Blog

  • เร่งซ่อม รร.ศรัทธาสมุทร พังจากแผ่นดินไหว “นฤมล” ย้ำปรับปรุงบ้านพักครูทั่วประเทศ

    เร่งซ่อม รร.ศรัทธาสมุทร พังจากแผ่นดินไหว “นฤมล” ย้ำปรับปรุงบ้านพักครูทั่วประเทศ

    “นฤมล” รมว.ศึกษาธิการ ตรวจเยี่ยมโรงเรียนศรัทธาสมุทร เร่งซ่อมอาคารเรียนพังจากแผ่นดินไหว หลังเปลี่ยนผ่านรัฐบาลยังไม่ได้รับจัดสรรงบฯ ย้ำ เดินหน้าแผนปรับปรุงบ้านพักครูทั่วประเทศ

    วันที่ 7 ตุลาคม 2568 นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ลงพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อติดตามและมอบนโยบายให้แก่องค์กรทางการศึกษาในจังหวัด พร้อมรับฟังปัญหาและความเดือดร้อนของผู้บริหาร ครู นักเรียน และผู้ปกครองในพื้นที่ ณ โรงเรียนศรัทธาสมุทร ซึ่งได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหว โดยมี นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน นายชยชัย แสงอินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม นายปัญญา บูรณะนันทสิริ ศึกษาธิการจังหวัดสมุทรสงคราม ผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ครู และนักเรียน ร่วมให้การต้อนรับ

    นางนฤมล กล่าวว่า โรงเรียนศรัทธาสมุทรได้จัดทำคำขอรับงบประมาณซ่อมแซมอาคารเรียนและเสนอผ่านสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) แล้ว แต่ในช่วงรัฐบาลที่ผ่านมาเกิดการเปลี่ยนแปลง จึงยังไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ จากการลงพื้นที่ในครั้งนี้ได้เห็นปัญหาที่แท้จริง และรายงานต่อรองนายกรัฐมนตรีเพื่อขอรับการสนับสนุนงบกลางในการซ่อมแซมโรงเรียน โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้สำรวจข้อมูลโรงเรียนทั่วประเทศที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว น้ำท่วม หรือภัยธรรมชาติอื่นๆ เพื่อแยกความเร่งด่วนและจัดสรรงบประมาณให้เหมาะสม โดยให้ประสานกับสำนักงบประมาณอย่างใกล้ชิด

    “วันนี้ได้มาดูพื้นที่จริงร่วมกับเลขาธิการ สพฐ. เพื่อให้ได้ข้อมูลครบถ้วนในการรวบรวมเสนอขอรับงบประมาณต่อไป ซึ่งนายกรัฐมนตรีพร้อมให้การสนับสนุน เพียงแต่ขอให้เตรียมข้อมูลให้พร้อมและครบถ้วน”

    นอกจากนี้ นางนฤมล ยังได้กล่าวถึงปัญหาบ้านพักครูในพื้นที่ ว่า ยังคงเป็นเรื่องที่ต้องเร่งแก้ไข เนื่องจากหลายแห่งมีสภาพทรุดโทรมจนไม่สามารถอยู่อาศัยได้ ทำให้ครูบางส่วนต้องเช่าที่พักหรือกู้เงินส่วนตัวมาซ่อมแซม ส่งผลให้มีภาระหนี้สินเพิ่มขึ้น ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการ โดยการกำกับของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้เร่งดำเนินการโครงการปรับปรุงบ้านพักครูให้เป็นรูปธรรมในรัฐบาลชุดนี้ โดยจะร่วมมือกับการเคหะแห่งชาติ ภายใต้การกำกับของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เพื่อวางแผนดำเนินการเป็นระยะ (เฟส) และบรรจุในงบประมาณดำเนินการในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 และต่อเนื่องในปีถัดไป โดยใช้แนวทางทยอยชำระคืนแก่การเคหะแห่งชาติ เพื่อไม่ให้เป็นภาระงบประมาณก้อนใหญ่ในคราวเดียว

    ในช่วงท้าย นางนฤมล ยังย้ำด้วยว่า กระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญกับทั้งคุณภาพชีวิตของครูและคุณภาพการศึกษาของนักเรียน โดยจะติดตามการซ่อมแซมอาคารเรียนและโครงการบ้านพักครูในทุกพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ครูและนักเรียนได้อยู่และเรียนรู้อย่างปลอดภัยและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2887679&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2vvB0i7MPlNshLi_y-YhaZ

  • สตูลเร่งพัฒนา เส้นทางเดินเมืองเก่า 13.5 กม.รับเทศกาลท่องเที่ยวปลายปี

    สตูลเร่งพัฒนา เส้นทางเดินเมืองเก่า 13.5 กม.รับเทศกาลท่องเที่ยวปลายปี

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/contents/102168&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw20CRxhBRgShOCozFQkDcud

  • นักเทนนิสไทยพาเหรดคว้าชัยชายคู่รอบสอง ไอทีเอฟ เจ300 เกาหลีใต้

    นักเทนนิสไทยพาเหรดคว้าชัยชายคู่รอบสอง ไอทีเอฟ เจ300 เกาหลีใต้

    นักเทนนิสเยาวชนไทยโชว์ฟอร์มสุดยอด คว้าชัยชนะรอบแรกชายคู่ ศึก 2025 ไอทีเอฟ ฮานา ซีเคียวริตี้ส์ เจ300 ที่เกาหลีใต้ พร้อมทะลุเข้ารอบสองครบทุกคู่

    นักเทนนิสเยาวชนไทยทำผลงานยอดเยี่ยมในการแข่งขันประเภทชายคู่ รอบแรก ศึก 2025 ไอทีเอฟ ฮานา ซีเคียวริตี้ส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จูเนียร์ส เทนนิส ทัวร์ ระดับเจ300 ที่ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2568 ในประเภทชายคู่ คู่มือวางอันดับ 3 ของรายการ คุณานันท์ พันธราธร มือ 78 เยาวชนโลก จับคู่กับ ไค ธอมป์สัน มือ 165 เยาวชนโลกจากฮ่องกง เอาชนะคู่จากเกาหลีใต้ จาง จุนซอ มือ 501 เยาวชนโลก และ คิม ยอง ฮุน มือ 397 เยาวชนโลก ไป 2-0 เซต 6-1, 7-5

    ด้าน ธรรม์ พันธราธร มือ 582 เยาวชนโลก คู่กับ ภพธรรม ศรีวงษ์ มือ 584 เยาวชนโลก ก็ผ่านเข้ารอบสองหลังเอาชนะ ชเว ชุงซอง กับ คิม จุงโฮ คู่จากเกาหลีใต้ 2-0 เซต 6-2, 6-0

    ขณะที่คู่ เปน จารุศร มือ 215 เยาวชนโลก กับ ลุก โกะ มือ 418 เยาวชนโลกจากฮ่องกง เอาชนะคู่เกาหลีใต้ คิม ซียุน มือ 2,160 เยาวชนโลก และ ปาร์ก โดฮยอน มือ 2,001 เยาวชนโลก 2-0 เซต 7-6(7-5), 6-3

    ส่วนประเภทหญิงคู่ คู่ ธฤตา หงษ์หยก มือ 551 เยาวชนโลก กับ ริโตะ อาริมะ มือ 447 เยาวชนโลกจากญี่ปุ่น พ่ายต่อคู่มือวาง 8 ของรายการจากญี่ปุ่น โคโคนะ อิชิอิ มือ 253 เยาวชนโลก และ ซาคิโนะ มิยาซาวะ มือ 199 เยาวชนโลก 0-2 เซต 2-6, 4-6

    ที่มาของภาพ :

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.siamsport.co.th/other-sports/tennis/91761/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0iyndmPnUh4XE2WjJ0-ju-

  • “โรบินฮู้ด” พร้อมหนุนโครงการ “คนละครึ่ง” กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก | เดลินิวส์

    “โรบินฮู้ด” พร้อมหนุนโครงการ “คนละครึ่ง” กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก | เดลินิวส์

    “โรบินฮู้ด” พร้อมหนุนโครงการ “คนละครึ่ง” กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก

    โรบินฮู้ด ขานรับนโยบายรัฐบาล ตอบสนองโครงการ “คนละครึ่ง” เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพ กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และเพิ่มโอกาสทางรายได้ให้ร้านค้า

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5183562/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1rSlDT-oJOnmleZVOIhzGZ

  • ด่วน มติครม.อนุมัติ ‘คนละครึ่งพลัส’ งบ 4.4 หมื่นล้าน แจก 20 ล้านคน

    ด่วน มติครม.อนุมัติ ‘คนละครึ่งพลัส’ งบ 4.4 หมื่นล้าน แจก 20 ล้านคน

    คนละครึ่งพลัส‘ นโยบายสำคัญของรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล ล่าสุด นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แจ้งว่า โครงการได้ผ่านการเห็นชอบจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้วในวันนี้ (7 ตุลาคม 2568)

    โดยอนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณ 4.4 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นงบกระตุ้นเศรษฐกิจ และงบกลาง ครอบคลุมผู้ได้รับสิทธิในโครงการทั้งหมด 20 ล้านคน ตามที่กระทรวงการคลัง เสนอ

    สำหรับโครงการคนละครึ่งพลัส กำหนดให้ประชาชนทั่วไปจะได้รับเงินจากรัฐโอนลงไปยังแอปพลิเคชันเป๋าตัง คนละ 2,000 บาท หรือ 50:50

    แต่หากเป็นประชาชนที่อยู่ในระบบภาษี รัฐบาลจะโอนเงินให้เพิ่มไปคนละ 2,400 บาท หรือ 60:40 เบื้องต้นกระทรวงการคลัง ประเมินว่า โครงการครั้งนี้น่าจะช่วยเพิ่มตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประมาณ 0.3-0.4%

    ด่วน มติครม.อนุมัติ 'คนละครึ่งพลัส' งบ 4.4 หมื่นล้าน แจก 20 ล้านคน

    ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ ฐานเศรษฐกิจ จะรายงานให้ทราบต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/640802&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3irdcNkIx_81Nz8jlZMbzR

  • “อนุทิน” ลงพื้นที่นครพนม ปลุกใช้สิทธิ “คนละครึ่งพลัส” ชูนโยบายพักหนี้ 1 แสนบาท เดินหน้าฟื้นเศรษฐกิจฐานราก – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    “อนุทิน” ลงพื้นที่นครพนม ปลุกใช้สิทธิ “คนละครึ่งพลัส” ชูนโยบายพักหนี้ 1 แสนบาท เดินหน้าฟื้นเศรษฐกิจฐานราก – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://bhumjaithai.com/news/109812&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0a3YLW8U4_INzsBWhF-bA9

  • เปิดเงื่อนไขรายละเอียด “คนละครึ่งพลัส” คุณสมบัติ-ขั้นตอนลงทะเบียน | TOPNEWS

    เปิดเงื่อนไขรายละเอียด “คนละครึ่งพลัส” คุณสมบัติ-ขั้นตอนลงทะเบียน | TOPNEWS

    เปิดเงื่อนไขรายละเอียด “คนละครึ่งพลัส” คุณสมบัติ-ขั้นตอนลงทะเบียน

    • เผยแพร่ : 07/10/2025 17:14

    เปิดเงื่อนไขรายละเอียด “คนละครึ่งพลัส” คุณสมบัติ-ขั้นตอนลงทะเบียน

    วันที่ 10 ตุลาคม 2568 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2568 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบโครงการคนละครึ่ง พลัส (โครงการฯ) ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่ได้แถลงต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2568 ที่จะสร้างรายได้ ลดรายจ่ายให้กับประชาชนในการใช้ชีวิตประจำวัน เพื่อให้มีกำลังในการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น
    คณะรัฐมนตรีเล็งเห็นว่า เนื่องจากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจไทยในปี 2568 ที่คาดว่าจะมีการขยายตัวระดับที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต ต่ำกว่าประเทศในภูมิภาค และต่ำกว่าศักยภาพ (Potential Growth) โดยมีปัจจัยสำคัญจากกำลังซื้อและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ยังคงเปราะบาง ภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง การฟื้นตัว

    ของเศรษฐกิจที่ไม่ทั่วถึง ท่ามกลางความเสี่ยงทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 4 ปี 2568 ที่อาจจะชะลอตัวอย่างรวดเร็ว ดังนั้น เพื่อเป็นหลักประกันการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
    จึงมีความจำเป็นต้องดำเนินโครงการฯ เพื่อเพิ่มอุปสงค์การบริโภคภายในประเทศในช่วงเวลาดังกล่าว ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบวงเงินงบประมาณในการดำเนินโครงการฯ จำนวนไม่เกิน 44,000 ล้านบาท สำหรับกลุ่มเป้าหมายจำนวนไม่เกิน 20 ล้านคน โดยมีรายละเอียดโครงการฯ ดังนี้

    1. ระยะเวลาโครงการฯ ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 โดยมีรายละเอียด ดังนี้
    1.1 เปิดรับลงทะเบียนร้านค้าตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม ถึงวันที่ 19 ธันวาคม 2568 หรือระยะเวลา
    ตามที่กระทรวงการคลังโดยสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กำหนด
    1.2 เปิดรับลงทะเบียนประชาชนตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม ถึงวันที่ 26 ตุลาคม 2568 (เวลา 06.00 – 22.00 น.)
    1.3 ประชาชนผู้ได้รับสิทธิสามารถใช้สิทธิโครงการฯ ได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 (เวลา 06.00 – 23.00 น.) โดยสามารถซื้ออาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่กำหนดจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ สำหรับการซื้ออาหารหรือเครื่องดื่มผ่านผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร (Food Delivery Platform) ที่ได้รับอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการฯ ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” สามารถใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568
    (เวลา 06.00 – 21.00 น.)
    2. กลุ่มเป้าหมาย
    2.1 ประชาชนผู้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับผู้มีเงินได้กรณีทั่วไป (ภ.ง.ด. 90) แบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับผู้มีเงินได้จากการจ้างแรงงานตามมาตรา 40 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ประเภทเดียว (ภ.ง.ด. 91) หรือแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับผู้ได้รับสิทธิลดอัตราภาษีเงินได้
    บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด. 95) ของปีภาษี 2567 ตามฐานข้อมูลของกรมสรรพากร ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2568
    2.2 ประชาชนทั่วไป

    ทั้งนี้ กลุ่มเป้าหมายตามข้อ 2.1 และข้อ 2.2 ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้ 1) เป็นผู้มีสัญชาติไทย 2) มีอายุตั้งแต่ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน 3) มีบัตรประจำตัวประชาชน 4) ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามฐานข้อมูล
    ของกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2568 และ 5) ไม่เป็นผู้ที่ถูก สศค. ระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืน
    ในโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 1 – 5

    สามแพนด้าเซี่ยงไฮ้ฉลองวันเกิด

    โรงงานจีนผลิตจักรยาน

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) จีนเปิดหลักสูตรรู้เท่าทัน AI สร้างนักนวัตกรรมรุ่นใหม่

    ดีเอ็นเอชัด! ปล้นทองสุไหงโก-ลก ฝีมือกลุ่มผู้ก่อการร้าย

    อดีตเชฟหนุ่มไทยป่วยหนักในกัมพูชา ถูกปฏิเสธรักษา สิ้นใจคาหน้าร้านค้า

    ตร.จัดอุปสมบทหมู่ ถวายเป็นพระราชกุศล ในหลวง ร.9 เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต 13 ต.ค.

    ททท.สุราษฎร์ฯ ขับเคลื่อน “ชักพระสู่สากล”

    แพทย์ มช.มิติใหม่ ยกระดับการรักผู้ป่วยหนักโรคหัวใจ หลอดเลือด ล้ำสุดในเอเซีย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1346377&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0-9PBchrdJ_R_ZweFB36bc

  • สรุปที่นี่รัฐบาลแถลง “คนละครึ่งพลัส” ทุกขั้นตอนลงทะเบียนและการใช้จ่าย

    สรุปที่นี่รัฐบาลแถลง “คนละครึ่งพลัส” ทุกขั้นตอนลงทะเบียนและการใช้จ่าย

    นายเอกนิติ  นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า เมื่อวันที่  7 ตุลาคม 2568 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบโครงการคนละครึ่ง พลัส ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่ได้แถลงต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2568 ที่จะสร้างรายได้ ลดรายจ่ายให้กับประชาชนในการใช้ชีวิตประจำวัน เพื่อให้มีกำลังในการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น

    คณะรัฐมนตรีเล็งเห็นว่า เนื่องจากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจไทยในปี 2568 ที่คาดว่าจะมีการขยายตัวระดับที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต

    และต่ำกว่าประเทศในภูมิภาค และต่ำกว่าศักยภาพ (Potential Growth) โดยมีปัจจัยสำคัญจากกำลังซื้อและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ยังคงเปราะบาง ภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง การฟื้นตัว ของเศรษฐกิจที่ไม่ทั่วถึง ท่ามกลางความเสี่ยงทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 4 ปี 2568 ที่อาจจะชะลอตัวอย่างรวดเร็ว ดังนั้น เพื่อเป็นหลักประกันการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ 
    จึงมีความจำเป็นต้องดำเนินโครงการฯ เพื่อเพิ่มอุปสงค์การบริโภคภายในประเทศในช่วงเวลาดังกล่าว 

    โดย คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบวงเงินงบประมาณในการดำเนินโครงการฯ จำนวนไม่เกิน 44,000 ล้านบาท สำหรับกลุ่มเป้าหมายจำนวนไม่เกิน 20 ล้านคน โดยมีรายละเอียดโครงการฯ ดังนี้

    1. ระยะเวลาโครงการฯ ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 โดยมีรายละเอียด ดังนี้

    1.1 เปิดรับลงทะเบียนร้านค้าตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม ถึงวันที่ 19 ธันวาคม 2568 หรือระยะเวลา ตามที่กระทรวงการคลังโดยสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กำหนด

    1.2 เปิดรับลงทะเบียนประชาชนตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม ถึงวันที่ 26 ตุลาคม 2568 (เวลา 06.00 – 22.00 น.)

    1.3 ประชาชนผู้ได้รับสิทธิสามารถใช้สิทธิโครงการฯ ได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 (เวลา 06.00 – 23.00 น.)

    โดยสามารถซื้ออาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่กำหนดจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ สำหรับการซื้ออาหารหรือเครื่องดื่มผ่านผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร (Food Delivery Platform) ที่ได้รับอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการฯ ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” สามารถใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 (เวลา 06.00 – 21.00 น.)

    2. กลุ่มเป้าหมาย

    2.1 ประชาชนผู้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับผู้มีเงินได้กรณีทั่วไป (ภ.ง.ด. 90) แบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับผู้มีเงินได้จากการจ้างแรงงานตามมาตรา 40 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ประเภทเดียว (ภ.ง.ด. 91) หรือแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับผู้ได้รับสิทธิลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด. 95) ของปีภาษี 2567 ตามฐานข้อมูลของกรมสรรพากร ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2568

    2.2 ประชาชนทั่วไป ทั้งนี้ กลุ่มเป้าหมายตามข้อ 2.1 และข้อ 2.2 ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้ 1) เป็นผู้มีสัญชาติไทย 2) มีอายุตั้งแต่ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน 3) มีบัตรประจำตัวประชาชน 4) ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามฐานข้อมูลของกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2568 และ 5) ไม่เป็นผู้ที่ถูก สศค. ระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 1 – 5

    3. การใช้จ่าย

    ภาครัฐสนับสนุนเงินร่วมจ่ายค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่กำหนด ให้แก่ประชาชนกลุ่มเป้าหมายจำนวนไม่เกิน 20 ล้านคน ในอัตราร้อยละ 50 ทั้งนี้ ไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน แต่ไม่เกินจำนวน วงเงินสิทธิที่กำหนด โดยประชาชนผู้ยื่นแบบ ภ.ง.ด. 90 ภ.ง.ด. 91 หรือ ภ.ง.ด. 95 ในปีภาษี 2567 จะได้รับวงเงินสิทธิ ไม่เกิน 2,400 บาทต่อคน และประชาชนทั่วไปจะได้รับวงเงินสิทธิไม่เกิน 2,000 บาทต่อคน ตลอดระยะเวลาใช้จ่าย ของโครงการฯ

    ซึ่งประชาชนกลุ่มเป้าหมายสามารถใช้สิทธิในโครงการฯ ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เพื่อซื้ออาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่กำหนดจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ หรือซื้ออาหารหรือเครื่องดื่มจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ ผ่านผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร (Food Delivery Platform) ที่ได้รับอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการฯ โดยรับชำระเงินผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ซึ่งกระทรวงการคลังโดยกรมบัญชีกลางจะดำเนินการโอนเงินในส่วนที่ภาครัฐร่วมจ่ายให้แก่ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ ภายในระยะเวลาที่กำหนดต่อไป

    นอกจากนี้ จะเห็นได้ว่า โครงการฯ ได้มีการกำหนดวงเงินสิทธิของผู้ที่ยื่นแบบภาษีมากกว่าประชาชนทั่วไป เพื่อเป็นการสนับสนุนและสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนเข้าสู่ระบบภาษีมากขึ้น ประกอบกับการดำเนินโครงการฯ ในระยะต่อไปภาครัฐอาจมีการกำหนดเงื่อนไขให้ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ มีการพัฒนาความรู้ทักษะ (Upskill) หรือเรียนรู้ทักษะใหม่ (Reskill) ในด้านความรู้ทางด้านการเงิน (Financial Literacy) หรือความรู้ทางด้านดิจิทัล (Digital Literacy) ผ่านแพลตฟอร์มหรือช่องทางที่กำหนด เพื่อให้สร้างทักษะในด้านต่าง ๆ เช่น การประยุกต์ใช้เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ในการบริหารจัดการต้นทุนของร้านค้า เป็นต้น

    ซึ่งร้านค้าที่พัฒนาสำเร็จอาจจะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมเพื่อเป็นแรงจูงใจสำหรับการเข้าร่วมโครงการฯ ในอนาคตโดยการดำเนินโครงการฯ จะช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพในชีวิตประจำวันให้แก่ประชาชนเพื่อให้มีกำลังในการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ตลอดจนเพิ่มการบริโภคที่จะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบและกระตุ้นเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศในช่วงปลายปี 2568 ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งการดำเนินโครงการฯ จะทำให้มีเม็ดเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจจำนวนประมาณ 88,000 ล้านบาท ช่วยกระตุ้นให้เศรษฐกิจขยายตัวเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 0.22

    นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรียังได้มีมติเห็นชอบในหลักการการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับสิทธิตามโครงการฯ ที่ประชาชนได้รับ และสำหรับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ ขอเรียนยืนยันว่า ข้อมูลโครงการฯ ไม่ได้มีการเชื่อมต่อระบบกับกรมสรรพากรเพื่อตรวจสอบรายได้แต่อย่างใด โดยผู้ประกอบการไม่ว่าจะเข้าร่วมโครงการฯ หรือไม่ก็ตาม เมื่อมีเงินได้พึงประเมินถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดหรือมีรายได้ ย่อมต้องมีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล แล้วแต่กรณี และหากคำนวณภาษีแล้วมีเงินได้สุทธิหรือกำไรสุทธิไม่ถึงเกณฑ์ที่จะต้องเสียภาษี ผู้ประกอบการก็จะไม่มีภาระภาษีที่จะต้องชำระแต่อย่างใด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/wealth/economic/258663&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3DugfsX5vwlGE9fLEW7-5T

  • รมว.ศึกษาฯ ลงพื้นที่ตรวจอาคารเรียนร้าวจากแผ่นดินไหวที่สมุทรสงคราม เร่งเสนอของบกลาง 81 ล้านแก้ปัญหาด่วน

    รมว.ศึกษาฯ ลงพื้นที่ตรวจอาคารเรียนร้าวจากแผ่นดินไหวที่สมุทรสงคราม เร่งเสนอของบกลาง 81 ล้านแก้ปัญหาด่วน

    ภูมิภาค

    รมว.ศึกษาฯ ลงพื้นที่ตรวจอาคารเรียนร้าวจากแผ่นดินไหวที่สมุทรสงคราม เร่งเสนอของบกลาง 81 ล้านแก้ปัญหาด่วน

    วันอังคาร ที่ 07 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 18.35 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    วันที่ 7 ตุลาคม 2568 เวลา 13.45 น.ศาสตราจารย์ ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่โรงเรียนศรัทธาสมุทร ตำบลลาดใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อตรวจสอบความเสียหายของอาคารเรียนจำนวน 2 หลัง ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 จนทำให้โครงสร้างอาคารเกิดรอยแตกร้าว ไม่สามารถใช้งานได้

    ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ มีนายชยชัย แสงอินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม, นายปัญญา บูรณะนันทสิริ ศึกษาธิการจังหวัดสมุทรสงคราม, นายมิน ประจวบวัน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสมุทรสาคร-สมุทรสงคราม ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ คณะผู้บริหาร คณะครูและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับและรายงานสถานการณ์ความเสียหาย

    ทั้งนี้ อาคารที่ได้รับความเสียหายได้แก่ อาคารแบบ 424 จำนวน 24 ห้องเรียน และอาคารแบบ 318 จำนวน 18 ห้องเรียน รวมทั้งสิ้น 42 ห้องเรียน ซึ่งหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหว สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสมุทรสงครามได้เข้าตรวจสอบและมีคำสั่งห้ามใช้อาคารทั้ง 2 หลัง ส่งผลกระทบต่อการเรียนการสอนของนักเรียนกว่า 2,224 คน

    ทางโรงเรียนได้แก้ไขสถานการณ์เบื้องต้นโดยจัดห้องเรียนชั่วคราวใต้ถุนอาคาร 5 จำนวน 4 ห้อง และใช้พื้นที่ในอาคารโดมแดงกั้นเป็นห้องเรียนเพิ่มอีก 6 ห้อง พร้อมทั้งใช้อาคารประกอบอื่น ๆ เช่น โรงฝึกงาน อาคารศูนย์กีฬา และห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์มาปรับใช้เป็นห้องเรียนเพิ่มเติม รวมทั้งหมด 23 ห้องเรียน แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อจำนวนนักเรียน

    ศาสตราจารย์ ดร.นฤมล เปิดเผยว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสำคัญกับกรณีนี้เป็นพิเศษ หลังได้รับรายงานจากจังหวัดสมุทรสงครามเกี่ยวกับความเดือดร้อนของนักเรียน จึงมอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการเร่งดำเนินการแก้ไข โดยได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานรวบรวมข้อมูลเพื่อเสนอสำนักงบประมาณ ขอใช้งบกลาง จำนวน 81 ล้านบาท สำหรับการก่อสร้างอาคารเรียนใหม่รวมเป็นอาคารเดียวสูง 6 ชั้น จำนวน 40 ห้องเรียน เพื่อรองรับการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว

    รมว.ศึกษาธิการย้ำว่า จะเร่งผลักดันเรื่องนี้ให้นำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โดยเร็วที่สุด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของนักเรียนและครูในพื้นที่ พร้อมทั้งยืนยันว่ากระทรวงศึกษาธิการจะไม่ทอดทิ้งโรงเรียนที่ประสบปัญหาจากภัยธรรมชาติครั้งนี้อย่างแน่นอน
     

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/449584&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3gRhhJQUhe61KFx30EB8JK

  • ภูมิใจสุด ๆ ! นุสบา ปุณณกันต์ แชร์ภาพลูกชาย ตั้งแต่เด็กน้อยจนโตเป็นคุณหมอ

    ภูมิใจสุด ๆ ! นุสบา ปุณณกันต์ แชร์ภาพลูกชาย ตั้งแต่เด็กน้อยจนโตเป็นคุณหมอ

    สุดปลื้มใจ ! นุสบา ปุณณกันต์ โพสต์ภาพ น้องปุณณ ลูกชาย … จากเด็กน้อยสู่คุณหมอสุดหล่อ

    เวลาผ่านไวเหมือนโกหก … นุสบา ปุณณกันต์ แชร์ภาพ น้องปุณณ ลูกชายจากวันแรกจนถึงวันเป็นหมอคนเก่งแห่งบ้านปุณณกันต์

     นุสบา ปุณณกันต์ โพสต์ภาพ น้องปุณณ ลูกชาย ตั้งแต่เด็กน้อยจนโตเป็นคุณหมอ

    ภาพจาก Instagram nusbapunnakanta

    ความสุขของแม่ไม่มีวันหมดอายุ คำนี้คงไม่เกินจริงสำหรับ นุสบา ปุณณกันต์ ที่ล่าสุดโพสต์ภาพและข้อความสุดซึ้งถึงลูกชายคนโต “น้องปุณณ ปุณณกันต์” หลังสำเร็จการศึกษา และกำลังเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ในวันที่ 6 เดือนตุลาคม 2568 

     นุสบา ปุณณกันต์ โพสต์ภาพ น้องปุณณ ลูกชาย ตั้งแต่เด็กน้อยจนโตเป็นคุณหมอ

    ภาพจาก Instagram nusbapunnakanta

    โดย นุสบา ปุณณกันต์ โพสต์ภาพและข้อความลงในอินสตาแกรมส่วนตัว @nusbapunnakanta เป็นภาพย้อนวันวาน ตั้งแต่ “น้องปุณณ” ยังเป็นเด็กตัวจิ๋วในอ้อมแขนแม่ จนเติบโตเป็นคุณหมอเต็มตัว พร้อมแคปชันภาษาอังกฤษและไทยที่อบอวลไปด้วยความรักว่า

    “Can’t wait to congratulate you tomorrow ไม่มีความสุขไหนที่ได้ยืนมองดูลูกเติบโตในทุกวัน พยายามมีชีวิตอยู่อย่างแข็งแรงที่สุดเพื่อวันที่ลูกสำเร็จการศึกษา เชื่อว่าหลายๆ คนที่เห็นน้องมาตั้งแต่เด็กๆ แต่เล็กจนโตคงรู้สึกร่วมเหมือนนุสว่า เวลาผ่านไปไวมาก พรุ่งนี้เจอกันครับ @punnpunnakanta M.D. พิธีรับปริญญาคณะแพทยศาสตร์ 6 ต.ค. โรงพยาบาลรามาฯ 9 ต.ค. มหิดล ศาลายา”

     นุสบา ปุณณกันต์ โพสต์ภาพ น้องปุณณ ลูกชาย ตั้งแต่เด็กน้อยจนโตเป็นคุณหมอ

    ภาพจาก Instagram nusbapunnakanta

     นุสบา ปุณณกันต์ โพสต์ภาพ น้องปุณณ ลูกชาย ตั้งแต่เด็กน้อยจนโตเป็นคุณหมอ

    ภาพจาก Instagram nusbapunnakanta

    ข้อความเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยอารมณ์ของแม่ที่เห็นลูกชายเดินตามฝันได้สำเร็จ ทำให้โพสต์ของ นุสบา ปุณณกันต์ กลายเป็นไวรัลในชั่วข้ามคืน โดยมีเพื่อนดาราและคนในวงการบันเทิงต่างแห่เข้ามาแสดงความยินดีให้กับ “น้องปุณณ” และร่วมชื่นชม นุสบา ปุณณกันต์ อย่างล้นหลาม เช่น 

    – เก่งมากๆค่ะ congratulations naka 

    – เก่งที่สุด ภูมิใจแทนคุณพ่อคุณแม่มากๆค่ะ 

    – ยินดีด้วยนะคะ เก่งสุดๆไปเลย

    – ยินดีด้วยค่า

    – Big Congrats 

    – ยินดีด้วยค่ะ คุณหมอ เก่งหล่อ ครบ จบ

    – ยินดีด้วยครับเห็นตัวเล็กๆโตเป็นหนุ่มและเก่ง สุดยอดครับ

    – ยินดีด้วยนะคะพี่นุช

    – ยินดีด้วยค่ะ ภูมิใจกับคุณนุสนะคะ กว่าลูกจะเป็นหมอ คนเบื้องหลังสำคัญมากๆค่ะ

     นุสบา ปุณณกันต์ โพสต์ภาพ น้องปุณณ ลูกชาย ตั้งแต่เด็กน้อยจนโตเป็นคุณหมอ

    ภาพจาก Instagram nusbapunnakanta

     นุสบา ปุณณกันต์ โพสต์ภาพ น้องปุณณ ลูกชาย ตั้งแต่เด็กน้อยจนโตเป็นคุณหมอ

    ภาพจาก Instagram nusbapunnakanta

     นุสบา ปุณณกันต์ โพสต์ภาพ น้องปุณณ ลูกชาย ตั้งแต่เด็กน้อยจนโตเป็นคุณหมอ

    ภาพจาก Instagram nusbapunnakanta

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://women.kapook.com/view295521.html&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw239dHvCsqcCnfM314vTksL