Blog

  • ‘นฤมล’ สั่งสอบปั่นยอดนักเรียนมหาสารคาม เอาผิดบิดเบือนอัตรากำลังครู 

    ‘นฤมล’ สั่งสอบปั่นยอดนักเรียนมหาสารคาม เอาผิดบิดเบือนอัตรากำลังครู 

    ‘นฤมล’ สั่งสอบปั่นยอดนักเรียนมหาสารคาม เอาผิดบิดเบือนอัตรากำลังครู 

    นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่สื่อสังคมออนไลน์มีการเผยแพร่ข้อมูลกล่าวอ้างว่า โรงเรียนบางแห่งในพื้นที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 1 อาจมีพฤติกรรมปั่นยอดจำนวนนักเรียน

    โดยการเคลื่อนย้ายนักเรียนเข้า – ออกชั่วคราว เพื่อให้จำนวนถึงเกณฑ์และนำไปใช้ในการคำนวณอัตรากำลังครูเกินจริง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความเป็นธรรมในการจัดสรรบุคลากรครูและคุณภาพการศึกษาของผู้เรียน

    รมว.ศึกษาธิการ ระบุว่า ตนได้สั่งการให้เร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าว โดยแต่งตั้งคณะกรรมการส่วนกลางของกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่สืบสวนโดยตรง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่รอบด้าน โปร่งใส และตรวจสอบได้

    พร้อมกำชับว่า หากตรวจสอบพบการกระทำผิดจริง จะต้องมีการดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบราชการอย่างเด็ดขาด โดยไม่มีการละเว้นให้ผู้ใด

    ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตจากสังคมว่า อาจเกี่ยวโยงกับกรณีร้องเรียนเรื่องการเรียกรับผลประโยชน์เพื่อแลกกับการบรรจุครูผู้ช่วยที่เป็นข่าวก่อนหน้านี้ นางนฤมล กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันความเชื่อมโยงระหว่างทั้งสองกรณีได้ และอยู่ระหว่างกระบวนการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติม

    แต่หากผลสอบสวนพบว่ามีการกระทำผิดจริงจะมีมาตรการลงโทษขั้นเด็ดขาด เพราะการทุจริตเช่นนี้จะต้องไม่เกิดขึ้นในยุคที่ตนกำกับดูแลกระทรวงศึกษาอยู่

    “ดิฉันยืนยันว่า กระทรวงศึกษาธิการจะเดินหน้าอย่างตรงไปตรงมา โปร่งใส และยึดหลักนิติธรรม หากพบพฤติกรรมที่บ่อนทำลายระบบการศึกษา จะถูกดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด เพื่อรักษาความเป็นธรรมในการจัดสรรอัตราครู และสร้างความเชื่อมั่นให้สังคมว่าการศึกษาไทยจะไม่ถูกบิดเบือนเพื่อผลประโยชน์ใครทั้งสิ้น” นางนฤมล กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/general-news/640619&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3GNkbzQsxWCVB3GwC-riwv

  • รีเซ็ตบ้านตาม October Theory ปีใหม่เล็ก ๆ ที่เริ่มได้ที่บ้าน

    รีเซ็ตบ้านตาม October Theory ปีใหม่เล็ก ๆ ที่เริ่มได้ที่บ้าน

    HIGHLIGHTS

    • October Theory แนวคิดที่มองว่าตุลาคมคือปีใหม่เล็ก ๆ ที่ชวนให้เรารีเฟรชชีวิต และบ้านเองก็เป็นพื้นที่สำคัญที่ใช้รีเซ็ตได้ง่าย ๆ เพียงแค่คัดของเก่าออก จัดเลย์เอาต์ใหม่ เติมบรรยากาศสดชื่น และสร้างมุมเล็ก ๆ รองรับเป้าหมายใหม่ ก็ช่วยเปลี่ยนบ้านให้กลายเป็นแรงบันดาลใจส่งท้ายปีได้แล้ว

    รีเซ็ตบ้านตาม October Theory ปีใหม่เล็ก ๆ ที่เริ่มได้ที่บ้าน

    “October Theory” คือแนวคิดที่ว่าเดือนตุลาคมเป็นเหมือนปีใหม่เล็ก ๆ เพราะยังเหลือเวลาไม่กี่เดือนก่อนสิ้นปีให้เราได้ทบทวน ปล่อยสิ่งเก่า และตั้งเป้าหมายใหม่ ๆ ในบางความเชื่อก็บอกว่าช่วงเดือนตุลาคมมักจะมีการเปลี่ยนแปลง อาจจะมีสิ่งไม่ดีออกไปจากชีวิตเรา ถ้ามองในแง่ของบ้าน ก็เปรียบได้กับการใช้พื้นที่อยู่อาศัยเป็นพื้นที่สำหรับการรีเฟรชชีวิต ทุกการจัดวางหรือปรับเปลี่ยนเล็กน้อยก็คือการส่งสัญญาณกับตัวเองว่าเรากำลังก้าวสู่ช่วงใหม่ของปี และวันนี้เราอยากจะแชร์เช็กลิสต์ง่าย ๆ ที่จะช่วยคุณรีเซ็ตบ้านต้อนรับ October Theory

    ปล่อยของเก่าเพื่อรับสิ่งใหม่

    เริ่มจากการคัดแยกของที่ไม่จำเป็นออกไป เช่น หนังสือที่ไม่ได้อ่านแล้ว เสื้อผ้าที่ไม่ใส่ ของสะสมที่ไม่สร้างความสุขอีกต่อไป การปล่อยวางสิ่งเหล่านี้คือการเปิดพื้นที่ใหม่ทั้งกายภาพและจิตใจ

    เปลี่ยนเลย์เอาต์ เปลี่ยนพลังงาน

    ลองสลับตำแหน่งเฟอร์นิเจอร์เล็กน้อย เช่น ขยับโต๊ะทำงานให้รับแสงธรรมชาติดีขึ้น หรือจัดโซฟาให้เป็นมุมที่เหมาะกับการอ่านหนังสือ/นั่งคุยกับเพื่อน พลังงานในบ้านจะเปลี่ยนไปตามการจัดวางใหม่

    เติมกลิ่น สี และสัมผัสใหม่

    สิ่งเล็ก ๆ อย่างการเปลี่ยนผ้าปูเตียง เติมหมอนอิงสีโทนอบอุ่น หรือใช้เทียนหอมกลิ่นใหม่ ๆ ช่วยสร้างบรรยากาศที่แตกต่าง เหมือนรีเซ็ตความรู้สึกเมื่อกลับบ้าน

    สร้างมุมเล็ก ๆ ให้สอดคล้องกับเป้าหมายใหม่

    ถ้าคุณอยากเริ่มออกกำลังกาย จัด space เล็ก ๆ สำหรับโยคะเสื่อหนึ่งผืน หรือ ถ้าอยากอ่านหนังสือมากขึ้น ทำ reading corner เล็ก ๆ พร้อมโคมไฟดี ๆ บ้านจะกลายเป็นเพื่อนร่วมทางที่ช่วยดันคุณไปสู่เป้าหมาย

    ภาพ: shutterstock

    TAGS:  


    ABOUT THE AUTHOR

    วริทธิ์ ลิ้มเจริญ

    คนเชียงใหม่ เรียนจบปริญญาตรี คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ชอบกิน ชอบเที่ยว ชอบถ่ายรูป ชอบรีวิวให้เพื่อนฟัง เลยมาฝึกงานที่ THE STANDARD POP

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/life/october-theory-home-reset/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw08POheMpujPuP17wTDre0g

  • ไม่ต่างจากบ้านผีสิง! ‘นฤมล’ ควง ‘ธรรมนัส’ เยี่ยมบ้านพักครูบุรีรัมย์ สุดโทรม สั่งเร่งฟื้นฟูทั่วประเทศ | เดลินิวส์

    ไม่ต่างจากบ้านผีสิง! ‘นฤมล’ ควง ‘ธรรมนัส’ เยี่ยมบ้านพักครูบุรีรัมย์ สุดโทรม สั่งเร่งฟื้นฟูทั่วประเทศ | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 4 ต.ค. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อตรวจเยี่ยมที่พักอาศัยครู โรงเรียนภัทรบพิตร ตำบลเสม็ด อำเภอเมือง รวม 7 หลัง ภายหลังได้รับการร้องเรียนว่าสภาพบ้านพักทรุดโทรมตามอายุการใช้งาน ครูต้องควักกระเป๋าส่วนตัวซ่อมแซมเอง ทำให้ได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก

    ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า หลังลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพจริง พบว่า บ้านพักครูหลายแห่งทั่วประเทศอยู่ในสภาพชำรุด ทรุดโทรม บางหลังมีปัญหาปลวกกัดกิน โครงสร้างเสียหายจนไม่ปลอดภัยต่อการอยู่อาศัย แต่ไม่สามารถซ่อมแซมได้ เพราะติดระเบียบราชการเก่า ทั้งของกรมธนารักษ์และของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งต้องเร่งแก้ไขให้สอดคล้องกับสภาพปัจจุบัน สิ่งที่เราเห็นในวันนี้ยังถือว่าสภาพดีกว่าหลายพื้นที่ที่ตนและอาจารย์แหม่มลงไปดูมา ครูจำนวนมากอยู่ในสภาพบ้านที่ทรุดโทรม แต่ก็ไม่สามารถซ่อมได้ เพราะติดกฎระเบียบต่าง ๆ ทั้งที่บ้านพักเหล่านี้คือสิ่งจำเป็นขั้นพื้นฐานของครู ซึ่งถือเป็นผู้หล่อหลอมเยาวชนของชาติ”

    รองนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า จากการลงพื้นที่หลายจังหวัดพบว่า ปัญหาที่พักอาศัยครูเป็นปัญหาใหญ่ระดับประเทศ เพราะครูคือหัวใจสำคัญของการศึกษา การพัฒนาการศึกษาควรเริ่มต้นจากการดูแลความเป็นอยู่ของครูก่อน หากครูไม่มีความพร้อม ทั้งด้านจิตใจและคุณภาพชีวิต ก็ย่อมส่งผลต่อคุณภาพการเรียนรู้ของเด็กนักเรียนโดยตรง รวมปัญหาหนี้สินของครูก็เป็นอีกเรื่องใหญ่ที่ต้องเร่งแก้ควบคู่กันไป โดย ศ.ดร.นฤมล กำลังหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาทางออกอย่างเป็นระบบ ครูหลายคนมีภาระหนี้สินสูง ต้องรับผิดชอบทั้งครอบครัวและงานสอน รัฐบาลต้องหาทางลดภาระเหล่านี้ เพื่อให้ครูกลับมามีสมาธิในการทำหน้าที่หลักคือการสอนลูกหลานของเรา

    “ในความคิดผม ครูเปรียบเสมือนพ่อแม่คนที่สอง ครูที่ดีคือรากฐานสำคัญของเด็กไทย การสร้างคุณภาพการศึกษาที่ดี ไม่ใช่แค่เรื่องนวัตกรรมหรือเทคโนโลยี แต่ต้องเริ่มจากการทำให้ครูมีความมั่นคงในชีวิต มีบ้านพักที่ปลอดภัย และมีขวัญกำลังใจที่ดี และในฐานะที่ผมเป็นนักการเมือง ผมเพิ่งรู้ว่าปัญหาบ้านพักอาศัยของครูอยู่ที่ สส. ผมจะไปพูดคุย ทำความเข้าใจในกรรมาธิการคณะต่าง ๆ เพื่อที่งบประมาณปี 2570 เราจะได้ไม่ไปตัดงบในส่วนนี้ คุณต้องเห็นความเป็นจริงว่าเขาเดือดร้อนกันอย่างไร อยากฝากไว้ด้วย” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

    ด้าน ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำรวจสภาพบ้านพักครูทั่วประเทศ เพื่อจัดลำดับความเร่งด่วนและความจำเป็นในการซ่อมแซม โดยจะร่วมมือกับการเคหะแห่งชาติ ในการหาแหล่งงบประมาณมาดำเนินการ และ สพฐ. จะชำระคืนให้กับการเคหะแห่งชาติ ส่วนในเรื่องของการตั้งงบอย่างที่ท่านรองนายกฯ ได้กล่าวว่า จะต้องทำความเข้าใจกับ สส. ในสภา ในกรรมาธิการต่าง ๆ ให้เห็นความสำคัญในเรื่องนี้ ซึ่งถ้าได้บรรจุเข้าไปใน พ.ร.บ.งบประมาณ ปี 2570 เราก็จะเริ่มซ่อมปรับปรุงบ้านพักครูได้ภายในปีนี้ และจะบรรจุงบชดเชยคืนให้กับการเคหะฯ ในปีถัดไป

    “การแก้ปัญหาบ้านพักครู ถือเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของครูทั่วประเทศ ให้ครูมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง ปลอดภัย และมีศักดิ์ศรีสมกับวิชาชีพ เพราะครูคือผู้สร้างอนาคตของชาติ” ศ.ดร.นฤมล กล่าวทิ้งท้าย.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5173095/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2uu5Pksc4ULEOOAQAKELoh

  • ฌอน “ดิดดี้” คอมบ์ส ถูกตัดสินจําคุกกว่า 4 ปี ในข้อหาค้าประเวณี

    ฌอน “ดิดดี้” คอมบ์ส ถูกตัดสินจําคุกกว่า 4 ปี ในข้อหาค้าประเวณี

    “ฌอน ดิดดี้ คอมส์” แรปเปอร์ชื่อดังถูกศาลนิวยอร์กพิพากษาจำคุก 50 เดือน หรือกว่า 4 ปี หลังถูกตัดสินความผิดในข้อหาพาคนเดินทางเพื่อมีเพศสัมพันธ์ แต่พ้นข้อหาค้ามนุษย์และสมคบคิดฉ้อฉล

    วันที่ 4 ตุลาคม 2568 ศาลรัฐบาลกลางนครนิวยอร์ก ของสหรัฐฯ มีคำพิพากษาจำคุก นายฌอน “ดิดดี้” คอมส์  แรปเปอร์และโปรดิวเซอร์ชื่อดัง วัย 55 ปี เป็นเวลา 50 เดือน หรือ 4 ปี 2 เดือน จากคดีนําพาหญิงบริการข้ามรัฐเพื่อไปร่วมงานปาร์ตี้ทางเพศ

    โดยอารุน ซับรามาเนียน ผู้พิพากษาระบุระหว่างอ่านคำพิพากษาว่า มีหลักฐานจำนวนมหาศาลยืนยันถึงการกระทำที่เป็นการล่วงละเมิดทั้งทางร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ พร้อมย้ำว่าจำเป็นต้องลงโทษสถานหนักเพื่อให้เป็นบรรทัดฐานดยคดีนี้ คอมส์ถูกกล่าวหาว่าจัดกิจกรรมทางเพศ โดยพาผู้หญิงที่เป็นแฟนเก่า เช่น แคสซี่ เวนทูรา รวมทั้งบุคคลอื่น และแม้กระทั่งชายขายบริการทางเพศ ข้ามรัฐเพื่อร่วมกิจกรรมทางเพศ

    ก่อนหน้านี้ในเดือนกรกฎาคม คณะลูกขุนได้ตัดสินว่าคอมส์มีความผิดใน 2 กระทงฐานพาคนเดินทางเพื่อค้าประเวณี แต่ยกฟ้องข้อหาหนักในคดีค้ามนุษย์ทางเพศ และสมคบคิดเพื่อแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ ขณะที่คอมส์กล่าวถ้อยคำต่อศาลก่อนรับโทษ ยอมรับว่าการกระทำของเขาน่าขยะแขยง น่าละอาย และป่วยไข้ พร้อมกล่าวขอโทษเหยื่อและลูกๆ ของเขา.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/foreign/2886907&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0WxikEn6KsxyXyOvr9pSF_

  • สั่งเร่งซ่อม “บ้านพักครู” ทรุดโทรมทั่วประเทศ

    สั่งเร่งซ่อม “บ้านพักครู” ทรุดโทรมทั่วประเทศ

    สั่งเร่งซ่อม “บ้านพักครู” ทรุดโทรมทั่วประเทศ

    4 ตุลาคม 2568 ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อตรวจเยี่ยมที่พักอาศัยครู โรงเรียนภัทรบพิตร ตำบลเสม็ด อำเภอเมือง รวม 7 หลัง ภายหลังได้รับการร้องเรียนว่าสภาพบ้านพักทรุดโทรมตามอายุการใช้งาน ครูต้องควักกระเป๋าส่วนตัวซ่อมแซมเอง ทำให้ได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก

    ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า หลังลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพจริงพบว่า บ้านพักครูหลายแห่งทั่วประเทศอยู่ในสภาพชำรุด ทรุดโทรม บางหลังมีปัญหาปลวกกัดกิน โครงสร้างเสียหายจนไม่ปลอดภัยต่อการอยู่อาศัย แต่ไม่สามารถซ่อมแซมได้ เพราะติดระเบียบราชการเก่า ทั้งของกรมธนารักษ์และของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งต้องเร่งแก้ไขให้สอดคล้องกับสภาพปัจจุบัน สิ่งที่เราเห็นในวันนี้ยังถือว่า สภาพดีกว่าหลายพื้นที่ที่ตนและอาจารย์แหม่มลงไปดูมา ครูจำนวนมากอยู่ในสภาพบ้านที่ทรุดโทรม แต่ก็ไม่สามารถซ่อมได้เพราะติดกฎระเบียบต่าง ๆ ทั้งที่บ้านพักเหล่านี้คือสิ่งจำเป็นขั้นพื้นฐานของครู ซึ่งถือเป็นผู้หล่อหลอมเยาวชนของชาติ

    สั่งเร่งซ่อม “บ้านพักครู” ทรุดโทรมทั่วประเทศ

    รองนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า จากการลงพื้นที่หลายจังหวัดพบว่า ปัญหาที่พักอาศัยครูเป็นปัญหาใหญ่ระดับประเทศ เพราะครูคือหัวใจสำคัญของการศึกษา การพัฒนาการศึกษาควรเริ่มต้นจากการดูแลความเป็นอยู่ของครูก่อน หากครูไม่มีความพร้อม ทั้งด้านจิตใจและคุณภาพชีวิต ก็ย่อมส่งผลต่อคุณภาพการเรียนรู้ของเด็กนักเรียนโดยตรง รวมปัญหาหนี้สินของครูก็เป็นอีกเรื่องใหญ่ที่ต้องเร่งแก้ควบคู่กันไป ซึ่ง ศ.ดร.นฤมล กำลังหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาทางออกอย่างเป็นระบบ ครูหลายคนมีภาระหนี้สินสูง ต้องรับผิดชอบทั้งครอบครัวและงานสอน รัฐบาลต้องหาทางลดภาระเหล่านี้ เพื่อให้ครูกลับมามีสมาธิในการทำหน้าที่หลักคือการสอนลูกหลานของเรา

    “ในความคิดผม ครูเปรียบเสมือนพ่อแม่คนที่สอง ครูที่ดีคือรากฐานสำคัญของเด็กไทย การสร้างคุณภาพการศึกษาที่ดี ไม่ใช่แค่เรื่องนวัตกรรมหรือเทคโนโลยี แต่ต้องเริ่มจากการทำให้ครูมีความมั่นคงในชีวิต มีบ้านพักที่ปลอดภัย และมีขวัญกำลังใจที่ดี และในฐานะที่ผมเป็นนักการเมือง ผมเพิ่งรู้ว่า ปัญหาบ้านพักอาศัยของครูอยู่ที่ สส.ผมจะไปพูดคุย ทำความเข้าใจในกรรมาธิการคณะต่าง ๆ  เพื่อที่งบประมาณปี 2570 เราจะได้ไม่ไปตัดงบในส่วนนี้ คุณต้องเห็นความเป็นจริงว่าเขาเดือดร้อนกันอย่างไร อยากฝากไว้ด้วย” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

    สั่งเร่งซ่อม “บ้านพักครู” ทรุดโทรมทั่วประเทศ  

    ด้าน ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำรวจสภาพบ้านพักครูทั่วประเทศ เพื่อจัดลำดับความเร่งด่วนและความจำเป็นในการซ่อมแซม โดยจะร่วมมือกับการเคหะแห่งชาติ ในการหาแหล่งงบประมาณมาดำเนินการ และ สพฐ.จะชำระคืนให้กับการเคหะแห่งชาติ

    ส่วนการตั้งงบอย่างที่ท่านรองนายกฯได้กล่าวว่า จะต้องทำความเข้าใจกับ สส.ในสภา ในกรรมาธิการต่าง ๆ ให้เห็นความสำคัญในเรื่องนี้ ซึ่งถ้าได้บรรจุเข้าไปใน พ.ร.บ.งบประมาณ ปี 2570 เราก็จะเริ่มซ่อมปรับปรุงบ้านพักครูได้ภายในปีนี้ และจะบรรจุงบชดเชยคืนให้กับการเคหะฯในปีถัดไป

    “การแก้ปัญหาบ้านพักครูถือเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของครูทั่วประเทศ ให้ครูมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง ปลอดภัย และมีศักดิ์ศรีสมกับวิชาชีพ เพราะครูคือผู้สร้างอนาคตของชาติ” ศ.ดร.นฤมล กล่าวทิ้งท้าย

    สั่งเร่งซ่อม “บ้านพักครู” ทรุดโทรมทั่วประเทศ  

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/politic/378967647&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2-G0YE_DgR8L_fFdHBOPnb

  • เนื้อสุรินทร์ดัง! GI ไทยพร้อมปักหมุดโลก

    เนื้อสุรินทร์ดัง! GI ไทยพร้อมปักหมุดโลก

    ทีมพาณิชย์ ลงพื้นที่สุรินทร์คราวนี้ สิ่งที่สะดุดตาไม่แพ้เสน่ห์วิถีอีสาน คือ ‘เนื้อสุรินทร์’ (Surin Beef) สินค้า GI ที่กำลังถูกพูดถึงมากที่สุดในวงการเกษตร-อาหารไทย เพราะไม่ได้เป็นเพียง ‘เนื้อโคขุน’ ธรรมดา แต่คือเนื้อคุณภาพสูงที่มีเรื่องราวเฉพาะถิ่น และกำลังถูกต่อยอดให้ก้าวสู่ตลาดโลก

    ร้อยตรี จักรา ยอดมณี รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ นำทีมลงพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ พร้อมหารือกับ วีระศักดิ์ พิษณุวงศ์ ประธานหอการค้าอาวุโสจังหวัดสุรินทร์ ถึงการผลักดัน ‘เนื้อสุรินทร์’ ให้ก้าวไกลกว่าเดิม หลังจากได้รับการขึ้นทะเบียน สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) อย่างเป็นทางการ

    เบื้องหลังความโดดเด่นอยู่ที่ สายพันธุ์โคลูกผสม ระหว่างโคในท้องถิ่นกับโควากิวชื่อดัง เนื้อที่ได้จึงมีสีแดงอมชมพู เนื้อนุ่ม มีไขมันแทรก (Marbling) กำลังดี รสชาติกลมกล่อม และไม่มีกลิ่นสาบ จุดแข็งนี้ทำให้ ‘เนื้อสุรินทร์’ จำหน่ายได้ราคาสูงถึง 600-1,000 บาท/กก. ขณะที่เนื้อโคทั่วไปขายเพียง 200-300 บาท/กก. เท่านั้น

    moc-gi-surin-beef-export-world-market-soft-power-thailand-SPACEBAR-Photo01.jpg

    ปัจจุบัน การตลาดยังเน้นจำหน่ายในประเทศและส่งออกไปประเทศเพื่อนบ้าน แต่พาณิชย์ตั้งเป้า หากเกษตรกรและผู้ประกอบการพร้อม ก็จะต่อยอดสู่ ตลาดพรีเมียมระดับโลก สร้างมูลค่าเพิ่มและยกระดับรายได้ชุมชน

    “เนื้อสุรินทร์คืออีกหนึ่ง Soft Power ด้านอาหารของไทย เรามั่นใจว่านี่จะเป็นสินค้าที่ช่วยสร้างชื่อเสียงและเศรษฐกิจฐานรากได้อย่างยั่งยืน”

    — รองปลัดพาณิชย์ ย้ำ

    ไม่เพียงแต่รสชาติที่ดึงดูดใจนักชิม แต่ “เนื้อสุรินทร์” ยังเป็นตัวอย่างชัดเจนของการใช้ GI เป็นเครื่องมือเศรษฐกิจ แปรความรู้ ภูมิปัญญา และภูมิศาสตร์ท้องถิ่น ให้กลายเป็นสินค้าพรีเมียมที่โลกต้องการลิ้มลอง

    moc-gi-surin-beef-export-world-market-soft-power-thailand-SPACEBAR-Photo02.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/moc-gi-surin-beef-export-world-market-soft-power-thailand&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw21cZUtUM9FgTR6xfdRjy2W

  • ‘ฮุนเซ็น-มาลี’ พรุน! เจ้าของร้านปืนแขวนรูปแทนเป้า แห่ยิงสะใจในงานตลาดคนเดิน | เดลินิวส์

    ‘ฮุนเซ็น-มาลี’ พรุน! เจ้าของร้านปืนแขวนรูปแทนเป้า แห่ยิงสะใจในงานตลาดคนเดิน | เดลินิวส์

    ‘ฮุนเซ็น-มาลี’ พรุน! เจ้าของร้านปืนแขวนรูปแทนเป้า แห่ยิงสะใจในงานตลาดคนเดิน

    ลูกค้าใช้บริการไม่ขาดสาย “ฮุนเซ็น-พลโทมาลี” ร่างพรุน หลังเจ้าของร้านปืนบีบีกัน แขวนรูปแทนเป้าแบบเดิม ในงานตลาดคนเดิน “ตลาดพลูไนต์วอกกิ้งสตรีท” เผยใช้แทนเพื่อความสะใจ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5174030/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw23WKZLQ-qZFkCSZiy4oN8E

  • ซานาเอะ ทาคาอิจิ พร้อมสร้างประวัติศาสตร์เป็นนายกฯ หญิงคนแรกของญี่ปุ่น

    ซานาเอะ ทาคาอิจิ พร้อมสร้างประวัติศาสตร์เป็นนายกฯ หญิงคนแรกของญี่ปุ่น

    ซานาเอะ ทาคาอิจิ อดีตรัฐมนตรีความมั่นคงทางเศรษฐกิจวัย 64 ปี ได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ในวันเสาร์ (4 ต.ค.) ที่ผ่านมา พร้อมเตรียมสร้างประวัติศาสตร์เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของญี่ปุ่น หลังคาดว่าจะได้รับการยืนยันจากรัฐสภาในเร็วๆ นี้

    ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ทาคาอิจิได้เอาชนะคู่แข่งสำคัญอย่าง ชินจิโร่ โคอิซูมิ ลูกชายอดีตนายกรัฐมนตรีวัย 44 ปี และ โยชิมาสะ ฮายาชิ รัฐมนตรีที่มีประสบการณ์สูง

    ผู้นำแนวอนุรักษ์นิยมที่เน้นความมั่นคง

    ทาคาอิจิวางตัวเป็นผู้นำแนวอนุรักษนิยมที่มุ่งเน้นการป้องกันประเทศและความมั่นคงทางเศรษฐกิจเป็นหลัก นักวิเคราะห์ระบุว่า แม้เธอจะเป็นหญิงคนแรกที่ดำรงตำแหน่งนี้ แต่ไม่ได้เป็นตัวแทนของแนวคิดเฟมินิสต์

    ในอดีต เธอเป็นนักดนตรีกลองในวงเฮฟวี่เมทัลสมัยเรียนมหาวิทยาลัย และยกย่อง มาร์กาเร็ต แธตเชอร์ อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษเป็นแบบอย่าง

    จุดยืนเรื่องการเข้าเมืองและต่างประเทศ

    ทาคาอิจิมีจุดยืนเข้มงวดเรื่องการเข้าเมืองและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญในการแข่งขันหัวหน้า LDP ครั้งนี้ เธอเคยเป็นนักวิจารณ์แนวหน้าต่อจีนและการสร้างกำลังทางทหารในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก

    อย่างไรก็ตาม ในการหาเสียงครั้งนี้ เธอได้ปรับทำนองเรื่องศาลเจ้ายาซูกูนิให้อ่อนลง ซึ่งแตกต่างจากปีที่แล้วที่สัญญาจะไปเยี่ยมชมในฐานะนายกรัฐมนตรี

    ความท้าทายด้านสมดุลทางเพศ

    “การได้รับเลือกของทาไกชิจะเป็นก้าวสำคัญสำหรับการมีส่วนร่วมของสตรีในเวทีการเมือง แต่เธอไม่ได้แสดงความเอียงในการต่อสู้กับบรรทัดฐานสังคมชายเป็นใหญ่”

    — ซาดะฟูมิ คาวาโตะ ศาสตราจารย์เกียรตินิยมจากมหาวิทยาลัยโตเกียว กล่าว

    ทาคาอิจิคัดค้านการแก้ไขกฎหมายศตวรรษที่ 19 ที่กำหนดให้คู่สมรสใช้นามสกุลเดียวกัน ซึ่งส่งผลให้ผู้หญิงส่วนใหญ่ต้องเปลี่ยนเป็นนามสกุลสามี อย่างไรก็ตาม เธอสัญญาว่าจะปรับสัดส่วนสมดุลทางเพศในคณะรัฐมนตรีให้เทียบเท่าระดับประเทศนอร์ดิก

    นโยบายเศรษฐกิจและความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ

    ทาคาอิจิสนับสนุนนโยบายการ ‘ผ่อนคลายทางการเงิน’ อย่างรุนแรงและการใช้จ่ายงบประมาณขนาดใหญ่ สะท้อนนโยบาย “อาเบโนมิกส์” ของ ชินโซ อาเบะ อดีตนายกรัฐมนตรีที่ถูกลอบสังหาร ซึ่งหากนำมาใช้อีกครั้งอาจส่งผลกระทบต่อตลาด

    นอกจากนี้ เธอยังแสดงจุดยืนว่าจะไม่หลีกเลี่ยงการเจรจาใหม่กับสหรัฐอเมริกาหากข้อตกลงการค้ามีผลใช้บังคับในลักษณะที่เป็นอันตราย หรือไม่ยุติธรรมต่อญี่ปุ่น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/world/sanae-takaichi-japan-first-woman-prime-minister&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3NAPUVCr2tc1p4nW2CiKdj

  • แอปเป๋าตังคนละครึ่ง 68 เช็กขั้นตอนติดตั้งรับสิทธิคนละครึ่งพลัส

    แอปเป๋าตังคนละครึ่ง 68 เช็กขั้นตอนติดตั้งรับสิทธิคนละครึ่งพลัส

    คนละครึ่ง มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดแรกของรัฐบาลอนุทิน ภายใต้แนวคิด Quick Big Win” โดย กระทรวงการคลัง เตรียมเสนอรายละเอียดโครงการเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 7 ตุลาคม 2568  นี้ ซึ่งจะใช้เม็ดเงิน 44,000 ล้านบาท แบ่งเป็นงบฯกระตุ้นเศรษฐกิจปีงบประมาณ 2569 จำนวน 25,000 ล้านบาท และงบฯกลางอีก 19,000 ล้านบาท  

    สำหรับกลุ่มที่ได้รับสิทธิคนละครึ่ง ดังนี้

    กลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

    • ได้รับเงินจำนวน 2,000 บาท (รัฐเติมเงินเพิ่มจากเดิม 300 บาท รวมเป็น 2,000 บาท)
    • รับครั้งเดียว ไม่แบ่งจ่ายรายวัน
    • ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่

    คนละครึ่งพลัส กำหนดตารางลงทะเบียน ดังนี้

    • สำหรับร้านค้าผ่านแอปฯเป๋าตัง ลงทะเบียนวันที่ 15 ตุลาคม 2568
    • สำหรับประชาชนเปิดลงทะเบียนผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” วันที่ 20-26 ตุลาคม 2568
    • เริ่มใช้สิทธิ วันที่ 29-31 ธันวาคม 2568

    กลุ่มประชาชนทั่วไป

    • กลุ่มประชาชนทั่วไป ได้ 2,000 บาท

    กลุ่มผู้เสียภาษี 

    • กลุ่มประชาชนที่ยื่นแบบภาษี ได้ 2,400 บาท

    คุณสมบัติผู้ได้สิทธิลงทะเบียนคนละครึ่ง

    • อายุ 16 ปีขึ้นไป
    • สัญชาติไทย

    วิธีการใช้จ่าย

    • การใช้จ่ายในรูปแบบ 50 : 50 โดยรัฐบาลออก 50 เราออกเอง 50
    • ใช้จ่ายได้ไม่กินวันละ  200 บาท
    • ใช้จ่ายผ่านแอปเป๋าตัง

    ผู้ที่ไม่เคยใช้สิทธิคนละครึ่งทำตามขั้นตอนดังนี้

    • เข้าเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com (รอประกาศอย่างเป็นทางการ) 
    • กรอกข้อมูลตามแบบฟอร์ม และ ยืนยันหมายเลขโทรศัพท์

    แอปฯเป๋าตัง

    วิธีลงทะเบียน แอปฯ เป๋าตัง
    1.เปิดแอปฯ และยินยอมการจัดการข้อมูล
    2.เตรียมบัตรประชาชน
    2.1 ถ่ายรูปบัตร
    2.2 ตรวจสอบเลขบัตรประชาชน และกรอกเบอร์โทรศัพท์เพื่อรับรหัส OTP
    2.3 ใส่รหัส OTP 6 หลัก ที่ได้รับจากโทรศัพท์มือถือ
    2.4 กรอกข้อมูล บัตรประชาชน
     เลือกวิธีการยืนยันตัวตน ได้ 2 วิธี
    3.1 Krungthai NEXT : เข้าสู่ระบบ กรอกรหัส รับ OTP ตั้ง PIN **ลูกค้าต้องใช้บัญชี Krungthai NEXT ที่มีหมายเลขบัตรประชาชนเดียวกับแอปฯเป๋าตัง
    3.2 สแกนใบหน้า : สแกนหน้า ตั้ง PIN เปิดใช้งาน Face/Touch ID
    ยอมรับเงื่อนไขการใช้งาน รอระบบตรวจสอบ หากสำเร็จจะแสดงการ์ด G-Wallet บนหน้าจอ

    คนละครึ่ง

    สำหรับผู้ที่เคยลงทะเบียนมาแล้วทำตามขั้นตอนดังนี้

    • เปิดแอป เป๋าตัง
    • เข้าสู่ G-Wallet แล้วกดยืนยันสิทธิได้เลย ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่อีกครั้ง
    • วิธีเช็คสิทธิคนละครึ่ง 2568
    • หลังจากลงทะเบียนแล้ว หลายคนอาจยังไม่มั่นใจว่าตนเองได้รับสิทธิหรือไม่ สามารถเข้าไปที่เว็บไซต์
    •  www.คนละครึ่ง.com เช็คสิทธิ์ตรวจสอบสถานะ
    • เพื่อกรอกเลขบัตรประชาชน และดูผลการตรวจสอบสถานะได้ทันที
    • หากขึ้นว่า “ได้รับสิทธิ” ก็สามารถเปิดแอปเป๋าตังเพื่อใช้งานได้ตามวันที่โครงการกำหนด.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/640520&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0bbd64YekwYh_jcKDbj5F_