Blog

  • นักท่องเที่ยวทะลัก น้ำตกม่านฟ้า กลางผืนป่าทับลาน วังน้ำเขียว ส่งผลให้เกิดรายได้กับชุมชน กระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวรับหน้าหนาว | TOPNEWS

    นักท่องเที่ยวทะลัก น้ำตกม่านฟ้า กลางผืนป่าทับลาน วังน้ำเขียว ส่งผลให้เกิดรายได้กับชุมชน กระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวรับหน้าหนาว | TOPNEWS

    นักท่องเที่ยวทะลัก น้ำตกม่านฟ้า กลางผืนป่าทับลาน วังน้ำเขียว ส่งผลให้เกิดรายได้กับชุมชน กระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวรับหน้าหนาว

    • เผยแพร่ : 05/10/2025 20:39

    นครราชสีมา นักท่องเที่ยวทะลัก น้ำตกม่านฟ้า กลางผืนป่าทับลาน วังน้ำเขียว ส่งผลให้เกิดรายได้กับชุมชน กระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวรับหน้าหนาว

    วันที่ 5 ตุลาคม 2568 ที่บริเวณน้ำตกม่านฟ้า อุทยานแห่งชาติทับลาน บ้านสวนห้อม ตำบลวังน้ำเขียว อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก มีนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศเดินทางมาท่องเที่ยวยังน้ำตกเพื่อชื่นชมความงามในช่วงปลายฝนต้นหนาว ของอุทยานฯ ส่งผลให้มีรถนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากเดินทางมุ่งเข้าสู่พื้นที่ ทำให้เกิดรายได้กับชุมชนกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในหน้าฝน

    โดยวันนี้พบว่านักท่องเที่ยวเดินทางทั้งรถส่วนบุคคล และรถจักรยานยนต์ เข้าไปชมน้ำตกม่านฟ้า ทำให้รถติดเป็นจำนวนมาก ก่อให้เกิดรายได้ในคาบผ่านธรรมเนียมของกรมอุทยานฯ รวมถึงสร้างรายได้ให้กับร้านค้าในชุมชนบรรยากาศคึกคัก

    จากการสอบถามนักท่องเที่ยวทราบว่า ได้ติดตามข้อมูลจากสื่อโซเชียล มีการนำเสนอภาพและคลิปความสวยงามของน้ำตกม่านฟ้า จึงอยากเดินทางมาสัมผัสสักครั้งหนึ่งของชีวิต เพราะความสวยงามเหล่านี้จะเกิดขึ้นในฤดูฝนเท่านั้น ประกอบกับอำเภอวังน้ำเขียวมีธรรมชาติที่สดชื่น มีอากาศที่ดี จึงอยากเดินทางมาท่องเที่ยว

    ด้าน สิบเอก ธงชัย ชัยฉิมพลี ประธานจักรยานเพื่อการท่องเที่ยววังน้ำเขียว เปิดเผยว่า ภายหลังจิตอาสาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปพัฒนาทำความสะอาดบริเวณน้ำตกม่านฟ้า ส่งผลให้นักท่องเที่ยวแห่เดินทางเข้ามาเที่ยวในช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ เป็นจำนวน ก่อให้เกิดรายได้ในชุมชน จึงมีแนวคิดเปิดแหล่งท่องเที่ยวรับฤดูกาลท่องเที่ยว ในช่วงปลายฝนต้นหนาวนี้ อีกหลายแห่ง ซึ่งอยากให้นักท่องเที่ยวรอติดตาม กิจกรรมดังกล่าวเป็นความร่วมมือของท่องเที่ยวชุมชน และผู้ประกอบการท่องเที่ยว รวมถึงหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งคาดว่าหน้าหนาวนี้จะมีคนมาเที่ยววังน้ำเขียวเป็นจำนวน.

    ภาพ-ข่าว ประสิทธิ์ วนะชกิจ ผู้สื่อข่าวTOPNEWSทั่วไทย จ.นครราชสีมา

    website

    website

    หนุ่ม 30 ควงมีดไล่ฟันเพื่อนบ้าน! โดนยิงสวนดับ – มือปืนวัย 58 รอมอบตัว

    ชวนสัมผัสแสงแรกแห่งวันใหม่ ภายใต้อุณหภูมิ 18 °C ช่วงวันหยุดชมความงามของทะเลหมอกหลังฝนตกบนยอดภูเรือยามเช้า

    ปกครองสบเมยร่วมชาวบ้านและจิตอาสามอบถุงยังชีพ-ฟื้นฟู รร.น้ำท่วม

    “Phuket Hotelier Craft and Skill Exhibition 2025” โชว์ศักยภาพแรงงานโรงแรมสู่เวทีโลก

    สุชาติ’ เตรียมลงเชียงราย แก้ปัญหาสารพิษแม่น้ำกก ย้ำเป็นเรื่องเร่งด่วน พร้อมเตรียมเร่งผลักดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาด แก้ปัญหาฝุ่น

    ไทย – สหราชอาณาจักร ร่วมมือสู้วิกฤตสภาพภูมิอากาศและปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1343933&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3C5IRNXaj_zi_JT-eFNyDC

  • เชียงใหม่ เตรียมจัดงาน “ปลายฝนต้นหนาว” ครั้งแรก ที่สวน อบจ.เชียงใหม่

    เชียงใหม่ เตรียมจัดงาน “ปลายฝนต้นหนาว” ครั้งแรก ที่สวน อบจ.เชียงใหม่

    มูลนิธิโรงพยาบาลสวนดอก โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ณ โรงพยาบาลเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย วันที่ 4 ตุลาคม 2568 ณ โรงพยาบาลเวียงป่าเป้า อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย มูลนิธิโรงพยาบาลสวนดอก ร่วมกับโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ คณะแพทยศาสตร์ มช. นำโดย รศ.นพ.นเรนทร์ โชติรสนิรมิต คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มช. พร้อมด้วย ผศ.พญ.กรองกาญจน์ สุธรรม ผู้ช่วยคณบดีด้านการศึกษาก่อนปริญญา, ผศ.นพ.นครินทร์ อินมุตโต ผู้ช่วยคณบดีด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ, รศ.พญ.ไพลิน คงมีผล หัวหน้าภาควิชารังสีวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มช., รศ.พญ.สลิตา อังกุระวรานนท์ อาจารย์ประจำภาควิชารังสีวิทยา, คุณเนรัญชรา ตาวารัตน์ และ คุณพิมพ์พิชชา ราษฏร์นิยม ผู้ประสานงานกิจกรรมพิเศษและหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ มูลนิธิโรงพยาบาลสวนดอก, ทีมจิตอาสามูลนิธิโรงพยาบาลสวนดอก คณาจารย์ ทีมแพทย์ และบุคลากรจากโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ร่วมออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ให้บริการตรวจสุขภาพ ในกิจกรรม “ตรวจสุขภาพพระภิกษุสงฆ์และแม่ชีในพื้นที่ทุรกันดาร” ครั้งที่ […]

    ร่วมแสดงความคิดเห็น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/social/3786784/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ODXp0IDJ2-468bn7dOQmd

  • ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด – แกร็บ เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ

    ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด – แกร็บ เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ

    ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด – แกร็บ เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ

    นายมนาเทศ อันนวัฒน์ เพรสซิเดนท์ บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด กล่าวว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ความต้องการพำนักระยะยาวมีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มนักลงทุน กลุ่ม Digital Nomad และชาวต่างชาติคุณภาพสูงที่มองหาจุดหมายปลายทางที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ อีกทั้งมีศักยภาพทางเศรษฐกิจ ซึ่งประเทศไทยถือว่ามีความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ที่ตอบโจทย์ในทุกๆ ด้าน  ทั้งในด้านทำเลที่ตั้ง ภูมิประเทศ ภูมิอากาศ โครงสร้างพื้นฐาน บริการด้านสาธารณสุข ความปลอดภัยและการลงทุน

    โดยปัจจุบัน ไทยแลนด์ พริวิเลจ การ์ด มีสมาชิกกว่า 40,000 รายจาก 50 ประเทศทั่วโลก โดยความร่วมมือกับ แกร็บ ในครั้งนี้ เป็นการยกระดับการให้บริการ และสร้างประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้กับสมาชิก  โดยแกร็บ ถือเป็นผู้นำอันดับหนึ่งในบริการเรียกรถผ่าน
    แอปพลิเคชัน ที่ได้มาตรฐานและได้รับการยอมรับในระดับสากล ผมเชื่อว่าบริการ GrabExecutive ที่มาพร้อมกับมาตรฐานด้านความปลอดภัย ความสะดวกสบาย จะสร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำให้กับสมาชิกไทยแลนด์ พริวิเลจ อย่างแน่นอน

    ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด - แกร็บ เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ  

    นางสาวจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า ในฐานะผู้บุกเบิกและผู้นำแพลตฟอร์มบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันในประเทศไทย แกร็บ มุ่งนำเสนอบริการที่สะดวกสบายและปลอดภัย เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้บริการที่หลากหลายมากว่า 12 ปี ซึ่งรวมถึงกลุ่มลูกค้าเชิงคุณภาพและต่างชาติที่มีกำลังซื้อสูง ผ่านบริการระดับพรีเมียมอย่าง GrabCar Premium GrabCar Luxe GrabDriveYourCar รวมถึงบริการล่าสุดอย่าง GrabExecutive ซึ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา และเพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างประสบการณ์การเดินทางที่น่าประทับใจให้กับลูกค้าชาวต่างชาติที่พำนักระยะยาวในประเทศไทย

    แกร็บได้นำเสนอบริการ GrabExecutive เป็นสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมให้กับสมาชิกของไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด โดยผู้ช่วยส่วนตัวของผู้ถือบัตรสามารถทำการจองรถโดยสารให้กับสมาชิกผ่านโซลูชันธุรกิจสำหรับลูกค้าองค์กร (GrabForBusiness) พร้อมมอบความสะดวกสบาย และสร้างประสบการณ์การเดินทางที่เหนือระดับให้กับผู้ถือบัตรทุกท่าน  โดยเราคาดหวังว่าความร่วมมือครั้งนี้จะมีส่วนสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่น และยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวลักชัวรีในประเทศไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล

    ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด - แกร็บ เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ

    GrabExecutive เป็นบริการเรียกรถล่วงหน้าระดับพรีเมียม ที่มอบประสบการณ์การเดินทางเหนือระดับด้วยมาตรฐานการให้บริการแบบเวิลด์คลาส โดยมีไฮไลท์สำคัญของบริการ อาทิ การให้บริการด้วยรถหรูหลากหลายรุ่นและขนาด อาทิ Mercedes-Benz E-Class, BMW Series 5, Toyota Vellfire และ Toyota Alphard การยกระดับมาตรฐานบริการด้วยคนขับที่ผ่านการอบรมหลักสูตรเฉพาะด้านการให้บริการและการสื่อสารกับลูกค้าลักชัวรี รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อย่าง น้ำแร่ และ Onboard Wi-Fi ซึ่งพร้อมให้บริการตลอดการเดินทาง

    ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด - แกร็บ เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ

    ความร่วมมือระหว่างแกร็บและไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด ครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งการผนึกกำลังครั้งสำคัญในการร่วมสานต่อนโยบายในการเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ พร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นของทั้งสององค์กรในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวลักชัวรี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/economy-business/economy/378967685&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Wors0Js71IRyt3g3IQXrS

  • สวนดุสิตโพลชี้ ปชช. 59% หวังรัฐบาลอนุทินเร่งแก้เศรษฐกิจ ปากท้อง ค่าครองชีพ

    สวนดุสิตโพลชี้ ปชช. 59% หวังรัฐบาลอนุทินเร่งแก้เศรษฐกิจ ปากท้อง ค่าครองชีพ

    เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2568 “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “นโยบายเร่งด่วนรัฐบาลอนุทิน” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,149 คน ระหว่างวันที่ 1–3 ตุลาคม 2568 พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 59.36 คาดหวังนโยบายด้านเศรษฐกิจ สร้างรายได้ ลดรายจ่าย เป็นลำดับแรก รองลงมาคือด้านความมั่นคง แก้ปัญหาไทย–กัมพูชา ยาเสพติด และภัยพิบัติร้อยละ 20.45 ขณะที่ด้านปฏิรูปกฎหมายและพัฒนาเทคโนโลยีได้รับความสนใจน้อยที่สุดเพียง 5.13%

    นอกจากนี้ ผลสำรวจระบุว่าร้อยละ 57.96 มองว่านโยบายของรัฐบาลอนุทินแตกต่างจากรัฐบาลชุดก่อน ขณะที่ 32.81% เห็นว่าไม่แตกต่างมากนัก โดยประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 43.78 ระบุว่า “ไม่ค่อยเชื่อมั่น” ต่อรัฐบาลชุดใหม่ ขณะที่ 42.12% “ค่อนข้างเชื่อมั่น” และมีเพียง 4.70% ที่ “เชื่อมั่นมาก”

    สำหรับสิ่งที่ประชาชนอยากเห็นรัฐบาลอนุทินเร่งดำเนินการในช่วง 4 เดือนแรกหลังเข้ารับตำแหน่ง ร้อยละ 31.33 ต้องการให้แก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง ค่าครองชีพ รองลงมาคือการบริหารความมั่นคงชายแดน และการปราบปรามทุจริตร้อยละ 23.11 ขณะที่อีก 15.56% อยากให้ดำเนินนโยบายที่เป็นรูปธรรมเห็นผลจริงในระยะสั้น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/58524&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2i0SDjXJm68r_AlMDkl4iN

  • รีเบคก้า รัสเซลล์ อดีตนางแบบ-รองมิสไทยแลนด์เวิลด์ คว้าปริญญาเอก จุฬาฯ

    รีเบคก้า รัสเซลล์ อดีตนางแบบ-รองมิสไทยแลนด์เวิลด์ คว้าปริญญาเอก จุฬาฯ

    ขอแสดงความยินดีกับ ดร.รีเบคก้า รัสเซลล์ (เบคกี้ รัสเซลล์ / ริสา หงส์หิรัญ) อดีตดารา-นางแบบ-พิธีกร และ รองมิสไทยแลนด์เวิลด์ หลังจากที่หันหลังให้กับวงการบันเทิง ก็เลือกทำงานในสายงานที่รัก โดยปัจจุบันนั่งแท่นกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานสื่อสารองค์กร บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ที่ล่าสุดสำเร็จการศึกษาระดับ ครุศาสตร์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาพัฒนศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจที่สะท้อนถึงความทุ่มเทและการพัฒนาตนเองอย่างไม่หยุดยั้ง

    สิ่งที่ทำให้ความสำเร็จครั้งนี้มีคุณค่ามากยิ่งขึ้น คือในระหว่างการศึกษาปริญญาเอก เธอยังคงทำงานด้านสื่อสารองค์กรและงานบรรยาย ควบคู่กับการศึกษาระดับปริญญาโทด้านการชะลอวัย (Anti-Aging) ไปพร้อมกัน แม้ต้องเผชิญกับข้อจำกัดจากสถานการณ์โควิด-19 แต่เธอก็สามารถฟันฝ่าอุปสรรคและก้าวสู่เส้นชัยได้สำเร็จ

    ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรปีนี้ ดร.รีเบคก้า ยังได้รับเกียรติเป็น ผู้แทนนิสิตนำบัณฑิตกล่าวคำปฏิญญา ซึ่งสะท้อนถึงความเป็นผู้นำทั้งด้านวิชาการและจิตวิญญาณ พร้อมฝากข้อคิดแก่ผู้ที่กำลังศึกษาอยู่ว่า “การวางแผนและมีวินัยคือกุญแจสำคัญ แม้เส้นทางอาจหนักหน่วง แต่ความสำเร็จที่รออยู่ปลายทางจะเป็นความภูมิใจของทั้งตัวเองและครอบครัว”

    ดร.รีเบคก้า รัสเซลล์ ยังคงมุ่งมั่นทำงานด้านการพัฒนาคนและการสื่อสารองค์กร พร้อมส่งต่อแรงบันดาลใจให้สังคมในฐานะผู้บริหาร นักวิชาการ และนักสร้างแรงบันดาลใจรุ่นใหม่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/entertain/news/2887203&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3nQXbOsZJdgoQ3__T6LrFW

  • เช็กดวงประจำวันที่ 5 ต.ค. 68 ราศีที่ดาวศรีสถิต “ตุล” ราศีที่ดาวกาลีสถิต “สิงห์” | เดลินิวส์

    เช็กดวงประจำวันที่ 5 ต.ค. 68 ราศีที่ดาวศรีสถิต “ตุล” ราศีที่ดาวกาลีสถิต “สิงห์” | เดลินิวส์

    สุริยคติกาล วันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2568 ค.ศ. 2025จันทรคติกาล ตรงกับวันอาทิตย์ ขึ้น 13 ค่ำ เดือน 11 ปีมะเส็ง สัปตศก จุลศักราช 1387 อาทิตย์อุทัย เวลา 06.08 น. เที่ยงจริง เวลา 12.07 น. อาทิตย์ตก เวลา 18.06 น. จันทร์ตก เวลา 04.56 น.

    วันนี้ เวลา 00.00-05.30 น. ดาวจันทร์เสวยศตภิสัชนักษัตรฤกษ์ที่ 24 ประกอบด้วยเทวีแห่งฤกษ์ เทวี แปลว่า นางพญา หมายถึง สตรีผู้มีฐานะและตำแหน่งสูง เวลา 05.31-24.00 น. ดาวจันทร์เสวยปุรพภัทรบทนักษัตรฤกษ์ที่ 25 ประกอบด้วยเพชฌฆาตแห่งฤกษ์ เพชฌฆาต แปลว่า ผู้ฆ่า ทำการเพื่อให้สิ่งที่เข้ามาพ่ายแพ้ ข่มขวัญ น่ายำเกรง มีความขลังและมีความศักดิ์สิทธิ์ วันอาทิตย์-โลกาวินาศตามกาลโยค เวลา 00.00-24.00 น.-ห้ามทำการมงคล ทิศที่เป็นมงคล-ทักษิณ (ใต้) ทิศอัปมงคล-อุดร (เหนือ) สีประจำวัน-แดง สีสิริมงคล-เขียวสด สีอัปมงคล-ฟ้า น้ำเงิน ราศีที่ดาวศรีสถิต-ตุล ราศีที่ดาวกาลีสถิต-สิงห์

    เกิดวันนี้ เด็กชาย รักความยุติธรรม มีความเจริญก้าวหน้าทางสังคม มีมิตรสหายมาก มีการศึกษาดี รับผิดชอบสูง มีเสน่ห์ รักษาคำพูด คารมคมคาย เฉลียวฉลาด ชอบศึกษา ผู้ใหญ่ช่วยเหลือ ชอบต่อสู้ มักจากถิ่นที่อยู่ไปอยู่ที่อื่น อนาคตแจ่มใส สร้างหลักฐานได้เร็ว จะมั่งคั่งด้วยทรัพย์สินเงินทอง เด็กหญิง รักสวยรักงาม พูดจริงทำจริง จิตใจสูง มีเสน่ห์ มีผู้อุปถัมภ์ ชอบการศึกษา รักศิลปะการตกแต่ง วัยเด็กจะต่อสู้แต่อนาคตจะดี มีเหตุผล ละเอียดลออนุ่มนวลน่ารัก มีความรับผิดชอบสูง ชอบการสมาคมเพื่อนฝูงมาก ติดต่อเจรจาทางการค้าดี คู่ครองช่วยเสริมเรื่องฐานะความเป็นอยู่

    เกิดวันอาทิตย์ การไม่ยับยั้งชั่งใจเอาแต่อารมณ์หรือมีโทสะบ่อยครั้ง ทำให้มีปัญหากับเพื่อนร่วมงานได้ง่าย มีเงินเหลือก็ควรเก็บออมไว้ใช้ในยามจำเป็นบ้าง การใจอ่อนและไม่รอบคอบจะเป็นเหตุทำให้ต้องเสียเงินโดยไม่เกิดประโยชน์ มีรายได้จากผลงานเก่า ๆ แต่เงินทองที่ได้มาจะถูกนำไปใช้ในการปรับปรุงการทำงาน เงินทองถูกใช้ไปเกี่ยวกับการรักษาหน้าตาในสังคม

    เกิดวันจันทร์ คนรักมีโอกาสได้ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ควรลดอาการจู้จี้ ขี้บ่นลงไปบ้างก็จะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น จะได้รับมอบหมายให้ทำงานสำคัญ มีงานพิเศษด้านการบริการสังคม เป็นที่ชื่นชมของผู้ใหญ่และบุคคลที่สัมพันธ์ด้วย การเจรจาติดต่อทางธุรกิจจะดำเนินไปได้ด้วยดี ปัญหาที่จะเกิดขึ้นสามารถแก้ไขได้ มีโอกาสได้ศึกษาวิชาการที่แปลก ๆ ส่วนท่านที่ยังไม่ได้งานทำก็จะได้งานทำที่พึงพอใจ

    เกิดวันอังคาร มีโอกาสได้เดินทางเพราะหน้าที่การงาน จะเป็นที่ชื่นชมของผู้ใหญ่และบุคคลที่สัมพันธ์ด้วย มีโอกาสได้ช่วยเหลือผู้ทุกข์ยาก การเจรจาเกี่ยวกับการงานจะได้รับผลดี แต่ควรระมัดระวังเรื่องการคบเพื่อน การไม่ยับยั้งชั่งใจหรือเอาแต่อารมณ์หรือมีโทสะบ่อยครั้ง ทำให้มีปัญหากับเพื่อนร่วมงานได้ง่าย มีเงินผ่านมือเข้ามามาก แต่ก็มีรายจ่ายมาก จึงไม่ค่อยมีเงินเก็บ ควรดูแลเรื่องสุขภาพให้ดี

    เกิดวันพุธ การที่เป็นคนอ่อนไหวต่อความรักจึงมีเรื่องวุ่นวายในเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ อยู่เสมอ ควรรับฟังคำแนะนำของคนรอบข้างบ้าง เงินทองหามาได้มากก็ใช้ไปมาก ไม่ควรให้ใครหยิบยืมในช่วงนี้ เพราะมีโอกาสที่จะไม่ได้รับการชำระหนี้สูง การลงทุนและการสำรองจ่ายควรจะพิจารณาให้รอบคอบ มีรายได้พิเศษหรือได้เงินคืน จะมีการเดินทางไปร่วมกิจกรรมสำคัญ

    เกิดวันพฤหัสบดี จะได้รับการสนับสนุนและร่วมมือจากเพื่อนร่วมงานด้วยดี ควรมอบหมายหน้าที่การงานให้กับบริวารอย่างชัดเจน มีโอกาสได้ศึกษาวิชาการที่แปลกใหม่ จะได้ร่วมงานในองค์กรการกุศลได้พบปะสังสรรค์กับผู้คนมากมาย งานที่ทำต้องใช้จินตนาการและการวิเคราะห์เป็นสำคัญ เพื่อนฝูงแนะนำงานใหม่ ๆ เข้ามาให้ทำ จะได้รับมอบหมายให้ทำงานสำคัญ

    เกิดวันศุกร์ การลงทุนและการสำรองจ่ายควรจะพิจารณาให้รอบคอบ คนรักหรือเพศตรงข้ามญาติมิตรจะนำโชคดีมาสู่ท่าน มีเงินเหลือก็ควรเก็บออมไว้ใช้ในยามจำเป็นบ้าง ตนเองมักจะไม่ได้ใช้จ่ายของตน แต่กลับถูกนำไปใช้เพื่อคนอื่น การใจอ่อนและไม่รอบคอบจะเป็นเหตุทำให้ต้องเสียเงินโดยไม่จำเป็น ควรยืนอยู่บนหลักการและเหตุผลรู้จักผ่อนสั้นผ่อนยาวตามความจำเป็น ควรรอบคอบและระมัดระวังอารมณ์ให้ดี

    เกิดวันเสาร์ มีโอกาสได้ใช้ความรู้ความสามารถ ควรมอบหมายหน้าที่การงานให้กับบริวารอย่างชัดเจน คนที่ยังไม่มีงานทำก็จะได้ทำงานที่ชอบและเหมาะสมกับวุฒิภาวะ จะได้ทรัพย์สินเงินทองและของเก่าซึ่งมีผลทางจิตใจ การรู้จักบริหารเงินทองไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย การเงินจะดีขึ้นไปพร้อม ๆ กับตำแหน่งหน้าที่การงานที่สูงขึ้น จะได้อิทธิมงคลวัตถุ มีการเดินทางไปสถานที่สำคัญ.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/articles/5172017/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw20VFBejgCWHQvEhqXwV3JD

  • ปลายฝนต้นหนาว จ.เลย อุณหภูมิต่ำกว่า 20 องศาฯ แล้ว ชวนชมแสงแรก สัมผัสหนาว | เดลินิวส์

    ปลายฝนต้นหนาว จ.เลย อุณหภูมิต่ำกว่า 20 องศาฯ แล้ว ชวนชมแสงแรก สัมผัสหนาว | เดลินิวส์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5174714/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0iPafKQ9OIXF-6bXBRKsJo

  • สิ้นนักวิชาการเกียรติคุณ‘ดร.อัมมาร สยามวาลา’ ผู้สร้างคุณประโยชน์แก่ประเทศ

    สิ้นนักวิชาการเกียรติคุณ‘ดร.อัมมาร สยามวาลา’ ผู้สร้างคุณประโยชน์แก่ประเทศ

    สิ้นนักวิชาการเกียรติคุณ‘ดร.อัมมาร สยามวาลา’ ผู้สร้างคุณประโยชน์แก่ประเทศ

    วันอาทิตย์ ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 07.57 น.

    สิ้นนักวิชาการเกียรติคุณ‘ดร.อัมมาร สยามวาลา’ ผู้สร้างคุณประโยชน์แก่ประเทศ

    5 ตุลาคม 2568 สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) โพสต์ข้อความแสดงความอาลัยยิ่งต่อการจากไปของ ศ.พิเศษ ดร.อัมมาร สยามวาลา นักวิชาการเกียรติคุณ และอดีตประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย

    สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ระบุว่า ดร.อัมมาร เป็นบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในช่วงเวลาการก่อตั้งทีดีอาร์ไอ และท่านนับเป็นนักวิจัยท่านแรกของสถาบันแห่งนี้ ตลอดชีวิตของการเป็นนักวิชาการของดร.อัมมาร ได้สร้างผลงานทางวิชาการที่สร้างคุณประโยชน์ต่อสังคม ต่อประเทศชาติ ต่อประโยชน์สาธารณะจำนวนมาก

    ร่วมระลึกถึงดร.อัมมาร ผู้เป็นจิตวิญญาณ เป็นที่รัก และเคารพของเราชาวทีดีอาร์ไอ หนังสือ “ครบรอบ 60 ปีอาจารย์อัมมาร” ซึ่งรวบรวมบทความที่ดร.อัมมาร ได้รังสรรค์ขึ้นในห้วงเวลาที่ผ่านมา รวมถึงทัศนะเกี่ยวกับผลงานของดร.อัมมาร จากผู้ทรงคุณวุฒิที่เคยร่วมงานกับดร.อัมมาร

    https://tdri.or.th/wp-contenthttps://static.naewna.com/uploads/2013/01/po4.pdf

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/918872&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1RUfGV2u2RzmU5IIv3c5tz

  • ลูกใครมี “ของดี” กูรูอเมริกันชี้ 4 สัญญาณบ่งชี้ “เด็ก EQ สูง” โตมาสำเร็จง่ายๆ เหนือคนอื่น!

    ลูกใครมี “ของดี” กูรูอเมริกันชี้ 4 สัญญาณบ่งชี้ “เด็ก EQ สูง” โตมาสำเร็จง่ายๆ เหนือคนอื่น!

     ผู้เชี่ยวชาญชาวอเมริกันเผย 4 สัญญาณของ “เด็กที่มี EQ สูง”  ลูกใครมีครบก็ยินดีด้วย โตขึ้นมีแนวโน้มประสบความสำเร็จได้ง่าย!

    เด็กที่มีความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) สูง มักจะมีข้อได้เปรียบในการสื่อสาร สร้างความสัมพันธ์ทางสังคม และส่งผลดีต่อการเรียนรู้ ตลอดจนการทำงานในอนาคต

    ในการเลี้ยงดูเด็ก ผู้ปกครองจำนวนไม่น้อยมักให้ความสำคัญกับผลการเรียนมากกว่า และยังไม่ใส่ใจในการพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) อย่างเพียงพอ ทั้งที่จริงแล้ว งานวิจัยหลายชิ้นได้ชี้ให้เห็นว่า EQ สามารถเป็นตัวพยากรณ์ความสำเร็จในอนาคต ทั้งในด้านความสัมพันธ์ สุขภาพ และคุณภาพชีวิตได้เป็นอย่างดี

    ศาสตราจารย์ Daniel Goleman แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ระบุว่า EQ คือกุญแจสำคัญที่จะกำหนดความสำเร็จในชีวิตและการทำงานของคนคนหนึ่ง โดยงานวิจัยในปี 2017 พบว่า เด็กที่มี EQ สูงมักมีผลการเรียนที่ดีกว่า มีส่วนร่วมในกิจกรรมโรงเรียนมากกว่า และมีแนวโน้มเลือกวิถีชีวิตที่ดีต่อสุขภาพมากกว่า เมื่อเติบโตขึ้น คนที่มี EQ สูงก็จะมีสุขภาพจิตดี และมีมุมมองเชิงบวกต่อการทำงานของตนเอง

    ผู้เชี่ยวชาญได้ระบุลักษณะร่วมของเด็กที่มี EQ สูงไว้ 4 ข้อ ซึ่งผู้ปกครองสามารถสังเกตและฝึกฝนให้ลูกได้ดังนี้:

    1. มีความสามารถในการรับรู้ตนเอง

    การรับรู้ตนเองช่วยให้บุคคลเข้าใจว่าการกระทำของตนส่งผลต่อมุมมองของผู้อื่นอย่างไร รู้จักจุดแข็งของตัวเองและสามารถระบุจุดอ่อนเพื่อปรับปรุงได้

    หากลูกของคุณเข้าใจจุดเด่น/จุดด้อยของตนเอง มีความมั่นใจในตัวเอง และกล้าแสดงออกถึงความต้องการของตัวเอง แสดงว่าเขามีทักษะการรับรู้ตนเองดี ผู้ปกครองสามารถฝึกฝนทักษะนี้ได้โดยการแสดงความใส่ใจในความรู้สึกและคำพูดของลูกอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจและความภาคภูมิใจในตนเองให้กับเด็ก

    2. เข้าใจและรับรู้อารมณ์ของผู้อื่นได้ง่าย

    เด็กที่มี EQ สูงสามารถจับความรู้สึกของผู้อื่นได้แม่นยำ มักจะมองเห็นจากภาษากายหรือสัญญาณเล็กๆ ที่คนทั่วไปอาจมองข้าม

    นักจิตวิทยาด้านการศึกษาชาวอเมริกัน Michele Borba กล่าวว่า ความสามารถในการอ่านอารมณ์ของคนรอบข้างจะช่วยให้เด็กมีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น และรู้วิธีสื่อสารหรือวางตัวได้เหมาะสมในสถานการณ์ต่างๆ

    เด็กที่เข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น จะสามารถมองเห็นเหตุการณ์จากมุมมองของคนอื่น ลดความขัดแย้งจากความเข้าใจผิด และจัดการกับปัญหาได้ในทิศทางที่ดีขึ้น นอกจากนี้ เด็กกลุ่มนี้ยังมีแนวโน้มที่จะเคารพความคิดเห็นที่แตกต่าง และมีมุมมองที่เป็นกลางมากขึ้น

    3. ชอบช่วยเหลือผู้อื่น

    นักการศึกษาชื่อ Maureen Healy กล่าวว่า เด็กที่มี EQ สูงมักจะใส่ใจคนรอบข้าง พยายามช่วยเหลือเมื่อมีโอกาส และให้ความสำคัญกับประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าความต้องการส่วนตัว

    เด็กเหล่านี้มักสนใจเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสังคม ช่วยเหลือผู้ที่อ่อนแอกว่า หรือแม้แต่ช่วยพ่อแม่ทำงานบ้าน ช่วยเพื่อน หรือครูในโรงเรียน

    ผู้ปกครองสามารถฝึกนิสัยนี้ให้ลูกได้ โดยเป็นแบบอย่างที่ดีในการแสดงความห่วงใยต่อคนรอบตัว และพูดคุยกับลูกเกี่ยวกับอารมณ์ที่ลูกสังเกตเห็นในคนที่พบเจอในแต่ละวัน พร้อมแนะนำวิธีที่เด็กจะสามารถช่วยเหลือหากพบเห็นผู้ที่กำลังเผชิญสถานการณ์ไม่ดี

    4. รู้จักจัดการอารมณ์ของตัวเอง

    แม้แต่ผู้ใหญ่เองก็ยังอาจมีปัญหาในการควบคุมอารมณ์เมื่อเผชิญกับสถานการณ์ตึงเครียด ซึ่งอาจทำให้รู้สึกหงุดหงิดหรือหลุดพูดในสิ่งที่ไม่ควรพูด แต่เด็กที่มี EQ สูงมักสามารถควบคุมอารมณ์ได้ดี ไม่ปล่อยให้อารมณ์ครอบงำจนแสดงพฤติกรรมรุนแรงหรือหุนหันพลันแล่น

    Maureen Healy กล่าวว่า “เด็กทุกคนล้วนมีแนวโน้มที่จะตอบสนองอย่างรุนแรงเมื่อสิ่งต่างๆ ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง แต่พ่อแม่สามารถสอนลูกให้เริ่มจากการหายใจลึกๆ เพื่อลดอารมณ์ สอนให้หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น และใช้คำพูดที่เหมาะสมแทนการตะโกนเวลาโกรธ”

    หากลูกของคุณมีลักษณะเหล่านี้ แสดงว่าเขามีแนวโน้มจะประสบความสำเร็จในชีวิตได้มากขึ้น การพัฒนา EQ ไม่เพียงแต่เป็นทักษะทางสังคม แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญของชีวิตที่มีคุณภาพทั้งในวัยเด็กและผู้ใหญ่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9849342/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1fZGsHUiPJCCRd8JT0LJ01

  • สวนดุสิตโพล ชี้ ประชาชนคาดหวังนโยบายเศรษฐกิจมากที่สุด ระบุความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลอนุทินอยู่ในระดับก้ำกึ่ง รอชมผลงานจริงก่อนการเลือกตั้ง

    สวนดุสิตโพล ชี้ ประชาชนคาดหวังนโยบายเศรษฐกิจมากที่สุด ระบุความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลอนุทินอยู่ในระดับก้ำกึ่ง รอชมผลงานจริงก่อนการเลือกตั้ง

    วันนี้ (5 ตุลาคม) สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง ‘นโยบายเร่งด่วนรัฐบาลอนุทิน’ กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 1,149 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 1-3 ตุลาคม 2568 พบว่า นโยบายด้านที่คาดหวังมากที่สุด คือ ด้านเศรษฐกิจ สร้างรายได้ ลดรายจ่าย ร้อยละ 59.36 รองลงมาคือด้านความมั่นคง ร้อยละ 20.45 โดยมองว่านโยบายรัฐบาลอนุทินแตกต่างจากรัฐบาลชุดที่ผ่านมาอยู่บ้าง รองลงมาร้อยละ 7.92 ด้านสังคมการปราบการพนันผิดกฎหมาย ขจัดทุจริต ส่วนร้อยละ 7.14 ด้านภัยธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ติดตั้งระบบเตือนภัย ช่วยผู้ประสบภัย และร้อยละ 5.13 ด้านบริหารภาครัฐ เร่งพัฒนารัฐบาลดิจิทัลและปฏิรูปกฎหมาย

    ในประเด็นประชาชนคิดว่านโยบายของรัฐบาลอนุทินแตกต่างจากรัฐบาลชุดที่ผ่านมาหรือไม่พบว่า ร้อยละ 57.96 หลังจากการแถลงนโยบาย ประชาชนรู้สึกไม่ค่อยเชื่อมั่นและค่อนข้างเชื่อมั่นใกล้เคียงกัน รองลงมาร้อยละ 32.81 ไม่แตกต่างเลย และร้อยละ 9.23 แตกต่างอย่างมาก และยังพบว่า ร้อยละ 43.78 ประชาชนไม่ค่อยเชื่อมั่นต่อรัฐบาลอนุทิน ส่วนร้อยละ 42.12 ระบุค่อนข้างเชื่อมั่น รองลงมาร้อยละ 9.40 ไม่เชื่อมั่นเลย และร้อยละ 4.70 เชื่อมั่นมาก

    ส่วน สิ่งที่อยากฝากบอกรัฐบาลอนุทิน ต่อการทำงานในช่วง4 เดือนก่อนการเลือกตั้ง คือ อยากเห็นผลงานการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง ค่าครองชีพ ร้อยละ 31.33 รองลงมาร้อยละ 23.11 ระบุรักษาคำพูด ตามนโยบายที่ได้ให้ไว้ ร้อยละ 15.56 ทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์คำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชน ร้อยละ 15.11 ดูแลความเป็นอยู่ของทหารและประชาชนตลอดแนวชายแดนและร้อยละ 8.44 ปฏิบัติตามข้อตกลงMOA ที่ให้ไว้กับพรรคประชาชน

    ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า หลังจากติดตามการแถลงนโยบายประชาชนเห็นว่าแตกต่างจากรัฐบาลก่อนอยู่บ้าง โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจที่ดูจะสร้างความตื่นเต้นในสังคมได้ ขณะที่ประเด็นเรื่องความโปร่งใสในการบริหารยังคงเป็นเงื่อนไขสำคัญ ทำให้ความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลอนุทินอยู่ในภาวะก้ำกึ่ง ท้ายที่สุดคงมีเพียงการลงมือทำผลงานจริงเท่านั้นในระยะเวลา 4 เดือนหลังจากนี้ว่าจะเปลี่ยนความก้ำกึ่งให้กลายเป็นความเชื่อมั่นได้หรือไม่

    TAGS:  


    ABOUT THE PHOTOGRAPHER
    ศวิตา พูลเสถียร

    ช่างภาพข่าว ประจำสำนักข่าว THE STANDARD

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/dusit-poll-anutin-economic-policy/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3E3bh0UOxgYya3dZ_hSZF_