Blog

  • สะเดา | มกุฏราชกุมาร แห่งรัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย เสด็จทรงปั่นจักรยานส่งเสริมการท่องเที่ยวและออกกำลังพระวรกายในอำเภอสะเดา

    สะเดา | มกุฏราชกุมาร แห่งรัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย เสด็จทรงปั่นจักรยานส่งเสริมการท่องเที่ยวและออกกำลังพระวรกายในอำเภอสะเดา

    วันที่ 6 กันยายน 2568  ตวนกูไซยิดไฟซุดดิน ไซยิดจามาลุลไลล์  มกุฎราชกุมาร รัฐเปอร์ลิส มาเลเซีย เสด็จพร้อมด้วยนายอะฮ์มัด ฟะห์มี บิน อะฮ์มัด ซาร์กาวี กงสุลใหญ่มาเลเซีย ณ จังหวัดสงขลา  พระสหาย นักกีฬาชาวมาเลเซีย และชาวไทย ประมาณ 100 คน ได้เสด็จโดยรถบัสประจำพระที่นั่ง มายังที่ว่าการอำเภอสะเดา โดยมีนางสาวณัฐกานต์ สายน้อย นายอำเภอสะเดา พ.ต.อ.สุรจิต เพชรจอม ผกก.สภ.สะเดา ให้การต้อนรับและถวายความปลอดภัยในการเสด็จปั่นจักรยานในครั้งนี้

    ในการนี้ มกุฎราชกุมาร แห่งรัฐเปอร์ลิส  ได้ทรงปลูกต้นไม้ หน้าบริเวณที่ว่าการอำเภอสะเดา หลังจากนั้นทรงทักทายกับหัวหน้าส่วนราชการ และถ่ายรูปร่วมกันกับนักกีฬาปั่นจักรยานก่อน มีพิธีการปล่อยตัวนักปั่นจักรยานในเวลา 07.45 น.

    โดยคณะปั่นเสด็จไปตามถนนเลียบคลองท่าพรุ ทรงถ่ายรูปเช็คอินกับป้ายท่องเที่ยว‘สะเดา‘ ที่ริมคลองท่าพรุ ก่อนเสด็จไปยังโรงเรียนสังคมอิสลามวิทยา บ้านลุ่ม โดยมีผู้อำนวยการโรงเรียนและครูนักเรียนให้การต้อนรับ พร้อมทั้งทรงพักผ่อนทานอาหารว่าง มอบเงินสนับสนุนโรงเรียน ถ่ายภาพร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการครูโรงเรียนและนักกีฬาที่หน้าอาคารเรียน 

    หลังจากนั้นเสด็จปั่นไปยังมัสยิดบ้านน้ำลัด โดยมีคณะโต๊ะอิหม่ามและชาวบ้านมาให้การต้อนรับ ทรงมอบทุนการศึกษาให้เด็กนักเรียน และมอบเงินให้ ผู้สูงอายุ ทรงถ่ายรูปหมู่กับคณะผู้บริหารท้องถิ่น และอีหม่ามประจำมัสยิด 

    จากนั้นได้เสด็จปั่นจักรยานมายังตลาดเทศบาลเมืองอำเภอสะเดา ส่งเยี่ยมแม่ค้าภายในตลาดสด และถ่ายรูปหมู่หน้าตลาดสด   เสด็จปั่นไปยังสนามกีฬากลางเทศบาลเมืองสะเดาโดยมีประชาชนสองข้างทางให้ความสนใจโบกมือทักทายตลอดเส้นทาง จากนั้นได้ปั่นเสด็จกลับที่ว่าการอำเภอสะเดา

    เพื่อทรงพักผ่อนรับประทานอาหารว่าง มอบของที่ระลึกให้กับนายอำเภอสะเดา และสภ.สะเดา คณะทั้งหมดเสด็จต่อไปยังอำเภอหาดใหญ่ เพื่อการพักผ่อนและท่องเที่ยวเป็นการส่วนพระองค์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.hatyaifocus.com/news-detail/29271/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1xzbzpZMVdcIsFqUjNxbBt

  • คนไทยอยากให้นายกฯ คนใหม่เร่งแก้ปมค่าครองชีพ-ปากท้อง เชื่อมั่นปานกลาง : อินโฟเควสท์

    คนไทยอยากให้นายกฯ คนใหม่เร่งแก้ปมค่าครองชีพ-ปากท้อง เชื่อมั่นปานกลาง : อินโฟเควสท์

    “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เผยผลสำรวจความคิดเห็นเรื่อง “ความคาดหวังต่อนายกรัฐมนตรีคน ที่ 32” ที่ได้จากประชาชนกลุ่มตัวอย่างทั่วประเทศจำนวน 1,191 คน ระหว่างวันที่ 2-5 กันยายน 2568 โดยระบุ ภารกิจเร่งด่วนที่อยากให้นายกรัฐมนตรีคนใหม่ดำเนินการมากที่สุด คือ การแก้ปัญหาค่าครองชีพและปากท้อง ขณะ ที่มีความเชื่อมั่นว่านายกรัฐมนตรีคนที่ 32 จะสามารถแก้ปัญหาของประเทศได้อยู่ในระดับปานกลาง และกลุ่ม ตัวอย่างส่วนใหญ่เห็นด้วยหากรัฐบาลใหม่ประกาศยุบสภาภายใน 4 เดือนเพื่อเลือกตั้งใหม่ และสิ่งที่อยากฝากถึง นายกรัฐมนตรีคนใหม่มากที่สุดคือ ให้ความสำคัญกับปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ

    *ประชาชนคิดว่า “ภารกิจเร่งด่วน” ของนายกรัฐมนตรีคนใหม่คือเรื่องใด

    • อันดับ 1 แก้ปัญหาค่าครองชีพและปากท้อง 68.26%
    • อันดับ 2 แก้ปัญหาไทย-กัมพูชา 49.03%
    • อันดับ 3 ฟื้นฟูเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน 44.58%
    • อันดับ 4 ปราบปรามคอร์รัปชัน 33.59%
    • อันดับ 5 แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม 33.08%

    *ประชาชนเชื่อมั่นว่านายกรัฐมนตรีคนที่ 32 จะสามารถแก้ปัญหาของประเทศได้มากน้อยเพียงใด

    • อันดับ 1 เชื่อมั่นปานกลาง 56.09%
    • อันดับ 2 เชื่อมั่นน้อย 25.94%
    • อันดับ 3 ไม่เชื่อมั่นเลย 13.27%
    • อันดับ 4 เชื่อมั่นมาก 4.70%

    *ประชาชนเห็นด้วยหรือไม่หากรัฐบาลใหม่ประกาศยุบสภาภายใน 4 เดือนเพื่อเลือกตั้งใหม่

    • อันดับ 1 เห็นด้วย เพราะอยากให้คืนอำนาจให้ประชาชน 76.66%
    • อันดับ 2 ไม่เห็นด้วย เพราะอยากให้รัฐบาลทำงานต่อ เร่งแก้ปัญหาต่าง ๆ 13.01%
    • อันดับ 3 ไม่แน่ใจ 10.33%

    *สิ่งที่ประชาชนอยากฝากถึงนายกรัฐมนตรีคนที่ 32

    • อันดับ 1 ให้ความสำคัญกับปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ 53.81%
    • อันดับ 2 ลดค่าครองชีพ สร้างงาน แก้ความยากจน 44.09%
    • อันดับ 3 บริหารบ้านเมืองด้วยความซื่อสัตย์ โปร่งใส ไม่คอร์รัปชัน 37.01%
    • อันดับ 4 ทำตามสัญญา ยึดประโยชน์ของชาติและประชาชนเป็นหลัก 35.70%
    • อันดับ 5 แก้ปัญหาชายแดนไทย–กัมพูชาอย่างเด็ดขาด 22.05%

    น.ส.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล กล่าวว่า ไม่ว่านายกฯ คนใหม่จะเป็นใคร ประชาชนก็ยังคงกังวลกับปัญหา เศรษฐกิจ ค่าครองชีพ และปากท้องจนมีเสียงเรียกร้องให้คืนอำนาจผ่านการยุบสภาในเวลาอันสั้น สะท้อนภาวะวิกฤตความศรัทธาต่อวาจา ของนักการเมือง การทำหน้าที่ของนายกฯ ใหม่จึงเต็มไปด้วยความท้าทายทั้งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ บริหารงานอย่างโปร่งใส และทำตามสัญญา ที่ให้ไว้เพื่อกอบกู้ความไว้วางใจจากประชาชน

    น.ส.เบญจพร พึงไชย อาจารย์หลักสูตรรัฐศาสตรบัณฑิต โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า ผล สำรวจสะท้อนถึงปัญหาปากท้องซึ่งยังเป็นปัญหาที่ประชาชนต้องการให้นายกรัฐมนตรีคนใหม่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เข้ามาแก้ไขมากที่สุด นอก จากนี้ความเชื่อมั่นว่านายกรัฐมนตรีจะสามารถแก้ไขปัญหาของประเทศได้อยู่ในระดับปานกลางก็เป็นสัญญาณว่าประชาชนให้โอกาสนายก รัฐมนตรีในการนำพาประเทศ เท่ากับว่าจากนี้นายกรัฐมนตรีจะต้องเร่งสร้างผลงานเพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นจากประชาชน ดังนั้นสิ่งที่นายก รัฐมนตรีและคณะรัฐบาลควรดำเนินการ คือ การวางยุทธศาสตร์ และสิ่งสำคัญที่สุดคือการแสดงออกถึงความจริงใจในการแก้ไขปัญหา โดย เฉพาะปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (07 ก.ย. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/527523&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2O_gGNFYeQc1R5aDMUVfo-

  • รองผู้ว่าประจวบฯ เปิดโครงการ “จานใหม่…หัวใจจวบ” ส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีประมงพื้นบ้านเชิงสร้างสรรค์

    รองผู้ว่าประจวบฯ เปิดโครงการ “จานใหม่…หัวใจจวบ” ส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีประมงพื้นบ้านเชิงสร้างสรรค์

    ภูมิภาค

    รองผู้ว่าประจวบฯ เปิดโครงการ “จานใหม่…หัวใจจวบ” ส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีประมงพื้นบ้านเชิงสร้างสรรค์

    วันอาทิตย์ ที่ 07 กันยายน พ.ศ. 2568, 22.21 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    เมื่อวันที่ 7 ก.ย.68 ที่หัวหิน คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าบลูพอร์ตหัวหิน จ.ประจวบฯ นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ เป็นประธานเปิดโครงการ “จานใหม่…หัวใจจวบ” การพัฒนานวัตกรรมการท่องเที่ยววิถีประมงพื้นบ้านเชิงสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน ด้วยแนวคิดเศรษฐกิจ BCG และ SDG เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันบนฐานอัตลักษณ์ทุนทางวัฒนธรรมจังหวัดประจวบฯ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 7- 8 ก.ย.นี้ มี ผู้ช่วยศาสตราจารย์นภาพร นาคทิม รองอธิการบดีประจำวิทยาเขตวังไกลกังวล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์, รองศาสตราจารย์วิวรณ์ วงศ์อรุณ คณบดีคณะอุตสาหกรรมการโรงแรมและการท่องเที่ยวฯ, นายสรรภพ อึ้งรัศมี รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน, นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ, ดร.สิริกร หน่อทิม นายกสมาคมผู้ประกอบการร้านอาหารและแผงลอยแห่งประเทศไทย จ.ประจวบฯ แขกผู้มีเกียรติให้การต้อนรับ พร้อมกันนี้ รองผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ ได้เยี่ยมชมบูธจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองและลองชิมอาหารจานใหม่จากแม่ครัวชุมชนทั้ง 8 อำเภอด้วย

    นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล กล่าวว่า จ.ประจวบฯ ตั้งอยู่ในภาคตะวันตกเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศไทยเป็น 1 ใน 3 แห่งของใครงการไทยแลนด์ริเวียร่า (Thailand Riviera) ที่รัฐบาลมุ่งพัฒนาโดยนำชายฝั่งทะเลอ่าวไทยของจังหวัดฯ มาพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญรองรับนักท่องเที่ยวเชื่อมต่อกับจังหวัดชุมพร และระนอง ด้วยเส้นทางการคมนาคมที่สามารถเดินทางเข้าถึงได้ ทั้งทางรถยนต์ รถไฟ และทางอากาศ ชี้ให้เห็นได้ว่า จ.ประจวบฯ มีศักยภาพในการเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมอย่างสูง ประกอบกับความหลากหลายทางภูมิศาสตร์ของจังหวัด สามารถรองรับและให้บริการนักท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี และส่งผลต่อการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวในเขตพัฒนาการท่องเที่ยวฝั่งทะเลตะวันตกหรือกลุ่มพื้นที่ท่องเที่ยวภาคตะวันตก และโดยที่ จ.ประจวบฯ มีแนวชายฝั่งทะเลอ่าวไทย วิถีวัฒนธรรมที่สำคัญที่เป็นต้นทุนทางสังคมและเศรษฐกิจของจังหวัดจึงเป็นการทำประมง และเนื่องจากความยาวของชายฝั่งกว่า 200 กม. จ.ประจวบฯ จึงมีชุมชนประมงชายฝั่งที่ทำการประมงพื้นบ้านจำนวนมาก ชุมชนประมงพื้นบ้านชายฝั่งเหล่านี้จึงเป็นแหล่งวัฒนธรรมท้องถิ่นที่น่าสนใจซึ่งทำให้เกิดโครงการ “จานใหม่…หัวใจจวบ” ด้วยแนวคิดเศรษฐกิจ BCG และ SDG เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันบนฐานอัตลักษณ์ทุนทางวัฒนธรรมจังหวัดประจวบฯ

    รองศาสตราจารย์วิวรณ์ วงศ์อรุณ กล่าวว่า โครงการ “จานใหม่…หัวใจจวบ” จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในการสร้างศักยภาพให้กับชุมชนและผู้ประกอบการซึ่งจะเข้ามามีส่วนร่วมดำเนินโครงการ สามารถเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า บริการ อาหารและแหล่งท่องเที่ยว รวมถึงการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และเพิ่มขีดความสามารถด้านการท่องเที่ยวให้ประเทศไทย สามารถแข่งขันได้ในเวทีโลกต่อไป โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นคนในชุมชน 8 ชุมชนแต่ละอำเภอใน จ.ประจวบฯ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดการการท่องเที่ยววิถีประมงพื้นบ้าน ชุมชนละ 10 คน รวมทั้งสิ้น 80 คน.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/445529&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0mFlyWqbnZkgffNJt7SWub

  • สว.สีน้ำเงินท้าให้รัฐบาลใหม่สอบคดี ฮั้ว สว.ต่อให้จบยืนยันไม่มีสีเสื้อ

    สว.สีน้ำเงินท้าให้รัฐบาลใหม่สอบคดี ฮั้ว สว.ต่อให้จบยืนยันไม่มีสีเสื้อ

    วันอาทิตย์ ที่ 07 กันยายน พ.ศ. 2568, 22.15 น.

    อำเภอประโคนชัย /กลุ่ม สว.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(ตอนล่าง) ลงพื้นที่ อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ เพื่อรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด ราคาพืชผลการเกษตร การคมนาคม การส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยว โต้คดีฮั้ว สว.ไม่มีจริงไม่มีสีทางการเมืองท้าให้รัฐบาลชุดใหม่เดินหน้าสอบหาความจริงให้เสร็จจะได้จบ

    วันที่ 6 ก.ย. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าคณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนกลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(ตอนล่าง) สว.อีสานใต้ นำโดยนายพรเพิ่ม ทองศรี  สมาชิกวุฒิสภา หัวหน้าคณะเดินทาง ลงพื้นที่โรงเรียนเมืองตลุงพิทยาสรรพ์ อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ มีนายจำเริญ  แหวนเพ็ชร  รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์  นายอำเภอประโคนชัย ผู้นำท้องถิ่น ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และประชาชนชาวประโคนชัย ให้การต้อนรับและนำเสนอข้อมูล ต่อ สมาชิกวุฒิสภา 

    การลงพื้นที่ดังกล่าวของคณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนกลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(ตอนล่าง) เพื่อรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะของประชาชนในพื้นที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเป็นข้อมูลในการดำเนินการด้านนิติบัญญัติของวุฒิสภา การกลั่นกรองกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย เมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้แล้ว ตลอดจนสะท้อนข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะไปสู่การแก้ไขโดยอาศัยกลไกของวุฒิสภา และเพื่อให้เกิดความร่วมมืออันดีระหว่างประชาชนทุกภาคส่วน

    มีตัวแทนผู้นำท้องถิ่น และหัวหน้าส่วนราชการ รวมถึงชาวบ้าน ได้นำเสนอปัญหาในพื้นที่ที่ต้องการการสนับสนุนและแก้ไขปัญหา คือ เรื่องของระบบชลประทานที่ยังขาดการบริหารจัดการ ปัญหาขาดแคลนน้ำ เพื่อการอุปโภคบริโภค และน้ำเพื่อการเกษตร โดย ฤดูแล้ง ก็แล้งจัด ฤดูฝนก็น้ำท่วม รวมถึงปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ

    นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของแหล่งท่องเที่ยวบางแห่งที่เสื่อมมโทรมขาดการพัฒนาด้านการจัดการด้านท่องเที่ยว รวมถึงเส้นทางคมนาคามเข้าสู่แหล่งท่องเที่ยว และถนนบางสายที่ไม่สามารถขยายได้และชำรุดทรุดโทรม และปัญหาที่สำคัญ อีกอย่างที่ต้องการการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน คือปัญหาด้านยาเสพติดในพื้นที่ด้วย

    นายพรเพิ่ม ทองศรี (เสื้อฟ้า)สมาชิกวุฒิสภา หัวหน้าคณะเดินทาง กล่าวว่า หลังจากนี้เราจะนำปัญหาในพื้นที่ของท่านไปดำเนินการแก้ไข เรื่องใดที่สามารถทำได้ทันที จะนำเรื่องไปเสนอคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องทันที และ หากเรื่องใดที่ต้องอาศัยกลไกของสภา ทางสมาชิกวุฒิสภา จะตั้งมติ ตั้งกระทู้ถาม และปรึกษาประธานสภา เพื่อยื่นเรื่องให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาต่อไป

    ด้าน พลตำรวจโทบุญจันทร์ นวลสาย  (สูทดำ)สมาชิกวุฒิสภา(สว.) กล่าวว่าโครงการนี้เป็นโครงการ สว.พบประชาชนอีสานตอนล่าง โดยจะเวียนกันไปรับฟังปัญหาของประชาชนใน 7 จังหวัด มีชัยภูมิ,นครราชสีมา ,บุรีรัมย์,สุรินทร์ ,ศรีสะเกษ ,อุบลราชธานี,อำนาจเจริญ และจังหวัดยโสธร 

    โดยกลุ่มจะใช้คำว่า”โน้มตัวมาหาประชาชน”จะไม่ให้ห่างไกลประชาชน มารังฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน อย่างไรที่ สว.จะทำได้เพื่อนำปัญหาไปนำเสนอให้รัฐบาลทราบ เพราะ สว.ไม่มีหน้าที่ไปสั่งหน่วยงานต่างๆได้

    ส่วนกรณีที่มีคนพยายามโจมตี สว.กลุ่มของพวกตนว่าเป็นสีน้ำเงินบ้าง ทำงานให้กับกลุ่มการเมืองบ้าง ตนขอย้ำว่า กฎหมายรัฐธรรมนูญปี 2560 เขาเขียนมาให้พวกตนคือผู้จะสมัครเป็น สว.ในตอนนั้น ให้ทำตามคือการแบ่งกลุ่มอาชีพ มีการแนะนำตัว และให้เลือกกันเองพวกตนก็ปฏิบัติตาม

    เช่นเดียวกับที่กลุ่มพวกตนโดนกล่าวหาว่า”ฮั้ว”สว.พวกตนจะทำได้อย่างไร คนเดียวหรือแค่ไม่กี่คนจะไปฮั้วทั่วประเทศเป็นไปไม่ได้ 

    สำหรับคดีที่เกิดขึ้นพวกตนไม่ตื่นเต้นพร้อมตอบได้ทุกคำถาม  ไม่มีความกังวนใดๆย้ำพวกตนไม่ได้สังกัดสีไหนหรือกลุ่มไหนเราสังกัดตัวแทน 20 กลุ่มอาชีพ เมื่อถามว่ารัฐบาลชุดใหม่นี้อาจจะมีการเดินหน้าคดีฮั้ว สว.ต่อ พล.ต.ท.บุญจันทร์ กล่าวว่ายินดีให้เดินหน้าต่อไปได้เลย สอบให้เสร็จไปเลย ไม่ต้องหยุดให้เสร็จสิ้นกระบวนการได้เลย เพราะพวกตนเข้ามาอยู่สายการเมืองสามารถตรวจสอบได้ทุกอย่าง พล.ต.ท.บุญจันทร์ กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/445528&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2QU6eaHlqo8GY_uhlEHayo

  • โผ ครม.อนุทิน 1 ชัดเจน ภท. 12 ที่นั่ง “กลาโหม-ยุติธรรม” รอคนนอก

    โผ ครม.อนุทิน 1 ชัดเจน ภท. 12 ที่นั่ง “กลาโหม-ยุติธรรม” รอคนนอก

    วันนี้ (7 ก.ย.2568) ความคืบหน้าการจัดตั้ง ครม. ชุดใหม่ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 โดยโผ ครม.อนุทิน 1 มีการปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่หลังจาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จากพรรคกล้าธรรม เปลี่ยนจากเดิมที่มีชื่อในตำแหน่ง รมว.กลาโหม ไปนั่ง รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ส่งผลให้พรรคภูมิใจไทยต้องเกลี่ยตำแหน่งใหม่

    สำหรับพรรคภูมิใจไทย ได้รับโควตารัฐมนตรี 12 ตำแหน่ง โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีควบ รมว.มหาดไทย นายทรงศักดิ์ ทองศรี ได้รับตำแหน่ง รมช.มหาดไทย น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ได้รับตำแหน่ง รมว.วัฒนธรรม และนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค ได้รับตำแหน่ง รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

    นอกจากนี้ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล ได้รับตำแหน่ง รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ส่วนตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ประกอบด้วย นางศุภมาส อิศรภักดี และนายภราดร ปริศนานันทกุล ขณะที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ได้รับตำแหน่ง รมว.คมนาคม และนายนภินทร ศรีสรรพางค์ เป็น รมช.คมนาคม

    ในส่วนโควตาคนนอก มีการยืนยันชื่อบุคคลแล้ว 4 ตำแหน่ง ได้แก่ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว อดีตปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เป็น รมว.ต่างประเทศ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมธนารักษ์ เป็น รมว.คลัง นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เป็น รมว.พลังงาน และนายวรภัค ธันยาวงษ์ เป็น รมช.คลัง

    ส่วนตำแหน่ง รมว.ยุติธรรม ยังคงเป็นโควตาคนนอก โดยมีกระแสข่าวถึงตำรวจระดับอดีตรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ปรากฏชื่อ พล.ต.ท.ชาญชัย พงษ์พิชิตกุล และ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์

    สำหรับพรรคกล้าธรรม ได้รับโควตา 7 ตำแหน่ง โดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้รับตำแหน่ง รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา นายอรรถกร ศิริลัทธยากร เป็น รมว.เกษตรและสหกรณ์ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เป็น รมว.ศึกษาธิการ และ นายอัครา พรหมเผ่า เป็น รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ส่วนตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการ ได้แก่ นายไผ่ ลิกค์ และนายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายองอาจ วงษ์ประยูร ในกระทรวงศึกษาธิการ

    พรรคพลังประชารัฐ ได้รับโควตา 4 ตำแหน่ง โดยนายสันติ พร้อมพัฒน์ ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีควบ รมว.สาธารณสุข และ นางตรีนุช เทียนทอง เป็น รมว.แรงงาน ส่วนอีก 2 ตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการยังไม่มีการระบุชื่อและกระทรวง

    กลุ่มของนายสุชาติ ชมกลิ่น ได้รับ 3 ตำแหน่ง โดยนายสุชาติ ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีควบ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.อ.ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ เป็น รมว.อุตสาหกรรม และ นายธนกร วังบุญคงชนะ เป็น รมช.มหาดไทย

    กลุ่มของนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ ได้รับ 2 ตำแหน่ง โดยนายศักดิ์ดาจะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการด้วยตนเอง และนายนริศ ขำนุรักษ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการ แต่ยังไม่ระบุกระทรวง ส่วนกลุ่มของนายนิพนธ์ บุญญามณี ได้รับ 1 ตำแหน่ง โดยมีชื่อ น.ส.นิธิยา บุญญามณี ลูกสาวของนายนิพนธ์ เป็น รมช.พาณิชย์

    ทั้งนี้ การปรับโผครั้งนี้เกิดจากกรณีที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ไม่ได้นั่งในตำแหน่ง รมว.กลาโหม ตามที่คาดการณ์ไว้ ทำให้มีการเกลี่ยตำแหน่งใหม่ในพรรคภูมิใจไทย โดยรัฐมนตรีเดิมของพรรคยังคงรักษาตำแหน่งไว้ได้ทั้งหมด

    อ่านข่าวอื่น :

    ทอ. พบรอยร้าว F-16 เตรียมลำเลียงด้วย C-130H ซ่อมที่นครสวรรค์

    “ทรัมป์” เข้าชม US Open นัดชิง USTA ขอสื่อไม่โฟกัสปฏิกิริยาคนดู

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/356271&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3XrqVzCTauDEm6-lXRwK71

  • ห่าน-หงส์ และผองเพื่อน สร้างสีสันการท่องเที่ยวและความสุข

    ห่าน-หงส์ และผองเพื่อน สร้างสีสันการท่องเที่ยวและความสุข

    เชียงใหม่ 7 ก.ย. – สร้างความฮือฮาจนกลายเป็นกระแสฟีเวอร์ไปแล้ว สำหรับน้องห่านในคูเมืองเชียงใหม่ หลังฝึกงานกำจัดจอกแหนและบำบัดคุณภาพน้ำในคูเมืองและผ่านโปรจากการโหวตของชาวเชียงใหม่และนักท่องเที่ยวพร้อมรับตำแหน่งใหม่ประชาสัมพันธ์สีสันแห่งคูเมือง ขณะที่ อบจ.เชียงใหม่ ได้นำฝูงน้องหงส์และเป็ดแมนดารินรวมทั้งฝูงแพะแคระมาสร้างสีสันในสวนธารณะ.-สำนักข่าวไทย

    ดูข่าวเพิ่มเติม

    Top Viewed • อ่านมากสุด


    ดูทั้งหมด

    พรรคภูมิใจไทย 6 ก.ย.- “อนุทิน” โชว์ตัว ว่าที่ 3 รมต.ทีมเศรษฐกิจป้ายแดง ล้อมวงกินเค้กส้ม “เอกนิติ” นั่งขุนคลัง เตรียมนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ชี้ปล่อยฟื้นคนละครึ่งกระแสเต็มฟีด ขณะ “สีหศักดิ์” เตรียมนั่ง รมว.กต. มั่นใจชื่อนี้นานาชาติยอมรับ รับเผือกร้อนแก้ปมชายแดนไทย-กัมพูชา ขณะ “อรรถพล” อดีต CEO ปตท. นั่ง รมว.พลังงาน ทำงานได้เลยไม่ต้องรำมวย ยอมรับเก้าอี้กลาโหม ต้องมีความรู้ในวิชาชีพ ปัดตอบชิงดำ “บิ๊กป้อม-ธรรมนัส” นายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่าที่นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว อดีต ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงลอนดอน และอดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รวมถึงนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง และนายสันติ พร้อมพัฒน์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ดื่มกาแฟร่วมกันที่ร้านจานิสตาร์ ชั้น 1 ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ภายหลังหารือร่วมกันที่บริเวณชั้นบน ทั้งนี้ คาดว่านายสีหศักดิ์ ถูกทาบทาม […]

    พรรคภูมิใจไทย 6 ก.ย.- “ธรรมนัส” ปัดแย่งเก้าอี้กลาโหม “บิ๊กป้อม” อุบตอบ “กล้าธรรม” ได้กระทรวงอะไรเพิ่ม ไม่กังวลปมคุณสมบัติ เหตุตัวเองเป็น “รมต.” มา 2 รอบแล้ว แย้ม เลขาฯ พรรค ต้องได้เก้าอี้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา และประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม เดินทางมายังที่ทำการพรรคภูมิใจไทย เพื่อพบกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในฐานะว่าที่นายกรัฐมนตรี เพื่อหารือเป็นการส่วนตัว จากนั้นเวลา 16.50 น. นายอนุทิน และ ร.อ.ธรรมนัส เดินลงจากที่ทำการพรรคมายังร้านกาแฟจาริสต้าร์ ซึ่งมี น.ส.ธนพร ศรีวิราช ภรรยาของ ร.อ.ธรรมนัส รออยู่ ซึ่ง ร.อ.ธรรมนัส สั่งเครื่องดื่มอเมริกาโน่ร้อน ไม่หวาน ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่า มาซื้อกาแฟวันนี้ หมายความว่าได้ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมแล้วใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่ทราบ ตนมารับภรรยา เมื่อถามว่า พรรคกล้าธรรมมีการพูดคุยตำแหน่งรัฐมนตรีลงตัวแล้วหรือไม่ […]

    โตเกียว 6 พ.ย. – พายุไต้ฝุ่น “เผ่ย์ผ่า” (Peipah) ได้สร้างความเสียหายอย่างหนักในจังหวัดชิซูโอกะ ประเทศญี่ปุ่น ในวันศุกร์ โดยมีรายงานว่าลมกระโชกแรงจากพายุลูกนี้ทำลายอาคารไปอย่างน้อย 220 หลัง และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 23 คน เอ็นเอชเค สื่อสาธารณะของญี่ปุ่นรายงานว่า ตรวจพบกระแสลมแรงใน เขตเทศบาล 4 แห่งของจังหวัดชิซูโอกะ ซึ่งรวมถึงเมืองโยชิดะและเมืองมากิโนะฮาระ เจ้าหน้าที่เมืองมากิโนะฮาระระบุว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 3 ราย และบาดเจ็บเล็กน้อย 20 ราย ณ เวลา 21:30 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือ ตรงกับ 19.30 น. ตามเวลาในประเทศไทย นอกจากนี้ เอ็นเอชเค ยังรายงานด้วยว่า มีอาคารอย่างน้อย 43 หลังในเมืองมากิโนะฮาระถูกทำลายทั้งหมดหรือเสียหายครึ่งหนึ่งและอีก 184 หลังได้รับความเสียหายบางส่วน พายุ “เผ่ย์ผ่า” ได้ลดระดับลงเป็นพายุโซนร้อนเมื่อเวลาประมาณ 21:00 น. ของวันศุกร์ ตามเวลาท้องถิ่น […]

    ปทุมธานี 3 ก.ย. – เขยปืนโหด ถูกจับได้ว่าแอบคบกับน้องเมียวัย 13 ปี บุกยิงยกครัวเมียที่บ้านพัก ย่านปทุมธานี แม่ยาย-น้องเมีย-น้า เสียชีวิต ก่อนจบชีวิตตัวเองหนีความผิด เหตุดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อเวลา 23.10 น. ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวน สภ.คลองห้า จ.ปทุมธานี ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู ร่วมตรวจสอบบ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่หมู่ 7 ต.คลองเจ็ด อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จุดเกิดเหตุอยู่ด้านหลังบ้าน ซึ่งเป็นพื้นที่เปิดโล่ง พบร่างนางทัศนี อายุ 46 ปี นอนเสียชีวิตอยู่ด้านข้างโต๊ะกินข้าว ตามร่างกาย มีบาดแผลถูกยิงเข้าที่ศีรษะ ข้างกันพบปลอกกระสุนปืนขนาด.380 ตกอยู่จำนวนหนึ่ง นอกจากนี้ ยังพบร่างนายชัยวัฒน์ อายุ 43 ปี น้องชายนางทัศนีย์ ได้รับบาดเจ็บ ส่วนในบ้านพบ ด.ญ.วันเพ็ญ อายุ 13 ปี ลูกสาวนางทัศนีย์ ได้รับบาดเจ็บอีกราย เจ้าหน้าที่กู้ชีพและกู้ภัยฯ […]

    ข่าวแนะนำ


    7 ก.ย. – แม่ทัพภาค 2 วอนอย่าหลงเชื่อ ข่าวปั่นกระแสพูดโยงการเมือง ยันทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตย ชาติ พระมหากษัตริย์ และประชาชน เท่านั้น เมื่อวันที่ 7 ก.ย.68 พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวถึงกรณีสื่อโซเชียล นำภาพของตนมาประกอบกับข้อความเรื่องโยงการเมืองว่า ขอพี่น้องประชาชนโปรดอย่าหลงเชื่อข่าวปลอม เป็นการสร้างกระแส ยุยง ปลุกปั่น ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ตนพูดชัดอยู่แล้วว่า จะไม่ยุ่งเกี่ยวการเมือง ตนเป็นทหาร ไม่ยุ่งเรื่องการเมืองอยู่แล้ว การเมืองก็ให้เขาว่ากันไป เรามีหน้าที่ดูแลอธิปไตยของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน นี่คือหน้าที่ของทหาร “ถึงผมจะเกษียณอีกไม่กี่วัน แต่ผมก็คือทหาร จะไม่ยุ่งเกี่ยวทางการเมืองอย่างแน่นอน” พล.ท.บุญสิน กล่าว.-313-สำนักข่าวไทย

    กทม. 7 ก.ย. – ดินโคลนผุดใต้พื้นถนนบริเวณจุดก่อสร้างรถไฟฟ้า ถนนสมเด็จพระเจ้าตากสินก่อนเข้าวงเวียนใหญ่ ชาวบ้านหวั่นพื้นทรุดตัว เจ้าหน้าที่เร่งถมยางมะตอย หลังจากฝนตกติดต่อกันหลายวัน ช่วงบ่ายของวันนี้ บริเวณจุดก่อสร้างรถไฟฟ้า ถนนสมเด็จพระเจ้าตากสินก่อนเข้าวงเวียนใหญ่ มีโคลนสีเหลือง ผุดขึ้นมาบนพื้นถนนจำนวนมาก จนทำให้การจราจรบริเวณนั้นติดขัด โดยพื้นที่บริเวณดังกล่าวกำลังมีการก่อสร้าง โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก ) ซึ่งสาเหตุที่มีโคลนสีเหลืองผุดขึ้นมาเป็นจำนวนมาก สันนิษฐานว่า ช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา มีฝนตกอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นสาเหตุทำให้น้ำเข้าไปขังใต้พื้นถนนกลายเป็นดินโคลนที่ผุดขึ้นมา ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่โครงการรถไฟฟ้า ได้นำยางมะตอยเข้ามาถมจุดที่มีโคลนผุดขึ้นมา พร้อมกับจัดเจ้าหน้าที่คอยสอดส่องการทรุดตัวของพื้นถนน เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายกับประชาชนที่สัญจรเส้นทางดังกล่าว ฝากประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนที่จะสัญจรเส้นทางดังกล่าว หากไม่มีกรณีเร่งด่วนให้หลีกเลี่ยง หรือเปลี่ยนเส้นทางสัญจร เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน.-สำนักข่าวไทย

    สระแก้ว 7 ก.ย. – ชาวกัมพูชากว่า 50 คน รวมตัวท่ามกลางสายฝน กดดันทหารไทย เกณฑ์เด็ก-ผู้หญิง เข้ามาในพื้นที่บ้านหนองจาน สร้างเพิงพักชั่วคราวใกล้แนวชายแดน ชาวกัมพูชากว่า 50 คน รวมตัวท่ามกลางสายฝน กดดันทหารไทย โดยเกณฑ์เด็กและผู้หญิงเข้ามาในพื้นที่บ้านหนองจาน ใกล้หลักเขต 46 ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ทั้งสร้างเพิงพักชั่วคราวบริเวณใกล้แนวชายแดน สถานการณ์โดยรวมยังเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่ปรากฏเหตุการณ์ความวุ่นวาย หรือการกระทบกระทั่งแต่อย่างใด ส่วนบริเวณจุดตรวจ 40 บ้านหนองจาน ผู้กำกับ สภ.โคกสูง ได้จัดกำลังตำรวจเข้าดูแลพื้นที่รักษาความปลอดภัย ช่วงเวลา 11.00 น. มีกลุ่มมวลชนเดินทางเข้ามาในพื้นที่ประมาณ 20 คน เหตุการณ์ทั่วไปยังปกติ.-สำนักข่าวไทย

    พรรคภูมิใจไทย 7 ก.ย.- “อนุทิน” ลั่นไม่ติดหนี้บุญคุณใคร นอกจากประชาชน โพล่งนั่งนายกฯ ควบ มท.1 ประกาศเร่งแก้ปัญหา 4 ด้าน ยันไม่มีแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ปมเขากระโดง-ฮั้ว สว. ทุกอย่างกางบนโต๊ะโปร่งใส ไม่ยัดเยียดปรุงแต่ง หรือกลั่นแกล้งใคร เหมือนที่เคยโดน สั่งล่วงหน้า ครม.หนู เวลาน้อยแค่ 4 เดือน ต้องไม่เหนื่อย-ไม่ป่วย-ไม่ลา-ทำงานไม่มีวันหยุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีว่า นับเป็นพระมหากรุณากรุณาธิคุณ แก่ตัวกระผมอันหาที่สุดมิได้ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ผมดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในวันนี้ ผมยืนยันด้วยความตระหนักดีว่าการเข้าสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในวันนี้ อาจมีข้อจำกัดหลายประการหลายด้าน ในการปฏิบัติหน้าที่บริหารราชการแผ่นดิน อย่างไรก็ตาม ผมให้ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชนที่เคารพรักทุกท่าน ว่า ตนและคณะรัฐมนตรีของผมทุกคน จะมุ่งมั่นทุ่มเททำงานด้วยความไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย จะใช้ทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเรามีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นกำลังกาย กำลังสมอง เพื่อให้ประเทศไทยของเราได้หลุดพ้นจากสถานการณ์วิกฤตต่าง ๆ โดยเร็วที่สุด ต้องขอขอบพระคุณพี่น้องประชาชนที่ได้ให้ความมั่นใจโดยผ่านความไว้วางใจและการลงคะแนนเสียงของบรรดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาชนที่ได้ให้การสนับสนุนตนให้เข้ามาแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า และได้เสียสละให้ประเทศไทยมีทางออกและหลังจากลงคะแนนเสียงเรียบร้อยแล้ว ได้กลับไปอยู่ในเจตนารมณ์เดิมของพรรคประชาชนคือการเป็นฝ่ายตรวจสอบ ตนได้ขอขอบคุณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากพรรคร่วมรัฐบาล เช่น พรรรกล้าธรรม […]

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://tna.mcot.net/region-1582585&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3AO_vaPN-M0SU02p-lAPNK

  • ข่าวเศรษฐกิจวันนี้ | ข่าวการเงิน หุ้น ธุรกิจ – ฐานเศรษฐกิจ

    ข่าวเศรษฐกิจวันนี้ | ข่าวการเงิน หุ้น ธุรกิจ – ฐานเศรษฐกิจ

    ภาษีสหรัฐชัด ‘หลักชัยเมืองยาง’ไปต่อ ทุ่ม 6 พันล้าน ลุยเฟส 3 ผุดนิคมสีเขียวดึงต่างชาติ

    ภาษีสหรัฐ 19% ไทยไม่เสียเปรียบคู่แข่ง ต่างชาติลงทุนไทยยังเดินหน้า “นิคมฯหลักชัยเมืองยาง” ทุ่ม 6,000 ล้าน ลุยลงทุนเฟส 3 พัฒนาพื้นที่รองรับอีก 2,000 ไร่ เล็งกลุ่มลูกค้าอเมริกา ยุโรป จีน ในอุตสาหกรรมต่อเนื่องจากยางพารา

    28 สิงหาคม 2568

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/638245&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3zV9ELxIHaowgDSjwaM-Vo

  • ภาวะเศรษฐกิจและการเงินประจำสัปดาห์  โดย :วิจัยกรุงศรี

    ภาวะเศรษฐกิจและการเงินประจำสัปดาห์  โดย :วิจัยกรุงศรี

    สัญญาณการอ่อนแรงของเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศแกนหลักหนุนการดำเนินนโยบายการเงินเชิงผ่อนคลาย

    •สหรัฐ

    คาดเฟดให้น้ำหนักการชะลอตัวของเศรษฐกิจขึ้น เพิ่มโอกาสปรับลดดอกเบี้ยในช่วงที่เหลือของปี ในเดือนกรกฎาคม อัตราเงินเฟ้อทั่วไปทรงตัวจากเดือนก่อนหน้าที่ 2.7%YoY ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานขยับขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก่อนที่ 2.9% สู่ระดับ 3.1% ใกล้เคียงกับคาดการณ์ของตลาด ขณะที่ยอดค้าปลีกเติบโตจากเดือนก่อน 0.5% ชะลอลงจาก 0.9% ในเดือนมิถุนายน สอดคล้องกับความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ปรับลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 4 เดือนที่ 58.6

    เศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มชะลอตัวชัดเจนขึ้นในระยะข้างหน้า ภายใต้แรงกดดันจากการปรับขึ้นภาษีศุลกากรเริ่มสะท้อนให้เห็นผ่านการจ้างงานที่ลดลงค่อนข้างมากและการบริโภคที่ชะลอตัว ปัจจัยดังกล่าวจะลดแรงกดดันด้านราคาจากฝั่งอุปสงค์หรือลด Demand-pull pressure ขณะเดียวกันแม้ว่าการขึ้นภาษีนำเข้าจะส่งผลต่อ Cost-push pressure แต่คาดว่าผลกระทบจำกัดเนื่องจากราคาพลังงานโลกอยู่ในระดับต่ำ จากปัจจัยดังกล่าวบวกกับอัตราดอกเบี้ยแท้จริงที่ยังสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต วิจัยกรุงศรีจึงคาดว่าเฟดมีโอกาสปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีกประมาณ 2-3 ครั้งในช่วงที่เหลือของปีนี้

    •ญี่ปุ่น

    การบรรลุข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ ช่วยลดความเสี่ยงขาลงต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่น แต่คาด BOJ ไม่รีบปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ตัวเลข GDP ของญี่ปุ่นในไตรมาส 2 ขยายตัว 0.3% QoQ สูงกว่าคาดการณ์ของตลาดที่ 0.1% ผ่านแรงหนุนจากการส่งออกและการลงทุน อย่างไรก็ตาม การบริโภคภาคเอกชนโตเพียง 0.2% ซึ่งสะท้อนกำลังซื้อที่ชะลอตัว

    แม้ว่าญี่ปุ่นจะถูกเก็บภาษีนำเข้าในอัตราที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลกและแรงหนุนจากภาคบริการ (สัดส่วน 70% ต่อ GDP) ยังคงแข็งแกร่งคาดว่าจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการชะลอตัวรุนแรงของเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม คาดว่าภาคการส่งออกและการผลิตจะกดดันเศรษฐกิจชัดเจนขึ้น เนื่องจากผลบวกของ front-loading กำลังจะหายไป และความต้องการสินค้าในตลาดโลกอ่อนแอลงหลังการปรับขึ้นภาษีศุลกากรใหม่ของสหรัฐฯ เริ่มมีผลบังคับใช้ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา จากเหตุผลข้างต้น วิจัยกรุงศรีคาดว่า BOJ จะยังคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 0.5% จนถึงสิ้นปีนี้

    •จีน

    เศรษฐกิจจีนเริ่มส่งสัญญาณอ่อนแรง ยอดค้าปลีกสินค้าขยายตัวชะลอลงจาก 4.8%YoY ในเดือนมิถุนายนเหลือเพียง 3.7% ในเดือนกรกฎาคม การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรชะลอแรงจาก 2.8% ในช่วง 6 เดือนแรกเหลือเพียง 1.6% ในช่วง 7 เดือนแรก ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ต่ำกว่า 1% นานต่อเนื่อง 29 เดือน สอดคล้องกับดัชนีราคาผู้ผลิต ซึ่งหดตัวติดต่อกันนานเกือบ 3 ปี ขณะที่ยอดสินเชื่อใหม่ในเดือนกรฏาคมติดลบครั้งแรกในรอบ 20 ปี

    ตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจล่าสุดสะท้อนถึงแรงหนุนภายในประเทศที่เริ่มอ่อนแอลง ขณะที่จีนยังคงเผชิญความเสี่ยงจากสงครามการค้า แม้สหรัฐฯ-จีนขยายเวลาการเจรจาเรื่องภาษีนำเข้าต่ออีก 90 วันจนถึง 10 พฤศจิกายน ด้านรัฐบาลเตรียมออกมาตรการช่วยจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้แก่ธุรกิจภาคบริการบางกลุ่ม และผู้บริโภค รวมถึงมาตรการควบคุมการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง เช่น การห้ามตั้งราคาเพื่อกำจัดคู่แข่งขัน การควบคุมกำลังผลิตภาคอุตสาหกรรม และการจัดระเบียบการส่งเสริมการลงทุนของท้องถิ่น อย่างไรก็ดี ความเชื่อมั่นโดยรวมที่ยังอ่อนแออาจลดทอนประสิทธิผลของมาตรการกระตุ้นการบริโภค ขณะที่มาตรการแก้ปัญหาสงครามราคาและอุปทานส่วนเกินอาจกดดันเศรษฐกิจในระยะสั้น และจำเป็นต้องอาศัยเวลากว่าจะเริ่มเห็นผลบวก

    เศรษฐกิจไทยครึ่งแรกของปีโต 3% วิจัยกรุงศรียังคงประมาณการ GDP ปี 2568 ขยายตัวที่ 2.1%

    กนง.ลดดอกเบี้ยสู่ระดับ 1.50% เพื่อช่วยบรรเทาภาระของกลุ่มเปราะบางเป็นสำคัญ วิจัยกรุงศรีคาดปรับลดอีก 1-2 ครั้งภายในไตรมาสแรกปีหน้า การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 13 สิงหาคม มีมติเอกฉันท์ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% จาก 1.75% เป็น 1.50% โดยชี้ว่าแม้เศรษฐกิจปี 2568 และ 2569 ขยายตัวใกล้เคียงกับที่ประเมินไว้ แต่ผลของมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯจะซ้ำเติมปัญหาเชิงโครงสร้างและขีดความสามารถในการแข่งขัน รวมทั้งเศรษฐกิจบางภาคส่วนมีความเปราะบางมากขึ้นโดยเฉพาะ SMEs และผู้รายได้น้อย ซึ่งเผชิญความเสี่ยงด้านเครดิตสูงขึ้นสะท้อนจากการหดตัวของสินเชื่อ

    วิจัยกรุงศรีประเมินว่า การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายครั้งนี้ของกนง. สะท้อนการเปลี่ยนท่าทีจากเดิมที่ให้ความสำคัญกับ “การรักษาพื้นที่นโยบาย” มาสู่ “การสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ” ท่ามกลางความเสี่ยงด้านต่ำที่เพิ่มขึ้นจากนโยบายการค้าของสหรัฐฯ และการส่งผ่านนโยบายการเงินที่ยังไม่ทั่วถึง โดยธปท.ระบุว่าการปรับลดดอกเบี้ยครั้งนี้จะช่วยบรรเทาภาระของกลุ่มเปราะบาง อย่างไรก็ตาม แรงกดดันต่อการเติบโตยังมีอยู่ต่อเนื่อง ทั้งจากการหดตัวของสินเชื่อ การเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง ความไม่แน่นอนทางการเมือง ความตึงเครียดชายแดนไทย–กัมพูชา การส่งออกที่มีแนวโน้มชะลอตัวหลังจากเร่งส่งออกไปก่อนล่วงหน้า นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงจากภาษีนำเข้าของสหรัฐฯเพิ่มเติมในรายอุตสาหกรรม รวมถึงการทะลักเข้าของสินค้าจีนและสหรัฐฯ (Twin influx) ภายใต้ปัจจัยหล่านี้ วิจัยกรุงศรีคาดว่ามีโอกาสที่กนง.จะปรับลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมอีก 1-2 ครั้งภายในไตรมาสแรกของปี 2569 โดยยังคงใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายควบคู่กับการรักษาเสถียรภาพทางการเงินมหภาค ภายใต้ข้อจำกัดของพื้นที่นโยบายที่มีอยู่จำกัด

    GDP ไตรมาส 2 ปี 2568 เติบโต 2.8% YoY และ 0.6% QoQ จากปัจจัยชั่วคราวของการเร่งส่งออกสินค้าล่วงหน้า สภาพัฒน์ฯ รายงานเศรษฐกิจไทยในไตรมาสสองของปีนี้ขยายตัว 2.8% ดีกว่าเล็กน้อยที่นักวิเคราะห์และวิจัยกรุงศรีคาดไว้ที่ 2.5% และ 2.7%YoY ตามลำดับ แต่ชะลอลงจาก 3.2% ใน 1Q68 โดย GDP ใน 2Q ได้แรงขับเคลื่อนจากการส่งออกสินค้าที่ยังเติบโตสูง แต่การส่งออกบริการชะลอลงตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ด้านการบริโภคภาคเอกชนโตชะลอลงจากการใช้จ่ายบริการเป็นสำคัญ ส่วนการลงทุนภาคเอกชนกลับมาขยายตัวครั้งแรกในรอบ 5 ไตรมาส ซึ่งเป็นผลจากฐานต่ำปีก่อน ขณะที่การลงทุนและการบริโภคภาครัฐแม้เติบโตชะลอลงแต่ยังเป็นปัจจัยที่ช่วยหนุนเศรษฐกิจโดยรวม ล่าสุดสภาพัฒน์ฯ ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ปีนี้ขยายตัวที่ 2.0% จากเดิมคาดที่ 1.8%

    วิจัยกรุงศรีประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 ยังเผชิญแรงกดดันจากหลายด้านด้วยกัน ได้แก่

    (i) การส่งออกที่มีแนวโน้มชะลอตัวหลังจากการเร่งส่งออกล่วงหน้าในช่วงก่อน ประกอบกับผลกระทบจากการปรับขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ และแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่อ่อนแรงลง

    (ii) การลงทุนภาคเอกชนอาจได้รับแรงกดดันจากความไม่แน่นอนทางการเมืองภายในประเทศ และความตึงเครียดชายแดนไทย-กัมพูชา

    (iii) ภาคการท่องเที่ยวที่ยังได้รับผลกระทบจากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่ต่ำกว่าคาด และการแข่งขันที่รุนแรงจากประเทศคู่แข่ง และ

    (iv) การบริโภคภาคเอกชน ซึ่งคาดว่าจะทรงตัว แม้มีมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวในประเทศ แต่อาจถูกกดดันจากผลกระทบของการขึ้นภาษีนำเข้าต่อการจ้างงานและรายได้ ระดับหนี้ครัวเรือนที่สูง ความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่อ่อนแอ และราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำ สำหรับในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 วิจัยกรุงศรีคาดว่าเศรษฐกิจอาจชะลอลงเหลือเพียง 1.3% YoY จากขยายตัว 3.0% ในช่วงครึ่งปีแรก ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยทั้งปียังมีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ 2.1%

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/240188&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ju3LF6kuD10Ljg0qKh1E4

  • หอการค้าไทยพร้อมหนุนรัฐบาลขับเคลื่อนภารกิจเร่งด่วน 4 ด้าน : อินโฟเควสท์

    หอการค้าไทยพร้อมหนุนรัฐบาลขับเคลื่อนภารกิจเร่งด่วน 4 ด้าน : อินโฟเควสท์

    นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญความผันผวนและเปราะบาง จากทั้งภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว การค้าและการลงทุนที่มีข้อจำกัด ตลอดจนแรงกดดันจากหนี้ครัวเรือนและต้นทุนภาคธุรกิจที่สูงขึ้น หอการค้าฯ มีความคาดหวังว่ารัฐบาลชุดใหม่จะเร่งดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจเฉพาะหน้าอย่างจริงจัง และจัดตั้งคณะรัฐมนตรีที่ประกอบด้วยบุคลากรคุณภาพ มีความรู้ ความสามารถ เข้าใจโครงสร้างเศรษฐกิจ และยึดมั่นในประโยชน์ของประเทศและประชาชนเหนือผลประโยชน์ทางการเมือง เพื่อร่วมกันฟื้นฟูความเชื่อมั่นและสร้างโอกาสใหม่ให้กับประเทศไทย

    สำหรับทิศทางการบริหารประเทศ หอการค้าฯ เห็นด้วยและพร้อมสนับสนุนการขับเคลื่อนภารกิจเร่งด่วน 4 ด้านที่รัฐบาลได้ประกาศ ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นต่อการฟื้นฟูประเทศในช่วงเวลานี้ ได้แก่

    1.ด้านเศรษฐกิจ ดำเนินมาตรการลดภาระค่าครองชีพทั้งค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน การเดินทาง และค่าขนส่ง แก้ไขปัญหาหนี้สินของเกษตรกรและผู้มีรายได้น้อย ควบคู่กับการสร้างรายได้และโอกาสใหม่ให้กับประชาชน ผู้ประกอบการ และชุมชนฐานราก

    2.ด้านความมั่นคงชายแดน จัดการปัญหาพิพาทชายแดนด้วยแนวทางสันติ ปกป้องผลประโยชน์ของชาติ และดูแลเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็วและทั่วถึง

    3.ด้านภัยธรรมชาติ พัฒนาระบบเตือนภัย การป้องกัน และกลไกเยียวยาฟื้นฟู เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้ได้รับการชดเชยอย่างเป็นธรรม ทันท่วงที และสามารถกลับมาดำเนินชีวิตได้อย่างมั่นคง

    4.ด้านภัยสังคม เร่งรัดมาตรการปราบปรามขบวนการค้ายาเสพติด การค้ามนุษย์ การหลอกลวงออนไลน์ รวมถึงปัญหาการพนันและการพนันออนไลน์ โดยสร้างความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านและมิตรประเทศอย่างจริงจัง

    นอกจากนี้ หอการค้าไทยและสภาหอการค้าฯ อยากให้เร่งแก้ไขปัญหาการส่งออก การเจรจาภาษีสหรัฐอเมริกา และ FTA เพื่อเสริมความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ทั้งนี้พร้อมสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลในมาตรการเชิงรุก โดยเฉพาะโครงการ “คนละครึ่ง” ที่ช่วยกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ และการเร่งสร้างความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยวไทยในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนในไตรมาสสุดท้ายของปี ซึ่งเป็นฤดูท่องเที่ยวสำคัญ เพื่อสร้างรายได้หมุนเวียน กระจายสู่ชุมชนและเศรษฐกิจฐานราก นอกจากนั้นการเร่งสร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของประเทศไทยกลับมาเป็นเรื่องจำเป็น

    ทั้งนี้ หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย พร้อมสนับสนุนภารกิจเร่งด่วนทั้ง 4 ด้านอย่างเต็มที่ ด้วยความมุ่งมั่นและจริงจัง เพื่อให้การดำเนินงานของรัฐบาลบรรลุผลอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนและนักลงทุน และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (07 ก.ย. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/527573&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0itagoBT0CPGHBDgt9hQ_Y

  • หอการค้าศรีสะเกษ จี้รัฐบาลใหม่ มีมาตรการที่ชัดเจนก่อน หากจะมีเปิดด่านช่องสะงำ ชี้ด่านปิดกระทบเศรษฐกิจ แต่ความมั่นคงต้องมาก่อน

    หอการค้าศรีสะเกษ จี้รัฐบาลใหม่ มีมาตรการที่ชัดเจนก่อน หากจะมีเปิดด่านช่องสะงำ ชี้ด่านปิดกระทบเศรษฐกิจ แต่ความมั่นคงต้องมาก่อน

    วันที่ 7 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายรัฐวิทย์ อังคสกุลเกียรติ ประธานหอการค้าจังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยถึงสถานการณ์เศรษฐกิจ ตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา บริเวณจุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ ว่าตั้งแต่มีการปิดด่านช่องสะงำจนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีการนำเข้าและส่งออกสินค้า ระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชา ส่งผลให้เกิดความเสียหาย โดยเฉพาะมูลค่าการค้าชายแดน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบตัวเลขความเสียหายที่แท้จริง

    เมื่อถามถึงแนวโน้มหลังการเปลี่ยนรัฐบาลชุดใหม่ ชายแดนจะดีขึ้นเพียงใด – โอกาสการเปิดด่านช่องสะงำ มีความเป็นไปได้แค่ไหน? นายรัฐวิทย์ กล่าวว่า ปัญหานี้มีหลายมิติ ต้องดำเนินการไปพร้อมกัน ไม่สามารถแก้ไขเฉพาะหน้าได้ ควรเป็นการแก้ไขระยะยาว ทั้งด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจการค้า ซึ่งในฐานะภาคเอกชนยังคงรอดูท่าทีของรัฐบาลก่อน และไม่อยากให้มีการรีบเปิดด่านเฉพาะหน้า หรือเปิดชั่วคราวแล้วกลับมาปิดอีก เพราะจะทำให้การค้าของไทยสะดุด ไม่สามารถวางแผนได้ในระยะยาว

    นายรัฐวิทย์ กล่าวต่อว่า รัฐบาลใหม่ควรมีมาตรการที่ชัดเจนร่วมกับประเทศกัมพูชา โดยต้องให้ความสำคัญด้านความมั่นคงมาเป็นอันดับแรก ส่วนด้านเศรษฐกิจการค้า ภาคเอกชนสามารถดำเนินการตามได้ โดยไม่จำเป็นต้องเรียกร้อง จนทำให้ไทยเสียเปรียบในการเจรจาระหว่างประเทศ เพราะเรื่องเศรษฐกิจและความมั่นคงเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนและมีหลายมิติ

    ทั้งนี้ การปิดด่านช่องสะงำ ย่อมส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจชายแดนแน่นอน แต่หากไม่มีความชัดเจนด้านความมั่นคง อาจสร้างความเสียหายที่มากกว่า เช่น กรณีเอกชนเตรียมการลงทุนและส่งออกสินค้า แต่ต้องหยุดชะงักเพราะมีคำสั่งปิดด่านอีกครั้ง จึงเป็นเรื่องที่สร้างความเสียหายยิ่งกว่า ดังนั้น หากจะมีการเปิดด่านอีกครั้ง ควรเป็นการเปิดที่มีความมั่นคงชัดเจน และใช้โอกาสนี้เป็นการต่อรองที่นำไปสู่ประโยชน์ในอนาคต มากกว่าการเปิดชั่วคราวแล้วปิดอีก โดยไม่รู้ทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ 

    ประธานหอการค้าจังหวัดศรีสะเกษ อยากให้รัฐบาลรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก แม้ภาคเอกชนไม่อยากให้ปิดด่าน แต่ก็ได้เตรียมใจและพร้อมรับมือกับเรื่องนี้มาแล้ว รัฐบาลควรดำเนินการเพื่อไม่ให้ประเทศไทยเสียประโยชน์ทางการค้า แต่ความมั่นคงต้องมาก่อน หากมีความเชื่อมั่นระหว่างประเทศ การค้าก็จะเดินหน้าได้เอง – ข่าวเวิร์คพอยท์รายงาน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://workpointnews.com/news/economy-livelihood/Nr9pIFfPp&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2NH22IbqZMzVlY-ITfIoe-