Blog

  • รัฐบาลชวนประชาชน “กิน-เที่ยวลดหย่อนภาษี 2568” กระตุ้นท่องเที่ยวช่วงปลายปี

    รัฐบาลชวนประชาชน “กิน-เที่ยวลดหย่อนภาษี 2568” กระตุ้นท่องเที่ยวช่วงปลายปี

    “เที่ยวดีมีคืน” รัฐบาลชวนประชาชน กิน-เที่ยวลดหย่อนภาษี 2568 กระตุ้นท่องเที่ยวช่วงปลายปี มุ่งสร้างเศรษฐกิจฐานรากเข้มแข็ง คนไทยมีรายได้ทุกพื้นที่

    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2568 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งการทุกหน่วยงานเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการท่องเที่ยวภายในประเทศ ด้วยมาตรการภาษีเพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยมุ่งให้เม็ดเงินท่องเที่ยวหมุนเวียนลงสู่จังหวัดเมืองรองและชุมชนท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้แนวคิด “เที่ยวดีมีคืน” และเป้าหมาย “เศรษฐกิจฐานรากเข้มแข็ง คนไทยมีรายได้ทุกพื้นที่” โดยมอบสิทธิ์ด้านภาษีสำหรับประชาชนทั่วไปที่เดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ ดังนี้

    • นำค่าที่พักและค่าอาหาร หักลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 20,000 บาท
    • หากเดินทางไปจังหวัดเมืองรอง สามารถหักลดหย่อนได้ 1.5 เท่า (ลดหย่อนสูงสุด 30,000 บาท) นอกจากเมืองรอง หักลดหย่อนได้ 1 เท่า (ลดหย่อนสูงสุด 20,000 บาท)

    “มาตรการภาษีสำหรับบุคคลธรรมดาเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว รัฐบาลตั้งเป้าสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนและสร้างความสุข สร้างความคึกคักให้บรรยากาศท่องเที่ยวไทยในช่วงปลายปี ให้พี่น้องชาวไทยทั่วประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ถือเป็นการเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยผ่านภาคการท่องเที่ยว โดยมุ่งให้เกิดการหมุนเวียนรายได้ในทุกระดับ ตั้งแต่ผู้ประกอบการรายย่อยจนถึงธุรกิจโรงแรมขนาดใหญ่ และเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวแบบพาเงินออกนอกเมืองใหญ่ สู่พื้นที่ที่ยังมีศักยภาพรอการค้นพบ ซึ่งไม่ใช่แค่ทริป แต่เป็นการช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโตจากมือของเราเอง”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2892941&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3U4qpGy49juWG4rNWfgGIn

  • รัฐบาลชวนกิน-ชวนเที่ยว ลดหย่อนภาษี ตั้งเป้าสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนและสร้างความสุขช่วงปลายปี

    รัฐบาลชวนกิน-ชวนเที่ยว ลดหย่อนภาษี ตั้งเป้าสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนและสร้างความสุขช่วงปลายปี

    รัฐบาลชวนกิน-ชวนเที่ยว ลดหย่อนภาษี ตั้งเป้าสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนและสร้างความสุขช่วงปลายปี

    เผยแพร่:   ปรับปรุง:

    นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี สั่งการทุกหน่วยงาน เร่งกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการท่องเที่ยวภายในประเทศ ด้วยมาตรการภาษีเพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยมุ่งให้เม็ดเงินท่องเที่ยวหมุนเวียนลงสู่จังหวัดเมืองรองและชุมชนท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้แนวคิด “เที่ยวดี มีคืน” และเป้าหมาย “เศรษฐกิจฐานรากเข้มแข็ง คนไทยมีรายได้ทุกพื้นที่”

    โดยมอบสิทธิ์ด้านภาษี สำหรับประชาชนทั่วไป ที่เดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ ดังนี้

    – นำค่าที่พักและค่าอาหาร หักลดหย่อนภาษี ได้ สูงสุด 20,000 บาท

    – หากเดินทางไปจังหวัดเมืองรอง สามารถหักลดหย่อนได้ 1.5 เท่า (ลดหย่อนสูงสุด 30,000 บาท)

    โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า มาตรการภาษีสำหรับบุคคลธรรมดาเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว รัฐบาลตั้งเป้าสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนและสร้างความสุข สร้างความคึกคักให้บรรยากาศท่องเที่ยวไทยในช่วงปลายปี ให้พี่น้องชาวไทยทั่วประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ถือเป็นการเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยผ่านภาคการท่องเที่ยว โดยมุ่งให้เกิดการหมุนเวียนรายได้ในทุกระดับ ตั้งแต่ผู้ประกอบการรายย่อยจนถึงธุรกิจโรงแรมขนาดใหญ่ และเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวแบบ “พาเงินออกนอกเมืองใหญ่” สู่พื้นที่ที่ยังมีศักยภาพรอการค้นพบ ซึ่งไม่ใช่แค่ทริป แต่เป็นการ “ช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโตจากมือของเราเอง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news1live.com/detail/9680000104556&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1j7o6iPaIlkwnpKje69WQB

  • กมธ.ต่างประเทศ วุฒิสภา ยกคณะล่องใต้ หนุน ‘ภูเก็ต’ เมืองต้นแบบมรดกโลก

    กมธ.ต่างประเทศ วุฒิสภา ยกคณะล่องใต้ หนุน ‘ภูเก็ต’ เมืองต้นแบบมรดกโลก

    กมธ.ต่างประเทศ วุฒิสภา ยกคณะฯล่องใต้หนุนภูเก็ตเป็นเมืองต้นแบบมรดกโลก แนะใช้ Big Data เสริมศักยภาพการท่องเที่ยว

    2 พ.ย.2568-คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา นำโดย นายชวภณ วัธนเวคิน รองประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ คนที่หนึ่ง และ นายชิบ จิตนิยม รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่ห้า พร้อมด้วยคณะกรรมาธิการฯเดินทางจากท่าอากาศยานดอนเมือง กรุงเทพฯ ไปศึกษาดูงานจังหวัดภูเก็ต เรื่อง “จังหวัดภูเก็ตกับบทบาทความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนและการเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันของจังหวัดภูเก็ตสู่ผู้นำอาเซียน”

    ภายหลังคณะกรรมาธิการฯเดินทางถึงท่าอากาศยาน จ.ภูเก็ต ได้เข้ารับฟังการบรรยายสรุปจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต ในประเด็นสำคัญ ได้แก่ การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ Big Data เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน การบริหารข้อมูลนักท่องเที่ยวต่างชาติและการรักษาความปลอดภัยเชิงรุก การบริหารจัดการแรงงานและการพัฒนากำลังคนในพื้นที่

    จากนั้นคณะกรรมาธิการฯได้เดินทางลงพื้นที่ ย่านเมืองเก่าภูเก็ต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต เพื่อศึกษาแนวทางความร่วมมือระหว่างประเทศในการพัฒนาอย่างยั่งยืนของจังหวัดภูเก็ต รวมถึงการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันสู่ระดับอาเซียน

     พร้อมกันนี้ คณะกรรมาธิการฯได้ลงพื้นที่ ถนนถลาง ซึ่งเป็นหัวใจของย่านเมืองเก่าภูเก็ต เพื่อเยี่ยมชมศักยภาพของพื้นที่ในการยกระดับเป็นแลนด์มาร์กวัฒนธรรมเชื่อมโยงสู่การท่องเที่ยวระดับโลก โดยให้ความสำคัญกับการนำอัตลักษณ์ชุมชน วิถีชีวิตดั้งเดิม และมรดกทางประวัติศาสตร์ มาสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน โดยคณะกรรมาธิการฯได้ให้ความสำคัญกับการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และชุมชนท้องถิ่น เพื่อรวบรวมข้อมูลในการกำหนดแนวทางพัฒนาเชิงนโยบายที่เชื่อมโยง “การอนุรักษ์กับการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์” ส่งเสริมภาพลักษณ์ของจังหวัดภูเก็ตในฐานะ เมืองมรดกวัฒนธรรมระดับนานาชาติ และศูนย์กลางการท่องเที่ยวคุณภาพของประเทศ

    นอกจากนี้คณะกรรมาธิการฯได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาสังคม เกี่ยวกับแนวทางการดูแลอาคารสถาปัตยกรรมชิโน–โปรตุกีส การส่งเสริมเศรษฐกิจการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การจัดการพื้นที่รองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ตลอดจนการรักษาสมดุลระหว่าง “การพัฒนาเมือง” กับ “การคงคุณค่าทางประวัติศาสตร์” เพื่อให้ภูเก็ตก้าวต่อไปอย่างมั่นคงในเวทีโลก

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/general-news/888871/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3sbMgG6pWSWb446z9ZvliC

  • ผู้รายงานพิเศษของสหประชาชาติ: การโจมตีอิหร่านเป็นการละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติอย่างชัดเจน

    ผู้รายงานพิเศษของสหประชาชาติ: การโจมตีอิหร่านเป็นการละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติอย่างชัดเจน

    ▪️ไม ซาโตะ ผู้รายงานพิเศษของสหประชาชาติด้านสิทธิมนุษยชนในอิหร่าน กล่าวว่า

    🔻“การรุกรานทางทหารจากภายนอกได้ก่อให้เกิดความทุกข์ทรมานอย่างมหาศาล ซึ่งความทุกข์เหล่านี้สมควรได้รับการชดเชยและเยียวยา”

    🔸“การโจมตีเช่นนี้ไม่ควรเกิดขึ้นเลย เพราะมันก่อให้เกิดความเสี่ยงของผลลัพธ์ที่เลวร้ายทั้งทางมนุษยธรรมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทั้งภูมิภาค”

    🔻“ต้นทุนด้านมนุษย์จากการโจมตีเหล่านี้มหาศาล — มีผู้เสียชีวิตราว 1,100 คน รวมถึงผู้หญิงและเด็ก การโจมตีได้ทำลายโรงพยาบาล โรงเรียน และโครงสร้างพื้นฐานพลเรือน รวมถึงการโจมตีเรือนจำเอวินที่ไม่สามารถหาข้ออ้างใด ๆ มารับได้ในหลายพื้นที่”

  • ผลโพลชี้ “อนุทิน” โดดเด่นฝ่ายรัฐบาล “ไอซ์ รักชนก” คะแนนอันดับ 1 ฝ่ายค้าน

    ผลโพลชี้ “อนุทิน” โดดเด่นฝ่ายรัฐบาล “ไอซ์ รักชนก” คะแนนอันดับ 1 ฝ่ายค้าน

    สวนดุสิตโพล เผยผลสำรวจ คะแนนดัชนีการเมืองไทยประจำตุลาคม 2568 เท่าเดือนก่อน “อนุทิน” นักการเมืองโดดเด่นฝ่ายรัฐบาล คนชอบคนละครึ่งพลัส “ไอซ์ รักชนก” อันดับ 1 ของฝ่ายค้านแซงหัวหน้าพรรค

    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2568 สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “ดัชนีการเมืองไทย ประจำเดือนตุลาคม 2568” กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 2,126 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 28-31 ตุลาคม 2568 โดยมีตัวชี้วัด 25 ประเด็นที่บ่งบอกถึงความเชื่อมั่นต่อการเมืองไทยในด้านต่างๆ ซึ่งแต่ละตัวชี้วัดจะมีคะแนนเต็ม 10 คะแนน สรุปผลเรียงลำดับจากค่าคะแนนสูงสุดไปถึงต่ำสุด พบว่า

    1. ดัชนีการเมืองไทย เดือนตุลาคม 2568 ภาพรวมคะแนนเต็ม 10 ได้ 4.02 คะแนน (เดือนกันยายน 2568 ได้ 4.02 คะแนน)

    2. ประชาชนให้คะแนน 25 ตัวชี้วัดดัชนีการเมืองไทยเดือนตุลาคม 2568 โดยคะแนนเต็ม 10 เรียงลำดับจากมากไปหาน้อย ได้ดังนี้

    • ผลงานของฝ่ายค้าน ได้คะแนน 4.60 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน
    • การมีส่วนร่วมของประชาชน 4.44 เท่าเดิม
    • สิทธิและเสรีภาพของประชาชน 4.40 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน
    • ความมั่นคงของประเทศ 4.32 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน
    • การพัฒนาด้านการศึกษาสำหรับประชาชน 4.26 ลดลงจากเดือนก่อน
    • เสถียรภาพทางการเมือง 4.22 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน
    • สภาพสังคมโดยรวม 4.19 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน
    • การแก้ปัญหาต่างๆ ในภาพรวม 4.18 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน
    • การดำเนินงานของพรรคการเมืองโดยภาพรวม 4.14 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน
    • การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของภาครัฐ 4.10 ลดลงจากเดือนก่อน
    • ผลงานของรัฐบาล 4.07 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน
    • การพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า 4.06 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน
    • การบริหารประเทศตามนโยบายที่ประกาศไว้ 4.04 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน
    • ผลงานของนายกรัฐมนตรี 3.99 ลดลงจากเดือนก่อน
    • ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน 3.97 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน
    • ค่าครองชีพ เงินเดือน ค่าจ้าง สวัสดิการ 3.97 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน
    • ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน 3.92 ลดลงจากเดือนก่อน
    • การปฏิบัติตนและพฤติกรรมของนักการเมือง 3.90 ลดลงจากเดือนก่อน
    • กฎหมาย กระบวนการยุติธรรม 3.81 ลดลงจากเดือนก่อน
    • ราคาสินค้า 3.75 ลดลงจากเดือนก่อน
    • สภาพเศรษฐกิจโดยภาพรวม 3.73 ลดลงจากเดือนก่อน
    • การแก้ปัญหาความยากจน 3.67 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน
    • การแก้ปัญหาการว่างงาน 3.64 ลดลงจากเดือนก่อน
    • การแก้ปัญหายาเสพติดและผู้มีอิทธิพล 3.64 ลดลงจากเดือนก่อน
    • การแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ความโปร่งใส 3.58 ลดลงจากเดือนก่อน

    3. นักการเมืองฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านที่ประชาชนคิดว่ามีบทบาทโดดเด่นในเดือนตุลาคม 2568

    นักการเมืองฝ่ายรัฐบาล

    • อันดับ 1 อนุทิน ชาญวีรกูล 48.01%
    • อันดับ 2 ชาบีดา ไทยเศรษฐ์ 28.99%
    • อันดับ 3 ภราดร ปริศนานันทกุล 23.00%

    นักการเมืองฝ่ายค้าน

    • อันดับ 1 รักชนก ศรีนอก 37.85%
    • อันดับ 2 ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ 33.23%
    • อันดับ 3 รังสิมันต์ โรม 28.92%

    4. ผลงานของฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านที่ประชาชนชื่นชอบในเดือนตุลาคม 2568

    ผลงานฝ่ายรัฐบาล

    • อันดับ 1 เปิดใช้จ่ายคนละครึ่งพลัส 64.42%
    • อันดับ 2 นายกฯ ลงนามสันติภาพไทย-กัมพูชา 21.31%
    • อันดับ 3 เที่ยวดีมีคืน 2568 14.27%

    ผลงานฝ่ายค้าน

    • อันดับ 1 ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล 53.34%
    • อันดับ 2 ติดตามการแก้ไขปัญหาไทย-กัมพูชา 24.52%
    • อันดับ 3 เร่งปราบแก๊งสแกมเมอร์ 22.14%

    พร้อมสรุปว่า กลุ่มตัวอย่างให้คะแนนภาพรวมดัชนีการเมืองไทยประจำเดือนตุลาคม 2568 เฉลี่ย 4.02 คะแนน เท่ากับเดือนกันยายน 2568 ที่ได้ 4.02 คะแนน ตัวชี้วัดที่ได้คะแนนสูงสุด คือ ผลงานของฝ่ายค้าน เฉลี่ย 4.60 คะแนน ส่วนตัวชี้วัดที่ได้คะแนนต่ำสุด คือ การแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ความโปร่งใส 3.58 คะแนน ขณะที่นักการเมืองฝ่ายรัฐบาลที่มีบทบาทโดดเด่นประจำเดือน คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ร้อยละ 48.01 ด้านนักการเมืองฝ่ายค้านที่มีบทบาทโดดเด่นประจำเดือน คือ น.ส.รักชนก ศรีนอก ร้อยละ 37.85 ผลงานฝ่ายรัฐบาลที่ชื่นชอบประจำเดือน คือ เปิดใช้จ่ายคนละครึ่งพลัส ร้อยละ 64.42 ผลงานฝ่ายค้านที่ชื่นชอบประจำเดือน คือ ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ร้อยละ 53.34

    ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ดัชนีการเมืองไทยเดือนตุลาคม 2568 ทรงตัวจากเดือนก่อนหน้า สะท้อนภาพรวมที่ประชาชน “เฝ้าดูแต่ยังไม่มั่นใจ” ต่อผลงานรัฐบาลชุดนี้ แม้จะพยายามเร่งขับเคลื่อนนโยบายทั้งคนละครึ่งพลัส และการแก้ปัญหาไทย–กัมพูชา แต่กระแสสังคมต่อประเด็นสแกมเมอร์ และกรณี MOU แรร์เอิร์ธ ยังเป็นเรื่องที่ถูกตั้งคำถามทำให้กระทบต่อความเชื่อมั่นรวมถึงความโปร่งใสของรัฐบาลในสายตาประชาชน

    ทางด้าน ผศ.ดร.เบญจพร พึงไชย ประธานหลักสูตรรัฐศาสตรบัณฑิต โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต วิเคราะห์ว่า เดือนตุลาคมกล่าวได้ว่ามีสถานการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านการเมือง ส่วนของรัฐบาลที่ดูเหมือนจะต้องพยายามรักษาความเป็นรัฐบาลในระยะเวลา 4 เดือนให้ได้ แต่ด้วยเหตุการณ์ความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ยืดเยื้อแผ่ขยายไปถึงเรื่องสแกมเมอร์ การฟอกเงิน รวมไปถึงการค้ามนุษย์ และที่สำคัญคงหนีไม่พ้นประเด็น MOU แรร์เอิร์ธ ที่ประชาชนไม่ได้รับทราบมาก่อน ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้ล้วนส่งผลต่อดัชนีการเมืองไทย ประจำเดือนนี้

    ส่วนผลงานของฝ่ายค้านที่มีคะแนนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องแสดงให้เห็นว่าประชาชนไม่มั่นใจต่อรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ความโปร่งใส ที่ได้คะแนนต่ำสุด น่าจะเป็นผลพวงจากรัฐมนตรีที่มีชื่อพัวพันกับปัญหาสแกมเมอร์ที่กล่าวได้ว่าเป็นวาระแห่งชาติ ส่วนผลงานของรัฐบาลในเรื่องคนละครึ่งพลัสที่ได้คะแนนอันดับ 1 น่าจะเป็นเพียงผลงานเดียวที่ช่วยยกระดับความเชื่อมั่นของรัฐบาลได้ซึ่งอาจจะส่งผลต่อคะแนนดัชนีที่คงที่ในเดือนนี้ อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลยังไม่สามารถแสดงออกถึงความโปร่งใสและความเชื่อมั่นต่อปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น อาจส่งผลให้ความเชื่อมั่นลดลงและกระทบต่อเสถียรภาพและการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในปีหน้า.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2892883&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw02TgBoz5IY4LHpvtj8frtb

  • ดีไซน์ผืนผ้า ‘ศิลปะการออกแบบ’ พลังสร้างสรรค์ ศิลปนิพนธ์ยอดเยี่ยม | เดลินิวส์

    ดีไซน์ผืนผ้า ‘ศิลปะการออกแบบ’ พลังสร้างสรรค์ ศิลปนิพนธ์ยอดเยี่ยม | เดลินิวส์

    “การออกแบบเครื่องแต่งกาย ลายผ้า” เป็นหนึ่งในผลงานศิลปะการออกแบบ ถ่ายทอดพลังสร้างสรรค์ เปิดโอกาสให้กับนักออกแบบรุ่นใหม่ โดยผลงานจัดแสดงใน “นิทรรศการศิลปนิพนธ์ยอดเยี่ยม (ศิลปะการออกแบบ) ครั้งที่ 1” ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ถนนราชดำเนินกลาง

    โครงการนิทรรศการศิลปนิพนธ์ยอดเยี่ยม (ศิลปะการออกแบบ) โดยหอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าฯ จัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้กับนักออกแบบรุ่นใหม่แสดงผลงานสร้างสรรค์ โดยที่ผ่านมาได้รับความร่วมมือจากสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ร่วมส่งผลงานศิลปนิพนธ์ที่ได้รับการคัดเลือกจากคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิ นำผลงานมาจัดแสดงผลงานร่วมกัน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน

    นิทรรศการฯมี ผลงานการออกแบบหลากหลายแขนง อาทิ การออกแบบเครื่องแต่งกาย ลายผ้า เครื่องประดับ ผลิตภัณฑ์ เฟอร์นิเจอร์ และตราสินค้า จากสถาบันอุดมศึกษา 29 สถาบันทั้งในระดับปริญญาโท และระดับปริญญาตรี โดยนิทรรศการฯ แสดงต่อเนื่องถึงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568

    ส่วนหนึ่งจากนิทรรศการฯ พาชมผลงาน โฟกัสการออกแบบเครื่องแต่งกาย งานดีไซน์ผืนผ้าที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ ประเพณี วัฒนธรรม ฯลฯ ถ่ายทอดผ่านรูปทรง สีสัน วัตถุดิบ ลวดลายที่พลิ้วไหว และเทคนิคต่างๆที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากที่นำเสนอ อาทิ “A light to shine on you” การถักนิต โดย พชรพรรณ อินแสง มหาวิทยาลัยศิลปากร  โดยมีแรงบันดาลใจจาก Braille Block หรือทางเดินเท้าของผู้พิการทางสายตา เรื่องราวการใช้ชีวิตของผู้พิการทางสายตาในด้านที่ผู้คนทั่วไปยังไม่รู้ ในโลกของความมืดที่ยังมีสิ่งสวยงาม นำมาถ่ายทอดผ่านเสื้อผ้า โดยทดลองเป็นผู้พิการทางสายตา เพื่อให้ได้รับรู้ถึงความรู้สึกของผู้พิการทางสายตา และอยากทำให้ผู้คนภายนอกได้รับรู้ถึงสิ่งสวยงามเดียวกัน 

    “เอวกะลื้อมื้อโซ” การตัดเย็บถักปักร้อย โดย นภัส รินระดา มหาวิทยาลัยพะเยา เล่าเรื่องราวจากวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ออกแบบชุดเสื้อผ้าใช้สัญลักษณ์ การแสดงสัญญะในการสื่อถึงความหมาย ขณะที่ผลงานของ ปารีรัตน์สินไชย จากมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ โครงการสร้างตราสินค้าเครื่องแต่งกายรูปแบบวิคตอเรียน โมริเกิร์ล ได้รับแรงบันดาลใจจากวรรณกรรมทัมเบลิน่า ผู้ออกแบบสร้างไอเดียใหม่ในการสร้างสรรค์งานเสื้อผ้า โดยนำลูกไม้ผสมผสานกับงานคราฟต์ไหมพรมในรูปแบบเสื้อผ้า ความเป็น Mori girl มีดีเทลการถักดอกไม้ การทำระบาย หรือการใช้ลูกไม้ทับซ้อนกัน รวมถึงโทนสีที่มีความเรียบง่ายแต่ซ่อนรายละเอียด ดีเทลต่างๆ ทำชุดให้ออกมาสไตล์หวาน แต่ยังมีกลิ่นอายความวินเทจผสมผสานสไตล์ Victorian

    ทางด้าน จุฬามณี ธัญญสมุทร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร (คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์) สร้างสรรค์ เสื้อผ้าสตรีรูปแบบโอต์ กูตูร์ด้วยผ้าฝ้ายมัดหมี่:กรณีศึกษาวรรณคดีไทยเรื่องรามเกียรติ์ตอนศึกไมยราพ ศิลปินมีแนวคิดในการสร้างสรรค์ เสื้อผ้าสตรีรูปแบบโอต์ กูตูร์ ผสมผสานกับแฟชั่นสมัยใหม่ ส่งเสริมจุดเด่นของผู้สวมใส่ สามารถสวมใส่ได้หลายโอกาสจึงเลือกใช้ผ้าฝ้ายมัดหมี่ของชุมชน เพื่อเป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และต้องการอนุรักษ์วรรณคดีไทยเรื่องรามเกียรติ์ ตอนศึกไมยราพ โดยศึกษาบทบาทของตัวละคร อารมณ์ เอกลักษณ์ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบ ฯลฯ

    ในนิทรรศการฯยังมีศิลปนิพนธ์ ศิลปะการออกแบบ ทั้งการออกแบบเครื่องแต่งกาย ลายผ้าและอีกหลากหลายแขนง บอกเล่าพลังสร้างสรรค์ พลังศิลปินรุ่นใหม่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/articles/5258051/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0q7lx1-NMfD43NbSKNH5pS

  • จัดอันดับความปังปีนักษัตร รายสัปดาห์ช่วงวันที่ 2-8 พฤศจิกายน 2568

    จัดอันดับความปังปีนักษัตร รายสัปดาห์ช่วงวันที่ 2-8 พฤศจิกายน 2568

    ดูดวงสัปดาห์นี้ เตรียมตัวรับความปัง ดวงชะตาของแต่ละปีนักษัตรเป็นไปในทิศทางใดบ้าง? 

    สัปดาห์นี้ใครจะดวงพุ่งสุด ต้องรีบเช็ก จัดอันดับ 12 นักษัตร ดวงดีประจำวันที่ 2-8 พฤศจิกายน 2568

    อันดับที่ 1

    ปังสุดในรอบสัปดาห์นี้ ได้แก่ ท่านที่เกิดปีระกา และ ปีชวด

    • ปีระกา  โอกาสงานใหม่/โปรเจกต์เด่น คนเห็นฝีมือแบบไม่ต้องพูดเยอะ เงินเข้าเพราะผลงาน ไม่ใช่เพราะโชคล้วน ๆ พกเครื่องเงิน หรือกำไลโลหะเงา เสริมชื่อเสียงและผู้สนับสนุน
    • ปีชวด  เรื่องค้างคาเริ่มเดินหน้า จังหวะงานโดดเด่นสุดในรอบเดือน ความรักดี คนโสดมีคนเข้ามาทักแบบมีคุณภาพ หมั่นสวดคาถาเงินล้านสั้น ๆ ก่อนนอน ดึงพลังโชคลาภ

    อันดับที่ 2  

    ดาวหนุนชัด เงิน-งานเริ่มฟื้น ได้แก่ ท่านที่เกิดปีมะเมีย และ ปีมะเส็ง

    • ปีมะเมีย โปรเจกต์เริ่มติดลมบน ได้ร่วมงานกับคนเก่ง เจรจาราบรื่น โชคลาภเล็กๆ เข้ามาเพราะสัญชาตญาณดี ใส่เสื้อผ้าสีแดงเข้มในวันพฤหัส/ศุกร์ เสริมไฟแห่งความสำเร็จ
    • ปีมะเส็ง งานที่เงียบไปกลับมีข่าวดี บ้าน รถ ทรัพย์สินมีสัญญาณชัด คู่ครองเข้าใจ สนับสนุน คนโสดมีเพื่อนแนะนำคนดี ๆ ไหว้พระราหูหรือถวายของดำ เสริมพลังเปลี่ยนร้ายเป็นดี

    อันดับที่ 3  

    ดีแบบเอื่อย  แต่มีทรงขึ้นชัด ได้แก่ ท่านที่เกิดปีมะโรง และ ปีจอ

    • ปีมะโรง งานค่อยเป็นค่อยไป แต่ทุกก้าวส่งผลระยะยาว เอกสาร สัญญา และการนัดหมายเริ่มชัดเจนขึ้น พกหยก หรือหินสีเขียว เสริมความมั่นคงและผู้ใหญ่ช่วยเหลือ
    • ปีจอ สถานการณ์ที่เคยตันเริ่มคลี่คลาย คนเข้ามาเติมเต็มงาน ความรักดีขึ้น เพราะใจเปิดมากขึ้น ถวายสังฆทานของใช้จำเป็นให้พระ เสริมโชคงานและคนเมตตา

    อันดับที่ 4

    เหนื่อยคิด เหนื่อยใจ แต่ยังไปต่อได้ ได้แก่ท่านที่เกิด ปีขาล ปีฉลู และ ปีวอก

    • ปีขาล งานเยอะ แต่ได้พลังทีมงานช่วยดัน ระวังปะทะคำพูด รักมีเรื่องเข้าใจผิด ต้องใจเย็นและฟังมากขึ้น บูชาพระพรหมหรือทำบุญด้านการศึกษา เสริมสติปัญญาและดวงคนอุปถัมภ์
    • ปีฉลู งานล้นมือ ทำให้สุขภาพเริ่มส่งสัญญาณเตือน ความรักอาจมีงอน ๆ เพราะพูดแรงเกินใจ ใส่แหวนเงิน หรือของกลม ๆ ที่มือขวา ลดพลังชน ปรับสมดุลใจ
    • ปีวอก หลายอย่างไม่เป็นตามแผน งานเล็ก ๆ กลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ เรื่องคนต้องระวังมากเป็นพิเศษ ความลับไม่ใช่เรื่องลับอีกต่อไป ปล่อยปลา หรือช่วยผู้สูงอายุ ลดเคราะห์จากเสาร์+ราหู

    อันดับที่ 5  

    โหมดประคองดวง อย่าฝืน อย่ารน ได้แก่ ท่านที่เกิด ปีเถาะ ปีมะแม และปีกุน

    • ปีเถาะ ความคาดหวังกลายเป็นแรงกดดัน ควรผ่อนและให้เวลากับตัวเอง ความสัมพันธ์เหนื่อยเพราะแบกคนอื่นมากไป พกหินมูนสโตนหรือมุก เสริมความสงบและการยอมรับตัวตน
    • ปีมะแม  บ้านและครอบครัวเป็นประเด็นหลัก เหนื่อยใจแต่ต้องสู้ การเงินไหลออกง่าย ควบคุมรายจ่ายให้มั่น ถวายดอกบัวหรือสวดมนต์ก่อนนอน จะช่วยล้างความฟุ้งซ่าน
    • ปีกุน กังวลอนาคต ทำให้ตัดสินใจช้าและกลัวผิดพลาด การสื่อสารมีโอกาสคลาดเคลื่อน ระวังการเข้าใจผิด ทำบุญน้ำ ช่วยสัตว์น้ำ และสวดโพชฌังคปริตร ผ่อนแรงกรรมเสาร์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/horoscope/316499/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1jAcMrpjYwZdB0sPxm21c1

  • ครองใจคนอีสาน หนุน “อนุทิน” เป็นนายกฯ แต่ยังเลือก “พรรคประชาชน”

    ครองใจคนอีสาน หนุน “อนุทิน” เป็นนายกฯ แต่ยังเลือก “พรรคประชาชน”

    ครองใจคนอีสาน หนุน

    ครองใจคนอีสาน หนุน “อนุทิน” เป็นนายกฯ แต่ยังเลือก “พรรคประชาชน”

    2 พ.ย. 2568 ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “กระแสการเมือง ภาคอีสาน” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 27-30 ตุลาคม 2568 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ รวมจำนวนทั้งสิ้น 2,000 หน่วยตัวอย่าง 

    ถามถึงบุคคลที่คนอีสานจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบว่า 

    • อันดับ 1 ร้อยละ 32.40 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้อันดับ 2 ร้อยละ 19.70 ระบุว่าเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย)
    • อันดับ 3 ร้อยละ 18.55 ระบุว่าเป็น นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (พรรคประชาชน) 
    • อันดับ 4 ร้อยละ 8.80 ระบุว่าเป็น นายชัยเกษม นิติสิริ (พรรคเพื่อไทย) 
    • อันดับ 5 ร้อยละ 6.10 ระบุว่าเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (พรรคประชาธิปัตย์)
    • อันดับ 6 ร้อยละ 4.80 ระบุว่าเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย) 
    • อันดับ 7 ร้อยละ 2.80 ระบุว่าเป็น พลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ (พรรคเศรษฐกิจ) 
    • อันดับ 8 ร้อยละ 2.70 ระบุว่าเป็น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา 
    • อันดับ 9 ร้อยละ 1.55 ระบุว่าเป็น นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค (พรรครวมไทยสร้างชาติ) ร้อยละ 2.50 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ นายวราวุธ ศิลปอาชา (พรรคชาติไทยพัฒนา) ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ (พรรคไทยก้าวใหม่) พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ (พรรคพลังประชารัฐ) พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง (พรรคประชาชาติ) นายรังสิมันต์ โรม (พรรคประชาชน) ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ (พรรคกล้าธรรม) นายจาตุรนต์ ฉายแสง (พรรคเพื่อไทย) นายเทวัญ ลิปตพัลลภ (พรรคชาติพัฒนา) นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา (พรรคประชาชาติ) นายวสวรรธน์ พวงพรศรี (พรรคไทรวมพลัง) และพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส (พรรคเสรีรวมไทย) 
    • อันดับ 10 ร้อยละ 0.10 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

    ครองใจคนอีสาน หนุน

    เมื่อถามถึงพรรคการเมืองที่คนอีสานจะสนับสนุนในวันนี้ 

    • อันดับ 1 ร้อยละ 26.05 ระบุว่าเป็นพรรคประชาชน 
    • อันดับ 2 ร้อยละ 24.65 ระบุว่า ยังหาพรรคการเมืองที่เหมาะสมไม่ได้ 
    • อันดับ 3 ร้อยละ 16.85 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไท
    • อันดับ 4 ร้อยละ 15.75 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย 
    • อันดับ 5 ร้อยละ 5.55 ระบุว่าเป็นพรรคประชาธิปัตย์ 
    • อันดับ 6 ร้อยละ 3.45 ระบุว่าเป็น
    •  งบพรรครวมไทยสร้างชาติ 
    • อันดับ 7 ร้อยละ 2.75 ระบุว่าเป็น พรรคไทยสร้างไทย 
    • อันดับ 8 ร้อยละ 2.05 ระบุว่าเป็น พรรคเศรษฐกิจ 
    • อันดับ 9 ร้อยละ 1.50 ระบุว่าเป็น พรรคพลังประชารัฐ ร้อยละ 1.30 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ พรรคประชาชาติ พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคไทยก้าวใหม่ พรรคไทรวมพลัง พรรคชาติพัฒนา พรรคไทยภักดี พรรคกล้าธรรม และพรรคเสรีรวมไทย อันดับ 10 ร้อยละ 0.10 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.komchadluek.net/news/politics/609320&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3-0fpIE1c9Y8QdKS_Bwq6c

  • มูลนิธิอิ่มอกอิ่มใจ เปิดโครงการปลูกผักสวนสมุนไพรแห่งความร่วมมือ ที่โคราช | TOPNEWS

    มูลนิธิอิ่มอกอิ่มใจ เปิดโครงการปลูกผักสวนสมุนไพรแห่งความร่วมมือ ที่โคราช | TOPNEWS

    เพื่อส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ และการใช้ประโยชน์จากพืชสมุนไพรในท้องถิ่น รวมทั้งเพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างครู นักเรียน และชุมชน ในการพัฒนาโรงเรียนร่วมกันเพื่อพัฒนาพื้นที่ให้เป็นสวนผักกินได้ที่มีพืชสมุนไพรและผักสวนครัว สามารถเก็บผลผลิตไปใช้ประโยชน์ และจำหน่ายเพื่อสร้างรายได้ให้กับโรงเรียน ตลอดจนเพื่อใช้เป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องสมุนไพรและเกษตรพอเพียงสำหรับนักเรียน โดยมี พล.อ.ศุภวุฒิ อุตมะ ที่ปรึกษามูลนิธิ นางใกล้รุ่งระวี จำปาหอม ผอ.โรงเรียนบ้านปรางคล้า พ.ต.อ.ชูเกียรติ แก้วอาจ ผกก.สภ.หมูสี นายวิโรจน์ อรุณพันธ์ ประธานชมรมผู้ประกอบการร้านอาหารเขาใหญ่

    สำหรับกิจกรรมภายในงานได้มีผู้นำชุมชน ชาวบ้าน จาก 4 หมู่บ้าน ครู นักเรียนโรงเรียนบ้านปรางคล้า กว่า 100 คน ร่วมกิจกรรมปลูกไม้ประดับ พืชสมุนไพรและผักสวนครัว อาทิ ข่า ตะไคร้ มะกรูด และชะพลู รอบอาคารหอพักครู เพื่อปรับภูมิทัศน์ความสวยงามและร่วมกันทำความสะอาดรอบบริเวณโรงเรียนเพื่อความสะอาดเอื้อต่อการเรียนรู้

    ทางด้าน น.ส.จิณิณ ตระการสืบกุล ประธานมูลนิธิอิ่มอกอิ่มใจ กล่าวว่า โครงการปลูกสวนสมุนไพรแห่งความร่วมมือเรียนบ้านปรางคล้า ได้รับการสนับสนุนจาก มูลนิธิอิ่มอกอิ่มใจ ในการพัฒนาโรงเรียนในหลายด้าน ทั้งการปรับปรุงอาคารเรียน การจัดตั้ง ศูนย์เรียนรู้ประวัติศาสตร์เขาใหญ่เพื่อสังคมและการส่งเสริมศักยภาพเยาวชนผ่านโครงการ มัคคุเทศก์น้อย เพื่อบรรยายและถ่ายทอด

    เรื่องราวประวัติความเป็นมาของเขาใหญ่ให้กับผู้มาเยือนศูนย์เรียนรู้ นอกจากการพัฒนาด้านการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนแล้ว มูลนิธิยังให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของครูผู้สอน โดยได้สนับสนุนการก่อสร้าง หอพักครู ซึ่งเกิดจากความร่วมมือระหว่างชุมชน และผู้ประกอบการในเขาใหญ่ เพื่อให้คณะครูมีที่พักอาศัยที่สะดวก ปลอดภัยเอื้อต่อการทำงานอย่างเต็มศักยภาพเพื่อให้พื้นที่โดยรอบหอพักครูมีความสวยงามและเกิดประโยชน์ต่อชุมชุมชน มูลนิธิอิ่มอกอิ่มใจจึงได้ร่วมกับโรงเรียนบ้านปรางคล้าและชุมชน จัดกิจกรรม ปลูกพืชสมุนไพรและไม้ประดับเพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์ให้ร่มรื่น พร้อมปลูกฝังจิตสำนึกให้นักเรียนและชุมชนเห็นคุณค่าและใช้ประโยชน์จากพืชสมุนไพรในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน โครงการนี้จึงเกิดขึ้นภายใต้ชื่อ สวมสมุนไพรแห่งความร่วมมือ”เพื่อสะท้อนพลังความร่วมมือของครู นักเรียน ผู้ประกอบการในเขาใหญ่ และคนในชุมชน ที่ร่วมแรงร่วมใจพัฒนาโรงเรียน และสิ่งแวดล้อม ให้เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้และการเติบโตไปด้วยกันอย่างแท้จริง.

    ภาพ-ข่าว อภิรักษ์ ศรีอัศวิน ผู้สื่อข่าวTOPNEWSทั่วไทย จ.นครราชสีมา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1375790&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2ioBnrcLs-ZfgQ1l1zhmEY

  • นิด้าโพลเผยกระแสการเมืองภาคอีสานยังไม่เจอคนเหมาะนั่งนายกฯ

    นิด้าโพลเผยกระแสการเมืองภาคอีสานยังไม่เจอคนเหมาะนั่งนายกฯ

    นิด้าโพลเผยกระแสการเมืองภาคอีสานยังไม่เจอคนเหมาะนั่งนายกฯ

               ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “กระแสการเมือง ภาคอีสาน” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 27-30 ตุลาคม 2568 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ รวมจำนวนทั้งสิ้น 2,000 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับกระแสการเมือง ภาคอีสาน การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0

               จากการสำรวจเมื่อถามถึงบุคคลที่คนอีสานจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 32.40 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ อันดับ 2 ร้อยละ 19.70 ระบุว่าเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย) อันดับ 3 ร้อยละ 18.55 ระบุว่าเป็น นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (พรรคประชาชน) อันดับ 4 ร้อยละ 8.80 ระบุว่าเป็น นายชัยเกษม นิติสิริ (พรรคเพื่อไทย) อันดับ 5 ร้อยละ 6.10 ระบุว่าเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (พรรคประชาธิปัตย์)อันดับ 6 ร้อยละ 4.80 ระบุว่าเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย) อันดับ 7 ร้อยละ 2.80 ระบุว่าเป็น พลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ (พรรคเศรษฐกิจ)

    อันดับ 8 ร้อยละ 2.70 ระบุว่าเป็น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อันดับ 9 ร้อยละ 1.55 ระบุว่าเป็น นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค (พรรครวมไทยสร้างชาติ) ร้อยละ 2.50 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ นายวราวุธ ศิลปอาชา (พรรคชาติไทยพัฒนา) ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ (พรรคไทยก้าวใหม่) พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ (พรรคพลังประชารัฐ) พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง (พรรคประชาชาติ) นายรังสิมันต์ โรม (พรรคประชาชน) ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ (พรรคกล้าธรรม) นายจาตุรนต์ ฉายแสง (พรรคเพื่อไทย) นายเทวัญ ลิปตพัลลภ (พรรคชาติพัฒนา) นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา (พรรคประชาชาติ) นายวสวรรธน์ พวงพรศรี (พรรคไทรวมพลัง) และพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส (พรรคเสรีรวมไทย) และร้อยละ 0.10 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

                ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงพรรคการเมืองที่คนอีสานจะสนับสนุนในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 26.05 ระบุว่าเป็นพรรคประชาชน อันดับ 2 ร้อยละ 24.65 ระบุว่า ยังหาพรรคการเมืองที่เหมาะสมไม่ได้ อันดับ 3 ร้อยละ 16.85 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย อันดับ 4 ร้อยละ 15.75 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย อันดับ 5 ร้อยละ 5.55 ระบุว่าเป็นพรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 6 ร้อยละ 3.45 ระบุว่าเป็น พรรครวมไทยสร้างชาติ อันดับ 7 ร้อยละ 2.75 ระบุว่าเป็น พรรคไทยสร้างไทย อันดับ 8 ร้อยละ 2.05 ระบุว่าเป็น พรรคเศรษฐกิจ อันดับ 9 ร้อยละ 1.50 ระบุว่าเป็น พรรคพลังประชารัฐ ร้อยละ 1.30 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ พรรคประชาชาติ พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคไทยก้าวใหม่ พรรคไทรวมพลัง พรรคชาติพัฒนา พรรคไทยภักดี พรรคกล้าธรรม และพรรคเสรีรวมไทย และร้อยละ 0.10 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/politics/732809&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0HPdvG1WMMa_2hRW11yQzu