปี 2017 การเยือนอย่างเป็นทางการครั้งนั้นรวมถึงการต้อนรับอย่างหรูหราที่ไม่เคยมีมาก่อน เช่น งานเลี้ยงรับรองส่วนตัวในพระราชวังต้องห้าม

    อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ที่ดีที่เกิดขึ้นจากการเดินทางครั้งนั้นได้จางหายไปอย่างรวดเร็ว และถูกแทนที่ด้วยการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ระหว่างสองฝ่ายเป็นเวลาเกือบสิบปี ครอบคลุมด้านการค้า เทคโนโลยี ความขัดแย้งเรื่องไต้หวัน ข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับการระบาดของโควิด-19 และเหตุการณ์บอลลูนสอดแนม

    มีหลายประเด็นที่จีนและสหรัฐฯ ยังคงเจรจากันอยู่ และ “ยิ่งเราบรรลุข้อตกลงร่วมกันมากเท่าไหร่ ช่วงเวลาสำหรับการประชุมสุดยอดผู้นำก็จะยิ่งเหมาะสมมากขึ้นเท่านั้น” แหล่งข่าวรายแรกกล่าว

    จีนงดเว้นจากการวิพากษ์วิจารณ์ทรัมป์โดยตรงในช่วงสงคราม เห็นได้ชัดว่าเป็นความพยายามที่จะลดความตึงเครียดก่อนการประชุมสุดยอด ทรัมป์เองก็ดูเหมือนจะจัดการกับประเด็นที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งอย่างระมัดระวังเช่นกัน

    เมื่อหน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ ประเมินว่า จีนกำลังเตรียมส่งมอบระบบป้องกันภัยทางอากาศใหม่ให้กับอิหร่าน ทรัมป์ระบุว่า จีนจะต้องเผชิญกับผลที่ตามมาหากดำเนินการส่งมอบต่อไป แต่หลีกเลี่ยงการเอ่ยถึงสีจิ้นผิง

    ในขณะที่บางคนในจีนอาจรู้สึกมั่นใจมากขึ้นเกี่ยวกับท่าทีในการเจรจาของตัวเองก่อนการประชุมสุดยอด วิลเลียม ไคลน์ อดีตนักการทูตสหรัฐฯ ที่จัดเตรียมการเยือนปักกิ่งของทรัมป์เมื่อปี 2017 สงสัยว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปอย่างเป็นรูปธรรมหรือไม่

    “แต่ละฝ่ายต่างมีอำนาจต่อรองเหนืออีกฝ่ายอย่างเพียงพอในความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุน และอำนาจต่อรองนี้ไม่ได้เปลี่ยนแปลง ไม่ได้แข็งแกร่งขึ้น หรืออ่อนแอลงเนื่องจากสงครามอิหร่านจนถึงปัจจุบัน”

    — วิลเลียม ไคลน์ อดีตนักการทูตสหรัฐฯ ที่จัดเตรียมการเยือนปักกิ่งของทรัมป์เมื่อปี 2017

    “แน่นอนว่าสงครามอิหร่านส่งผลกระทบต่อการเยือนครั้งนี้ และจะกำหนดทิศทางของการเยือนครั้งนี้ แต่ผมคงไม่บอกว่าสิ่งนี้ทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้เปรียบมากขึ้น” ไคลน์ซึ่งปัจจุบันเป็นหุ้นส่วนของ FGS Global กล่าว

    Photo by ADEK BERRY / AFP

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/world/unfinished-iran-war-could-give-xi-upper-hand-in-trump-talks&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw121rllNZK1QajQuiCxVUfo