Blog

  • รมว.ท่องเที่ยวฯ เปิดกีฬาวีลแชร์บาสเก็ตบอลหวังยกระดับกีฬาคนพิการสู่ความเป็นเลิศ

    รมว.ท่องเที่ยวฯ เปิดกีฬาวีลแชร์บาสเก็ตบอลหวังยกระดับกีฬาคนพิการสู่ความเป็นเลิศ

    นายภัทรพันธ์ กฤษณา นายกสมาคมวีลแชร์บาสเก็ตบอล เปิดเผยว่า นับเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาวีลแชร์บาสเก็ตบอล รายการ 2025 IWBF AOZ Wheelchair Basketball Championships for Men & Women , Qualification for World Championships and Asian Para Games ระหว่างวันที่ 7-15 พฤศจิกายน 2568 ณ ลานอเนกประสงค์ ชั้น 2 อาคารรัฐประศาสนภักดี ( อาคาร B ) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ ถือเป็นเกียรติกับทางสมาคมวีลแชร์บาสเก็ตบอล และนักกีฬาวีลแชร์บาสเก็ตบอลคนพิการที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ให้เกียรติจะมาเป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันในวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 เวลา 16.00 น. ณ ลานอเนกประสงค์ ชั้น 2 อาคารรัฐประศาสนภักดี ( อาคาร B ) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร

    นายกสมาคมวีลแชร์บาสเก็ตบอลแห่งประเทศไทย เปิดเผยต่อไปว่า ในฐานะนายกสมาคมวีลแชร์บาสเก็ตบอล และในฐานะคนพิการ ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายอรรถกร ศิริลัทธยากร เป็นอย่างสูง ที่เห็นความสำคัญของกีฬาคนพิการให้เกียรติมาเป็นประธานเปิดการแข่งขัน พร้อมทั้งยังสนับสนุนและส่งเสริมพัฒนากีฬาคนพิการให้ก้าวสู่ความเป็นเลิศสู่การแข่งขันในระดับสากลในทุกรายการในอนาคต คนพิการไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก พวกเราไม่ต้องการความสงสาร ขอเพียงโอกาสเทียบเท่าคนปกติ ขอขอบคุณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่เห็นความสำคัญของคนพิการไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/251422&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2AgKZDqpcz7bL4_jr9-iDS

  • อุทยานแห่งชาติบางลางประกาศปิดการท่องเที่ยวและพักแรม 1 พ.ย.-15 ธ.ค.68

    อุทยานแห่งชาติบางลางประกาศปิดการท่องเที่ยวและพักแรม 1 พ.ย.-15 ธ.ค.68

    เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

    นายบำรุงรัตน์ พลอยดำ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติบางลาง เปิดเผยว่า ตามประกาศกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ฉบับลงวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2563 เรื่อง ปิดการท่องเที่ยวและพักแรมในอุทยานแห่งชาติและวนอุทยาน ประจำปี พ.ศ. 2568 กำหนดให้มีการปิดการท่องเที่ยวและพักแรมในอุทยานแห่งชาติและวนอุทยาน เพื่อให้การบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสอดคล้องกับสภาพอากาศในแต่ละฤดูกาล และความสามารถในการรองรับได้ของทรัพยากร เปิดโอกาสให้ทรัพยากรธรรมชาติได้ฟื้นตัว รวมทั้งมีความปลอดภัยต่อการท่องเที่ยว

    อุทยานแห่งชาติบางลาง จังหวัดยะลา พิจารณาแล้ว เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองและดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 20 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ประกอบระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ว่าด้วยการเข้าไปในอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2563 จึงออกประกาศปิดการท่องเที่ยวและพักแรมในในเขตอุทยานแห่งชาติบางลาง ประจำปี พ.ศ. 2568 บริเวณน้ำตกธารโต ลานกางเต็นท์บางลางและน้ำตกละอองรุ้ง ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน – 15 ธันวาคม 2568

    ทั้งนี้ อุทยานแห่งชาติบางลาง ยังคงปฏิบัติงานตามภารกิจของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และอนุญาตให้เข้ามาติดต่อราชการสามารถติดต่อราชการได้ตามปกติ ติดต่อสอบถามได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 073-206119 จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://mgronline.com/uptodate/detail/9680000101461&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1MIKebQ8yA3DFg-CRuZiUf

  • เจาะเทรนด์ท่องเที่ยว 2026 คนรุ่นใหม่ยอมจ่ายแพง เพื่อหาความหมายและตัวตน

    เจาะเทรนด์ท่องเที่ยว 2026 คนรุ่นใหม่ยอมจ่ายแพง เพื่อหาความหมายและตัวตน

    3. Travel to Heal : การเดินทางเพื่อ ‘สุขภาพ’ และ ‘การฟื้นฟู’ 

    เทรนด์นี้เติบโตควบคู่ไปกับความเครียดในชีวิตประจำวัน โดยการเดินทางเพื่อสุขภาพไม่ได้จำกัดอยู่แค่การพักผ่อน แต่รวมถึงกิจกรรมที่ท้าทายด้วย เช่นการค้นหา “กอล์ฟและรีสอร์ทสปา” พุ่งถึง 300% ขณะที่แพ็กเกจ “สกีและสปา” เพิ่มขึ้น 250%

    ธุรกิจ Wellness และ Medical Tourism จะโตระเบิด แต่ต้องนำเสนอในรูปแบบที่หลากหลาย ทั้งการพักผ่อนเต็มรูปแบบ และการ “Active Wellness” ที่รวมกิจกรรมผจญภัยหรือการออกกำลังกายเข้ากับการดูแลตัวเอง

    4. Travel to Connect : การเดินทางเพื่อ ‘เชื่อมโยง’ ผู้คน

    การเดินทางกลายเป็นเครื่องมือในการสร้างคอมมูนิตี้และแบ่งปันประสบการณ์ร่วมกับเพื่อน, ครอบครัว, และกลุ่มผู้สนใจเดียวกัน โดยเฉพาะคอนเสิร์ตและกีฬา นักท่องเที่ยว 2 ใน 3 ยินดีเดินทางไปต่างประเทศเพื่อชมคอนเสิร์ต ขณะที่ “Endurance Tourism” (การท่องเที่ยวเชิงกิจกรรมความทนทาน เช่น วิ่งมาราธอน, แข่งปั่นจักรยาน, Hyrox) เพิ่มขึ้นถึง 5 เท่า

    แพ็กเกจ “ทัวร์คอนเสิร์ตแบบครบวงจร” อาจเป็นโอกาสทองสำหรับผู้จัดงานอีเวนต์และสถานที่จัดแสดงที่รวมทุกอย่างไว้ในที่เดียว

    5. Travel of Tomorrow : การเดินทางแห่งอนาคตด้วยพลังของ ‘AI’

    ผู้บริโภคมีความมั่นใจในการใช้เทคโนโลยี AI ในการวางแผนการเดินทางมากขึ้น จนกลายเป็น “ผู้ช่วยส่วนตัว” ที่ขาดไม่ได้ เทคโนโลยีอย่าง Gemini, AI Mode บน Google Search, และเครื่องมือวางแผนของ Trip.com (Trip.Planner) ไม่ได้เป็นเพียงแค่ “ทางเลือก” แต่กำลังจะเป็นนักวางแผนทริปส่วนตัวที่รู้ใจที่สุด

    จากสถิติพบว่าการใช้ AI ค้นหาคำว่า “ช่วยวางแผนการเดินทาง (Help planning my trip)” พุ่งกว่า 190%

    เจาะเทรนด์ท่องเที่ยว 2026 คนรุ่นใหม่ยอมจ่ายแพง เพื่อหาความหมายและตัวตน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/lifestyle/spring-life/860400&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0B3xoZ4TEWZBU8tquq7t6m

  • เริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว ที่ภูหินร่องกล้า “ซากุระญี่ปุ่น” พันธุ์แท้ เบ่งบานเป็นครั้งแรกของปีนี้ จุดเช็กอินใหม่บ้านร่องกล้า ท่องเที่ยวชุมชนยั่งยืน

    เริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว ที่ภูหินร่องกล้า “ซากุระญี่ปุ่น” พันธุ์แท้ เบ่งบานเป็นครั้งแรกของปีนี้ จุดเช็กอินใหม่บ้านร่องกล้า ท่องเที่ยวชุมชนยั่งยืน

    วันที่ 24 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงนี้เริ่มต้นฤดูหนาว นักท่องเที่ยวเริ่มขึ้นไปสัมผัสกับอากาศที่หนาวเย็น กางเต้นนอน ที่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า กันอย่างคึกคัก ท่ามกลางอุณหภูมิ 19 องศาเซลเซียล ซึ่งสภาพอากาศที่หนาวเย็น ส่งผลดีให้ดอกซากุระญี่ปุ่น พันธุ์แท้ ที่ปลูกไว้จำนวน 350 ต้น ที่ “วิสาหกิจชุมชนปลูกซากุระญี่ปุ่นบ้านร่องกล้า” ได้ผลิดอกบานเป็นสีชมเป็นครั้งแรกหลายต้น ซึ่งปกติจะบานในช่วงเดือนมีนาคม – เมษายน

    ด้านนายมนิตย์ สีฆสัมบันน์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดพิษณุโลก และนายกสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือจังหวัดพิษณุโลก พร้อมชาวบ้านกลุ่มชาติพันธุ์เผ่าม้งบ้านใหม่ร่องกล้า และนักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยน้ำไซ สาขาร่องกล้า ได้ร่วมกันสำรวจและชมแปลงปลูกดอกซากุระญี่ปุ่น เนื่องจากไม่คิดว่าปีนี้จะบานเร็วกว่าปกติ บางต้นเริ่มออกดอกสีชมพูตามกิ่งต่าง ให้ชมความงามแล้ว แม้จะยังไม่บานเต็มต้น เนื่องจากเป็นซากุระญี่ปุ่นที่เพาะเนื้อเยื่อและปลูกมาเพียง 3 ปี แต่สีชมพูเข้มของดอกที่เริ่มผลิบานก็สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ที่มาเยี่ยมชม โดยคาดว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า แปลงซากุระแห่งนี้จะกลายเป็นอีกหนึ่ง “จุดไฮไลท์การท่องเที่ยวใหม่” ของบ้านร่องกล้าใจกลางอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ซึ่งดอกซากุระญี่ปุ่นจะบานในช่วงปลายเดือนมกราคมต่อเนื่องถึงเดือนมีนาคม ต่อเนื่องจากช่วงซากุระเมืองไทยหรือดอกนางพญาเสือโคร่งที่ภูลมโล

    นายมนิตย์ สีฆสัมบันน์ กล่าวว่า ภาคเอกชนร่วมมือกับภาครัฐในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงชุมชน เพื่อสร้างอาชีพและรายได้ให้ชาวไทยภูเขาในพื้นที่ โดยชาวบ้านในชุมชนได้ช่วยกันดูแลแปลงซากุระญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด คาดว่าอีก 2 ปีข้างหน้า ซากุระญี่ปุ่นกว่า 350 ต้นจะบานสะพรั่งทั่วพื้นที่ กลายเป็นจุดท่องเที่ยวสำคัญของบ้านใหม่ร่องกล้า นักท่องเที่ยวไม่ต้องไปถึงญี่ปุ่น ก็สามารถชมซากุระแท้ได้ที่นี่ เพราะอากาศของหมู่บ้านที่สูงจากระดับน้ำทะเลราว 1,500 เมตร ใกล้เคียงกับสภาพอากาศของประเทศญี่ปุ่น

    ทั้งนี้ การปลูกซากุระญี่ปุ่นในพื้นที่ต้องเผชิญกับอุปสรรคหลายอย่าง เช่น ระบบรากที่ไม่หยั่งลึกทำให้เสี่ยงต่อความชื้นในฤดูฝน และปัญหาหนอนด้วงแก้วกัดกินรากจนต้นไม้ตายบางส่วน แต่ด้วยความร่วมมือของชุมชนและการดูแลต่อเนื่องทำให้ส่วนใหญ่ยังคงรอดและเติบโตดี

    ด้านนายเชษฐ์ ลีชานนท์ ผู้ใหญ่บ้านใหม่ร่องกล้า เปิดเผยว่า ปีนี้เป็นปีที่ 3 ของการปลูกซากุระญี่ปุ่น และเริ่มเห็นความงามมากกว่าปีก่อน คาดว่าอีก 2–3 ปีข้างหน้า ซากุระญี่ปุ่นจะบานเต็มต้นทั้ง 350 ต้น บนพื้นที่กว่า 5 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ของศูนย์สงเคราะห์ชาวเขา การปลูกซากุระญี่ปุ่นไม่เพียงเพิ่มความสวยงามให้หมู่บ้าน แต่ยังเป็น “ต้นทุนทางธรรมชาติ” ที่ช่วยต่อยอดอาชีพและส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนอย่างยั่งยืน

    ตอนนี้พวกเราเปลี่ยนจากการทำเกษตรเป็นการท่องเที่ยวมากขึ้น เพราะการส่งเสริมท่องเที่ยวทำให้คนในหมู่บ้านมีรายได้และชีวิตดีขึ้น เราช่วยกันดูแลแปลงซากุระโดยการตัดหญ้า ใส่ปุ๋ยเดือนละ 1–2 ครั้ง และรดน้ำในช่วงฤดูแล้ง เพื่อให้ต้นไม้เติบโตสมบูรณ์ คาดว่า ฤดูกาลท่องเที่ยวจะเริ่มคึกคักตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนไปจนถึงกุมภาพันธ์ โดยซากุระญี่ปุ่นจะบานต่อจากดอกนางพญาเสือโคร่ง

    ดอกซากุระญี่ปุ่นบ้านใหม่ร่องกล้าจึงไม่เพียงสร้างความงดงามทางธรรมชาติ แต่ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความร่วมมือของชุมชน และเป็นความหวังใหม่ของการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในจังหวัดพิษณุโลก

    /////////////

    แสดงความคิดเห็น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.phitsanulokhotnews.com/2025/10/24/191656&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1mCb3_e3x89lEcdArELbtK

  • นายกฯ เปิดงาน “รวมพลคนกินเจ จังหวัดกระบี่ ครั้งที่ 19” ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

    นายกฯ เปิดงาน “รวมพลคนกินเจ จังหวัดกระบี่ ครั้งที่ 19” ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

    เผยแพร่:   ปรับปรุง:

    วันนี้ (24 ต.ค.) เวลา 16.50 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานพิธีเปิดงาน “รวมพลคนกินเจ จังหวัดกระบี่ ครั้งที่ 19” ณ บริเวณศาลหลักเมืองกระบี่ โดยแสดงความยินดีที่ได้มาร่วมในเทศกาลกินเจ เชิญชวนประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมเพื่ออิ่มบุญ อิ่มใจ และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของท้องถิ่น

    นายอนุทิน กล่าวว่า รัฐบาลได้เดินหน้าโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในช่วงเทศกาลกินเจนี้ด้วย โดยขอให้ประชาชนใช้สิทธิตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคมนี้ และหากมีผู้ตกหล่นจะเร่งดำเนินการเพิ่มเติมในต้นปีหน้า เพื่อไม่ให้พี่น้องประชาชนเสียสิทธิ์

    นายอนุทิน ยืนยันว่า รัฐบาลจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้จังหวัดกระบี่มีความเจริญรุ่งเรือง พร้อมสร้างโอกาสในการเพิ่มรายได้ให้กับทุกคน โดยจะผลักดันให้จังหวัดกระบี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความคึกคัก ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาจับจ่ายใช้สอย สร้างรายได้หมุนเวียนในท้องถิ่น เพื่อให้ลูกหลานมีอาชีพ มีงานทำอย่างมั่นคง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news1live.com/detail/9680000101719&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0QkBaEmkLmoHL-W_dhw9rw

  • คปภ. ล่องใต้! จุดประกาย “ประกันภัยท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน” ที่จังหวัดกระบี่

    คปภ. ล่องใต้! จุดประกาย “ประกันภัยท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน” ที่จังหวัดกระบี่

    เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2568 สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) นำโดย นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. ลงพื้นที่จังหวัดกระบี่ เปิดโครงการส่งเสริมประกันภัยเชิงรุก ภายใต้แนวคิด “กิน เดิน เที่ยวท่อง ล่องใต้อย่างยั่งยืน ด้วยการประกันภัย” ณ โรงแรมกระบี่ รีสอร์ท ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่

    เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า จังหวัดกระบี่เป็นหนึ่งในจังหวัดท่องเที่ยวหลักของประเทศ มีรายได้จากการท่องเที่ยวสูงเป็นอันดับต้น ๆ จากข้อมูลตั้งแต่เดือนมกราคม – กันยายน 2568 จังหวัดกระบี่มีรายได้จากการท่องเที่ยวกว่า 77,917 ล้านบาท จากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ รวมกว่า 4.7 ล้านคน สะท้อนถึงศักยภาพและแนวโน้มการเติบโตของภาคการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง แต่ความเติบโตดังกล่าวก็มีความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม ดินถล่ม และอุบัติเหตุจากการเดินทางทั้งอุบัติเหตุทางรถยนต์ อุบัติเหตุจากการใช้บริการสถานที่ท่องเที่ยว ที่พัก ร้านอาหาร รวมถึงอุบัติเหตุทางน้ำและทางเรือ ซึ่งจังหวัดกระบี่เป็นจังหวัดที่มีจำนวนเที่ยวเรือโดยสารมากที่สุดในประเทศถึง 204,179 เที่ยวต่อปี และนักท่องเที่ยวใช้บริการเรือ จำนวน 4,226,913 คนต่อปี

    สำนักงาน คปภ. มุ่งผลักดันให้ระบบประกันภัยเป็นกลไกสำคัญในการสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และคุ้มครองประชาชนอย่างเหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ โครงการนี้เกิดจากความร่วมมือของหลายภาคส่วน เพื่อสร้างวัฒนธรรมการบริหารความเสี่ยงด้วยประกันภัย ภายใต้กรอบความร่วมมือยังได้จัดเวทีเสวนาในหัวข้อ “บริหารความเสี่ยงด้วยการประกันภัย สร้างโอกาสสู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน” เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจด้านการบริหารความเสี่ยงแก่ผู้ประกอบการในพื้นที่ โดยได้รับเกียรติจากผู้แทน 6 หน่วยงาน ได้แก่

    1. นายวิภุช วิเศษสิงห์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกระบี่ กล่าวถึง “แนวทางขับเคลื่อนการท่องเที่ยวของจังหวัดให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ และย้ำความสำคัญของประกันภัยในมาตรฐานความปลอดภัยการให้บริการแก่นักท่องเที่ยว”

    2. นางสาวมลิวัลย์ จริตงาม นักวิชาการขนส่งชำนาญการ สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขากระบี่ กล่าวถึง “มาตรการควบคุมความปลอดภัยทางน้ำ พร้อมเสนอให้ผู้ประกอบการเรือโดยสารเข้าใจประกันภัยทางทะเลเพื่อคุ้มครองทั้งผู้โดยสารและผู้ประกอบการ”

    3. นางสาววิชุพรรณ ภูเก้าล้วน ศรีสัญญา รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นำเสนอแนวคิด “การยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวด้วยมาตรฐานความปลอดภัย และการใช้ประกันภัยเป็นเครื่องมือสร้างความเชื่อมั่นต่อ ตลาดนักท่องเที่ยวต่างประเทศ”

    4. นายประสาน โลหะจรีกุล รองประธานคณะกรรมการบริหารหอการค้าจังหวัดกระบี่ กล่าวถึง “บทบาทของภาคเอกชน ในการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเข้าถึงระบบประกันภัยเพื่อบริหารความเสี่ยงเชิงรุกและสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่น”

    5. ดร.พงษ์ภาณุ ดำรงศิริ ผู้อำนวยการบริหารสมาคมประกันวินาศภัยไทย ให้มุมมองเกี่ยวกับ “บทบาทของภาคธุรกิจประกันภัยในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การท่องเที่ยว ทั้งประกันภัยเดินทางและประกันภัยเรือโดยสาร”

    6. นายอมรศักดิ์ มาลา ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการประกันภัย สำนักงาน คปภ. กล่าวสรุป “แนวทางการส่งเสริมประกันภัยเชิงรุก พร้อมย้ำความสำคัญของการสร้าง “วัฒนธรรมประกันภัย” ให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืนในทุกพื้นที่”

    นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรม CSR มอบเสื้อชูชีพ ให้แก่ ชมรมผู้ประกอบการเรือโดยสารอ่าวนาง สหกรณ์เรือหางยาวอ่าวนาง และชมรมผู้ประกอบการเรือโดยสารหาดนพรัตน์ธารา พร้อมรณรงค์ “5 เช็กอุ่นใจ ลงเรือปลอดภัย มีประกันภัยคุ้มครอง” ได้แก่

    1. เช็กสภาพเรือ สภาพดีไม่ชำรุด ไม่บรรทุกเกินกำหนด

    2. เช็กความพร้อมของผู้ขับเรือ มีใบอนุญาตถูกต้อง ไม่ดื่มสุราหรือของมึนเมา มีการแนะนำความปลอดภัย

    3. เช็กอุปกรณ์เรือและเสื้อชูชีพ เสื้อชูชีพครบ สภาพดี มีอุปกรณ์ช่วยชีวิต

    4. เช็กเอกสาร มีใบอนุญาต และทะเบียนเรือถูกต้องไม่หมดอายุ

    5. เช็กการทำประกันภัยคุ้มครองผู้โดยสาร มีกรมธรรม์คุ้มครองผู้โดยสารตามกฎหมาย คุ้มครองกรณีเสียชีวิต บาดเจ็บ และค่ารักษาพยาบาล

    โดยกิจกรรมดังกล่าวได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการภาคการท่องเที่ยวในจังหวัดกระบี่จำนวนมาก อาทิ โรงแรม รถเช่า เรือโดยสาร และธุรกิจบริการท่องเที่ยวอื่น ๆ

    เลขาธิการ คปภ. กล่าวย้ำว่า “สำนักงาน คปภ. มุ่งผลักดันให้ระบบประกันภัยเป็นกลไกสำคัญในการบริหารความเสี่ยงของพื้นที่ ช่วยสร้างความมั่นคงและความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ พร้อมสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่ส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากและการท่องเที่ยวคุณภาพ ประกันภัยจึงไม่ใช่เพียงเครื่องมือชดเชยความเสียหาย แต่เป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยให้ทุกภาคส่วนขับเคลื่อนภาคการท่องเที่ยวให้เติบโตอย่างมั่นคง ปลอดภัย และยั่งยืนในระยะยาว”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/966628&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1FAKgrbhiJZ2CU1pEjl6G9

  • “วิ่งไป เที่ยวไป กับแม่บ้านมหาดไทย” สร้างสุข กระตุ้นท่องเที่ยวชุมชนบางปู | TOPNEWS

    “วิ่งไป เที่ยวไป กับแม่บ้านมหาดไทย” สร้างสุข กระตุ้นท่องเที่ยวชุมชนบางปู | TOPNEWS

    วันที่ 24 ต.ค. 2568 ที่แหล่งชุมชนท่องเที่ยวตำบลบางปู (จุดลงเรือ Amazing Bangpu) ม.3 ต.บางปู อ.ยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี นายอภินันท์ หมวดแก้ว นายอำเภอยะหริ่ง เป็นประธานเปิดกิจกรรม “วิ่งไป เที่ยวไป กับแม่บ้านมหาดไทย” ประจำปี 2568 โดยมี ว่าที่ร้อยตรี ลุกมาน สะอะ นายกเทศมนตรีตำบลบางปู พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชน เข้าร่วมกิจกรรมอย่างคึกคัก

    บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและรอยยิ้มแห่งความสุข โดยเริ่มต้นด้วยกิจกรรมวิ่งนำโดยนายอำเภอยะหริ่ง ผ่านเส้นทางท่องเที่ยวชุมชน พร้อมแวะถ่ายภาพเช็กอินตามจุดต่าง ๆ จากนั้นผู้เข้าร่วมได้ล่องเรือชมความงดงามของ “อุโมงค์ป่าโกงกางบางปู” หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ชื่อดังของจังหวัดปัตตานี สะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติและวิถีชีวิตชุมชนชายฝั่ง

    นายอภินันท์ หมวดแก้ว กล่าวว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมสุขภาพกายและใจของประชาชนและสมาชิกแม่บ้านมหาดไทย ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติในพื้นที่อำเภอยะหริ่งให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับจังหวัดปัตตานีในฐานะเมืองท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์ ทั้งด้านธรรมชาติ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตชุมชน พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืน

    ตอริก สหสันติวรกุล ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.ปัตตานี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1367466&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2S2wR4cdamvlGtVA3Df4hj

  • อุทยานฯ แก่งกระจาน ประกาศ “ห้ามเข้า” น้ำตกแม่กระดังลา หลังมีคนลื่นล้ม ย้ำ! พื้นที่ดังกล่าวอยู่ระหว่างพัฒนาก่อนเปิดท่องเที่ยว | TOPNEWS

    อุทยานฯ แก่งกระจาน ประกาศ “ห้ามเข้า” น้ำตกแม่กระดังลา หลังมีคนลื่นล้ม ย้ำ! พื้นที่ดังกล่าวอยู่ระหว่างพัฒนาก่อนเปิดท่องเที่ยว | TOPNEWS

    อุทยานฯ แก่งกระจาน ประกาศ “ห้ามเข้า” น้ำตกแม่กระดังลา หลังมีคนลื่นล้ม ย้ำ! พื้นที่ดังกล่าวอยู่ระหว่างพัฒนาก่อนเปิดท่องเที่ยว

    • เผยแพร่ : 24/10/2025 15:36

    23 ต.ค. 68 อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ออกประกาศสั่งห้ามบุคคลเข้าพื้นที่น้ำตกแม่กระดังลา หลังเกิดเหตุชายวัย 23 ปี ลื่นล้มได้รับบาดเจ็บ ไม่สามารถขยับตัวได้ โดยการช่วยเหลือเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากจุดเกิดเหตุไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ถนนเป็นทางลูกรัง และห่างไกลชุมชน โดยล่าสุดได้นำส่งผู้บาดเจ็บถึงมือแพทย์อย่างปลอดภัยแล้ว พร้อมย้ำ น้ำตกดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการสำรวจและพัฒนา เพื่อให้มีความพร้อมและถูกต้องตามระเบียบก่อนเปิดรับนักท่องเที่ยว

    นายอรรถพงษ์ เภาอ่อน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 14.24 น. ของวันที่ 23 ตุลาคม 2568 ได้รับรายงานจากหัวหน้าหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ กจ.5 (เขาพุพลู) ว่ามีประชาชนลื่นล้มบริเวณน้ำตกแม่กระดังลา จึงได้สั่งการให้ชุดกู้ภัยและค้นหาของอุทยานฯ ประสานงานกับอาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิสว่างสรรเพชญสถานจังหวัดเพชรบุรี เข้าให้การช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วน

    จากการตรวจสอบพบว่าผู้บาดเจ็บเป็นชายอายุ 23 ปี ภูมิลำเนาในท้องที่ ได้รับบาดเจ็บและไม่สามารถขยับตัวได้ การช่วยเหลือเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากสภาพพื้นที่จุดเกิดเหตุอยู่ห่างไกลจากชุมชน สภาพถนนเป็นทางลูกรัง และไม่มีสัญญาณโทรศัพท์เข้าถึง อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่และทีมกู้ภัยสามารถให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บรายดังกล่าวได้อย่างปลอดภัย และนำส่งโรงพยาบาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

    ภายหลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานได้ออกประกาศห้ามบุคคลเข้าไปในพื้นที่น้ำตกแม่กระดังลาอย่างเด็ดขาด เนื่องจากปัจจุบันน้ำตกแห่งนี้ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการสำรวจและจัดทำข้อมูลเพื่อพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวให้ถูกต้องตามระเบียบ จึงยังไม่มีความพร้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกในการรองรับการท่องเที่ยว อีกทั้งระยะทางจากหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ กจ.5 (เขาพุพลู) ไปยังน้ำตกแม่กระดังลา มีระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงต่อความปลอดภัย อาจเกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินได้ รวมถึงจำนวนเจ้าหน้าที่ยังไม่เพียงพอต่อการดูแลและอำนวยความสะดวกต่อประชาชาชนที่จะเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าว

    หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน แจ้งเพิ่มเติมว่า ทางอุทยานฯ จะเร่งดำเนินการพัฒนา เพื่อเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้มาตรฐาน ปลอดภัยและถูกต้องตามระเบียบฯ เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวต่อไปในอนาคต
    วุฒิเดช ก้อนทองคำ ผู้สื่อข่าวTOPNEWSทั่วไทย ภาคตะวันตก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1367121&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1VsWTZZTHf-WMRWj7rjYTK

  • เกิดน้อยกว่าตาย 5 ปีซ้อน เสี่ยงเผชิญวิกฤตประชากร ฉุดเศรษฐกิจประเทศ

    เกิดน้อยกว่าตาย 5 ปีซ้อน เสี่ยงเผชิญวิกฤตประชากร ฉุดเศรษฐกิจประเทศ

    ThaiPBS Icon©2024 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://policywatch.thaipbs.or.th/article/life-206&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3kLQ5gfXhYMREVydeIEE-v

  • แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฯ ฉบับที่ 15 ของจีนเชื่อมโยงการพึ่งพาตนเองกับการนำเทคโนโลยีเพื่อใช้ทั่วโลก | เดลินิวส์

    แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฯ ฉบับที่ 15 ของจีนเชื่อมโยงการพึ่งพาตนเองกับการนำเทคโนโลยีเพื่อใช้ทั่วโลก | เดลินิวส์

    จีนควรมุ่งสู่การพึ่งพาตนเองและเสริมสร้างความเข้มแข็งทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้มากยิ่งขึ้น ตามถ้อยแถลงที่เผยแพร่เมื่อวันพฤหัสบดีโดยคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน ชุดที่ 20 ภายหลังการประชุมเต็มคณะครั้งที่สี่ ณ กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน

    เป้าหมายของข้อกำหนดนี้คือการกำหนดทิศทางการพัฒนากำลังการผลิตคุณภาพใหม่ (new quality productive forces) ตามที่ระบุไว้ในถ้อยแถลงดังกล่าว

    คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน ยังได้กำหนดให้ “การปรับปรุงอย่างมีนัยสำคัญในด้านการพึ่งพาตนเองและความแข็งแกร่งทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี” เป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 15 ของจีน

    เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ ถ้อยแถลงระบุว่าจีนควรคว้าโอกาสทางประวัติศาสตร์ที่เกิดจาก “การปฏิวัติทางเทคโนโลยีรอบใหม่” และ “การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรม” โดยใช้การศึกษา การพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และการพัฒนาทรัพยากรบุคคลเป็นแรงขับเคลื่อน เพื่อเร่งสร้างนวัตกรรมและพัฒนากำลังการผลิตคุณภาพใหม่อย่างต่อเนื่อง

    นอกจากนี้ ถ้อยแถลงยังระบุว่าจีนควรเสริมสร้างนวัตกรรมต้นน้ำ (original innovations) และการพัฒนาเทคโนโลยีสำคัญให้เกิดความก้าวหน้า รวมถึงส่งเสริมการบูรณาการอย่างลึกซึ้งระหว่างนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์-เทคโนโลยีกับนวัตกรรมทางอุตสาหกรรม

    “เศรษฐกิจจีนได้เปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมแล้ว” เฉียน จวิน ศาสตราจารย์ด้านการเงินและคณบดีบริหารโรงเรียนการเงินนานาชาติ มหาวิทยาลัยฟู่ตั้น กล่าวกับ CGTN “เราจะได้เห็นนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีเพิ่มมากขึ้น รวมถึงการพาณิชย์และการสร้างมูลค่าที่เกิดจากการนำเทคโนโลยีมาใช้”

    เฉียนยังกล่าวเพิ่มเติมว่า นวัตกรรมของจีนจะไม่เพียงนำประโยชน์มาสู่ชาวจีนเท่านั้น แต่ยังส่งผลดีต่อผู้คนทั่วโลกด้วย เนื่องจาก “คลื่นลูกที่สอง” ของบริษัทจีนที่ขยายธุรกิจไปต่างประเทศ กำลังนำเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นเองภายในประเทศ รวมถึงแอปพลิเคชันด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ออกสู่ตลาดโลก

    แหล่งข้อมูล: cgtn

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5236145/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1CTmnqg02fFWf2b9qnFzuZ